เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 15 : 15 ตามหาเจ้าสาวตัวจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,573
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60


 

15

 

“อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร อยู่บ้านของคนชื่อรัฐที่เป็นรุ่นพี่ตามที่พ่อของนายโชติกบอก ผมไปสอบถามคนแถวนั้นแล้ว เขายืนยันว่าโชติกกับแพรวามาพักกับรัฐได้สักพักแล้ว ร้านทองในตลาดก็บอกว่าเคยรับซื้อต่างหูจากเขา เฮียเจ้าของร้านจำได้เพราะมอเตอร์ไซค์สะดุดตา ให้ดูรูปก็ไม่ผิดคน”

เพียงดาวมือไม้สั่นแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่ตอนวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ที่ห้องทำงาน พรฟ้าเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน มีภาพหญิงสาวที่นักสืบส่งมาให้ดูว่าเขาไม่ได้สร้างข้อมูลขึ้นมาเอง เพียงดาวน้ำตารื้น

“ดาว...ดาวว่าจะไปหาแพร เดี๋ยวจะทำเรื่องรายจ่าย เอ...แต่ตอนบ่ายโมงมีประชุม ทำยังไงดี” คนอ่อนวัยกว่าพะว้าพะวัง คนเป็นแม่ต้องเตือนสติ

“ใจเย็นๆ ดาว ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าแพรอยู่ที่ไหน อย่าผลีผลาม”

“ไม่ค่ะ ดาวจะรีบไปตามลูกกลับมา ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องแยกน้องแพรออกมาจากนายนั่นให้เร็วที่สุด”

พรฟ้าคิดไปในทางเดียวกันเมื่อดูรูปอย่างพิจารณา ภาพหลานสาวมีชายหนุ่มร่วมเฟรมใกล้ชิดจนน่ากังวลมากกว่าสงสัยว่าแพรวาอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่เสียอีก เธอได้แต่หวังว่าแพรวาจะโตพอที่จะคิดได้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร

พรฟ้าเจ็บหน้าอกจนต้องสูดลมหายใจลึก ภาพความผิดพลาดในอดีตพลันแทรกเข้ามา ไม่! เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางแพรวาและโชติก

“โทร. บอกอคิน”

เพียงดาวทำท่าราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกัน เธอหยิบโทรศัพท์ ขณะรอสายปากก็พูด

“พูดถึงอคิน เมื่อวานตอนที่คุณแม่พูดชม เขาทำหน้าแปลกๆ นะคะ”

พรฟ้าประสานมือเข้าหากัน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เธอเลือกเป็นฝ่ายรุกเพื่อจู่โจมความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น หากเป็นภาษามวยคงจะเรียกว่าหมัดแย็บ ถ้าอีกฝ่ายมีจุดอ่อนจริงก็คงบุ่มบ่ามเดินเข้าหา ถึงอคินจะเป็นคนประเภทไม่แสดงความรู้สึก แต่เธอเชื่อว่าคำพูดของเธอจะช่วยกระตุ้นให้เขากระตือรือล้นในการตามหาแพรวาได้บ้าง

แพรวาต้องไม่ด้อยไปกว่าหลานนอกไส้อย่างกริการ์ ได้แพรวาไปเท่ากับได้ธุรกิจทั้งหมดของหัตถเมธ มีหรืออคินจะไม่ต้องการ...

 

อคินเผลอมองไปที่กริการ์อย่างไม่ตั้งใจ เขาเงียบอยู่นานจนปลายสายเป็นฝ่ายพูดเสียเอง

“นักสืบเจอน้องแพรอยู่ที่ชุมพร ได้สถานที่มาพร้อม น้าตั้งใจว่าเย็นนี้จะรีบไปหาเลย คินจะไปด้วยกันไหม”

“เอ่อ...” ทำไมเขานึกคำตอบนานกว่าปกติ คล้ายกับไม่ทันตั้งตัวที่จะฟังข่าวนี้ “ยกให้เป็นหน้าที่คุณน้าแล้วกันครับ เพราะคุณน้าตามเรื่องมาตั้งแต่แรก”

“ได้จ้ะ แล้วน้าจะโทร. หาอีกทีนะ”

เพียงดาววางสายอย่างรวดเร็ว แต่อคินค่อยๆ ลดมือลงเหมือนหมดแรง เขาหันมา กริการ์ยืนมองอยู่

“เจอแพรวาแล้วเหรอ”

กริการ์อ่านจากสีหน้าและสายตาของอคินก็คาดเดาคำตอบได้ไม่ยาก หากเธอก็ยังเลือกถามหาคำพูดมาบาดใจ ชายหนุ่มพยักหน้า ต่างฝ่ายต่างไม่มีคำพูดอยู่นาน หูได้ยินเสียงกรรมการเป่านกหวีดจบเกม เธอแทบหมดแรงทรุดลงกับพื้น

