เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 16 : 16 ความรักของแพรวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60


 

16

 

ขอบคุณค่ะ

กริการ์หันไปยิ้มให้เภสัชกรก่อนจะผลักบานประตูกระจกออกมาจากร้าน ตั้งท่าจะก้าวยาวๆ กลับออฟฟิซ แดดแรงจนต้องหยีตา สมองคิดอะไรไปเรื่อย พรุ่งนี้วันเสาร์ ถ้าไปเก็บของที่บ้านนั้นเจ้าของบ้านคงไม่อยู่ แต่ก็ไม่แน่ บางที...

ก้า

เธอสะดุ้ง เงยหน้ามองเห็นตติยกับเจมส์ สองหนุ่มถือถุงจากร้านสะดวกซื้อและแก้วกาแฟ สายตาหนึ่งในสองมองของที่เธอถือ กริการ์ดึงหลบไปข้างหลัง

“มาร้านขายยา ก้าเป็นอะไรเหรอ”

ตาไวจริงกริการ์คิด “เอ่อ ก็...ก็ไม่สบายน่ะสิ ใครจะมาร้านขายยาเพราะอยากมากันล่ะ” เธอตอบพลางออกเดินนำหน้า ตติยก้าวตาม

“ก็แล้วเป็นอะไรล่ะ”

“ทั่วๆ ไป ปวดหัว”

“ยาที่ออฟฟิซก็มีไม่ใช่เหรอ” ดูเหมือนตติยจะติดใจ กริการ์ขมวดคิ้ว

“ก็มัน...เจ็บคอ ก็อยากซื้อกินเองมีอะไรไหมล่ะ สงสัยอะไรนักหนานะเตนี่!” เธอสะบัดเสียงแล้วเดินจ้ำพรวดๆ ทิ้งระยะห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ตติยหันมาทางเพื่อนทำนองขอความเห็นว่าเขาพูดอะไรผิด แต่เจมส์โคลงศีรษะแทนคำตอบ

 

แพรวาได้ยินเสียงตะโกน เสียงเรียกชื่อ สติเลือนรางรับรู้ว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน เธอได้ยินเสียงตัวเองกรีดร้องและรู้สึกเหมือนมีใครจับตัวเธอ เพียงแค่นั้นเธอก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกเลย

 

เสียงและภาพการปะทะกันต่อหน้าต่อตาทำให้ชายหนุ่มที่ขับรถตามมาตกตะลึง เขามองเห็นคนขับกระบะเปิดประตูออกมาแล้วรีบวิ่งไปยังบริเวณที่รถมอเตอร์ไซค์ลื่นไถลตกลงไป มองซ้ายมองขวาแล้วกุมศีรษะ ทำให้สติสัมปชัญญะของเขากลับมา จึงรีบลงจากรถวิ่งไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

คนขับรถกระบะตื่นตระหนก ปฏิเสธปากคอสั่นว่าไม่ได้ตั้งใจ เขาต้องบอกว่าตนเองเป็นพยานให้ได้ว่าหนุ่มสาวสองคนผ่าไฟแดงอีกฝ่ายจึงพอสงบลงได้บ้าง

“รีบโทร. แจ้งตำรวจหรือโรงพยาบาลที ผมไม่รู้เบอร์ เร็วเข้า!

อีกฝ่ายลนลานคว้าโทรศัพท์มากดผิดกดถูกจนเขาหงุดหงิด เขาวิ่งไต่ลงไล่ทางมาตรวจดูสภาพคนเจ็บ ถอยออกมายืนแล้วรีบกดโทรศัพท์อย่างหัวเสีย บ้าเอ๊ย!

 

อะไรนะ!

เพียงดาวกรีดร้องและมือที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็พลันอ่อนลงจนเครื่องมือสื่อสารล่วงลงบนตัก หน้าซีดเผือดราวกระดาษทันควัน พรฟ้ารีบเขย่าตัว

“อะไร เกิดอะไรขึ้น ดาว!

แววตาเพียงดาวเหมือนไม่รับรู้อะไร “นะ...น้องแพร เกิดอุบัติเหตุ รถ...ชน”

คนฟังเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นปิดปาก แล้วร่างก็อ่อนระทวยคอพับไปกับเบาะ เพียงดาวตั้งสติได้ร้องเรียกเสียงหลง

“คุณแม่!

ทั้งหมดอยู่ระหว่างทางออกจากหมู่บ้านที่เพิ่งไปเยือน นักสืบโทร. มาแจ้งแล้วหนหนึ่งว่าเขากำลังติดตามรถมอเตอร์ไซค์ไปเส้นทางไหน แต่พอเขาติดต่อมาอีกทีกลับกลายเป็นข่าวร้าย

“คุณแม่คะ คุณแม่!

เธอเขย่าร่างอีกฝ่ายน้ำตาคลอ  ลูกสาวหายจากอ้อมอกไม่พอ คนเป็นแม่ก็พานจะเป็นอะไรไปอีกคน เพียงดาวคว้ายาดม พัด หรืออะไรก็ตามที่จะช่วยบรรเทาอาการหมดสติ

“เอายังไงดีครับ” คนขับถาม น้ำเสียงเขาร้อนใจไม่แพ้กัน

“ไปโรงพยาบาลสิ! แต่...” เพียงดาวชะงักเมื่อนึกถึงแพรวา เธอคว้าโทรศัพท์มากดโทร. ออก

“รถพยาบาลกำลังจะมา แพรวายังมีชีวิตอยู่แต่หมดสติ เดี๋ยวผมโทร. บอกอีกทีว่าที่ไหน” นักสืบรายงานโดยที่ไม่ต้องถามแล้วเขาก็วางสายไป

เพียงดาวหายใจสะดวกขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ฟังแต่ยังไม่อาจวางใจ เธอกุมหน้าผาก อยากจะร้องไห้ แต่ตอนนี้เธอทำแบบนั้นไม่ได้ คนขับรถก็กระสับกระส่ายรอคำตอบ

“ขับไปเรื่อยๆ ก่อน เดี๋ยวจะบอกอีกที”

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ เพียงดาวรู้สึกใจจะขาด เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมลูกสาวเธอต้องมาประสบเหตุเช่นนี้ด้วย ความหวังเดียวอยู่กับนักสืบที่เธอเคยเหม็นขี้หน้าเพราะท่าทางจองหองของเขา แต่มาตอนนี้เธอได้แต่อธิษฐานว่าเขาคงจัดการอะไรต่อมิอะไรให้แพรวาได้

แพรวาต้องไม่เป็นอะไร ลูกแม่!’

 

ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถกริการ์เกิดความลังเล ที่เธอเลือกมาบ้านสวนวันนี้เพราะรู้ดีว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับอคินให้อึดอัดใจ หากอีกใจกลับหวังลมๆ แล้งๆ ว่าชายหนุ่มอาจจะอยู่ รอหากพอแตะบานประตูแล้วพบว่ามันถูกล็อกอยู่เธอก็แน่ใจว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่เป็นจริงเท่านั้น และเธอก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องมาเจอกันด้วยความจำเป็นอะไรอีก

ไม่ต้องกังวลหรอก เรื่องระหว่างเรามันก็แค่ข้อตกลงชั่วคราวเท่านั้น เจอน้องแพรเมื่อไรก็เป็นอันจบ

เพราะเรื่องทั้งหมดอธิบายได้ด้วยเหตุผลนี้ เขาเจอแพรวา เจอตัวจริง ตัวแทนอย่างเธอมันก็หมดความหมาย คำพูดรั้งหรืออ้อนวอนสักนิดก็ไม่มี คนใจดำ

รอยยิ้มกับแววตาของอคินเหมือนเข็มทิ่มใจกริการ์จนเจ็บจี๊ด คำพูดของเขา สัมผัสของเขา ท่าทางของเขาเวลาได้ยินชื่อตติย...ทุกการกระทำของเขา

ทำไมต้องเจอแพรวาตอนนี้ด้วยนะ

กริการ์ขอบตาร้อนจัด เธอหายใจเข้าลึกๆ สะบัดศีรษะ ไม่นะ เธอจะต้องไม่แสดงความรู้สึกอะไรโง่ๆ เด็ดขาด เธอพร่ำบอกตัวเองมาตลอดทั้งคืนว่าต้องยอมรับให้ได้...ต้องรับให้ได้

