เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 12 : 12 เสน่ห์ปลายจวัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60


 

12

 

แพรวายังไม่หลับ ถึงตะเกียงจะดับไปแล้ว แต่โชติกยังไม่กลับมา เธอพลิกตัวกระสับกระส่าย เคยมีเขานอนเบียดอยู่หลายคืน เพียงแต่คืนนี้ชายที่รักขอฉลองปีใหม่อยู่กับรัฐและเพื่อนคนงานแล้วให้เธอกลับมาก่อน แค่นี้แพรวาก็รู้สึกเหงาแล้ว

เธอดูนาฬิกา เกือบห้าทุ่มแล้ว พอกลับมาที่พักก็หลับไม่ลง ครั้นจะนั่งอยู่ด้วยกันก็ทนถ่างตาไม่ไหว แม้ว่าบรรยากาศการดื่มกินที่มีแอลกอฮอล์จะสนุกสนานมากเพียงใดก็ตาม

แพรวาไม่เคยอยู่ท่ามกลางผู้ชาย ไม่เคยได้ยินคำพูดสองแง่สองง่ามห่ามทะลึ่งตึงตัง แม้กระทั่งโชติกเอง ตอนที่รับแก้วจากรุ่นพี่คนหนึ่งยังทำท่าเกรงเธอ หากพอได้ดื่มน้ำสีอำพันลงคอสักพัก อาการที่ว่าก็หายเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อคนส่งเหล้าให้โชติกบ่นเรื่องความหึงหวงของเมียตนเอง โชติกก็กระแอมแล้วกล่าวราวนักปราชญ์

“ศาสนาพุทธสอนว่าให้เดินสายกลาง ทุกอย่างต้องไม่มากไปหรือน้อยไป แทนที่จะมีเมียเดียวหรือเมียสาม ควรจะมีเมียสองจึงจะพอดี”

เสียงหัวเราะดังรอบวง

“เฮ้ย เข้าท่า แต่ศีลข้อไหนวะสอนให้มีเมียสองคน”

“ศีลของผมเอง ถ้าคนเดียวก็หนักฝ่ายเดียว สามคนหารไม่ลงตัว ฉะนั้นสองคนดีที่สุด อเมริกามีจีนถ่วงดุลอำนาจฉันใด ผู้ชายมีเมียสองไว้คานกันฉันนั้น ทะเลาะกับบ้านไหนยังมีอีกบ้านให้ไปซุกหัวนอนได้”

“แล้วถ้าทะเลาะทั้งสองบ้านล่ะ” รัฐถาม

“ลี้ภัยประเทศที่สามไปเลย ล่าอาณานิคมไปเรื่อย หาไม่เจอแน่นอน”

“น้องแพร ดูไว้ๆ เหล้าเข้าปากแล้วมันเป็นแบบนี้”

“ไม่เกี่ยว โชแค่บอกทางเลือกให้พี่เขาต่างหาก”

“ไม่ต้องแถ ไอ้โช มันเป็นจิตใต้สำนึก ถ้ามึงไม่คิดพูดออกมาไม่ได้หรอก”

โชติกส่ายหน้า “ไม่มีทาง ผมพูดให้ขำ ผมรักเมียคนเดียว จริงไหม”

ว่าแล้วเขาก็หอมแก้มเธอ เพื่อนๆ รอบวงโห่ฮา แพรวาหน้าแดงแล้วแดงอีก ทั้งขำและเขิน เธอสังเกตเขามาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกัน เขาไม่เคยแสดงกิริยาต่อหน้าคนหมู่มาก ทว่านับแต่มาที่นี่ เมื่อใดที่มีผู้ชายมองเธอนานผิดปกติเขาจะแสดงอาการเป็นเจ้าของทันที

สำหรับแพรวานั้นอคินเป็นคนใจดีและอบอุ่น เธอยอมรับว่าเขาให้เกียรติและเป็นสุภาพบุรุษเสมอ แต่นั่นไม่ได้แปลว่ารัก ต่างจากโชติกที่บางครั้งก็กวนโมโห แต่สักพักก็มาออดอ้อนเหมือนแมว เขามีชีวิตชีวา มีค่าพอให้เธอฝากชีวิต

แพรวาได้ยินเสียงเหยียบใบไม้กรอกแกรก เธอดีดตัวขึ้นมา

“แพร...”