วันนี้คงไม่ทัน พรุ่งนี้ก้าจะมาเก็บของแล้วกัน

วินาทีนั้นอคินรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน

เหมือนหัวใจมันไม่ได้อยู่ในที่ๆ เคยอยู่ อคินหยุดหายใจไปชั่ววินาที เขาไม่ได้ลืมว่าข้อตกลงต้องมีวันสิ้นสุด ตอนที่ได้ยินกริการ์พูดประโยคนั้นแล้วคิดว่านับตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไปจะไม่ได้เห็นเธอที่นี่อีกแล้ว ทำไมในอกถึงได้หวิวโหวงจนคล้ายกับมีลมเย็นพัดผ่านให้สะท้านเยือก

ทั้งที่เขามีถ้อยคำมากมาย แต่ทำไมจึงเอ่ยอะไรไม่ได้สักอย่าง

ทำไมทุกอย่างจบลงง่ายดายอย่างนี้

ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

ท้ายสุดเขาก็ได้แต่มองหญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้องอย่างเงียบงัน

 

มาอยู่ร่วมเดือนเพิ่งมีโอกาสได้ไปเที่ยวนอกสถานที่ คงเป็นเพราะไม่ต้องการไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น พวกเขาเป็นคนต่างถิ่นย่อมสะดุดตาคนในพื้นที่

บ่ายจัด แพรวากับโชติกมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว แต่ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกราวหนึ่งกิโลเมตรจึงมาถึงน้ำตกคลองเพรา แต่ชาวบ้านเรียกกันว่าน้ำตกทับช้าง ลักษณะของน้ำตกเป็นชั้นหินแกรนิต สภาพแวดล้อมเป็นป่าดิบชื้น มีใบไม้ทับถม และค่อนข้างลาดชัน หญิงสาวจับมือโชติกแน่น กระทั่งเมื่อขึ้นไปยังชั้นสามซึ่งทั้งคู่ได้รับคำแนะนำว่าเป็นชั้นที่สวยที่สุด

ตรงหน้าเป็นหน้าผาสูงราวยี่สิบเมตร หินทั้งก้อนปกคลุมด้วยตะไคร่เขียวจัด ตัดกับสายน้ำสีขาวที่ทิ้งตัวลงมาสู่แอ่งน้ำด้านล่างแล้วกระเซ็นเป็นฝอย เสียงกระแทกตัวดังซ่า ไอน้ำลอยอยู่ในอากาศจนได้กลิ่นความชื้น แพรวาตื่นตาตื่นใจ

“สวยจังเลย”

“ช้าอยู่ไยล่ะ”

โชติกถอดเสื้อ ไถลตัวลงไปในแอ่งน้ำ ดำผุดดำว่ายอยู่สองสามทีก็เรียกแพรวา หญิงสาวลังเล

“ลงมาเถอะน่า น้ำใสออก เย็นดีด้วย มาแล้วไม่เล่นจะมาทำไม เร็วๆ”

“น้ำลึกมากไหม”

“ตรงนี้พอหยั่งขาได้ มาเถอะ แพรว่ายน้ำเป็นนี่” เขาบอกพลางสาดน้ำใส่ แพรวาหันหลบ มองหากิ่งไม้ที่พอจะแขวนเป้ได้ เธอใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดอยู่แล้วจึงไม่ลำบาก แล้วค่อยๆ หย่อนขาน้ำลงน้ำสีออกเขียวแล้วโผไปหาโชติก ซึ่งชายหนุ่มอ้าแขนรอรับอยู่แล้ว

เพราะเป็นวันธรรมดาจึงมีแต่พวกเขาสองคนที่แหวกว่ายเล่นน้ำกันอย่างสดชื่น เสียงหัวเราะสดใสดังก้องห้วงน้ำ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของแพรวาทำให้โชติกอดใจไม่ไหว พอดึงหญิงสาวเข้ามาหาก็ประทับจูบที่แก้ม ริมฝีปาก คลอเคลียจนเธอสะเทิ้น บ่ายเบี่ยงดันตัวออก

“ทำอะไรตรงนี้ อายเค้า”

“เค้าอะไร มีใครที่ไหนล่ะ”

“ก็...อายลิง อายเจ้าที่เจ้าทางอะไรบ้างสิ”

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “ไม่ยักรู้ว่าแพรนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย” หญิงสาวค้อน ว่ายน้ำหนี โชติกโผตาม ชี้มือให้เธอตามเข้าไปยังหินก้อนใหญ่ริมผาที่ยื่นออกมาพอเป็นที่นั่งได้ แล้วมองทิวทัศน์จากฝั่งน้ำตก

โชติกมองคนรัก พวกเขามาอยู่ที่นี่จะครบหนึ่งเดือนในวันพรุ่งนี้ หญิงสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผิวใสผุดผ่องแบบคนไม่ค่อยโดนแดดกลายเป็นขาวลออเนียนตาดูมีน้ำมีนวล แววตาเป็นประกายเจิดจ้า

