เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 17 : 17 ความรักของโชติก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    8 ม.ค. 61


 

17

 

เสียงกรีดร้องของแพรวาดังลั่นห้อง

ไม่จริง! ไม่จริง แพรไม่เชื่อ โชยังไม่ตาย เป็นไปไม่ได้ แพรจะไปหาโช โอ๊ย!

“น้องแพร ใจเย็นๆ ฟังแม่ก่อน”

“ไม่ แพรไม่เชื่อ ไม่จริง ไม่!

หญิงสาวดิ้นรนอยู่บนเตียง พยายามฝืนอาการเจ็บร้าวทั้งสรรพางค์เพื่อยื้อยุดการจับของผู้เป็นแม่กับยาย พลางส่งเสียงปฏิเสธว่าสิ่งที่เธอได้ยินไม่เป็นความจริง

เพียงดาวรีบกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาล

“ปล่อยแพรนะ แพรจะไปหาโช”

“น้องแพร โชตายแล้ว เขาตายแล้ว!” พรฟ้าตะคอก แพรวาชะงักนิดหนึ่ง เบะปากสะอื้นฮักๆ ส่ายหน้าถี่ๆ

“แพรไม่เชื่อ! คุณแม่กับคุณยายเกลียดโช คุณยายโกหกแพร ไม่อยากให้แพรเจอกับโชอีก แพรไม่เชื่อ!

“น้องแพร!

นางพยาบาลเปิดประตูพรวดเข้ามา เห็นอาการอาละวาดของคนไข้แล้วผงะ

“ฉันจะไปตามหมอให้ค่ะ”

“ปล่อยแพร!

แพรวากำลังจะดึงสายน้ำเกลือออก เพียงดาวจับมือไว้ทัน “น้องแพร! ฟังแม่ น้องแพร แม่ไม่ได้โกหกน้องแพรนะ โชตายแล้วจริงๆ น้องแพรตั้งสติดีๆ สิ น้องแพร!

“ไม่!

หมอคนเดิมเข้ามา เขาสั่งพยาบาลให้เตรียมยาอย่างรวดเร็ว พยาบาลทำตามแล้วรีบหันไปบอกญาติทั้งสองให้ช่วยจับแขนคนไข้เอาไว้ ชั่วพริบตาเข็มก็ถูกกดลงบนท่อนแขน ตัวยาถูกลูกสูบดันเข้าไปในร่างกาย ขณะที่น้ำตาของคนเจ็บไหลไม่ขาดสาย

“โชยังไม่ตาย ไม่จริง...” แพรวาครวญก่อนจะสงบลงโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่รู้ว่าเพราะไม่เชื่อกับความจริงที่ได้ยิน หรือเพราะความจริงมันเลวร้ายเกินกว่าจะรับไหวกันแน่

อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ทั้งสองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่เห็นแพรวาเป็นอย่างนี้

“เป็นอาการช็อกตามปกติน่ะครับ ญาติจะต้องระวังเรื่องการแจ้งข่าว ต้องใจเย็นและค่อยๆ ปลอบเธอ” หมอถอนหายใจโล่งอกเช่นกันก่อนจะพยักหน้ารับคำขอบคุณและกล่าวขอตัว

เพียงดาวลูบหน้า พรฟ้ากุมขมับ ทั้งสองขยับไปนั่งที่โซฟา มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพียงดาวหยิบมาดู สีหน้าเคร่งเครียดแต่ยังไม่รับสาย

“จะทำยังไงต่อดีคะคุณแม่ น้องแพรเสียใจมากจนอาละวาดแบบนี้” เธอชูโทรศัพท์ “อคินโทร. มาแล้วด้วย เขาต้องถามเรื่องน้องแพรแน่”

พรฟ้าถอนใจ หลับตาพลางรวบรวมสติ สิ่งที่จะทำต่อไปนี้ไม่ใช่เพียงแค่แก้ปัญหา แต่ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เธอคิดถึงแผนการที่จะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างได้ภายในครั้งเดียว...

 

“น้องแพรปลอดภัยแล้วจ้ะ แต่ยังเพลียอยู่ รออีกสักสองสามวันให้แข็งแรงกว่านี้แล้วคินค่อยมาเยี่ยมนะ”

เพียงดาวโทร. กลับไปหาอคินแล้วเล่าเรื่องอาการบาดเจ็บของแพรวาให้เขาฟัง อคินพลอยโล่งใจเพราะสองวันก่อนก็รู้ข่าวจากผู้เป็นพ่อเพียงแค่ว่าหญิงสาวประสบอุบัติเหตุเท่านั้นเอง เธอให้รายละเอียดเพิ่มว่าลูกสาวถูกรถชนขณะซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“แล้วตกลงว่าน้องแพรเขาไปอยู่กับใครครับ”

“เอ่อ...” เพียงดาวทำเสียงไม่แน่ใจ “น่าจะเป็น...เพื่อนของก้า น้ายังไม่ได้ถามจากน้องแพรมากเพราะเห็นว่ายังเจ็บอยู่ แล้วยังไงน้าจะโทร. หาอีกทีนะ”

