หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

6

 

“ไม่มีอะไรครับ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง”

โยชิโอะหยิบหมอนมาหนุนหลัง นั่งเอนตัวคุยโทรศัพท์บนเตียงในห้องนอน 

“เห็นอาสะบอกว่าโยชิกินยาแก้ปวด”

“ไม่ได้เป็นหนักมากครับ มันมีวันหรือสองวันที่ผมพักผ่อนน้อยกับอ่านเอกสารมากไปหน่อยเท่านั้นเอง” เขาอธิบายอย่างใจเย็น “เดี๋ยวผมจะแวะไปตรวจที่โรงพยาบาลครับ”

“แม่เป็นห่วง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปดูแลใกล้ๆ”

เขาผุดยิ้ม แม่อดทนกับการรักษาของเขามาเกือบสองปี ผ่าตัดสมองตั้งหลายครั้ง ดูแลใกล้ชิดตลอดจนปัจจุบันหายดีแล้วก็ยังเป็นห่วง กำชับให้เขาไปตรวจสุขภาพทุกๆ ครึ่งปี 

“ขอบคุณครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี”

พูดไปก็นึกถึงเหตุการณ์ถูกยิงที่ลานจอดรถ เขาให้อาสะเอาภาพในกล้องวงจรปิดไปให้ที่สถานีตำรวจดู ซึ่งภาพไม่ชัดก็ระบุตัวตนไม่ได้ แต่ระบุกระสุนปืนนั้นได้คือขนาด 11 มม. ชนิดอาร์ไอพี ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงมาก

‘ลูกปืนชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง ผมคิดว่าน่าจะเป็นมืออาชีพหรือไม่ก็ผู้เชี่ยวชาญ ทางตำรวจก็พูดเหมือนกัน’

อาสะรายงาน โยชิโอะลูบคางจุดยิ้ม

‘นี่กำลังจะบอกว่าฉันมีคนปองร้ายจริงๆ น่ะเหรอ ไม่ใช่ไม่เชื่อนะ แต่ฉันเพิ่งมาประเทศไทยไม่ถึงสองเดือน อย่าว่าแต่ศัตรู เพื่อนสักคนยังไม่มี’

สีหน้าอาสะเคร่งเครียด โยชิโอะขยับตัวมาข้างหน้า ประสานมือบนโต๊ะ ‘เก็บข้อสันนิษฐานของนายไว้ก่อน ขออีกสักพัก แล้วค่อยมาคุยว่าตรงกันหรือเปล่า แบบนี้ดีกว่าไหม’

ผู้ช่วยหนุ่มมองเขาอย่างแคลงใจ ซึ่งเป็นสายตาที่ถูกมองอยู่บ่อยๆ โยชิโอะว่าจะถามสักทีว่ามันหมายความว่ายังไงแต่ก็ไม่ได้โอกาส เพราะมันเกิดขึ้นแค่แวบเดียว เหมือนเช่นครั้งนี้ เหมือนหยดน้ำที่ซึมลงดิน ซึมหายไป

‘ได้ครับ แต่ผมคงต้องขอพิจารณาเรื่องบอดี้การ์ดเพิ่มเวลาที่คุณโยชิโอะเดินทาง’

อีกฝ่ายกล่าวเฉียบขาด เขาเลิกคิ้ว เอนตัวพิงพนัก 

‘ได้’ ตอบง่ายๆ เพื่อจบประเด็น และป้องกันไม่ให้เรื่องเดินทางไปถึงมารดากับริกะด้วย

ซึ่งริกะเพิ่งโทร.มาก่อนหน้าที่เขาจะคุยกับแม่ได้หนึ่งวัน

ว่ากันว่า ผู้หญิงมันมีสัญชาตญาณที่แม่นยำ เขาเริ่มเชื่อ เพราะเธอเน้นคำว่าเป็นห่วงถึงสามครั้ง ทั้งๆ ที่เขาก็พูดคุยปกติ 

‘ริกะมีอะไรหรือเปล่า ทำไมดูกังวล’

เมื่อถามกลับไปตรงๆ หญิงสาวก็นิ่ง ก่อนจะตอบกลับมาเสียงสดใส ‘คงเป็นเพราะเราอยู่ห่างกันน่ะค่ะ ฉันกับคุณไม่เคยห่างกันเลย ก็เลย...เป็นห่วง’

