หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

3

 

“เป็นผู้จัดการคนใหม่ของบริษัทเอซทูแคร์ ชื่อโยชิโอะ ทานากะ อายุสามสิบสอง มาแทนผู้จัดการคนเก่าที่เป็นลุงที่ชื่อ โคอิจิโร่”

ตรงหน้าอรดาคือนักข่าวรุ่นพี่ที่รู้จัก เธอจ้างให้เขาหาข้อมูลเรื่องเรื่องผู้ชายที่ชื่อโยชิโอะ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพนักงานในบริษัทเอซทูแคร์ แต่ผลที่ได้สร้างความตกใจเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงผู้จัดการ

“ถ้ามาแทนคุณโคอิจิโร่ ก็แปลว่ามาทำงานตำแหน่งจีเอ็มเลยเหรอ”

เพราะเธอเคยเจอโคจิอิโร่ ทานากะ มาก่อน วันที่ไปถ่ายโฆษณา อีกฝ่ายยังมาแนะนำตัวและยินดีที่ได้ร่วมงานกัน ฝ่ายการตลาดกระซิบว่าผู้บริหารญี่ปุ่นคนนั้นเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายและเลือกเธอ

“ชื่อตำแหน่งน่ะไม่ใช่ แต่วงในเขาก็ว่ามาแทนที่นั่นแหละ”

อรดามองภาพเขาที่ทางรุ่นพี่ส่งมาให้ เป็นภาพหน้าตรงใส่สูท สายตามองกล้องจริงจัง แม้จะบอกว่านี่เป็นภาพสมัยอยู่ญี่ปุ่น แต่เธอรู้สึกว่าแววตาของเขาไม่เหมือนกับที่เธอเห็นบนรถไฟฟ้า อาจจะเพราะเป็นภาพเก่า

 “ที่ได้ข้อมูลช้าน่ะเพราะว่าเขาเพิ่งมารับตำแหน่งแค่ไม่กี่วันนี่เอง คนในวงการเขายังแทบไม่รู้กันด้วยซ้ำ แกไปรู้มาได้ยังไง” อีกฝ่ายมองแล้วยกกาแฟขึ้นดื่ม อรดาได้แต่ยิ้ม เขาก็ไม่ถามต่อ

“ขอบคุณมากค่ะพี่อั๋น เดี๋ยวน้องจัดค่าตอบแทนให้”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้อง เรื่องแค่นี้ ฉันสิต้องขอบใจแก ทำให้ฉันได้รับคำชมจากหัวหน้าว่ารู้ข่าวนี้เร็วกว่าใคร” เขาพูดแล้วขยิบตาให้ แม้จะทำงานสายบันเทิง แต่แวดวงธุรกิจก็ไม่พลาด เพราะเพิ่มโอกาสให้เขาในการมีข่าวอยู่ในมือได้ เรื่องนี้อรดาก็พอรู้ ถึงเลือกใช้เขา

“ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ ต้องไปงานอื่นต่อ” เขาตอบแล้วลุกขึ้น อรดาลุกตาม

“ค่ะ พี่อั๋นคะ” เธอรีบเรียกเขาไว้ “ถ้าพี่อั๋นได้รูปสมัยอยู่ญี่ปุ่นของโยชิโอะ พี่ส่งให้ออหน่อยนะคะ”

นักข่าวหนุ่มเลิกคิ้ว โคลงศีรษะ “ถ้า...เหรอ”

อรดายิ้มกว้าง “ขอให้พี่อั๋นหารูปให้หน่อยค่ะ รูปเก่าๆ สมัยอยู่ญี่ปุ่นของเขา”

“รู้เรื่อง” เขาตอบทันที “แล้วคุยกันนะ”

“ค่ะ”

อรดามองตามร่างสูงใหญ่ของเขาเดินออกจากร้านไป แล้วมองภาพกับข้อมูลที่ได้มา 

โยชิโอะ ทานากะ 

 

ในที่สุดอรดาก็ลาออกจากงานโรงแรมที่ทำกับพี่สาว ให้เหตุผลว่าอยากทำอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่านี้ พี่สาวเชื่อว่าน้องสาวมีความสามารถพอจึงได้แต่ให้กำลังใจ 

‘แสดงว่าออทำใจเรื่องปุณได้แล้วใช่ไหม’

เธอแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายคิดอย่างนั้น ‘แววตาของออสดใส ดูมีเป้าหมายในชีวิต ไม่เหมือนตอนทำงานแรกๆ ไม่เป็นประกายแบบนี้’