เพียงดาวพูดจบก็วางสายไป ขณะที่อคินยังมีข้อสงสัยติดค้าง เขานั่งอยู่ในห้องทำงาน พยายามรวบรวมสมาธิให้อยู่กับหน้าที่ ใจกระโดดไปที่บ้านสวนที โรงพยาบาลที และกระโดดมาที่อีเมลจากไบรอันอีกที

คำตอบที่ได้รับจากนักธุรกิจหนุ่มเร็วกว่าที่คาดไว้ พรุ่งนี้เขาต้องไปอเมริกาเพื่อดูสถานที่ซึ่งสินค้าผ้าไหมจะไปจัดวาง ดูผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ และอาจจะรวมไปถึงข้อตกลงอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดขยายธุรกิจได้หากน่าสนใจ

แพรวาหายไปร่วมหนึ่งเดือน แต่ข้อมูลที่ได้รับมามีแค่อุบัติเหตุ

กริการ์ขนของออกจากบ้านสวนไปแล้วอย่างง่ายๆ

ชายหนุ่มถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ใจลอย ตอนที่มีอะไรกันหญิงสาวแสดงกิริยาไม่เสียดาย ตอนแยกกันก็ทำราวกับขยำทิชชูลงถังขยะ จริงอยู่ข้อตกลงคือจนกว่าแพรวาจะกลับมา ซึ่งเวลานี้ก็ใช่

แต่ทำไม...เขาถึงรู้สึกสั่นคลอนแบบนี้นะ

 

แพรวาเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง สายตาไร้จุดโฟกัส แม้ว่าเพียงดาวจะนั่งอยู่ใกล้ๆ แต่ใจของเธอล่องลอยไปแสนไกล แทบไม่รับรู้ว่าผู้เป็นแม่พูดอะไรบ้าง

“แม่รู้ว่าน้องแพรเสียใจ แต่แม่อยากให้หนูทำใจบ้าง ยังไงซะเขาก็ไม่อยู่แล้ว เห็นใจแม่บ้างนะน้องแพร”

น้ำตาคนฟังรินไหล

“อีกอย่างแม่กับคุณยายก็ไม่เคยชอบโชมาก่อน ทำให้มันยากที่จะเชื่อ น้องแพรคงคิดว่าแม่กับคุณยายโกหก” เพียงดาวสูดลมหายใจลึก “น้องแพรก็พิสูจน์เองแล้วนี่จ๊ะ”

แพรวาสะอื้นเมื่อได้ยินคำนั้น เธอทำแล้ว...โทร. หาพ่อกับแม่โช วันที่แม่พาเธอกลับกรุงเทพฯ ก็เป็นวันที่เขามารับศพลูกชายพอดี

แม่...ทำพิธีแล้ว เราจัดงานศพและเผาแล้ว

ราวกับมีมือมากระชากหัวใจแพรวาจากขั้ว ซ้ำยังเอามีดกรีดเถือเนื้อออกเป็นชิ้นขณะที่ยังเต้น เธอเจ็บเจียนตาย ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ

เผาแล้ว

ราวกับเมื่อวานนี้เองที่เขายังกอด ยังพูดคำรัก ยังหัวเราะ พอลืมตาขึ้นมาอีกวันหนึ่งเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะให้เธอทำใจได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้

แพรวาหลับตา คิดฝันว่าบางทีถ้าเธอนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธออาจพบว่าทุกอย่างเป็นแค่เรื่องที่เธอฝันไป โชติกยังไม่ตาย ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องที่เธอคิดไปเองเท่านั้น มันไม่จริง

 

แพรวายังจำได้ดี...

สามปีที่แล้ว วันที่อากาศแจ่มใส แพรวาซื้อน้ำผลไม้จากซุ้มขายในมหาวิทยาลัย เธอเดินเรื่อยๆ ตั้งใจว่าจะไปนั่งรวมกับเพื่อนที่ม้าหินใต้ร่มไม้ ระหว่างทางต้องเดินผ่านบริเวณที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ สายตาเธอสอดส่ายโดยอัตโนมัติ

นั่นไง เจ้าคันโตสีเขียว

นับตั้งแต่แพรวาเห็นโชติกในสนามฟุตบอลครั้งแรก เธอก็ได้รับข้อมูลมาเป็นระยะ...เขาชื่อโช อยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีสองเท่าเธอ มียานพาหนะเป็นรถมอเตอร์ไซค์สุดเท่ห์ และมีสาวๆ ตามกรี๊ดกร๊าดอยากจะซ้อนท้ายอยู่พอสมควร

เธออุตส่าห์ไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ตหารายละเอียดของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ และพลางนึกต่อไปว่าเจ้าของรถจะ แรงเหมือนเครื่องยนต์หรือเปล่า

ขณะที่แพรวากำลังคิดเพลินๆ ก็มีแรงกระแทกมาจากด้านหลัง

อุ๊ย!’

