หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 59 : บทที่ 22 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 พ.ย. 63

22

            “ซาโตชิซังนี่สนิทกับคุณอรดาจังเลยนะคะ”

            คำถามของริกะก็เหมือนการสนทนาทั่วๆ ไป แต่คนฟังกลับรู้สึกได้ว่ามันแตกต่าง อรดาแม้จะฟังไม่ถนัดแต่จับความหมายในคำศัพท์ได้ คำยืนยันอยู่ในแววตาของโยชิโอะ มีแสงคล้ายไฟวิ่งผ่าน

            “ไม่หรอกริกะ เป็นผมเองฝ่ายเดียวมากกว่าที่สนิทกับคุณอรดา”

            อรดาไม่รู้ว่าจะตีความประโยคของซาโตชิเป็นการแก้ไขความเข้าใจของริกะ หรือปกป้องเธอ หรือเขาจะปกป้องตัวเอง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มบางและดวงตาเป็นประกายของคนถาม

            “คุณก็รู้ ผมช่างคุย อีกอย่างผมชื่นชมคุณอรดาที่เขาทำงานศิลปะเก่ง งานร้อยดอกไม้ไง คุณก็เคยเห็นนี่ โยชิโอะก็เคยสั่งทำเหมือนกัน”

            โยชิโอะขยับตัว ทำท่าลูบแขนข้างที่เจ็บพร้อมกล่าว “ขอบคุณที่มาอธิบายเรื่องงานให้ฟัง”

            “เจ็บแผลเหรอคะ โยชิคุง”

            “เดี๋ยวฉันขอกลับก่อนนะคะ เรื่องงานก็คุยจบแล้ว จะได้ไปเตรียมตัว” อรดากล่าวตัดบท ถึงจะไม่ละมุนเท่าไหร่แต่จังหวะนี้ก็ดีสุดแล้วที่จะหนีจากบรรยากาศที่ทั้งอิหลักอิเหลื่อและตื่นเต้นเหมือนขึ้นรถไฟเหาะ

            “จริงสิ ฉันก็ควรต้องกลับเหมือนกัน เดี๋ยวไปพร้อมกันเลยครับ” ซาโตชิลุกบ้าน พร้อมทั้งเจ้าบ้านทั้งสองคน

            “อ้าว ซาโตชิ ฉันว่าจะชวนนายกินมื้อเย็นด้วยกันซะหน่อย”

            ซาโตชิมองหน้าโยชิโอะ “วันนี้ขอผ่านแล้วกัน ขอบใจนะ” เขายิ้มกว้างส่งให้พร้อมประโยคสุดท้าย

            “ขอบคุณมากนะคะ สวัสดีค่ะ” อรดากล่าวเมื่อโยชิโอะกับริกะเดินมาส่งที่ประตู พยายามไม่มองคนตรงหน้าเต็มสายตา ไม่อยากถูกย้ำเตือนว่าชายหญิงคู่นี้เป็นคู่หมั้นกัน

            “สวัสดีครับ”

            โยชิโอะตอบ ก่อนจะหมุนกายเข้ามาในห้องด้วยกิริยาเกือบจะในทันทีจนริกะประหลาดใจ

 

            ระหว่างเดินมาที่รถ อรดาก่นด่าตัวเองในใจว่ามาทำอะไรตรงนี้ มาเพื่อจะได้เห็นเขาอยู่กับแฟนอย่างนั้นเหรอ แต่อีกด้านก็แย้งว่า ไม่ใช่เสียหน่อย เธอแค่มาอธิบายเรื่องงานต่างหาก 

“ผมหิวจัง หาอะไรกินก่อนได้ไหมครับ”

เสียงของซาโตชิดังขึ้นทำให้อรดานึกได้ว่าเธอไม่ได้เดินอยู่คนเดียว จึงรีบดึงหน้ากากยิ้มมาใส่แล้วหันไปมองเพื่อแสดงการรับรู้บทสนทนานั้น ซึ่งก็ได้ยินคำอธิบายเพิ่มเติมว่ามื้อกลางวันเขายังไม่ได้กินข้าว และตอนนั้นก็หกโมงเย็นแล้ว

            “ได้ค่ะ ฉันก็หิวเหมือนกัน”

เมื่ออรดามาคุยเรื่องงานเพร้อมกับเยี่ยมอาการป่วยของโยชิโอะก็ให้ซาโตชิติดรถมาด้วยโดยปริยาย

            “คุณมีร้านอาหารอร่อยๆ แนะนำไหม อ้อ จริงสิ ผมอยากกินอันนี้” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มาเปิดรูปให้ดู “เพื่อนผมเคยมาไทยแล้วบอกว่าเมนูอร่อยมาก ต้องลอง ดูเหมือนเขาจะเรียกว่า...”

