หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 22 : บทที่ 9 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    10 ก.ย. 63

โคอิจิโร่ดูภาพงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่ประเทศไทยที่เลขานุการรวบรวมมาให้ รวมทั้งรายชื่อห้างร้านที่รับไปจำหน่าย การได้พรีเซนเตอร์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสามารถทำข้อตกลงกับคู่สัญญาได้ครอบคลุมเป้าหมายทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าสำหรับคนเล่นกีฬาที่ได้พรีเซนตอร์เป็นนักกีฬาทีมชาติหน้าตาหล่อเหลาเรียกความสนใจได้มากทีเดียว

            มีเสียงเคาะประตูห้องแล้วเปิดออก เคนโตะเดินเข้ามา

            “คุณพ่ออยากเจอผมเหรอครับ”

            บิดาพยักหน้าเชิงให้นั่ง เวลาตอนนี้เลิกงานแล้ว แต่สองพ่อลูกยังเลือกคุยกัน โคอิจิโร่ส่งข้อความไปบอกลูกชาย เขายื่นไอแพดให้ อีกฝ่ายรับไปเปิดดู สีหน้าเคร่งขรึมลง

            “แค่เปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คนมาเยอะขนาดนี้ แสดงว่าเรื่องคราวก่อนไม่มีผลเลยสินะครับ”

            เคนโตะหมายถึงข่าวเรื่องการจับกุมเนตไอดอล

            “เป็นผลมาจากการที่เจ้านั่นตัดสินใจแถลงข่าวเรียกคืนสินค้ามากกว่า” โคอิจิโร่ตอบเสียงขุ่น “ร้ายนะเจ้านั่น เอาตัวรอดไปได้ ฉันยังคิดว่ามันจะแก้ไขยังไง เพราะต้องเปิดสินค้าใหม่ในสถานการณ์แบบนี้ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกระเทือนสมองมากเท่าที่คิด”

            เคนโตะแค่นยิ้ม “แบบนี้คงเรียกคะแนนจากคุณปู่ได้ไปอีกตามเคย”   

            “ต้องยอมให้มันได้ไป เรื่องของเราจะได้จบ” บิดาตอบ “ทางแกมีอะไรไหม”

            อีกฝ่ายเอนตัวพิงพนัก “ก็แค่...ซาโตชิจะไปเมืองไทย”

            “ซาโตชิน่ะเหรอ”

            “ครับ เห็นบอกว่าลาพักร้อน”

            โคอิจิโร่หัวเราะหึหึ “ตามเคย เจ้านั่น วันหยุดทีไร ไม่เคยอยู่โตเกียวเลย คราวนี้ไปถึงเมืองไทยซะด้วย” เขาพูดถึงหลานชายที่เป็นคนเจ้าสำราญเข้าขั้นเพลยบอยคนหนึ่ง 

            “ซาโตชิจะไปเจอโยชิโอะใช่ไหมครับ”

            “ก็แน่อยู่แล้ว เจ้านั่นตามติดโยชิโอะจะตาย ว่าอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปหมด โยชิโอะได้คะแนน มันก็ได้ด้วย มันฉลาดเรื่องแบบนี้”

            คราวนี้เคนโตะหัวเราะบ้าง ท่าทางผ่อนคลาย “เราต้องคอยดูด้วยไหมครับ”

            โคอิจิโร่ หมุนเก้าอี้ “ไม่ต้องหรอก ไม่ได้อะไรมากกว่าไปแถวผับบาร์ เสียเวลาเปล่า ช่วงนี้ก็ทำงานของเราไปก่อนก็แล้วกัน รอดูยอดขายก่อน เผื่อมีอะไรให้พูดถึงได้บ้าง”

            เขาพูดกึ่งสรุป จบการสนทนาและการทำงานวันนี้ในที่สุด

 

            ซาโตชิถอดแว่นกันแดดเมื่อมาติดต่อห้องพักที่จองไว้ พอเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บ สำรวจห้องเรียบร้อยก็หยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความ แล้วก็ไปทำธุระในห้องน้ำให้สบายตัวก็กลับมาดูโทรศัพท์อีกครั้ง ยังไม่มีข้อความตอบกลับ จึงเปิดหน้าอินเตอร์เนตดูข้อมูลสถานที่ ร้านอาหาร ไปเรื่อยๆ เป็นการพักผ่อนหลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง

            เขามีเวลาสิบวันในการพักร้อนหนนี้ เลือกมาประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง แต่ต้องมีอะไรดีๆ รออยู่แน่ ชักตื่นเต้นซะแล้วสิ

            คิดแล้วก็ดูเวลา เกือบห้าโมงเย็นแล้ว ออกไปสำรวจสถานที่ดีกว่า

            พอหยิบกุญแจ ก็มีเสียงข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์ ชายหนุ่มยิ้ม

 