โอ๊ะ! ขอโทษครับ

            แพรวาหันไป คนชนผงกศีรษะพร้อมยิ้มเจื่อนขอโทษแล้วเดินจากไป เธอขมวดคิ้ว สำรวจตนเอง น้ำไม่กระฉอกเปื้อนเสื้อผ้าก็จริง แต่...มันไปหกเต็มเบาะมอเตอร์ไซค์!

            ทำอะไรน่ะ!’

            แพรวาสะดุ้ง หน้าเจื่อนเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือเจ้าของรถ เขาเดินจ้ำพรวดๆ เข้ามา มองที่รถแวบเดียวก่อนจะถลึงตาใส่เธอ

            เธอทำน้ำหกใส่รถเราเหรอ น้ำเสียงของเขาไม่กระด้างเหมือนที่คาด

            เรา...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษ

            ขอโทษแล้วยังไงต่อ เช็ดให้ด้วยสิ นั่นน่ะ ผ้าที่ถือนั่นแหละ เอามาให้เช็ดเลย

            แพรวามองตามมือที่ชื้ เขากำลังหมายถึงผ้าเช็ดหน้าของเธอ สายตาชายหนุ่มมีแววท้าทายเล็กๆ ว่าคนอย่างเธอจะกล้าสละผ้าผืนสวยมาเช็ดหรือไม่ ซึ่งเธอก็ไม่ใช่คนอ่อนแอเหมือนกัน

            เอ้า

            เธอเหมือนจะเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาก่อนจะรับผ้าของเธอไปเช็ด พอเช็ดคราบน้ำหวานหมดเขาก็วิ่งไปซื้อน้ำเปล่ามาล้างอีกครั้ง แพรวายืนมองจนเขาเช็ดล้างทำความสะอาดเสร็จ เขาทำท่าพอใจแล้วตั้งท่าจะเดินออกไป

            เอ๊ะ! เดี๋ยว... เธอชี้ไปที่ผ้าในมือเขา

            คราวนี้เขาเป็นฝ่ายมองเธอ จะเอาคืนเหรอ ไม่ต้องแล้ว เช็ดรถไปแล้วจะเอาไปใช้ทำไม ไม่ให้หรอก ขอแล้วกัน

            พูดแล้วเขาก็เดินจากไป ปล่อยแพรวาให้ยืนนิ่งว่าควรจะรู้สึกงุนงงหรือตื่นเต้นที่ได้คุยกับชายคนนี้กันแน่

            หลายวันผ่านไป

            ชะตาชีวิตเป็นเรื่องแปลก คนแปลกหน้า ถ้าไม่ทักทายกันมันก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่เช่นนั้น สำหรับบางคนเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็กลายเป็นความคุ้นเคย และทำให้โลกทั้งสองใบจูนเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว

            วันนั้นแพรวาไปกินข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า กว่าจะทำรายงานเสร็จก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว คนมากมายเดินขวักไขว่จนน่าเวียนหัว พอพวกเธอได้ที่นั่งพนักงานเสิร์ฟก็มายื่นเมนูให้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจะสั่งอาหารแต่ชะงัก

            อ้าว!’ โชติกเองก็ตกใจเช่นกัน ชายหนุ่มยังสวมชุดนักศึกษา แต่พอมีผ้ากันเปื้อนซึ่งมีชื่อร้านก็ดูแปลกตาไป

            อะไร รู้จักกันเหรอ เพื่อนคนหนึ่งที่มาด้วยกันกับแพรวาถาม

            แพรวาเผลอยิ้ม ไม่เชิงรู้จัก เพราะจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องก็จบลงตรงที่เขาเดินจากไป ไม่มีการแนะนำตัวต่อกัน แต่ความเป็นจริงเธอก็รู้ว่าเขาชื่ออะไร พอเป็นเช่นนั้นก็เลยอธิบายกับเพื่อนไม่ถูก

            เคยทักกันนิดหน่อยในมหาลัยน่ะ เขาตอบง่ายๆ รอให้ลูกค้าสั่งเมนูจนครบแล้วเดินออกไป เพื่อนพากันหันมาจ้องหน้าเธอโดยพร้อมเพรียงกัน แพรวาจึงเล่าสั้นๆ ถึงสาเหตุที่รู้จักกัน

            เด็กมหาลัยเดียวกับเราเหรอ จะว่าไปก็คุ้นๆ หน้านะ

            นี่ไง!’ คนหนึ่งดีดนิ้ว นายโช เด็กวิศวะฯ ที่ขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ น่ะ

            แล้วต่างคนก็พากันออกความคิดเห็นเซ็งแซ่ แพรวาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเวลาเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินผ่านไปมา ภาวนาว่าให้เป็นเขา แล้วเขามาทำอะไร งานพิเศษเหรอ ทำทำไม บ้านเขาฐานะไม่ค่อยดีหรือว่าเขาดิ้นรนเอง

            คำถามประดังอยู่ในสมอง กระทั่งถูกขัดจังหวะด้วยแก้วน้ำที่ถูกวางตรงหน้า

            แพรวาเงยหน้าขึ้นมอง โช... ไอร้อนแล่นวูบ

น้ำครับ เขาบอก ยิ้มเล็กน้อย

            อะ...เอ่อ ไม่ได้สั่ง

            ผมเลี้ยง เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินจากไป มีความเงียบราวหนึ่งวินาทีก่อนเสียงกรี๊ดจะเซ็งแซ่ แพรวาหูอื้อตาลายใจเต้นโครมคราม ในแก้วคือน้ำมะนาว เครื่องดื่มชนิดเดียวกันกับที่เธอทำเปื้อนรถเขานั่นเอง...