แพรวาเป่าปาก โล่งใจที่โชติกกลับมาเสียที เธอลุกไปเปิดประตูให้ กลิ่นเหล้าฟุ้งมาก่อนตัว โชติกเดินเซเข้ามา หญิงสาวรีบประคองเขาไว้ เธอย่นจมูก “หือ เหม็นเหล้าหึ่งเลย”

“กลับ...มาแล้ว”

“ไม่บอกก็รู้ย่ะ ทำไมเมามาขนาดนี้เนี่ย” เธอบ่นพลางพยุงเขา พอถึงกลางห้องเขาก็ทิ้งตัวนอนแหมะ

“โช...”

“ง่วงนอน” เขาทำท่าจะคลานเข้ามุ้ง แพรวารีบดึงไว้

“ไม่ๆ ไปอาบน้ำก่อนเลย เหม็นขนาดนี้”

“ไม่อาว” เขางอแง ทำท่าจะรั้งเธอให้ลงไปนอนด้วย

“ถ้าไม่อาบไม่ให้นอนด้วยนะ ลุกเดี๋ยวนี้!” เธอพยายามจะดึงเขาขึ้นมา แต่อีกฝ่ายตัวหนักเหมือนมีแอลกอฮอล์ถ่วง

แพรวาเปลี่ยนใจ เธอหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำ จัดแจงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ความเขินมีไม่มากเท่าช่วงแรก แต่เริ่มรู้สึกได้ว่ากำลังก้าวสู่ชีวิตคู่ที่จริงจัง ดูจากการเป็นที่รักของเพื่อนฝูงแล้วโชติกอาจไปสังสรรค์อีก และเธอก็อาจต้องมาเช็ดตัวให้อีก บางทีพวกเขาจะต้องคุยกันเรื่องขอบเขต

ความคิดนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวหนักใจ ตรงกันข้าม เธออยากให้วันเวลาเหล่านั้นมาถึง เพราะนั่นหมายถึงการใช้ชีวิตร่วมกัน เธอกับเขา...จะอยู่ด้วยกันตามที่หัวใจต้องการ

 

วินาทีนับถอยหลัง กริการ์พยายามบอกอคินถึงสิ่งที่เอ่อล้นหัวใจ ขณะที่อคินเองก็จับจ้องเธอไม่วางตา

“ก้าชอบ...พี่...”

ปัง!

ทั้งคู่สะดุ้ง

“แฮปปีนิวเยียร์!

สวัสดีปีใหม่คร้าบ...”

ปัง! ปัง!

ใครบางคนจุดพลุเสียงดังสนั่น และดังติดกันหลายลูกจนกระชากอารมณ์โรแมนติกขาดสะบั้น เศษกระดาษปลิวว่อนทั่วร้าน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพลุลูกใหญ่ กริการ์และอคินค่อยๆ ผละจากกัน

“พลุ...สวย”

อคินชี้บอกให้กริการ์ดู ประกายอ่อนหวานในดวงตาชายหนุ่มหายไปแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเรียกสติให้กลับมาเป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้ว่าเขาได้ทันฟังหรือเปล่า เธอกลัวตนเองจะเป็นฝ่ายเผลอไผล เพราะเมื่อใดที่หลุดปากเธออาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

แต่คิดอีกที หากไม่แสดงออกอีกฝ่ายจะรู้ได้อย่างไร

ฉัน...สับสนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ กริการ์บอกตัวเองแบบนั้น กลับไปตั้งหลักให้สติเต็มร้อยดีกว่า

 

วันนี้ยังเป็นวันหยุด

อคินแปลกใจที่วันนี้เห็นกริการ์ตื่นเช้ากว่า เขามองนาฬิกา เกือบเก้าโมง อาจเพราะช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเขาไปนั่นไปนี่ตลอดเวลาบวกกับแอลกอฮอล์เมื่อคืน ทำให้พอกลับถึงบ้านก็เหนื่อยจนหลับไปก่อนระหว่างที่รอเธออาบน้ำ

อคินถือกาแฟเดินมาที่มุมรับแขก หญิงสาวเหลือบมอง มีรอยขบขันในดวงตา เขาหยิบรีโมตทีวีแก้เก้อ คนร่วมบ้านนั่งชันเข่าพิงโซฟา กำลังตั้งหน้าตั้งตาลากเส้นไปมาบนสมุดสีเขียว

“วาดอะไร”

“งาน”

“เขียนลงสมุดแบบนี้เหรอ”

กริการ์เงยหน้า ตากลมแต้มความประหลาดใจ ครั้นแล้วก็หลุบลง “คิดได้ก็ร่างเอาไว้ก่อน เวลาใช้จริงก็เอาไปปรับอีกที”

