หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

“ผู้หญิงในรูปนี่ใครคะ แฟนเขาเหรอ”

          “เห็นว่าเป็นคู่หมั้น” อั๋นตอบ อรดาชะงักไป ตั้งใจว่าจะไม่พูดถึงเพราะเดาได้อยู่เลาๆ จากความใกล้ชิดในรูป คงเป็นผู้หญิงญี่ปุ่นเมื่อดูจากผิวพรรณ แต่เห็นหน้าไม่ชัดเพราะอีกฝ่ายสวมแว่นดำและหมวกปีกกว้าง ซึ่งบางภาพของโยชิโอะก็สวมแว่นกันแดดด้วยเช่นกัน

          “ขอบคุณค่ะพี่อั๋น” อรดาส่งไอแพดคืน 

          “มีอะไรให้ช่วยอีกไหม จะได้เตรียมไว้เลย” นักข่าวหนุ่มรับไอแพด กดอะไรอยู่สองสามทีแล้วเสียงข้อความเข้าดังที่เครื่องของอรดา

          “ตอนนี้ยังนึกไม่ออก เดี๋ยวออติดต่อไปนะคะ” เธอหยิบมาดู พยักหน้า “เดี๋ยวออจัดการให้ค่ะ”

          “โอเคครับเหมือนเดิม” เขาเก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋า หยิบแก้วกาแฟไปด้วย “เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ มีอะไรคุยกัน”

          “ค่ะ”

          ลับหลังนักข่าว อรดาหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู จากที่เคยทำงานกับอั๋น เขาจะมีข้อมูลอีกชุดส่งให้ถ้าได้รับค่าตอบแทนครบ แต่ว่าเพียงเท่านี้เธอก็รู้สึกเหมือนบางอย่างจุกที่คอ

          เธอเลื่อนภาพดูอีก ขยาย แล้วก็จ้องนิ่งๆ ผู้ชายในภาพแต่งกายชุดลำลองยิ่งน่ามอง และยิ่งทำให้เธอคิดถึงปุณณัติมากขึ้น 

          “เหมือนมากเลยนะเนี่ย” เสียงรุจีดึงเธอกลับมา “ที่แกเคยถามฉันว่า คนเราจะมีแฝดคนละฝาทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันนี่มีจริงๆ ด้วยแฮะ แถมโยชิโอะคนนี้กับพี่ปุณก็เหมือนกันอย่างกับแฝดไข่ใบเดียวกันด้วยซ้ำ”

          “ฉันถึงตกใจไง” เธอวางโทรศัพท์ รุจีหยิบต่อไปทันที

          “เข้าใจแล้วว่าทำไมแกถึงสนใจเขา ก็เหมือนซะขนาดนี้”

          “แต่คงไม่มีอะไรหรอก” คำนั้นอรดารู้สึกว่าเธอเตือนตัวเองมากกว่า  

          “เอาไงต่อ ตอนนี้เริ่มรู้ชีวิตส่วนตัวเขาเพิ่มไปอีก” ประโยคของรุจีจะเป็นการเตือนก็ไม่เชิง ถามก็ไม่ใช่ เพราะเหมือนย้ำจากภาพที่เห็น

          “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

          รุจีเกือบแซวแล้วแต่พอเห็นเพื่อนรักมีสีหน้าไม่ล้อเล่น แต่ออกไปทางครุ่นคิดก็เปลี่ยนใจ

          “บางทีก็แค่อยากทำ ทำแบบไม่ต้องคาดหวังว่าผลลัพท์มันจะเป็นยังไง”

          “ฉันเข้าใจ บางเรื่องมันหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้แกดูแลตัวเองดีๆ นะ นี่ขอใช้สิทธิ์ในฐานะเพื่อนสนิท คงไม่มากเกินไป”

          อรดายิ้มกว้าง “ไม่มากหรอก ฉันเข้าใจ แกช่วยฉันมาตั้งเยอะ”

          นั่นเป็นความจริง ตอนที่เธอสูญเสียปุณณัติไป รุจีจะเป็นจะตายไม่ต่างกับคนในครอบครัว ทั้งที่ตัวเองก็มีภาระ ลูกชายคนแรกก็ยังเล็ก แต่ก็แวะเวียนมาหาไม่ขาด สาวหมวยไม่หาถ้อยคำมากมายเพื่อจะปลอบใจ แต่กลับมาคุยสัพเพเหระ บางครั้งก็พาน้องภีมกับภาคีมาด้วย ทุกครั้งก่อนกลับรุจีจะกอดเธอแน่นๆ 