หญิงสาวไขกุญแจเข้าไป แล้วรีบเก็บกวาดข้าวของทุกอย่างของตนเองเพราะอยากใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อไปจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็ว เธอไม่อยากให้กลิ่นอายและภาพของวันวานที่มีร่วมกับอคินย้อนกลับมาทำให้ไขว้เขวหรือลังเลอีก

เธอเปิดตู้ รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่พบว่าเสื้อผ้าตนเองมีเยอะกว่าที่คิด แต่ไม่กี่นาทีต่อมามันก็ถูกม้วนลงกระเป๋าพร้อมกับเครื่องใช้ต่างๆ แม้แต่ขวดครีมอาบน้ำเธอก็คว้ามาด้วย ไม่อยากถูกต่อว่าลับหลังว่าทิ้งขยะไว้ให้เจ้าบ้านเก็บ

กริการ์ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที รถญี่ปุ่นสีเขียวก็แล่นออกไป ความจริงอคินยังไม่ได้เอ่ยปาก และเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แต่จะให้เธอทนรอถึงวันที่แพรวาเดินเข้ามาได้ยังไง

ถ้าจะมีอะไรที่ถูกลืมทิ้งไว้ที่นี่ ก็คงเป็นหัวใจ...ที่เธอรั้งมันกลับไปด้วยไม่ได้เลย

 

เพียงดาวผุดลุกผุดนั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัดร่วมสามชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่แพรวาถูกเข็นเข้าไป พรฟ้านั่งอยู่บริเวณม้านั่ง ในมือถือยาดม สีหน้าซีดเซียวและวิตกกังวลเช่นกัน ส่วนนักสืบหลังจากเล่าเหตุการณ์ให้นายจ้างทั้งสองฟังสั้นๆ ก็ถอยออกมานั่งกุมมือเงียบ ถึงไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลยแต่เขาก็ไม่ชอบความตาย

ประตูถูกเปิดออก เพียงดาวถลาไปก่อนใคร

“คุณหมอคะ ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ ปลอดภัยใช่ไหมคะ คุณหมอ!

หมอวัยราวสี่สิบถอดหน้ากากสีเขียวออก ท่าทางคุ้นชินกับการรัวคำถามของญาติคนเจ็บ เขาอธิบายช้าๆ

“โดยทั่วไปคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ศีรษะแตก สมองอาจจะได้รับความกระทบกระเทือน คงต้องดูอาการอีกที”

พรฟ้ากุมหน้าอก เช็ดน้ำตา

“นอกจากนี้ยังมีอาการบาดเจ็บอื่นๆ ด้วยนะครับ กระดูกหัวไหล่ร้าว เดี๋ยวญาติสอบถามรายละเอียดจากพยาบาลได้ครับ”

เพียงดาวพยักหน้า ยังไม่หายกังวล “เอ่อ...แล้วถ้าฉันจะย้ายลูกไปโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ได้ไหมคะ”

หมอย่นคิ้วเล็กน้อย “คงต้องรอให้คนไข้ฟื้นก่อนนะครับ อย่างที่ผมบอก คงต้องดูอาการทางสมองอีกเล็กน้อยด้วย” คนฟังพยักหน้าอย่างเข้าใจ หมอทำท่าจะเดินไปแต่นึกขึ้นได้

อ้อ! ส่วนคนเจ็บอีกคน...” หมอกล่าวอธิบายอาการของโชติก

หลังจากร่วมฟังผลแล้ว นักสืบก้าวไปหาผู้เป็นนายจ้างเพื่อกล่าวสรุปและขอตัว เพียงดาวได้แต่พยักหน้า จนอีกฝ่ายเดินลับตาไปจึงได้คิดขึ้นได้ว่าตนลืมคำขอบคุณ

“ไม่เป็นไรดาว” พรฟ้าแตะมือลูกสาว “มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะบอกพ่อแม่เจ้าหนุ่มนั่นยังไง”

คนเป็นลูกนึกขึ้นได้ มองหน้าอีกฝ่ายด้วยอาการอึดอัดใจ

 

กริการ์กลับมาถึงห้อง พอขนทุกอย่างขึ้นมาเก็บไว้ก็หมดแรงทิ้งตัวนอนบนเตียง เธอลืมตามองเพดานอย่างเหม่อลอย ห้องนี้คือสถานที่ซึ่งจิตใจจะปลอดภัย สามารถแสดงความรู้สึกเปลี่ยวเหงาได้โดยไม่ต้องซ่อนเร้น เป็นโลกส่วนตัวที่เธอหวงแหนแม้แต่ตติยยังไม่เคยได้ย่างกรายเข้ามา

บัดนี้กลับเหมือนทุกอย่างดูไม่คุ้นชินเช่นที่เคย ราวกับเครื่องเรือนทุกชิ้นกำลังจ้องมองมาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม

เธออยากได้กลิ่นหอมของดิน เสียงเหยียบใบไม้แห้ง สีผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน อยากนั่งโต๊ะอาหารตัวนั้น ใช้ครัวที่มีพื้นที่กว้างๆ ยืนมองใครบางคนถือกระทะ

กริการ์ปิดหน้า พอหลับตาภาพกลับยิ่งชัด เจ็บ...มันต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันนะถึงจะลืมได้

ติ๊ด...

เธอพลิกตัว มือควานเครื่องมือสื่อสารจากกระเป๋า หน้าจอขึ้นชื่อเพื่อนสนิท ใจหนึ่งอยากอยู่คนเดียว หากอีกใจก็ทนความอ้างว้างไม่ได้ ในที่สุดก็กดรับ

“ว่างไหม ออกไปหาอะไรกินกัน”

จริงสินะ เธอยังติดหนี้เขาอยู่

 

รตีช่วยคนงานขนเฟอร์นิเจอร์บริเวณห้องรับแขกเพื่อรอรับช่างที่จะเข้ามาตกแต่งใหม่ เธอเก็บอัลบัมใส่กล่องพลาสติก กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงผล็อยลงมา เธอหยิบขึ้นมาดู

มันเป็นภาพวาดด้วยสีไม้ ดูจากฝีมือคนวาดวัยไม่น่าเกินวัยรุ่น ภาพเด็กผู้หญิงถือลูกบอลทรงกลม สีแดงส่องประกายเจิดจ้าชวนให้คิดถึงดวงอาทิตย์ รตีแปลกใจที่มันมาอยู่ที่นี่ พอกลับไปเปิดอัลบัมนั้นดูประกอบกับลายมือที่ลงไว้ส่วนล่างของกระดาษก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างตื่นเต้น

 

แพรวาเห็นแสงจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้น เธอรู้สึกว่ามีแรงกดหนักหน่วงไปทั้งตัว เห็นใบหน้าใครบางคนลอยเข้ามาสลับกัน เสียงพูดเซ็งแซ่แต่การรับรู้เลือนราง

“น้องแพร น้องแพรนี่แม่นะ เป็นยังไงบ้าง แม่กำลังพาหนูเข้ากรุงเทพฯ อดทนหน่อยนะ ได้ยินแม่ไหมน้องแพร”

แม่...

“ฤทธิ์ยายังอยู่ คนไข้ยังไม่รับรู้หรอกครับ”

“น้องแพร”

แม่...

แพรวาเจ็บจี๊ดที่ศีรษะ แสงสว่างหายวาบไป หญิงสาวดำดิ่งสู่ความมืดยาวนาน

 

กริการ์นั่งทำงานเงียบๆ มีแบบที่ต้องเขียนให้เสร็จภายในวันพุธสองชิ้น ตลอดช่วงเช้าเธอจึงแทบไม่ได้พูดคุยกับใคร ตติยชำเลืองมาทำนองอยากสนทนาแต่พอหญิงสาวตอบคำขณะที่เขาถามสามคำ จึงต้องถอยฉาก

หงุดหงิด!

ตั้งแต่เห็นสายตาของอคิน จิตใจของตติยยิ่งขุ่นมัว จากเดิมก็ไม่ปกติอยู่แล้วกับท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนสาวคนสนิท เหมือนนักบอลที่ล้มแล้วถูกคู่ต่อสู้เหยียบซ้ำ

แววตาแบบนั้น ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกก็ตัดสินไปในทางเดียวกัน นั่นคือมองผู้หญิงคนหนึ่งอย่างถือครอง และผู้หญิงคนนั้นคือกริการ์ คนที่เขาชอบเสมอมา

ผู้ชายซึ่งได้ชื่อว่าเป็นน้องเขยของเธอเนี่ยนะ

ติ๊ด...

