หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 60 : บทที่ 22 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

“พอดีฉันได้ไปกินของอร่อยมา นึกถึงนายกับริกะ อยากให้กินด้วย ก็เลยซื้อมาฝาก”

            ริกะที่ได้ยินการสนทนาเดินออกมาดู แล้วก็ประหลาดใจไปอีกคนที่เห็นชายหนุ่มที่น่าจะกลับไปที่พักตนเองแล้วกลับมาที่นี่อีก

            “ขอโทษที่มารบกวนนะริกะ กินข้าวกันหรือยัง ผมซื้อของมาฝาก”

            เมื่อผู้มาเยือนกล่าวอย่างนั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้ โยชิโอะกับริกะจึงเดินนำให้อีกฝ่ายเข้ามา

            “ของกินน่ะ ต้องกินให้ได้นะ อร่อยมาก” พูดแล้วยกนิ้วให้

            “ดีเหมือนกัน เรายังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย กินไหมโยชิคุง” ริกะเสนอ เวลาตอนนั้นสองทุ่ม โยชิโอะรู้สึกหิวแล้วจึงพยักหน้า เธอรีบไปหยิบจานและอุปกรณ์มาจัดบนโต๊ะ

            “ของซาโตชิซังล่ะ” 

            “ผมกินมาแล้ว”

            “ผัดไทยนี่” โยชิโอะพูดขณะที่ริกะแกะห่อแล้วจัดการเอาไปอุ่นในไมโครเวฟ ภาพอาหารในจานทำให้เจ้าของบ้านนึกถึงหญิงสาวคนที่เคยพาเขาไปกินมาอีกครั้ง

            “นายไปซื้อที่ไหนมา” เนื่องจากแขนขวาโยชิโอะยังใช้ไม่ถนัดเขาจึงใช้มือซ้ายถือส้อมจัดการม้วนเส้นขึ้นมา คำแรกคือรู้สึกอร่อย คำต่อมารู้สักคุ้นเคย

            แต่พอซาโตชิบอกชื่อร้านและสถานที่ตั้ง คำที่สามจึงถูกขัดจังหวะ

            “คุณอรดาแนะนำมา เป็นร้านเก่าแก่เห็นว่าเปิดมาเกือบห้าสิบปีแล้ว เขาพาไปกินมาน่ะ”

            “อิ่มแล้ว” โยชิโอะวางส้อม เลื่อนจานออก

            ซาโตชิทำท่าตกใจ “ทำไมล่ะ ไม่อร่อยเหรอ ฉันว่ามันอร่อยมากนะ”

            “อืม ไม่ค่อยถูกใจฉันน่ะ” เขาตอบสั้น “ปวดแผล ขอนอนก่อนนะ”

 “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจัดยาให้ค่ะ” ริกะทำท่าจะลุก แต่เขาห้ามไว้

 “ไม่ต้อง ผมจัดการเอง ริกะกินเถอะ”

ซาโตชิประหลาดใจปนงง แต่ก็ไหวไหล่แล้วหันมาทางริกะ “แล้วคุณล่ะ เป็นไง ชอบไหม”

            “ก็อร่อยดีนะคะ หวานนิดๆ กินกับถั่วตรงนี้เข้ากันดีมากเลย”

            “นั่นสิ ทำไมโยชิโอะถึงบอกว่าไม่อร่อย หรือว่าเขากินอะไรมาก่อนแล้ว”

            “เปล่าค่ะ วันนี้ฉันยังไม่ทำอะไรเลย หรืออาจจะปวดแผลจริงๆ” 

            คำพูดของริกะก็มีอารมณ์งงงันปนอยู่เช่นกัน เธอมองตามคู่หมั้นที่เดินเข้าห้องนอนไปอย่างไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ยังไม่ได้กินมื้อเย็นจึงจัดการต่อ ส่วนซาโตชินั้นเมื่อเห็นเธอนั่งกินเพียงลำพังก็ขอตัวกลับเพื่อให้เวลาเป็นส่วนตัว

            “ขอบคุณค่ะซาโตชิซัง”

            “ครับ”

            เป็นครั้งแรกที่ริกะได้เห็นรอยยิ้มที่เจิดจ้าของเขา

 

