หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 96 : บทที่ 34 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 ม.ค. 64

“แต่อยู่ดีๆ จะไปขอพี่อุ้ยเลยจะบอกเขาว่ายังไง”

            “ไม่เห็นต้องบอกอะไรเลย เป็นเรื่องการสืบสวน ที่จริงตำรวจต้องได้ตรวจโทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำ แต่รอเอกสาร งานราชการน่ะ ช่างเถอะ เรารีบไปเอาก่อนก็ได้ ขอแค่ไลน์นักสืบคนนั้นก็พอ” สาวเหนือตอบ “เมื่อกี้แกพูดเรื่องกิจการใช่ไหม พอดีเลย ประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจน่าสนใจ คุณอาสะผู้ช่วยเขาก็โฟกัสประเด็นนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นฉันว่าการหายตัวไปของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

            รุจีนิ่ง ทำท่าจะพูด แต่แล้วก็เงียบ แล้วก็เอียงศีรษะ “เหมือนจะเข้าใจ แต่งง แกจะให้ฉันทำอะไร”

            “เอาไลน์ของนักสืบคนนั้น แล้วให้เขาสืบเรื่องเอซทูแคร์ ตำแหน่งต่างๆ แกจำได้ไหมว่าเขามาแทนผู้จัดการคนเก่าที่เป็นลุงเขาน่ะ พอมาก็ถูกลอบยิงเลย”

            “เข้าใจละ” รุจีพูดพลางพยักหน้า “เอ๊ะ แกกำลังจะบอกว่าเรื่องกิจการทำให้เกิดประเด็นตัวแทนคนหน้าเหมือน...อย่างนั้นหรือเปล่า”

            “แกก็กำลังคิดอย่างที่ฉันคิด ลองหาข้อมูลมาเถอะ อาจจะเจออะไรก็ได้”

            “โอเค เดี๋ยวจัดการให้”

            ทั้งสองนัดแนะกันเรียบร้อยก็วางสาย ไพรวรินทร์ให้ความเชื่อมั่นว่าเพื่อนสาวจะต้องปลอดภัย ขณะเดียวกันทางวลีรักษ์กับธนุสก็ใช้สายข่าวที่มีช่วยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

            คอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ หนึ่งชั่วโมงก่อน อาสะคุยกับซาโตชิและคนคุ้มกันสองคนที่ทาคุโร่จัดมาให้ ทั้งสี่กำลังประชุมแผนการและสันนิษฐานถึงเหตการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นก็มีสายจากตำรวจเข้ามาแจ้งเบาะแสเรื่องโยชิโอะ

            “เราได้เบาะแสแล้วครับ มีคนให้การว่ามีชายหญิงลักษณะคล้ายคุณโยชิโอะกับคุณอรดาเข้าไปขอความช่วยเหลือที่วัด เป็นวัดป่าในจังหวัดกาญจนบุรี

            “นายรู้จักที่นั่นไหม”

            “รู้ครับ แต่ตำรวจบอกให้รอฟังข่าว”        

            “จะรอทำไม นายรู้จักอยู่แล้วนี่ ไปกันเลยดีกว่า”

            “ผมว่าเราควรรอการติดต่อตำรวจเจ้าของท้องที่อีกทีก่อนนะครับ แล้วค่อยตามไปสมทบ”

            “ไม่ล่ะ กว่าจะรอตำรวจเดี๋ยวก็ไม่ทันการ ชีวิตของโยชิโอะสำคัญกว่าเรื่องขั้นตอนอะไรทั้งนั้น คนของเราก็มี ลุยเลย” ตัดสินใจแล้วก็ไม่รอความเห็นอาสะ ซาโตชิหันไปคุยกับผู้ช่วยอีกสองคนทันที