แพรวาหันมายิ้มๆ เมื่อเห็นเขามองอยู่นาน กำลังจะถามว่ามองอะไรชายหนุ่มก็ยื่นหน้าเข้ามาจุมพิต คราวนี้เธอไม่ปัดป้องร้องเตือน เพราะสัมผัสอ่อนโยนจากเขาก็เป็นสิ่งที่เธอปรารถนาเช่นกัน

คืนนี้ท้องฟ้าสวยเป็นพิเศษแพรวาคิดขณะยืนมองอยู่หน้ากระต๊อบหลังน้อย ดวงจันทร์กลมโตสุกสว่างราวกับจะเอื้อมมือคว้าได้ ผ่านปีใหม่มานับสิบวันแต่อากาศยังเย็น เธอชอบหายใจลึกๆ สูดกลิ่นอายธรรมชาติกักเก็บไว้ วันใดกลับไปกรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสหายใจได้เต็มปอดอีก

“แพร” โชติกเปิดประตูออกมา

คนถูกเรียกหันไป นัยน์ตาวาวคล้ายจะมีรอยยิ้ม เขาก้าวไปจับมือเธอ กึ่งลากนิดๆ ให้เข้าบ้านและพาเข้ามุ้ง ดันร่างนอนราบแล้วระดมพรมจูบทันที แพรวาสะดุ้งเพราะถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว

“อะไรกันโช เดี๋ยว!

ชายหนุ่มหอมแก้มซ้ายขวา “รู้สึกว่าวันนี้แพร...น่ากินชะมัดเลย”

หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว อดหัวเราะไม่ได้ “พูดเหมือนอดอยากมาจากไหน”

“ไม่รู้สิ วันนี้...” คำพูดขาดหายไปเหลือแค่เสียงลมหายใจที่สอดประสาน

เมื่อเพลงรักอีกบทของการใช้ชีวิตคู่ได้บรรเลงจบลง โชติกเหลือบมองแพรวาที่นอนกอดเกย เขาไล้ฝ่ามือเบาๆ กับแผ่นหลังเปล่าเปลือย

“แพร...หลับหรือยัง”

“หลับแล้ว”

ชายหนุ่มยิ้ม “ถ้างั้นช่วยละเมอตอบหน่อยแล้วกัน”

อีกฝ่ายเงยหน้าขยับมานอนเกยคางกับแผ่นอก สีหน้าเป็นสุขระบายเกลื่อนใบหน้า “ทำไมเหรอ”

โชติกสบตา “แพรอยากมีลูกไหม”

ตากลมกะพริบปริบๆ ตามมาด้วยรอยยิ้มเอียงอาย ในความสลัวยังมองเห็นว่าแก้มใสแดงระเรื่อ

“ทำไม...ถามแบบนี้ล่ะ”

“ก็อยากถามดู วันหนึ่งเราคงจะได้แต่งงานกัน อยากรู้ก่อนว่าแพรคิดยังไงเรื่องลูก”

เธอนิ่ง ครั้นแล้วก็ถามกลับไป “โชล่ะ”

ว่าแล้วเชียว โชติกนึกในใจ “โชชอบเด็กนะ ถ้ามีก็อยากได้ลูกสาว จะได้แต่งตัว มัดผมผูกโบ อ้อนพ่อคะพ่อขา แล้วก็ขอให้สวยเหมือนแพรด้วย” ท่าทางที่เขาพูดดูเคลิ้มฝัน

“แพรเคยได้ยินว่าพวกวิศวกรมักจะได้ลูกสาว เพราะลูกสาวจะเพิ่มความอ่อนหวานน่ารักให้พ่อ ซึ่งงานของพ่อไม่มี” เธอว่า “แล้วเด็กผู้ชายล่ะ ไม่ชอบเหรอ”

“ก็ชอบ ถ้าเป็นลูกยังไงก็รักอยู่แล้ว โชคิดว่าการมีลูกมันเหมือนว่าเราเกิดมาแล้วได้ใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบ ถ้าโชตายไปยังไงก็มีตัวแทน มีคนสืบทอดความคิด”

แพรวาใจหาย “โช! ทำไมพูดแบบนี้” ชายหนุ่มเลิกคิ้วงงงัน “พูดเรื่องตายทำไม เขาไม่ให้พูดว่าตัวเองจะตายนะ ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย”

“เขาน่ะใคร”

“ไม่รู้ แต่แพรไม่ชอบ ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้แล้วบอกว่าพูดเล่น” หญิงสาวเสียงเขียว โชติกยิ้มทะเล้น

“อ้าว ซวยแล้วกู ได้เมียเชื่อถือไสยศาสตร์จนได้”

“โช!

