หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 67 : บทที่ 24 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 ธ.ค. 63

“น้องเรายังไม่ตื่นรึวันนี้”

สมรถามเมื่อเห็นอุษณีย์เตรียมอาหารเช้าอยู่คนเดียว ซึ่งแม้ว่าปกติจะเป็นหน้าที่ของขวัญตา แต่อรดาก็จะมาชงกาแฟหรือนั่งเล่นโทรศัพท์เกะกะอยู่ในครัวเสมอ 

“ยังค่ะ เมื่อคืนกลับดึก คงเหนื่อย” เธอตอบพลางเลื่อนเก้าอี้ให้ รินชาอู่หลงที่คุณย่าเธอชอบ

“มาถึงกี่โมงกี่ยามกันละนั่น”

“น่าจะเที่ยงคืนกว่าค่ะ”

หญิงชราพยักหน้า จิบชา “อ้อ แล้วนี่น้องเราเขาจะกลับไปหาพ่อกับแม่ไหม เห็นพูดว่าปีใหม่จะไป นี่ยังไปรับงานอยู่ เขาบอกเธอบ้างหรือเปล่า”

“ไม่เคยเห็นพูดอะไรนะคะ อ้าว ออมาพอดี”

ทั้งสามคนในครัวหันไปตามที่อุษณีย์พูด อรดาเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยกิริยาเนิบนาบ ผมยาวรวบเป็นมวยยุ่งๆ เธอสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น พอเห็นคนอายุมากกว่าอยู่ในครัวทั้งหมดก็รู้สึกผิด

“ขอโทษค่ะ ออตื่นสายไปหน่อย”

“น้องออ ตาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูบวมๆ” ขวัญตาทักเพราะเห็นอีกฝ่ายสวมแว่นตาด้วย

“ออแพ้แอร์ค่ะพี่ตา สงสัยเพราะไม่ได้ทำงานในห้องปิดนานแล้ว” เธอตอบพร้อมยิ้มแห้ง แม้จะเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว

“กินยาหรือยัง แล้วมีงานต้องทำหรือเปล่า ไหวไหม” เพราะเคยเป็นอยู่บ้างทำให้สมาชิกในบ้านไม่สงสัย อุษณีย์ก็ถามตามปกติ

“เดี๋ยวกินค่ะ มีงานส่งอีกชิ้นหนึ่ง แต่ก็เหลือแค่นิดเดียวค่ะ นัดส่งตอนบ่าย” เธอตอบแล้วเดินไปชงกาแฟ เห็นถ้วยชาของคุณย่าก็กระซิบพี่สาวว่าให้เก็บถุงชาที่ชงแล้วไว้ให้ด้วย อีกฝ่ายมองงงๆ แต่ก็ไม่ทันได้ถามเพราะผู้สูงวัยถามเรื่องกลับน่านเสียก่อน

“ออเปลี่ยนใจแล้วค่ะ จะไปหลังปีใหม่แทน หนีคน”

“ก็ดีนะ พี่ไปด้วยสิ” อุษณีย์บอก เพราะปีใหม่นี้เธอก็ไม่มีโปรแกรมไปไหนเหมือนกัน “หลังนี่นานขนาดไหน อยากไปเยี่ยมคุณอาทั้งสองคนเหมือนกัน”

“ยังไม่แน่ใจค่ะ เดี๋ยวออเคลียร์งานก่อน มีออเดอร์หลังปีใหม่พอสมควร พี่อุ้ยเลือกวันลามาเลยก็ได้ เดี๋ยวออไปช่วงนั้น”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ถ้าไปก็คงแค่สองสามคืน พักผ่อนซะหน่อย ปีนี้ปีแทบไม่ได้ไปเที่ยวเลย”

สองพี่น้องคุยกันไปเรื่อยๆ อรดาดื่มกาแฟ กินขนมปังทาแยมส้มแบบที่ไม่ได้ดื่มด่ำกับรสชาตินัก แค่อยากได้ความหวานเปรี้ยวปลุกความสดชื่นเท่านั้น

 

