หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 93 : บทที่ 33 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 ม.ค. 64

ระหว่างที่คุมิโกะรอให้อาสะรับสาย เธอนึกถึงบทสทนาเมื่อวานที่เคนโตะเกือบไล่ต้อนเธอจนมุม

‘คุมิโกะซังจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงครับ’ โคอิจิโร่เป็นคนถามหลังจากที่เห็นว่าทาคุโร่ดูภาพนั้นแล้ว

‘ต้องอธิบายอะไรคะ แค่โรงพยาบาล’

‘แต่โรงพยาบาลที่วิศวกรคนไทยคนนั้นเกิด ผมจำได้ว่า โยชิโอะก็เกิดที่โรงพยาบาลนั้น’ เคนโตะพยายามไล่ต้อน คุมิโกะยิ้มในหน้า

‘แค่ไปคลอดโรงพยาบาลเดียวกันแปลกตรงไหน’

“ไม่แปลก แต่แน่ใจเหรอครับว่าเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกคุณอาจริงๆ” เคนโตะเสียงแข็งกระด้าง “ผมกำลังสงสัยว่าโยชิโอะคนก่อนและคนนี้อาจจะไม่ใช่ทายาททานากะทั้งคู่”

คุมิโกะนิ่ง ก่อนจะยิ้มเยือกเย็น

‘โลกนี้มีเรื่องบังเอิญเยอะนะคะ คุณเคน แค่ข้อสันนิษฐาน ไม่เพียงพอหรอกนะคะ’

เธอคุมิโกะเห็นกรามเคนโตะกระตุก ‘ฉันไม่อธิบาย เพราะนี่เป็นเรื่องการหายตัวไปของโยชิโอะ ให้โยชิโอะมาอธิบายเองเมื่อกลับมาแล้ว และเขาจะได้อธิบายเรื่องที่ต้องไปทำงานที่เมืองไทยด้วย แบบนั้นดีกว่าไหมคะ’

คราวนี้เป็นโคอิจิโร่ที่หน้าเปลี่ยนสี แต่ยังรักษากิริยาไม่ตอบโต้ขึ้นมาทันที ก่อนที่ทาคุโร่จะเป็นฝ่ายถามอีกครั้ง ซึ่งเธอก็ตอบไปแบบเดิม แค่อยากไปเยี่ยมหมอกับพยาบาลที่นั่นเท่านั้น

 

คุมิโกะวางสายจากอาสะ เธอไม่ได้ข้อมูลอะไรมากกว่าตำแหน่งสุดท้ายของโยชิโอะก่อนที่เขาจะปิดเครื่อง และข้อมูลว่าเขาตั้งใจจะไม่กลับญี่ปุ่นอยู่แล้ว 

ถ้อยคำห้วนสั้นแต่ก็ยังแฝงด้วยความสุภาพตามสไตล์ของบอดี้การ์ดลูกชาย และถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายให้ความเคารพทาคุโร่มากกว่าเธอที่เป็นแม่ แต่คุมิโกะก็หัวเสีย 

เธอกดโทรศัพท์หาฮิโรตะพี่ชาย เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

“เคนโตะรู้มากกว่าที่คิดแล้วนะคะพี่”

“แล้วทานากะซังว่ายังไงบ้าง เชี่อตามที่หลานชายบอกหรือเปล่า”

“คุณพ่อยังไม่ปักใจเชื่อเท่าไหร่ เพราะท่านก็จำได้ว่าฉันคลอดลูกที่นั่น คำอธิบายของฉันเลยมีน้ำหนักพอ” คุมิโกะอธิบาย เธอสงบอารมณ์ได้บ้างแล้ว 

“งั้นก็วางใจได้หน่อยละ” ฮิโรตะตอบ

“ทำไมคะ”

“เพราะเคนโตะคิดว่าเธอแค่ไปสืบเรื่องผู้ชายคนไทยคนนั้นน่ะสิ ไม่มีรู้อะไรมากกว่านั้นหรอก”

 

อาสะอ่านข้อความในข้อศัพท์มือถือ มีหลายเรื่องที่เขาต้องลำดับขั้นและจัดการให้ดี เพราะเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้ติดตามหาโยชิโอะ

