กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ไฟร้อนใต้ถ้วยชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

7. ไฟร้อนใต้ถ้วยชา

          คฤหาสน์คาจิวาระ เรือนญี่ปุ่นกลางสวน

          โคโทริบรรจงปักดอกไอริสสีม่วงลงในแจกันที่มีลิลลี่สีเหลืองและเยอบีร่าเดซี่อยู่แล้วลงเป็นก้านสุดท้าย หมุนแจกันดูความเรียบแล้วอีกครั้งก็เป็นอันเสร็จการจัดดอกไม้ของเธอในวันนี้

          โคบายาชิเป็นอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญอิเคบานะที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเกียวโต เธอรับงานของลูกศิษย์ไปพิจารณา หญิงวัยสี่สิบปลายใบหน้าอิ่มอูม ผมสีดำสนิทของเธอรวบไว้ด้านหลัง ดวงตาเรียวหรี่เล็กลงไปอีกขณะมองแจกัน

          สีเหลืองสดของดอกลิลลี่ตัดกับสีม่วงอมน้ำเงินของดอกไอริส มาพบกันตรงกลางด้วยสีเหลืองเข้มของเยอบีร่าเดซี่ และเกลี่ยด้วยก้านสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีเดียวกับแจกัน

“คุณหนูกำลังเจอเรื่องดีๆ ใช่ไหมคะ ดูจากการเลือกใช้ดอกลิลลี่กับดอกไอริสซึ่งเป็นดอกไม้ที่กลีบบานออก”

          ริมฝีปากลูกศิษย์สาวผุดยิ้ม

          “แต่ว่าก็ยังมีสิ่งกังวลอยู่ เพราะว่ามุมนี้มีดอกลิลลี่ที่โค้งลง แล้วก็ไม่มีสีโทนร้อนเลย เป็นช่วงที่มีความต้องการบางอย่างที่อยากจะทำแต่ยังทำไม่ได้”

          สายตาของทายาทหนึ่งเดียวของหัวหน้าแก๊งจากคาเมโอกะตวัดแวบ ครั้นแล้วก็ค้อมศีรษะทำความเคารพ

          โคบายาชิวางมือสองข้างบนตัก “ความคิดของเราสามารถอ่านได้จากการจัดวาง สี และดอกไม้ที่เลือกใช้ ครั้งต่อไปขอให้คุณหนูมีสมาธิกว่านี้นะคะ”

          “จะจำไว้ค่ะ”

          โคโทริกล่าว นัดหมายการเรียนครั้งต่อไปเรียบร้อยอาจารย์ก็ขอตัวกลับ ลูกศิษย์สาวเรียกให้มาเอดะไปส่งอาจารย์ของเธอ ส่วนตัวเลือกนั่งจิบชาเชียวร้อนๆ มองทิวทัศน์ในสวนและอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ

          กำลังเจอเรื่องดีๆ...

          เธอนึกถึงสัมผัสจากพ่อครัวหนุ่มแห่งมิโอโมเตะที่จัดเครื่องประดับผมให้ แม้ว่าในห้องจะอวลไปด้วยความหอมของชาเขียวฟูคามูชิฉะ1 ทว่ากลิ่นกายของเขายังติดจมูก

          ถ้าถามว่าเธอชอบคุยเรื่องอะไร ก็คงตอบได้อย่างเดียว่า ทุกอย่างที่เป็นเขา

          ห้าปีก่อน วันจบการศึกษาชั้นมัธยมต้น เธอมาเที่ยวพระราชวังเกียวโต ระหว่างที่เดินซื้อของก็ถูกคนกระชากกระเป๋าและก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งตามจับคนร้ายมาให้ มาเอดะที่ถูกสั่งให้คอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ ฮึดฮัดจะลงไม้ลงมือ แต่ก็เป็นชายผู้มีน้ำใจห้ามไว้เพราะคนร้ายยังเป็นเด็กอายุสิบต้นๆ เท่านั้น ท่าทางที่เขาตำหนิเด็กชายและพาไปส่งสถานีตำรวจด้วยตนเองนั้นเด็ดขาดเกินเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายที่เขาใส่อยู่ไปมาก

          เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จะจากไป เธอต้องรีบเรียกไว้เพื่อต้องการชื่อ

          โอคาซากิ ฮิเดโอะ

          โคโทริมองผู้ชายในเครื่องแบบนั้นไปจนลับตา

          มาเอดะ ฉันอยากรู้จักผู้ชายคนนั้น

          หลังจากนั้นสามวัน บอดี้การ์ดส่วนตัวก็มาพร้อมกับข้อมูลว่าเขาเป็นลูกชายคนโตของร้านอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมในย่านฮิงาชิยาม่า เป็นร้านที่มีชื่อเสียงซึ่งชิเงรุบิดาของเขานั้นเป็นผู้นำรุ่นที่สามแล้ว มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อฮานะ

          จากข้อมูลร้านเปิดห้าโมงครึ่งปิดห้าทุ่ม หยุดวันอาทิตย์ เมื่อโคโทริมาถึงที่หน้าร้านตอนบ่ายจึงบอกกับหญิงกลางคนว่าเธอมาขอพบโอคาซากิ ฮิเดโอะ เพื่อขอบคุณเรื่องที่โดนกระชากกระเป๋า

          ก่อนที่จะเจอชายหนุ่มที่ประทับใจ หญิงสาวตะลึงตะลานกับสวนสวยที่กว้างขวาง ไม่คิดว่าร้านอาหารจะมีการตกแต่งที่มีรสนิยมอย่างนี้ สวยกว่าที่บ้านของเธอด้วยซ้ำ มารู้ตอนหลังว่าได้ลูกค้าประจำของที่ร้านมาออกแบบให้

          โคโทริใจเต้นเมื่อเห็นฮิเดโอะในชุดพ่อครัวสีขาวจนเกือบจะลืมแนะนำตัว

          คาจิวาระ โคโทริค่ะ นี่เป็นของฝากเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีราคาอะไร กรุณารับไว้ด้วยค่ะ

          เธอได้รับเชิญเข้าไปในนั่งในห้องรับแขก ส่วนผู้ติดตามทั้งสองรออยู่อีกห้องหนึ่ง เจ้าบ้านหนุ่มชงชาต้อนรับ เขายกคิ้วประหลาดใจเมื่อเธอเอ่ยชื่อ

          คาจิวาระ? รู้สึกว่าเราจะมีลูกค้าชื่อนี้ ใช่ไหมครับป้าชิมะ เขาหันไปถามหญิงกลางคนที่เข้ามาชงชาให้

          ค่ะ คุณริวโซ

          คราวนี้เป็นโคโทริที่ประหลาดใจบ้าง นั่น...พ่อของฉันค่ะ พ่อเป็นลูกค้าที่นี่เหรอคะ

          และบทสนทนาต่อจากนั้นก็ไหลลื่น ชายหนุ่มดีใจและเกรงใจกับของฝากของเธอ เป็นโมจิที่ปาดหน้าด้วยถั่วแดงกวน

          นี่จิเอโนะโมจิ จากวัดชิออนนี่ครับ บังเอิญจัง ผมชอบมากเลยนะครับ

          หญิงสาวยิ้มบาง ตรงข้ามกับหัวใจที่เต้นแรง เธอผงกศีรษะกล่าวขอบคุณอีกครั้งที่เขามีน้ำใจช่วยเหลือ เขาน้ำใจและเลื่อนถ้วยชามาให้

          สีชาเขียวหม่น รสชาติเข้มข้นและหวานที่ปลายลิ้น โคโทริแปลกใจ ชานี่...ฟูคามูชิฉะหรือเปล่าคะ

          อุ๊ย ทั้งที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่แยกแยะชาได้ด้วย เก่งจัง สมกับเป็นลูกสาวคุณริวโซ

