หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 18 : บทที่ 8 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

8

 

          งานเปิดตัวสินค้าใหม่ของเอชทูแคร์เริ่มขึ้น ทั้งสื่อมวลชน ทั้งแฟนคลับพรีเซนเตอร์ และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจมาก ขนาดอรดาเป็นพิธีกรงานอีเว้นท์มาเยอะยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ขั้นตอนเรียบง่าย กระชับ แต่มีลูกเล่นนำเสนอตอนเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ดูเหมือนข่าวการเรียกคืนสินค้าลอตนั้นสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากทีเดียว

          โยชิโอะ ทานากะ มาร่วมงานในฐานะผู้จัดการสาขาประเทศไทย และหัวหน้าฝ่ายการตลาดชื่ออมรรัตน์ ทั้งคู่นั่งในที่นั่งประธานซึ่งอยู่แถวหน้าสุด ข้างซ้ายชายหนุ่มคือริกะ เธอขอมาร่วมงานด้วย เขาก็ไม่ปฏิเสธ ส่วนอาสะนั่งอยู่ด้านหลังหนึ่งแถวเยื้องไปทางขวา

          ในงานมีตัวแทนของบริษัทสื่อโฆษณา ช่องทีวี โยชิโอะจับมือทักทาย เขาได้รับการแนะนำจากอมรรัตน์ว่าเป็นผู้จัดการสาขาที่มาทำหน้าที่แทนโคอิจิโร่ 

          “นั่นเป็นพรีเซนเตอร์ของเราทั้งสามคนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะชวนคุยสักหน่อยว่าทำไมถึงเลือกมายซันเดย์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขออนุญาตเรียนตามตรง ดิฉันตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เพราะเป็นแฟนคลับน้องกานต์มานานแล้วค่ะ”

          อรดาสวมเดรสสีเขียวเทอคอยซ์ยาวคลุมเข่าแต่งผ้าโปร่งประกายวิบวับ เธอหมายถึงนักแบดมินตันอายุแค่ยี่สิบสอง หนุ่มตี๋คมหน้าขาวที่กำลังทำผลงานได้โดดเด่นในระดับโลก มีเสียงกรี๊ดเบาๆ จากแฟนคลับ

การพูดคุยก็ดำเนินไป อรดาซักถามและโยงเนื้อหาเข้ากับผลิตภัณฑ์ได้ดี ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเธอซักซ้อมกับพรีเซนเตอร์ทั้งสามไว้แล้ว รวมทั้งเตรียมข้อมูลผลงานของทั้งสามโดยเฉพาะนักแบดมินตันหนุ่มหล่อมาเป็นอย่างดี

โยชิโยะกดขมับ ริกะสังเกตว่าเขาทำแบบนี้มาสองครั้งแล้ว

“โยชิคุงมีอะไรหรือเปล่าคะ ปวดหัวเหรอ”

“ไม่เป็นไรมากหรอก”

“แต่ว่าโยชิคุงหน้าซีดมากเลยนะคะ เหงื่อออกด้วย” ริกะกระวนกระวาย รู้ว่าคนรักมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว และเป็นเหตุผลหนึ่งในการมาเมืองไทย 

“มีอะไรเหรอครับ” อาสะยื่นหน้าเข้ามา ถามเบาๆ

“โยชิคุงปวดหัวค่ะอาสะซัง ดูแย่มากๆ เลย”

“ไม่เป็นไร”

“คุณโยชิโอะไม่สบายเหรอคะ” อมรรัตน์ถามบ้าง 

“ไม่เป็นไรครับ”

ริกะสบตากับอาสะขอเสียงสนับสนุนเพื่อให้โยชิโอะได้กลับจากงานนี้ไปก่อน ผู้ช่วยหนุ่มจึงหันไปคุยกับหัวหน้าฝ่ายการตลาด

“งานของคุณโยชิโอะมีขึ้นเวทีกับถ่ายรูปตอนท้ายเท่านั้นใช่ไหมครับ เป็นไปได้ไหมว่า...”

“อ๋อ ได้ค่ะ” อีกฝ่ายตอบทันที “เดี๋ยวที่เหลือฉันคุยเอง ให้คุณโยชิโอะกลับไปก่อนเถอะค่ะ”

โยชิโอะได้ยินบทสนทนาทุกคำ แต่เขาตอบไม่ได้ อาการปวดศีรษะจี๊ดครั้งนี้เป็นมากกว่าปกติ ทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนอะไร รู้แต่ว่ามันเกิดขึ้นตอนที่เห็นผู้หญิงคนนั้นขึ้นไปเป็นพิธีกรพอดี 

ส่วนริกะนั้นฟังไม่ออก แต่เห็นสีหน้าของอาสะก็พอเดาได้ว่าความตั้งใจของเธอน่าจะเป็นผล

“คุณโยชิโอะกลับก่อนเถอะครับ”

“ขอโทษนะครับคุณรัตน์ที่งานผิดพลาด ไม่เป็นไปตามสคริปต์ที่วางไว้ ขอโทษจริงๆ” โยชิโอะกล่าวเมื่อยืนขึ้น เขาก้มศีรษะให้ผู้ร่วมงานซึ่งอาวุโสกว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เธอตอบอย่างเชื่อมั่น ช่วงสามเดือนที่ทำงานร่วมกับผู้บริหารคนใหม่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เคร่งครัดตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น แต่ถ้าเทียบกับโคอิจิโร่ผู้เป็นลุง หลานชายยังยืดหยุ่นกว่า

