หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 42 : บทที่ 16 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

“ตายแล้ว แมว!”

            อรดารีบก้าวเข้ามา “ขนฟู”

            หนุ่มญี่ปุ่นเจ้าของห้องตกใจตั้งแต่เห็นอะไรก้อนสีเทาๆ พุ่งเข้าห้องมา เขาลุกเมื่อเห็นมัน มันหยุดแค่เสี้ยววินาทีก่อนจะวิ่งเข้ามาที่ขาของเขาแล้วก็เอาตัวถู ขณะที่โยชิโอะกำลังงงว่าแมวมาจากไหน ดวงอนงค์ก็ร้องขึ้น เช่นเดียวกับอรดาที่ถลาตามหลังเข้ามา 

            “มาได้ยังไงเนี่ย ต้องรีบเอาออกไปด่วนเลย คุณโยชิโอะแพ้ขนแมว”

            อรดาหูผึ่ง ภาพที่เห็นทำให้เธอรู้สึกหัวใจหยุดเต้นไปชั่ววินาที เพราะโยชิโอะยืนงงขณะที่ขนฟูกำลังเดินวนที่ขายกางเกงชายหนุ่ม แต่ไม่ทันได้คิดหรือตอบอะไรเพราะต้องรีบไปจับเจ้าตัวดีก่อน “ขอโทษค่ะ แมวฉันเอง ขนฟูมานี่”

            โยชิโอะกำลังจะขยับตัวออกจากเก้าอี้ แต่จังหวะที่เขาลุกมาอาการปวดหัวก็เกิดขึ้นกะทันหันจนตัวเซ เขารีบเอามือเท้าโต๊ะไว้

            “คุณโยชิโอะ!” ดวงอนงค์ร้องอย่างตกใจ “คุณอาสะล่ะ เมื่อกี้เห็นนั่งอยู่ที่ห้องครัว ตามมาหน่อย” เลขานุการสาวรีบวิ่งวุ่นวายเนื่องจากกลัวจะเกิดเรื่องใหญ่เนื่องจากได้รับคำสั่งกำชับหนักแน่นเรื่องเจ้านายแพ้ขนแมว เธอรู้ว่าคนมีอาการแพ้เป็นอย่างไร อาสะวิ่งมาภายในไม่ถึงครึ่งนาที ในสำนักงานส่งเสียงฮึมฮัมด้วยความประหลาดใจปนตกใจ

            “ขนฟูมานี่”

            พออรดาเข้าไปจะจับมันก็วิ่งหนี จังหวะที่อาสะมาถึงประตูเขารีบก้มเพื่อจะคว้าตัว แต่มันวิ่งเร็วจี๋หนีไปที่มุมห้อง เขารีบกระโจนตามไป แต่เจ้าตัวร้ายก็พุ่งตัวหนีออกไปทางประตู ตรงไปยังกลางสำนักงาน

“ว้าย!”

เสียงของพนักงานสาวคนหนึ่งร้องอย่างตกใจเมื่อขนฟูวิ่งมาขนเพราะเธอกำลังยืนคุยงานกับเพื่อนร่วมงาน อาสะวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทัน อรดาวิ่งออกมา คนทั้งสำนักงานลุกกันพรึ่บพรั่บและพากันมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

“ขนฟู...”

อาสะยังวิ่งไล่ตามแมวต่อไปโดยไม่ได้บอกให้พนักงานช่วยกันไล่ต้อน ทำให้ภาพที่ปรากฏคือบอดี้การ์ดหนุ่มตัวโตต้องมาวิ่งไล่จับแมวขนฟูที่พุ่งไปใต้โต๊ะสำนักงานโต๊ะนั้นทีโต๊ะนี้ที

ท้ายที่สุดมันวิ่งกลับไปที่ห้องทำงานของโยชิโอะ แล้วก็หยุดนิ่งที่หน้าประตู คราวนี้ชายหนุ่มคว้าเอาช่วงขามันได้ 

            “แง๊ว!”

            “โอ๊ย!”