โทรศัพท์บนโต๊ะทำกริการ์สะดุ้งเล็กน้อย เธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอกดรับ

“ค่ะ คุณน้า”

“ยายก้า หายไปไหนตั้งหลายวัน โทร. ไปก็ไม่รับ หนีเจ้าหนี้หรือไงจ๊ะ” รตีทักเสียงสดใส

กริการ์หัวเราะเจื่อน “ขอโทษค่ะ ก้ามีงานเร่งนิดหน่อยต้องใช้สมาธิเลยปิดเครื่องไว้ คุณน้ามีอะไรคะ งานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เธอนึกขึ้นได้ว่าระหว่างกันมีความสัมพันธ์เรื่องงานอยู่ วันอาทิตย์เธอปิดการสื่อสารทั้งวันเพื่อทำแต่งานจริงๆ เธอทำงานหนักเพื่อที่สมองจะได้ลืมเรื่องอะไรต่างๆ

“งานไม่มีปัญหา แต่เธอนั่นแหละกำลังมีปัญหา”

กริการ์แทบจะได้ยินเสียงธนูพุ่งมาปักอกตัวเอง รตีไม่เคยเดาอะไรผิดเลยสักครั้ง

“วันนี้ว่างหรือเปล่า กินข้าวกัน น้ามีเรื่องจะบอกก้าด้วย”

สมองกริการ์ตื่นตัว “เอ่อ...ตอนเย็นได้ไหมคะ ก้ามีงาน กลางวันปลีกตัวไม่ได้” อีกฝ่ายตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไข หลังจากที่นัดแนะเสร็จสรรพเธอก็วางสายไปและหันมาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ รู้สึกว่าถูกจับจ้องด้วยสายตาคู่หนึ่งจึงหันมา ตติยขยับตัวเบนหน้ากลับไปที่โต๊ะตนเองบ้าง กลืนคำขอตามติดไปด้วยลงคอไปอย่างขี้ขลาดผิดปกติ

 

เธอไม่ได้อยู่ที่บ้านสวนแล้วเหรอ

กริการ์เขี่ยมะกะโรนีพลางคิดว่าในโลกนี้มีอะไรจะหลุดรอดสายตาของรตีไปได้บ้าง คราแรกก็รู้สึกดีที่อีกฝ่ายเข้าใจความรู้สึก ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าการถูกอ่านออกทุกการกระทำมันทำให้สบายใจหรือเปล่า

รตีรู้ว่าคู่สนทนาเงียบไปแบบนี้แสดงว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ “น้าติดต่อก้าไม่ได้เลยเลยแวะไปหา ไปเจอบ้านล็อก” เธอเม้มริมฝีปาก

“เพราะก้าคิดว่าแพรวากลับมาก็เลย...”

หญิงสาววัยอ่อนกว่ายังคงไม่เอ่ยตอบ ข่าวระหว่างเครือญาติกระจายได้รวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าเป็นความต้องการของเพียงดาว คนที่พร้อมจะเขี่ยเธอให้พ้นทางอยู่แล้ว

“ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้น น้องแพรเขาอยู่โรงพยาบาลอยู่เลยนี่”

“อะไรนะคะ!

“ก็...อ้าว ก้าไม่รู้เหรอ” ท่าทางงงันกันไปทั้งสองฝ่าย “น้องแพรประสบอุบัติเหตุถูกรถชน เผอิญว่าคุณภพเขาโทร. หาคุณพรฟ้าเรื่องงานเลยรู้ว่าสองแม่ลูกเขาตามเจอน้องแพรที่ชุมพร” รตีบอก

กริการ์ตกตะลึง “แล้วเป็นอะไรมากไหมคะ”

“ก็ปลอดภัยแล้วนะ เห็นว่ากำลังย้ายเข้ามาโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ น่ะ”

คำถามที่ผุดขึ้นถัดมาในใจคนฟังคือ อคินรู้เรื่องแล้วหรือเปล่า เธอยิ่งพูดไม่ออก รู้สึกเสียใจ ตกใจ และกลับมาเป็นเสียใจอีก เธออ่านความรู้สึกตัวเองได้ไม่ทัน ไม่หมด ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วและทำให้เธอสับสน

“แล้วเธอจะทำ...”

“คุณน้าคะ” กริการ์รีบขัด อีกฝ่ายตกใจ เธอยิ้มแหยขอโทษ “อย่าถามคำถามนี้ได้ไหมคะ มันไม่จำเป็นต้องถามเลย”

รตีขมวดคิ้วถาม “ทำไม”

“ก็ก้าเลิกแล้ว ออกมาแล้ว”

“แค่นี้เองเหรอ” ดูเหมือนน้ำเสียงอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนโทน

“ก็ตัวจริงเขากลับมาแล้วจะให้ก้าทำยังไงล่ะคะ ใครเขาจะมองว่าก้าแย่ง...”

“นี่!” คนวัยมากกว่าตบโต๊ะ คราวนี้กริการ์สะดุ้งบ้าง “เธอก็เหมือนกัน อย่าพูดบทเป็นนางเอกละครหน่อยเลยน่ะ เธอก็รู้ว่าการที่น้องแพรหนีไปก็แสดงว่าไม่ได้อยากแต่งงานกับอคิน” รตีเว้นจังหวะ

น้องแพรนั่นแหละจะมาแย่งของของเธอ

คนฟังนิ่งงัน รตีชะงักตนเอง รู้สึกตัวว่าพูดเลือกข้างมากไป

“น้าก็หมายถึงสิ่งที่น้าเห็นน่ะ”

กริการ์ถอนหายใจ รู้อยู่ว่าน้องสาวของเธอไม่ได้เต็มใจจะแต่งงาน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะเรียกร้องอะไรได้อยู่ดี

“น้าเคยถามก้าว่าอยากให้คนอื่นมาควบคุมชีวิตหรือจะลงมือบงการชีวิตตัวเองตามที่ใจต้องการ ก้าจำได้ไหม”

หญิงสาวพยักหน้า

“ไม่ต้องตอบน้า ตอบตัวเอง ถึงน้าจะไม่ได้พูดคุยกับน้องแพรมากนัก แต่น้าก็รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่าน้องแพรมีพลังที่พร้อมจะทำตามความปรารถนาของตัวเองให้ได้ พูดตรงๆ นะ น้าชอบคนแบบนั้น คนที่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง”

คนฟังได้แต่นิ่งฟัง

“นั่นหมายถึงเธอต้องรู้ว่าขอบเขตที่ตัวเองทำได้มากน้อยแค่ไหน”

แววตากริการ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอกลั่นกรองคำพูดของรตีลงในจิตใจที่แห้งผาก

รตียิ้มในใจ อีกฝ่ายเหมือนนักมวยโดนหมัด มึนและงงจนเดินปัดเป๋ต้องดึงเข้ามุมและให้น้ำสักนิดจึงจะฟื้นตัวไปขึ้นสังเวียนต่อ เธอนึกถึงภาพวาดที่เจอ รอจังหวะอีกสักนิดมันจะกลายเป็นตัวช่วยชั้นดีได้

 

เพียงดาวใช้มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู มืออีกข้างใช้จดสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ข้างกายมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เธอทำนั่นทำนี่ไม่หยุดนับตั้งแต่ติดต่อกับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพื่อย้ายแพรวามารักษาที่ห้องพิเศษโดยจ้างพยาบาลมาคอยดูแล ส่วนตัวเธอเองก็หอบงานที่บริษัทมาทำจนดูวุ่นวาย

พรฟ้านั่งอยู่ใกล้ๆ เวลาเพียงไม่กี่วันเพิ่มริ้วรอยความกังวลจนเห็นได้ชัด หญิงสูงวัยมองร่างหลานสาวบนเตียง ศีรษะพันด้วยผ้าก๊อซสีขาว ใบหน้าแทบไม่มีสีเลือด อาการของแพรวาพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือแค่รอให้หมดฤทธิ์ยาสลบ สายน้ำเกลือต่อเข้าที่แขนซ้ายซึ่งเป็นข้างเดียวกับที่หมอแจ้งว่ากระดูกหัวไหล่ร้าว

พรฟ้าลุก ขยับเก้าอี้ไปนั่งข้างเตียง เพียงดาวมอง

“แม่อยากดูน้องแพรใกล้ๆ” พรฟ้ากล่าว อีกฝ่ายยิ้ม แล้วหันไปสนใจกับตัวเลขตรงหน้าเหมือนเดิม

ผู้เป็นยายเอื้อมมือไปแตะแก้มหลานสาว ลูบฝ่ามือเบาๆ หวังให้ความอบอุ่นส่งผ่านให้อีกฝ่ายบรรเทาความเจ็บปวดและฟื้นสติเร็วๆ

เหตุการณ์ทั้งหมดน่าจะเป็นไปตามที่เธอวางแผนไว้ แต่ปัญหากลับเริ่มต้นเมื่อหลานสาวไปหลงรักชายหนุ่มคนอื่นซึ่งเธอไม่ได้เลือกให้ และเกือบจะนำมาซึ่งเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

พรฟ้าหรี่ตา ประวัติศาสตร์มันมักจะซ้ำรอยเดิมเสมองั้นหรือ

ตอนนั้นเธออยู่หน้าห้องผ่าตัด รอฟังผลด้วยใจระทึก ตอนที่หมอบอกอาการของทอง สามีซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ว่ากระดูกสันหลังหักทับเส้นประสาท มีผลให้เป็นอัมพาตครึ่งตัว เธอแทบล้มทั้งยืน เพียงดาวกับพี่น้องต้องช่วยกันพยุง

คุณแม่!’

ชายคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามา เธอหันไป กรกฤต เขามีสีหน้าตื่นตระหนกปนเหนื่อย โทสะพุ่งปรี๊ด เธอปราดเข้าไปหา ฟาดฝ่ามือที่แก้มดังฉาด ทุกคนตกตะลึง

เพราะแก! เพราะแกคนเดียว พ่อแกถึงได้เป็นแบบนี้ สมใจแล้วใช่ไหม พ่อแกเดินไม่ได้อีกแล้ว ดูซะสิสิ่งที่แกเป็นคนทำ ผลที่แกทำ ดูซะกฤต!’

เธอควบคุมตัวเองไม่ได้ จำได้ว่าญาติๆ พากันกันถอยออกห่างรวมทั้งหมอที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วย กรกฤตอึ้ง ตาแดงแต่ไม่ได้ร้องไห้ เขาได้แต่ยืนหายใจถี่ๆ พยายามรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกัน

คุณพ่อ...

ดีแค่ไหนแล้วที่พ่อแกไม่ตาย ทั้งหมดนี่มันเป็นเพราะแก รู้ไว้ซะด้วย!’

คุณแม่คะ เสียงเพียงดาวเรียกอย่างหวั่นเกรง

ไปให้พ้นเลยนะกฤต! แกจะไปกับเมียคนไหนยังไงของแกก็เชิญเลย แกทำให้พ่อแกเป็นแบบนี้ ทำให้สามีฉันเป็นแบบนี้!’ นั่นคือคำสุดท้ายที่พรฟ้ากรีดร้องก่อนสติจะดับวูบไปด้วยความอ่อนเพลีย ไม่ทันเห็นสีหน้าเสียใจของกรกฤต

แต่ทั้งที่กรกฤตถูกกราดเกรี้ยวใส่ขนาดนั้นและทั้งที่สามีเจ็บสาหัสขนาดนั้น แต่สองพ่อลูกกลับยินดีที่ได้ดูแลกัน เธอเจ็บใจที่สามียินดีให้เมียของกรกฤตปรนนิบัติอย่างดี ขณะที่เขากลับมองเธอด้วยสายตาตำหนิ

ทั้งที่กรกฤตเป็นต้นเหตุ เขากับผู้หญิงคนนั้น!

“คุณ...ยาย”

มือที่ลูบอยู่ขยับ เสียงแผ่วๆ ลอยเข้าหู พรฟ้าตื่นจากภวังค์ เห็นสายตาของคนเจ็บมองมา เธอลุกพรวดพราด

“น้องแพร น้องแพรฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างลูก”

เพียงดาววางทุกอย่าง ถลามาข้างเตียง ปากคอสั่นด้วยความดีใจ “น้องแพร ลูกแม่ฟื้นแล้ว น้องแพร”

“คุณ...แม่”

“จ้ะ แม่เอง เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม ไม่เป็นอะไรแล้วนะลูก” เพียงดาวน้ำตาคลอ เธอแตะมือที่หน้าลูกสาวและลูบแก้มเบาๆ จากนั้นเปลี่ยนมาลูบเนื้อตัวแพรวา ก่อนที่พรฟ้าจะทักว่าให้เรียกหมอมาตรวจดูอาการ

หมอเข้ามาตรวจเช็กแล้วแจ้งว่าสมองไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนอาการที่เหลือสามารถรักษาได้โดยคาดว่าใช้เวลาไม่เกินสองอาทิตย์แพรวาก็น่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อได้

สองแม่ลูกไหว้ขอบคุณ อีกฝ่ายรับไหว้พร้อมส่งยิ้มอบอุ่น เพียงดาวหันมาปาดน้ำตาทิ้งแล้วยิ้มให้ลูกสาว

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะน้องแพร”

“แพร...”

แพรวากลอกตา ขยับจะลุกแต่หน้านิ่ว เจ็บแปลบที่หัวไหล่

“อย่าเพิ่งลูก”

“ที่นี่ที่ไหนคะ แพร...”

“โรงพยาบาลจ้ะ อยู่ในกรุงเทพฯ น้องแพรถูกรถชนแต่ไม่เป็นอะไรแล้วนะ” เพียงดาวบอกพลางลูบศีรษะอีกฝ่าย

หญิงสาวกวาดสายตารับภาพและประมวลความหมาย เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ภาพถูกฉายขึ้นในสมองทีละฉากราวกับกำลังชมภาพยนตร์ รถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ ชายคนขับ...

“โช!” แพรวาเรียกชื่อนั้นออกมา

“คุณแม่ โช...โชอยู่ไหน”

เพียงดาวหลบตา พรฟ้ายืนนิ่ง แพรวาฝืนความเจ็บปวดยันตัวขึ้นมา

“น้องแพร!

“โชอยู่ที่ไหนคะ แพรมากับโช เขาอยู่ไหน”

“น้องแพร นอนลง”

“ไม่ค่ะ บอกแพรมาก่อน” แพรวาเจ็บร้าวที่หัวไหล่ราวกับมันจะหลุดออกจากร่าง แพรวาขบฟัน

“โชอยู่ไหนคะ เขาไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ คุณแม่ คุณยาย” น้ำเสียงแพรวาสั่นเครือ เธอหันมองผู้ใหญ่ทั้งสอง รับรู้ถึงแรงบีบกลางหน้าอก สีขาวในห้องหม่นหมองทันใด ไอร้อนแล่นมาที่ขอบตา

เพียงดาวสบตาพรฟ้า ลังเลใจ ในที่สุดก็หันมาจับมือลูกสาว พูดเสียงสั่นเครือ

“น้องแพร คือ...ทำใจดีๆ นะ” ในดวงตาคนเป็นแม่มีน้ำเอ่อคลอ แพรวาหายใจไม่ออก

คือ...โช...ตายแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

17

 

เสียงกรีดร้องของแพรวาดังลั่นห้อง

ไม่จริง! ไม่จริง แพรไม่เชื่อ โชยังไม่ตาย เป็นไปไม่ได้ แพรจะไปหาโช โอ๊ย!

“น้องแพร ใจเย็นๆ ฟังแม่ก่อน”

“ไม่ แพรไม่เชื่อ ไม่จริง ไม่!

หญิงสาวดิ้นรนอยู่บนเตียง พยายามฝืนอาการเจ็บร้าวทั้งสรรพางค์เพื่อยื้อยุดการจับของผู้เป็นแม่กับยาย พลางส่งเสียงปฏิเสธว่าสิ่งที่เธอได้ยินไม่เป็นความจริง

เพียงดาวรีบกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาล

“ปล่อยแพรนะ แพรจะไปหาโช”

“น้องแพร โชตายแล้ว เขาตายแล้ว!” พรฟ้าตะคอก แพรวาชะงักนิดหนึ่ง เบะปากสะอื้นฮักๆ ส่ายหน้าถี่ๆ

“แพรไม่เชื่อ! คุณแม่กับคุณยายเกลียดโช คุณยายโกหกแพร ไม่อยากให้แพรเจอกับโชอีก แพรไม่เชื่อ!

“น้องแพร!

นางพยาบาลเปิดประตูพรวดเข้ามา เห็นอาการอาละวาดของคนไข้แล้วผงะ

“ฉันจะไปตามหมอให้ค่ะ”

“ปล่อยแพร!