            “เอ๊ะ ซาโตชิซังมาไทยเหรอ”

            ริกะประหลาดใจที่ได้ยินหลังจากที่โยชิโอะโทร.มาบอกว่าให้เธอออกมากินข้าวเย็นข้างนอกเพราะซาโตชิมาเมืองไทย

            “โยชิคุงไม่เห็นบอกฉันเลยว่าซาโตชิซังมา”

            “ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน เขาก็เพิ่งบอกตอนที่มาถึงนี่แหละ”

            “แล้วฉันไปจะดีเหรอ ซาโตชิไม่ได้อยากจะ เอ่อ ดื่ม หรือจะคุยอะไรกับโยชิแค่สองคนเหรอ”

            “ไม่หรอก ซาโตชิบอกเองว่าให้ชวนคุณมาด้วย”

            ริกะนิ่ง แค่ผู้ชายคนนั้นมาเมืองไทยโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าก็เป็นเรื่องที่สะกิดใจแล้ว เธอกับซาโตชิไม่ได้เกลียดชังกัน และแม้ว่าโยชิโอะกับซาโตชิจะสนิทกันมาก แต่เพราะนิสัยเพลย์บอยของเขาและแววตาที่มองมาทำให้อึดอัดใจอยู่เป็นบางครั้ง เป็นเหตุผลที่เธอพยายามไม่ทำตัวสนิทสนมไปด้วย  

            “ริกะ”

            “ค่ะ เดี๋ยวฉันไป ที่ไหนคะ” 

            มีโยชิโอะอยู่ด้วยเขาคงสงวนท่าทีอยู่บ้าง เธอวางสายแล้วรีบไปจัดการตัวเองเพราะตอนนี้ผู้ชายทั้งสองคนกำลังจะไปที่ร้าน

 

“สวัสดีครับริกะ”

            ชายหนุ่มยิ้มทักทายด้วยใบหน้าสดใส เป็นเพราะประเทศไทยอากาศร้อนทำให้ซาโตชิสวมเสื้อยืดแขนสั้นธรรมดากับกางเกงยีน เขาโบกมือทักทายริกะที่กำลังเดินไปหา โยชิโอะยืนอยู่ข้างกันที่หน้าร้าน

            “สวัสดีค่ะซาโตชิซัง ไม่รู้มาก่อนเลยว่าซาโตชิซังมา”

            “เซอร์ไพรส์น่ะครับ” เขาตอบยิ้มๆ ดวงตาแพรวพราวอย่างเคย

            “เข้าไปกันเถอะ จองที่ไว้แล้ว” โยชิโอะพูดประโยคนั้น

ทั้งที่จะเดินเข้าร้านแล้วแต่ริกะยังควงแขนเขา ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่พูดอะไร 

“ไปอยุธยามาด้วยกันแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง ฉันว่าจะไปเหมือนกัน มีรถไฟไปถึงใช่ไหม”

ซาโตชิถามอย่างร่าเริงขณะกินมื้อเย็น โยชิโอะเล่าว่าเขากับริกะไปรถส่วนตัว อาสะเป็นคนขับ แต่ก็มีรถไฟไปถึง การท่องเที่ยวในเมืองไม่ยาก 

“นายเช่ารถขับไปสิ วัดอยู่ใกล้ๆ กัน ชาวบ้านส่วนใหญ่สื่อสารภาษาอังกฤษได้เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนญี่ปุ่นไปเที่ยวกันเยอะ”

 “ไม่ดีเลย”

“ทำไมล่ะ” โยชิโอะถาม

“มีแต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็อดได้เจอนักท่องเที่ยวยุโรปสวยๆ น่ะสิ คนไทยล่ะเยอะไหม”

“ประมาณสามสิบเปอร์เซนต์ ชาวยุโรปก็มีนะ ส่วนใหญ่ชอบมาปั่นจักรยานกัน”

ซาโตชิพยักหน้าพลางดื่มเบียร์ เขามีใบขับขี่สากล เคยไปเที่ยวมาหลายประเทศ ถึงจะหลงบ้างแต่ก็สนุกเพราะได้แก้ไขปัญหา และเป็นความท้ายทายในการได้ไปในที่ๆ ไม่รู้จักเป็นการสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้ชีวิต

ริกะเป็นฝ่ายนั่งเสียส่วนใหญ่ พูดบ้างถ้าน้องชายคนรักถามตรงๆ เช่น ชอบอยุธยาไหม หรือว่ามาเมืองไทยไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง

เขาเปลี่ยนมาชมอาหาร และเข้าสู่หัวข้อเรื่องงาน

“เอ้อ ฉันชอบพรีเซนเตอร์สินค้าของนายนะ สวยดี”

 

(ต่อ)

10.9.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #31 fsn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 20:38

    คนมาใหม่ จะเป็นตัวแปร แบบไหนนะ

    #31
    0