หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 23 : บทที่ 9 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 ก.ย. 63

“เอ้อ ฉันชอบพรีเซนเตอร์สินค้าของนายนะ สวยดี”

โยชิโอะคีบผักดอง “ก็ได้ชื่อว่าเป็นนางเอกนะ อาจจะไม่ดังมาก แต่ก็มีแฟนคลับเยอะ”

“ไม่ๆ ฉันหมายถึงคนก่อนหน้านี้ ของแอลทูแคร์น่ะ สวยดี”

ริกะหูผึ่ง พอรู้ว่าซาโตชิหมายถึงใคร แต่เธอเก็บกิริยาด้วยการยกถ้วยชาขึ้นดื่ม

“อ้อ คุณอรดา”

“ชื่ออะไรนะ”

“อรดา” โยชิโอะออกเสียงให้ซาโตชิฟังช้าๆ ริกะขยับตัว มองไปรอบร้าน แต่จุดประสงค์ก็คืออยากจะเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่นั่งข้างกัน แต่ใบด้านหน้าข้างของเขาเรียบเฉย

“อรดา” ซาโตชิทวนคำบ้าง “สวยดีนะ ตากลมโต ดูมีเสน่ห์จัง” เขากระดกเบียร์ “เห็นว่านายเลือกมาเหรอ”

คราวนี้ริกะไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้มองโยชิโอะได้ ชายหนุ่มส่ายหน้า

“ลุงโคอิจิโร่เลือกน่ะ”

“แล้วตอนที่เป็นพิธีกรในงานเปิดตัวมายซันเดย์ใครเลือก คุณลุงเหรอ แต่คุณลุงกลับญี่ปุ่นมาก่อนแล้วนี่”

โยชิโอะชะงักมือที่ถือแก้วเบียร์เล็กน้อย “ที่จริงคุณลุงเกริ่นเอาไว้แล้วว่าจะให้เธอทำ ฉันก็แค่แต่ก็จบงานต่อเท่านั้น” เขากระดกเบียร์ อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ

“แสดงว่าเธอเป็นทั้งพรีเซนเตอร์และพิธีกรเลยเหรอ เก่งนะ ไม่ใช่นักแสดงใช่ไหม”

โยชิโอะส่ายหน้า เริ่มอึดอัดที่ญาติรุ่นน้องพูดถึงแต่ผู้หญิงคนนั้นขณะที่ริกะนั่งอยู่ข้างๆ เป็นสถานการณ์ที่เหมือนถูกจับผิดมากกว่าพูดคุย ถึงจะรู้ว่าซาโตชิเป็นคนชอบสาวสวยอยู่แล้วก็ตาม

“นายชอบเหรอ” เขาตัดสินใจถามกลับ อีกฝ่ายฉีกยิ้ม

“ตั้งแต่เห็นในโฆษณาก็สะดุดตาเลย ตั้งใจจะถามนายแล้วว่าเลือกเธอมาจากไหน” ซาโตชิตอบยิ้มๆ “เธอเหมาะกับผลิตภัณฑ์เรามากนะ สวยสดใส ดูสุขภาพดี ไม่ประดิษฐ์หรือแสดงออกมากไป ถ้าเธอเป็นนักกีฬาด้วยนะเยี่ยมเลย”

“ทำไม”

“ให้เธอมาถ่ายผลิตภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นบ้างสิ ไลน์กีฬาของฉันน่ะ แต่คงไม่ได้หรอกใช่ไหม เพราะจะทับซ้อนกัน ฉันพูดไปอย่างนั้นแหละ เธอสวยดี” ซาโตชิพูดเองสรุปเองแล้วดื่มเบียร์หมดแก้ว โยชิโอะไม่ได้ตอบอะไร ริกะจึงเอ่ยขึ้น

“โยชิคุงเอาเบียร์อีกไหม”

เจ้าตัวส่ายหน้า หญิงสาวจึงหันไปหาชายอีกคน “ซาโตชิซังล่ะ”

แทนที่จะตอบทันที ซาโตชิกลับยิ้มอยู่อย่างนั้น จนริกะงง “ซาโตชิ”

เจ้าของชื่อหัวเราะหึหึ ก่อนจะส่ายหน้า “พอดีกว่า ผมอยากกลับไปนอนแล้ว”

“มีโปรแกรมไปไหนรึเปล่า” โยชิโอะถาม

ซาโตชิโคลงศีรษะ “ยังไม่รู้เลย อาจจะพัทยามั้ง ยิ้มอะไรเหรอครับริกะ”

หญิงสาวสะดุ้ง ทั้งที่เธอก้มหน้าลงแล้วแต่เขายังตาไวพอจะเห็นว่าเธอลอบยิ้ม นั่ทำให้โยชิโอะมองมาด้วย สายตาของเขาไม่บอกอารมณ์แต่เธอรู้สึกหน้าร้อนวูบที่ทำตัวเสียมารยาท