            “นายเตรียมรถเลยอาสะ ยิ่งช้าเท่าไร โยชิโอะยิ่งไม่ปลอดภัย นี่เขาไม่ติดต่อนายมาด้วยใช่ไหม แสดงว่าไม่มีอุปกรณ์สื่อสารเลย เพราะงั้นเราจัดการเองเลย ไม่ต้องรอตำรวจหรอก”

            ซาโตชิสั่งการรวดเดียวแล้วไปเตรียมตัว อาสะได้แต่ฟังแล้วก็พยักหน้ารับเรื่องเตรียมรถ ขณะที่กำลังเดินเตรียมข้าวของส่วนตัวก็มีสายเรียกเข้า เขากดรับ

            “ฉันเองนะ โยชิโอะ” 

            อาสะตาโต เสียงนั่นเป็นเสียงเจ้านายเขาแน่นอน กำลังจะตอบแต่ก็เสียงพูดต่อมา “ฉันขอยืมโทรศัพท์ชาวบ้าน ตอนนี้ฉันอยู่กับอรดา ยังปลอดภัย แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสติดต่อนายได้อีกเมื่อไร”

            “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ ผมเพิ่งได้ข่าวจากเจ้าหน้าที่ว่าคุณอยู่แถวๆ วัดที่กาญจนบุรี”

            โยชิโอะบอกชื่อตำบล “แต่เดี๋ยวฉันจะไปจากที่นี่แล้ว” 

            “แต่มันเสี่ยงเกินไป ผมว่าคุณหาที่หลบซ่อนตัวอยู่แถวนั้นก่อนจะดีกว่านะครับ ตอนนี้ตำรวจคงกำลังกระจายกำลังหาตัวอยู่”

            “แต่ฉันคิดว่าเสี่ยงออกไปตอนนี้เลยจะดีกว่า เพราะพวกมันกำลังแกะรอยตามฉันมาแล้วเหมือนกัน” โยชิโอะพูดแล้วสายก็ถูกตัดไป อาสะไม่แน่ใจว่าเพราะสัญญาณไม่ดีหรือเพราะเจ้าตัวตั้งใจตัดสายแค่นั้นกันแน่ แต่เขาไม่กล้าโทร.กลับเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์อีกฝั่งเป็นอย่างไร โทร.กลับไปเวลาหน้าสิ่งหน้าหวานเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัด 

             เรียบร้อยก็รีบคว้ากระเป๋า กุญแจรถ ไม่รวมสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคืออาวุธปืน

 

            “ระยะทางจากกรุงเทพถึงตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณสองชั่วโมงครึ่ง ถ้ามาถึงแถวนี้ก็อีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ถ้าอยู่รอจนถึงตอนนั้นก็น่าจะประมาณบ่ายโมงค่ะ”

            อรดาบอกขณะเดินตามโยชิโอะ เพราะหลังจากที่ใช้โทรศัพท์ติดต่ออาสะพวกเขาก็ต้องออกจากบ้านชาวบ้าน โชคดีที่อีกฝ่ายเชื่อเรื่องที่หญิงสาวเล่าว่าประสบภัยมา ให้กินข้าวแถมให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงจะเก่าแต่ก็สะอาด ซึ่งผู้มาเยือนยินดีกว่าการสวมเสื้อที่เปื้อนน้ำโคลนอยู่อย่างนั้น 

            ‘เดินออกไปทางถนนใหญ่ มันมีรถสองแถวไปถึงตลาด แต่รอนานหน่อยนะ ถ้าเจอรถกระบะชาวบ้านเอาของไปขายก็ลองขอติดรถเขาไป ถ้าโทร.หาคนที่บ้านได้แล้วก็น่าจะกลับบ้านได้ ขอโทษนะช่วยได้เท่านี้’ เจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาอายุหกสิบปลายๆ อธิบายพร้อมยื่นน้ำให้ขวดหนึ่งไว้แก้กระหายระหว่างทาง ทั้งคู่มีหลานชายอายุประมาณห้าขวบหนึ่งคน อรดาพนมมือไว้ โยชิโอะทำตาม

