หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 37 : บทที่ 14 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

คุมิโกะมีความสุขในช่วงที่อยู่ประเทศไทยและได้ใกล้ชิดลูกชาย เธอถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง พอกลับมาก็เตรียมอาหารเย็นให้โยชิโอะ วันนี้เธอนั่งอ่านข่าววันงานเปิดตัวสินค้าอีกครั้ง เห็นพิธีกรในงานที่ร่วมถ่ายภาพรวมทั้งกระเช้าที่ดอกไม้ทำให้คิดถึงพวงมาลัยประดิษฐ์ที่ซาโตชิเอามาให้มารดาของตน น่าจะเป็นผลงานของผู้หญิงคนนี้

            ดูเหมือนว่าซาโตชิน่าจะรู้จักเธอคนนี้จากโยชิโอะ แต่ลูกชายของเธอไม่เคยพูดถึงเลย ทั้งที่น่าจะรู้จักกันมาก่อน หญิงสาวชาวไทย เป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัท รวมทั้งเป็นพิธีกรมืออาชีพ แถมยังมีฝีมือด้านงานศิลปะ ถึงขนาดทำให้หนุ่มเจ้าสำราญอย่างซาโตชิเอาไปพูดถึงได้ขนาดนั้น 

            แต่คุมิโกะแปลกใจตัวเองมากกว่าที่ทำไมถึงสนใจเธอผู้นี้ขึ้นมา

            “กลับมาแล้วครับ”

            เสียงเปิดประตูพร้อมการทักทายทำให้คุมิโกะสะดุ้ง เปลี่ยนหน้าจอไอแพดไปแล้วมองนาฬิกา หนึ่งทุ่มครึ่ง อาหารเย็นก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว

            “กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”

            เธอเข้าไปรับกระเป๋าจากโยชิโอะ สีหน้าชายหนุ่มดูอ่อนล้ากว่าเมื่อวานทำให้คนเป็นแม่ต้องถาม “โยชิเป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ดีเลย ปวดหัวอีกหรือเปล่า”

            “เปล่าครับ ผมเหนื่อยนิดหน่อย ขอพักสักครู่นะครับ”

            “ไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอโยชิ”

            “ขอเวลาผมสักครู่เถอะครับ” คำกล่าวกึ่งตะคอกทำให้คุมิโกะผงะ เห็นแววตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็งจากลูกชายก็ใจหายวูบ

            “โยชิ นี่ลูก...”

            ชายหนุ่มหรี่ตา แล้วก็สะบัดตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนอย่างเงียบงัน คุมิโกะตกตะลึง หรือว่า...

            “โยชิโอะ!”

            คุมิโกะสะดุ้งตื่น พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน คอนโดมีเนียมของโยชิโอะที่ประเทศไทย ดูเหมือนว่าเธอเผลอหลับไปเพราะอ่อนเพลียจากการเดินทาง เวลาตอนนั้นคือหกโมงเย็นแล้ว ป่านนี้ลูกชายเธอคงรออยู่แน่ๆ

            คิดได้ดังนั้นก็รีบลูกมาล้างหน้าล้างตา วินาทีก่อนที่จะเปิดประตูห้องออกไป ยังอดคิดถึงใบหน้าของโยชิโอะในความฝันไม่ได้ สีหน้านั้นเย็นเยือก แปลกไปจากที่เคยเห็น...ในรอบสองปี 

            แต่ทว่า...เป็นสีหน้าที่เธอเคยเห็นมาก่อน

            เสียงเคาะประตูดัง คุมิโกะสะดุ้ง ใจเต้นตึกตัก สูดลมหายใจลึกเรียกสติก่อนจะไปเปิด

            โยชิโอะยืนอยู่หน้าประตู

            “ขอโทษครับคุณแม่ พอดีผมได้ยินเสียงคุณแม่ตื่นแล้ว เลยจะมาชวนไปทานข้าวเย็น”

            คุมิโกะมองหน้าลูกชาย แววตาสีดำของเขาเรียบสนิท ส่องประกายเหมือนปกติ ไม่ได้น่ากลัวเหมือนในความฝัน 

            “คุณแม่ครับ...”

            “จ้ะ ได้ เดี๋ยวรอสักครู่นะ” เธอบอกแล้วหันกลับเข้าห้องเพื่อไปหยิบกระเป๋า โยชิโอะจึงเดินออกมาเพื่อให้มารดาให้เตรียมตัว เพื่อไปคุยกันยังสถานที่ปลายทางคือมื้อเย็นต่อไป

 

            “สรุปว่าซาโตชิจะมาทำงานเมืองไทยเหรอ”

โยชิโอะเล่าให้มารดาได้ฟังระหว่างกินมื้อเย็นเรื่องการประชุมทางไกลที่ปู่ทาคุโร่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งโดยเลื่อนให้เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปสาขาต่างประเทศแทนที่โคอิจิโร่ และให้ซาโตชิเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ประจำประเทศไทย ซึ่งญาติผู้น้องจะมาในเดือนธันวาคม

“ที่จริงก็มีแผนไว้ตั้งแต่ที่ก่อนผมมาไทย พอสินค้าที่นี่เปิดตัวดี ทางคุณปู่เลยขยับเวลาเร็วขึ้น อย่างน้อยอีกหนึ่งเดือน เป็นการเตรียมแผนสำหรับปีหน้าด้วยเลย”

คุมิโกะพยักหน้า “แสดงว่านอกจากซาโตชิ เคนโตะก็อาจจะมาทำงานที่นี่ด้วยใช่ไหม”