“ฉันเดาไว้ในใจน่ะค่ะว่าซาโตชิซังอาจจะไปพัทยา พอพูดออกมาก็เลยอดยิ้มไม่ได้ที่ตัวเองทายถูก”

คนอยากไปพัทยาโน้มตัวมาข้างหน้า จ้องคู่สนทนาจริงจัง “ริกะนี่รู้ใจผมจังเลยนะครับ”

ริกะชะงัก ยังไม่ทันตอบอะไรอีกฝ่ายก็หันไปมองชายที่เป็นญาติผู้พี่ “ดีจังนะโยชิโอะ ที่ริกะเป็นคนเอาใจใส่คนอื่นขนาดนี้ เธอคงรู้ใจนายทุกอย่าง นายนี่น่าอิจฉาจริงๆ เลย”

พูดจบก็หยิบขวดเบียร์มาจะเท แต่พอว่าหมดแล้วก็ร้องอ้าว 

“จริงด้วย หมดแล้วนี่นา งั้นกลับกันเถอะ” เขาตัดบท โยชิโอะเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ขณะที่ริกะกำมือแน่น รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั้งร่าง

รู้ใจทุกอย่าง...

            เมื่อได้ยินคำนี้เหมือนมีดกรีดแทงใจ นั่นน่าจะเป็นก่อนเวลาที่คู่หมั้นของเธอจะประสบอุบัติเหตุน่าจะถูกต้องที่สุด เพราะตอนนี้ บางครั้งเธอรู้สึกว่าไม่เคยรู้จักโยชิโอะมาก่อน

            เหตุผลที่เธอไม่อยากมาเจอซาโตชิก็คือเรื่องนี้

            

            อรดาลองตั้งราคาขายพวงมาลัยในอินสตราแกมของเธอ ปรากฏว่ามีคนสนใจเข้ามาขอซื้อมากกว่าที่คิด จนต้องเปิดบัญชีใหม่สำหรับขายมาลัยโดยเฉพาะ จนถึงตอนนี้นับได้แปดชิ้น ต้องใช้เวลาเกือบยี่สิบวันเลยทีเดียวในการทำแต่ละชิ้น ซึ่งเมื่อคุณย่ารู้ว่าเธอทำขายก็มานั่งดู อย่างวันนี้ตอนแรกก็แค่คัดดอกมะลิ ทำไปทำมาก็เย็บดอกข่าให้ด้วย 

“ออกจากงานมาร้อยมาลัยขายแบบนี้คิดดีแล้วใช่มั้ยว่าจะรุ่งกว่า”

ปากพูด มือก็ร้อยดอกรักทำอุบะ ถึงแม้อรดาจะบอกว่าไม่ต้อง แต่หญิงชราก็นั่งทำหน้าตาเฉย 

“ร้อยมาลัยไม่ใช่งานหลักค่ะตอนนี้ ยังมีงานพิธีกรหรือพรีเซ็นเตอร์บ้าง”

“คิดว่าดีกว่างานที่ทำกับพี่อุ้ยหรือ”

อรดาเงียบ “นี่พ่อแม่เธอรู้หรือยังว่าออกงานจากมาร้อยมาลัยขาย”

            “รู้ว่าออกจากงานแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกเรื่องร้อยมาลัยค่ะ ที่คุยกันล่าสุดก็ตั้งแต่เดือนที่แล้ว” 

พ่อกับแม่ของอรดามีรีสอร์ตอยู่ที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นที่ๆ พ่อกับแม่ย้ายไปตั้งตัวตั้งแต่ยังไม่คลอดเธอ พอคิดถึงบุพการีก็ชวนให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ สมัยพ่อเรียนมหาวิทยาชอบออกค่ายอาสา ต้องขึ้นเหนือบ่อย วันหนึ่งพ่อก็หนีออกจากบ้านไป ก่อนจะส่งจดหมายมาขอโทษคุณย่าและเล่าเรื่องทั้งหมดว่า พ่อคบหาผู้หญิงคนหนึ่งและเธอกำลังท้อง พ่อเป็นลูกคนเดียวด้วยความกลัวว่าคุณย่าจะโกรธและอาจจะโดนพรากจากกันเพราะความแตกต่างเรื่องวงศ์ตระกูลและฐานะ พ่อจึงเลือกอยู่กับแม่ ย้ายหนีไปที่น่านเพราะรู้จักรุ่นพี่ที่พอช่วยเหลือกันอยู่ เหนื่อยอยู่หลายปีจนตั้งตัวได้ และในที่สุดก็ส่งเธอมา ทำหน้าที่ทูตสันตวไมตรีผสานแผลใจในฐานะหลานสาว เธอมาอยู่ที่ตั้งแต่อายุสิบสาม กำลังเป็นวัยรุ่นหัวร้อน แต่ด้วยการแบกความหวังหมู่บ้านพ่อกับแม่ รวมทั้งมีพี่อุ้ย หลานอีกคนของคุณย่าซึ่งเป็นพี่สาวที่น่ารัก ใจเย็น เป็นมิตรและดูแลอรดาอย่างดี ทำให้อดทนจนทุกผ่านมาได้

