หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 51 : บทที่ 19 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 พ.ย. 63

ถนนเส้นนั้นยาวประมาณสามร้อยห้าสิบเมตร เดินไปกลับก็ประมาณเจ็ดร้อยเมตร เวลาตอนนั้นสามทุ่ม 

            “หมดแค่นี้เหรอ”

            อรดามองหน้าเขา “คุณโยชิโอะทำเสียงเหมือนอยากไปต่อ”

            คราวนี้เขาหัวเราะเขินอย่างยอมรับ “ก็...ครับ แต่ก็แล้วแต่คุณอรดา กลับก็ได้ครับ รบกวนคุณมานานแล้ว”

            “ถ้าคุณอยากไปจริงๆ มีถนนอีกเส้นค่ะ แต่เราต้องขึ้นรถไฟใต้ดินไปอีกนิดหน่อย”

            “ไปครับ” เขาพยักหน้า แววตาเหมือนเด็ก

อรดาเลิกคิ้ว แต่ก็ยิ้มพลางคิดในใจ ไหนว่ารบกวน นิปปอนบอยเอ้ย

ตลาดกลางคืนอีกแห่งที่อรดาพาโยชิโอะมาแบ่งถนนออกเป็นสี่สายย่อย มีโซนงานศิลปะ ของเล่นงานประดิษฐ์ ของกินและของใช้ มีคนมาเล่นดนตรีสด มีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลากหลาย แม้อรดาก็ตื่นเต้นและมีแรงเดินต่อ

ทั้งสองมาเจอร้านขายข้าวเกรียบว่าว อรดาอธิบายวิธีทำและซื้อให้โยชิโอะได้ลองชิม 

“ก็อร่อยดีนะครับ หวานนิดๆ หอมถ่านไม้”

“คุณโยชิโอะกินเก่งเหมือนกันนะ” เธอพูดไปโดยไม่ได้คิด พอนึกได้ก็รีบยิ้มเจื่อน แต่เขากลับยิ้มให้

“ผมว่าคุณก็เหมือนกัน”

แล้วต่างฝ่ายก็หัวเราะ ตอนนี้เธอมีของเต็มถุงผ้าที่พกมา ส่วนเขาก็มีขนมและงานศิลปะของเล่นซึ่งเธออาสารับฝากให้อยู่ในถุงด้วย รวมทั้งข้าวเกรียบว่าวที่อรดาซื้อไปฝากขวัญตา 

 

วันนี้โยชิโอะมาส่งอรดาถึงหน้าบ้าน ทั้งที่เธอบอกว่าไม่เป็นไรแต่เขาไม่ยอม เพราะครั้งก่อนก็ส่งเธอแค่ปากซอย เขารู้สึกเกรงใจเพราะเธอพาเที่ยวอยู่หลายชั่วโมง หญิงสาวก็ตื่นเต้น กังวลแปลกๆ ใจหนึ่งบอกตัวเองว่าเขาคือคนญี่ปุ่นที่ชื่อโยชิโอะ แต่อีกใจร่ำร้องแว่วด้วยความเพ้อเจอว่า ถ้าเกิดเขาคุ้นเคยเส้นทางขึ้นมาเธอจะทำตัวอย่างไร

“บ้านคุณอรดา ดูเป็นแบบดั้งเดิมนะครับ”

โยชิโอะชะโงกมอง เขาเห็นหลังคาทรงไทยตรงซุ้มประตูเล็ก รวมทั้งสามเหลี่ยมใหญ่ที่ปรากฏพ้นรั้วขึ้นมา

เธอปลดเข็มขัดนิรภัย “เป็นเรือนหอตั้งแต่สมัยคุณปู่กับคุณย่าแต่งงานกันน่ะค่ะ แต่คุณปู่เสียไปแล้ว”

“ตรงมุมสามเหลี่ยม เหมือนมีไม้ตั้งขึ้นแหลมๆ”

“อ๋อ ตรงนั้นเรียกว่าเหงาปั้นลมค่ะ” อรดาออกเสียงชัดๆ “เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะบ้านทรงไทย มีชื่อเรียกทุกส่วนนคะ ตรงด้านบนแหลมๆ เรียกว่าปั้นลม ถัดลงมาตรงนั้นเรียกอกไก่ อุ้ย เยอะมากค่ะ จำไม่หมด ต้องกางแปลนมาชี้ทีละจุด”

