หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 63 : บทที่ 23 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 พ.ย. 63

“ขายของเก่ง ยังไม่รู้จักชื่อพิธีกรเลยครับ” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนเข้ามาตามประสา

“อุ๊ย ลืมบอกชื่อ เดี๋ยวได้เรียกคุณคนสวยแน่ๆ ไม่ใช่อะไรนะคะ ก็งานนี้มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้นเลย หันไปมองเพื่อนร่วมงานสิคะ จำกันได้ไหม ปกติอยู่ห้องแล็บสวมหมวกใส่แมส วันนี้จัดเต็ม ยังไงก็ดูดีๆ นะคะ อย่าจูงมือกลับบ้านผิดคน”

คราวนี้เสียงกรี๊ดกร๊าดดังสั่น ยิ่งอรดาออกท่าทางยิ่งเฮฮา

“ดิฉันชื่ออรดาค่ะ เรียกออก็ได้ เดี๋ยวออจะแจ้งกำหนดการคร่าวๆ ของงานนี้หน่อยนะคะว่ามีอะไรบ้างนอกจากมากิน แล้วตอนไหนจะแจกรางวัล จะได้แช่ง เอ้ย เชียร์กันถูก...”

 

“ไม่คิดว่าพรีเซนเตอร์ของเราจะเป็นพิธีกรได้ด้วย เก่งจัง คล่องมากเลย”

ระหว่างที่อรดากำลังทำหน้าที่บนเวที ที่โต๊ะของผู้บริหารซึ่งมีโยชิโอะ ซาโตชิ ริกะ และดิลกผู้จัดการฝ่ายผลิตนั่งอยู่ด้วยเอ่ยชมพลางมองอรดาที่กำลังพูดเรื่องกำหนดการต่างๆ พลางยกเครื่องดื่ม

“คุณออเป็นพิธีกรงานอีเวนท์มาก่อน เรียกว่ามืออาชีพเลยก็ว่าได้ ขายของเรียกคนดูเก่งอยู่แล้ว ยิ่งงานปิดแบบนี้สบายเธอเลย ซุ้มดอกไม้รูปนกยูงมุมนั้นก็ฝีมือเธอนะคะ” อมรรัตน์บอห

“จริงเหรอ อย่าบอกนะว่าจ้างเป็นพิธีกรพ่วงจัดดอกไม้น่ะ”

ผู้จัดการฝ่ายตลาดหัวเราะ “จ้างต่างหากสิคะ คุณตุ้ยนี่ก็ เจ้านายเราไม่ขี้เหนียวขนาดนั้นซะหน่อย” เธอพูดพลางมองโยชิโอะ แปลภาษาอังกฤษคร่าวๆ ในเรื่องที่คุยกัน 

            ผู้บริหารหนุ่มเมื่อถูกดึงเข้าสู่บทสนทนาก็ยิ้มบาง ละสายตาจากพิธีกรบนเวทีได้ในที่สุด วันนี้อรดาสวมชุดเปิดไหล่ อีกครั้ง และเมื่อเธอรวบผมมวยสูงเปิดลำคอระหงประดับกิ๊ฟรูปดาวเป็นประกายเมื่อต้องแสงไฟ รวมทั้งตุ้มหูยาวที่พริ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนที่ยิ่งตรึงสายตา เขารู้สึกได้ว่าบรรดาพนักงานหนุ่มๆ ชื่นมื่นและมีชีวิตชีวา ต่างล้อเล่นต่อปากกับสนุกสนาน

            “เธอทำงานศิลปะเก่งมากครับ ผมเคยเอาพวงมาลัยฝีมือเธอไปฝากคุณแม่ที่ญี่ปุ่น ชอบกันใหญ่” ซาโตชิพูดบ้าง 

            “ครับ” หนุ่มใหญ่พยักหน้า ก่อนจะยิ้มล้อ “แหม ไอ้ผมรึก็อยู่แต่โรงงาน เลยไม่ได้เห็นของสวยๆ งามๆ กับเขาเลย” ดิลกพูดภาษาอังกฤษด้วยคำง่ายๆ แต่ท่าทางติดตลกของเขาเรียกเสียงหัวเราะได้

            แม้ว่าที่โต๊ะจะมีผู้ชายแค่สามคน แต่ริกะรู้สึกได้ว่าทั้งสามให้ความสนใจกับผู้หญิงบนเวทีมากกว่าผู้หญิงอีกห้าคนที่นั่งร่วมโต๊ะเสียอีก ในตอนแรกเธอก็ไม่คิดจะมา แต่โยชิโอะถามว่าเธอจะอยู่คนเดียวในห้องได้ยังไง คำนั้นทำให้ริกะตัดสินใจได้ 

