หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 85 : บทที่ 30 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 ธ.ค. 63

เสียงเครือกับน้ำตาที่เอ่อคลอในฐานะคนเป็นแม่ทำให้ทาคุโร่ต้องนิ่งคิด รวมทั้งคำนวณผลที่จะตามมาในอีกหลายๆ แบบ การไปเมืองไทยของคุมิโกะมีผลอะไร และถ้าไม่ไปจะมีผลอะไร

“ถ้าอย่างนั้น...”

“ขอโทษครับ” 

ขณะที่กำลังสนทนากัน เคนโตะกับโคอิจิโร่ก็เดินเข้ามา สองพ่อลูกโค้งศีรษะขออภัย 

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ พอดีผมจะมาคุยกับคุณปู่เรื่องนี้เหมือนกัน”

คุมิโกะสบตาเคนโตะ ทาคุโร่ก็มองหน้าโคอิจิโร่ การที่ทั้งสองเข้ามาแทรกในบทสนทนาอย่างนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน แสดงว่าหัวข้อเรื่องต้องสำคัญมาก

“มีอะไรงั้นเหรอ”

โคอิจิโร่กับเคนโตะเดินมานั่งที่โซฟา คุมิโกะพยักหน้าทักทายแล้วขยับกายหลุบหลบสายตาค้นหา

“จู่ๆ โยชิโอะก็หายไปแบบนี้ลำบากเลยนะครับ ผมเห็นใจคุมิโกะซังมาก” โคอิจิโร่พูดบ้าง

“ขอบคุณค่ะ” ในฐานะน้องสะใภ้เธอก้มศีรษะรับ

“ผมด้วยครับ แต่ถ้าคิดอีกที บางทีโยชิโอะอาจไม่ได้เป็นอะไรก็ได้ แต่แค่หนีเอาตัวรอดไปเองก็ได้นะครับ”

จบประโยคของเคนโตะ กิริยาของทาคุโร่กับคุมิโกะแทบจะเหมือนกันคือเงยหน้าสบตาเขาอย่างประหลาดใจปนตกใจ

“หมายความว่าไง ทำไมโยชิโอะต้องหนีเอาตัวรอด แกรู้อะไรมา หรือว่าที่จะมาพูดคือเรื่องนี้”

เคนโตะสบตาโคอิจิโร่ หลานชายยิ้มบาง “ครับ”

“ว่ามาสิ”

“ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า”

“นี่แกอย่ามาทำลีลาเหมือนพ่อแก มีอะไรจะพูดก็พูด ฉันไม่ชอบอะไรเวิ่นเว้อ” 

เคนโตะเลื่อนสายตาไปที่คุมิโกะ แล้วก็หยิบสร้อยล็อคเกตเส้นหนึ่งออกมาวาง “ผมเจอสร้อยเส้นนี้ร่วงอยู่ในสวน อยากให้คุณปู่ได้เห็นครับ”

ทาคุโร่ขมวดคิ้ว ขณะที่คุมิโกะจ้องสร้อยเส้นนั้นเขม็ง และเมื่อชายชราหยิบขึ้นมา พิจารณาสร้อยที่เป็นรูปหนังสือ

“คุณปู่เปิดดูสิครับ”

ชายชราทำตามคำบอกนั้น และได้เห็นภาพที่อยู่ข้างใน แววตานิ่งขรึมเปลี่ยนไป สีหน้าจริงจังปนตระหนก

“นี่หมายความว่ายังไง”

เคนโตะกับโคอิจิโร่มองคุมิโกะ “คุณอาจะดูด้วยไหมครับ ไม่สิ ผมว่าคุณอาควรได้เห็นภาพในล็อคเกตนี้ด้วย”

คุมิโกะขยับตัวอย่างอึดอัด พยายามเก็บสีหน้าและอารมณ์ รู้สึกไม่ดีตั้งแต่เห็นสองพ่อลูกเดินเข้ามาในห้อง สายตาที่มองเธอเป็นประกายวิบวับแปลกๆ ประกอบกับลางสังหรณ์เรื่องโยชิโอะที่เกิดขึ้นวันก่อนทำให้หัวใจเต้นแรง

“อาด้วยเหรอ”

“ครับ ผมอยากให้คุณอาได้ดู คิดว่าคุณอาอาจจะรู้อะไรบ้าง”

“แกยังไม่ตอบฉันเลยเคนโตะ นี่มันอะไรกัน” น้ำเสียงทาคุโร่เริ่มมีอารมณ์”

“คุณปู่ให้คุณอาดูสิครับ คุณอาอาจจะตอบได้”

ทาคุโร่ยื่นให้คุมิโกะด้วยกิริยากึ่งรำคาญ และเมื่อได้เห็น หญิงกลางคนก็เบิกตา เพราะภาพในล็อคเกตคือชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ฝ่ายชายหน้าเหมือนโยชิโอะราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน

“นี่...”