            เพราะถูกคว้าตัวจากด้านหลัง เจ้าแมวตกใจกางกรงเล็บข่วนแควกเข้าไปไปที่หลังมือของอาสะ ก่อนที่มันจะวิ่งกลับไปหาเจ้าของห้องที่ยังยืนงงอยู่ บอดี้การ์ดหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย กำลังจะเข้าไปคว้าตัวอีกครั้งก็นิ่งเมื่อเห็นเจ้านายก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมา

            “แมวใคร ของคุณเหรอ”

            ทั้งดวงอนงค์และอาสะต่างตกตะลึง อรดาเป็นคนเดียวที่มีสติ อาจเพราะเขาคุยกับเธอโดยตรง

            “ใช่ค่ะ” เธอรีบเข้าไปอุ้มมัน เจ้าตัวปัญหาทำท่าขัดขืน “ขอโทษค่ะ มันหลุดออกมาจากตระกร้า มานี่เลย”

            ได้กลิ่นน้ำหอมจากกายของเขาตอนไปดึงแมวอ้วนมา วันนี้โยชิโอะสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า เนคไนสีกรมท่าเนื้อผ้าแบบด้านโชว์เส้นด้ายทำให้ดูไม่เรียบเกินไป ในเวลาอย่างนั้น อรดายังแอบสังเกตการแต่งกายของเขา

            “ขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” อรดาใจเสียเพราะเห็นใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด รีบจัดการยัดเจ้าตัวปัญหาเข้าไปในตระกร้าแมว ก่นด่าตัวเองในใจว่าปิดประตูไม่สนิทจนทำให้ขนฟูหลุดออกมา 

            “คุณโยชิโอะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมรถให้นะครับ” อาสะพูดเร็วจี๋

            “เตรียมทำไม”

            “ก็คุณโยชิโอะแพ้ขนแมว็ค” ประโยคนี้เหมือนผู้ช่วยหนุ่มพูดกับอรดามากกว่า 

            “ขอโทษค่ะ” อรดารีบเดินออกไปหลังได้ยินคำอธิบายของหนุ่มหน้าตี๋ แม้จะแปลกใจว่าคนแพ้ขนแมวทำไมยังอุ้มขนฟู

 

“ฉันแพ้ขนแมวเหรอ” โยชิโอะถามอาสะ

“ครับ ค่อนข้างหนักด้วย...” พูดไปก็ไม่แน่ใจเพราะเมื่อมองเจ้านายก็เห็นยังมีอาการปกติ ไม่มีผืนแพ้ คัน หรืออะไรนอกจากคิ้วขมวดเพราะงงงันแต่ยืนพิงโต๊ะทำงานแค่นั้น

เจ้านายญี่ปุ่นมองมือตัวเองที่อุ้มเจ้าแมวเปอร์เซียเมื่อครู่นี้ ตัวมันอ้วกปุก ขนก็นุ่มจนรู้จักได้

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่”

ทั้งอาสะและดวงอนงค์มองหน้ากัน “ไม่เป็นอะไรจริงๆ นะครับ”

โยชิโอะส่ายหน้า “แล้วคุณอรดามาทำอะไร”

อาสะหันไปทางดวงอนงค์ “อ๋อ มาเอาของขวัญที่คุณโคอิจิโร่ฝากไว้น่ะค่ะ”

เจ้านายหนุ่มพยักหน้า ถอยไปนั่งที่เก้าอี้ กดขมับ “ขอกาแฟให้ผมแก้วหนึ่งครับคุณดวง อาสะอย่าลืมทำแผลด้วย”

ผู้ช่วยทั้งสองสบตากันอีกครั้งแล้วกล่าวขอตัวเพื่อจะเดินออกไป โยชิโอะมองตามประตูที่ปิดลง แล้วคิดถึงคำพูดของอาสะ เขาแพ้ขนแมว 

ดูเหมือนว่าแม่จะเคยบอกไว้ครั้งหนึ่งแต่เขาลืมไปแล้ว และคงเป็นเพราะคนรอบข้างคอยระวังไม่ให้สัตว์หน้าขนนี่เข้ามาใกล้จึงไม่เคยมีอาการแพ้ที่ว่า แต่เมื่อครู่นี้เขาไม่รู้สึกแพ้อะไร ตรงกันข้ามยังรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มบนฝ่ามือ

แมวของอรดา...

เธอเรียกมันว่าอะไรนะ ขนฟู 

 

ของขวัญจากโคอิจิโร่เป็นผ้าที่ผ้าคอลายนกกะเรียนกับดอกบ๊วยสีน้ำเงินสลับทองงดงาม ตอนที่รับมาเธอก็ฝากคำขอบคุณไปกับดวงอนงค์แล้ว เมื่อแกะกล่องแล้วเธอใช้มันมาพันคอและถ่ายภาพลงในไอจี เพราะคิดว่าไม่ว่าเป็นซาโตชิ คุมิโกะ หรือสมาชิกคนใดของทานากะมาเห็นก็จะได้เห็นคำขอบคุณนั้นและนำไปถึงโคจิอิโร่ ทานากะได้