            ‘เท่านี้ก็มากพอแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะคุณตาคุณยาย หนูจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย ถ้าหนูกับพี่เขากลับถึงบ้านได้ปลอดภัย หนูจะมาหาคุณตากับคุณยายค่ะ’

            ‘ไม่เป็นไร โชคดีเถอะยายหนู อ้อ อย่าลืม ถ้าไปถึงตลาดรีบไปหาตำรวจนะ’

            ‘ค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ’

            ‘ขอบคุณครับ’

            อรดาได้ยินเสียงโยชิโอะพูดภาษาไทยชัดเจน ลำคอตีบตัน ภาพไฝบนแผ่นหลังติดตาจนต้องสบัดหน้าเรียกสติ ขอให้รอดไปก่อนค่อยถามก็ได้

            “เราอยู่รอนิ่งๆ อย่างนั้นไม่ได้หรอก” โยชิโอะที่เดินจูงมืออยู่ตอบ ตามที่คุณตาบอก เดินจากบ้านเขาประมาณสองกิโลจะถึงทางรถโดยสารวิ่งผ่าน สองหนุ่มสาวปฏิเสธที่จะให้ชายชราไปส่งเพราะเจ้าบ้านก็มีเพียงมอเตอร์ไซค์เก่าๆ และจะต้องทิ้งให้หญิงชราอยู่บ้านลำพังก็ไม่ดี และที่สำคัญพวกเขาควรต้องรีบออกไปก่อนที่คนร้ายจะไล่ตามทันและทำให้สองผู้เฒ่าเดือดร้อนไปด้วย

            “ทำไมคะ”

            “คนร้ายไม่รอเราไงล่ะ”

            โยชิโอะกับอรดาเดินมาถึงจุดที่มีศาลาริมทาง ตรงที่น่าจะมีรถโดยสาร ซึ่งตอนนั้นเก้าโมงครึ่ง สองตายายบอกว่ารถมาไม่แน่นอน แต่มีรถแน่ๆ

            “แปลว่าคุณจะเดินไปถึงตลาดเลยเหรอคะ” อรดาเสียงสูงเพราะได้ยินว่าเกือบสิบกิโล 

            “คุณจะเดินไปกับผมไหมล่ะ” เขาถามนิ่งๆ แวบหนึ่งอรดาเห็นสีหน้าของปุณณัติ เธอบึนปาก เพิ่งจะหายเหนื่อยได้ไม่นานเอง แต่พอมองไปรอบๆ ก็คิดได้ว่ายืนอยู่รอรถ ก็เท่ากับรอคนร้ายด้วย

            “รถน่าจะมาทางนี้ เราเดินตามทางไปเรื่อยๆ ได้ไหม รถมาก็โบกเลย”

            โยชิโอะมองเส้นทาง คำนวณในใจก่อนจะพยักหน้า เพราะยังมั่นใจว่าถ้าเป็นคนจากคนที่เขาสงสัยอยู่ จะไม่เอาชีวิตเขาทั้งคู่แน่ แต่อีกสองคนนั้นเขาไม่แน่ใจ

            “ได้ แต่คุณอย่าเดินห่างผมนะ ถ้าเหนื่อยหรือไม่ทันก็รีบบอกเลย”

            อรดาสบตาเขา ก่อนจะพยักหน้าด้วยหัวใจที่อบอุ่น ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ตอนนี้ต้องเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องดูแลเธอได้ และที่สำคัญถ้าจุดประสงค์ของคนร้ายแค่ให้เขาสารภาพอะไรสักอย่าง แปลว่าอย่างไรเสียพวกนั้นไม่เอาชีวิตเขาแน่

            

            ญี่ปุ่น คานากาว่า

            “แค่คนสองคนที่ไม่มีรถ แถมมีผู้หญิงด้วย ปล่อยให้หายไปได้ยังไง พวกแกต้องตามมันให้เจอ”