อรดาประหลาดใจว่าตัวเองแสดงออกไปชัดเจนขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าจะไปทำงานอะไร จะว่ามีเป้าหมายก็ไม่เชิง แค่มีเรื่องให้ทำเท่านั้น เช่นวันนี้ ขณะที่กำลังนั่งเอ้อระเหยอยู่ในร้านอาหารก็มีข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์

‘เป้าหมายออกจากอาคารสำนักงานแล้วครับ ผมกำลังตามไป แล้วจะรายงานเส้นทางเป็นระยะ’

เธอรีบเรียกพนักงานมาเก็บเงินทันที

 

สองชั่วโมงก่อน ที่บริษัทเอชทูแคร์ ห้องผู้จัดการ อาสะยืนอยู่อยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของโยชิโอะ ชายหนุ่มหน้าเครียดขณะดูเอกสารในมือ เป็นผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของเอซทูแคร์ทุกตัว ซึ่งเป็นงานแรกที่มาถึงเมืองไทย เขาก็จัดการส่งสินค้าของบริษัทไปห้องแล็บเอกชนให้ตรวจอย่างละเอียด ส่วนหนึ่งก็มาจากการจับกุมเนตไอดอลคนนั้น

ในจำนวนนี้มีถึงสองชื่อที่มีสารต้องห้ามประกอบอยู่ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ยกเลิกการผลิตไปแล้วที่เป็นข่าว และที่สำคัญเป็นสินค้าที่กำลังจะออกจำหน่ายในเดือนหน้า

“ในเมื่อเป็นสารที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ แล้วมันอยู่ในตัวสินค้าของเราได้ยังไง”

“สารพวกนี้ ต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์ถึงจะสั่งได้ครับ”

คนเป็นเจ้านายเลิกคิ้ว “หมายความว่า เราไปสั่งให้แพทย์สั่งเหรอ มันควรต้องมีเอกสารใช่ไหม”

ผู้ช่วยหนุ่มหน้าตี๋ขยับตัวเชิงอึดอัด 

“ไม่มีสินะ” โยชิโอะเป็นฝ่ายตอบเสียเอง เขานิ่งครู่หนึ่ง “สั่งยกเลิกสินค้าที่จะออกจำหน่ายซะ”

“แล้วเรื่องอีเว้นท์เปิดตัว”

“ก็เลิกไป เดี๋ยวฉันไปเจรจาเรื่องค่าเสียหายเอง นัดผู้จัดให้ด้วย”

อาสะผงกศีรษะ “ครับ”

เขาตอบแล้วปิดแฟ้ม ดูนาฬิกาข้อมือ สิบเอ็ดโมง “เดี๋ยวฉันจะออกไปกินข้าวข้างนอก แล้วไปตามเรื่องนี้ที่โรงงานเลย” พูดพลางลุกขึ้น

“เอ่อ คุณโยชิโอะครับ” 

น้ำเสียงอาสะกึ่งจริงจังกึ่งเกรงใจ ทำให้เขาต้องหยุดฟัง “ผมคิดว่า คุณอย่าเพิ่งไปโรงงานในเวลานี้จะดีกว่าครับ”

          เจ้านายขมวดคิ้ว “ทำไม”

          ผู้ช่วยมือขวาเรียบเรียงคำพูดอย่างเกรงใจ “เรื่องการสั่งสารต้องห้ามมาใช้ในผลิตภัณฑ์หัวหน้าฝ่ายวิจัยต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว และผมคิดว่าเขารู้ตั้งแต่วันก่อนที่คุณโยชิโอะเข้าไปที่โรงงานแล้วครับว่าคุณมาตรวจสอบเรื่องนี้ ถ้ามีการยกเลิกสินค้ายิ่งแน่ใจ ถ้าคุณโยชิโอะจะหาต้นเหตุเรื่องนี้....”

          อาสะพูดไม่จบประโยคโยชิโอะก็เข้าใจ นิ่งคิด 

          “ต้องทำเป็นเงียบไว้ก่อนสินะ”

          “ครับ”

          เจ้านายคนใหม่ยกมือเท้าสะเอว ถอนใจแรง หลังประสบอุบัติเหตุเขารู้สึกว่าสมองเหมือนทำงานช้าลง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ รู้ตัวว่าชั้นชิงอ่อนด้อยลง ดูจากหลายๆ รางวัลทางธุรกิจที่ได้มา ณ ตอนนี้คงยากที่จะได้อีก คงต้องพยายามปรับปรุงตัวเองใหม่ แต่บางครั้งก็เร็วไป เหมือนครั้งนี้

