หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 62 : บทที่ 23 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 พ.ย. 63

23

 

ที่บ้านพรหมวัฒนา รุจีเอาชื่อโยชิโอะ ทานากะ ไปพูดให้ภาคีได้ยิน ชายหนุ่มทวนคำ

“ที่ทำบริษัทวิตามิน หรือ อาหารสุขภาพใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ อุ๊ย คุณภาคีรู้จักเหรอคะ ไม่น่าเชื่อ คนละสายงานกันนี่นา”

            “เคยขายโปรแกรมบริหารห้องแลปให้เขาน่ะ”

            “แต่ว่าเขาเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงปีเลยนะคะ”

            “ก็เพิ่งขายไปไง รุต่างหากรู้ดีกว่าผมอีก”

            รุจียิ้มแหย ถูกสามีมองด้วยแววตาเหมือนรู้ทัน “พูดมาตรงๆ เลย มีอะไรจะถาม”

            หญิงสาวขยับเข้าไปนั่งที่โซฟาซึ่งชายหนุ่มนั่งอยู่ ลูกสองคนหลับหมดแล้ว มีเวลาอีกประมาณหนึ่งหรือสองชั่วโมงที่ทั้งคู่จะคุยกันก่อนเข้านอน เป็นข้อปฏิบัติของครอบครัวที่ทำมาจนชิน

            รุจีเล่าเรื่องที่โยชิโอะ ทานากะ ถูกลอบยิงทั้งสองครั้งให้ภาคีฟัง

            “จริงเหรอ ทำไมไม่เป็นข่าว”

            “ออกข่าวชุมชนเล็กๆ เองค่ะ เหมือนเจ้าตัวเขาจะปิดข่าว แต่ก็ไม่มิดเท่าไร ลองเสิร์ซดูก็เจอ แต่ไม่ได้ออกช่องใหญ่ คุณภาคีมีความคิดยังไงบ้างคะ”

            ภาคียิ้มบาง “นานทีจะได้ยินรุใช้คำแบบนี้ แสดงว่าเรื่องนี้จริงจังเลยสินะ”

            รุจีกลอกตายิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าคุณภาคีพอจะสละเวลาสักครู่หนึ่งในฐานะประธานบริษัท”

            “ไม่ต้องอ้อมโลกขนาดนั้น” เขาเอ่ยนิ่งๆ “เป็นนักธุรกิจเรื่องแรกก็คือผลประโยชน์ ต่อมาเป็นเรื่องการพนัน เรื่องชู้สาว พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ ผมแสดงความเห็นเท่านี้แล้วกัน”

            คนฟังเบิกตา “สั้น กระชับ แต่ได้แนวคิดตรงประเด็นมากค่ะ สมกับเป็นคุณภาคีจริงๆ” เธอพูดแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆ 

            “ขออย่างหนึ่ง...” เขาจับมือเธอให้มานั่งตัก รุจีทำตามโดยง่าย “บอกมาสิ ว่าสี่สาวจะทำอะไรกัน”

 

            “แม่แกรู้หรือยัง” 

            “รู้แล้วครับ” โยชิโอะตอบทาคุโร่ เขาทำตามที่ได้รับปากกับแม่คือเป็นฝ่ายโทร.เล่าเรื่องที่ถูกยิงให้ปู่ฟังเอง ผู้สูงวัยตกใจเล็กน้อย แต่ตั้งสติได้วยตามประสาคนเจนจัดในโลก

            “ต้องมีคนติดตามมากกว่านี้แล้ว อาสะคนเดียวไม่พอ” 

            “แต่ถ้าทำแบบนี้...”

            “ก็ทำไม่ให้รู้ตัวสิ” ประธานใหญ่แห่งเอซทูแคร์พูดสวนมาอย่างเข้าใจเจตนาของหลานชาย “ถึงแกจะปลอดภัยแต่ฉันก็ไม่สบายใจนักหรอกนะ ตำรวจว่ายังไง”

            “กำลังตรวจชนิดกระสุนอยู่ครับ” โยชิโอะเว้นเรื่องที่เคยถูกลอบยิงครั้งแรกไว้ 

            “เร่งตำรวจไทยหน่อย ให้อาสะทำไป” ทาคุโร่พูดทันที “เรื่องคนคุ้มกันฉันจะจัดการให้ แล้วแกจะกลับญี่ปุ่นวันไหน”

            ทาคุโร่สรุปความตั้งใจโดยไม่ถามความเห็นของโยชิโอะแม้แต่คำเดียว นอกจากสิ่งที่ต้องการคำตอบจริงๆ 

            “วันที่ยี่สิบเก้าครับ จองตั๋วไว้แล้ว”

            “ดี แต่ว่ากว่าจะถึงวันนั้นแผลคงไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม”

            “ครับ ตอนนี้ก็ดีขึ้น ไม่ต้องใช้ผ้าคล้องแขนแล้ว คุณปู่ถามทำไมเหรอครับ”

            “เปล่าหรอก ถ้างั้นเท่านี้นะ ตั้งใจทำงานละ”

            “ครับ” โยชิโอะวางสายอย่างงงๆ เพราะในใจลั่นคำถามว่าทำไมปู่ถึงใส่ใจเรื่องบาดแผล และขณะนั้นเองข้อความในจดหมายก็ผุดขึ้นมา

            ‘แฉความลับ...’