“แพรก็ตบโชสิ” เขากอดเธอ “ตบด้วยปากแพรนี่แหละ”

เจอไม้นี้เข้าไปแพรวาก็ชะงัก และถูกเขาฉวยจังหวะนี้พลิกร่างขึ้นไปอยู่เหนือกว่า โอบกอด โลมไล้ คลอเคลีย จุดไฟที่มอดไปแล้วให้ลุกโชนได้อีกระลอก

โชติกรู้ดีว่าต้องมีคนออกตามหาแพรวา...รัฐบอกเขาว่ามีคนแปลกหน้ามาตามหา เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแพรวา อย่างไรเสียครอบครัวของเธอก็ต้องตามมาเจอสักวัน เวลาแห่งการตัดสินอนาคตใกล้เข้ามาทุกที แม้รู้ว่ายากแต่ก็อยากจะมีเธอไว้เช่นนี้ตลอดไป

 

เพียงดาวหงุดหงิดจากการต้องเปลี่ยนแผนเพราะไม่มีเที่ยวบิน ทำให้การมาชุมพรล่าช้าไปอีกหนึ่งวัน และมันทำให้เธอยิ่งร้อนใจ เธอกระชากประตูรถออกทั้งที่ยังจอดไม่สนิท พรฟ้าต้องรีบดึงแขนเพียงดาวไว้

“อะไรคะคุณแม่!

“ใจเย็นๆ ก่อน ผลีผลามเข้าไปเจ้าของบ้านเขาจะคิดว่าเราบุกรุกแล้วแจ้งความจับเอาได้นะ”

“พวกเขาต่างหากจะเจอข้อหาลักพาตัวก่อน” เธอสะบัดเสียงใส่ผู้เป็นแม่แล้วลุกพรวดออกไป พรฟ้าต้องรีบจ้ำเท้าตาม

ตรงหน้าเป็นเรือนไทยยกสูง หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนอกชานและกำลังมองมาด้วยความสงสัย เพียงดาวไม่รอคำเชิญใดๆ ทั้งสิ้น เธอรีบก้าวขึ้นบันไดไปจนเจ้าของบ้านตกใจ

“แพรวาอยู่ที่ไหน!

“อะ...อะไรกันคะ พวกคุณเป็นใคร”

“ฉันเป็นแม่ของแพรวา ไม่ต้องมาทำเป็นสงสัย ฉันสืบรู้มาหมดแล้วว่าลูกสาวฉันมาที่นี่ บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเธออยู่ที่ไหน! น้องแพร!” เพียงดาวไม่พูดเปล่า เธอทำท่าจะก้าวเข้าไปในตัวบ้าน พรฟ้าต้องดึงมือเธอไว้

“ดาว!

รุ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีทำความเข้าใจและสวนกลับด้วยคำพูด “จะมาหาใครยังไงก็ไม่ว่ากันหรอกนะคะ แต่ช่วยมีมารยาทแนะนำตัวและพูดจาให้สมกับการแต่งกายหน่อยสิคะ ฉันจะได้ไม่คิดว่าคุณเป็นสิบแปดมงกุฎบุกรุกบ้าน”

“นี่เธอ!

“ยายดาว แม่บอกแล้วใช่ไหม!

“แม่!

พรฟ้าจิกเล็บลงในต้นแขนลูกสาว อีกฝ่ายเม้มปากแน่น จ้องมองเจ้าบ้านด้วยสายตาดุดัน เธอเสียเวลาไปหนึ่งวัน ความอดทนที่ต้องรอทำให้ฉุนเฉียว

“มีอะไรกันเหรอ เสียงดังเอะอะไปถึงหลังบ้าน”

รัฐเดินออกมา สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง รุ่งหันไปตอบเบาๆ “เขามาตามหาลูกสาว”

เขาทำกิริยารับรู้แค่การเลิกคิ้ว “อ้าว ทำไมมาตามที่นี่ล่ะ”

“เลิกทำเป็นแกล้งโง่ซะที ฉันรู้ว่าลูกสาวฉันอยู่ที่นี่ อย่าทำให้เสียเวลาได้ไหม!” พอเห็นกิริยาเฉยเมยของผู้มาใหม่เพียงดาวก็แหวขึ้นมาอีก แต่ถูกคนเป็นแม่กระชากแขนให้ถอยออกมา

“ดาว ต้องให้แม่พูดอีกกี่ครั้ง ถ้ายังโวยวายแบบนี้ แม่จะกลับนะ”

“ก็ดาวเป็นห่วงน้องแพร” เธอทำท่าจะร้องไห้

“แม่รู้ แต่เราก็มาถึงที่นี่แล้ว สงบสติอารมณ์หน่อย ถ้าเกิดอีกฝ่ายเขาไม่พอใจเอาเรื่องขึ้นมามันจะยุ่งยากไปกันใหญ่ เงียบ แล้วแม่จะคุยเอง” พรฟ้าทั้งปลอบทั้งขู่คนเป็นลูกจึงนิ่งขึ้นได้ เธอไม่ตำหนิเพียงดาวเพราะรู้ดีว่าเพียงดาวทั้งรักและเป็นห่วงแพรวาขนาดไหน อย่างไรเสียแพรวาก็เป็นหลานของเธอเช่นกัน