คนฟังหัวเราะอย่างเข้าใจ “น่าจะสวยนะครับ”

“วันหลังเข้าไปดูข้างในนะคะ เรือนไทยเก่าแก่ไม้สักแผ่นกว้างสองคืบแน่ะ” เธอเล่าแล้วก็รู้ตัวว่ากำลังชวนเขาเข้าบ้านจึงหยุด ยิ้มหวานแก้เก้อ “เอ่อ ถ้าฉันเดี๋ยวขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะที่มาส่ง”

“ครับ” เขาสบตาเธอ “โอยาสุมินาไซ”2

อรดาฉีกยิ้มทะเล้น “Good Night”

โยชิโอะพยักหน้ารับ แล้วขับรถออกไป อรดายืนมองจนลับสายตา แล้วถอนใจเฮือก

เขาก็คือโยชิโอะ ทานากะ คนหน้าเหมือนเท่านั้นแหละ

 

โยชิโอะกำลังจะเลี้ยวซ้ายออกจากซอยเพราะจำได้ว่าตอนเข้ามาเลี้ยวขวา อยู่ดีๆ ก็รู้สึกตาพร่าเวียนศีรษะขึ้นมา จนต้องแตะเบรก เขาหยิบน้ำเย็นที่เหลืออยู่ครึ่งขวดมากระดกดื่ม สูดลมหายใจลึกถี่ๆ อาการนั้นจึงบรรเทาลง 

เมื่อครู่เขาเห็นภาพตรงหน้าไม่ใช่ถนนเส้นนี้ ตรงซ้ายมือเป็นตึกแถวเก่าๆ ไม่ใช่ร้านกาแฟ พอคิดว่าตาฝาดก็มีอาการปวดขึ้นมา

เขาเป็นแบบนี้บ่อยในระยะหลัง ถึงไม่หนักเท่าครั้งก่อน แต่ความเจ็บแล่นจี๊ดและมาพร้อมกับการตาพร่า เขาลองค้นหาในอินเตอร์เนต มีส่วนคล้ายคนสายตาเปลี่ยน หรือว่าบางทีเขาอาจจะสายตาสั้นขึ้นก็ได้ วันหลังค่อยหาโอกาสไปตรวจบ้างก็น่าจะดี

คิดแล้วก็เหยียบคันเร่งและบังคับพวงมาลัยไปต่อ วันนี้เป็นหนึ่งวันที่แทบจะเรียกได้ว่าสบายใจที่สุดตั้งแต่มาเยือนประเทศไทยเลยก็ว่าได้

 

ริกะมาถึงเมืองไทยแล้ว

อาสะเตรียมจะเก็บของเพื่อไปเช่าห้องอื่นอยู่อีกครั้งระหว่างที่หญิงสาวมาพัก แต่คราวนี้เธอคุยกับโยชิโอะอย่างจริงจังเรื่องจะนอนห้องเดียวกับเขา

            “ฉันไม่อยากให้อาสะซังเดือดร้อนค่ะ ให้ฉันพักห้องเดียวกับโยชิคุงเถอะ ฉันไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงหรอก เรา...เป็นคู่หมั้นกันนะคะ”

            เธอพูดกับโยชิโอะ แม้จะไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็สบตาเขาอย่างจริงจัง โยชิโอะซึ่งไม่พูดอะไรอยู่นาน มองไปทางอาสะที่ยืนรอคำตอบอยู่ที่มุมห้องอย่างสงบเสงี่ยม เพราะผู้ช่วยหนุ่มถูกริกะเรียกไว้เพื่อจะให้เขาได้ฟังความตั้งใจของเธอ

            “นะคะโยชิคุง”

          คราวนี้น้ำเสียงของเธออ้อนวอนขึ้นอีก ริกะมาเมืองไทยเป็นครั้งที่สอง คราวนี้โยชิโอะให้อาสะไปรับแล้วมาเจอกันที่ห้อง เพราะว่าเขาติดประชุม ซึ่งริกะจะเป็นฝ่ายซื้ออาหารมื้อเย็นเข้ามาเพื่อรอการกลับมาของเขาเอง