            ความลับอะไร ความลับของใคร ตัวเขาตอนนี้ หรือเขาก่อนสูญเสียความทรงจำ

            

วันคริสมาสต์มาถึง และอรดาก็มาจนได้ แต่ในฐานะพิธีกร 

แรกสุดซาโตชิเอ่ยปากชวน แน่นอนว่าเธอไม่รับปาก ไม่ใช่พนักงาน แค่เคยร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์จะไปนั่งโต๊ะไหนได้ จนดวงอนงค์ติดต่อมาโดยตรงว่าขอว่าจ้างเป็นพิธีกร เธอจึงมีเหตุผลให้ตัวเอง

ห้องจัดเลี้ยงจัดให้แคบลงสมจำนวนพนักงาน เมื่อเข้าไปก็เห็นนกยูงสีฟ้าอมเขียวโดดเด่นท่ามกลางธีมงานสีแดงอมชมพู มุมอาหารแบบบุ๊ฟเฟต์มีสองมุม ตรงกลางคือเวทียกพื้นประมาณสี่สิบเซ็นติเมตร แต่งแบ็คดรอปผสมผสานไทยและญี่ปุ่นในแบบเรียบง่ายสบายตา

โต๊ะผู้บริหารเป็นโต๊ะกลมสองโต๊ะมุมใกล้เวที ส่วนของพนักงานจะเป็นโต๊ะยาวสี่โต๊ะที่นั่งไล่เรียงไปแต่ละแผนกเว้นทางเดินระหว่างโต๊ะทำให้มีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางที่พิธีกรหรือพนักงานมาสามารถลงมาทำกิจกรรมสันทนาการได้

พนักงานทุกคนต่างแต่งตัวสวยหล่อตามธีมสีฟ้าน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำบริษัท เพราะเป็นงานเลี้ยงปีใหม่ครั้งแรกของโยชิโอะ ทานากะ ผู้บริหารที่มาในช่วงกลางปี เขาจึงเลือกสีนี้เป็นธีมเพื่อตัดกับสีของห้องจัดเลี้ยงซึ่งจะทำให้พนักงานดูโดดเด่นสนุกสนาน

อรดาเลือกเดรสคล้องคอเปลือยไหล่พื้นขาวลายดอกไม้สีฟ้าอมเขียวยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ตอนแรกจะสวมกระโปรงยาวแต่ด้วยต้องเดินขึ้นลงเวทีอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ จึงยึดความสะดวกเป็นหลัก

เวลาเริ่มเปิดงานอย่างเป็นทางการคือหนึ่งทุ่ม แต่พนักงานทยอยมากันตั้งแต่หกโมงครึ่งทำให้ตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

 “ฮัลโหล สวัสดีค่า” เธอเลือกทักทายด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นทางการนักหลักจากลองเสียงไมค์มาแล้วว่ากำลังพอดี มีเสียงปรบมือรับเกรียวกราว หญิงสาวยิ้มยกมือทาบอก “ตื่นเต้นจึง เพิ่งมาเป็นพิธีกรงานเลี้ยงปีใหม่ครั้งแรก ทำอะไรก่อนดี...อะไรนะคะ จับรางวัล อุ๊ย ใจเย็นค่ะ นี่กะว่าได้ของแล้วจะกลับเลยเหรอคะ เดี๋ยวก่อน ยังไงทานขนมผีฝมือพี่สาวดิฉันก่อนนะคะ กลับก่อนเดี๋ยวอดของอร่อยนะ”

คราวนี้เรียกเสียงหัวเราะได้ “โอเคค่ะ เข้าเรื่อง ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเลี้ยงประจำปีสองพันสิบเก้าเพื่อเข้าสู่ปีสองพันยี่สิบ หรือสองพันห้าร้อยหกสิบสามของบริษัทเอซทูแคร์ประเทศไทยค่ะ ไหนขอเสียงฝั่งบริหารหน่อยสิคะ...”

เธอผายมือไปยังโต๊ะฝั่งซ้ายมือตัวเอง ทำให้มองเห็นว่าโยชิโอะนั่งรวมอยู่ที่โต๊ะกลมกลุ่มของผู้บริหาร “ฝั่งผลิตว่าไงคะ ยอมไหม”

ทั้งสองกลุ่มไม่มีใครยอมใคร “ฝั่งผู้บริหาร อุ๊ย ขอเสียงไม่ได้ ต้องขอบคุณสิ...ขอฝากตัวกับท่านผู้บริหารด้วยนะคะ ขอบคุณคุณโยชิโอะ ที่ให้เกียรติดิฉันได้มาเป็นพิธีกรงานนี้ และได้จัดการสนุกๆ นี้ให้พวกเรานะคะ” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย “ไม่ต้องชมว่าพูดภาษาญี่ปุ่นเก่งนะคะ พอดีจดมา” เธอแกล้งชูกระดาษที่ถือให้มือ เสียงปรบมือผสมหัวเราะเกรียวกราว

 

 

(ต่อ)

25.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #67 fsn (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 20:16

    พิธีกรสาว ลูกเล่นแพรวพราวค่ะ

    #67
    0