หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 103 : บทที่ 37 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    19 ก.พ. 64

37

 

กรุงเทพ ประเทศไทย 

สี่ชั่วโมงก่อนที่ธีรดลจะไปสอบถามข้อมูลจากอาสะ

ริกะถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนเช้าตรู่ เธอติดต่ออาสะแต่เจ้าตัวไม่ได้รับสาย จึงร้อนใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีข้อความส่งตอบกลับมาทางไลน์

“เดี๋ยวผมจะติดต่อกลับครับ”

เธออ่านข้อความแล้วนิ่งไปครู่หนี่งก่อนตัดสินใจส่งต่อ “เป็นยังไงบ้างคะ เจอคุณโยชิโอะหรือยัง” 

มีการทิ้งช่วงไปราวห้านาทีก่อนจะปรากฏข้อความ

“ตอนนี้คุณโยชิโอะอยู่โรงพยาบาลครับ ได้รับบาดเจ็บแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว”

ถ้อยคำกระชับได้ใจความ แต่ทำหญิงสาวนิ่งอยู่เนิ่นนาน เกิดอาการหน้ามืดวูบวาบ ตัวเซจนต้องใช้กระเป๋าเดินทางค้ำไว้ โยชิโอะบาดเจ็บ อยู่ห้องไอซียู เขาเจ็บขนาดไหน เกิดอะไรขึ้นบ้าง ตกใจแต่ก็อุ่นใจที่อาสะบอกว่าชายหนุ่มพ้นขีดอันตรายแล้ว การที่เขาอยู่ใกล้เจ้านายอย่างนี้ก็พอเบาใจได้

ริกะอยากรู้รายละเอียด เธอตั้งสติคิดคำถาม แล้วพิมพ์ลงไป

“ถ้าอย่างนั้น รบกวนช่วยส่งที่ตั้งโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหมคะ”

คราวนี้ข้อความห่างไปอีกสิบนาทีก่อนจะมีแผนที่ส่งมาให้ ริกะส่งข้อความขอบคุณ มีการอ่านข้อความแล้วแต่ไม่ตอบกลับอีก

ริกะศึกษาเส้นทาง ใช้ชื่อโรงพยาบาลมาค้น เป็นโรงพยาบาลใหญ่ประจำอำเภอ แต่เธอต้องไปที่จังหวัดนั้นให้ได้ก่อน ใจชื้นเมื่อได้ยินคำว่าอาการพ้นขีดอันตราย ตั้งสติ

ตัดสินใจมาเมืองไทยก่อนครอบครัวทานากะเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดไม่รู้ แต่เธอต้องทำ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

เช้าตรู่หลังจากส่งข้อความให้ริกะ อาสะก็โทร.หาทาคุโร่ เขาแจ้งข่าวเรื่องโยชิโอะกับซาโตชิ ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ คนหนึ่งอยู่ในห้องไอซียู แต่อีกคนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ส่วนคนที่มาพร้อมซาโตชิตายไปคนหนึ่งนั่นคือคูริฮาระ ถึงตรงนี้ทาคุโร่เงียบไปชั่วอึดใจ

“ฉันจะบอกครอบครัวเขาเอง แล้วนายล่ะ เป็นอะไรมากไหม”

“ผมบาดเจ็บเล็กน้อยครับ” เขาขยายความว่าถูกยิงที่ท้อง 

“ขอบใจมากอาสะ”

อาสะลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าว “ท่านจะไม่ถามเหรอครับทำไม คูริฮาระถึง...”

“กลับมาแล้วค่อยคุยกัน” ทาคุโร่ตอบรวดเร็ว “คุมิโกะกับริกะคงไปถึงเมืองไทยไม่เกินวันพรุ่งนี้ ยังไม่ต้องตอบอะไรจนกว่าฉันจะสั่ง และถ้ามีความคืบหน้าอะไรรีบรายงานด้วย”

“ครับ”

 

บริษัท เอซทูแคร์ จำกัด ที่คานากาว่า 

ระหว่างที่ธีรดลคุยกับอาสะคือสิบเอ็ดโมงของประเทศไทย แต่เป็นเวลาบ่ายโมงที่ญี่ปุ่น เคนโตะกำลังจะทำงานต่อหลังพักเที่ยง แค่ลงนั่ง ประตูห้องก็เปิด

“เคนโตะ เกิดเรื่องแล้ว!”

คนเป็นลูกชายทำหน้างง แต่ชั่ววินาทีเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ เขาลุกขึ้นยืน “หรือว่า...”

“อาสะติดต่อกลับมาแล้ว โยชิโอะบาดเจ็บสาหัส ถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังไม่ฟื้น คุมิโกะกำลังจะไปเมืองไทย อ้อ อาสะเองก็บาดเจ็บด้วย แต่ไม่เป็นอะไรมาก ใกล้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

เคนโตะกะพริบ “แต่...หมอนั่นก็ยังพูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ” 

“ไม่ช้ามันก็จะลุกขึ้นมาบอกว่าเราส่งคนไปยิงมัน เราอยู่ไม่ได้แล้ว”

“แล้วคนของเราล่ะครับ”

โคจิอิโร่ส่ายหน้า “ยังไม่รู้เหมือนกัน ฉันกำลังให้สายอีกคนตามอยู่”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลนี่ครับ บางทีพวกมันอาจจะโดนตำรวจเก็บไปแล้ว หรือต่อให้รอดกลับมาซัดทอด แต่ถ้ายังไม่มีคลิปให้ได้ยินชัดๆ ว่าเราพูดอะไร จ้างงานอะไรมัน ก็เอาผิดเราไม่ได้อยู่ดี”