            แม้ว่าจะมาแล้วเห็นภาพเขามองพิธีกรคนนั้นด้วยดวงตาชื่นชมระคนปรารถนาก็ตาม

            ส่วนซาโตชิยิ้มรื่มรมย์ แต่ทว่าสีหน้ากลับเต็มไปด้วยปริศนา

            บรรยากาศงานเลี้ยงดีเยี่ยม แม้จะฟังภาษาไทยไม่เข้าใจแต่ริกะรู้ว่าทุกคนสนุกสนาน ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าที่ได้สมราคา เอนเตอร์เทนคนเก่ง มีลูกช่อลูกชน เวลาไหนจะยิงมุกตลกก็ทำได้ถูกจังหวะ ซึ่งเธอได้ยินจากที่ซาโตชิคุยกับอมรรัตน์ 

            แต่ยิ่งได้ยินคำชม เธอยิ่งอึดอัด นานครั้งจะมีบทสนทนาขึ้นมาบ้าง ส่วนใหญ่ก็กับซาโตชิอีกนั่นแหละ แต่อย่างน้อยโยชิโอะก็รับปากแล้วว่าจะกลับญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่ อย่างน้อยเธอก็แค่อดทนและไหลไปตามบรรยากาศนี้แค่คืนเดียวเท่านั้นก็จะได้คู่หมั้นกลับไปยังที่ที่เป็นของเธอ

            “ริกะ เป็นยังไงบ้าง อาหารอร่อยไหม”

            ซาโตชิถามขึ้น หญิงสาวรู้สึกตัว โยชิโอะก็เช่นกัน หางตาเธอเห็นเขาขยับตัว 

            “กีดีค่ะ อร่อย”

            “ชอบอันไหน” โยชิโอะรีบถามเพื่อเข้ามาในบทสนทนา หญิงสาวอบอุ่นใจขึ้น

            “อันนี้ค่ะ” เธอชี้หอยจ๊อ ชายหนุ่มชะงัก ภาพวันที่ไปกับอรดาหวนมาอีก เขาสูดลมหายใจ “คุณอมรรัตน์บอกว่าให้จิ้มน้ำจิ้มด้วย รู้สึกว่าอร่อยขึ้นนะคะ เข้ากันดี”

            โยชิโอะพยักหน้า “ถ้าคุณชอบ เดี๋ยวผมซื้อให้ ผมรู้จักร้านที่ทำอร่อย”

            ริกะมองหน้าชายหนุ่ม “โยชิคุงเคยกินแล้วเหรอ”

            เขาชะงัก แล้วก็พยักหน้าแข็งๆ ก่อนจะหันไปมองที่เวทีเหมือนจะตัดบท ริกะแอบแปลกใจท่าทาง แต่ก็คิดว่าเขาคงมองผู้หญิงคนนั้นอีกตามเคย จึงได้แต่กำมือแน่นใต้โต๊ะ เมื่อไรงานจะจบเสียที

            

            อรดาหยิบจานเพื่อตักอาหาร ปกติงานเลี้ยงปีใหม่จะเป็นโต๊ะจีน บริษัทนี้เลือกบุ๊ฟเฟต์เมนูนานาชาติ มีทั้งฝรั่ง ไทย ไทยอีสาน และญี่ปุ่น นับว่าใจปล้ำไม่เบาเพราะเท่าที่ดูและชิมคุณภาพอาหารระดับโรงแรมสามถึงสี่ดาวได้เลย มีเมนูปรุงสดเช่นส้มตำ เกี๊ยวน้ำ ซึ่งมีพนักงานบริการให้ 

            ตอนมาถึงก็อัดกาแฟไปแล้วแก้วหนึ่ง นั่นทำให้เธอตื่นตัวได้จนจบงานแน่ๆ แต่ถึงตอนนี้ผ่านไปร่วมสามสิบนาทีหลังออเดิร์ฟเมนูหลักเริ่มลงถาด พนักงานบริษัทกำลังลิ้มรสและสนุกสนานกับวีดีโอแคนดิตที่ฝ่ายบุคคลประมวลเก็บมาทั้งปี เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดเฮฮาจึงเป็นโอกาสให้อรดามาหาของกินบ้าง

คนที่ซุ้มอาหารบางตาแล้ว พิธีกรสาวยกโทรศัพท์ขึ้นตั้งใจจะเซลฟี่กับซุ้มนกยูงดอกไม้

“ผมถ่ายให้ไหมครับ”

คำถามดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้สะดุ้งเล็กน้อย ซาโตชิเข้ามายืนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ วันนี้ชายหนุ่มสวมสูทลำลองสีฟ้าอ่อนทับเสื้อคอกลมสีขาวและยีนสีเข้ม เธออดชมในใจไม่ได้ว่าเขาเลือกได้ดี เพราะสีอ่อนทำให้ดูโดดเด่นกว่าใคร

จะปฏิเสธก็ใช่ที่ ยังไงก็เลี่ยงการพบเจอยาก กับโยชิโอะก็เช่นกัน เธอได้ทักทายเขาสั้นๆ ตอนมาถึงงาน อาศัยภาระหน้าที่ไม่ต้องเจอกัน ถึงจะเห็นว่าคู่หมั้นของเขามาด้วยและนั่งเคียงข้างกันตลอดเวลาก็ไม่ได้เศร้าอะไรมากมาย ทุกอย่างอยู่ในที่ทางที่ควรเป็น แม้จะมีคำถามที่คาใจอยู่ว่า ทำไมถึงได้เจอคนหน้าเหมือนสามีที่ตายไปแล้วถึงขนาดรู้จักและได้เป็นเพื่อนกัน ราวกับว่าเขาถูกส่งมาเพื่อภารกิจอะไรบางอย่าง

ซาโตชิถ่ายรูปอรดากับซุ้มดอกนกยูง

“เดี๋ยวขอผมถ่ายบ้างนะครับ” เขาหยิบกล้องตัวเอง อรดาจึงยังยืนอยู่ จังหวะนั้นมีพนักงานสาวสองคนเดินมา ซาโตชิรีบหันไปหา

“ขอโทษครับ ถ่ายรูป...”

เขาพูดภาษาไทยเป็นคำประกอบภาษามือ แต่คนฟังก็เข้าใจ ทุกคนรู้จักว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการฝ่ายบริหาร

“ขอถ่ายกับคุณซาโตชิบ้างนะคะ”

“อ้อ ได้ครับ”

“ผมด้วยครับ ผมขอถ่ายรูปกับคุณอรดาหน่อยครับ” พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ยื่นกล้องให้เพื่อนร่วมงานโดยไม่ต้องถาม อรดาที่กำลังจะถอยออกมาต้องหยุดอีกครั้ง และอีกครั้งที่พนักงานหนุ่มคนต่อๆ มาขอถ่ายรูปด้วย จนเวลาผ่านไปจนเกือบจะได้เวลาขึ้นเวทีอีกรอบจึงขอตัว ดูเวลาเหลืออีกสองนาทีที่คลิปจะจบ อรดาตัดสินใจเลือกอะไรง่ายๆ มารองท้องแทน

หลังจากขึ้นไปทำหน้าที่รอบนี้เสร็จก็ลงมาที่ซุ้มอาหารอีกครั้ง หญิงสาวหยุดยืนที่หอยจ๊อปู ภาพที่ถนนคนเดินแวบกลับเข้ามา ห้ามตัวเองไม่ให้มองไปที่โต๊ะผู้บริหารก่อนจะตักมากิน เลือกยืนด้านหลังซุ้มดอกนกยูงพอดี เธอยิ้มออกมา สมัยที่ยังรับจ๊อบเป็นพิธีกรงานอีเว้นท์เล็กๆ ที่ไม่มีสวัสดิการอะไรมากมายก็เป็นแบบนี้ ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

“คุณออคะ เดี๋ยวเชิญนั่งที่โต๊ะนะคะ”

ดวงอนงค์มาเรียกขณะที่เธอกำลังตักอาหาร นี่เป็นเวลาที่จะได้นั่งพักจริงๆ เสียทีเนื่องจากโปรแกรมต่อไปเป็นงานโชว์พิเศษของแต่ละแผนก ซึ่งจะมีพิธีกรบริษัทมารับไม้ต่อเพราะคุ้นเคยกับพนักงานเป็นอย่างดีสามารถแซวกันได้เต็มปากเวลาตอนนั้นก็สามทุ่มกว่า อรดาเองก็อยากนั่งเหมือนกัน

            “ทานอะไรหรือยังคะ เดี๋ยวดวงช่วยตักให้”

            “ไม่เป็นไรค่ะคุณดวงเดี๋ยวออจัดการเอง” สาวสวยรีบปฏิเสธ

            “ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ดวงเห็นคุณออยังไม่ได้กินอะไรจริงจังเลย คุณโยชิโอะเลยมาบอกให้ช่วงดูแลน่ะค่ะ”

 

 

(ต่อ)

27.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #70 kwan777 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 22:48

    ใจป้ำ ไม่ใช่ ใจปล้ำ

    #70
    0
  2. #69 fsn (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 18:30

    อยากทานหอยจ๊อ ด้วยเลย อะ

    #69
    0