เขาพยักหน้า จิบกาแฟ วันนี้เธอรวบผมยาวให้เป็นพุ่มกลางศีรษะแบบลวกๆ หน้าไร้เครื่องสำอางใสเกลี้ยงเกลา ดูช่างดึงดูดสายตา กริการ์อายุห่างจากเขาหกปี น้อยกว่าแพรวา หากบางครั้งกลับรู้สึกว่าเธอซนกว่าน้องสาวต่างสายเลือดเสียอีก เหมือนภาคหนึ่งยังไม่พ้นความเป็นเด็กซึ่งสามารถทำป่วนได้ตลอดเวลา

“หืม”

            อาจเพราะถูกจับจ้องนานเกินไป กริการ์จึงเงยหน้ามามองอย่างงงๆ อคินเบนสายตากลับมาที่ทีวี

            เวลาหมุนไป ขณะที่อคินนั่งดูหนัง กริการ์กลับเดินไปมาบ่อยครั้ง ท้ายสุดหลังจากเอาสมุดไปเก็บก็มาพร้อมคำถาม

            “ปกติวันหยุดคุณก็อยู่เงียบๆ แบบนี้น่ะเหรอ”

            “ทำไม”

            “ไม่ออกไปไหนบ้างเหรอ”

            “ขี้เกียจขับรถ” อคินบอก พอเห็นกริการ์ทำท่าฉงนก็ยิ้ม “ปกติผมไม่ค่อยอยู่บ้าน พอได้หยุดก็อยากพักบ้าง”

            คนถามเท้าคาง “แล้วถ้าว่าง คุณทำอะไร”

            ชายหนุ่มกอดอก “ขอดูหนังให้จบก่อนได้ไหม เดี๋ยวให้สัมภาษณ์ จะตอบทุกคำถามเลย”

            กริการ์หัวเราะเสียงใส หยุดตั้งคำถามแล้วนั่งดูหนังไปกับเขาจนจบ

            “หิวแล้ว”

            อคินเลิกคิ้ว “ไม่ถามแล้วเหรอ”

            กริการ์ส่ายหน้า “ไม่ละ แต่หิว ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”

            อคินปิดทีวี ลุกยืน “ทำไมคุณไม่ทำเองล่ะ”

            อีกฝ่ายชี้ตัวเอง หน้าเบ้ “แล้วจะกินได้ไหมนั่น ขนาดข้าวต้มฉันยังฉีกซองเลยนะ”

อคินหัวเราะ เขาเดินนำไปที่ครัว กริการ์ไม่แน่ใจแต่ก็เดินตามไป อคินเปิดตู้เย็น กวาดสายตา ครั้นแล้วก็หันกลับมาที่เธอ

            “คุณทำสิ เดี๋ยวผมสอนให้”

            เขาพูดง่ายๆ แต่กริการ์รู้สึกเหมือนเป็นข้อความตัดสินชีวิต ขณะเดียวกันหัวใจก็เต้นโครมครามราวกับเด็กสาวที่ออกเดตครั้งแรก สำหรับเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ทำอาหาร คิดแล้วก็ยิ่งอยากจะตีความหมายเข้าข้างตัวเองให้มากกว่าปกติ ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดไป

            “ทำไข่น้ำก็แล้วกัน ง่ายดี แต่ก่อนอื่นต้องหุงข้าว” เขาหยิบหม้อข้าวยื่นให้ หญิงสาวทำตาปริบๆ

            “อย่าบอกนะว่าหุงข้าวไม่เป็น”

            กริการ์หลบตา เอามือถูโต๊ะแทนคำตอบ อคินส่ายหน้า “เชื่อเขาเลย อยู่มาได้ยังไงเนี่ย”

            “แหมคุณ ประเทศไทยไม่ใช่ยูกันดานะ แค่หุงข้าวไม่เป็นไม่อดตายหรอก”

            “ก็เป็นผู้หญิงน่ะ เรื่องพื้นๆ พวกนี้ทำเป็นไว้ก็ไม่เสียหายนี่ จริงไหม” เขาพูดพลางเทข้าวสาร ปากก็อธิบายไปด้วยว่าซาวข้าวยังไง น้ำเท่าไร กะปริมาณยังไง ต่อมาก็หยิบไข่ไก่ หมู ผักอีกเล็กน้อยออกมา

            ด้วยความที่กริการ์เป็นมือใหม่ทำให้อคินต้องสอนอย่างใจเย็น ตั้งแต่เจียวไข่ ใส่หมู หั่นผัก กริการ์ก็คอยทำตามแม้จะเถียงอยู่เล็กน้อยให้เขาต้องทำตาดุใส่ ท่าทางเก้ๆ กังๆ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี จนทุกอย่างรวมอยู่ในหม้อรอเวลาเดือด