คนเป็นย่าถอนใจ “เอาเถอะ ในเมื่อตัดสินใจลาออกมาแล้ว ยังไงก็ตั้งใจทำงานปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกัน”

“ค่ะ”

คุณสมรรู้สึกว่าหลานสาวตัดสินใจโดยไม่คิดให้รอบคอบ แต่ก็ไม่อยากเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการมากไปนักเพราะในใจยังรู้สึกสงสารที่ต้องเจอเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา การสูญเสียสามีไปทั้งที่เพิ่งแต่งงานได้แค่สัปดาห์เดียวเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ

หญิงชราร้อยอุบะเสร็จไปอีกหนึ่งขา วางเรียงกันไว้ เอื้อมไปหยิบผลงานที่อรดาทำเสร็จไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 

“ช่อเอื้องตรงนี้มันเบี้ยวไปนิดนะ แก้เถอะ ส่วนมาลัยคาดอันนั้นสวย ทำบ่อยๆ ฝีมือก็พัฒนาขึ้นเยอะ”

“ขอบคุณค่ะ” อรดาพร้อมตอบอย่างดีใจ ถึงจะไม่เห็นด้วย แต่คุณย่าจะมาช่วยดูและติชมตลอด เรื่องทำขนมครั้งก่อนก็เหมือนกัน เธอไปขอให้ขวัญตาช่วยเพราะไม่กล้ารบกวนคุณย่า แต่พอคุณย่าเห็นก็มาลงมือเอง ให้เหตุผลว่าขืนปล่อยให้ทำเองคนเดียวแล้วไม่อร่อยขึ้นมาก็เสียชี่อคนสอนหมด

“ที่ต้องมาคอยดูเนี่ยเพราะว่าไม่ไว้ใจ ขืนออกมาแล้วแย่ได้ขายหน้าแน่ๆ เพราะนี้ทำขายเชียวนะ”

            อรดาได้แต่ยิ้ม พรุ่งนี้จะต้องส่งหนึ่งพวง เหลือแค่งานในมือ แล้วก็ประกอบรวมกันก็เป็นอันเสร็จ เตรียมจัดส่ง

            “ยิ้มอะไร”

            “ออนึกถึงสมัยก่อนค่ะ ที่ดื้อกับคุณย่า”

            คุณสมรเหยียดยิ้ม “ย่าไม่เห็นอยากจะนึกถึง เด็กหัวโตผอมกะหร่อง เถียงคำไม่ตกฟาก ให้ทำอะไรก็หน้าบูดหน้างอ”

            อรดาหัวเราะ ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อนเธอไม่อารมณ์ดีแบบนี้แน่ๆ แต่จนถึงบัดนี้คุณย่าก็ยังไม่รู้เรื่องเธอปลอมตัว ถูกสั่งสอนให้คิดถึงชื่อเสียงวงตระกูล จะทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง ตอนนี้ที่ยอมให้เป็นพรีเซนเตอร์ พิธีกร ก็เพราะบริษัทที่ทำไม่ใช่ไก่กา และการแต่งกายก็ไม่ได้น่าเกลียดหรือโป๊เกินไป

“นี่ขนาดไม่อยากนึกถึงนะคะเนี่ย” เธอเสียบดอกรัก แล้ววัดความยาว อีกประมาณหนึ่งเซนติเมตรน่าจะได้

            “แล้วจะกลับไปหาพ่อกับแม่อีกเมื่อไร ตั้งแต่ไม่ได้ทำงานนี่ยังไม่ได้ไปเลยใช่ไหม”

            หลานสาวส่ายหน้า “ยังไม่มีแผนเลยค่ะ ตอนนี้กำลังสนุกขายมาลัย เดี๋ยวออจะดูตัวเงินว่าออกมาได้คุ้มหรือเปล่า ถ้าดีจะทำต่อ ถ้าไม่ บางทีอาจจะไปกลับไปพักช่วงปีใหม่ค่ะ”

เธอไม่ชวนคุณย่าเพราะอีกฝ่ายไม่เดินทางไกลๆ นานแล้ว จะเป็นบิดามารดาของเธอมากกว่าที่ลงมาหาในช่วงวันเกิดเนื่องจากช่วงเทศกาลจะต้องอยู่รับนักท่องเที่ยว

            “อืม ไปพักผ่อนซะบ้างก็ดี”

            หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะ เข้าใจความหมายของประโยคนั้น ตั้งแต่ต้นปีเธออยู่แต่ที่บ้าน คุณย่าเองก็เช่นกัน ทั้งการมานั่งตรวจดูมาลัยที่เธอร้อย นั่นคือความห่วงใยกลายๆ มาลัยกร อุบะดอกข่าเก้าสายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมหากล่องใส่เตรียมจัดส่ง 

            “คุณย่าคะ”

            “ว่ายังไง”

            “คุณย่าเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ไหมคะ”

 

จบ

14.9.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น