          คนที่ชมกลายเป็นหญิงกลางคนที่ฮิเดโอะแนะนำว่าชื่อชิมะ ทำโคโทริภาคภูมิในตัวเองยิ่ง แน่นอนเพราะเธอได้เรียนรู้เรื่องชามาตั้งแต่เด็ก พ่อให้ความสำคัญกับคุณสมบัติลูกผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสาวคนเดียวที่จะเป็นผู้นำฮิโนโทริในรุ่นต่อไป หรืออย่างน้อยก็ต้องเพียบพร้อมต่อคนที่จะมาเป็นเขยเพื่อสืบทอดเจตนารมย์ของพรรค

          ใช่ครับ พันธุ์อาซาสึยุ เป็นชาใหม่เก็บครั้งแรก ไม่ทราบว่าเข้มไปหรือเปล่าครับ

          หญิงสาวส่ายหน้า บังเอิญจัง ฉันชอบชารสเข้มแบบนี้มากเลยค่ะ

          พร้อมคำตอบก็สบตาเจ้าของบ้าน กลิ่นหอมละมุนและความเป็นธรรมชาติของชา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถทำให้เธอคุยกับเขาได้ถูกคอ ถึงแม้ว่าวัยของเธอจะคุ้นเคยกับกาแฟ ช็อคโกแลต หรือน้ำผลไม้ปั่นบ้าง แต่หลังจากนั้นมา ชาเชียวฟูคามูชิฉะก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เธอโปรดปราน

          แต่มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจครับ มาเอดะเอ่ยขึ้นหลังจากรู้ว่าบิดาเป็นลูกค้าประจำ และกำลังคิดถึงการเดินทางไปร้านมิโอโมเตะครั้งต่อไป

น้องสาวที่ชื่อฮานะนามสกุลสึคิตะ ความจริงแล้วเป็นลูกสาวที่โอคาซากิ ชิเงรุรับอุปการะไว้ พ่อแท้ๆ ของเธอคือพ่อครัวคนเก่าของร้านนั้นแต่ตายไปแล้วครับ

ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ เพราะเหตุนี้ทุกอย่างก็พลิกผันได้เสมอ ยิ่งมีข่าวลือว่าชิเงรุเคยปฏิเสธแม่สื่อที่มาติดต่อขอจัดการดูตัวให้พ่อครัวรูปหล่อว่าได้วางตัวเจ้าสาวเอาไว้แล้ว ยิ่งทำให้โคโทริวิตก และเป็นเรื่องกังวลที่โคบายาชิหมายถึง

ระหว่างที่เธอไปเรียนต่อที่โตเกียว เรื่องนี้ถูกคำนึงมากพอๆ กับผลการสอบเลยทีเดียว เป็นโชคดีที่ ณ ถึงตอนนี้ ชายหนุ่มยังถือได้ว่าไม่มีพันธะใดๆ

          หางตาเธอเดินรองหัวหน้าแก๊งเดินผ่านสวนไป นานครั้งจะมีสมาชิกของพ่อมาที่นี่ พอขยับจะลุก มาเอดะก็เข้ามาพอดีจึงได้โอกาสถาม

          “คุณอิอิดะมาทำอะไร”

          “ได้ยินจากคุณทาคามิเนะพูดว่ามีปัญหาที่สาขา K นิดหน่อยครับ คุณคุโรซากิก็มาด้วย” บอดี้การ์ดส่วนตัวตอบ

          โคโทริที่กำลังยกชาขึ้นจิบชะงักนิด “คุโรซากิมาด้วยเหรอ”

          “ครับ”

          รอยยิ้มปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง เธอวางถ้วยชาและลุกขึ้นในที่สุด เรียกให้คนรับใช้มาเก็บ

          “คุณหนูจะไปไหนครับ”

          “ไปทวงของขวัญ ดูสิว่านกพิราบเอามาให้ฉันหรือเปล่า”

         

          “มาสะซัง”

