หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 32 : บทที่ 12 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 ต.ค. 63

‘สวัสดีครับ ผมซาโตชิที่คุยกันวันก่อน จำได้ไหมครับ ผมสนใจจะสั่งพวงมาลัยครับ’

เขาพิมพ์มาเป็นภาษาอังกฤษที่อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความสุภาพในทุกตัวอักษร อรดายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วพิมพ์ข้อความตอบ 

‘สวัสดีค่ะ คุณซาโตชิ จำได้ค่ะ สนใจเป็นพวงมาลัยแบบไหนคะ ยังเป็นแบบช่อเอื้องเหมือนเดิมไหม’ อรดาสั่งสะกดคำว่าช่อเอื้องอย่างไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่ เสร็จแล้วก็เดินไปที่ครัว ขวัญตาบอกว่ามีน้ำดอกอัญชัณ เธอหยิบแก้วมาเติมน้ำแข็ง และเทน้ำสมุนไพรสีน้ำเงินนั้นลงไป เขย่าแก้วรอให้ความเย็นแผ่ทั่วถึงแล้วมองหาของกินเล่น นึกได้ว่ามีขนมเค้กที่วลีรักษ์แบ่งมาให้อยู่ชิ้นหนึ่งที่เก็บไว้ในตู้เย็น จัดการใส่จานแล้วเดินถือไปที่ศาลา

มีข้อความใหม่มาเข้ามาในกล่องข้อความ

‘ผมซาโตชิ ขอโทษนะครับที่ส่งข้อความมาในนี้ เกรงว่าคุยบนสเตตัสจะเป็นการรบกวนลูกค้าคนอื่นน่ะครับ’

สุภาพอะไรขนาดนี้ เธอตอบไปว่าไม่เป็นไร ‘คุณซาโตชิจะสั่งพวงมาลัยใช่ไหมคะ แบบไหนคะ’

‘ผมเซฟภาพไว้แล้ว เอ่อ จะเป็นการรบกวนเกินไปไหมครับ ถ้าจะคุยทางไลน์’

อรดาตอบทันทีอย่างไม่คิดอะไร เพราะเธอก็ชอบคุยทางไลน์มากกว่าเหมือนกัน เป็นความสะดวกไม่ว่าจะเป็บการเก็บประวัติการสนทนา การส่งรูป หรือแม้แต่การส่งสติกเกอร์

ที่โปรแกรมไลน์เขาก็ใช้ชื่อเหมือนในอินสตาแกรม แต่ภาพที่ลงเป็นภาพที่ถ่ายในมุมก้มหน้า ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะสักแห่งในโลก เขาเป็นคนที่ดูดีทีเดียว

ทั้งคู่สนทนากันโดยใช้ภาษาอังกฤษ ซาโตชิส่งภาพมาลัยช่อเอื้องที่เขาอยากได้มาให้ดู อรดาบอกว่าประมาณสามวัน เพราะตอนนี้มีออเดอร์ก่อนหน้าเขาสองคิว และเธอต้องสั่งซื้อดอกไม้ลอตใหม่มาคัดอีก

‘ได้ครับ เอาที่ทางคุณอรดาสะดวกเลย’ เขาตอบ ‘ปกติทำเสร็จแล้วส่งลูกค้ายังไงครับ ทางไปรษณีย์หรือมารับเอง’

‘มีทั้งสองแบบค่ะ ถ้าอยู่ในกรุงเทพใกล้ๆ บางทีก็นัดเจอ ถ้าอยู่ ต่างจังหวัดใกล้ๆ ก็เลือกใช้ขนส่งเอกชน’

‘มีต่างประเทศไหมครับ’

‘ตอนนี้ยังไม่มีส่งไปค่ะ มีแต่ลูกค้าชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย’ พอพิมพ์ถึงตรงนี้อรดาก็นึกขึ้นได้ ‘คุณซาโตชิคะ เรื่องพวงมาลัยดอกไม้สด ฉันเกรงว่าทางคุณจะเอาเข้าประเทศไม่ได้’