พรฟ้าถอนหายใจ “ที่นี่บ้านของคนชื่อรัฐใช่ไหม”

“ผมเอง” ชายหนุ่มตอบ

“ฉันมาตามหาหลานสาวชื่อแพรวา นั่นแม่เขา ฉันรู้มาว่าน้องแพรมาพักอยู่กับเธอที่นี่ มีคนยืนยันแล้ว” พรฟ้าหยิบรูปจากกระเป๋า “นี่รูปน้องแพร”

รัฐแทบไม่ต้องดูก็รู้ แต่เขาก็ใช้มือซ้ายรับมาเหลือบมองพอเป็นพิธี

“น้องเขามาจริง แต่ไม่ได้พักที่นี่” เสียงชายหนุ่มค่อนข้างดัง ผู้มาเยือนสองคนอึ้งไปเล็กน้อย แต่ไม่มีเวลาสงสัย พรฟ้ากับเพียงดาวตื่นเต้นกับคำตอบมากกว่า

“ถ้าไม่ได้พักที่นี่แล้วน้องแพรพักที่ไหน บอกมานะ” เพียงดาวถาม

“ใจเย็นๆ สิครับ ผมก็กำลังจะบอกอยู่เดี๋ยวนี้” รัฐส่งรูปคืน

“นี่ฉันใจเย็นพอแล้วนะ อย่ามาโยกโย้ น้องแพรอยู่ที่ไหน!

เขาบุ้ยหน้า “อยู่กระท่อมท้ายสวนโน่น อ้อ! ถ้าคุณรู้มาก่อนว่าน้องแพรอยู่ที่นี่ก็น่ารู้จะใช่ไหมครับว่าลูกสาวคุณไม่ได้อยู่คนเดียว”

สีหน้าทั้งสองสลับไปมาระหว่างกระจ่างกับซีดเผือด “ก็นั่นแหละ ลูกฉันถูกผู้ชายที่ไหนไม่รู้พามาจะให้ใจเย็นอยู่ได้ยังไง ลูกฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”

เจ้าของบ้านยิ้มเย็น “มากังวลเอาป่านนี้จะช้าไปไหมครับ” รัฐพูด จากนั้นเขาก็หันไปทางรุ่ง รัฐจะพาสองคนนี้ไปหาแพรกับโชนะ รุ่งอยู่ที่นี่แล้วกัน!

รุ่งขมวดคิ้ว “แล้วจะตะโกนทำไมเนี่ยรัฐ”

ชายหนุ่มทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินนำผู้มาเยือนทั้งสองลงจากตัวบ้าน ปากอธิบายว่าสถานที่ที่ว่าอยู่ในสวนห่างจากที่นี่ราวหนึ่งกิโลเมตรและต้องเดินเข้าไป พรฟ้ากับเพียงดาวหน้าเจื่อน แต่ไม่มีทางเลือกยอมเดินตามผู้นำทางไปอย่างไม่แน่ใจ

 

“ว่าไงพี่”

โชติกรับโทรศัพท์แล้วดึงออกห่างจากหูเพราะได้ยินเสียงแปลกๆ คล้ายคนคุยกันแต่จับใจความไม่ได้ ขณะรอให้แพรวาตากผ้าเสร็จเพื่อจะไปกินมื้อเช้าที่เรือนใหญ่อย่างเคย

“ฮัลโหล พี่รัฐ”

“...เลิกแกล้งโง่...ลูกสาวฉัน...”

รูปประโยคไม่ปะติดปะต่อทำให้โชติกต้องขมวดคิ้ว

แพรวาเดินมาสมทบ “อะไรเหรอ”

“พี่รัฐโทร. มาแล้วไม่พูด มีแต่เสียงแปลกๆ”

“เผลอกดหารึเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกัน แพรลองฟังสิ” เขากดปุ่มเปิดลำโพง ปรับเสียง แพรวาหยิบกระจกบานเล็กมาส่อง

“นี่ฉันใจเย็นพอแล้วนะ อย่ามาโยกโย้ น้องแพรอยู่ที่ไหน!

เพล้ง!

กระจกหลุดจากมือแพรวา หญิงสาวหันขวับ ตาเบิกกว้าง จำได้แม่นยำ

คุณแม่!

โชติกหันขวับมาถามแพรวา “หมายความว่ายังไง เสียงในโทรศัพท์นั่นแม่แพรเหรอ” อีกฝ่ายผวาเข้ามาใกล้ “แต่นี่มันสายของพี่รัฐ งั้นก็แปลว่า...”

“รัฐจะพาสองคนนี้ไปหาแพรกับโชนะ รุ่งอยู่ที่นี่แล้วกัน!