หลังมื้อเช้า อรดามานั่งทำงานที่ศาลา ตั้งใจจะทำให้เสร็จก่อนเที่ยง เตรียมตัวไปส่งตอนบ่าย แวะช้อปปิ้งเล็กน้อยแล้วก็ไปกินเลี้ยงที่บ้านรุจี วันนี้มีนัด กินส้มตำแซบๆ กับเพื่อนรัก พรุ่งนี้จะไปเดินเล่นถ่ายรูปแสงไฟที่ประดับต้อนรับเทศกาลปีใหม่ให้ฉ่ำปอด หวังว่าจะบรรเทาหัวใจที่เจ็บร้าวได้ แม้ว่าจะไม่ได้ผลทันทีก็ตาม

เธอกลับถึงบ้านเที่ยงคืนครึ่ง กว่าจะหลับตาลงได้เกือบตีสาม เพราะสับสนว่าตัวเองไปเจอกับอะไรมากันแน่

ตลอดช่วงงานเลี้ยง สายตาของริกะส่งมาแวบเดียวเท่านั้น ทว่าคือสายตาของคนที่เป็น ‘เจ้าของ’ เธอเป็นได้แต่คนที่ ‘อยากได้’ ต่อให้เขายื่นไมตรีมาแค่ไหนก็เป็นได้แค่มิตรต่างเพศ หรือร้ายกว่านั้นก็แค่ของเล่น นัยยะแฝงทั้งเย้ยและเตือนสติว่าอย่าเข้าข้างตัวเองมากนัก อรดา

เกลียดตัวเองจนน้ำตาไหล เธอไม่ควรรับงานนี้ ไม่สิ เธอไม่ควรเอาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก 

พื้นที่ซึ่งดิ้นรนเข้ามาด้วยแรงดึงดูดของคนหน้าเหมือน แต่แล้วก็ติดกับความหวิวไหวที่ไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้นมา เขามีคู่หมั้นแล้ว เธอถูกผู้หญิงคนนั้นหยาม และที่สำคัญ ความรู้สึกผิดต่อปุณณัติที่ท่วมท้นเหมือนกำลังจมน้ำตาย

            ‘แต่ว่าเขามีคู่หมั้นแล้วนะ...’

            เสียงนั้นของเพื่อนคนไหนก็จำไม่ได้ แต่เป็นความจริงที่ฝังแน่น และเธอก็ตอบเองว่าไม่ได้คิดอะไรนอกจากอยากรู้เรื่องของเขา

            แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเธอได้เผลอใจไป คงไม่ต้องมาร้องไห้อย่างนี้ 

            ยิ่งถามว่าทำไมเขาถึงจูบเธอ มันยิ่งเจ็บ เหมือนถูกคนที่ไม่มีตัวตนบอกรัก ถึงจะได้สัมผัส แต่ไม่มีวันได้ถือครอง พอเท่านี้ มันถึงเวลาแล้ว

            เสียงโทรศัพท์สั่นดังครืดคราด อรดาเหลือบมอง โยชิโอะ

            เช้านี้เขาโทร.ทั้งหมดสี่ครั้ง เธอไม่รับ บอกตัวเองแล้วว่าต้องทำในสิ่งที่ถูก ความถูกต้องจะไม่ทำร้ายใคร แม้แต่ตัวเอง

            เธอเห็นข้อความจากไลน์ปรากฏขึ้น เป็นชื่อเธอที่ถูกพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ 

            ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาก็ไม่มีความหมายกับเธออีกแล้ว

 

            โยชิโอะระงับอาการหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่รับสายเป็นหนที่สี่ เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาในมุมรับแขก มองเห็นริกะกำลังจัดกระเป๋าก็เบนหน้าหนี

            กำหนดการกลับญี่ปุ่นคือพรุ่งนี้ เครื่องออกเที่ยงคืน ก็ต้องไปถึงสนามบินตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แปลว่ามีเวลาแค่วันนี้กับพรุ่งนี้บ่ายเท่านั้นที่จะปรับความเข้าใจกับอรดา แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเหลือแค่วันนี้เพราะริกะคงจัดของเสร็จ ไม่มีจังหวะให้เขามายืนโทรศัพท์ติดต่อคนอื่นโดยที่เธอไม่สงสัยได้แน่