            หลังจากวันนั้นแพรวาก็เริ่มรู้จักกับโชติกมากขึ้น

            โช ชื่อจริงว่าโชติก ส่วนเธอคือแพรวา นั่นเป็นคำแนะนำตัวสั้นๆ ตอนที่เขาเดินมาหลังจากจอดรถมอเตอร์ไซค์ยังจุดเดิม และแพรวาก็นั่งอยู่ที่ม้าหินซึ่งสามารถมองเห็นเขาได้ จากทุกวันกลายเป็นหลายเดือนที่เพิ่มคำทักทายเป็นการพูดคุย ถามเรื่องเรียน สภาพอากาศ เรื่องราวหลังกลับจากวันหยุด แต่ยังไม่มีอะไรที่แสดงถึงการสื่อสัมพันธ์มากกว่านั้น

            ไม่มีการแลกเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีนัดเดต มากที่สุดคือเดินจากลานจอดรถไปที่โรงอาหารด้วยกัน

            ทว่าเพียงแค่นั้นแพรวาก็แทบจะละลาย

            วันเวลาหมุนไปจวบจนเข้าสู่ฤดูหนาว มีโครงการของชมรมอาสาพัฒนาชุมชนมาให้นักศึกษาที่สนใจไปทำประโยชน์ให้สาธารณะโดยการสร้างห้องสมุดให้โรงเรียนในต่างจังหวัด โชติกเอาใบประกาศมาฝากเธอ เขาบอกเธอว่าเขาจะไป และถ้าเธอไปด้วยกันได้ก็คงดี

แน่ละ แพรวาคิดหาวิธีจนหัวแทบแตกว่ามีทางใดที่แม่จะอนุญาตให้ไปค้างคืนต่างจังหวัดได้ ในที่สุดก็อ้อนวอนจนเพื่อนคนหนึ่งรับสมอ้างให้ว่าจะพาเธอไปเที่ยวบ้านเดิม ซ้ำยังต้องให้แม่ของเพื่อนมาย้ำอีกเป็นการยืนยัน แพรวาจึงได้ไปร่วมค่ายนี้สมใจ

ผู้ชายช่วยกันตอก ช่วยกันเลื่อย ช่วยกันก่อ ส่วนผู้หญิงก็มีหน้าที่บริการ ประสานงาน และอำนวยความสะดวก แพรวาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน พอยกถาดน้ำไปเสิร์ฟเดินหลบท่อนไม้นิดเดียวแก้วน้ำก็ร่วงกระจาย น้ำเจิ่งพื้นปูน โชคดีที่เป็นแก้วพลาสติก แต่โชคไม่ดีที่คนทั้งคณะหันมามอง

ตายแล้ว...

โอ๊ย! ขอโทษ

โชติกยืดตัวขึ้นมาแล้วส่งเสียงดัง ขอโทษที โชไม่เห็น ตั้งใจจะถอยมากะระยะ โทษที มา...โชช่วยเก็บ

แพรวาอึ้ง ใจเต้นโครมคราม ก่อนจะเข้าใจว่าชายหนุ่มทำแบบนั้นเพื่ออะไร เพราะเสียงตำหนิทีเล่นทีจริงตรงไปที่เขา

ขอโทษนะ แพรวากระซิบ หน้าเจื่อน

โชติกฉีกยิ้ม เก็บแก้วมาซ้อนกัน ถ้าไม่ถนัดก็ถือมาเป็นแก้วดีกว่า เดินหลายรอบหน่อยแต่สะดวกกว่า เขาส่งแก้วคืนให้ สงสัยดวงโชจะไม่ถูกกับน้ำนะ เจอแพรถือน้ำทีไรเป็นต้องหกทุกที

ตอนนั้นแพรวาร้อนไปทั้งตัว ความสุขวาบหวามท่วมท้น...

แต่ตอนนี้แพรวามีแต่ความเจ็บปวดทรมาน ไขว่คว้าความอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ไม่ได้อีกแล้ว โชติกอยู่ที่ไหน คนรักของเธออยู่ที่ไหน เขาที่มีรอยยิ้มซุกซน คนที่ทำเธอโมโหและหัวเราะได้พร้อมๆ กัน เขาจากไปแล้วจริงๆ น่ะเหรอ

มอเตอร์ไซค์คันใหญ่แบบนี้ขับยากกว่าแบบทั่วๆ ไปไหมครั้งหนึ่งแพรวาเคยถามโชติกขณะนั่งคุยกัน ซึ่งเขาก็อธิบายว่ามันแตกต่างกันที่เครื่องยนต์ ที่คันใหญ่เพราะเอาตัวถังรถไปไว้ข้างหน้า เธอไม่ค่อยเข้าใจนักแต่พอฟังเขาพูดก็เพลินดี