            “อยากทำกับข้าวเป็น สิ่งสำคัญคืออย่ากลัวร้อน ถ้ามัวแต่ไม่กล้าใส่ ไม่กล้าคน ยังไงก็ไม่เป็นหรอก เรื่องร้อนเรื่องเจ็บมันธรรมดา ถ้าไม่ซุ่มซ่ามขนาดหนัก” เขายื่นทัพพีให้เธอตวงเครื่องปรุง

            “ก็ฉันนี่แหละซุ่มซ่าม” เธอบอก “แล้วต้องใส่อะไรเท่าไรล่ะ”

            “กะเอาสิ” อคินบอก กริการ์ขมวดคิ้ว “ใส่ลงไปแล้วก็ลองชิมดู ถ้าไม่แน่ใจก็ใส่ทีละน้อยก่อน แต่ก็อย่าน้อยไป เหมือนปรุงก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ ดูน้ำแล้วก็ลองเทียบส่วนดู”

            หญิงสาวค่อยๆ ทำตามที่เขาบอก เธอใส่ซอสปรุงรสต่างๆ ที่เขาส่งมาให้พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละอย่างต่างกันยังไง เสร็จแล้วก็ยื่นทัพพีคืน “คุณชิมหน่อย”

            อคินเหลือบมอง

            “ไม่งั้นเดี๋ยวฉันเข้าข้างตัวเองนะ”

            เขาหยิบช้อนอีกคัน แกล้งพนมมือ กริการ์ร้องเว่อร์ ขณะที่คนสอนชิมคนทำก็ยืนลุ้นตัวโก่ง ในที่สุดก็พยักหน้า

            “โอเค”

            เธอแทบกระโดด “จริงเหรอ อย่าแกล้งชมให้ดีใจเก้อนะ”

            “ไม่ได้แกล้ง อร่อยจริงๆ แสดงว่าคุณเรียนรู้เร็ว มีพื้นใช้ได้ เอาถ้วยมา” อคินสั่ง

กริการ์ยิ้มแฉ่ง ส่งถ้วยให้เขา “ดีเลย จะได้เอาไว้ทำให้หนุ่มๆ กิน”

            อคินหันมา น้ำเสียงจริงจัง “น้อยๆ หน่อย แค่อย่างเดียวทำเป็นเหลิง เดี๋ยวหนุ่มพวกนั้นได้ท้องเสียกันหมด”

            กริการ์ค้อน แต่ปิดรอยยิ้มไม่มิด ไม่รู้ว่าแย้งด้วยความหมั่นไส้หรือเป็นห่วงอะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็มีปฏิกิริยากับคำของเธอ เท่านี้เธอก็สุขล้นจนอกแทบระเบิดแล้ว

            “พรุ่งนี้บริษัทผมเปิดแล้ว คุณจะกลับเลยก็ได้นะ แต่ถ้าขี้เกียจขับรถก็ตามใจ”

            กริการ์กำลังตักไข่น้ำชะงัก คำพูดเปลี่ยนจากการบังคับกลายเป็นข้อเสนอ มันแปลว่าเขาหมดใจจะตามหนี้หรือมีน้ำใจเป็นสุภาพบุรุษกันแน่

ช่างก่อน พรุ่งนี้วันพฤหัสฯ อีกแค่สองวันก็ได้หยุดอีกแล้ว ไม่รู้จะเสียเวลาไปกลับทำไม สำหรับเธอทุกนาทีมีค่าเสมอ

ฉันอยู่ก็ได้ แต่คุณทำกับข้าวให้กินด้วยนะ

 

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถโดยเปิดกระจกไว้ มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ อีกข้างถือกระดาษซึ่งมีข้อมูลที่ทำให้เขายิ้ม

สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ชุมพร

หลายวันก่อนที่หัวหินเขาได้รับข้อมูลว่า มีหนุ่มสาวขับรถมอเตอร์ไซค์มาพักในคืนวันที่สิบเอ็ดธันวา พอให้ดูรูปเจ้าของรีสอร์ตก็จำได้ ทำให้ยืนยันได้ว่าคู่รักพากันเดินทางลงใต้จริง แต่ข้อมูลทั้งสองจบลงแค่นั้น จำต้องเปลี่ยนการสืบหาไปเป็นเป้าหมายที่พวกเขาจะไปแทน เขาพลิกดูรูปในเอกสาร

นายรัฐ ชัยฐานันท์ เลขทะเบียนเกษตรกร xx2-2554 บ้านเลขที่ 52 ซอย...ตำบล...อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร

เขาทิ้งบุหรี่ลงข้างรถ ปิดกระจก ติดเครื่องยนต์ จากนั้นค่อยๆ ขับออกไปโดยรู้ว่าจะต้องใช้เส้นทางไหน เพราะสำหรับมืออาชีพอย่างเขา การหาภูมิลำเนาก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

            “สวัสดีจ้ะทุกคน แฮปปีนิวเยียร์จ้า...”