            วันต่อมา โยชิโอะเสียเวลาไปอีกสองชั่วโมงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ครั้งนี้มีใบรับรองแพทย์และกระสุนที่เก็บได้ในรถซึ่งอย่างหลังอาสะรีบไปเก็บมาจากรถซึ่งก่อนหน้านั้นย้ำกับทางบริษัทฯ ที่มารับบริการว่าให้ลากไปที่อู่เท่านั้น ซึ่งกระสุนต้องใช้เวลาพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นชนิดใด ตรงกับครั้งก่อนที่ถูกลอบทำร้ายหรือไม่ 

            โยชิโอะกับอาสะจึงต้องรอการพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น

            ขณะนั่งเคลียร์งานหลังจากมาทำงานวันแรก มารดาก็โทร.เข้ามา

            “เกิดอะไรขึ้นโยชิโอะ ทำไมลูกถึงถูกยิง!”

            คนเป็นลูกอึ้ง นอกจากจะตกใจกับเนื้อหาที่แม่พูดเพราะเขามั่นใจว่าไม่มีใครบอกเรื่องนี้ไปทางญี่ปุ่นแล้วยังประหลาดใจที่แม่คุยโทรศัพท์โดยไม่มีการเกริ่นนำผิดวิสัยคนเจ้าระเบียบแบบแม่มาก

            “เอ่อ...”

            “อย่าโกหก แล้วก็อย่าปิดบังแม่นะโยชิโอะ”

            “ผมจะถามว่า คุณแม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง ใครบอกเหรอครับ”

            “สรุปว่าจริงสินะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

            “คุณแม่ตอบผมก่อนได้ไหมครับ”

            มีเสียงลมพ่นออกจมูกเหมือนคนถูกขัดใจ ก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงไม่สมอารมณ์เล็กน้อย “ก็มีข่าวออกน่ะสิ มีเว็บไซต์ที่เขารายงานข่าวท้องถิ่นของประเทศไทยบอกว่ามีการขับรถไล่ยิงกลางถนน ในข่าวเขาบอกว่าเจ้าของรถคือบริษัทเอซทูแคร์ และคนโดยสารมีสองคน หนึ่งในนั้นก็คือโยชิโอะนี่แหละ” 

            โยชิโอะอึ้ง ไม่คิดว่านักข่าวประเทศไทยจะล้วงข้อมูลได้ลึกขนาดนั้น อาสะบอกเหมือนกันว่าตอนที่ไปทำเรื่องที่อู่มีคนลักษณะเหมือนนักข่าวอยู่ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เข้ามาถามอะไรทำให้ผู้ช่วยหนุ่มก็วางใจว่าคงไม่เป็นข่าว

“สรุปว่าจริงใช่ไหม”

            ป่วยการจะสงสัยว่าแม่รู้จากใครหรือเอาข่าวลืออะไรมาบลั๊ฟ จึงตอบตรงๆ “ครับ”

            “มันเรื่องอะไรกัน แล้วโยชิเป็นอะไรหรือเปล่า ในข่าวบอกว่าได้รับบาดเจ็บด้วย เล่ามาให้ละเอียดสิ”

            โยชิโอะถอนใจ “ก็เจ็บแขนนิดหน่อย ไปโรงพยาบาลและแจ้งความแล้วครับ”

            “เจ็บขนาดไหน ทำไมไม่พักผ่อน”

            “ผมหยุดงานไปสองวันแล้วครับ วันนี้มีงานด่วนต้องเคลียร์ เลื่อนประชุมไม่ได้แล้ว”

            “แม่ไม่สบายใจเลย ทำไมงานของโยชิโอะถึงเสี่ยงอย่างนี้” ถึงจะอารมณ์เสียแต่มารดาก็พูดได้แค่นั้นเนื่องจากเป็นคำสั่งตรงจากปู่ รวมทั้งเขาเองก็ยินดี แม้จะเป็นความคิดที่เกิดจากการรื้อความทรงจำจากแม่ก็ตาม

            “ทำไมคุณแม่ไม่คิดว่างานของผมใกล้จะสำเร็จแล้วล่ะครับ”

            “กว่าจะสำเร็จ โยชิไม่...” 