            โยชิโอะเห็นกล่องอาหารสารพัดชนิดซึ่งล้วนมาจากร้านดัง ทั้งของคาวและผลไม้ต่างๆ ที่แสดงถึงความตั้งใจและห่วงใยของเธอ รวมทั้งการพาตัวเองมาที่เมืองไทยอีกครั้งทั้งที่มีภาระเรื่องมารดาที่ต้องดูแลอยู่แล้ว

            เขาถอนหายใจ “เอาอย่างนั้นก็ได้”

            ริกะยิ้มอย่างไม่ปิดบังเมื่อได้ยินคำตอบ แต่ก็รีบยั้งตัวเองเพราะแสดงกิริยามากเกินไป เธอขยับไปใกล้ชายหนุ่มคล้องแขนเขาแล้วซบหน้ากับหัวไหล่

            “ขอบคุณนะคะโยชิคุง”

            โยชิโอะชะงักเล็กน้อยกับกิริยาถึงเนื้อถึงตัวของริกะ แม้จะเป็นแบบนี้มาตลอด เขาน่าจะคุ้นเคยแต่แปลกใจตัวเองที่ร่างกายมีปฏิกิริยาแบบนี้ โชคดีที่เธอไม่ได้สังเกต

            “ถ้างั้น ผมขอตัวนะครับ”

            อาสะเอ่ยขึ้นในจังหวะนั้น ทำให้ริกะรู้ว่าต้องพูดอะไรต่อ “ขอบคุณมากนะคะอาสะซังที่ไปรับวันนี้”

            ผู้ช่วยหนุ่มลูกครึ่งก้มศีรษะรับรู้ ทำท่าจะเปิดประตูไปยังอีกห้องที่พักอยู่เพื่อให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันตามปกติ

            “อาสะ กินข้าวด้วยสิ”

          โยชิโอะเรียก ริกะกำลังจะลุกไปหันไปมองคนที่ถูกเอ่ยชื่อ “ไม่เป็นไรครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอก นายอุตส่าห์ไปรับริกะ แถมซื้อของกินมาเยอะแยะ กินด้วยกันเถอะ นายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้ไม่ต้องไปหาข้างนอกอีก ดีไหมริกะ”

            ริกะกำลังประหลาดใจกับคำชวนยืดยาวของคู่หมั้น เขาก็หันมาถามเธอพอดี

            “เอ้อ ค่ะ ก็ดี”

            “ถ้างั้นริกะไปเตรียมเถอะ เดี๋ยวให้อาสะไปพักผ่อนก่อน ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันไปเรียกเอง” ประโยคท้ายเขาหันไป บอกผู้ช่วย เท่ากับเป็นการสรุปห้วข้อการพูดคุยในครั้งนี้โดยที่ริกะไม่มีจังหวะได้พูดอะไร แม้ในใจจะไม่เห็นด้วย แต่การที่ได้พักห้องเดียวกับโยชิโอะน่าดีใจกว่าจะถือสาเรื่องนี้

 

            ริกะอาบน้ำและสวมชุดนอนแล้ว โยชิโอะนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง พอเธอเดินมาถึงเขาก็ขยับที่ให้ หญิงสาวแอบยิ้ม พาตัวเองขึ้นไปนั่งข้างเขา ซบหน้ากับหัวไหล่ ชายหนุ่มหันมา

            “ง่วงแล้วใช่ไหม”” 

            โยชิโอะขยับจะลุกจากเตียง ริกะเงยหน้า ไม่ตอบแต่ถามกลับ

“ทำไมล่ะ โยชิคุง” เธอคว้าแขนเขา “ฉันอยากดูกับโยชิคุงนะ นานแล้วที่เราไม่...” พูดแล้วก็เบียดร่างเข้ามา ช้อนสายตามอง เมื่ออีกฝ่ายยังนิ่งก็ค่อยๆ ประทับริมฝีปาก

 

 

(ต่อ)

11.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น