โยชิโอะมองหน้ามารดาเชิงประหลาดใจ อีกฝ่ายจึงอธิบายความเห็นตัวเองเพิ่ม “แม่เดาใจคุณปู่จากที่ผ่านมา ถึงจะเป็นคนรุ่นเก่าแต่ก็กล้าลองอะไรใหม่ๆ เรื่องการเปิดสาขาในต่างประเทศนี่ก็พูดไว้ตั้งแต่บริษัทก่อตั้งไม่ถึงสิบปี ที่คุณปู่พูดในงานวันเกิดไง ว่าจะขยายบริษัทไปทั่วโลก”

ลูกชายนิ่ง มารดาเลิกคิ้ว “จริงสิ โยชิโอะคงจำไม่ได้ ตอนนั้นลูกอายุสิบสาม คุณปู่มีความคิดจะทำบริษัทให้มีสาขาในต่างประเทศ และให้หลานทุกคนได้สืบทอดกิจการ เป็นความฝันของปู่”

ชายหนุ่มกะพริบตา เรื่องสมัยเด็กเขาจำได้ แต่ก็ไม่ทุกเรื่อง และเป็นเรื่องที่มารดาเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิตก่อนประสบอุบัติเหตุ หรือเรื่องของริกะก็เช่นกัน เขาจำวันแรกที่เจอกัน วันที่ขอเธอหมั้นได้ แต่บางครั้งไม่รู้สึกถึงความสำคัญ ซึ่งเขาเองก็แปลกใจ

เรื่องที่ต้องโอนเงินให้เธอก็เหมือนกัน  แม้รับรู้ว่าต้องดูแลเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม หรือเพราะเป็นหน้าทึ่คู่หมั้นเท่านั้นกันแน่

            “จริงสิ โยชิโอะ แม่ว่าจะถามเรื่องพวงมาลัยแบบที่ซาโตชิซื้อมาให้คุณอายาเนะน่ะ”

            “เอ๊ะ” โยชิโอะแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจว่าแม่รู้ได้อย่างไร ที่ประหลาดใจคือทำไมเธอสนใจขึ้นมา

            “แม่ชอบ สวยดี ได้ยินว่าผู้หญิงคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ของบริษัทเราเป็นคนทำ อ้อ ของที่คุณพี่โคอิจิโร่ได้ก็สวย มาลัยอะไรนะ มาลัยกระแตเหรอ แม่อยากได้”

            “ครับ” ทำไมเขาถึงนึกคำพูดไม่ออก พยายามระงับความรู้สึกตื่นเต้นและหัวใจที่เต้นแรงตอนที่ได้ยินคำว่าพวงมาลัย  และนึกชื่อเธอคนนั้นขึ้นมาในสมอง “เอ่อ...เธอมีไอจีนะครับ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้”

            “แต่ว่าแม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่ง กลัวว่าจะสื่อสารกับเธอไม่ชัดเจนน่ะสิ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองถามดู”

            “เดี๋ยวผมคุยให้ก็ได้ครับ” โยชิโอะตอบอย่างรวดเร็ว เห็นแววตามารดาแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร “คุณแม่ลองเข้าไปดูในไอจีของเธอได้ก่อนครับ มีแบบสวยๆ เยอะ เดี๋ยวผมให้อาสะติดต่อเธออีกที”

            เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดให้อีกฝ่ายได้ดู อย่างน้อยก็เพื่อคุมตัวเองให้เคลื่อนไหวและกลบความรู้สึกวูบวาบนี้ให้หายไปก่อนเมื่อคิดว่าเขากำลังจะได้คุยกับอรดา ผู้หญิงคนนั้น

 

            อรดาขมวดคิ้วหงุดหงิดขณะที่เธอกำลังใช้สมาธิเข้าช่อมาลัย เพราะเสียงเรียกเข้านั้นดังเป็นครั้งที่สอง เหลือบไปมองก็เห็นหมายเลขไม่คุ้นตา จะรับก็กลัวจะเป็นพวกขายประกัน แต่ถ้าปล่อยผ่านกลัวจะเป็นเรื่องงานอีก

            “รับก็ได้” เธอตวัดเสียงหนึ่ง แล้วดึงเสียงสอง “สวัสดีค่ะ อรดาค่ะ”

            “สวัสดีครับคุณอรดา ผมโยชิโอะครับ”

            “ห๊ะ!” เธอเผลอตะโกนออกมาจนต้องตะครุบปากตัวเอง ใจเต้นโครมครามจนเหมือนจะทะลุอก โยชิโอะ ทานากะ โทร.หาเธอ “คุณโยชิโอะ ขอโทษค่ะ พอดีเบอร์ไม่คุ้น” ก็จะหมายถึงไม่ได้รับครั้งแรกนั่นแหละ

            “ไม่เป็นไรครับ ผมขอโทษที่ต้องโทร.มารบกวน”

            “คุณโยชิโอะมีอะไรเหรอคะ” ทำไมมือไม้สั่นตื่นเต้นขนาดนี้ นึกคำภาษาอังกฤษตะกุกตะกัก ต้องเป็นฝ่ายพูดเข้าประเด็นเสียเอง เพราะไม่อยากให้หนุ่มญี่ปุ่นขอโทษและอารัมภบทไปอีกยาว ถึงจะดีใจที่ได้คุยกับเขา แต่เวิ่นเว้อไปก็ไม่ดี

            “ครับ ผมสนใจจะสั่งซื้อพวงมาลัยของคุณอรดาน่ะครับ”

            คราวนี้หัวใจอรดาเกือบหยุดเต้น

 

26.10.20

(ต่อ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #46 fsn (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 20:15

    วงโคจรเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ นะ หนูออ

    #46
    0