และนั่นก็เป็นครั้งที่สี่

โยชิโอะมาที่ครัวชงชาเขียวร้อน หยิบไอแพดคู่ใจมาเปิด ตั้งใจจะดูข่าวสารและดูภาพยนตร์สักเรื่อง เมื่อไหร่ที่มีวันหยุดเขาเลือกพักผ่อนอยู่ที่ห้องก่อน อาจเป็นเพราะไม่ชอบอากาศร้อน ถ้าไม่ไปฝากท้องร้านอาหารก็ทำกับข้าวกินเองได้ เขาใช้ชีวิตแบบนี้ตั้งแต่อยู่ที่ญี่ปุ่น วันหยุดเลือกที่จะอยู่บ้าน ซึ่งริกะก็จะมาหาเขาที่บ้านแทน

วันนี้วันอาทิตย์ เขาซื้อวัตถุดิบมาจากซุปเปอร์มาร์เกตใกล้คอนโด เมนูวันนี้คือ ข้าวหน้าไก่เทอริยากิ กินกับผักดองแบบสำเร็จรูป เสร็จแล้วก็มานั่งคิดเรื่องที่ถูกปองร้าย

เมื่อคิดแล้วใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็ฉายเข้ามา เป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ที่คิดถึงเธอ ล่าสุดเธอพยายามจะให้ข้อมูลเรื่องคนยิง ที่จริงก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ และรู้ว่าเธอยังพูดไม่หมด แต่เขาก็ยังให้เธอมาเจอ ทั้งที่ต้องเสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงซึ่งปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้ จะไม่คุยอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานในเวลางาน

ในโทรศัพท์มีภาพของเธอคนนั้น เป็นภาพจากโฆษณา เขานั่งมองภาพเธอ ยอมรับว่ามีความสนใจ ไม่ใช่ในแง่ชู้สาวเพราะเขาก็มีคู่หมั้นแล้ว แต่เป็นเพราะอะไรก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน

และเขารู้สึกว่า เธอจะต้องติดต่อมาอีกเร็วๆ นี้

 

เขตยามาโตะ จังหวัดคานากาว่า ญี่ปุ่น

ที่บ้านของ ทาคุโร่ ทานากะ เจ้าของวันเกิดอยู่ท่ามกลางลูกและหลาน รวมทั้งแขกเหรื่อซึ่งมีทั้งเพื่อนฝูง ญาติ รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจมารวมแสดงความยินดี ทำให้คฤหาสน์ทรงยุโรปทั้งแคบไปถนัดตา

หลังจากแขกคนสำคัญเริ่มทยอยกลับไป ตอนนี้สมาชิกในครอบครัวมารวมกัน ทาคุโร่มีลูกชายสามคน โคอิจิโร่ เคนตะ และมาซาฮารุ โคอิจิโร่มีลูกสาวกับลูกชาย คือ มิยู และ เคนโตะ

“โยชิโอะน่าจะกลับมานะครับ งานวันเกิดคุณปู่ทั้งที” เคนโตะพูดถึงน้องชายที่อายุน้อยกว่าหนึ่งปี 

“โยชิโอะโทร.มาอวยพรให้ล่วงหน้าแล้ว เจ้านั่นก็ตั้งใจจะกลับมานั่นแหละ แต่ฉันบอกเองว่าไม่ต้องมา แค่งานวันเกิด” ทาคุโร่พูด หลานชายยิ้มรับเจื่อนๆ “ใช่ไหมคุมิโกะ”

คุมิโกะเป็นสะใภ้คนที่สอง เนื่องจากสูญเสียสามีไปด้วยอุบัติเหตุตอนลูกของเขาอายุได้สิบห้า ทาคุโร่จึงให้เธอกับโยชิโอะเข้ามาอยู่ที่บ้านใหญ่ร่วมกับครอบครัวของมาซาฮิโร ซึ่งมีลูกชายหนึ่งคนคือซาโตชิ 

“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ที่ยืนข้างเธอคือริกะ คู่หมั้นของโยชิโอะ ซึ่งวันนี้ก็มาร่วมงานด้วย

“อย่างน้อยก็น่าจะมีของขวัญมานะครับ” เคนโตะยังพูดต่อ

“ฉันบอกเจ้านั่นไปแล้ว ฉันอยากได้ของขวัญเป็นความสำเร็จของเอชทูแคร์ แล้วก็เชื่อว่าโยชิโอะทำได้”

“เคนโตะ” โคอิจิโร่เรียกลูกชาย “เคนโตะเองก็จะดูแลบริษัททางนี้ให้ดีเหมือนกันใช่ไหม เพื่อเอชทูแคร์”

คนเป็นลูกชายรู้สึกตัว “ครับ”

