หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 43 : บทที่ 16 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    2 พ.ย. 63

“ค่ะ แล้วคุณโยชิโอะเป็นอะไรไหมคะ”

            คราวนี้อาสะเงียบบ้าง “ไม่นะครับ ไม่มีอาการอะไรเลย ผมก็รอดูจนกลับถึงที่พัก” 

            ดูเหมือนประโยคเหล่านี้จะเป็นความสงสัยของเขาด้วยเหมือนกัน

            “ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่ว ฉันรบกวนเท่านี้แหละค่ะคุณอาสะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ”

            “ครับ ไม่เป็นไร สวัสดีครับ”

            วางสายแล้วก็ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรติดในใจ เป็นทุกครั้งที่เธอคิดเรื่องโยชิโอะ อรดาคอยเตือนตัวเองว่าอย่าเพ้อเจ้อ แต่ในใจกลับปะติดปะต่อเรื่องราวที่เหมือนจิ๊กซอร์ในจินตนาการนั้นล่วงหน้าไปแล้ว

‘เพิ่งรู้ว่าผมหน้าเหมือนคนไทยด้วย’

คำพูดของเขาชวนให้คิดขึ้นมาได้ ถ้าโยชิโอะหน้าเหมือนคนไทย แปลว่าปุณณัติก็หน้าเหมือนคนญี่ปุ่นน่ะสิ 

            พอได้แล้วอรดา มัวแต่มานั่งสงสัย เธอต้องโทร.หาเขา โยชิโอะ ทานากะ คนนั้น

            ต่อให้อาสะบอกว่าเจ้านายไม่เป็นอะไร แต่การเอาแมวเข้าไปในบริษัทของเขาเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างที่สุด 

“จะว่าไม่ตั้งใจก็ไม่ใช่เสียทีเดียวหรอกค่ะ สารภาพตรงนี้เลย” เธอพูดอยู่คนเดียวขณะกดเลขหมาย 

เวลาตอนนั้นสิบเอ็ดโมงครึ่ง อรดาเคยทำงานบริษัทมาก่อนรู้ว่า ถึงจะมีประชุมแต่ก็เป็นช่วงท้ายของเนื้อหาแล้วเพื่อไม่ให้กินเวลาพักเที่ยง และถึงอีกฝ่ายจะไม่รับสายเพราะยังพูดคุยติดพัน แต่ถ้าเลิกประชุมเมื่อไรจะติดต่อกลับมาแน่นอน

“ไม่รับสายจริงๆ ด้วย” เธอรำพึง ช่างเถอะ เขาน่าจะเห็นว่าเป็นเบอร์ของเธอแล้วโทร.กลับมา ถ้าไม่ก็เว้นสักพักแล้วค่อยโทร.ใหม่ตอนเที่ยงก็แล้วกัน

เธอเอนหลังพิงหมอนอิง มองแจกันดอกไม้แห้งข้างทีวี ครุ่นคิดเรื่อยเปื่อย คำถามของรุจีดังขึ้นอีกครั้ง

            ‘โยชิโอะ ทานากะ เป็นทายาทนักธุรกิจ เขาจะเอาวิศวกรธรรมดาอย่างพี่ปุณไปสวมรอยทำไม’

            ซึ่งต่อให้ตอบคำถามนี้ได้ก็จะมีอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญมากกว่าที่ต้องตอบ ถ้าเป็นดั่งการโยงเรื่องที่มาจากการดูละครดูหนังของเธอมากไปกลั่นข้อสังเกตออกมาได้ ข้อสงสัยนั้นก็คือ

            แล้วโยชิโอะ ทานากะ ตัวจริงหายไปไหน

            พอคิดถึงตรงนี้อรดารู้สึกปวดหัวตุบๆ บอกตัวเองให้พอก่อน มองหน้าจอโทรศัพท์ แล้วจู่ๆ เสียงเรียกเข้าก็ดัง เธอสะดุ้ง ทำโทรศัพท์ร่วงจากมือ

“อุ้ย ตกใจหมดเลย”

เธอจับหน้าอกตัวเอง เลขหมายที่โชว์ทำให้ใจเต้นแรงไปอีกเพราะเขาคือโยชิโอะ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก

“อรดาค่ะ”

“ผม โยชิโอะครับ”

“สวัสดีค่ะ คุณโยชิโอะ”

“คุณโทร.หาผม”

เขายังคงพูดภาษาอังกฤษ อรดาอยากพูดว่าให้เขาคุยภาษาไทย แต่ก็ไม่กล้า

“ค่ะ จะโทร.มาขอโทษเรื่องแมวเมื่อวานน่ะค่ะ”

“อ้อ” เสียงตอบรับในลำคอไม่บอกอารมณ์ อรดาคิดในแง่ลบ หรือว่าเขาโกรธมาก

“ขอโทษอย่างสูงเลยนะคะ ที่เอาแมวเข้าไปในสำนักงาน ฉันผิดเองที่ไม่ดูให้ดี ไม่ทราบมาก่อนว่าคุณโยชิโอะแพ้ขนแมว ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

“ครับ” 

            ทำไมตอบแค่นี้ล่ะ อุตส่าห์พูดไปตั้งยาว แต่ดีนะที่คิดคำพูดไว้ล่วงหน้าแล้ว “คือฉันกังวลมากเลยน่ะค่ะ คุณโยชิโอะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฉันเห็นคุณหน้าซีด คุณอาสะก็บอกว่าคุณแพ้มาก”