            “ผัดไทยค่ะ”

            “อ๊ะ ใช่ครับ ผัดไทย”

            อรดายิ้มกว้าง พูดว่าเป็นหนึ่งในเมนูประจำชาติ แล้วก็ชะงักเมื่อคิดถึงคนที่เธอเคยพาไปกินก่อนหน้านี้ ต้องรีบสลัดเขาออกไป ภาพที่เขานั่งอยู่เคียงข้างคู่หมั้นหน้าตาน่ารัก

            “ได้ค่ะ ฉันรู้จักร้านอร่อยอยู่ร้านหนึ่ง เดี๋ยวพาไปค่ะ”

            “ขอบคุณครับ ผมเลี้ยงนะ ถือเป็นค่าโดยสาร”

            หญิงสาวหัวเราะ ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปจากลานจอดรถของคอนโดมีเนียมแห่งนี้

 

            ร้านเดิม บรรยากาศเดิม อาหารรสชาติเดิม ต่างอย่างเดียวคือคนที่มากินด้วย ดูเหมือนเจ้าของร้านจะมองอรดา แต่ก็แค่แวบเดียว เธอต้องบอกตัวเองว่าอย่าประสาทจนระแวงไปหมด เธอสั่งเมนูผัดไทยกุ้งสด ส่วนซาโตชิสั่งผัดไทยธรรมดา

            อดคิดไม่ได้ว่า ยังจะอุตส่าห์สั่งเหมือนกันอีก

            “อร่อยมากครับ” ซาโตชิพูดอย่างตื่นเต้นเมื่อกินไปได้สองสามคำ “จริงๆ นะครับ ตอนแรกผมคิดว่าจะหวานมาก แต่จริงๆ แซมเปรี้ยว และซ่อนรสเค็มบางๆ ด้วย เป็นรสชาติที่ลงตัวมากครับ”

            คนพามากินอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินชาวต่างชาติชมอาหารไทย แถมยังใช้คำอธิบายได้ละเอียดลออ ทำไมโยชิโอะถึงไม่พูดอย่างนี้นะ 

            “ส่วนที่สำคัญมีสองส่วนค่ะ เส้นที่ต้องเหนียวนุ่ม และน้ำซอสที่ต้องรสชาติพอ ประกอบไปด้วยสามอย่าง รสเปรี้ยวจากมะขามเปียก หวานจากน้ำตาลปีบ และเค็มจากน้ำปลาอย่างดี”

            หญิงสาวอธิบายโดยใช้ทั้งคำภาษาอังกฤษผสมญี่ปุ่น ขณะที่คนฟังก็พยักหน้าอย่างทึ่งๆ 

“อาหารไทยรสชาติซับซ้อนเหมือนกันนะครับ คุณอรดาก็เก่งมาก”

“ฉันเคยช่วยคุณย่ากับพี่สาวทำอาหารมาบ้างน่ะค่ะ เลยพอมีความรู้อยู่บ้าง แต่อย่าให้ลงมือทำนะคะ” ท้ายประโยคเธอทำท่าสยองขวัญ เรียกเสียงหัวเราะหึหึจากอีกฝ่ายได้

บทสนทนาดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติกระทั่งอาหารหมดจาน

“ดีใจจังที่ผมได้มีโอกาสกินผัดไทยที่แสนอร่อยอย่างนี้” เขาทำท่าพนมมือปลาบปลื้ม ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ที่นี่สั่งกลับบ้านได้ไหมครับ”

อรดาเลิกคิ้ว วางแก้วน้ำ “อร่อยมากถึงกับต้องสั่งกลับไปกินที่ห้องเลยเหรอคะ”

            แทนคำตอบ ซาโตชิหยิ้มตาหยี

            

            โยชิโอะนั่งดูแปลนการจัดงานเลี้ยงเรื่อยเปื่อย แม้จะอนุมัติไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่เปิดภาพดู เขาจะเห็นคนที่จะมาจัดดอกไม้ในงานนี้ ส่วนเรื่องขนมไทยเป็นหน้าที่ของพี่สาวของเธอ ซึ่งเขายกหน้าที่ให้กับหัวหน้าฝ่ายจัดงานได้คุยและกำหนดเมนูตามความเหมาะสมซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร

สิ่งที่เป็นปัญหาที่แท้จริงคือตัวเขา เขาสลัดภาพอรดาที่มากับซาโตชิออกไปไม่ได้ ซาโตชิรู้เรื่องของเธอมากมาย ขณะที่เขาอุตส่าห์ได้ไปเดินเที่ยวกับเธอหลายครั้งแต่ไม่เคยรู้อะไรเลย โยชิโอะโกรธตัวเองที่ระวังคำพูดจนไม่กล้าถามอะไร ขณะที่ญาติผู้น้องพูดคุยสนิทสนมเหมือนรู้จักมาแรมปี

            ‘ซาโตชิซังสนิทกับคุณอรดามากเลยใช่ไหมคะ’

            ที่หนักคือเขาพาลที่ริกะถามประโยคนี้ อรดาจะต้องสังเกตแน่ว่าเขาไม่ปกติ อาจจะที่แววตา สีหน้า หรือน้ำเสียงที่แสดงออกไป พอคิดได้อย่างนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด พอริกะถามถึงมื้อเย็นทำให้เขาบอกว่ายังไม่หิว แม้ว่าตอนนั้นจะทุ่มกว่าแล้วก็ตาม หญิงสาวจึงเลี่ยงออกไปนั่งเล่นโทรศัพท์คนเดียวในห้องนอน

            เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น โยชิโอะขมวดคิ้วประหลาดใจ แต่ก็ลุกไปเปิด

            “ฉันเอง”

            “ซาโตชิ”

            “พอดีฉันได้ไปกินของอร่อยมา นึกถึงนายกับริกะ อยากให้กินด้วย ก็เลยซื้อมาฝาก”

 

 

ต่อ

21.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น