ทาคุโร่พยักหน้ารับ มองไปในหมู่ลูกหลาน “ซาโตชิล่ะ”

มาซาฮิโระก็เพิ่งสังเกตว่าลูกชายไม่อยู่ อายาเนะภรรยาตอบแทน “เอ๊ะ เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลยนะคะ สงสัยไปเข้าห้องน้ำ”

“ขอโทษครับ”

เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นตรงประตูเข้าห้องโถง ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาก้มศีรษะเล็กน้อย ซาโตชิอายุยี่สิบเก้าปี ทำงานในเอชทูแคร์ดูแลการผลิตอาหารสำหรับนักกีฬาและผู้ออกกำลังกาย ซึ่งบริษัทสามารถเป็นคู่ค้ากับสโมสรและโรงเรียนกีฬาหลายๆ แห่งได้

“ผมคุยกับคุณโอโดเนระเพลินไปหน่อย ขอโทษครับ”

“โอโดเนระ ผู้จัดการโรงงานน่ะเหรอ เวลาป่านนี้เนี่ยนะ” บิดาถามลูกชาย

“พอดีผมนึกแผนงานได้ ก็เลยส่งข้อความไปฝากไปก่อน พอดีคุณโอโดเนระโทร.กลับมาก็เลยคุยกันน่ะครับ”

“ควรรอถึงพรุ่งนี้ก่อนนะ เวลาแบบนี้ไปรบกวนคุณโอโดเนระน่ะสิ” มาซาฮิโรบอก

“ไม่เป็นไรหรอก” ทาคุโร่เบรกจังหวะ ยิ้มให้หลานชายคนเล็ก ซาโตชิเป็นคนรุ่นใหม่ กล้านำเสนอแต่ก็พร้อมเรียนรู้และเคารพผู้อาวุโส เขาได้รับรายงานจากโอโดเนระว่าชายหนุ่มอ่อนน้อม แต่ก็ฉะฉาน ลูกน้องที่อยู่ในการควบคุมก็พูดเหมือนกัน 

“ขอบคุณครับคุณปู่” เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีเหมือนกับแม่ซึ่งเป็นคนสวย หน้าหวานเหมือนผู้หญิงยุคเมจิ “มีใครอวยพรคุณปู่ไปหรือยังครับ ถึงตาผมหรือยัง”

มีเสียงหัวเราะเบาๆ จากมิยูและคุมิโกะ ท่าทางใสซื่อรอยยิ้มจริงใจทำให้บรรยากาศเคร่งครึมผ่อนคลายลงไป เพราะแม้แต่ทาคูโร่ก็ยิ้ม

“แกก็มาอวยพรคุณปู่ก่อนใครเลยสิ”

“โอ๊ะ ไม่ดีมั้งครับ ไม่ใช่ว่าผิดนะครับ ผมยังคิดคำอวยพรคุณปู่ไม่ออกเลย”

“เจ้าซาโตชินี่” คราวนี้เรียกเสียงหัวเราะหึหึจากประมุขใหญ่ของบ้านได้ เจ้าของมุกตลกแอบกำหมัดกับตนเอง แล้วเสียงพูดคุย อวยพร ผสมการหยอกล้อก็ดำเนินต่อไปจนเวลาแห่งความสุขจบลง

 

“คุณปู่นี่หลงโยชิโอะเหลือเกิน ขนาดผมเป็นหลานชายคนโต ยังชมมันต่อหน้าผมเลย”

เคนโตะ หลานชายคนโตของตระกูลทานากะบ่นยาวๆ เหมือนอัดอั้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน พี่สาวกับแม่แยกเข้าห้องส่วนตัวไปแล้ว เหลือเขากับบิดาที่ยังดื่มต่อ

“แกก็พูดมากเกินไป แบบนั้นปู่ไม่พอใจหรอก ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าคุณปู่ไม่ชมต่อหน้าเจ้าตัว แกเองก็เหมือนกัน ลับหลังคุณปู่ก็ไม่เคยตำหนิอะไร ฉันเสียอีก ที่โดนฉีกหน้าอยู่บ่อยๆ ขนาดเรียกตัวกลับมาแล้วให้หลานชายไปทำแทน”

“ก็คุณพ่อไม่ระวังเองนี่ครับเรื่องสารต้องห้ามนั่นน่ะ” เขาส่งวิสกี้ให้บิดาแก้วหนึ่ง และนั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆ 