แพรวากำลังจะดึงสายน้ำเกลือออก เพียงดาวจับมือไว้ทัน “น้องแพร! ฟังแม่ น้องแพร แม่ไม่ได้โกหกน้องแพรนะ โชตายแล้วจริงๆ น้องแพรตั้งสติดีๆ สิ น้องแพร!

“ไม่!

หมอคนเดิมเข้ามา เขาสั่งพยาบาลให้เตรียมยาอย่างรวดเร็ว พยาบาลทำตามแล้วรีบหันไปบอกญาติทั้งสองให้ช่วยจับแขนคนไข้เอาไว้ ชั่วพริบตาเข็มก็ถูกกดลงบนท่อนแขน ตัวยาถูกลูกสูบดันเข้าไปในร่างกาย ขณะที่น้ำตาของคนเจ็บไหลไม่ขาดสาย

“โชยังไม่ตาย ไม่จริง...” แพรวาครวญก่อนจะสงบลงโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่รู้ว่าเพราะไม่เชื่อกับความจริงที่ได้ยิน หรือเพราะความจริงมันเลวร้ายเกินกว่าจะรับไหวกันแน่

อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ทั้งสองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่เห็นแพรวาเป็นอย่างนี้

“เป็นอาการช็อกตามปกติน่ะครับ ญาติจะต้องระวังเรื่องการแจ้งข่าว ต้องใจเย็นและค่อยๆ ปลอบเธอ” หมอถอนหายใจโล่งอกเช่นกันก่อนจะพยักหน้ารับคำขอบคุณและกล่าวขอตัว

เพียงดาวลูบหน้า พรฟ้ากุมขมับ ทั้งสองขยับไปนั่งที่โซฟา มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพียงดาวหยิบมาดู สีหน้าเคร่งเครียดแต่ยังไม่รับสาย

“จะทำยังไงต่อดีคะคุณแม่ น้องแพรเสียใจมากจนอาละวาดแบบนี้” เธอชูโทรศัพท์ “อคินโทร. มาแล้วด้วย เขาต้องถามเรื่องน้องแพรแน่”

พรฟ้าถอนใจ หลับตาพลางรวบรวมสติ สิ่งที่จะทำต่อไปนี้ไม่ใช่เพียงแค่แก้ปัญหา แต่ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เธอคิดถึงแผนการที่จะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างได้ภายในครั้งเดียว...

 

“น้องแพรปลอดภัยแล้วจ้ะ แต่ยังเพลียอยู่ รออีกสักสองสามวันให้แข็งแรงกว่านี้แล้วคินค่อยมาเยี่ยมนะ”

เพียงดาวโทร. กลับไปหาอคินแล้วเล่าเรื่องอาการบาดเจ็บของแพรวาให้เขาฟัง อคินพลอยโล่งใจเพราะสองวันก่อนก็รู้ข่าวจากผู้เป็นพ่อเพียงแค่ว่าหญิงสาวประสบอุบัติเหตุเท่านั้นเอง เธอให้รายละเอียดเพิ่มว่าลูกสาวถูกรถชนขณะซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“แล้วตกลงว่าน้องแพรเขาไปอยู่กับใครครับ”

“เอ่อ...” เพียงดาวทำเสียงไม่แน่ใจ “น่าจะเป็น...เพื่อนของก้า น้ายังไม่ได้ถามจากน้องแพรมากเพราะเห็นว่ายังเจ็บอยู่ แล้วยังไงน้าจะโทร. หาอีกทีนะ”

เพียงดาวพูดจบก็วางสายไป ขณะที่อคินยังมีข้อสงสัยติดค้าง เขานั่งอยู่ในห้องทำงาน พยายามรวบรวมสมาธิให้อยู่กับหน้าที่ ใจกระโดดไปที่บ้านสวนที โรงพยาบาลที และกระโดดมาที่อีเมลจากไบรอันอีกที

คำตอบที่ได้รับจากนักธุรกิจหนุ่มเร็วกว่าที่คาดไว้ พรุ่งนี้เขาต้องไปอเมริกาเพื่อดูสถานที่ซึ่งสินค้าผ้าไหมจะไปจัดวาง ดูผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ และอาจจะรวมไปถึงข้อตกลงอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดขยายธุรกิจได้หากน่าสนใจ

แพรวาหายไปร่วมหนึ่งเดือน แต่ข้อมูลที่ได้รับมามีแค่อุบัติเหตุ

กริการ์ขนของออกจากบ้านสวนไปแล้วอย่างง่ายๆ

ชายหนุ่มถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ใจลอย ตอนที่มีอะไรกันหญิงสาวแสดงกิริยาไม่เสียดาย ตอนแยกกันก็ทำราวกับขยำทิชชูลงถังขยะ จริงอยู่ข้อตกลงคือจนกว่าแพรวาจะกลับมา ซึ่งเวลานี้ก็ใช่

แต่ทำไม...เขาถึงรู้สึกสั่นคลอนแบบนี้นะ

 

แพรวาเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง สายตาไร้จุดโฟกัส แม้ว่าเพียงดาวจะนั่งอยู่ใกล้ๆ แต่ใจของเธอล่องลอยไปแสนไกล แทบไม่รับรู้ว่าผู้เป็นแม่พูดอะไรบ้าง

“แม่รู้ว่าน้องแพรเสียใจ แต่แม่อยากให้หนูทำใจบ้าง ยังไงซะเขาก็ไม่อยู่แล้ว เห็นใจแม่บ้างนะน้องแพร”

น้ำตาคนฟังรินไหล

“อีกอย่างแม่กับคุณยายก็ไม่เคยชอบโชมาก่อน ทำให้มันยากที่จะเชื่อ น้องแพรคงคิดว่าแม่กับคุณยายโกหก” เพียงดาวสูดลมหายใจลึก “น้องแพรก็พิสูจน์เองแล้วนี่จ๊ะ”

แพรวาสะอื้นเมื่อได้ยินคำนั้น เธอทำแล้ว...โทร. หาพ่อกับแม่โช วันที่แม่พาเธอกลับกรุงเทพฯ ก็เป็นวันที่เขามารับศพลูกชายพอดี

แม่...ทำพิธีแล้ว เราจัดงานศพและเผาแล้ว

ราวกับมีมือมากระชากหัวใจแพรวาจากขั้ว ซ้ำยังเอามีดกรีดเถือเนื้อออกเป็นชิ้นขณะที่ยังเต้น เธอเจ็บเจียนตาย ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ

เผาแล้ว

ราวกับเมื่อวานนี้เองที่เขายังกอด ยังพูดคำรัก ยังหัวเราะ พอลืมตาขึ้นมาอีกวันหนึ่งเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะให้เธอทำใจได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้

แพรวาหลับตา คิดฝันว่าบางทีถ้าเธอนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธออาจพบว่าทุกอย่างเป็นแค่เรื่องที่เธอฝันไป โชติกยังไม่ตาย ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องที่เธอคิดไปเองเท่านั้น มันไม่จริง

 

แพรวายังจำได้ดี...

สามปีที่แล้ว วันที่อากาศแจ่มใส แพรวาซื้อน้ำผลไม้จากซุ้มขายในมหาวิทยาลัย เธอเดินเรื่อยๆ ตั้งใจว่าจะไปนั่งรวมกับเพื่อนที่ม้าหินใต้ร่มไม้ ระหว่างทางต้องเดินผ่านบริเวณที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ สายตาเธอสอดส่ายโดยอัตโนมัติ

นั่นไง เจ้าคันโตสีเขียว

นับตั้งแต่แพรวาเห็นโชติกในสนามฟุตบอลครั้งแรก เธอก็ได้รับข้อมูลมาเป็นระยะ...เขาชื่อโช อยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีสองเท่าเธอ มียานพาหนะเป็นรถมอเตอร์ไซค์สุดเท่ห์ และมีสาวๆ ตามกรี๊ดกร๊าดอยากจะซ้อนท้ายอยู่พอสมควร

เธออุตส่าห์ไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ตหารายละเอียดของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ และพลางนึกต่อไปว่าเจ้าของรถจะ แรงเหมือนเครื่องยนต์หรือเปล่า

ขณะที่แพรวากำลังคิดเพลินๆ ก็มีแรงกระแทกมาจากด้านหลัง

อุ๊ย!’

โอ๊ะ! ขอโทษครับ

            แพรวาหันไป คนชนผงกศีรษะพร้อมยิ้มเจื่อนขอโทษแล้วเดินจากไป เธอขมวดคิ้ว สำรวจตนเอง น้ำไม่กระฉอกเปื้อนเสื้อผ้าก็จริง แต่...มันไปหกเต็มเบาะมอเตอร์ไซค์!

