หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 88 : บทที่ 31 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 ม.ค. 64

“คุณ...เก่งจังเลยค่ะ” อรดาอยากจะชื่นชมมากกว่านั้นแต่ก็นึกคำพูดไม่ออก เธอทั้งทึ่งและตื่นเต้นกับผู้ชายตรงหน้า พลางขยับกิ่งไม้ให้โดนเปลวไฟ “แต่ว่า ฉันยังไม่เข้าใจ แค่ถูให้เกิดความร้อนจะเป็นไฟได้ยังไง ถึงจะเข้าใจหลักการก็เถอะ”

“เป็นเพราะผงไม้ที่ถูกถูออกมามันอมความร้อนและเข้าไปสะสมจนทำให้ไปติดกับขุยไม้ที่คุณเอามากองไว้ จะเห็นว่าควันมันก่อขึ้นจากด้านใน พอเป่าลมเข้าไปก็คือออกซิเจนทำให้เกิดปฏิกิริยา ไฟจึงถูกจุด”

คนฟังกะพริบตาปริบ “อ๋อ เข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้า “ฉันเคยคิดว่าจะลองทำดูเหมือนกันนะคะ แต่ว่า แม้แต่ตอนเข้าค่ายลูกเสือตอนประถมก็ยังใช้ไม้ขีดไฟเลย”

“ผมก็เหมือนกัน”

“เอ๊ะ คุณเพิ่งเคยทำเหรอคะ”

โยชิโอะขยับมานั่งตัวตรง ยิ้มนิดๆ “ถึงได้ถามไงล่ะครับ ว่าพร้อมเสี่ยงไปด้วยกันหรือเปล่า”

อีกแล้ว เป็นอีกครั้งที่อรดาหัวใจเต้น รอยยิ้มและแววตาแบบนั้น ปุณณัติของเธอชัดๆ เธอหมดแรงที่จะยื้อหัวใจไม่ให้ทึกทักว่าเขาเป็นได้แล้ว เพราะสายตาของเขา เธอเห็นมาตลอดหลายปี

อรดาหลบตามองกองไฟ นั่นทำให้โยชิโอะสงสัย มีความแคลงใจบางอย่างในตัวเธอแต่ไม่กล้าถาม เขาก็ไม่เอ่ยปาก ทั้งคู่จึงจมอยู่ในความคิดท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนที่ดังระงมในความมืด

เวลาผ่านไป ความหิวกับความอ่อนล้าครอบคลุม เปลือกตาอรดาจะปิดร่อมร่อแต่พยายามฝืนไว้ กระนั้นก็เผลอสัปหงกโงก

“คุณออ”

โยชิโอะปราดเข้ามาประคองก่อนที่หน้าเธอจะทิ่มกองไฟ

            “ขะ ขอ เอ้อ ขอบคุณค่ะ”

            “ผมว่าคุณมานอนพักก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมเฝ้ายามเอง”

            “มะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยู่ได้”

            “พักเถอะ เราจะฝืนอยู่แบบนี้ทั้งสองคนไม่ได้ ต้องมีอีกคนออมแรงไว้เพื่อช่วยอีกคน” เขาพูดเหมือนสั่ง แต่อรดายังไม่ยอมแพ้

            “ถ้างั้นคุณก็พักสิ ฉันจะเฝ้ายาม คุณบาดเจ็บนะคะ”

            เขาส่ายหน้าทันที “ให้ผู้หญิงอยู่ยามตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องที่เหมาะครับ นอนเถอะ มาตรงนี้ พิงผมก็ได้” ไม่พูดเปล่ายังดึงเธอไปนั่งข้างๆ ถึงตอนนี้อรดาทำตามโดยง่าย เพราะเห็นด้วยกับเขา แต่จังหวะที่กำลังจะซบไหล่เธอทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้

            “ถ้างั้นเราน่าจะแบ่งกันพักไหมคะ คนละครึ่งคืน”

            ชายหนุ่มเงยหน้ากะเวลา “ตอนนี้น่าจะประมาณหนึ่งทุ่ม...”

            “เที่ยงคืนคุณปลุกฉันได้ไหม ฉันจะมาดูไฟให้”

            โยชิโอะนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “แต่ผมไม่รู้ว่าตอนไหนถึงจะเที่ยงคืนน่ะสิครับ” เขายกมือทำนองว่าไม่มีนาฬิกาพอจะบอกเวลาได้ อรดานิ่ง แล้วยิ้มเจื่อน

            “จริงด้วย”

            “เอาเป็นว่าถ้าผมไม่ไหวจริงๆ จะเรียกก็แล้วกันครับ คุณนอนเถอะ”

            จบคำพูดนั้นก็เหมือนมีมนตร์สะกด อรดาเคลิ้มหลับไปด้วยคำถามที่ว่า ทำไมถึงได้อุ่นใจแม้จะอยู่กลางป่าและสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้

 

            หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ที่ญี่ปุ่น

            “จริงเหรอครับ ที่คนเป็นแม่อย่างคุณอาจะไม่รู้ว่าคนที่ฟื้นจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ไม่ไช่โยชิโอะตัวจริง”

            คำพูดของเคนโตะไม่ได้สร้างความตกใจให้กับคุมิโกะเท่านั้น แต่ทาคุโร่ก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่

“ไม่รู้หรือตั้งใจปกปิดความจริงกันแน่ครับ คุณอา”

            “คุณเคน...พูดอะไรคะ”

            “เพ้อเจ้ออะไรของแก โยชิโอะจะมีตัวจริงตัวปลอมได้ยังไง” ในที่สุดประมุขของบ้านก็พูดขึ้น เคนโตะสบตากับโคอิจิโร่ผู้เป็นบิดา