กริการ์เดินเข้าออฟฟิซพร้อมเสียงทักทายร่าเริง เพื่อนร่วมงานมากันพร้อมหน้า

            “ผมก็ปี้เช่นกันนะ” เจมส์ยักคิ้วให้

            “ให้เคลียร์นะไอ้คุณเจมส์ ปี้ใครยะ” กริการ์เสียงเขียว เจ้าตัวหัวเราะคิก “เดี๋ยวไม่ให้กินขนมซะนี่” หญิงสาวเดินเอามาวางที่โต๊ะกลางก็ชะงักเล็กน้อย

            “ของกินเท่าภูเขาแล้ว พี่นรินทร์แทบจะเหมาแคบหมูมาหมดเชียงใหม่” เจมส์เดินตามมา “คนมีอยู่เท่านี้ซื้อมาตั้งเยอะแยะ”

            “แกไม่กินแต่ฉันกิน ไอ้เจมส์ ลูกผัวฉันมีเดี๋ยวฉันเอาไปเอง” อิ๋วว่า กริการ์หัวเราะ

            “แกสิ ไอ้ก้า เบี้ยวเฉยเลยนะ”

กริการ์ทำแก้มป่อง

“แล้วไง หายดีแล้วเหรอ”

            “หาย?” เธองงงัน ครั้นแล้วก็นึกขึ้นได้ “อ้อ! เออ หายแล้ว ขอโทษทีนะเจมส์วันนั้นไปไม่ไหวจริงๆ แต่แหม ไปเที่ยวกันก็ไม่โทร. มาหาเลยนะ เงียบกันหมด” ท้ายประโยคเธอโยนให้กลายเป็นความผิดของอีกฝ่าย

            “มีคนเขาอยากโทร. หาแกจะแย่ แต่ดันทำโทรศัพท์หาย เศร้าไปเลย ฮ่าฮ่า” เจมส์พยักพเยิด

            กริการ์เพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่เข้าออฟฟิซมายังไม่ได้ยินเสียงตติย มองไปเห็นเขานั่งนิ่งๆ เท้าคางมองหน้าจอไม่มาเสวนาด้วย นั่นสิ ถึงว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากเขา

            “เตจ๋า”

            อีกฝ่ายเหลือบมองเล็กน้อย

“ทำโทรศัพท์หายเหรอ แย่เนอะ”

            ชายหนุ่มตอบโดยไม่ได้หันมามอง “ไม่เป็นไร ซื้อใหม่แล้ว”

            “เที่ยวสนุกไหม”

“ก็ดี”

“หนาวรึเปล่า”

            “อืม”

            กริการ์ย่นคิ้ว “เต...โกรธอะไรก้าหรือเปล่านี่”

            “เปล่า”

            เธอเอามือประกบหน้าเขาให้หันมา “ไม่โกรธก็หันมาคุยกันดีๆ รู้นะว่างอนที่ไม่ได้ไปเที่ยวด้วย ก้าก็เสียดายเหมือนกันแหละ”

            ตติยสบตา ถอนใจแล้วดึงมือกริการ์ออก “เซ็งที่โทรศัพท์หาย ไม่ได้เกี่ยวกับก้าเลย รู้แล้วว่าก้าไม่สบาย แล้วก้าล่ะ หยุดตั้งหลายวันไปไหนมา”

            กริการ์ถอยไปนั่งเก้าอี้ “ก็...พอหายก็ไม่ได้ไปไหน อ้อ! ไปทำบุญให้พ่อกับแม่มา แล้วก็ดูหนังเรื่อยเปื่อย” ตอบไปก็เหลือบมองหน้าอีกฝ่ายไปพลาง เธอไม่แน่ใจว่าตติยจะเชื่อหรือเปล่า เพราะเขารู้ว่าเธอไม่เคยพลาดเรื่องเที่ยว แต่ไม่มีคำตอบอะไรดีกว่านี้แล้ว พอเห็นเขาไม่ได้พูดอะไรก็แอบโล่งอก

หลังจากเงียบไปหลายนาทีตติยก็ถามขึ้น “ก้านัดส่งงานที่หัวหินวันอาทิตย์นี้ใช่ไหม”

            “ใช่แล้ว”

            “เตขับรถให้นะ”

            กริการ์หันมา เธอเลิกคิ้วแทนการถามเพราะกำลังดูดกาแฟ

“ไปด้วยกันนะ”

            “ก็ดี” เธอบอกและทำให้เขามีรอยยิ้ม ชายหนุ่มลุกไปที่โต๊ะซึ่งวางของฝาก เขาเห็นเจมส์แกะถุงขนมจึงร้องขอแบ่งบ้าง

            “ไม่ให้กินโว้ย เมื่อเช้าทำท่าจะตายเป็นผักชีเน่า ทีงี้ละหางสะบัดเชียว หมั่นไส้!