            ทำอะไรน่ะ!’

            แพรวาสะดุ้ง หน้าเจื่อนเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือเจ้าของรถ เขาเดินจ้ำพรวดๆ เข้ามา มองที่รถแวบเดียวก่อนจะถลึงตาใส่เธอ

            เธอทำน้ำหกใส่รถเราเหรอ น้ำเสียงของเขาไม่กระด้างเหมือนที่คาด

            เรา...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษ

            ขอโทษแล้วยังไงต่อ เช็ดให้ด้วยสิ นั่นน่ะ ผ้าที่ถือนั่นแหละ เอามาให้เช็ดเลย

            แพรวามองตามมือที่ชื้ เขากำลังหมายถึงผ้าเช็ดหน้าของเธอ สายตาชายหนุ่มมีแววท้าทายเล็กๆ ว่าคนอย่างเธอจะกล้าสละผ้าผืนสวยมาเช็ดหรือไม่ ซึ่งเธอก็ไม่ใช่คนอ่อนแอเหมือนกัน

            เอ้า

            เธอเหมือนจะเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาก่อนจะรับผ้าของเธอไปเช็ด พอเช็ดคราบน้ำหวานหมดเขาก็วิ่งไปซื้อน้ำเปล่ามาล้างอีกครั้ง แพรวายืนมองจนเขาเช็ดล้างทำความสะอาดเสร็จ เขาทำท่าพอใจแล้วตั้งท่าจะเดินออกไป

            เอ๊ะ! เดี๋ยว... เธอชี้ไปที่ผ้าในมือเขา

            คราวนี้เขาเป็นฝ่ายมองเธอ จะเอาคืนเหรอ ไม่ต้องแล้ว เช็ดรถไปแล้วจะเอาไปใช้ทำไม ไม่ให้หรอก ขอแล้วกัน

            พูดแล้วเขาก็เดินจากไป ปล่อยแพรวาให้ยืนนิ่งว่าควรจะรู้สึกงุนงงหรือตื่นเต้นที่ได้คุยกับชายคนนี้กันแน่

            หลายวันผ่านไป

            ชะตาชีวิตเป็นเรื่องแปลก คนแปลกหน้า ถ้าไม่ทักทายกันมันก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่เช่นนั้น สำหรับบางคนเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็กลายเป็นความคุ้นเคย และทำให้โลกทั้งสองใบจูนเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว

            วันนั้นแพรวาไปกินข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า กว่าจะทำรายงานเสร็จก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว คนมากมายเดินขวักไขว่จนน่าเวียนหัว พอพวกเธอได้ที่นั่งพนักงานเสิร์ฟก็มายื่นเมนูให้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจะสั่งอาหารแต่ชะงัก

            อ้าว!’ โชติกเองก็ตกใจเช่นกัน ชายหนุ่มยังสวมชุดนักศึกษา แต่พอมีผ้ากันเปื้อนซึ่งมีชื่อร้านก็ดูแปลกตาไป

            อะไร รู้จักกันเหรอ เพื่อนคนหนึ่งที่มาด้วยกันกับแพรวาถาม

            แพรวาเผลอยิ้ม ไม่เชิงรู้จัก เพราะจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องก็จบลงตรงที่เขาเดินจากไป ไม่มีการแนะนำตัวต่อกัน แต่ความเป็นจริงเธอก็รู้ว่าเขาชื่ออะไร พอเป็นเช่นนั้นก็เลยอธิบายกับเพื่อนไม่ถูก

            เคยทักกันนิดหน่อยในมหาลัยน่ะ เขาตอบง่ายๆ รอให้ลูกค้าสั่งเมนูจนครบแล้วเดินออกไป เพื่อนพากันหันมาจ้องหน้าเธอโดยพร้อมเพรียงกัน แพรวาจึงเล่าสั้นๆ ถึงสาเหตุที่รู้จักกัน

            เด็กมหาลัยเดียวกับเราเหรอ จะว่าไปก็คุ้นๆ หน้านะ

            นี่ไง!’ คนหนึ่งดีดนิ้ว นายโช เด็กวิศวะฯ ที่ขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ น่ะ

            แล้วต่างคนก็พากันออกความคิดเห็นเซ็งแซ่ แพรวาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเวลาเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินผ่านไปมา ภาวนาว่าให้เป็นเขา แล้วเขามาทำอะไร งานพิเศษเหรอ ทำทำไม บ้านเขาฐานะไม่ค่อยดีหรือว่าเขาดิ้นรนเอง

            คำถามประดังอยู่ในสมอง กระทั่งถูกขัดจังหวะด้วยแก้วน้ำที่ถูกวางตรงหน้า

            แพรวาเงยหน้าขึ้นมอง โช... ไอร้อนแล่นวูบ

น้ำครับ เขาบอก ยิ้มเล็กน้อย

            อะ...เอ่อ ไม่ได้สั่ง

            ผมเลี้ยง เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินจากไป มีความเงียบราวหนึ่งวินาทีก่อนเสียงกรี๊ดจะเซ็งแซ่ แพรวาหูอื้อตาลายใจเต้นโครมคราม ในแก้วคือน้ำมะนาว เครื่องดื่มชนิดเดียวกันกับที่เธอทำเปื้อนรถเขานั่นเอง...

            หลังจากวันนั้นแพรวาก็เริ่มรู้จักกับโชติกมากขึ้น

            โช ชื่อจริงว่าโชติก ส่วนเธอคือแพรวา นั่นเป็นคำแนะนำตัวสั้นๆ ตอนที่เขาเดินมาหลังจากจอดรถมอเตอร์ไซค์ยังจุดเดิม และแพรวาก็นั่งอยู่ที่ม้าหินซึ่งสามารถมองเห็นเขาได้ จากทุกวันกลายเป็นหลายเดือนที่เพิ่มคำทักทายเป็นการพูดคุย ถามเรื่องเรียน สภาพอากาศ เรื่องราวหลังกลับจากวันหยุด แต่ยังไม่มีอะไรที่แสดงถึงการสื่อสัมพันธ์มากกว่านั้น

            ไม่มีการแลกเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีนัดเดต มากที่สุดคือเดินจากลานจอดรถไปที่โรงอาหารด้วยกัน

            ทว่าเพียงแค่นั้นแพรวาก็แทบจะละลาย

            วันเวลาหมุนไปจวบจนเข้าสู่ฤดูหนาว มีโครงการของชมรมอาสาพัฒนาชุมชนมาให้นักศึกษาที่สนใจไปทำประโยชน์ให้สาธารณะโดยการสร้างห้องสมุดให้โรงเรียนในต่างจังหวัด โชติกเอาใบประกาศมาฝากเธอ เขาบอกเธอว่าเขาจะไป และถ้าเธอไปด้วยกันได้ก็คงดี

แน่ละ แพรวาคิดหาวิธีจนหัวแทบแตกว่ามีทางใดที่แม่จะอนุญาตให้ไปค้างคืนต่างจังหวัดได้ ในที่สุดก็อ้อนวอนจนเพื่อนคนหนึ่งรับสมอ้างให้ว่าจะพาเธอไปเที่ยวบ้านเดิม ซ้ำยังต้องให้แม่ของเพื่อนมาย้ำอีกเป็นการยืนยัน แพรวาจึงได้ไปร่วมค่ายนี้สมใจ

ผู้ชายช่วยกันตอก ช่วยกันเลื่อย ช่วยกันก่อ ส่วนผู้หญิงก็มีหน้าที่บริการ ประสานงาน และอำนวยความสะดวก แพรวาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน พอยกถาดน้ำไปเสิร์ฟเดินหลบท่อนไม้นิดเดียวแก้วน้ำก็ร่วงกระจาย น้ำเจิ่งพื้นปูน โชคดีที่เป็นแก้วพลาสติก แต่โชคไม่ดีที่คนทั้งคณะหันมามอง

ตายแล้ว...