‘เอ๊ะ เหรอครับ’ เขามีสติกเกอร์ตกใจส่งต่อท้ายมา เป็นรูปนกเพนกวิน อรดาอดขำไม่ได้ 

‘น่าจะเป็นหนึ่งในของที่มีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อน่ะค่ะ ดอกไม้ พันธุ์ไม้ หรือเมล็ดพันธุ์พืช’ อรดาพิมพ์ขี้แจง นึกคำศัพท์ไปพลาง ‘เพราะฉันเคยจะทำขนมส่งไปให้คุณโคอิจิโร่ก็ยังไม่ได้เลย ต้องเปลี่ยนเป็นส่งอีเมล์ไปขอบคุณ’

‘คุณอรดาทำขนมได้ด้วยเหรอครับ’ คราวนี้มีเครื่องหมายตกใจ

‘ไม่ค่ะ พูดผิด พี่สาวทำน่ะค่ะ ฉันทำไม่เก่ง ไม่อร่อยเลย’ เธอกล้าที่จะส่งสติกเกอร์ทำท่าเหงื่อตกไปบ้าง ‘แล้วเรื่องพวงมาลัย...คงไม่ผ่านตม.จะยังสั่งทำไหมคะ’

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง คงกำลังคิดอยู่ ‘ผมอยากได้จริงๆ ครับ ทำยังไงดีนะ’ 

อรดาก็พยายามคิด แต่ยังไม่กล้าเสนอเอง กระทั่งเขาถามขึ้นมา

‘ปกติพวงมาลัยดอกไม้แบบนี้อยู่ได้กี่วันครับ’

‘ประมาณสามถึงห้าวันค่ะ วันที่สี่ก็จะเริ่มแห้งแล้ว...’ จังหวะนั้นเองมีความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองไป เธอคิดว่าจะเสนอให้เขาดีหรือเปล่า เพราะตัวเองก็ไม่เคยทำมาก่อน

‘ผมชอบความละเอียดนี้มาก เอาดอกไม้ดอกเล็กๆ มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นกลุ่มก้อนเส้นใหญ่ แถมยังสลับสีใส่ลวดลายได้อีก โดยเฉพาะตัวที่เป็นเหมือนงูยักษ์ตัวนั้น น่าทึ่งมากครับ’

อรดาอธิบายว่าเป็นมาลัยนาคี เธอภูมิใจมากเพราะไม่ค่อยมีคนทำ งานชิ้นนี้คุณย่าสมรตั้งใจถ่ายทอดให้เธออย่างสุดฝีมือ

‘คุณซาโตชิคะ ฉันมีไอเดียมาเสนอค่ะ ถ้าคุณอยากได้พวงมาลัยจริงๆ’

‘ได้เหรอครับ บอกมาเลยครับ แต่ว่า ถ้าไม่ใช้ดอกไม้ จะใช้อะไรทำครับ หรือเป็นดอกไม้แห้ง แต่ก็ไม่น่าจะผ่านตม.เหมือนกันใช่ไหมครับ’

อรดารู้สึกได้ถึงความเป็นเด็กในประโยคเหล่านี้ ‘ฉันกำลังคิดว่าจะหาวัสดุอื่นมาทำแทนค่ะ อาจจะเป็นดอกไม้ปลอม หรืออะไรที่คล้ายๆ กัน เช่นผ้า’

‘ผมว่าดอกไม้ปลอมอาจจะไม่ละมุนเท่า แต่ผมชอบผ้าที่เขามาตัดเป็นดอกไม้ หรือไม่ก็กระดาษ’

โอ๊ะ หญิงสาวร้องในใจ จริงด้วย กระดาษ... ‘กระดาษน่าสนใจมากค่ะ’ เธอพิมพ์สนับสนุน ในหัวครุ่นคิดเร็วจี๋ วินาทีแรกนึกถึงกระดาษที่ใช้พับนกกระเรียน มีหลายสีหลายแบบ 

‘ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันขอเวลาไปหาข้อมูลสักครู่นะคะ ถ้าทำได้จะมาคอนเฟิร์มอีกทีค่ะ แต่ว่าต้องออกตัวก่อนว่าฉันไม่เคยทำมาก่อน’

‘ไม่เป็นไร ตามสบายเลยครับ ขอโทษด้วยที่ผมชวนคุณคุยอยู่นาน ถ้าไม่ได้จริงๆ ไม่เป็นไรนะครับ ผมเข้าใจ’