            เคนโตะเสียงดังกับคู่สนทนาที่ปลายสาย เขาหัวเสียที่ผลไม่เป็นไปตามต้องการ 

            “ผมไม่ชำนาญเส้นทาง แต่ไล่ตามอยู่ ยังไงก็ต้องเจอครับ เดี๋ยวผมจะโทร.กลับไปใหม่”

            “เออ!” ชายหนุ่มกระแทกเสียงแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาซึ่งโคอิจิโร่นั่งอยู่ก่อน เขามองลูกชายเทบรั่นดีแล้วกระดกรวดเดียว

            “ใจเย็นๆ อย่าวู่วาม”

            “จะไม่ให้โมโหได้ยังไงครับ แค่คนสองคนไม่มีอาวุธยังปล่อยให้หนีไปได้ แถมยังโดนหลอกจนหัวหมุน บ้าที่สุด แบบนี้จะเอาคำสารภาพเรื่องตัวปลอมมาได้ยังไง”

            “แต่ถ้ามันไม่มีรถ ไม่มีเงิน ก็ไม่น่าจะไปไหนได้ไกล”

            “ผมก็หวังอย่างนั้น แต่ถ้ามันติดต่ออาสะได้เราได้เดือดร้อนแน่” ชายหนุ่มรินแอลกอฮอล์อีกครั้ง

            “แล้วฝั่งอาสะได้เรื่องแล้วหรือยัง”

            “รู้แค่ซาโตชิไปถึงเมืองไทยแล้ว ประสานงานกับตำรวจท้องที่อยู่”

            เขากำมือแน่น ขบฟัน แผนที่วางไว้เป็นไปไม่สวยสักอย่าง หลักฐานที่จะเอามาบีบคุมิโกะก็ไม่หนักแน่นพอ อุตส่าห์ใช้ไม้แข็งจับตัวโยชิโอะตัวปลอมไปแล้วหวังจะให้สารภาพก็ดันพลาดไปอีก ที่สำคัญอีกฝ่ายก็คงต้องสงสัยแน่ว่าเขาเป็นคนสั่งการ

            “บ้าจริงๆ มีทางไหนอีกไหมเนี่ย”

            “เคนโตะ” โคอิจิโร่เรียกชื่อลูกชายกึ่งปรามพอให้เขาเรียกสติ “เปลี่ยนอะไรกันหน่อยดีไหม”

            “หมายความว่ายังไงครับ”

            คราวนี้คนเป็นพ่อรินบรั่นดีใส่ทั้งสองแก้ว เลื่อนให้เคนโตะใบหนึ่ง และหยิบของตัวเองขึ้นมาอีกใบหนึ่ง

“ตามเป้าหมายเดิมไม่ได้ก็เปลี่ยนซะสิ”

            

            โยชิโอะกับอรดาเดินมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่เจอรถโดยสารที่ตายายบอก อรดาเริ่มหอบ ขาก็เริ่มปัด ในที่สุดก็เอ่ยปาก

            “คุณโยชิโอะ เราพักก่อนได้ไหมคะ”

            ชายหนุ่มเห็นด้วยจึงหันมา จูงมือเธอให้เข้ามาใต้ร่มไม้ ส่วนเขาเองมองทาง สีหน้าเคร่งเครียด

            “มีอะไรเหรอคะ”

            เขายังคงมองซ้ายขวา “เราน่าจะเดินมาสักครึ่งชั่วโมงแล้ว น่าจะประมาณสามกิโลเมตร”

            อรดากำลังเหนื่อยจึงคิดไม่ทัน “แล้วยังไงเหรอคะ”

            “ทำไมไม่มีใครตามมา”

 

 

จบ

22.1.21

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #98 fsn (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 09:55

    รีบคว้า สิ่งของ ไม่รวม ปืน คือไม่เอาปืนไปเหรอคะ แต่สถานการ์ณก็น่าพกพานะคะ

    #98
    0