หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

2.

 

          วันทำบุญให้ปุณณัตินอกจากจะมีสี่สาวเพื่อนรักแล้วก็ยังมีครอบครัวของเขา ประกอบไปด้วยพ่อกับแม่และพี่สาว ปภาดา หรือ ปุ้น มาด้วย

          ทำบุญกรวดน้ำเรียบร้อย ในวัดใกล้บ้านมีโกศเก็บกระดูกของเขาด้วย อรดาวางดอกไม้ เธอไม่ได้ร้องไห้ แค่เช็ดน้ำตาที่ซึมออกมา

          “คิดถึงพี่ปุณนะคะ”

          แม้จะผ่านมาสามปีแล้ว แต่ความผูกพันมากกว่านั้น เธอเคยมีคนมาเกี้ยวพามากมาย แต่ไม่เคยเปิดใจให้ใคร และถึงแม้จะไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเจอเพราะเขายั่วแหย่กวนประสาทเธอต่อหน้าคุณย่า แต่เขาบันทึกภาพตัวเองในใจหัวใจเธอไปแล้ว

          วิศวกรหนุ่มขี้เล่น มาดเจ้าชู้ ปากจัด แต่เมื่อเขารู้ความลับของเธอก็ไม่เคยเอาเรื่องนี้มาต่อรองเพื่อให้ได้เปรียบ เป็นเธอเองต่างหากที่ถามเขาว่าตกลงจะเอายังไงกับความสัมพันธ์ 

          ‘แล้วออคิดยังไงกับพี่ล่ะ’

          ‘พี่สิต้องพูดก่อน ออเป็นคนถามนี่’

          เขาโคลงศีรษะ ‘ใครพูดก่อนก็ไม่เห็นสำคัญเลย ออก็รู้ว่าพี่ชอบออ รู้แล้วก็ไม่ต้องคิดเยอะสิ’

อรดาจำสีหน้าตอนนั้นของเขาได้ดี สีหน้านิ่งๆ แต่แววตาสดใสเป็นประกาย 

‘พี่รู้เหรอว่าออคิดเยอะ

‘ฮื้อ ไม่ถามย้อนสิ หัวใจตัวเองนี่นา’

คราวนี้เธอนิ่งไปนาน เขาก็ไม่พูดอะไร กระทั่งเธอผ่อนลมหายใจ ‘โอเคค่ะ’

‘โอเคอะไร’

เธอพยักหน้า ‘ตกลงว่าออชอบพี่ปุณค่ะ’

ความรักก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างง่ายๆ เธอกับเขาคบกัน ปุณณัติยังเป็นหนุ่มขี้เล่นและขอบมองสาวสวยหมือนเดิม แต่เขาเสมอต้นเสมอปลาย เวลาทำงานบนแท่นก็จะหายไป แล้วพอกลับมาอยู่กรุงเทพก็ใช้เวลาให้เธอ ทุกอย่างเหมือนตอนทียังไม่ได้เป็นแฟนกัน เพียงแต่เพิ่มความใกล้ชิด และบางครั้งก็คุยกันเรื่องอนาคต

“ขอบคุณนะจ๊ะออที่มา”

แม่ของปุณณัติกอดอรดา รวมทั้งบิดาของเขาและปภาดา ถึงแม้เธอถึงแม้ปุณณัติจะเสียไปนานแล้ว แต่เหมือนสายใยความเป็นสะใภ้ยังคงอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะแม่”

“หนูจะไม่ไปกินข้าวที่บ้านกับแม่จริงๆ เหรอ”

“ขอบคุณค่ะแม่ แต่วันนี้ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ พอดีนัดกับเพื่อนแล้ว”
          “ก็น่าจะไปด้วยกันที่บ้านแม่นี่แหละ”

“แม่คะ...” ปภาดากอดแขนมารดา เพราะเกรงใจสาวๆ คงอยากจะไปคุยกันตามประสามากกว่า มารดารู้สึกตัวจึงกล่าวต่อ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจอกันวันหลังนะจ๊ะ”

อรดาเห็นสีหน้านั้นก็พูดบ้าง “เดี๋ยวหนูเดินไปส่งคุณแม่ที่รถค่ะ”

เธอตอบเอาใจ จูงแขนแม่สามีที่เป็นอดีตไปแล้วกลับไปที่รถ แล้วก็ร่ำลากัน ไม่ลืมย้ำว่าจะไปเยี่ยมที่บ้านเสมอ

 

ทั้งสี่สาวอยู่ในร้านอาหาร ตั้งแต่สามคนมีครอบครัว และรุจีเป็นหนึ่งคนที่มีลูกชายตัวน้อยแล้ว ทำให้ทั้งสี่คนปรับเวลามานัดเจอกันตอนกลางวันเป็นส่วนใหญ่ งานกลางคืนแทบจะนับครั้งได้ แต่ก็มีบ้างซึ่งจะมีธนุสมาด้วยเสมอ ตอนที่ปุณณัติยังมีชีวิตอยู่เขาก็มักจะเป็นสองหนุ่มในกลุ่ม ส่วนภาคีนั้นขอเป็นฝ่ายอยู่บ้าน และถ้าจะมีส่วนร่วมกับครอบครัวของภรรยาส่วนใหญ่จะเป็นงานเปิดบ้านของเขาเอง 

หลังจากกินของคาวแล้ว แวะเดินดูของใช้กันครู่หนึ่งก็หาของหวานกินต่อ เจอกันเมื่อไหร่ก็มีเรื่องคุยกันยาวเมื่อนั้น ระหว่างที่กำลังกินแพนเค้ก อรดาปาดวิปครีมทั้งก้อนเข้าปาก

“หือ ไอ้ออ ผิดผีเลยนะนั่น” รุจีแซว

“ไม่กินสิผิดผี นี่มันร้านขนมหวาน” เจ้าตัวตอบแล้วก็ตักตัวแป้งต่อ ไพรวรินทร์จับมือ 

“เฮ้ย หลายคำแล้ว ใจคอจะกินหมดคนเดียวเลยเหรอ”

“ก็สั่งเพิ่มสิ แย่งกันทำไม พวกแก” วลีรักษ์พูดกลัวหัวเราะกับท่าทางเหมือนเด็กๆ ของเพื่อน

“เออ ฉันมีเรื่องจะเล่า” อรดาส่งเสียงดัง อีกสามคนสะดุ้ง เจ้าตัวยิ้มแหย แล้วก็เล่าเรื่องเจอคนหน้าเหมือนปุณณัติให้ฟัง แต่ชื่อโยชิโอะ และที่บังเอิญกว่านั้นคือทำงานในบริษัท เอชทูแคร์ ที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้ด้วย

คนฟังนั่งทำตาปริบๆ 

“คนหน้าเหมือนเหรอ” รุจีถามกลับ

“ใช่ เหมือนพี่ปุณมาก ตอนแรกที่ฉันเห็นนะช็อคไปเลย นึกว่าพี่ปุณมายืนอยู่”

“แต่แกเพิ่งพูดว่าเขาชื่อโยชิอะไรนั่น”

“ก็ถึงบอกว่าคนหน้าเหมือน ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนญี่ปุ่น เอ้อ พี่ปุณก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยเหมือนกัน”

รุจีมองหน้าเพื่อนซี๊ “ให้ฉันพูดตรงๆ นะ สาวลูกสองโคลงศีรษะ “แกคิดถึงพี่ปุณ โดยเฉพาะช่วงวันครบรอบแบบนี้ก็เลย...” 