‘จะพยายามค่ะ’ อรดาตอบ ‘เดี๋ยวฉันจะแจ้งอีกทีนะคะ ขอบคุณที่สนใจผลงานของฉันกค่ะ’

‘ขอบคุณเช่นกันครับ’

พอพิมพ์จบอรดายังเปิดค้นหาวัสดุที่ใช้ทำแทนดอกไม้สดอยู่พักหนึ่งจนคุณย่าเดินมา

“ทำเสร็จแล้วรึ”

เธอสะดุ้ง นึกขึ้นได้ว่างานยังค้างอยู่ มัวแต่ตื่นเต้นกับออเดอร์ใหม่ ได้แต่ยิ้มแหย วางมือจากโทรศัพท์แล้วลำดับขั้นตอนร้อยมาลัยใหม่ ต้องทำมาลัยคาดก่อน สักชั่วโมงหนึ่งน่าจะเตรียมเสร็จ ก่อนจะร้อยตัวมาลัย ระหว่างนั้นอาจจะแวะหาข้อมูลได้สักสิบนาที

 

“วันอาทิตย์นายมีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่า

โยชิโอะถามซาโตชิขณะกินมื้อเย็นตอนค่ำวันพฤหัส ซึ่งวันนี้ชายหนุ่มเจ้าสำราญมาเป็นแขกโดยมีริกะทำอาหารให้ และเธอก็นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย เมนูวันนี้มีซาซิมิชุดใหญ่ซึ่งเธอสั่งมาจากร้าน ส่วนซุปมิโซะ เต้าหู้ซอสพอนสึ และซุชิไข่หวานกับแคลิฟอร์เนียมากิเธอทำเอง 

“ไม่มีนะ ทำไมเหรอ”

“จะชวนไปอยุธยา นายยังไม่ได้ไปนี่”

ซาโตชิทำท่าคิด แต่แล้วก็ส่ายหน้า “ขอโทษที ฉันว่าจะกลับญี่ปุ่นแล้วน่ะ”

“อ้าว ทำไมรีบกลับล่ะ นายเพิ่งมาสี่วันเอง” 

“พอดีมีธุระด่วน ต้องไปช่วยพ่อเคลียร์น่ะ นายไปกับริกะสิ”

โยชิโอะยิ้มนิดๆ “ริกะก็จะกลับวันเสาร์แล้ว”

“อ้าวเหรอ” เขาหันไปมองริกะ “ถ้างั้นเราก็กลับพร้อมกันได้นี่ ใช่ไหม”

สีหน้าริกะตกใจ แต่ก็รีบกลบเกลื่อน “แต่ว่า ซาโตชิซังจะกลับวันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอคะ”

“ผมยังไม่ได้กำหนดแน่นอน ถ้าริกะกลับวันเสาร์ผมก็กลับได้ ว่าแต่ริกะเองก็ด้วย ผมคิดว่าจะอยู่นานเสียอีก นานๆ ได้เจอโยชิโอะสักที”

หญิงสาวหลุบตามองปลายตะเกียบ ตอบง่ายๆ แต่น้ำเสียงเจือความผิดหวัง

 “พอดีคุณแม่ไม่ค่อยสบายค่ะ ต้องรีบกลับไปดูแลท่าน”

 อย่างนั้นนี่เอง”

“ฉันก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน เลยชวนนายมากินข้าวเย็นด้วย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะให้คุณดวงอนงค์จองตั๋วให้”

“เหรอ ถ้างั้นให้เลขานายจองเผื่อฉันด้วยสิ รบกวนเกินไปหรือเปล่า”

โยชิโอะนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “ได้สิ ไม่มีปัญหา ดีเหมือนกัน ริกะจะได้มีเพื่อน”

ซาโตชิเห็นมือที่ถือตะเกียบของริกะกำแน่น

“โอเคนะริกะ” ชายหนุ่มหันไปถามคนรัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นด้วยกิริยาตื่นๆ เล็กน้อย

“ค่ะ” เธอตอบเท่านั้น

“ขอบใจนะโยชิโอะ”

“อื้ม”

ชายหนุ่มสองคนคุยกันด้วยประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ก่อนหัวข้อเรื่องจะเปลี่ยนไปเป็นอาหาร เรื่องงาน และอาการป่วยของมารดาริกะ จนเวลาล่วงเลยไปจนสี่ทุ่ม ซาโตชิถึงได้ขอตัวกลับ

