หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

ฝ่ายการตลาดบอกว่าโคอิจิโร่เป็นคนเลือกเอง แม้จะมีนางแบบมืออาชีพหรือดาราที่จะใช้ชื่อเสียงได้ แต่เขาก็ตัดสินใจเลือกคนนี้ และถูกใจมากกับธีมโฆษณาที่ทำออกมา

โยชิโอะลองค้นหาในอินเตอร์เนตเพราะข้อมูลบอกว่า เธอพอมีผลงานมาบ้าง และผลจากการค้นหาก็ได้เจอภาพของเธอ แม้จะไม่มาก แต่ก็ยืนยันว่าใช่เธอคนที่เขาเจอบนรถไฟฟ้าจริงๆ

ชายหนุ่มคุ้นตาตั้งแต่ตอนนั้น ประหลาดใจที่เห็นนางแบบซึ่งอยู่ในโฆษณามีหน้าเหมือนผู้หญิงที่สวมเครื่องแบบคล้ายชุดพนักงานบริษัท แต่ไม่แน่ใจ จนได้เห็นภาพเธอ

หญิงสาวสวย ตากลมโตใสแป๋ว แพรวพราวด้วยประกายซุกซนปนเจ้าชู้ ผิวขาวเหลืองแบบคนไทย หุ่นสูงโปร่งแต่สมส่วน ภาพเคลื่อนไหวของเธอดูดีทีเดียว

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเลขานุการชื่อดวงอนงค์

“ขอโทษค่ะ คุณโยชิโอะจะรับมื้อกลางวันที่นี่ไหมคะ”

คนเป็นเจ้านายคิดเล็กน้อย “กินที่นี่ก็ได้ครับ รบกวนสั่งให้ด้วย”

“ค่ะ แล้วจะรับเป็นอะไรดีคะ”

“ผัดกะเพราปลาหมึก ชาเย็น” เขาตอบทันที ดวงอนงค์ยังไม่ชินเท่าไรแม้ว่าเขาจะพูดภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงฟังง่าย และเมื่อเขาเป็นคนญี่ปุ่นเธอก็ต้องรอบคอบเรื่องความเผ็ด

“เผ็ดน้อยนะคะ ชาเย็นไม่หวานมาก”

“ไม่ต้อง เอาแบบปกติ” 

เลขานุการกำลังจะถอยออกไปชะงักเล็กน้อย อ้าปากจะถามว่าแล้วจะกินได้หรือก็เปลี่ยนใจ เพราะเมื่อเป็นคำสั่งมาแล้วก็ต้องไปจัดการตามนั้น

ตอนแรกที่บอกว่าจะมีบอสคนใหม่มาก็ไม่คิดว่าจะเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบสองรูปหล่อขนาดนี้ ทั้งชื่อนามสกุลก็เป็นคนญี่ปุ่น เขาเป็นลูกของลูกชายคนที่สองของ ทานากะ ทาคุโร่ ผู้ก่อตั้งบริษัท เท่ากับเป็นหลานปู่ ดวงอนงค์เตรียมปรับตัวกับหัวหน้าซึ่งเป็นคนที่อายุใกล้เคียงกัน ทั้งเรื่องงานทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งเธอได้รับคำเตือนว่าเจ้านายคนใหม่มีโรคประจำตัวคือแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง ทำให้ต้องสอบถามจากพนักงานว่าที่บ้านใครเลี้ยงแมวให้ระวังเรื่องการเข้าห้องนำเสนอผลงานด้วย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เกิดจากสาเหตุนี้

ตอนนี้สถานการณ์ในบริษัทไม่สู้ดี การเปลี่ยนตัวผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ก็บอกชัดอยู่แล้วว่ากำลังมีปัญหา แต่การมาเยือนของโยชิโอะ ทานากะ ทำให้บรรยากาศในสำนักงานดูสดชื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะสาวๆ ต่างชอบใจที่มีบอสรูปหล่อ

 

เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าทำให้คนที่อยู่ใต้ผ้าห่มพลิกตัวตื่นอย่างงัวเงีย เขาหยิบมาหรี่ตามองชื่อที่ปรากฎ ระบายลมหายใจกดรับ

“ริกะ”

“อรุณสวัสดิ์โยชิคุง เอ่อ ฉันโทร.มาเช้าไปเหรอคะ”

ด้วยน้ำเสียงนั้นคงทำให้ปลายสายรู้จนได้ว่าเขาเพิ่งตื่น “ฉันล้อเล่นค่ะ กลายเป็นว่าโทร.มาปลุกเลย” 