โอ๊ย! ขอโทษ

โชติกยืดตัวขึ้นมาแล้วส่งเสียงดัง ขอโทษที โชไม่เห็น ตั้งใจจะถอยมากะระยะ โทษที มา...โชช่วยเก็บ

แพรวาอึ้ง ใจเต้นโครมคราม ก่อนจะเข้าใจว่าชายหนุ่มทำแบบนั้นเพื่ออะไร เพราะเสียงตำหนิทีเล่นทีจริงตรงไปที่เขา

ขอโทษนะ แพรวากระซิบ หน้าเจื่อน

โชติกฉีกยิ้ม เก็บแก้วมาซ้อนกัน ถ้าไม่ถนัดก็ถือมาเป็นแก้วดีกว่า เดินหลายรอบหน่อยแต่สะดวกกว่า เขาส่งแก้วคืนให้ สงสัยดวงโชจะไม่ถูกกับน้ำนะ เจอแพรถือน้ำทีไรเป็นต้องหกทุกที

ตอนนั้นแพรวาร้อนไปทั้งตัว ความสุขวาบหวามท่วมท้น...

แต่ตอนนี้แพรวามีแต่ความเจ็บปวดทรมาน ไขว่คว้าความอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ไม่ได้อีกแล้ว โชติกอยู่ที่ไหน คนรักของเธออยู่ที่ไหน เขาที่มีรอยยิ้มซุกซน คนที่ทำเธอโมโหและหัวเราะได้พร้อมๆ กัน เขาจากไปแล้วจริงๆ น่ะเหรอ

มอเตอร์ไซค์คันใหญ่แบบนี้ขับยากกว่าแบบทั่วๆ ไปไหมครั้งหนึ่งแพรวาเคยถามโชติกขณะนั่งคุยกัน ซึ่งเขาก็อธิบายว่ามันแตกต่างกันที่เครื่องยนต์ ที่คันใหญ่เพราะเอาตัวถังรถไปไว้ข้างหน้า เธอไม่ค่อยเข้าใจนักแต่พอฟังเขาพูดก็เพลินดี

มันเร่งเครื่องได้เร็วกว่า

จะเร่งไปไหนล่ะ แพรวาถาม

เขาฉีกยิ้ม มองตาแพรวาที่ฉายแววฉงนมากกว่ากวน มันเป็นความรู้สึกของคนชอบรถ ชอบความเร็ว รถแบบนี้สำหรับคนชอบท่องเที่ยว ขับไปต่างจังหวัด ถนนโล่งๆ วิ่งยาวๆ ผ่านภูเขา ไม่ได้ขับไปตลาดแบบมอเตอร์ไซค์แม่บ้าน

หญิงสาวเท้าคาง ก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

ถ้าอยากเข้าใจ มาลองนั่งดูไหมล่ะ เขาถามพลางสบตา

แพรวารู้สึกถึงสายลมเย็นที่ไหลแล่นผ่านร่าง

เขาอ่านใจเธอออกจึงรีบกล่าวชวน วันนี้อากาศดีนะ เหมาะกับการโดดเรียน

หญิงสาวหัวเราะ ตรรกะจากไหนเนี่ย

จากใจมั้ง โชติกเลิกคิ้ว แพรวาหลุบตา เสมองต้นไม้ใบหญ้า

ตกลงว่าจะลองไหม เอาน่า ขาดเรียนวันเดียวไม่ถึงกับติดเอฟหรอก

วันนั้นเธอใส่กระโปรงแคบ พอขยับขึ้นไปนั่งเบี่ยงข้างผ้าสีดำก็ร่นขึ้นไปจนเห็นต้นขาขาวผุดผาดตา แพรวารู้สึกได้ว่ามีสายตาหลายคู่มองอยู่ขณะที่โชติกพาเธอขี่รถออกมาจากมหาวิทยาลัย ไม่รู้จะมีใครสังเกตไหมว่าวันนั้นเธอหน้าแดงเพียงใด

สิ่งที่แพรวาจำได้แม่นจนถึงวันนี้คือแผ่นหลังแข็งแรงที่เธอเบียดพิง ลมเย็นลูบไล้เรียวขา และฝ่ามือชื้นเหงื่อของเธอที่เกาะยึดเขาไว้แน่น กระทั่งมาถึงสวนสาธาณะเธอก็ยังไม่หายเกร็ง รอยยิ้มตื่นเต้นเกลื่อนใบหน้าจนเขาหัวเราะ

เพิ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์เหรอ

แพรวาเงยหน้า นั่งตัวเกร็งซะขนาดนั้น กลัวตกเหรอ อีกฝ่ายยิ้มเขินๆ ทำนองว่าถูกเขาจับได้

รถคันใหญ่เบาะตอนท้ายมันสูง ถ้าแพรมานั่งอีกก็ต้องใส่กางเกง ว้า...งั้นโชคงอดเห็นแพรใส่กระโปรง

หญิงสาวได้แต่เขินอายและบิดมือไปมา ยิ่งเขาพูดก็ยิ่งเหมือนคำจีบขึ้นทุกที

โชติกล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางทะนุถนอมพลางยื่นส่งให้แพรวา เธอมองแล้วทำตาโต

ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น!

เอามาคืน

ไม่ได้เอาไปทำผ้าเช็ดรถแล้วเหรอ

เขายิ้ม ตอนนั้นโชพูดเล่นน่ะ

ผ้าถูกซักสะอาดและรีดมาเรียบร้อย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาแตะจมูก ดูเหมือนว่ามันจะไปอยู่อย่างสมฐานะ แพรวาลูบบนเนื้อผ้า สัมผัสอบอุ่นไหลเวียน ในที่สุดก็ยื่นไปให้เขาอีกที

เก็บไว้เถอะ

โชติกกะพริบตา เหมือนเขาพยายามตีความหมายว่าการที่เธอไม่รับผ้าเช็ดหน้าเป็นเพราะอะไร ไม่ต้องการเพราะมันอยู่ที่เขาแล้วหรือเปล่า เธอรังเกียจที่มันแล้วจะพาลมาถึงเขาด้วยรึเปล่า

แพร...อยากให้โชเก็บไว้

เธอเงยหน้าสบตาเขาได้ไม่นานเพราะความร้อนเผาใบหน้าจนยากจะซ่อนความในใจ ชายหนุ่มเผยอยิ้ม ดวงตาส่องประกายยินดี เขาไม่ได้รับผ้าเช็ดหน้าแต่กุมมือเธอไว้

โช...เก็บเจ้าของผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยได้ไหม

หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง มันทั้งเบา ล่องลอย และเป็นสุข...

ยิ่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกับโชติกแพรวาก็ยิ่งร้องไห้ น้ำตาไหลรินจนหมอนเปียก เธอกุมหน้าอกด้วยรู้สึกเจ็บเหลือเกิน ทุกเวลาทุกสถานที่ตั้งแต่วันแรกพบจนถึงวันนี้ ไม่มีครั้งไหนหลุดไปจากความทรงจำ หากแต่ความทรงจำเหล่านั้นกำลังเผาผลาญเธอให้ทุรนทุรายจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ

 

กริการ์ออกจากห้องดนัย พอกลับมานั่งที่โต๊ะก็วางศอกบนโต๊ะ นั่งกุมศีรษะในท่านั้นอยู่หลายนาทีจนตติยเดินกลับจากห้องน้ำมาเห็น

“เป็นอะไรก้า”

“ปวดหัว” เธอเอนร่างพิงพนัก สีหน้าซีดเซียว

“กินยาหรือยัง เดี๋ยวเตไปเอา...”

“ไม่เป็นไรเต แค่มึนๆ เรื่องงานนิดหน่อย” เธอสูดลมหายใจลึกแล้วถอนหายใจช้าๆ จับเม้าส์ตั้งท่าจะทำงานต่อ

“มีอะไรรึเปล่า เห็นวันนี้พี่ดนัยเรียกไปคุยสองหนแล้วนี่” ชายหนุ่มขยับเก้าอี้มาใกล้ กริการ์เล่าสั้นๆ ว่ามีงานเพิ่มเพราะอินทีเรียร์ชื่อต้นกำลังจะลาออกสิ้นเดือนนี้จึงโอนงานมาให้ และลูกค้าขอแก้แบบทั้งที่เซ็นยอมรับไปแล้ว

“เออ ได้ยินพี่อิ๋วพูดเหมือนกัน แล้วงานใหม่ที่ไหน”

“แต่งคอนโดฯ”

“ไม่ยากนี่”

“แต่ว่ามันต่อเนื่องเลยนะ ทีแรกก้าคิดว่าเดี๋ยวส่งงานให้น้ารตีเสร็จ เหลือแบบอีกที่เดียวก็สบายตัวแล้ว แต่นี่กลับได้มาเพิ่มอีก กลายเป็นสามงานเลยทีนี้” ท่าทางเธอบอกให้รู้ว่าเหนื่อยจริงเพราะแม้แต่อาการหงุดหงิดยังไม่มีออกมา