“ฉันไม่ได้คิดไปเอง ฉันอยากให้พวกแกเห็นว่าเขาเหมือนพี่ปุณจริงๆ นะ แต่พยายามหาภาพเขาแล้วไม่เจอเลย” เธอสวนกลับรุจีทันที

“รู้แค่ชื่อเจอก็เหลือเชื่อแล้ว” วลีรักษ์พูดบ้าง

คราวนี้เจ้าของเรื่องบึนปาก ท่าทางจริงจังจนอีกสามคนเลิกคิ้ว 

“ต้องซีเรียสเบอร์นี้เลยเหรอ แค่คนหน้าเหมือนเองนะ” ไพรวรินทร์ออกความเห็น คราวนี้อรดาชะงัก กลอกตาไปมาแล้วยกมือประกบหน้าตัวเอง

“จะว่าไปก็ไม่เหมือนซะทีเดียวหรอก นายโยชิอะไรนี่หน้าเรียวกว่าพี่ปุณหน่อย ขาวกว่านิดหนึ่ง เอาเป็นว่าฉันอยากเห็นเขาให้ชัดๆ อีกครั้งจัง” พูดจบอรดาก็ตักขนม แต่ขนมบนจานหมดแล้ว เธอถลึงตา

รุจิหัวเราะ “มัวแต่ดราม่า ขนมหมด เอาอีกไหมล่ะ”

คนไม่ได้กินขนมเป่าปาก “พอดีกว่า เดี๋ยวไปเดินช้อปกันต่อแล้วกัน เดี๋ยวไม่ครบตามโปรแกรมจะค่ำก่อน”

ทั้งวลีรักษ์และรุจีต่างตกลง เพราะเวลาอีกสองสามชั่วโมงก็ต้องแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว

 

วันจันทร์ 

โยชิโอะ ทานากะ กำลังดูข่าวการจับกุมเนตไอดอลที่ขายเครื่องสำอางค์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาไลฟ์สดขี้แจงว่าเคยนำมาขายจริง แต่เนื่องจากพบว่าเป็นสินค้าที่มีสารต้องห้ามก็ไม่ได้ขายอีก ยินดีเข้าไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำที่ถูกต้อง 

ชายหนุ่มซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ เอซทูแคร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นสาขาของบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นบริษัทของปู่ และเขามาทำงานแทน โคอิจิโร่ ผู้เป็นลุง ซึ่งกำลังจะกลับญี่ปุ่นสุดสัปดาห์นี้

 ‘โยชิโอะ ไปทำงานที่สาขาที่เมืองไทยซะ’

วันนั้นเขาเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเพราะรู้สึกปวดศีรษะตั้งแต่เช้า ต้องมาฟังเรื่องเครียดแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ 

‘ครับ’

เพราะปรับตัวได้แล้วจึงรู้ว่า หากชายชราเอ่ยคำสั่งออกมาเมื่อไหร่ การตอบรับเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่าการถามย้อน 

‘มีอะไรไม่สะดวกหรือเปล่า’

คำถามนี้เขานิ่งคิดเล็กน้อย ‘ไม่มีครับ ถ้าคุณปู่เห็นว่าผมเหมาะสม’

สีหน้ายังเรียบนิ่งแต่แววตาเป็นประกาย ‘แล้วสุขภาพเป็นยังไงบ้าง เห็นคุมิโกะบอกว่าเธอไปหาหมอ’

‘เรื่องนั้น ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ ผมพักผ่อนน้อยไป คุณแม่เป็นห่วงเลยให้ไปตรวจเพื่อความสบายใจ’

ปู่พยักหน้า ยกชาขึ้นจิบ ‘ที่ให้ไปทำงานที่ไทย มีเหตุผลอยู่’

โยชิโอะรู้สึกปวดศีรษะตุบๆ จึงวางไอแพดลง ผ่อนลมหายใจ ถึงแม้อาการบาดเจ็บจะหายเป็นปกติแล้วนับตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน แต่เวลาต้องใช้ความคิดเขาจะรู้สึกตึงในสมองขึ้นมา 

วันก่อนหลังจากไปรับโทรศัพท์เครื่องใหม่ แล้วเลยไปที่โรงงาน ฝ่ายวิจัยก็ดูตกใจกับการมาของเขาเหมือนกัน เขาขอดูข้อมูลสารที่มีปัญหาเพราะสินค้าที่ปรากฏในข่าวการจับกุมไอดอลเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัท

‘เป็นของเราจริง แต่เป็นไลน์ผลิตที่เรายกเลิกไปเกือบครึ่งปีแล้วครับ’ หัวหน้าทีมวิจัยและควบคุมการผลิตรายงาน 

‘มีเอกสารยกเลิกเป็นทางการไหม’ เขาถามขณะเปิดดูแฟ้มเอกสาร อีกฝ่ายนิ่ง เขาสบตา 

‘เอ่อ ไม่มีครับ”

โยชิโอะเอนกายพิงพนัก เวลาที่ต้องอ่านผลประกอบการ เขามักจะงงงัน แม้ว่าอาสะจะบอกว่าเขาเป็นคนที่ชอบตัวเลขมาก แต่ก็ไม่รู้สึกเลย ตรงกันข้าม วันที่เข้าไปโรงงาน เขาเดินดูในห้องแลป รวมทั้งเครื่องจักรได้นานโดยไม่เบื่อ

แม่บอกว่าเป็นเพราะสมองเขาถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ เขาเองก็เชื่อ เพราะระบบความคิดแปลกๆ ที่อยู่ในตัว เขาฟังภาษาไทยรู้เรื่อง อ่านออก ที่วัดได้อย่างนั้นเพราะอาสะผู้ช่วยคนสนิทเป็นลูกครึ่งไทยที่ใช้ได้ทั้งสองภาษา แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยร่ำเรียนภาษานี้จากที่ไหน

เสียงเคาะประตูดัง โยชิโอะกล่าวอนุญาต

อาสะเข้ามา ผงกศีรษะกึ่งทักและขออภัย ยื่นแฟ้มเอกสารให้

“ข้อมุลที่คุณโยชิให้ถามครับ”

คนเป็นเจ้านายรับมา เปิดออกดูคร่าวๆ จำนวนแผ่นกระดาษหนาเลยทีเดียว ข้อมูลเต็มไปด้วยภาษาอังกฤษ

รายชื่อสารประกอบในผลิตภัณฑ์ของเอชทูแคร์ทุกตัว และเอกสารรับรองให้ใช้ ผู้ช่วยหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย เท่านั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะพูดต่อ เขารอฟัง

“เรื่องนี้ คุณโคอิจิโร่ทราบนะครับว่าคุณโยชิโอะมาขอดูเอกสาร”

เขาพลิกหน้ากระดาษ ตอบเรียบ “ก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า” 

อาสะนิ่ง เจ้านายตอบแบบนั้นก็เหมือนกับเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะบอกอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาพบเรื่องที่น่าสนใจ ในภาพการไลฟ์สดของเนตไอดอลคนนั้นมีภาพสินค้าเอซทูแคร์ปรากฎขึ้นแว้บหนึ่ง แต่เมื่อเธอไปให้ปากคำกับตำรวจในข่าวไม่มีชื่อสินค้านั้น แต่ในเช้าวันต่อมาปรากฎว่ามีเพจหนึ่งบอกใบ้ว่ามีบริษัทใหญ่ทำให้ชื่อสินค้าตัวเองไม่ปรากฏ แต่ก็ไม่มีหลักฐานมาอ้างอิงเนื่องจากคลิปไลฟ์สดนั้นทางเนตไอดอลลบไปแล้ว

อาสะตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นการ ‘จัดการ’ เบื้องต้น ของคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ดีกับเจ้านายของเขา

“ขอบใจ อาสะ”

ผู้ช่วยหนุ่มโค้งแล้วก็เดินออกไป 

ชายหนุ่มรอจนประตูปิดลงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิด ดูภาพที่เป็นผลจากการค้นหา หลังจากได้ทำความรู้จักบริษัทรวมทั้งระบบการทำงานคร่าวๆ จนครบก็ทำให้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ออกตลาดไปคือ แอลทูแคร์ และใช้พรีเซนเตอร์ชื่อ อรดา 

 

(ต่อ)

3.6.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #5 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 18:05

    รอให้เจอกันใหม่ค่ะ ดูมีแนวโน้มว่าใช่นะคะ

    #5
    0