สองหนุ่มสาวสบตากันอย่างตกใจ เข้าใจความหมายของประโยคแทบในทันที นั่นหมายความว่าคนที่พวกเขาหนีจากมาได้พาตัวเองมาเยือนถึงที่นี่แล้ว

“โช แม่มาที่นี่แล้วแน่ๆ เลย เราจะทำยังไงดี โช!” แพรวาดูจะตื่นตระหนกกว่า เธอเขย่าแขนโชติกอย่างแรง เขาต้องรีบจับมือเธอมากุมไว้แน่น

“คงจะใช่” เขาถอนหายใจ “แบบนี้แสดงว่าแม่แพรไปที่เรือนใหญ่ก่อน พี่รัฐคงกดโทรศัพท์โทร. ออกบอกให้เรารู้ล่วงหน้า”

“แม่กำลังจะมาใช่ไหม ทำยังไงดี” น้ำเสียงแพรวาเหมือนจะร้องไห้ ชายหนุ่มยังไม่ได้ตอบ “หนีกันเถอะโช!

“ฮะ!?

“แพรไม่กลับนะ ไม่ไปกับคุณแม่เด็ดขาด แพรจะอยู่กับโช กลับไปก็ต้องโดนบังคับให้แต่งงาน ทีนี้เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแน่” แพรวาโผเข้ากอดโชติก ชายหนุ่มหน้าเครียด กดดันหนักหน่วง เคยคิดเสมอว่าตัวเองเป็นลูกผู้ชายพอ เมื่อใดที่ครอบครัวของหญิงสาวมาเจอก็จะตกลงกันต่อหน้าให้รู้ดำรู้แดง เขาอาจจะไม่ใช่คนต้นคิดเรื่องหนีตามกัน แต่เมื่อรักแล้วเขาก็พร้อมที่จะแอ่นอกยอมรับ และพร้อมจะทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขารับผิดชอบชีวิตลูกสาวของพวกเขาได้ดีเพียงไร

ถ้าหนีอีกครั้งก็ไม่พ้นต้องหนีตลอดไปแน่

“โช หนีกันเถอะ” แพรวาชวน

พอเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของคนรักก็ไม่พ้นใจอ่อน เขาตัดสินใจ

“งั้นฟังโชนะ เอาโทรศัพท์แพรมาเปิดเครื่องแล้วโทร. หาพี่รุ่งให้ช่วยดูต้นทางให้หน่อย เราต้องไปเอามอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวโชเก็บของแป๊บ” ชายหนุ่มสั่งรวดเร็ว แพรวาปาดน้ำตาแล้วรีบคว้าโทรศัพท์มาทำตามที่เขาบอก ไม่ถึงนาทีทุกอย่างก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย

“พี่รุ่งบอกว่าให้เข้าไปทางด้านหลัง จะเอารถออกมารอให้”

“ไป” โชติกสะพายเป้ คว้ามือหญิงสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไป ลัดเลาะตามชายป่าริมลำธาร แม้ว่าระยะทางจะมากกว่าเส้นทางปกติ แต่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็เห็นหลังคาบ้านรุ่นพี่

หญิงสาวเจ้าของบ้านรออยู่แล้ว เธอก้าวยาวๆ มาหา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้โชติก

“เดี๋ยวพอโชออกไปหน้าหมู่บ้านแล้วเลี้ยวขวาแทนนะ ไปออกทาง...” รุ่งอธิบายอีกสองสามคำโชติกก็พยักหน้า เขาพาแพรวาเคลื่อนตัวไปที่ยานพาหนะคันโปรดแล้วขึ้นคร่อม ก่อนจะสตาร์ตเครื่องก็ถูกรุ่งยิงคำถามที่ไม่ต้องการได้ยิน

“แล้วคิดหรือยังว่าจะทำยังไงต่อ”

หนุ่มรุ่นน้องชะงักมือที่กำลังสวมหมวกกันน็อก “หาที่พักสักคืนแล้วตั้งใจว่าจะปรึกษากันอีกที” คนตอบพยักหน้า ถอยออกมาก้าวหนึ่งเมื่อเครื่องยนต์คำราม

“ขอบคุณมากนะคะพี่รุ่ง ฝากบอกพี่รัฐด้วย แล้วแพรจะโทร. มาหา” หญิงสาวยกมือไหว้ ส่วนโชติกพยักหน้าคล้อยตาม

“จ้ะ โชคดีนะ” รุ่งส่งยิ้มและโบกมือให้ขณะมองมอเตอร์ไซค์คันโตนั้นแล่นออกไป ครั้นแล้วก็ดึงกลับมากุมหน้าอก เพราะรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ ภาวนาว่าขอให้รุ่นน้องทั้งสองคนโชคดี

 

ชายหนุ่มรีบกดโทรศัพท์เมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์สีเขียวคันใหญ่แล่นผ่านไป สายตาและประสบการณ์นักสืบบอกให้รู้ว่าเป้าหมายรู้ตัวและกำลังเปลี่ยนสถานที่ เขาคิดล่วงหน้าเอาไว้จึงบอกกับนายจ้างทั้งสองว่าจะรออยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านหลังจากเขียนแผนที่ปลายทางให้อย่างละเอียดแล้ว

 

กระท่อมท้ายสวนไม่มีคนอยู่

“ไหนน้องแพรล่ะ!