          ‘แกไม่เห็นปลอบใจฉันเหมือนคนอื่นเลย’ เธอเคยถามเพื่อนซี้เมื่อเริ่มทำใจได้บ้างได้

          ‘ก็เพราะว่ามีคนปลอบใจแกอยู่แล้วไง แกจะฟังคำพูดซ้ำๆ ไปทำไม’

          ตอนนั้นอรดานิ่ง เหตุผลนั้นมีน้ำหนักเลยทีเดียว หลังผ่านการร้องไห้และความเจ็บปวดทรมานมาได้ ก็ยอมรับว่า เพื่อนรักกับลูกชายเป็นความสดใสชโลมใจ

          ‘แกไม่คิดว่าถ้าพาน้องภีมมาจะทำให้ฉันเศร้ากว่าเดิมเหรอ’ เธอถามตรงๆ รุจียิ้มกว้างชอบใจ

          ‘แกพูดเหมือนคุณภาคีเปี๊ยบเลย แต่ฉันคิดว่า การที่แกได้เห็นน้องภีม หรือใครก็ตามที่นอกจากคนในครอบครัวจะทำให้แกรู้สึกว่ายังมีชีวิตอยู่’

          เธอกะพริบตาปริบ คนพูดเดินเข้ามา ‘ฉันน่ะ ไม่เข้าใจความรู้สึกของแกหรอกนะ ฉันจะไม่พูดแบบนั้น แต่ฉันอยากบอกว่า แกยังมีพวกฉัน มีเพื่อน มีใบชา มีวาว มีพี่ธนุส มีคุณภาคี ทุกคนพร้อมจะอยู่เคียงข้างแกเสมอ’

          วันนั้นอรดาร้องไห้ เป็นครั้งแรกที่น้ำตาหลั่งออกมาด้วยความปลื้มปริ่มใจ อบอุ่น ซาบซึ้ง ความเหน็บหนาวเสียดแทงถูกลูบไล้ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากความปรารถนาดี เธอกอดรุจี ร้องไห้อยู่นาน 

          “ขอบใจมากไอ้หมวย” อรดาตอบ 

          “ฉันขอข้อแลกเปลี่ยนแค่ แกต้องเล่าเรื่องที่แกตามโยชิโอะให้ฉันฟังให้หมด โอเค้”

          ดวงตาหรี่เรียวนั้นส่องแสงวิบวับเหมือนเพชรที่ส่องประกายก็ไม่ปาน รุจีก็ยังเป็นคนเดิม อรดาหัวเราะ

          “ไม่เปลี่ยนเลยนะแก เชื่อแล้ว” เธอหยิบแก้วโยเกิร์ต “เอ้อ กี่โมงแล้วเนี่ย ต้องกลับแล้วหรือยัง”

          รุจีดูเวลา “งั้นเดี๋ยวไปซุปเปอร์มาร์เกตก่อน หาอะไรไปฝากคุณภาคีซะหน่อย”

          

          ห้องประชุมของบริษัท เอช ทู แคร์ สาขาประเทศไทย

          “ทั้งหมดมีเท่านี้ มีใครจะถามหรือเสนออะไรเพิ่มไหมครับ”

          โยชิโอะกล่าวสรุปเมื่อเขาสรุปวาระการประชุมเรื่องพรีเซนเตอร์และอีเว้นท์เปิดตัวสินค้าใหม่ เป็นการจัดงานอีกครั้งหลังจากยกเลิกไปคราวก่อน แต่เปลี่ยนรูปแบบ และยังมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาด้วย

          ผู้จัดการฝ่ายการตลาดยกมือเสนอความเห็นเรื่องพรีเซนเตอร์ โดยทำเป็นเรื่องราวที่เล่าผ่านครอบครัวของพรีเซนเตอร์ ซึ่งใช้ดาราที่มีชื่อเสียงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากที่สุด

          “ผมชอบไอเดียเรื่องการเล่าเป็นเรื่องราวนะครับ” ประธานหนุ่มตอบ นิ่งคิดเล็กน้อย “ผมไม่อยากให้ชื่อเสียงของพรีเซนเตอร์เป็นที่พูดถึงมากกว่าสินค้าเท่าไร มันดูไม่น่าเชื่อถือ” เขามองไปในที่ประชุม “มีใครมีความเห็นอะไรอีกไหมครับ”

          ผู้ร่วมประชุมหันไปคุยกัน เสนอไอเดียอีกพักใหญ่จนได้ข้อสรุป

          สรุปว่าเลือกพรีเซนเตอร์ดารา แต่ไม่ใช่คนมีชื่อเสียงมาก เน้นไปที่คนมีภาพลักษณ์ดี รักษาสุขภาพ นักแสดงรุ่นใหญ่อีกหนึ่งคน และนักกีฬาอีกคน เพื่อให้บุคลิกของแต่ละคนเข้ากับคุณสมบัติของสินค้าทั้งสามตัว