            อีกอย่างซาโตชิก็จะกลับด้วย อีกฝ่ายจะมาหาเขากับริกะที่นี่แล้วนั่งแท็กซี่ออกไปพร้อมกัน รวมทั้งอาสะอีกคน

            พอคิดถึงญาติผู้น้อง อารมณ์ก็กรุ่นขึ้นมา เขากดโทร.ออกอีกครั้งแล้วความหวังลมๆ แต่ผลเหมือนเดิม ท้ายสุดก็ตัดสินใจส่งข้อความไปทางไลน์ ปลอบใจตัวเองว่าที่หญิงสาวไม่รับสายเพราะยังติดธุระ ก็เลยจะลองวัดด้วยฟังก์ชั่นการอ่านข้อความ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแสดงว่าเธอไม่ต้องการคุยกับเขาต่อ และเขาจะต้องหาวิธีอื่น

            “โยชิคุง”

            โยชิโอะสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นไปเห็นริกะยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน ในมือถือเสื้อแจกเกตที่เขาเพิ่งซื้อมา “โยชิคุงจะเอาตัวนี้ไปญี่ปุ่นด้วยไหม”

            “ไม่ต้องหรอก”

            “แต่ว่าโยชิงคุงแทบจะไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยนะ” เธอบอกเพราะตอนที่เธออาสาจะจัดกระเป๋าให้เขาบอกว่าเอาแค่เป้สะพายหลังกับกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊คเท่านั้น ซึ่งอย่างหลังก็โหลดเข้าห้องเครื่องพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอ “บนเครื่องอาจจะหนาว เอาไปสักตัวนะคะ”

            โยชิโอะพยักหน้าส่งๆ ไป เพิ่งนึกได้ว่าวันนี้ช่วงบ่ายเธอขอให้เขาพาไปซื้อของฝากและกินมื้อเย็น แปลว่า เขาอาจจะมีเวลาแค่ตอนนี้

            “อ้อ โยชิงคุงมีผ้าพันคอหรือถุงมือมาไหม ตอนนี้ที่โตเกียวหนาวมากค่ะ ลงเครื่องแล้วก็ต้องต่อรถไฟอีก”

            ชายหนุ่มกำลังจะพิมพ์ข้อความอีกครั้ง พอริกะยังพูดไม่จบก็ชักสีหน้าแล้วถอนใจ “ทุกอย่างของผมอยู่ในตู้ คุณจัดการเอาเลย”

            น้ำเสียงที่ออกไปคงเหวี่ยงพอประมาณ ริกะจึงชะงัก

            ก่อนที่เธอจะตัดพ้อหรือถามอะไรเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของโยชิโอะก็ดังพอดี เขามองหน้าจอแล้วรับสาย

            “อาสะว่าไง” เขาฟังปลายสายรายงานวัตถุประสงค์ครู่สั้นๆ “โอเค เดี๋ยวฉันไปหานายที่ห้องแล้วกัน” ชายหนุ่มวางสายแล้วลุกยืน ริกะกำลังยืนมองอยู่

            “ผมไปคุยงานกับอาสะสักครู่นะ เดี๋ยวมา”

            ชี้แจงสั้นๆ โดยแทบไม่ได้ให้เธอได้ตอบอะไรเขาก็เดินออกไป ริกะได้แต่มองตาม

 

            ที่ห้องของอาสะ ผู้ช่วยหนุ่มยื่นเอกสารให้โยชิโอะได้ดู พร้อมคำอธิบายสั้นๆ

“ผลตรวจสอบกระสุนครั้งที่สองออกมาแล้วนะครับ สรุปว่าเป็นคนละชนิดกัน”

            โยชิโอะอ่านข้อความภาษาอังกฤษที่ระบุชื่อรุ่นนั่นคือกระสุนขนาด 9 มม. รับรู้ได้ถึงอาการเจ็บแปลบที่หัวไหล่ แม้ว่าตอนนี้อาการจะดีขึ้นจนใช้มือขวาได้แล้วก็ตาม

            “ตรงนี้มันหมายความว่ายังไง”

 

 

 

2.12.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น