“แกประมาทเกินไปหรือ”

“ผมว่าถ้าเรารีบร้อนหายตัวไปน่าสงสัยกว่า”

โคอิจิโร่ชะงัก “จริงของแก แต่ถ้ามันมีหลักฐานมัดตัวเรา และถ้าโยชิโอะตายเราจะกลายเป็นผู้จ้างวานฆ่านะ” 

“ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ยอมรับหรอก” เคนโตะตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ผมคิดว่าเราควรจะอยู่นิ่งๆ รอดูสถานการณ์ก่อน ถ้าผลีผลามทำอะไรลงไปมันจะไม่ส่งผลดี”

“แต่เราจะเสี่ยงให้มันไปถึงขั้นนั้นไม่ได้ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมาเราจะแย่กันหมด ต้องทำอะไรสักอย่าง” โคอิจิโร่คำราม

เคนโตะเห็นท่าทางจริงจังของพ่อก็ส่ายหน้า “ถ้าพ่อคิดว่ามีทางจัดการได้ก็ทำเลย แต่ไม่ใช่การหนีหาย และถ้าตำรวจมาถามอะไรตอนนี้ผมจะปฏิเสธให้หมด พ่อก็เหมือนกัน”

ทั้งพ่อลูกต่างจมอยู่ในความเคร่งเครียด แล้วเคนโตะก็นึกขึ้นได้

“แล้วซาโตชิล่ะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

มีสายเรียกเข้าจากอาสะตอนที่คุมิโกะกำลังจะขึ้นรถไปสนามบิน หลังจากรู้ข่าวเรื่องโยชิโอะจากทาคุโร่ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น แต่ยังมีสติและคิดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่พ่อสามีเรียกเธอเข้าไปคุยเรื่องโยชิโอะตั้งแต่เขาไปทำงานที่เมืองไทย

‘อาสะอยู่ที่นั่น เธอไปเมืองไทยได้เลย ระวังตัวด้วยล่ะ’

คุมิโกะโทร.หาผู้ช่วยลูกชายทันที แต่อีกฝ่ายยังไม่รับสายทันทีตอนนั้น 

“อาสะ”

“คุมิโกะซัง ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้รับสาย ผมคุยกับตำรวจอยู่”

“โยชิโอะเป็นยังไงบ้าง”

“พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังไม่ฟื้นครับ”

            คุมิโกะระงับเสียงสั่นเครือ “แสดงว่าเจ็บหนักใช่ไหม ขอรายละเอียดหน่อยได้ไหม”

            “คุณโยชิโอะถูกยิงที่หัวไหล่ แขนหัก ซี่โครงหักเพราะตัวหล่นลงไปที่ไหล่ทางกระแทกกับต้นไม้ครับ ตอนนี้หมอก็ดูอาการอย่างใกล้ชิดครับ คุมิโกะซังไม่ต้องเป็นห่วงครับ” อาสะรายงานเฉพาะอาการบาดเจ็บ 

            คนฟังสูดลมหายใจลึก เธอต้องมั่นใจในฝีมือหมอของไทย เขาจะต้องไม่เป็นอะไร “แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง”

            “ผมไม่เป็นไรครับ ถูกยิงที่ท้อง แต่ไม่อันตราย เดี๋ยวก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ”

            “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            อาสะเงียบแทนคำตอบ คุมิโกะจึงกล่าวตัดบท “ถ้างั้นฉันถึงเมืองไทยแล้วจะโทร.หาเธออีกทีนะ ขอบใจมาก”

            หนุ่มลูกครึ่งตอบคำเดียวสั้นๆ แล้วก็วางสายไป

            คุมิโกะกำลังจะโทรศัพท์หาฮิโรตะ แต่เปลี่ยนใจเป็นพิมพ์ข้อความแทน

 

เพื่อนๆ กลับกรุงเทพกันไปหมดแล้ว รุจีย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้อรดาโทร.หาได้ตลอดเวลา วลีรักษ์ก็เช่นกัน อรดากอดเพื่อนทั้งสอง ขอบคุณธนุสและสัญญาว่ามีอะไรจะติดต่อทันที และความที่ต้องรอให้โยชิโอะฟื้นแต่ไม่มีอะไรทำ อรดาจึงไปเดินในตลาดเจอกับร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนจึงซื้อกระดาษ กรรไกร เข็มด้ายมาแล้วไปดูดอกไม้ในตลาดสด ได้ดอกรัก บานไม่รู้โรย และกุหลาบมาจำนวนหนึ่ง แล้วก็มานั่งร้อยมาลัยเป็นการฆ่าเวลา โดยใช้โต๊ะม้าหินหน้าโรงพยาบาลเป็นที่นั่งพักเพื่อรอเวลา และสงบสติอารมณ์

            กลิ่นดอกไม้กับปลายเข็มที่สะกิดปลายนิ้วเรียกตัวตนกลับคืน เรื่องคดีความให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ 

สำหรับเธอความทรงจำช่วงสามสี่วันที่ผ่านมาเป็นเหมือนของล้ำค่าที่ไม่คิดว่าจะได้ แต่การจะรักษาเอาไว้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

 

(ต่อ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #110 fsn (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:39

    คนในครอบครัวทำร้ายกัน จนจะไม่เหลือใครแล้วนะคะ //เงิน อำนาจเท่าไหร่ ก็ไม่พอ

    #110
    0