“เข้าใจละ”

          “แล้วคุณโยชิโอะจะออกไปทานมื้อกลางวันข้างนอกอยู่ไหมครับ”

          อีกฝ่ายหันมา “ไปสิ นายจะไปด้วยไหมล่ะ”

          อาสะเกือบยิ้ม “ไม่ครับ”

          โยชิโอะเดินออกจากห้องไป ผู้ช่วยหนุ่มมองตาม

 

          หน้าลิฟต์ โยชิโอะเจอกับโคอิจิโร่ วันนี้เขาเพิ่งได้เจอกับลุง ชายหนุ่มผงกศีรษะทักทาย ลิฟต์เปิดพอดี 

          “จะไปกินข้าวเหรอ”

          “ครับ” โยชิโอะตอบ เห็นอีกฝ่ายถือกระเป๋าเอกสาร “คุณลุงล่ะครับ”

          “ก็จะไปกินเหมือนกัน นัดกับซายากะไว้แล้ว” เขาหมายถึงภรรยาที่ย้ายมาอยู่ด้วยตลอดช่วงที่เขามารับตำแหน่งช่วงเกือบสองปีนี้ โยชิโอะนึกถึงบทสนทนาในวันที่เขามาประชุมเพื่อรับตำแหน่งแทน

          เมื่อบอกกล่าวที่ประชุมเสร็จ และโคอิจิโร่มาส่งงานที่ค้างอยู่ให้ 

          ‘คุณลุงจะกลับญี่ปุ่นเลยเหรอครับ หรือว่า...’

          อีกฝ่ายเหลือบมอง น้ำเสียงแค่นหัวเราะ

          ‘ก็กลับเลยสิ จะอยู่ทำไมล่ะ’

โคอิจิโร่ ทานากะ ไม่ได้ถูกให้ออกจากตำแหน่งเนื่องจากสาเหตุที่สินค้าของบริษัทอยู่ในรายการไลฟ์สดของไอดอลที่ถูกจับกุมว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานซึ่งอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของเขา แต่ทาคุโร่ประธานใหญ่ให้เขากลับมาช่วยงานที่บริษัทแม่ กระนั้นเขาก็รู้ดีตั้งแต่วันที่โยชิโอะมาเหยียบเมืองไทยแล้วว่าตำแหน่งได้เปลี่ยนไป

‘ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ถึงวันที่นายเลี้ยงส่งแน่นอน ไม่หนีไปก่อนหรอก’

โยชิโอะไม่พูดต่อ และนั่นก็คือวันนี้ เย็นนี้จะมีงานเลี้ยงส่งจากบริษัท คงเป็นค่ำคืนที่ยาวนาน เขาคิดขณะที่เดินออกจากลิฟต์

“เจอกันเย็นนี้” โคอิจิโร่บอก หลานชายก้มศีรษะ

“ครับคุณลุง”

 

          ท้ายที่สุดโยชิโอะ ทานากะ ก็แค่ออกมากินข้าวกลางวัน แล้วก็กลับเข้าไปในอาคารสำนักงานเหมือนเดิม ตอนแรกเธอรีบวิ่งกลับไปที่รถ แต่พอขับออกมาก็มีข้อความส่งมาบอกว่าชายหนุ่มแค่เดินไปร้านอาหารในละแวกนั้นเท่านั้น ทำเอาวนรถกลับแทบไม่ทัน เพราะร้านที่ว่านั้นอยู่ห่างจากร้านกาแฟที่เธอนั่งอยู่แค่ซอยเดียว

          แต่อีกสองวันถัดมาอรดาก็สมหวัง ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบบ่ายสาม เธอกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างซึ่งก็ใกล้ๆ กับสำนักงานของผู้ชายคนนั้น มีข้อความแจ้งมาบอกว่าโยชิโอะ ทานากะ ออกมาจากบริษัทเหมือนเดิม คราวนี้ไปที่ร้านกาแฟ ซึ่งพอรู้ที่ตั้งชัด อรดาก็ตรงไปทันที

          ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงทำอะไรแบบนี้ สนใจผู้ชายที่หน้าหมือนสามีที่ตายไปแล้วถึงขนาดจ้างคนติดตาม เธอได้ข้อมูลเพิ่มเติมพอแล้ว แต่นึกไม่ออกว่าทำอย่างไรถึงจะได้รู้จักเขา

          แล้วจะรู้จักเขาไปทำไม

          “ช่างเถอะน่า อรดา เลิกถามตัวเองได้แล้ว ก็แค่อยากทำ จบนะ”