            แล้วทั้งสองหนุ่มก็ต่อปากต่อคำกันครู่ใหญ่ก่อนจะหยุดเพราะดนัยเดินเข้ามา กริการ์เพลินกับเครื่องดื่ม แต่รู้สึกกังวลลึกๆ ท่าทีของเพื่อนชายแสดงออกมากขึ้นทุกที

 

            พรฟ้านั่งดูรายงานผลประกอบการจากโรงทอไหมอยู่ในห้องทำงาน มีเสียงเคาะประตูและเปิดโดยไม่รอคำตอบ เพียงดาวนั่นเอง สีหน้าเธอตื่นเต้น

            “นักสืบโทร. มาบอกว่ารู้แล้วว่าคนชื่อรัฐอยู่ที่ไหน ถ้าหาเจอก็อาจจะเจอน้องแพรด้วยค่ะ”

คนฟังทำแค่ตวัดสายตาตอบ

“คุณแม่ดูไม่ดีใจเลย”

            “ก็แค่มีเบาะแส ไม่ได้แปลว่าอยู่ที่นั่นจริงๆ จะรีบดีใจไปไหน”

            น้ำเสียงเรียบเนือยทำให้เพียงดาวผิดหวัง เดินย่ำเท้ามาทิ้งตัวนั่งที่โซฟา “คุณแม่มัวแต่ใจเย็น เกือบเดือนแล้วนะคะ ถ้ามันเลยเถิดแบบกรณีพี่กฤตจะทำยังไงล่ะ”

            คนเป็นแม่ปิดสมุดดังปัง ถอดแว่น “แล้วจะให้ทำยังไง ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหลาน แต่เธอก็เห็นว่าแม่มีงานต้องทำ แม่ก็ช่วยเธอทุกอย่างแล้ว จะให้ร้องแรกแหกกระเชอถึงไหนกันล่ะ...โอ๊ะ!” พรฟ้ากุมหน้าอก ใบหน้ายับย่น เพียงดาวผวาเข้ามาหา

            “คุณแม่!

            ลูกสาวเปิดฝายาดมจ่อจมูก ร้องเรียกหาคนช่วยเสียงหลง “มีใครอยู่แถวนี้บ้าง! มาช่วยกันหน่อย” ไม่ถึงนาทีคนใช้ก็วิ่งพรวดเข้ามา เพียงดาวสั่งให้ไปเอายาหอม

            “คุณแม่ ดาวขอโทษ”

            เพียงดาวหยิบกระดาษมาพัด พรฟ้าสูดลมหายใจลึก ยกมือขึ้นโบกเชิงไม่เป็นไร แต่อีกฝ่ายก็พร่ำคำสำนึกผิด พรฟ้าไม่ได้ยินชัดนัก ใช่ว่าเธอวางใจ ใช่ว่าจะไม่เป็นห่วงหลานสาว เธอร้อนในอกหวั่นวิตกมากกว่าที่เพียงดาวคิด สมองฉายภาพวันที่ลูกชายพาผู้หญิงท้องคนหนึ่งเข้ามากราบ        

            พรฟ้าได้แต่ภาวนา ขออย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเลย

 

            อคินตื่นแล้วแต่ยังรู้สึกไม่อยากลุก พอพลิกตัวหูได้ยินเสียงกุกกักจึงผงกศีรษะมองหาที่มา เห็นกริการ์นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นมุมห้อง มือขวากำลังปัดขนตา มือซ้ายประคองกระจกบานเล็กซึ่งวางบนเก้าอี้

            “ทำไมไม่นั่งบนโต๊ะล่ะ”

            หญิงสาวสะดุ้งนิดหนึ่ง เธอค้อนชายหนุ่มเล็กๆ โทษฐานที่ทำให้ตกใจ ก่อนจะตอบพลางแต่งหน้าต่อโดยไม่ยอมละสายตาเพื่อหันไปมองอีกฝ่าย “ไม่ถนัด”