ชายหนุ่มยันตัวขึ้นนั่ง หยิบนาฬิกาข้อมือมาดู อีกสิบห้านาทีสิบโมง เวลานี้ที่ญี่ปุ่นใกล้เที่ยง ซึ่งในไทยก็ถือว่าไม่เช้าแล้ว

“ไม่เป็นไร มีอะไรเหรอริกะ”

ถามไปอัตโนมัติ เมื่ออีกฝ่ายเงียบก็นึกขึ้นได้ว่า เธอมีสิทธิ์โทร.หาเขาโดยไม่ต้องมีธุระจริงจังก็ได้ นับตั้งแต่มาไทยเขาติดต่อกลับเธอไปครั้งเดียว หลังจากนั้นโทรศัพท์เครื่องเดิมก็พัง 

“ขอโทษที พอดียุ่งๆ จนลืมติดต่อกลับไป”

โยชิโอะเข้าใจดีโดยไม่ต้องให้เธออธิบาย เพื่อจะได้จบประเด็นนี้ไปเลย ริกะเป็นคู่หมั้นของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้จักเธอมาแค่สามปีก็ตาม

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าโยชิคุงยุ่ง คุณแม่บอกแล้วว่าโทรศัพท์คุณเสีย ตอนนี้ได้มาใหม่แล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ” ชายหนุ่มตื่นเต็มตาแล้ว ลงจากเตียงไปเปิดม่าน

“ประเทศไทยเป็นยังไงบ้าง ฉันได้ยินว่าตอนนี้อากาศค่อนข้างร้อน”

“ก็ร้อน แต่ว่าบางวันก็เย็น”

“ยังไงเหรอคะ” ชายหนุ่มรู้สึกว่าหางเสียงของความสงสัยของผู้หญิงไทยเป็นอีกแบบ

“รู้สึกว่ามีลมพัด”

ที่พักของโยชิโอะเป็นคอนโดมีเนียมขนาดหนึ่งห้องนอน อาสะจัดการหาให้ หนุ่มลูกครึ่งเลือกทำเลที่ไม่ห่างจากที่ตั้งบริษัท ใกล้ห้างสินค้าสำหรับซื้อของใช้ มีชั้นฟิตเนต มีสวนหย่อม มีสระว่ายน้ำ ที่สำคัญห้องคอนเนค ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เลือกเพราะเขาอยากได้ที่พักสำหรับที่เป็นส่วนตัวแต่ก็เผื่อไว้สำหรับในครอบครัวที่มาจากญี่ปุ่นได้มาพัก ทั้งที่แม่กับพ่ออยากให้อยู่บ้านที่มีอาณาเขตกว้างขวางมากกว่า

เขาเปิดหน้าต่าง แอร์คอนดิชั่นเนอร์ไหลเวียนอยู่ข้างหลัง แต่รู้สึกถึงลมเบาๆ หมุนโอบไล้ใบหน้า เขาชอบอากาศแบบนี้

“ประเทศไทยนี่ เป็นประเทศร้อนชื้นสินะคะ”

เขาเดินออกมาที่ระเบียง สูดอากาศ ‘ร้อนชื้น’ ที่ว่าเข้าปอด คอนโดมีเนียมแห่งนี้เป็นแบบโลว์ไร้ส์ ตั้งอยู่ในซอยที่เป็นที่อยู่อาศัยติดกับหมู่บ้านจัดสรรสร้างใหม่ จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม แน่นอนว่าทั้งหมดนี้อาสะเป็นคนบอก

“น่าจะเป็นอย่างนั้น”

“วันนี้โยชิคุงจะทำอะไรบ้าง”

ทุกครั้งที่คุยกัน ริกะมักจะถามเขาแบบนี้เสมอ บางครั้งเป็นห่วง แต่บางครั้งทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจที่จะตอบ

“ตั้งใจว่าจะจัดของ” เขาเดินกลับเข้ามาในห้อง หยิบรีโมทแอร์มากดปิด เปิดตู้เย็น ไม่มีอะไรนอกจากน้ำเปล่า รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ไม่เลือกแวะซุปเปอร์มาร์เกตก่อนเข้าที่พัก สงสัยแผนที่จะจัดของตามที่บอกริกะจะต้องเปลี่ยนเสียแล้ว

“หมายถึงจัดของใช้น่ะเหรอ”

บางทีเธอก็ชอบถามอะไรซ้ำ โยชิโอะก็ได้แต่รับคำ “ครับ”

“แล้วโยชิคุงจะกินอะไรเป็นมื้อเช้า”

“คิดว่าจะลองไปดูที่ร้านอาหารแถวๆ นี้”

