หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 34 : บทที่ 13 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 ต.ค. 63

สัปดาห์นี้ของอรดาออกจะวุ่นวาย เพราะมีออเดอร์มาลัยเข้ามาหลายเจ้า เธอต้องหาคนรับช่วงทำมาลัยต่อตามไอเดียของไพรวรินทร์ พอเจอคนที่ทำงานละเอียดและสวยในมาตรฐานที่ต้องการก็อยู่ต่างจังหวัด แต่เป็นโชคดีที่ทางนั้นอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก วิ่งรถไปกลับแค่ห้าชั่วโมง ทำให้ต้องตัดสินใจใช้คนใกล้ตัว นั่นคือน้อย สามีของขวัญตา เธอว่าจ้างเขาหนึ่งวันในสัปดาห์หรือรอบสิบวันที่จะขับรถไปรับ คนทำเป็นนักศึกษาเพิ่งเรียนจบ ฝีมือดี ซ้ำยังพูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว สร้างความประทับใจให้อรดามาก วันนี้จะเป็นงานลอตแรกที่ส่งมา 

อั๋นส่งข่าวเรื่องที่สืบมาให้เพิ่มเติมอีก

‘โยชิโอะ ทานากะ ไม่มีพี่น้อง พ่อตายตั้งแต่สิบห้า เคนโตะเป็นลูกของลุงโคจิอิโร่ ส่วนซาโตชิเป็นลูกของ มาซาฮิโร ซึ่งเป็นอา ทั้งสามคนทำงานให้บริษัทเอซทูแคร์ที่ญี่ปุ่น ตำแหน่งเดิมก่อนย้ายมาเมืองไทยคือรองผู้จัดการฝ่ายการตลาด ซึ่ผู้จัดการคนปัจจุบันคือโคอิจิโร่ที่ย้ายกลับไปญี่ปุ่นแล้ว เคนโตะเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิต ส่วนซาโตชิเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์’

มีรายละเอียดเรื่องแผนผังองค์กรอีกพอสมควร อรดานั่งอ่านมาจนถึงถึงเรื่องอุบัติเหตุ

‘โยชิโอะประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ต้องทำศัลยกรรมและผ่าตัดสมองหลายครั้งในรอบสองปี หลังจากอาการเริ่มคงที่ ทาคุโร่ ทานากะ ประธานใหญ่ของเอซทูแคร์จึงส่งเขามาทำงานที่ประเทศไทย แทนที่โคจิอิโร่’

อรดาหยุด แล้วย้อนกลับไปอ่านใหม่ ‘ทำศัลยกรรม...’

ในข้อมูลบอกว่ากระดูกกรามแตก รวมทั้งสมองถูกกระแทกอย่างแรง

หน้าเรียวกว่าพี่ปุณ...

เธอตั้งข้อสังเกตนี้ไว้กับรุจี ว่าโยชิโอะไม่เหมือนปุณณัติซะทีเดียวตรงรูปหน้า เป็นไปได้ไหมว่าเกิดจากสาเหตุนี้

‘ผู้ชายคนนั้นเป็นทายาทบริษัทใหญ่นะ แกคิดว่าเขาเอาวิศวกรธรรมดาๆ อย่างพี่ปุณไปทำอะไร คิดสิ’

พอนึกถึงรุจีข้อสันนิษฐานของสาวหมวยเพื่อนรักก็ดังตามมา เหมือนเตือนไม่ให้ฟุ้งซ่านเกินไป 

เธอกำลังคิดแบบที่รุจีเตือน มีการสลับตัวแบบในละครอย่างนั้นเหรอ ในเมื่อโยชิโอะทานากะก็มีประวัติชัดเจน และวันที่ไปรับศพก็เห็นด้วยตาตัวเองว่าเขาคือปุณณัติ ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีตัวจริงตัวปลอมในเมื่อหน้าตาก็คือเขา กับแม่เขาก็อยู่ ทั้งคู่ยืนยันได้