            ชายหนุ่มยันกายขึ้นมานั่ง เขาเคยเห็นผู้หญิงเวลาประทินโฉมตัวเองมาบ้าง แต่เป็นครั้งแรกที่เห็นกริการ์ในอิริยาบถแบบนี้ อยู่ร่วมบ้านกันมาเป็นเดือนก็เพิ่งจะมีช่วงนี้ที่พอมีเวลาให้สังเกต ถ้าตัดเรื่องความขัดแย้งที่เป็นรอยด่างไปได้ก็จะพบว่าเธอมีความน่าสนใจ น่าค้นหา

            วันนี้หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินลายตารางสี่เหลี่ยมแบบซีทรู ข้างในเป็นเสื้อกล้ามสีดำกับยีนเข้ารูป ผมซึ่งทำสีปล่อยยาวระแผ่นหลัง ในใจอคินนึกถึงภาพตอนมันปิดคลุมเนื้อนวล เขาสูดลมหายลึกเรียกสติก่อนที่มันจะเตลิดไปไกลเพราะจินตนาการ

            เป็นอีกครั้งที่เขาทิ้งสายตาไว้กับกริการ์นานเกินไป เธอขมวดคิ้ว

            “มองอะไรนักหนา”

            อคินไม่ถือสากับหางเสียงสะบัด “ผมอ่านเจอในหนังสือ เขาบอกว่าผู้หญิงใช้เวลาแต่งหน้าทั้งชีวิตรวมแล้วสามปี”

            “เหรอ” เธอหมุนแท่งลิปสติก “น้อยกว่าผู้ชายนะ เพราะใช้เวลาทั้งชีวิตดูหนังโป๊ตั้งห้าปี”

            ชายหนุ่มอมยิ้ม “ผมไม่เคยดูหนังโป๊”

            คนฟังเบ้ปากทำนองไม่เชื่อ

“ผมชอบของจริงมากกว่า” อคินเสริม

            กริการ์ชะงักมือ เหลือบมองคนพูดแวบหนึ่ง ครั้นแล้วก็หันไปทาลิปกลอสทับอีกที จากนั้นก็มองกระจกเช็กความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเก็บลงกระเป๋า

            “จะไปไหน”

            “หาลูกค้า”

            “วันอาทิตย์นี่นะ”

            กริการ์รู้สึกว่าเขาตั้งประเด็นเรื่องวันทำงานของเธอบ่อยครั้งแล้ว “งานออกแบบเป็นงานสั่งทำ ถือเอาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก วันเวลาทำงานเป็นเรื่องรอง ผลงานสำคัญกว่า”

            “แล้วถ้าเขานัดตีสองล่ะ”

            เธอหันไปทำตาเขียว “มันก็ไม่เพ้อเจ้อขนาดนั้นหรอก” 

            “นัดลูกค้าที่ไหน”

            “หัวหิน”

            “หืม”

            กริการ์หย่อนกระเป๋าเครื่องสำอางลงกระเป๋าใบใหญ่ แล้วลุกเดินไปที่ประตู “เป็นการนัดส่งงานที่ทำเสร็จแล้วน่ะ”

            อคินนิ่ง ครั้นแล้วก็สะบัดผ้าห่มออก “ผมไปส่ง”

            หญิงสาวหันขวับ เธอกะพริบตาและรีบบอก “ไม่ต้องหรอก”

            “ไม่เป็นไรวันนี้ผมว่าง” เขาถอดเสื้อโยนลงตะกร้าแล้วคว้าผ้าขนหนู กริการ์นิ่วหน้า

            “ฉันไม่เถลไถลหรอก ไปทำงานจริงๆ”

            “จะไถลก็ไม่เป็นไร เพราะผมไปด้วย”

“แต่...”

“ไม่ต้อง! ห้ามปฏิเสธ!

            เขาปิดประตูห้องน้ำก่อนที่หญิงสาวจะอ้าปากแย้งได้ทัน กริการ์กระวนกระวายขึ้นมาทันที เรื่องที่เขาอาจระแวงว่าเธอหนีเที่ยวไม่ใช่อะไรที่น่ากังวล เพียงแต่...

            เธอนัดกับตติยไว้แล้ว!

            อยู่ดีๆ มีสารถีอีกคนปาดหน้ามาเสนอตัวโดยที่ปฏิเสธไม่ได้แบบนี้จะทำยังไง จะแบกหน้าบอกปัดคนขออาสาก่อนยังไงดี

            ติ๊ด...

            เธอคว้าโทรศัพท์ หัวใจรัวจังหวะ

            หน้าจอขึ้นชื่อตติย

            ตายแล้ว...