          เผลอพูดออกมาตอนอยู่บนรถไฟฟ้า แล้วก็รู้สึกตัวว่ามีคนมอง อายจนต้องก้มหน้าก้มตาไถโทรศัพท์ต่อ เสียงประกาศสถานีต่อไปดังพอดี เธอรีบไปรอตรงหน้าประตู แล้วก็รีบก้าวยาวๆ ออกไปทันที 

          ที่ร้านกาแฟ

          ใจเต้นตึกตักตอนเดินเข้ามา สั่งเมนู แล้วก็ทำทีมองหาคนที่นัดเอาไว้ ในที่สุดสายตาก็เจอกับเขา โยชิโอะ ทานากะ แน่นอน เขาไม่ใช่คนที่เธอนัด แค่กำลังมองหา

          หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เธอก็เป็นสาวมั่นคนหนึ่ง ทำไมวันนี้เกิดตื่นเต้นขึ้นมา ผู้ชายคนนั้น ไม่ผิดแน่ วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอมเทา กำลังนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค สีหน้าแววตาจริงจัง

          อรดาวางแก้วกาแฟ เลื่อนเก้าอี้นั่ง จังหวะนั้นชายหนุ่มเงยหน้ามาสบตาพอดี เธออมยิ้มให้ เขายิ้มกลับมา

          หญิงสาวร้อนผ่าวไปทั้งหน้า นี่หมายความว่ายังไง เขายิ้มให้เธอเหรอ เขา...จำเธอได้งั้นเหรอ

          อรดาขยับริมฝีปากจะเพิ่มระดับการยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่แล้วก็เห็นแววตานั้นมองเชิดขึ้น ยังไม่ทันสงสัยคำตอบก็มา ผู้หญิงอีกคนเดินไปหาเขา เธอหุบยิ้มทันที

          รีบก้มหยิบกาแฟมาดูดแก้เขิน แต่ก็เหลือบมองอีกครั้ง ผู้หญิงที่มาใหม่ยื่นแฟ้มเอกสารให้เขา ชายหนุ่มเปิดอ่าน ก่อนจะรับปากกาจากเธอคนนั้นแล้วก็เขียนบางอย่างลงแฟ้ม

          อรดาถึงบางอ้อ เอาเอกสารมาให้เซ็นนี่เอง

          แปลว่าเขายิ้มให้เลขานุการ เหมือนได้ยินเสียงของบางอย่างแตก คงไม่ใช่หน้าของเธอหรอกนะ

          แต่อรดาก็ไม่หยุดมอง กระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินออกไป เขาเหลือบมองกลับ เธอขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบทมานั่งเท้าคาง มองโทรศัพท์มือถือในมือ ใจเต้นโครมคราม แม้บรรยากาศรอบตัวจะแตกต่าง และถ้ามองตรงๆ โยชิโอะหน้าคมกว่า แววตาจริงจังกว่า แต่ในมุมด้านข้างแล้วคือเหมือนปุณณัติมาก  

          เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต อรดาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เปิดหน้าจอโทรศัพท์ หยิบปากกาขึ้นมาเขียนชื่อเขาลงสมุดอย่างไม่มีวัตถุประสงค์

          ขณะที่ทำทีเปิดดูหน้าจอ เธอก็นึกได้ ถือโอกาสจดบันทึกวันที่เคยเจอผู้ชายคนนี้ครั้งแรก ลงรายละเอียดว่าเป็นใครมาจากไหน อายุเท่าไหร่ อะไรที่มีเหมือนปุณณัติ และอะไรที่ไม่เหมือน

          ‘ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ’

 

 

10.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #8 ศิรดา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 19:45

    สรุปพี่ปุณ จากไปแล้วจริงๆเหรอ อ่านมาตั้งแต่สองสาว หมวยรุกะวาว ยังมีบทพีปุณอยู่เลย

    #8
    1
    • #8-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 6)
      13 กรกฎาคม 2563 / 20:53
      กรี๊ดดดด ได้เจอแฟนคลับแก๊งสี่สาวแล้ว
      ยินดีต้อนรับสู่เรื่องราวของอรดาค่ะ
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^ ^
      #8-1
  2. #7 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 17:25

    ในวันที่เขาจับได้ จะให้เหตุผลว่าอะไรนะ

    #7
    1
    • #7-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 6)
      13 กรกฎาคม 2563 / 20:54
      มาลุ้นกันต่อค่ะว่าอรดาจะเข้าหาโยชิโอะได้มากกว่านี้หรือเปล่า อิอิ
      #7-1