มันเร่งเครื่องได้เร็วกว่า

จะเร่งไปไหนล่ะ แพรวาถาม

เขาฉีกยิ้ม มองตาแพรวาที่ฉายแววฉงนมากกว่ากวน มันเป็นความรู้สึกของคนชอบรถ ชอบความเร็ว รถแบบนี้สำหรับคนชอบท่องเที่ยว ขับไปต่างจังหวัด ถนนโล่งๆ วิ่งยาวๆ ผ่านภูเขา ไม่ได้ขับไปตลาดแบบมอเตอร์ไซค์แม่บ้าน

หญิงสาวเท้าคาง ก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

ถ้าอยากเข้าใจ มาลองนั่งดูไหมล่ะ เขาถามพลางสบตา

แพรวารู้สึกถึงสายลมเย็นที่ไหลแล่นผ่านร่าง

เขาอ่านใจเธอออกจึงรีบกล่าวชวน วันนี้อากาศดีนะ เหมาะกับการโดดเรียน

หญิงสาวหัวเราะ ตรรกะจากไหนเนี่ย

จากใจมั้ง โชติกเลิกคิ้ว แพรวาหลุบตา เสมองต้นไม้ใบหญ้า

ตกลงว่าจะลองไหม เอาน่า ขาดเรียนวันเดียวไม่ถึงกับติดเอฟหรอก

วันนั้นเธอใส่กระโปรงแคบ พอขยับขึ้นไปนั่งเบี่ยงข้างผ้าสีดำก็ร่นขึ้นไปจนเห็นต้นขาขาวผุดผาดตา แพรวารู้สึกได้ว่ามีสายตาหลายคู่มองอยู่ขณะที่โชติกพาเธอขี่รถออกมาจากมหาวิทยาลัย ไม่รู้จะมีใครสังเกตไหมว่าวันนั้นเธอหน้าแดงเพียงใด

สิ่งที่แพรวาจำได้แม่นจนถึงวันนี้คือแผ่นหลังแข็งแรงที่เธอเบียดพิง ลมเย็นลูบไล้เรียวขา และฝ่ามือชื้นเหงื่อของเธอที่เกาะยึดเขาไว้แน่น กระทั่งมาถึงสวนสาธาณะเธอก็ยังไม่หายเกร็ง รอยยิ้มตื่นเต้นเกลื่อนใบหน้าจนเขาหัวเราะ

เพิ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์เหรอ

แพรวาเงยหน้า นั่งตัวเกร็งซะขนาดนั้น กลัวตกเหรอ อีกฝ่ายยิ้มเขินๆ ทำนองว่าถูกเขาจับได้

รถคันใหญ่เบาะตอนท้ายมันสูง ถ้าแพรมานั่งอีกก็ต้องใส่กางเกง ว้า...งั้นโชคงอดเห็นแพรใส่กระโปรง

หญิงสาวได้แต่เขินอายและบิดมือไปมา ยิ่งเขาพูดก็ยิ่งเหมือนคำจีบขึ้นทุกที

โชติกล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางทะนุถนอมพลางยื่นส่งให้แพรวา เธอมองแล้วทำตาโต

ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น!

เอามาคืน

ไม่ได้เอาไปทำผ้าเช็ดรถแล้วเหรอ

เขายิ้ม ตอนนั้นโชพูดเล่นน่ะ

ผ้าถูกซักสะอาดและรีดมาเรียบร้อย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาแตะจมูก ดูเหมือนว่ามันจะไปอยู่อย่างสมฐานะ แพรวาลูบบนเนื้อผ้า สัมผัสอบอุ่นไหลเวียน ในที่สุดก็ยื่นไปให้เขาอีกที

เก็บไว้เถอะ

โชติกกะพริบตา เหมือนเขาพยายามตีความหมายว่าการที่เธอไม่รับผ้าเช็ดหน้าเป็นเพราะอะไร ไม่ต้องการเพราะมันอยู่ที่เขาแล้วหรือเปล่า เธอรังเกียจที่มันแล้วจะพาลมาถึงเขาด้วยรึเปล่า

แพร...อยากให้โชเก็บไว้

เธอเงยหน้าสบตาเขาได้ไม่นานเพราะความร้อนเผาใบหน้าจนยากจะซ่อนความในใจ ชายหนุ่มเผยอยิ้ม ดวงตาส่องประกายยินดี เขาไม่ได้รับผ้าเช็ดหน้าแต่กุมมือเธอไว้

โช...เก็บเจ้าของผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยได้ไหม

หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง มันทั้งเบา ล่องลอย และเป็นสุข...