มีสายเรียกเข้า ชื่อที่ขึ้นคือริกะ

ลมหายใจอาสะสะดุดทันทีที่เห็น ริกะโทร.มาหาเขาครั้งหนึ่งแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อเวลาผ่านไปและยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดย่อมร้อนใจ อาสะพยายามเรียบเรียงคำพูด ประกอบกับความลังเลทำให้อีกฝ่ายวางสายไปก่อน หนุ่มลูกครึ่งถอนใจ

เขาที่เชื่อว่าตนเองกล้าเผชิญหน้ากับทุกอย่าง ยกเว้นเธอคนนี้

อาสะสูดลมหายใจ กดโทร.กลับ

“อาสะซัง ขอโทษนะคะที่รบกวน ฉัน...เอ่อ เรื่องโยชิโอะน่ะค่ะ มีความคืบหน้าอะไรบ้างคะ”

อาสะเว้นจังหวะเพื่อกรองคำพูด “ตอนนี้รู้แค่ว่าคุณโยชิโอะออกจากสนามบินแล้วกลับไปเอารถที่คอนโดฯ ครับ”

“แล้วรถอยู่ที่ไหน ยังตามไม่เจอเหรอคะ”

“ยังครับ”

“อาสะซัง...” ริกะทอดเสียง “ฉันรู้ว่าอาสะซังพอจะรู้แล้ว บอกฉันบ้างได้ไหมคะ รบกวนเถอะค่ะ ฉัน...เป็นห่วงโยชิคุงจริงๆ” 

ปลายสายหญิงสาวกลั้นสะอื้น แต่เพียงพอกรีดหัวใจอาสะ ความหวั่นไหวกับความเหมาะสมกำลังต่อสู้กัน หลายครั้งเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะยามที่เธอร้องไห้

“ฉันสัญญาค่ะ ฉันจะไม่บอกใคร”

อาสะเงียบ คำสั่งของทาคุโร่ที่ย้ำหนักแน่นดังในหัว 

‘ทุกอย่างต้องเป็นความลับ บอกให้ใครรู้ไม่ได้ แม้แต่คุมิโกะ’ ผู้อาวุโสเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนพูดต่อ ‘ริกะด้วย’

เขาถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะรับคำ ครั้งก่อนเหตุการณ์โยชิโอะหายตัวไปก็เป็นแบบนี้...

“อาสะซัง ได้โปรดเถอะค่ะ”

“ผมสัญญาว่า จะช่วยตามหาคุณโยชิโอะให้ได้ครับ”

“อาสะซัง”

“ขอโทษด้วยครับ เท่านี้นะครับ ผมจะไปหาข้อมูลต่อ”

“อาสะซัง เดี๋ยวก่อน”

อาสะเม้มปากแน่น ก่อนระบายลมหายใจยาว เหน็ดเหนื่อยราวกับไปลงนวมซ้อมมวย ไม่สิ เหนื่อยกว่านั้น เป็นความอ่อนแอจากหัวใจ

เมื่อก่อนก็เคยเป็นอย่างนี้ หลังจากที่โยชิโอะมาทำงานเมืองไทย ริกะได้มาเมืองไทยช่วงสั้นๆ แทนที่จะมีความสุข กลับดูครุ่นคิดและกระวนกระวายใจจนครั้งหนึ่งก็คงทนไม่ไหวระบายกับเขา

อาสะลำบากใจที่ต้องมารับฟังปัญหาของคู่หมั้นของเจ้านาย ซึ่งความเป็นตัวกลางนี้ซับซ้อนจนเขาอยากหนีไปให้พ้นแต่ทำไม่ได้

‘คุณคงต้องให้เวลาคุณโยชิโอะ ตอนนี้ก็เป็นช่วงกำลังจะเปิดงานใหม่ มีอะไรต้องทำเยอะ’

            ริกะส่ายหน้า ‘โยชิโอะเป็นคนทำงานหนักมาตลอด แต่ไม่เคยผิดคำพูด เขา...ไม่เคยละเลยฉันขนาดนี้’