ชายหนุ่มโค้งแสดงความหมายทั้งบอกลาและขอโทษ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมอาสะ และคู่หมั้น อมรรัตน์รีบเรียกคนรันคิวเวทีมาเพื่อจัดการให้แจ้งคิวใหม่ให้กับพิธีกร นั่นคือไม่มีโยชิโอะ ผู้จัดการสาขาประเทศไทย เป็นตัวเธอที่จะพูดคุยและตอบคำถามนั้นเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก

 

          อรดาไม่เห็นจังหวะการเดินออกไปจากงานของโยชิโอะ แต่พอทีมงานมาบอกก็มองไปและพบว่าสามทั้งนังนั่นไม่มีใครนั่งอยู่แล้วจริงๆ 

          คำถามผุดขึ้นมา เกิดอะไรขึ้น 

          แน่นอนว่าไม่ได้คำตอบ และเธอยังต้องทำหน้าที่ต่อจนจบงานถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มป่วยกะทันหัน ขอตัวกลับก่อน เมื่อฟังคำบอกเล่าของผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่กล่าวคำขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่พิธีกรของเธอแล้วก็อดคิดตามไม่ได้ ถ้าลองว่าต้องกลับกลางคันทั้งที่เป็นงานสำคัญน่าจะอาการหนักจริงๆ

          หลังจากวันงาน อรดาหาข่าวนี้อ่าน ตามเพจใหญ่ๆ ที่เกาะติดกระแสสังคมต่างแสดงความเห็นว่า เป็นการตัดสินใจที่ดีมากของบริษัทที่เลือกวิธีเรียกเก็บสินค้าคืนก่อนจะเปิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ซึ่งเมื่อรวมถึงการใช้พรีเซนเตอร์ที่หลากหลายทำให้เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสไปโดยปริยาย แต่บางคนก็เหน็บเล็กๆ ว่าเรื่องงานวิจัยเป็นแค่ข้ออ้าง แท้จริงสินค้าก็มีสารต้องห้ามจริงๆ แต่ความเห็นนี้ก็ถูกลบไปในเวลาไม่นานเนื่องจากมีการตักเตือนจากแอดมินผู้ดูแลเพจว่าไม่มีหลักฐานจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท

          พูดเหมือนพี่อุ้ยเลยแฮะ เธอคิดขณะที่กำลังไถโทรศัพท์มือถืออ่านข่าวนั้น

          ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วย แต่สิ่งที่ยังเป็นกังวลอยู่ก็คือ เรื่องอาหารป่วยของโยชิโอะ ทานากะ

          หนึ่งวันหลังจากจบงาน อาสะโทร.มาหา 

          ‘คุณอรดาครับ คุณโยชิโอะฝากมาบอกว่า ขออภัยที่ไม่ได้อยู่ร่วมจนจบงาน คงจะทำให้ประหลาดใจและไม่เป็นไปตามกำหนดการ ขออภัยด้วยครับ เดี๋ยวคุณโยชิโอะจะติดต่อคุณเพื่อขอโทษด้วยตนเองอีกที’

          ที่จริงตรงนี้มากกว่าที่อรดาประหลาดใจ เขาป่วยเป็นเรื่องสุดวิสัยก็เข้าใจ แต่เหตุผลที่บอกว่า ทำให้ไม่เป็นไปตามที่ตกลงนี่ทำให้อึ้งไปกว่าจะตอบกลับได้

          ‘ไม่เป็นไรค่ะ แล้ว...อาการคุณโยชิโอะเป็นยังไงบ้างคะ’

          ได้คำตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่เกิดจากความเครียดและทำงานหนัก พักผ่อนและหยุดใช้ความคิดสักวันก็หาย 

          ‘ถ้าอย่างนั้น ฝากบอกคุณโยชิโอะว่าไม่ต้องติดต่อมาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวถ้าวันไหนดิฉันเข้าไปรับเช็คจะแจ้งคุณอาสะ อาจจะขออนุญาตเข้าพบได้ไหมคะ’

          อาสะเงียบไปเล็กน้อย แล้วก็ตอบกลับมาว่า เดี๋ยวจะแจ้งเจ้านายให้ แล้วยืนยันคำตอบกับเธออีกที แต่ก็เน้นว่ายังไงก่อนจะเข้ามาพบให้แจ้งเขาก่อนให้ได้

          ‘เผื่อว่าทางคุณโยชิโอะมีนัด ผมจะได้บอกคุณดวงอนงค์ไว้น่ะครับ’

          ‘ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณอาสะ’

          จากวันนั้นผ่านมาเจ็ดวันพอดี อรดาถอนใจเฮือกกึ่งเบื่อกึ่งเหนื่อย เธอเพิ่งทำมาลัยนาคีเสร็จเมื่อคืน ส่งต่อให้พี่สาวที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปเตรียมงานที่โรงแรม จึงนั่งเล่นผ่อนคลายก่อนจะลองทำใหม่อีกพวงหนึ่งซึ่งอาจจะมีลวดลายต่างกันเล็กน้อย

          ป่วยเป็นอะไรนะ

 

(ต่อ)

26.8.20

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #26 ศินด่ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 20:21

    ขอให้เป็นพี่ปุณ ผู้น่ารัก สดใส ขี้เล่นด้วยเถอะ

    #26
    0
  2. #25 fsn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 15:53

    ใจ คนคอย พี่จะรู้ตัวเมื่อไหร่นะ

    #25
    0