ยิ่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกับโชติกแพรวาก็ยิ่งร้องไห้ น้ำตาไหลรินจนหมอนเปียก เธอกุมหน้าอกด้วยรู้สึกเจ็บเหลือเกิน ทุกเวลาทุกสถานที่ตั้งแต่วันแรกพบจนถึงวันนี้ ไม่มีครั้งไหนหลุดไปจากความทรงจำ หากแต่ความทรงจำเหล่านั้นกำลังเผาผลาญเธอให้ทุรนทุรายจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ

 

กริการ์ออกจากห้องดนัย พอกลับมานั่งที่โต๊ะก็วางศอกบนโต๊ะ นั่งกุมศีรษะในท่านั้นอยู่หลายนาทีจนตติยเดินกลับจากห้องน้ำมาเห็น

“เป็นอะไรก้า”

“ปวดหัว” เธอเอนร่างพิงพนัก สีหน้าซีดเซียว

“กินยาหรือยัง เดี๋ยวเตไปเอา...”

“ไม่เป็นไรเต แค่มึนๆ เรื่องงานนิดหน่อย” เธอสูดลมหายใจลึกแล้วถอนหายใจช้าๆ จับเม้าส์ตั้งท่าจะทำงานต่อ

“มีอะไรรึเปล่า เห็นวันนี้พี่ดนัยเรียกไปคุยสองหนแล้วนี่” ชายหนุ่มขยับเก้าอี้มาใกล้ กริการ์เล่าสั้นๆ ว่ามีงานเพิ่มเพราะอินทีเรียร์ชื่อต้นกำลังจะลาออกสิ้นเดือนนี้จึงโอนงานมาให้ และลูกค้าขอแก้แบบทั้งที่เซ็นยอมรับไปแล้ว

“เออ ได้ยินพี่อิ๋วพูดเหมือนกัน แล้วงานใหม่ที่ไหน”

“แต่งคอนโดฯ”

“ไม่ยากนี่”

“แต่ว่ามันต่อเนื่องเลยนะ ทีแรกก้าคิดว่าเดี๋ยวส่งงานให้น้ารตีเสร็จ เหลือแบบอีกที่เดียวก็สบายตัวแล้ว แต่นี่กลับได้มาเพิ่มอีก กลายเป็นสามงานเลยทีนี้” ท่าทางเธอบอกให้รู้ว่าเหนื่อยจริงเพราะแม้แต่อาการหงุดหงิดยังไม่มีออกมา

“แต่ของน้ารตีส่งวันอาทิตย์นี้แล้วนี่”

กริการ์กำลังคิดถึงห้องรับแขกที่เธอจะต้องไปส่งงาน...พอคิดถึงตรงนี้ใจก็สั่นไหว

“เต ขอคุยด้วยหน่อย” ดนัยโผล่หน้าออกมาขัดจังหวะตติยที่กำลังจะคุยต่อ เขาผุดลุกทันที

“ก้าด้วย” ดนัยเรียก

หญิงสาวถอนใจ หยิบสมุดกับดินสอเดินตามตติยไปอย่างหมดแรง

 

อคินเก็บความหงุดหงิดไว้ในสีหน้าเรียบเฉยและฟังพรฟ้าพูดไปเรื่อยๆ

ผู้นำตระกูลหัตถเมธอยากให้เขาเอาเรื่องขยายธุรกิจมาประชุมที่โคราช เพราะอยากให้หัวหน้าโรงงานได้เข้าร่วมด้วย ทั้งที่อคินอยากให้อีกฝ่ายอยู่รวมกันที่บริษัทเขามากกว่า

“ถึงจะเพิ่มเครื่องจักรแต่เราก็จะเพิ่มแรงงานด้วย เพราะเราจะรับนักเรียนจากโรงเรียนสอนทอผ้าเข้ามาเป็นพนักงานเต็มเวลา พอมีงานทำก็จะมีรายได้ ทีนี้ลูกหลานก็จะไม่พากันไปหางานทำในจังหวัดอื่น”

ข้อตกลง...ไม่ว่าจะทำที่ไหนมันก็ยังเป็นข้อผูกมัดอยู่วันยังค่ำ

“ต่อไปนี้ทุกคนคงเห็นคุณอคินมาที่นี่บ่อยๆ ก็ให้คิดว่าเขาเป็นตัวแทนของฉันก็แล้วกัน”

ทุกคนปรบมือ ชายหนุ่มยกมุมปากนิดเดียว

ถ้าข้อตกลงสิ้นสุดแล้ว มันก็จะไม่มีวันหวนย้อนกลับมาเป็นภาระผูกพันอีก

กริการ์คงคิดแบบนี้

วันนั้นอุตส่าห์ได้เจอเธอที่บ้านแล้วเชียว แต่ก็ต้องอารมณ์เสียที่เห็นผู้ชายคนนั้นเดินตามก้นต้อยๆ เหมือนเด็กติดแม่ ทำให้เขาเกิดอยากเล่นเป็นเด็กขึ้นมาบ้าง ข้อความที่ส่งถึงหญิงสาวคือการท้าทายต่อชายคู่แข่ง ถึงจะอยู่ตรงนั้น ระแวดระวังขนาดนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้น...เป็นของเขา

เมื่อเธอยืนยันด้วยการตอบรับกลับมา

ชัยชนะงี่เง่า อคินก่นด่าตัวเอง

“คินจ๊ะ”