            อาสะเองก็รู้ในจุดนั้น เจ้านายของเขาไม่เหมือนเดิม ลักษณะนิสัยบางอย่างเปลี่ยนไป 

‘ผมคิดว่า น่าจะเป็นเพราะอาการป่วย’ เขาตัดสินใจตอบตามที่คิด ‘หมอเองก็บอกว่าการผ่าตัดสมองหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้ความคิดอ่านเปลียนไปได้ เท่าที่เป็นอยู่นี่ก็ดีมากแล้วนะครับ เพราะคุณโยชิโอะยังจำเรื่องราวของคุณได้’

ประโยคหลังสุดทำให้หัวใจตัวเองเจ็บแปลบ

หญิงสาวเช็ดน้ำตา กลั้นสะอื้น คำว่าดีของโยชิโอะนั้นริกะเองก็สัมผัสได้ มันมากกว่าที่เคย แต่หญิงสาวก็รู้ว่าคู่หมั้นไม่ใช่คนเดิม นอกจากเรื่องบนเตียง ยิ่งมาเมืองไทย ความเปลี่ยนแปลงนั้นยิ่งแจ่มชัด

อาสะเปิดคลังภาพในโทรศัพท์ เลื่อนไปหาภาพชายหญิงกลุ่มหนึ่งในงานวัฒนธรรมของโรงเรียน ทั้งหมดอยู่ชั้นมัธยมต้น ในวันนั้น อาสะยืนอยู่ตรงมุมเยื้องไปด้านหลังเนื่อง ส่วนข้างหน้าเขาคือเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ตัดผมบ๊อบสั้น ดวงตากลมโตของเธอโดดเด่นรวมทั้งรอยยิ้ม มีตัวอักษรคันจิเขียนไว้บนภาพบริเวณเสื้อของเธอ

            ริกะ...

 

“อาสะ”

เสียงของซาโตชิทำให้อาสะเงยหน้า รีบเก็บโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืนผงกศีรษะทักทายอีกฝ่ายที่มีการอาการรีบร้อนเล็กน้อย

“ขอโทษทีนะ รอนานไหม”

“ไม่ครับ คุณซาโตชิจะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวผมสั่งให้”

“ไม่ละ เอ้อ ก็ได้นะ ขอกาแฟเย็นก็แล้วกัน เมืองไทยเป็นฤดูหนาวแน่เหรอ ทำไมอากาศอุ่นขนาดนี้”

อาสะอดยิ้มไม่ได้ สมกับเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เวลาแบบนี้ยังพูดติดตลกได้อีก ซาโตชิเพิ่งลงเครื่อง หลังได้รับการติดต่ออาสะตั้งใจว่าจะไปหาอีกฝ่ายที่สนามบิน แต่เจ้าตัวขอเป็นฝ่ายมาหาที่คอนโดเอง และตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ

“แจ้งตำรวจหรือยัง” ซาโตชิถามหลังจากได้กาแฟ 

“แจ้งแล้วครับ” 

“แล้วตอนนี้ได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง”

“คุณโยชิโอะกลับมาเอารถ แต่ตอนนี้เราเจอรถไปถูกทิ้งไว้ที่...” อาสะบอกเขตที่ตรงข้ามกับที่อยู่ของพวกเขาโดยสิ้นเชิง

ซาโตชิขมวดคิ้ว “โยชิโอะไปทำอะไรที่นั่น คือหลังจากที่กลับมาเอารถที่คอนโดเขาก็ตรงไปที่นั่นเลยเหรอ ตรวจสอบจากจีพีเอสแล้วหรือยัง”

อาสะเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ “เช็คแล้วครับ ระยะทางจากคอนโดฯ ไปถึงจุดที่จอดรถค่อนข้างไกล ระหว่างนั้นคุณโยชิโอะแวะไปที่หนึ่งก่อนครับ”

“ที่ไหน” ซาโตชิถามรวดเร็ว

“ผมไปตรวจมาแล้ว เป็นบ้านคุณอรดาครับ”

 

 

 

(ต่อ)

13.1.21

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น