          “ส่วนเรื่องพิธีกรในงานเปิดตัว ผมขอเลือกคนที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้เราครั้งก่อน เหตุผลคือ คุณโคอิจิโร่เคยเลือกเธอไว้ และเหตุผลอีกข้อคือ มีความต่อเนื่องและคุ้นเคยในผลิตภัณฑ์ แม้ว่าจะเป็นคนละผลิตภัณฑ์ก็ตาม”

          ไม่มีใครคัดค้านข้อเสนอนี้ของประธานหนุ่ม

 

 

          วันนี้อรดาเลือกมานั่งร้อยมาลัยในห้องนั่งเล่น เปิดโทรทัศน์คลอให้ไม่ห้องเงียบ อุษณีย์เดินเข้ามาพร้อมแจกัน เธอกำลังจะจัดดอกไม้ วันนี้เธอได้หยุดหนึ่งวัน น้องสาวบอกตั้งแต่เช้าว่าจะร้อยมาลัยจึงเลือกกิจกรรมมาทำด้วยกัน

          “พักนี้ร้อยมาลัยเกือบทุกวันเลย แม่บุษบา” พี่สาวแซว

          อรดาหัวเราะ ยอมรับว่างานฝีมือนี้ทำให้เธอมีสมาธิและสงบจิตใจได้มากทีเดียว พอทำเสร็จ ถ่ายรูปลงในไอจี มีความเห็นชื่นชอบมากมาย บางคนเป็นชาวต่างชาติมาถามราคาด้วยซ้ำ

          อุษณีย์มอง “งั้นก็ดีเลย พี่กำลังอยากได้มาลัยพญานาค พอดีจะมีแขกเจ้านายมาพัก จะให้พวงมาลัยก็ซ้ำเพราะเขาเคยมาแล้ว พอแทรกคิวได้ไหม”

          มาลัยพญานาคทำจากใบตองจับจีบ “ใช้เมื่อไหร่คะ”

          พี่สาวตอบว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ น้องสาวพยักหน้า “ได้ค่ะ ดีเหมือนกัน ออไม่ได้ทำมานานแล้ว มีเวลาซ้อมมือสักพวงสองพวง เดี๋ยวให้พี่ขวัญไปดูใบตองสวยๆ เตรียมไว้” 

          “แตงกิ้วจ้ะ” อุษณีย์ตัดก้านดอกเบญจมาศ “เอ๊ะ ไม่ถามเรื่องค่าจ้างเหรอ”

          “ไม่ต้องมาล้อออเลย” คนได้ชื่อว่าละเอียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำปากยื่น คนแซวหัวเราะชอบใจ นานๆ ทีจะได้มานั่งทำงานที่ชอบด้วยกันก็อดล้อเล่นไม่ได้ เพราะห่างหายช่วงเวลานี้ไปนานแล้ว

          เวลานั้นคือใกล้สี่โมงเย็น เริ่มต้นรายการข่าว

          ‘บริษัทอาหารและเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นเรียกคืนและทำลายสินค้าลอตใหญ่’

          คำว่าญี่ปุ่นทำให้อรดาหันไปมอง เนื้อหาของข่าวทำให้เธอชะงัก 

          ‘วันนี้เวลาสิบสามนาฬิกา บริษัท เอชทูแคร์ ประเทศไทย จำกัด โดย นายโยชิโอะ ทานากะ ผู้จัดการทั่วไปสาขาประเทศไทยได้ร่วมมือกับบริษัท เค แอนด์ กรีน จำกัด นำโดย นาย เกษม นนท์ศรี กรรมการผู้จัดการ ทำลายสินค้าที่มีส่วนผสมที่ไม่เป็นประโยชน์ โดยสินค้าดังกล่าวเป็นวิตามินเสริมสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่เพื่อควบคุมคุณภาพเนื่องจากมีผลวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าสารบางตัวไม่ดีต่อสุขภาพทางบริษัทฯ จึงได้เรียกคืนสินค้าทั้งหมดจากตัวแทน และมาทำลายในวันนี้ที่บริษัท เค แอนด์ กรีน โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นพยานเป็นจำนวนมาก’

 

 

(ต่อ)

21.8.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #23 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 16:11

    ออ เป็นคนที่ทำงานได้หลากหลายมาก มีงานอดิเรกที่แตกต่างไปจากงานอาชีพ ดีจังน้า มีต้นทุน

    #23
    0