ถึงจะมาอยู่ได้สิบวันแล้วแต่เขายังไม่มีโอกาสสำรวจสถานที่ พอคิดได้อย่างนั้นก็มีโปรแกรมขึ้นในสมองทันที 

“ถ้าอย่างนั้น ฉันไม่รบกวนโยชิคุงแล้ว ฉันโทร.มาทักทาย เอ่อ อยากได้ยินเสียงโยชิคุงน่ะ”

ชายหนุ่มจุดยิ้มนิดหนึ่ง อาสะบอกว่าเมื่อก่อนริกะเป็นไอดอล กำลังไต่เต้าเพื่อเลื่อนขั้น เจอกับเขาเนื่องจากบริษัทของปู่เลือกเธอกับเพื่อนมาทำกิจกรรมร่วมกันสั้นๆ เขาขมวดคิ้วตอนที่ฟัง

‘หมายถึงคุณโยชิโอะก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุน่ะครับ’

แน่นอนว่าเขาจำไม่ได้ แต่เม่ก็เล่าว่าริกะต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่นานเพื่อให้แม่กับพ่อของเขายอมรับเพราะเธอมาจากครอบครัวธรรมดา

‘มันเป็นเรื่องที่โรแมนติกนะ’ แม่ของเขาบอกในวันที่ได้เจอกับเธอหลังจากพอมีแรงนั่งคุย หญิงสาวหน้าตาสวย จมูกนิดปากหน่อย ตากลมโตเป็นประกาย สวมชุดกิโมโนเรียบร้อยนั่งอยู่ที่โซฟาอย่างสงบเสงี่ยบ เธอมองเขาแวบหนึ่ง 

“ถ้างั้น...เดี๋ยวคุยกันใหม่นะ”

“ค่ะ โยชิคุงรักษาสุขภาพด้วยนะ”

“ริกะก็เหมือนกัน”

วางสายไปแล้ว เขาถือโทรศัพท์ไว้ นิ่งคิด แล้วก็พิมพ์ข้อความลงในไลน์ 

 

หุ่นสมส่วนเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงหัวไหล่มีรอยแผลเป็น ผลจากแผ่นดินไหวที่เมือง xx ทำให้รถของเขาที่ขับมาตกลงไปตามไหล่เขา อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขาบาดเจ็บไปทั้งตัว ต้องรักษาตัวเป็นเดือน แต่สมองได้รับความกระทบกระเทือนมากต้องผ่านตัดหลายครั้ง กว่าจะหายสนิทและใช้ชีวิตประจำวันได้ก็เกือบสองปี

ครอบครัวดูแลเขาอย่างดี เขาเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อ ซึ่งพ่อเป็นลูกชายคนที่สองจากลูกชายสามคนของปู่ เป็นครอบครัวเจ้าของธุรกิจวิตามินเสริมและอาหารสุขภาพ แต่พ่อก็เสียไปตอนเขาอายุสิบห้า เขาจึงเป็นคนที่แม่คาดหวังให้รับช่วงต่อธุรกิจของปู่ จนถึงทุกวันนี้ก็ได้รับคำสั่งได้มาทำงานที่ประเทศไทย

โยชิโอะหยิบโทรศัพท์มาเปิด มีข้อความเข้าใหม่

‘ผมรอคุณโยชิโอะอยู่ที่ลอบบี้แล้วนะครับ”

จากอาสะ ผู้ช่วยคนนี้จะทำงานกับเขามาหลายปีแล้ว เรื่องนี้มารดาเป็นคนเล่า แต่ชายลูกครึ่งไทยผู้นี้ช่วยเขาได้มาก ทั้งเรื่องงานและชีวิตประจำวัน

เขาส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือให้อีกฝ่ายพาเขาไปหาร้านอาหาร รวมทั้งสำรวจสถานที่โดยรอบ อีกฝ่ายตอบกลับมาภายในห้านาที แม้จะเป็นวันหยุด แต่อีกฝ่ายก็ยินดี

“ขอบใจนะ อีกสิบนาทีจะลงไป”

โยชิโอะพิมพ์ตอบ แล้วก็รีบไปจัดการแต่งตัว คิดว่าคงขอรบกวนอาสะแค่ครั้งนี้ ต่อไปเขาจะต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในประเทศนี้ให้ได้เร็วที่สุดด้วยตัวเอง

 

6.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #6 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:51
    แบบนี้ เอาเรื่องอยู่นะ อร ต้องโดนทั้งตระกูลฝ่ายนั้น บล็อค แน่ๆ
    #6
    0