นั่นสิ การที่ปุณณัติไปเป็นโยชิโอะจะเกิดประโยชน์กับใคร

อรดานั่งคิด แล้วมองไปบนผนังที่แขวนกรอบรูป ในนั้นมีมาลัยงานแต่ง ของชำร่วย การ์ด และภาพเล็กๆ น้อยๆ ใส่กรอบเก็บไว้ เธอได้ไอเดียนี้มาจากรุ่นพี่ โดยเลือกเก็บของที่ระลึกในงานนอกเหนือจากรูปถ่ายซึ่งเป็นของที่จับต้องได้ เพื่อให้มันคงไว้ไม่สูญไปกับกาลเวลา ตอนนั้นปุณณัติแซวแต่อรดาไม่สนใจ พอเอาใส่กรอบเขาก็กลับมาชมว่าสวยดี

ตอนนั้น เขาที่ปลายเตียง มองกรอบรูปนี้ เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จจึงสวมแค่กางเกงขาสั้น เธอเช็ดผมให้เขา 

‘ที่จริงมันก็ความคิดง่ายๆ มากนะ รับเก็บของใส่รูป แค่นี้ก็หาเงินได้แล้ว คนที่คิดได้แบบนี้ต้องหัวการค้าจริงๆ’

‘ไม่ต้องหัวการค้าก็ได้นะ แค่ขยันก็เปลี่ยนทุกอย่างเป็นเงินได้ เหมือนคนเก็บขยะขายไง’ เธอตอบ ชายหนุ่มเอียงคอ อรดายื่นหน้าเข้าไปหา พูดข้างหู ‘ไม่เหมือนพี่ปุณหรอก ขี้เกียจนอนตื่นสาย แบบนี้ใครเขาทำทองทิ้งไว้ก็ไม่มีทางเก็บทัน’

ปุณณัติหันมา ‘ขโมยคำพูดคุณย่ามา แบบนี้ไม่มีกึ๋นเลย’

‘คำพูดคุณย่าก็เหมือนคำพูดหลานนั่นแหละ’ เธอลอยหน้า เขาเลิกคิ้ว

‘แต่ถ้าไม่เพราะถูกว่ามาก่อน ออก็คงไม่เอามาว่าพี่หรอก...ใช่ไหม’

เขาสะบัดศีรษะทำให้หยดน้ำกระเซ็นใส่เธอ อรดาหัวเราะ ก่อนที่จะดุและให้เขานั่งนิ่งๆ จะได้เช็ดผมให้เสร็จ สายตาอรดาทอดไปทั่วแผ่นหลังของสามี ถึงท่อนแขนจะคล้ามแดดบ้าง แต่โดยทั่วไปเขาเป็นคนผิวขาวปนเหลือง กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างคนสุขภาพดี เธอยกมือลูบ เขาแกล้งทำคอย่น

‘ขี้เกียจนะเราเนี่ย’

‘อะไร ใครขี้เกียจ’ น้ำเสียงกวนๆ แบบที่ชอบใช้ประจำ อรดายิ้ม 

‘ก็หลักฐานความขี้เกียจมันฟ้องอยู่บนกลางหลังนี่ไง’ พูดแล้วก็เอานิ้วจิ้มกลางหลังเขา ‘ซุปเปอร์ขี้เกียจเลยเนี่ย’ อรดาเคยกางบนไหล่ปุณณัติ แต่ชายหนุ่มหันมารวดเร็ว ทำหน้าโกรธ

‘มั่วแล้ว พี่ไม่ใช่คนขี้เกียจสักหน่อย’

‘ไม่รู้’ เธอลอยหน้า ชายหนุ่มจับข้อมือหมับ 

‘รู้สิ จะพิสูจน์ให้เห็นนี่ไงว่า ขี้เกียจจริงไหม’

‘ว้าย พี่ปุณ ไม่...’