 

อรดาส่งข้อความไปหาซาโตชิแต่เช้า ไม่ลืมทักทายและกล่าวคำขอโทษที่รบกวนเวลา เธอตอบตกลงว่าสามารถทำพวงมาลัยโดยไม่ใช้ดอกไม้สด แต่เป็นดอกไม่ประดิษฐ์จากกระดาษสา ส่วนดอกพุดหรือมะลิเป็นของปลอม แต่ให้ความรู้สึกคล้ายกับของจริงมาก โดยที่เธอส่งรูปที่มีคนทำแบบสำเร็จแล้วไปให้ดูด้วย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ตั้งใจว่าจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปซื้อวัสดุด้วยตนเอง แต่ยังถอดเสื้อไม่เสร็จข้อความก็เข้ามา

‘เหมือนจริงมาก ตกลงครับคุณอรดา ผมเอาแบบนี้เลย ราคาเท่าไหร่ครับ’

อรดาหัวเราะแห้งอยู่คนเดียว ใจหนึ่งดีใจที่สามารถทำให้เขาได้พวงมาลัยสมดังหวัง แต่ก็อดขำไม่ได้ในความตรงไปตรงมา แต่เธอก็บอกราคาไปโดยใช้ราคาที่รู้มาเป็นฐาน โดยบอกเป็นตัวเลขโดยประมาณ

‘พอดีวันนี้ฉันจะไปซื้อวัตถุดิบค่ะ เดี๋ยวถ้าตั้งราคาที่แน่นอนได้แล้วจะรีบแจ้งคุณซาโตชินะครับ’

‘ได้เลยครับ ขอโทษด้วยครับ ผมใจร้อนไปหน่อย’ เขาส่งสติกเกอร์คำว่าซอรี่มาให้ แล้วก็มีประโยคถัดมา ‘ไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ครับ พอจะเป็นวันเสาร์นี้ได้ไหมครับ’

เหย อะไรจะใจร้อนขนาดนั้น ยังไม่ทันพิมพ์ตอบเขาก็ส่งข้อความกลับมา

‘ขอโทษด้วยครับที่ฉุกเฉินไปหน่อย พอดีผมมีกำหนดครับญี่ปุ่นวันเสาร์นี้แล้วน่ะครับ’ เขาส่งรูปการ์ตูนก้มหัวมาให้อีก ‘ตอนแรกคิดว่าจะอยู่อีกหลายวัน พอดีมีธุระด่วนที่ญี่ปุ่น ขอโทษด้วยนะครับ’

‘คุณซาโตชิออกเดินทางวันเสาร์‘ช่วงไหนคะ พอทราบเวลาไหม’

เขาบอกเวลาเครื่องออกพร้อมสนามบินมา ซึ่งเป็นตอนค่ำ อรดายิ้มได้ ‘ถ้างั้นก็น่าจะทันค่ะ เดี๋ยวฉันเอาไปให้คุณที่สนามบินเลยก็ได้ เพราะจากบ้านฉันไปสนามบินขึ้นทางด่วนแป๊บเดียวค่ะ’

‘ต้องขอบคุณมากๆ เลยครับคุณอรดา ขอโทษด้วยนะครับที่เร่งรัดไปหน่อย’

‘ยินดีค่ะ ปกติแล้วใช้ดอกไม้สดทำมาลัยช่อเอื้องหนึ่งพวงก็ใช้เวลาประมาณนี้อยู่แล้ว อันนี้เป็นดอกไม้ประดิษฐ์น่าจะไม่นานกว่า’ เธอเหลือบดูเวลา ‘เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ จะรีบไปซื้อวัตถุดิบ แล้วเรื่องราคาจะแจ้งอีกทีค่ะ’

‘ได้ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ’

‘ขอบคุณเช่นกันค่ะคุณซาโตชิ’

 

1. Speakeasy คอนเซปต์หลักของค็อกเทลบาร์ที่ได้มาจากชื่อ สถานลึกลับสำหรับการลักลอบขายเหล้าเถื่อนในยุค Prohibition ช่วงปีค.ศ. 1920-1933 ของสหรัฐอเมริกา

 

(จบ)

14.10.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #43 fsn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 21:33

    ริกะเครียดจังเลย

    #43
    0