“หน้าเหมือนโยชิโอะมากใช่ไหมครับ แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่โยชิโอะ”

“นั่นน่ะสิ โยชิโอะไม่มีของแบบนี้ ผู้หญิงในภาพก็ไม่ใช่ริกะด้วย” คุมิโกะตอบ

“คุณพ่อกับคุมิโกะซังไม่คุ้นหน้าผู้หญิงในรูปเหรอครับ” คราวนี้เป็นโคอิจิโร่ที่พูดบ้าง

ทั้งที่รู้แต่คุมิโกะจำเป็นต้องดูภาพอีกครั้ง ตอนนี้ฝ่ามือของเธอชุ่มเหงื่อ ได้แต่กำมือกับกระโปรงแล้วทำท่าพิจารณา ส่วนทาคุโร่ก็เพ่งมองเนื่องจากภาพที่มีขนาดเล็ก

“นี่...พรีเซนเตอร์ของบริษัทเรา ใช่ไหม”

“ใช่ครับ ที่ชื่ออรดา เธอถ่ายรูปกับคนหน้าเหมือนโยชิโอะ ไม่สิ กับโยชิโอะนั่นแหละ”

“แกจะพูดอะไรเคนโตะ ผู้ชายในรูปไม่ใช่โยชิโอะไม่ใช่อยู่แล้ว แค่คนหน้าเหมือนเท่านั้น” ทาคุโร่กล่าว

“ผมไม่ได้หมายถึงผู้ชายในรูป แต่คนที่ไม่ใช่โยชิโอะคือคนอยู่เมืองไทยต่างหากครับ”

ทาคุโร่กับคุมิโกะอึ้ง ครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติได้ “แกพูดอะไร”

“คุณอาคุมิโกะไม่รู้เหรอครับ”

“รู้อะไร โยชิโอะก็คือโยชิโอะ” คุมิโกะตอบ 

“จริงเหรอครับ ที่คนเป็นแม่อย่างคุณอาจะไม่รู้ว่าคนที่ฟื้นจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ไม่ไช่โยชิโอะตัวจริง” เขาเว้นวรรค สบตาอีกฝ่ายตรงๆ พร้อมรอยยิ้มร้าย

“ไม่รู้หรือตั้งใจปกปิดความจริงกันแน่ครับ”

 

กรุงเทพ, ประเทศไทย สี่โมงเย็น

ลูกทั้งสองคนนั่งคุยกับคุณปู่ รุจีจึงใช้โอกาสนี้แชตกับไพรวรินทร์และวลีรักษ์ในความคืบหน้าเรื่องตามหาอรดา วลีรักษ์เล่าว่า โยชิโอะ ทานากะ ถูกปองร้ายมาสองครั้ง โดยเฉพาะครั้งหลังสุดที่บาดเจ็บ ทั้งเจ้าตัวและอาสะตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากปัญหาภายในองค์กร

 “ถ้าเป็นเรื่องขัดแย้งภายในของโยชิโอะ ทานากะ แล้วยายออเกี่ยวอะไรด้วย”

“ใช้คำว่าโชคไม่ดีได้ไหม” รุจีตอบ ในข้อความมีน้ำเสียงออกตัว เพราะเป็นเรื่องของเพื่อนสนิทก็ไม่อยากแสดงความเห็นตรงไปตรงมามากนัก

“โยชิโอะ ทานากะ ไม่ได้จะมาคิดไม่ดีกับออแน่เหรอ” วลีรักษ์ถาม

“แล้วยายตาโตนั่นมีอะไรเป็นผลประโยชน์ของเขาล่ะ”

“ไม่แน่นะ ก็ไปตามสืบเรื่องเขาอยู่ตั้งนานไม่ใช่เหรอ ถ้าสมมุติว่าไปรู้ความลับอะไรเข้า” ประโยคนี้เป็นของไพรวรินทร์ และเมื่อกดส่งไปความเห็นของอีกสองคนก็ไหลพรืด

“ก็ไหนเมื่อกี้วาวบอกว่าคุณอาสะบอกเป็นเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจนี่นา”

“เป็นอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งเอง เพราะฉันสงสัยว่าทำไมโยชิโอะถึงเปลี่ยนใจไม่กลับญี่ปุ่นแล้วมาหาออกลางดึกขนาดนั้น มันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ”

“ก็จริง” รุจีเห็นด้วย “เอ้อ จริงด้วย ถ้าจะบอกว่าไอ้ออไม่เกี่ยวก็ไม่เชิงนะ ก็มันเคยเห็นคนร้ายที่ยิงโยชิโอะที่ลานจอดรถด้วยนี่ เป็นไปได้ว่าคนร้ายคนนั้นจะกลับมาปิดปากออ”

“และก็เป็นไปได้อีกว่า โยชิโอะ ทานากะ เองนั่นแหละที่ปิดปาก” ไพรวรินทร์แย้ง แน่นอนว่าอีกสองสาวสงสัย “เราจะทิ้งประเด็นเรื่องโยชิโอะเป็นคนร้ายไปไม่ได้หรอกนะ ถ้าเขามีเรื่องขัดแย้งทางธุรกิจจนถูกปองร้าย ก็ต้องมีสาเหตุ เขาอาจจะไปทำอะไรไม่ดีไว้ก็ได้”

สองสาวคล้อยตาม “ฉันไม่ได้กล่าวหาเขานะ แค่มองในอีกมุมหนึ่ง” สาวเหนือพิมพ์ต่อ

“เอางี้ ถ้าตัดเรื่องว่าออไปรู้ความลับของเขาออกไปแล้วมาโฟกัสประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจ พวกแกมีความเห็นว่าไงบ้าง” วลีรักษ์ถาม

“ฉันว่าความขัดแย้งในครอบครัว เพราะเท่าที่รู้มา โยชิโอะ ทานากะ เป็นลูกคนเดียวก็จริง แต่มีลูกพี่ลูกน้องผู้ชายที่ทำงานอยู่ในบริษัทสามคน เป็นไปได้ไหมวะแก...”

 

(ต่อ)

27.12.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น