            “ผมคิดว่าผมจัดการได้”

            ได้ยินเสียงมารดาถอนใจแรง “แม่เป็นห่วงโยชิโอะมากนะ เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนเหมือนเป็นฝันร้ายของครอบครัวเรา แม่เสียพ่อไปแล้ว ไม่อยากเสียลูกไปอีก”

            โยชิโอะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “ผมจะระวังตัวครับ”

            คราวนี้คุมิโกะเป็นฝ่ายเงียบบ้าง “แม่อยากส่งคนไปดูแลโยชิมากกว่านี้ อาสะคนเดียวไม่พอ”

            “ถ้าทำอย่างนั้น...”

            “ทำไมเหรอ” คุมิโกะถามเพราะลูกชายพูดแล้วหยุดไปดื้อๆ

            “ไม่มีอะไรครับ เอาเป็นว่า แล้วแต่คุณแม่เลยครับ”

            เขาตัดสินใจตอบในที่สุดเพราะคิดว่าคัดค้านไปก็ไม่มีประโยชน์ เหลือบมองเอกสารในมือ

            “แล้วโยชิโอะจะกลับญี่ปุ่นวันไหน”

            “ผมอาจจะต้องกลับปีใหม่ครับ เพราะวันหยุดที่นี่กำหนดไว้แค่ช่วงนั้น”

            “อะไรกัน ถ้าอย่างนี้วันคริสมาสต์ก็ไม่ได้ฉลองกันน่ะสิ มาสักสามวันไม่ได้เหรอ”

            โยชิโอะเพิ่งรู้ในช่วงที่กำลังฟื้นฟูความทรงจำว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วเทศกาลคริสมาสต์เป็นเสมือนวันสำคัญของครอบครัว รวมทั้งคนรัก สำคัญเทียบเท่าเทศกาลโอบ้งในฤดูร้อน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

            “ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้น แต่มันเป็นวันกลางสัปดาห์ครับ ไม่สะดวก อีกอย่างผมหยุดงานไปตั้งสองวันแล้ว”

            ปลายสายเงียบไป คงจะจำนนด้วยเหตุผล “ก็ได้ ยังมีริกะอยู่ด้วยก็ดี จะได้ฉลองกัน ถ้างั้นแค่นี้นะ ดูแลตัวเองดีๆ จะไปไหนก็ให้อาสะไปด้วยทุกครั้ง”

            “ครับ” เขาเกือบจะเถียงว่าวันที่ถูกยิงก็ไปกับอาสะนี่แหละ แต่เปลี่ยนใจ “เอ้อ คุณแม่ครับ เรื่องผมถูกยิง เดี๋ยวผมคุยกับคุณปู่เอง ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยววางสายกับคุณแม่ผมจะโทร.เลย ครับ สวัสดีครับ”

            โยชิโอะถอนใจยาวเมื่อวางสาย ก่อนจะดูเอกสารตรงหน้า เป็นจดหมายอีเอ็มเอสธรรมดาที่จ่าหน้าซองถึงเขา โยชิโอะ ทานากะ บริษัท เอซทูแคร์ ประเทศไทย จำกัด ใช้ซองสีน้ำตาล

            ข้างในเป็นกระดาษเอสี่พับเรียบร้อย ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นจดหมายจากกลุ่มคู่ค้า แต่ไม่มีที่อยู่ผู้ส่งก็ผิดสังเกต บางทีคนเหล่านี้อาจจะคัดชื่อเขามาจากรายชื่อในหนังสือรับรองธุรกิจที่เป็นเอกสารสาธารณะเพื่อเสนอขายอะไรสักอย่างตามปกติ

            แต่เนื้อหาในจดหมายทำให้เขาอึ้ง

            ‘หยุดสืบเรื่องนี้ซะ ไม่งั้นจะโดนแฉความลับทั้งหมด’

 

 

(ต่อ)

23.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #66 fsn (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 12:59

    โยชิโอะ เนี้ย ยั่วขึ้นนะคะ แต่ว่าจดหมายมาแบบนี้ ทำให้ยิ่งอยากรู้ อยากสืบต่อนะคะ

    #66
    0