“ก็ช่วงนั้นฉันงานยุ่งนี่ ไม่ได้เก็บให้ละเอียด คิดว่าหัวหน้าห้องแลปจัดการไปแล้ว ไม่คิดว่าจะออกข่าว” โคอิจิโร่พูดแล้วกระดกเครื่องดื่มสีอำพันอย่างหัวเสีย

“แสดงว่าเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ”

โคอิจิโร่ถอนใจ เปิดวิสกี้รินเอง “แล้วแกจะทำอะไร”

พอถูกย้อนเคนโตะก็นิ่ง ยกแก้วสาดน้ำสีนั้นลงคอไปเหมือนกัน “ทำไมโยชิโอะมันไม่ตายไปซะตั้งแต่ตอนนั้นนะ กลับมาเป็นตัวเกะกะจนได้”

“พูดอะไรระวังหน่อย”

“นี่มันในบ้านเราจะกลัวอะไรครับ”

“ก็ไม่ดี เดี๋ยวจะติดปากเผลอไปพูดข้างนอก” โคอิจิโร่วางแก้ว “เรื่องปู่ชมน่ะช่างเถอะ ยังไงเจ้านั่นก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกพักใหญ่ งานที่ไทยไม่ใช่ง่าย อีกอย่างตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุมาโยชิโอะก็ยังไม่ค่อยเหมือนเดิม แกก็รู้นี่”

เคนโตะกำลังจะเทวิสกี้อีกครั้งชะงักมือ จริงอย่างที่บิดาบอก โยชิโอะคนก่อนเกิดอุบัติเหตุฉเก่งกาจงานธุรกิจมาก มองการณ์ไกล ฉลาดจนน่ากลัว ความจริงแนวคิดเรื่องทำอาหารสำหรับนักกีฬาเป็นฝีมือของเขาที่เตรียมมาเป็นแผนสำรองเพื่อนำเสนอแข่งกันระหว่างสามพี่น้อง แต่เมื่อตัวเองได้รับการรับเลือกแผนงานเปิดสาขาที่ต่างประเทศก็ยกให้เป็นผลงานของซาโตชิ ทำให้เจ้าน้องชายคนเล็กได้รับคำชื่นชมจากปู่ไปมาก และทุกวันนี้ก็ดูแลงานนี้เต็มตัว เขาเคยเอ่ยปากถามตรงๆ ว่าทำไมยกให้เป็นผลงานของคนอื่น โยชิโอะตอบอย่างไม่ยีหระ

‘ก็แค่อยากให้’

          ไม่รู้ว่าใจจริงเจ้านั่นคิดอยากทำอะไร เพราะเขาอุตส่าห์ใจกล้าถามต่ออีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบ โยชิโอะเป็นคนจริงจัง ไม่มีคำว่าไม่ได้ในพจนานุกรมของเขา ยกเว้นแต่เขาจะเลือกไม่ทำเอง

          แต่หลังเกิดอุบัติเหตุ หลายอย่างมีความเปลี่ยนแปลง โยชิโอะที่เคยกำหนดขั้นตอนการทำงานชัดเจน ทุกอย่างต้องรวดเร็วและสมบูรณ์แบบกลายเป็นนักธุรกิจที่คิดช้าลงและมีความคาดไม่ถึงในแนวทาง บางครั้งก็เลือกไม่เดินหน้าต่อเมื่อเจอปัญหา แต่ใช้ทางเลือกใหม่ซึ่งแม้จะได้ผลแต่ก็สร้างความประหลาดใจให้ผู้ร่วมงานเสมอ

          “โยชิโอะจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมครับ”

          “ทำไมถามแบบนั้น”

          “ผมรู้มาว่าเจ้านั่นยังต้องรักษาตัว ก่อนไปเมืองไทยยังไปหาหมออยู่เลย”

          โคอิจิโร่เคาะนิ้วกับโซฟาที่บุกำมะหยี่อย่างดี “ก็ต้องดูกันต่อไป แต่นั่นไม่ใช่ปํญหา”

          “คุณพ่อหมายความว่า...”

          บิดาขยับตัวลุกขึ้นยืน “ทีนี้เข้าใจหรือยังที่บอกว่าไม่ต้องทำอะไร”

          เคนโตะเงยหน้ามอง “ฉันไปนอนแล้วนะ” พูดพลางตบไหล่ลูกชายแล้วเดินออกไป

ชายหนุ่มค่อยๆ เผยอยิ้ม รินวิสกี้ใส่แล้วมาดื่มด้วยอารมณ์ที่ต่างไปจากเดิม

 

 

(ต่อ)

 

6.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #19 fsn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 18:29

    ริกะ รู้อะไรมานะ

    #19
    0