เขาขยับกาย “ครับ”

คนอื่นๆ เดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว เหลือแต่พรฟ้ากับเพียงดาวซึ่งลุกไปเลื่อนประตูปิด แสดงให้เห็นว่ามีเรื่องอยากคุยเป็นการส่วนตัว

“เรื่องน้องแพร” เพียงดาวเริ่ม “ตอนนี้หมอให้น้องมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าอีกไม่เกินสองเดือนก็น่าจะหายดี”

ชายหนุ่มนั่งนิ่ง เพียงดาวหันไปสบตากับพรฟ้าซึ่งนั่งตัวตรงเช่นกัน

“ย่าจะหาฤกษ์ให้ใหม่ เพราะฉะนั้นย่าอยากให้อคินช่วยขอน้องแพรแต่งงานอีกครั้งนะ

 

 

8.1.18
สามารถติดตามดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องและตอนพิเศษได้ทึ่

 https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #738 darika-grammy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 10:21

    ยังคิดจะให้แพรแต่งงานกับอคินอีกนะ

    #738
    0
  2. #590 ศกุนิชญ์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 09:53
    บอกได้คำเดียวว่า "ด้าน" มากค่ะ ครอบครัวนี้
    #590
    0
  3. #499 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 14:21
    อ่านตอนนี้แล้วเคือง
    #499
    0
  4. #371 MU @ Club (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 12:41

      โอ๊ย...!! ยัยคุณย่ากับนังเพียงดาวนี่, ช่างกล้าพูดเนาะ(ให้ขอแต่งงานอีกครั้ง)

      คุณคิน จะพูดรึเปล่าล่ะ หรือถ้ายอมพูดโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไรนะ

      ก็ โค-ตะ-ระ โ... ของแท้เลยล่ะ ใช้สมอง(บน)คิดด้วยนะคุณคิน

      สมองส่วนล่างเค้าเอาไว้เดินกันค่ะ(เคืองอย่างแรงส์ พออ่านประโยคสุดท้ายเสร็จ)

      ทุกสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้เป็น "น้องแพร" จนเติบใหญ่จนได้มาเป็น "เมีย" โชติก

      มันสวยงาม และเลอเลิศมาตลอดชีวิตอยู่แล้วนี่

      ให้สัมผัสกับความเจ็บปวดซะบ้าง เป็นประสบการณ์ของชีวิต

      ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิตเนาะ ถ้ามองให้ชัดๆ แล้วล่ะก็

      น้องแพร นี่เป็นคนที่สมบูรณ์ไปด้วยทุกสิ่งค่ะ

      ชัดเจนในแง่ของความต้องการของตัวเอง(เหมือจะถูก คุณยาย, แม่)

      บงการให้ทำโน่นนี่..มาโดยตลอดชีวิต

      แต่..น้องแพร กลับมีความคิดเป็นของตัวเอง

      และเก็บซ่อนไว้ภายใต้บุคลิกของความโอนอ่อนผ่อนตาม

      แต่แท้จริงแล้ว คือการคิดกบฎดีๆ นี่เอง

      ผิดกับ"นู๋ก้า"ค่ะ อาจจะเพราะชีวิตขาดๆ แหว่งๆ

      ที่ต้องเอาความใจกล้าก๋ากลั่น มาปกปิดความหวาดหวั่นในใจ

      นู๋ก้า ทำตัวเปรียบสเหมือน"หอย"เลยค่ะ ทุกย่างก้าวก็ค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ เดิน

      เหยียบหนาม หินทิ่มตำ ก็ถดถอยเข้าเปลือกไปรักษาบาดแผล(ใจ)

      ด้วยสภาวะข้างในมีแต่ส่วนที่อ่อนไหวต่อสิ่งต่างๆ

      การอยู่ในโลกของตัวเอง ดูจะเป็นการที่ไม่เจ็บปวดสุดละ

      รีดเดอร์สัมผัสได้เยอะสุดๆ ของนู๋ก้า คือ.."ความเหงา" ค่ะ

      สิ่งที่ นู๋ก้า โหยหาที่สุดคือ.."ครอบครัว"

      และคนที่จะทำให้ครอบครับของนู๋ก้า เป็นจริง และมีสุขหรือทุกข์ที่แท้จริงจริงได้

      คือผู้ชายที่ชื่อ "อคิน" เท่านั้นค่ะ
              

    #371
    0
  5. วันที่ 14 มิถุนายน 2554 / 22:27
    โหห ทำได้งัย ใครมันจะแต่ง คนรักตัวเองพึ่งตาย เห็นแก่ตัวอ่ะ .. ใส่ตระกร้าล้างน้ำ?? ... อคินก็..ไม่ไหวเลย ..สงสารนางเอกทั้งสองอ่ะ :(
    #122
    0
  6. #120 มาใหม่ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2554 / 17:17
    สนุกมากเลยค่ะอัพไวๆนะค่ะ

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ลุ้นตลอดๆเลย

    อินจัดเป็นบางตอนนํ้าตาไหลนิดๆ

    สงสารก้า อคินจะรู้ใจตัวเองเมื่อไหร่

    น้องก้าจะไม่ไหวแล้วนะฮือๆๆๆ
    #120
    0
  7. #119 ทิวาวาร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2554 / 00:56
    ถ้าก้าท้อง พี่คินจะทำไงน๊าาาา ....