 

 

 

 

 5.12.17

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30


 

 

 

                 

               

               

               

                 

               

               

 

               

 

                 

               

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #826 Aortic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 18:42
    ก้าก็ช่างหาเวลาห้าปีมาย้อนอคินได้น้อ555
    #826
    0
  2. #733 darika-grammy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 17:59
    ยุ่งล่ะทีนี้ ก้าเอ๊ย
    #733
    0
  3. #491 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:39
    ชอบ "ประเทศไทยไม่ใช่อูกานด้า" จัง ถ้าให้เราทำอาหารก็คงพูดเหมือนก้า "แล้วจะกินได้ไหมนั้น"
    #491
    0
  4. #353 MU @ Club (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 00:19


      โฮ๊ะ!! โอ๊ะ!!  ยิ่งใก้ลกันยิ่งหวั่นไหวล่ะสินะ

      หวาดหวั่น แทน,โชติกกับน้องแพรค่ะ ( รู้สึกดี ที่น้องแพรรู้ใจตัวเองแบบถ่องแท้กว่าใครๆ ค่ะ )

      หวั่นไหว แทน, "นู๋ก้า" เพราะคุณคินยังไม่เห็นวี่แววจะรู้ใจตัวเองตอนไหนค่ะ

      ยอมรับกับวามเป็นจริง ณ ปัจจุบันก็แล้วกันเนาะนู๋ก้าเนาะ

      ไม่ต้องโลภมาก มีความสุขกับปัจจุบันที่เป็นอยู่ก็แล้วกันเนาะ

      เมื่อความเจ็บปวด(จากลา)มาเยือน ขอให้ใจเข้มแข็งนะจ๊ะ


      ว้าวุ่นหัวใจกับพี่เตค่ะ อยู่ใก้ล, แต่ยิ่งเหมือนไกล คือสภาวะที่พี่เตได้รับอยู่ตอนนี้ค่ะ

      ทำทุกสิ่งอย่าไปหมดแล้วแต่..มีค่าเท่าเดิม ผลลัพธ์ที่ได้มีค่าเท่ากับ"เพื่อนรัก"

      โอ้หนอหัวใจ ไม่มีใครบังคับได้ ถ้าเลือกได้ทุกคนก็คงอยากจะสมหวัง

      รีดเดอร์ ขอให้ทุกคน แปรเปลี่ยนความรักที่ทุกคนมี

      ให้เป็นความปรารถนาดีต่อกัน อยากเห็นคนซึ่งตัวเองรักมีความสุขค่ะ
                     
    #353
    0
  5. #60 plair (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 / 23:04
    ทำไมอ่านช่วงของก้าทีไร เพลงนี้ลอยมาในหัวทุกที

    หร่า หร่า ระ อะ อ้า ว๊อนท์ยัวร์แบดโรแมนซ์
    #60
    0
  6. #59 tuatoto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 / 22:26
    555 งานเข้า!!!!!!
    เเต่คงเข้าพี่คินมากกว่าจะได้รุ้สึกซะบ้าง
    แอบสงสารเตอะ T^T
    #59
    0
  7. #57 ทิวาวาร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 / 19:12
    ใจจะขาดแล้ว...รอไม่ไหว รีบมาต่อนะค่ะ ลุ้นๆ ^^
    #57
    0
  8. #55 VaLiuM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 21:17
    รีบมาต่อด่วนเลยค่ะ
    #55
    0
  9. #54 tabo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 19:46
    แพรวาคิด+ มากๆ



    ส่วนนู๋ก้า งานเข้า สม 555
    #54
    0
  10. #52 Pem (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 14:35
    555 รถไฟชนกันโครม ตายแน่ๆ

    #52
    0
  11. #50 Jeezzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 10:54
    แอบหมั่นไส้นางเอกเล็กๆอ่ะ ถ้าไม่รักไม่ชอบก้ไม่น่าจะอ้อล้อเลย
    ฮ่าา อินเนอร์ออก
    #50
    0
  12. #49 rung_dao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 10:11
    หนูก้า ทำไงดีเอ่ย

    ลุ้นพี่คินก็ลุ้น

    สงสารเตก็สงสาร

    หนูก้าจะไปกะใครน้า
    #49
    0
  13. #48 MBA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 10:08
    ต่ิอมหึงได้ทำงานอีกแล้ว อิอิ
    #48
    0
  14. #47 che_ii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 09:39
    ลุ้นๆๆๆๆๆ   รถไฟชนกันหลายขบวนแน่เลย  อยากอ่านต่อเร็วๆจัง  ไรเตอร์จะใจดีแถมให้อีกตอนไม๊น้าาาา
    #47
    0
  15. #46 Potae Jung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 09:38
    พระเอกของเราเริ่มหวงนางเอกของเราหรือเปล่าน้า ก็อยากให้ทั้ง2คู่อยู่กันอย่างมีความสุขนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่ะ
    #46
    0