เสียงเพียงดาวไม่ตกลงแม้จะเหนื่อยจากการเดินเท้ามาร่วมกิโลเมตร รัฐแบมือ

“ไม่ได้นะ! เธอต้องบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าน้องแพรไปไหน ไอ้หมอนั่นมันพาน้องแพรไปไหน บอกฉันมา!” อารมณ์ที่เพียงดาวทนเก็บกักไว้ระเบิดออก เธอกระโจนเข้าหาชายหนุ่ม

รัฐผงะหนี “อะไรกันครับคุณ คุณอยากมาผมก็พามาแล้ว น้องแพรไปไหนผมจะไปรู้ได้ยังไง”

“แกโกหก!

“ดาว!

“ลูกดาวนะคะ ลูกดาว” เพียงดาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พรฟ้ากำลังเหนื่อยจึงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กวาดสายตาเข้าไปในกระท่อม ที่นอนหมอนมุ้ง ขวดน้ำ รองเท้าแตะ ทุกอย่างบอกให้รู้ว่าเคยมีคนอาศัยอยู่

ยังไม่ทันที่ใครจะได้ซักถามอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังราวกับเป็นคำตอบ

“ว่าไง!” เพียงดาวตวาด

ลูกสาวคุณรู้ตัวก่อน เธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้ว

“อะไรนะ!” เพียงดาวเบิกตากว้าง เธอรีบถ่ายทอดคำพูดต่อให้พรฟ้าที่รอฟัง หญิงสูงวัยตกใจเช่นกัน “แล้วไปไหน” เพียงดาวถามผ่านโทรศัพท์

“ผมไม่รู้”

“ก็ตามไปสิ!

รัฐยืนฟังนิ่ง ดูเหมือนปลายสายจะไม่แน่ใจ

“ตามเลย แล้วโทร. บอกฉันตลอดว่าน้องแพรไปที่ไหน เข้าใจไหม” เพียงดาวสั่งเสร็จก็วางสายแล้วหันมาทำตาขวางใส่ชายหนุ่มคนเดียว

“ฉันจะต้องตามลูกสาวฉันกลับมาให้ได้ คอยดูเถอะ!

เธอตะคอกใส่รัฐแล้วหันไปจับมือพรฟ้าให้เดินตาม ชายหนุ่มทำหน้าทึ่งเกินกว่าเหตุขณะตอบแค่ครับคำเดียว รัฐแอบโล่งใจที่รุ่นน้องทั้งสองรอดพ้นการเจอหน้าบุพการีที่กำลังเดือดดาล แต่ก็ยังไม่วางใจเพราะไม่รู่ว่าทั้งโชติกและแพรวาจะตัดสินใจอนาคตตัวเองอย่างไร

 

โชติกเห็นจากกระจกว่ารถกระบะคันนั้นตามพวกเขามาสักระยะแล้วจึงบิดคันเร่งขึ้น รู้สึกได้ถึงแรงลมที่ตีเข้ามาและแรงกอดที่เพิ่มขึ้นจากคนซ้อน เดาได้เลยว่าต้องเป็นคนจากแม่ของแพรวา ไม่งั้นไม่ตามมาตลอดไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนความเร็วยังไง

บ้าจริง!

แผนการหนีไม่อยู่ในความตั้งใจ แต่เมื่อเลือกแล้วก็อยากทำให้สำเร็จ แพรวาพูดถูก ความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเจอกันอีกหลังจากครอบครัวของเธอตามเจอเท่ากับศูนย์ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปเป็นอันขาด เขาจะพาเธอหนีไปให้สุดขอบฟ้า รอให้เวลาผ่านจากเดือนเป็นปีเป็นหลายปี ดูซิว่าแม่กับยายของเธอจะยอมรับเขาได้ไหม

สองข้างทางมีแต่ป่ายาง แต่ผิวถนนดีเยี่ยม ชายหนุ่มแทบจะไม่แตะเบรก อีกฝ่ายตามไม่ลดละ ความเร็วทำให้ภาพที่เห็นพร่าเลือน ข้างหน้า...

สัญญาณไฟ!

โชติกสบถในใจ ถ้าเขาจอดตอนนี้รถคันนั้นตามมาเทียบแน่ ดูจากการขับแล้วเผลอๆ อาจจะปาดหน้าเขาก็เป็นได้ ชายหนุ่มขบฟัน สี่แยกตามต่างจังหวัดรถไม่เยอะอยู่แล้วแม้ว่ามันจะเป็นสีแดง แต่ถ้ามีรถสวนมา...