เขากดเธอลงบนที่นอน ตามไปหยอกล้อพูดคุยด้วยภาษารักแสนหวานที่เข้าใจกันสองคน

“ยายออ ของมาแล้ว มาดูสิ”

เสียงคุณย่าสมรดึงกลับมาจากภวังค์ อรดาเช็ดน้ำตา รีบลุกออกจากห้อง กรอบรูปของที่ระลึกชิ้นนี้เธอเอากลับมาจากบ้านปุณณัติ เพราะเมื่อไม่มีเขาแล้วขอกลับมาอยู่บ้านตัวเองดีกว่า และใช้เวลาไปเยี่ยมครอบครัวของเขาเท่าที่จะทำได้แทน

 

ที่ญี่ปุ่น

            คุมิโกะคุยโทรศัพท์กับฮิโรตะพี่ชายเรื่องสุขภาพของลูกชายที่อยู่ที่ประเทศไทย ได้รับคำบอกเล่าจากริกะว่าชายหนุ่มสบายดี อาการป่วยวันเปิดตัวสินค้าเป็นครั้งเดียวที่เกิดขึ้นตลอดช่วงหลายวันที่เธอไป วันกลับมาเขาก็ปกติ คุมิโกะได้คุยกับโยชิโอะแล้วแต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ จึงโทร.หาพี่ชายอีกครั้งเพราะเขาเองก็เป็นหมอ

            “โยชิโอะบอกว่าปวดหัว แบบนี้จะมีผลอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่น่าจะเป็นอะไรนะ บางทีก็อาจจะเป็นแค่ผลกระทบจากการผ่าตัดเหมือนครั้งก่อน แต่ถ้าไม่แน่ใจ ลองบอกให้เขาสแกนสมองดู”

            “ถ้าบอกไปโยชิโอะคงไม่ชอบแน่” เธอพูดแล้วถอนใจ

            “อย่ากังวลไปเลย บางก็เป็นที่อากาศ ได้ยินว่าที่นั่นอากาศร้อน แล้วโยชิโอะก็ทำงานหนัก คงเครียดน่ะ”

            “ถ้าแค่นั้นก็ดีไป ฉันกลัวว่ามันจะเป็นเพราะตัวเขาอาจจจะ...”

            “ไม่หรอกน่า” ฮิโรตะพูดแทรกทันที “บอกแล้วว่าอย่าคิดอะไรให้มันเกินไป ถ้าเธอไม่มั่นใจสักคน โยชิโอะเห็นก็คงไม่สบายใจด้วย เชื่อฉันสิ ไม่มีอะไรหรอก”

            คุมิโกะนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ก็ได้ ฉันเชื่อพี่ ถ้างั้นแค่นี้นะคะ”

 

            ซาโตชิกลับมาพร้อมของฝากจากเมืองไทย โดยเฉพาะพวงมาลัยดอกไม้ประดิษฐ์ที่ทำให้สมาชิกทานากะตื่นเต้น แม้ว่าทุกคนจะมีของฝากครบแต่ก็ให้ความสนใจและพากันชื่นชมงานฝีมือที่สวยงดงามขนาดนี้กันเป็นพิเศษ รวมทั้งของโคอิจิโร่ซึ่งซาโตชิได้เห็นพร้อมทุกคน

            มันคือดอกไม้ที่ทำออกมาเป็นรูปร่างเหมือนสัตว์ตัวเล็กเกาะกิ่งไม้ อยู่ในกรอบไม้กรุกระจก ลักษณะเหมือนกระรอกที่ส่วนตัวทำจากดอกไม้สีขาว หางเป็นดวงคือดอกไม้สีบานเย็น เกาะอยู่บนช่อดอกเบญจมาศสีเหลืองอร่ามซึ่งเป็นของประดิษฐ์เช่นกัน

            “นี่เอง กระแตเกาะกิ่งแก้ว” ซาโตชิรำพึงอย่างตื่นเต้น คนอื่นหันมามอง เขาจึงอธิบายความหมายให้ฟัง “คุณอรดาเคยทำไปให้โยชิโอะครับ ริกะเล่าให้ฟัง” 

 

(ต่อ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #45 fsn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 21:05

    คุณซาโตซิ คือจุดประเด็นซะแล้ว

    #45
    1
    • #45-1 BabyRed (จากตอนที่ 34)
      23 ตุลาคม 2563 / 13:55
      น่าติดตามซาโตชิค่ะ

      ขอบคุณสำหรับการติดตามมาโดยตลอดนะคะ
      #45-1