“แต่ของน้ารตีส่งวันอาทิตย์นี้แล้วนี่”

กริการ์กำลังคิดถึงห้องรับแขกที่เธอจะต้องไปส่งงาน...พอคิดถึงตรงนี้ใจก็สั่นไหว

“เต ขอคุยด้วยหน่อย” ดนัยโผล่หน้าออกมาขัดจังหวะตติยที่กำลังจะคุยต่อ เขาผุดลุกทันที

“ก้าด้วย” ดนัยเรียก

หญิงสาวถอนใจ หยิบสมุดกับดินสอเดินตามตติยไปอย่างหมดแรง

 

อคินเก็บความหงุดหงิดไว้ในสีหน้าเรียบเฉยและฟังพรฟ้าพูดไปเรื่อยๆ

ผู้นำตระกูลหัตถเมธอยากให้เขาเอาเรื่องขยายธุรกิจมาประชุมที่โคราช เพราะอยากให้หัวหน้าโรงงานได้เข้าร่วมด้วย ทั้งที่อคินอยากให้อีกฝ่ายอยู่รวมกันที่บริษัทเขามากกว่า

“ถึงจะเพิ่มเครื่องจักรแต่เราก็จะเพิ่มแรงงานด้วย เพราะเราจะรับนักเรียนจากโรงเรียนสอนทอผ้าเข้ามาเป็นพนักงานเต็มเวลา พอมีงานทำก็จะมีรายได้ ทีนี้ลูกหลานก็จะไม่พากันไปหางานทำในจังหวัดอื่น”

ข้อตกลง...ไม่ว่าจะทำที่ไหนมันก็ยังเป็นข้อผูกมัดอยู่วันยังค่ำ

“ต่อไปนี้ทุกคนคงเห็นคุณอคินมาที่นี่บ่อยๆ ก็ให้คิดว่าเขาเป็นตัวแทนของฉันก็แล้วกัน”

ทุกคนปรบมือ ชายหนุ่มยกมุมปากนิดเดียว

ถ้าข้อตกลงสิ้นสุดแล้ว มันก็จะไม่มีวันหวนย้อนกลับมาเป็นภาระผูกพันอีก

กริการ์คงคิดแบบนี้

วันนั้นอุตส่าห์ได้เจอเธอที่บ้านแล้วเชียว แต่ก็ต้องอารมณ์เสียที่เห็นผู้ชายคนนั้นเดินตามก้นต้อยๆ เหมือนเด็กติดแม่ ทำให้เขาเกิดอยากเล่นเป็นเด็กขึ้นมาบ้าง ข้อความที่ส่งถึงหญิงสาวคือการท้าทายต่อชายคู่แข่ง ถึงจะอยู่ตรงนั้น ระแวดระวังขนาดนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้น...เป็นของเขา

เมื่อเธอยืนยันด้วยการตอบรับกลับมา

ชัยชนะงี่เง่า อคินก่นด่าตัวเอง

“คินจ๊ะ”

เขาขยับกาย “ครับ”

คนอื่นๆ เดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว เหลือแต่พรฟ้ากับเพียงดาวซึ่งลุกไปเลื่อนประตูปิด แสดงให้เห็นว่ามีเรื่องอยากคุยเป็นการส่วนตัว

“เรื่องน้องแพร” เพียงดาวเริ่ม “ตอนนี้หมอให้น้องมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าอีกไม่เกินสองเดือนก็น่าจะหายดี”

ชายหนุ่มนั่งนิ่ง เพียงดาวหันไปสบตากับพรฟ้าซึ่งนั่งตัวตรงเช่นกัน

“ย่าจะหาฤกษ์ให้ใหม่ เพราะฉะนั้นย่าอยากให้อคินช่วยขอน้องแพรแต่งงานอีกครั้งนะ

 

 

 

 

 

 26.12.17

สามารถติดตามดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องพร้อมตอนพิเศษได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #829 Aortic (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 02:44
    ตอนนี้ดราม่ายาวเลย
    #829
    0
  2. #737 darika-grammy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 10:06

    ไม่จริง โกหกแน่ๆ โซยังไม่ตายใช่มั้ย

    #737
    0
  3. #495 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 13:31
    เศร้าค่ะ
    #495
    0
  4. #357 MU @ Club (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 03:00

      ตบมือให้คุณน้ารตีดังๆ แบบต่อเนื่องค่ะ

      คุณคือ..Hero ค่ะ คุณน้ารตีอ่านเกมออกเป็นช๊อตๆ รู้ลุก, รู้รับ

      คุณคิน ให้ความสำคัญกับครอบครัวค่อนข้างน้อยไปนะนี่

      ถ้าใก้ลชิดกันมากนี้หน่อย ยามพลั้งเผลอ หรือหลงผิด

      ก็ยังคนคอยชี้แนะ และให้คำปรึกษาบ้าง ตามแต่ภาวะที่เกิดขึ้น

      แต่คุณคินเลือกที่จะเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง แบบ..ข้าขอฉายเดี่ยว

      เลยต้องงมทางไปเรื่อย(สมน้ำหน้า ไม่มีหมอนข้างยี่ห้อ"ลูกหนี้"ให้กอด)

      ส่วนน้องแพร ก็ต้องรับผลของการกระทำของตัวเองอะนะ

      ทางออกจะเป็นเช่นไรน้อ...( หวังว่า โชติก จะยังไม่ตายนะ )

      โอ๊ย...รีดเดอร์ก็มึนงงค่ะ ว่าทางออกจะเป็นยังไง

      นู้ก้า อะ มีอาการอะไรส่อๆ ไปในทางน่าสงสัยนะรีดเดอร์ว่า

      ประดังประเดมาทุกทางพร้อมๆ กันจริงเนาะปัญหานี่ก็

      ขอให้ให้คนสมหวังในรักก็ละกันค่ะ ( ไม่รู้จะช่วยอะไรได้อะค่ะ )
                                  
    #357
    0
  5. #176 วนัน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2554 / 11:00
    เศร้าจริงฯเลย
    #176
    0
  6. วันที่ 14 มิถุนายน 2554 / 22:21
    โอ้ย เศร้า :(
    โช ยังไม่ตายมั้ง?? หวังว่า...
    ครอยครัวคงอยากกีดกันแพร
    ..สงสารก้า :( :(
    #121
    0
  7. #104 tabo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 15:38
    เง้อ โช จะตายจริงป่ะ



    แล้วก้าไปซื้ออะำไรนะ ท้อง ยาคุม หรืออะไร ???
    #104
    0
  8. #103 che_ii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 09:40
    เข้ามาอ่านซ้ำรอบที่เท่าไหร่แล้วก้ไม่รู้   หรือว่าโชจะไม่ตาย  แต่เป็นแผนของยายกับแม่ เพื่อแยกทั้งคู่  แล้วให้แพรแต่งงานกับเฮียคินอ่ะ ...คิดไปโน่นเลยเรา    เพราะว่าดูจากเรื่องจากชื่อแล้ว  มันไม่น่าจะเศร้าอ่ะค่ะ  เฮ้อ..!!!  กลุ้มจายยยย
    #103
    0
  9. #102 tuatoto (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 22:30
    จะสงสารใครดี สงสารก้าก็สงสาร สงสารเเพรก็สงสาร T^T
    #102
    0
  10. #101 ทิวาวาร (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 10:31
    คุณอคิน ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ น้องก้าไปแล้วนะ ฮื่อๆ

    พี่โชตายแล้วจิงเหรอ ... ไม่จิงใช่มั้ย T.T
    #101
    0
  11. #100 rung_dao (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 10:27
    เอาใจช่วยก้านะคะ
    #100
    0
  12. #99 「น้ำแกง」 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 10:09
    สมน้ำหน้าแพร :P
    #99
    0
  13. #98 che_ii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 10:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  ว่าแล้วเชียว  แล้วทีนี้ทำไงอ่ะ  การแต่งงานก็ต้องดำเนินต่อไปงั้นรึ ?????   เซ็งปลาวาฬเลย  ขอให้แพรท้องทีเถอะ  ก้าด้วย  เอาให้มันยุ่งยากเข้าไปอีก  โอยยยยย  เครียดดดดดดด
    #98
    0
  14. #97 Potae Jung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 09:55
    สงสารก้าจังเลยค่ะ ขอให้ลงเอยด้วยดีนะ
    #97
    0
  15. #96 MBA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 09:50
    โช T^T กะแล้วว่าไม่รอด พูดไปลางไปแบบนั้น
    #96
    0