            “อยู่ดีๆ มาพูดแบบนี้คุณปู่จะคิดว่าผมเพ้อเจ้อก็ไม่แปลก แต่ลองคิดดูนะครับ โยชิโอะคนนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปหลายอย่าง เปลี่ยนไปมากจริงๆ"”

            “แต่ว่า...โยชิโอะประสบอุบัติเหตุทางสมองนะคะ หมอก็บอกแล้วว่าสมองที่ถูกกระเทือนรุนแรงมีผลทำให้พฤติกรรมเปลี่ยน”           

            “ทำไมถึงมีภาพโยชิโอะกับพรีเซนเตอร์คนไทยคนนั้นล่ะครับ”

            “ก็นั่นไม่ใช่โยชิโอะ เป็นแค่คนหน้าเหมือน”

            “รวมถึงการพูดภาษาไทยในวันที่ฟื้นขึ้นมาด้วยหรือเปล่าครับ”

            เคนโตะสวน คุมิโกะหายใจถี่ “ต่อให้เป็นลูกชาย บางครั้ง...ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาไปทำอะไรบ้าง เขาอาจจะเรียนภาษาไทยไว้บ้างแล้ว”

“คุมิโกะ เคนโตะ” ทาคุโร่กล่าวเสียงดังแทรกเข้ามา คนสองวัยชะงักการสนทนาที่เกือบจะเป็นการโต้เถียงนั้น คุมิโกะกล่าวขอโทษ ใบหน้าเธอซีดเผือด ส่วนเคนโตะก้มศีรษะขออภัย แต่แววตายังเป็นประกาย

            “แกจะพูดอะไรก็ได้เคนโตะ แต่รู้ใช่ไหมว่าต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ”

            “หลักฐานน่ะ ผมเตรียมไว้อยู่แล้ว” เขาล้วงซองสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อนอก วางบนโต๊ะกลาง “นี่คือประวัติการรักษาของโยชิโอะ ทานากะ ตอนเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน”

            “เอกสารที่เป็นข้อเท็จจริง ใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์โยชิโอะตัวปลอมไม่ได้หรอกนะคะ เพราะเป็นบันทึกการรักษา ถ้าคุยกับหมอดีๆ ก็ขอข้อมูลมาได้” น้ำเสียงคุมิโกะที่ตั้งสติได้แล้วแฝงชัยชนะที่ปลายประโยค 

            เคนโตะยิ้ม “ผมทราบครับ แต่ผมอยากให้คุณอาได้ดูเอกสารอีกซอง” เขาหยิบมันออกมา คราวนี้เป็นซองสีขาว 

            คุมิโกะเบิกตา ทาคุโร่มองซองสีขาวนั้น ก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดดู ข่าวการเสียชีวิตของวิศวกรหนุ่มชาวไทยมีสาเหตุมาจากรถประสบเข้ากับเหตุพายุเข้าที่เขตอิจิฮาระ จังหวัดจิบะ

ชายชรามองเอกสารทีละใบ ภาพข่าวมีทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น ระบุวันเวลาเมื่อสามปีก่อน รวมไปถึงประวัติโดยละเอียด ซึ่งก็แปลภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ให้หมด

“ฉันไม่เห็นว่าเรื่องของสองคนนี้จะเกี่ยวกันตรงไหน”

“คุณปู่ลองดูสถานที่สิครับ เอกสารบอกว่าชายไทยคนนี้พักที่ในเขตเมืองจิบะแต่ดันไปเจอร่างเขาประสบอุบัติเหตุอยู่ที่เขตอิจิฮาระ2 ขณะที่ตอนเจอร่างโยชิโอะที่หายไปหลายวัน ดันไปอยู่ในเขตเมืองจิบะ” 

คุมิโกะยืนนิ่ง ขณะที่ผู้นำตระกูลไล่สายตา “เอ๊ะ โรงพยาบาล...” เขาเปลี่ยนไปดูกระดาษจากซองสีน้ำตาลบ้าง “โรงพยาบาลอยู่ใกล้ที่พักของผู้ชายคนไทยคนนั้นเลย บังเอิญไปไหมครับ”                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       

“มันก็เป็นเรื่องบังเอิญได้นี่ แค่นี้น่ะเหรอ” ทาคุโร่ถามพลางหยิบเอกสารลำดับถัดไป ซึ่งคราวนี้เป็นซองสีขาว ข้างในมีรูปภาพอยู่หลายใบ แล้วก็ต้องชะงัก สีหน้างงงัน คิ้วขมวดมุ่น “ภาพนี่...คุมิโกะ”

“คะ”

ลูกสะใภ้ที่ยืนนิ่งมาตลอดสะดุ้งเล็กน้อย มองพ่อสามีที่ค่อยๆ ยื่นรูปภาพให้ดู “เธอ...”

อีกฝ่ายรับไป ใบหน้าเผือดลงกะทันหัน ภาพนั้นคือตัวเธอที่ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย อายุภาพไม่ต่ำกว่าสามสิบปี ตอนเธออุ้มเด็กทารกคนหนึ่ง ใต้ภาพลงวันที่ที่ได้ออกจากโรงพยาบาล ซึ่งมีการเอามาเทียบกับชื่อโรงพยาบาลในประวัติของผู้ชายที่ชื่อปุณณัติ

“โรงพยาบาลที่คุณอาไปคลอดโยชิโอะคุ้นๆ นะครับ เหมือนกับโรงพยาบาลที่วิศวกรไทยคนนั้นเกิดเลย”

ตอนนี้ใบหน้าของคุมิโกะแทบไม่มีสีเลือด

 

(ต่อ)

5.1.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #91 fsn (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 21:46

    แล้วทำไมถึงปล่อยมือนะ

    #91
    0