    รอค่ะ ลุ้นๆ กำลังเข้มข้น มาต่อนะค่ะ ^^
    #119
    0
  8. #118 tuatoto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 20:47
    เราว่าคินไม่ตายยย เเต่คนที่จะตายคืออคินๆๆๆ ลองเเต่งงานใหม่ซิ ตายเเน่!!! 555555555 ปล ก้าฝากมานะ อิอิ
    #118
    0
  9. #117 che_ii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 09:56
    ว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นจนกว่าจะได้คำตอบจากเฮียคิน 
    แต่อดทนได้คืนเดียว  55555+ ไม่ไหว ต้องระบายหน่อย
    ประโยคสุดท้ายนี่ทำเราหลอนมากเลย  กะว่าจะรอคำตอบเฮียก่อนอ่ะ 
    เพราะจากบุคลิกของเฮียคินที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่สุด
    ห่างไกลคำว่าพระเอกนิยายไปนิดหน่อย ไร้หัวใจ ตูและประโยชน์ส่วนตนสำคัญที่สุด 
    เฮียน่าจะเสาะหาความจริงก่อนตอบ  ไม่ใช่ว่าเพื่อธุรกิจ 
    จะเป็นยังไงไม่สน  ok.  โลดอย่างเดียว 
    และโดยศักยภาพอย่างเฮียแกน่าจะสามารถค้นหาเรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก 
    ไม่ใช่ให้ผู้หญิงแก่ๆ 2 คนโกหกแบบไหนก็ได้  มันเข้าข่ายจูงจมูก 
    และเชื่อว่าเฮียแกจะไม่เป็นแบบนั้น (หรือเปล่า ??) 
    และในเรื่องของโช  น่าจะ (ความเชื่อส่วนตัว )  ยังไม่ตาย 
    แต่อาจจะเกิดจากหญิงแก่ใจแคบ 2 คนนี่อีกเช่นกัน  
    เพราะแค่พ่อแม่บอกว่าเผาไปแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานนี่  อันนี้นี่  เป็นแผนของ อุธิยา ป่าวเอ่ย  ???? 
    อิอิ  สาธุ  เป็นแบบนั้นที
        

    ปล.  สงสัยอินมากไปเรา  คงต้องเพลาๆลงหน่อยแล้วหล่ะ  ว่าจะไม่แล้วเชียว 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 มิถุนายน 2554 / 09:59
    #117
    0
  10. #116 pittanan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 03:15
     ยัยคนย่า กับอา จะเห็นแก่ตัวไปไหนฟะ

    สงสาก้าจัง อิพะเอกก็โง่ โอ๊ยย ไม่ได้ดั่งใจเลยยยยย
    #116
    0
  11. #115 cactus (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 23:48
    ยายกับแม่นี่เห็นแก่ตัวสุดๆอ่ะ แพรวาด้วยนะตั้งแต่แรกเลย หึ่ม กะลังอินจัดจัด
    #115
    0
  12. #113 「น้ำแกง」 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 21:48
    สงสารก้ามากๆเลยอะไรเตอร์จ๋า ช่วยก้าด้วยนะๆ
    #113
    0
  13. #112 jin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 21:27
    I like Ka and would like to support her too ka.

    I think the readers, including me, didn't feel pity for Prae because her actions (and intention) throw the fault to Ka. Moreover she already has her selfish mum and grandmum as her strong supporters, but Ka has no one na. Although Khun Ratee like her, she can't do anything that much (as those two thicken-face old ladies do). I feel more pity to Chotic instead la. Did he really die? oh no T T

    Now I hope Prae would be brave and good enough to confess all the truth to Akin na. If she still acts as nothing happened and still will be Akin's bride. I don't think she deserve any pity la. Am I too cruel? 555

    Anyway, I always like Ka naka. I think it's better that she step out this time na. I like children, but I don't want Ka to be pregnant now leay ka. Poor her.



    I like your story naka, so my first comment is so long 555
    #112
    0
  14. #111 MBA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 20:12
    ก้าจงท้อง ก้าจงท้อง ก้าจงท้อง โอมมม เพี๊ยงงงงง
    #111
    0
  15. #110 tabo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 20:03
    อย่าบอกว่าท้องนะ >_<



    ปล.เง้อ โช ตายจริงเหรอ
    #110
    0
  16. #109 ทิวาวาร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 17:00
    พี่อคิน จ้า...คิดถึงเด้ ๆ
    #109
    0
  17. #108 theiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 13:38
    สวัสดีค่ะไรเตอร์ เพิ่งมีโอกาสได้มาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ สนุกมากค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะไรเตอร์
    #108
    0
  18. #107 Naiad['s] (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 13:19

    สงสารก้ามากๆ

    ก้าท้องหรือเปล่าค่ะ?



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มิถุนายน 2554 / 13:22
    #107
    0