แต่ก่อนหน้านั้นเธอต้องกล่าวขอโทษเรื่องที่ขนฟูหลุดออกไปจนทำให้วุ่นวาย

            ‘ออไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าคุณโยชิโอะแพ้ขนแมว พอดีเพิ่งพาน้องไปหาหมอมา ที่ไม่อยากให้เขาอยู่ในรถเลยต้องถือมาด้วย ขอโทษจริงๆ นะคะ’

            ‘ไม่เป็นไรค่ะคุณออ’ เพราะน้ำเสียงและกิริยาสำนึกผิดอย่างจรืงใจกระมังทำให้ดวงอนงค์กล่าวตอนเสียงอ่อน นั่นคงเพราะเรื่องของเจ้านายญี่ปุ่นผู้เข้มงวด 

            ‘ถ้าคุณโยชิโอะเป็นอะไรยังไงแจ้งออด้วยนะคะ ออจะรับผิดชอบทุกอย่างเองค่ะ’

            ดวงอนงค์รับปาก ในตอนนั้นเธอพูดทิ้งท้ายว่า น่าแปลกที่คนแพ้ขนแมวกลับไม่มีอาการอย่างที่คิด

            วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะร้อยมาลัย แม้จะมีความเห็นชื่นชมผ้าพันคอแต่ก็ยังไม่ชื่นใจ เธอถือโทรศัพท์พลิกไปพลิกมา ในที่สุดก็ตัดสินใจเรื่องเลขหมายปลายทางแล้วโทร.ออก

            รอไม่นานปลายสายก็ครับ

            “อาสะครับ” 

            “สวัสดีค่ะคุณอาสะ อรดานะคะ”

            “ครับ คุณอรดา มีธุระอะไรเหรอครับ”

            อรดาชอบผู้ช่วยหนุ่มหน้าตี๋คนนี้อยู่สองอย่าง ข้อแรกคือเขาพูดภาษาไทยได้ แม้คำแรกจะกล่าวเป็นสำเนียงญี่ปุ่น และข้อสองคือการพูดเข้าเรื่องได้อย่างสุภาพและไม่รู้สึกว่าเป็นการตัดรอนแต่อย่างใด ทำให้การสื่อสารมันราบลื่น และไม่ต้องประดิษฐ์คำมากมาย

            “ออจะโทร.มาขอโทษน่ะค่ะเรื่องเมื่อวานที่เอาขนฟู เอ่อ เอาแมวเข้าไปในบริษัท ทำให้คุณอาสะต้องเจ็บตัว ขอโทษแทนขนฟูด้วยนะคะ”

            มีความเงียบเกิดขึ้นราวสามวินาที ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเบาๆ “ขอโทษแทนแมวเหรอครับ”

            อรดาอดจะเขินไม่ได้ หัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่จริงๆ ฉันผิดเองค่ะ คุณอาสะเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะเรื่องแผล”

            “ไม่เป็นอะไรครับ จัดการเรียบร้อยแล้ว คุณอรดาไม่ต้องกังวลครับ ผมทำตามหน้าที่ อีกอย่างขนฟูคงตกใจที่ผมไปคว้าเขาแรง เป็นธรรมดาของแมวน่ะครับ”

            หูย อรดาร้องในใจ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินเขาพูดยาวขนาดนี้ หลายครั้งที่เจอกันถ้าเอาคำพูดที่เขาคุยกับเธอมารวมกันยังน้อยกว่าประโยคเมื่อกี้ประโยคเดียวด้วยซ้ำ

            “ขอบคุณค่ะคุณอาสะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าคุณโยชิโอะแพ้ขนแมว”

            “ครับ ก็เป็นมานานแล้ว”

            “แพ้มากไหมคะ”

            อาสะเล่าว่าแค่เข้าไปในที่ที่มีขนแมวหรือแมวเคยอยู่ก็คัดจมูก จาม และน้ำมูกไหลแล้ว ถ้าสัมผัสโดนจะมีผื่นแดงและคัน

            “เคยมีอาการหนักสุดถึงขั้นหายใจไม่ออกเลยละครับ”

            อรดาคิดตามแล้วใจหาย แต่ก็ข้องใจกับภาพที่เธอเห็น หนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นอุ้มขนฟูขึ้นสบายๆ ถ้าเขาแพ้หนักขนาดนั้น คงต้องจามตั้งแต่มันวิ่งเข้าไปในห้องเขาครั้งแรกแน่ๆ แต่เลือกที่จะไม่พูดประเด็นที่สงสัยออกไป 

“ค่ะ แล้วคุณโยชิโอะเป็นอะไรไหมคะ”

 

 

(ต่อ)

1.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น