เขาตัดสินใจก้มตัวลงอีก บิดคันเร่งผ่านแยก
            แต่แล้ว รถกระบะอีกคันก็พุ่งเข้ามาจากฝั่งซ้าย
!

ชายหนุ่มตาเหลือก หักหลบอย่างรวดเร็ว เสี้ยววินาทีที่ด้านหน้าพ้นกันชนของรถอีกคัน

ทว่า...ไม่พ้นทั้งคัน

เขาได้ยินเสียงวัตถุกระแทกกันดับกร๊อบ และตามมาด้วยแรงมหาศาลกระชากทำให้พาหนะสองล้อปลิวหวือไปถึงมุมของสี่แยก มือโชติกหลุดจากแฮนด์ สติสุดท้ายสั่งการให้เขาจับร่างแพรวาเข้ามาชิดแม้ว่าทั้งสองจะถูกเหวี่ยงไถลตกลงไปยังไหล่ถนนแล้วก็ตาม

โชติกได้ยินเสียงหวีดร้องดังขึ้นขณะที่ทุกอย่างค่อยๆ ดับวูบลง

 

 

19.12.17

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #828 Aortic (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:34
    กรรม ตื่นเต้นหนักมาก จะแยกไหนก็ห้ามฝ่าไฟแดงจริงๆค่ะ
    #828
    0
  2. #736 darika-grammy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 18:57
    จะเป็นอะไรมั้ยหน่ะ
    #736
    0
  3. #582 Notting Better (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 / 23:26
    แอบช็อคตอนนางเอกบอกจะเก็บของ  สะเทือนใจสุดๆๆๆ
    #582
    0
  4. #494 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:57
    สงสารโชนะเนี้ย
    #494
    0
  5. #356 MU @ Club (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 02:25

      โหย.. โชติก จะเป็นอะไรมากรึเปล่านะ

      เข้าใจอยู่หรอกว่าลูกใครใครก็รัก และปรารถนาดีต่ออนาคตลูกอะนะ

      แต่มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ

      ที่ทุกอย่างได้เป็นแบบนี้เนี๊ยะ เพราะการวาดหวังทุกสิ่ง

      แบบใช้เงินเป็นเป้าหมายหลัก

      ต้องมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดแลกมาซึ่งบทเรียนชีวิต

      คนอย่างคุณย่ากับยัยเพียงดาวถึงจะคิดได้ซินะ

      แล้วมาได้คนหัวใจเป็นใบ้คำทางแบบคุณคิน เป็นตัวขับเคลื่อนอีก

      เหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้ทำร้ายแค่ใจนู๋ก้าคนเดียวหรอกนะคะ

      มันทำร้ายหัวใจ รีดเดอร์ทั้งหลายด้วย

      ก็นะ ทั้งลุ้น, ทั้งเคือง ทั้งรักอีกต่างหาก  ( ก็คนมันติดนิยายอะ )
                       
    #356
    0
  6. #94 tuatoto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 19:03
    กะลังเข้มข้นเรยยยๆๆๆๆ นู๊ก้าของเราจะทำงัยดี เเต่ให้ก้าไปก็ดีเหมือนกัน อคินจะได้รู้สึกซะบ้าง ใช่ไหมคะไรเตอร์
    เเต่ก็หวังว่าโชคงไม่เป็นไรนะ
    #94
    0
  7. #91 MBA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2554 / 13:23
    ขออย่าให้มีใครตายเลย T^T
    #91
    0
  8. #90 Naiad['s] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 21:51
    ดูเหมือนว่าเรื่องจะเริ่มดราม่าเพิ่มขึ้นแล้วนะเนี้ย!
    #90
    0
  9. #89 tabo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 13:27
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #89
    0
  10. #88 cactus (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 11:14
    ว้า พี่คินหนูก้าโผล่มานิดเดียวอ่ะ รอตอนต่อไป
    #88
    0
  11. #87 che_ii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 10:11
    โช จะเป็นอะไรไม๊เนี่ย ?  ถ้าเกิดตาย ทำไงอ่ะคะไรเตอร์  น้องแพรก็ต้องให้เฮียคินรับผิดชอบงั้นเหรอ ?  ดูท่าทางจะท้องนะเนี่ยน้องแพรอ่ะ  ทำไงดีๆๆๆๆๆ  นู๋ก้าของช้านนนนนแย่แล้ว  โอยปวดใจ  เมื่อไหร่จะมาอีกตอน 
    #87
    0
  12. #86 che_ii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 09:42
    เฮ้ย !!!!!!! จะเป็นอะไรไม๊เนี่ย ???? อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ทำไมตอนนี้มันสั๊นสั้น จะมาต่ออีกตอนชิมิคะ ????
    #86
    0