            “ไม่เป็นอะไรครับ วันนั้นแค่ปวดหัว ไม่ได้เกี่ยวกับแมวเลย”

            อ้าวเหรอ อรดากะพริบตาปริบ ไม่โกรธ ไม่เป็นอะไร แล้วฉันจะคุยอะไรต่อดีล่ะเนี่ย ถามย้อนไปก่อนก็แล้วกัน

            “ไม่เป็นอะไรจริงๆ นะคะ”

            “ครับ ถ้าเป็นอย่างที่อาสะบอก คงคุยโทรศัพท์ไม่ได้”

            ใจเต้นโครมครามเลยทีเดียวตอนเขาเอ่ยประโยคนี้ นัยหนึ่งดูยอกย้อน แต่อีกนัยก็เป็นอารมณ์ขันได้เหมือนกัน เธอยิ้มเขินราวกับคู่สนทนาอยู่ตรงหน้า มือจิกหมอนอิงแน่น 

            “คุณอรดาครับ”

            “คะ? อุ๊ย” อรดาตกใจเพราะเขาเรียกชื่อเธอเป็นภาษาไทย “ค่ะ คุณโยชิโอะ”

            “แมวตัวนั้น ชื่อขนฟูเหรอครับ”

            จู่ๆ น้ำเสียงของหนุ่มญี่ปุ่นก็จริงจังขึ้นมา ลมหายใจอรดาสะดุด “ค่ะ ทำไมเหรอคะ”

            “มัน...พอดีผมได้ยินคุณเรียก แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ชื่อนี้หรือเปล่า ก็เลยถามดูอีกที”

            “ค่ะ”

            ทั้งที่เตรียมบทสนทนาเอาไว้แล้ว แต่พอเขาพูดภาษาไทยและพูดถึงแมวขึ้นมาสมองก็พลันว่างเปล่า 

            “มีเรื่องอะไรอีกไหมครับ”

            “อ้ะ ไม่มีค่ะ ถ้าคุณโยชิโอะไม่เป็นอะไรฉันก็สบายใจ ขอโทษอีกครั้งนะคะ”

            “ครับ เท่านี้นะครับ”

            แล้วเขาก็วางสายไป ปล่อยให้อรดายังนั่งเหม่อด้วยความงงงัน ทำไมอยุ่ดีๆ เขาถึงพูดภาษาไทย อาจเป็นเพราะครั้งก่อนเคยแซวเขาต่อหน้าแม่ก็เป็นได้ว่าเขามักจะคุยภาษาอังกฤษกับเธอ แต่ทำไมถึงถามเรื่องแมว

            คิดถึงภาพเจ้าหน้าหักที่เดินไปวนมาที่ขาโยชิโอะ เอาตัวไปไถแบบที่ชอบทำกับปุณณัติ แมวแบบขนฟูจะเข้าไปหาคนแปลกหน้าอย่างนั้นหรือ ถ้าเขาไม่ใช่...

                        

โยชิโอะนั่งอยู่ในห้องทำงาน มองฝ่ามือตัวเองแล้วพยายามจินตนาการถึงอาการที่อาสะบอกว่าเขาแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง เคยต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันเพราะหายใจไม่ออก ผิวหนังแดงเถือก เป็นอาการแพ้หนักครั้งหนึ่งที่รองจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน

ผู้ช่วยหนุ่มถามซ้ำอย่างแคลงใจ ไม่วายย้ำว่าถ้าเกิดความผิดปกติอะไรก็ตามให้เรียกเขาได้เลย แม้จะอยู่ห้องติดกันแต่ความเป็นห่วงนั้นจริงจังจนเขาไม่กล้าโต้ตอบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับเข้าห้องตัวเองไป

ถ้าจะบอกว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา แต่ไม่ใช่เพราะแมว อาสะจะพูดว่าอย่างไร

เขาปวดหัวอีกแล้ว ความเจ็บปวดนี้ระดับเดียวกับเมื่อวันเปิดตัวสินค้า และมีอีกอย่างที่เหมือนคือมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย ตอนแรกตกใจที่มีแมววิ่งเข้ามา แต่พอจะลุกไปอุ้มมันสายตามองเห็นเธอเดินเข้ามา สายตาก็พร่าเลือน สมองเจ็บจี๊ดเหมือนมีเข็มหลายร้อยเล่มทิ่มแทง เป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ร่างกายซวนเซได้

เขาหยิบโทรศัพท์มา เปิดเมนูคลังภาพ มีภาพของอรดาอยู่ในอัลบั้มหนึ่งที่แยกออกไป ซึ่งเซฟมาจากโฆษณา รวมทั้งมีภาพจากไอจีของเธอ

ยังรู้สึกงงตัวเองที่เซฟภาพของเธอไว้ในโทรศัพท์ แทนที่จะเป็นภาพริกะ

และแทนที่จะสนใจเรื่องตัวเองกับคู่หมั้น เขากลับอยารู้เรื่องของอรดามากกว่า

 

จบ

2.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #50 fsn (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 16:00

    ถ้าเจอคนในครอบครัวละ จะขนาดไหนนะ

    #50
    0