ชิมะพูดพร้อมพ่นควันบุหรี่ขยายความว่าคนที่พูดถึงชื่อ สึคิตะ มาซาโยชิ บิดาที่แท้จริงของฮานะ เป็นลูกจ้างคนหนึ่งของที่นี่ เป็นพ่อม่ายเมียทิ้ง จึงต้องหอบลูกสาวมาขอกินอยู่ที่มิโอโมเตะ

“หัวหน้าพ่อครัว ไม่สิ ตอนนั้นต้องเรียกว่าเป็นรองหัวหน้าเพราะนายท่านยังเข้าครัวอยู่ แต่ฝีมือน่ะไม่ได้เป็นรองใครเลย นายท่านยังยอมรับ แต่มาสะซังเกิดอุบัติเหตุตายไปเสียก่อน”

          หญิงกลางคนผู้ทำงานมานานอัดควันเข้าปอดอีกหน

“เขาไปช่วยเด็กผู้หญิงที่กำลังข้ามถนน ตัวเองก็เลยถูกรถชนเสียเอง ตอนนั้นคุณฮานะสักแปดเก้าขวบได้มั้ง นายหญิงเอ็นดูมากเพราะเธอไม่มีลูกสาว”

จินมองไปข้างหน้า สิ่งที่เดียวขยับคือมือที่ถือบุหรี่ ขี้เถ้าหล่นพรู ตอนนี้ที่ด้านหลังห้องเก็บของกลายเป็นที่พบปะของสองสิงห์อมควันต่างวัยไปแล้ว

          “คนดีๆ มักจะตายเร็ว” เธอรำพึง นายหญิงคนเก่าก็ใช่ หลังจากเสียพ่อครัวคู่ใจไป อีกไม่ถึงปีต่อมาชิเงรุก็สูญเสียภรรยาไปอีก “นายหญิงสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เธอเคยบอกว่าอยากได้ลูกสาวมากแต่ก็ไม่สมหวังเพราะไม่แข็งแรง ด้วยความสงสารและด้วยความรักต่อภรรยานายท่านเลยรับอุปการะคุณฮานะ ส่งเสียเลี้ยงดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง”

          เรื่องจบ ชิมะดับบุหรี่ มองหน้าคู่สนทนาที่ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

         

การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น สอดประสานกันได้ทีในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีที่คนแน่นร้านทุกคืน

          “คุณโคจิคะ จากคุณโทคิวะค่ะ”

          มิชิโกะส่งซองทิปให้ หัวหน้าพ่อครัวสวมแว่นรับ

          “คุณลุงมาดเท่คนนั้น...นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” ชินโงพูด ตักหัวไชเท้าต้มให้ฮิเดโอะชิม ชายหนุ่มพยักหน้าว่าใช้ได้

“แกบอกว่าถ้าจะกินปักเป้าจะต้องมากินที่นี่และต้องเป็นคุณโคจิแล่เท่านั้นค่ะ ถึงจะเป็นปักเป้าฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ” สาวเสิร์ฟคนเดิมตอบแล้วยกหัวไชเท้าออกไป

จินมองหน้ามาโมรุ คนเป็นรุ่นพี่ตอบทันที การได้อธิบายเรื่องที่ตนเองรู้มากกว่าทำให้เขารู้สึกดีมากกับการทำงาน

          “นักกินปลาปักเป้าพูดกันว่าว่า พ่อครัวที่แล่ให้มีพิษติดเนื้อเล็กน้อยถึงจะเรียกว่าเก่งจริง  เพราะปักเป้าน่ะพิษแรงว่าไซยาไนด์ตั้งสิบเท่า ถ้าไม่มีฝีมือจริงๆ ทำไม่ได้หรอก”

“แน่นอน ก็คุณโคจิสอบผ่านจนได้ประกาศนียบัตรมาแล้วนี่นา” ชินโงเสริม “สวนของที่ร้านก็เป็นฝีมือแกที่มาออกแบบให้ฟรีๆ ด้วยเหตุเพราะติดใจปักเป้าของคุณโคจินี่แหละ”

จินเหลือบมองโคจิขณะที่ล้างจาน ถึงใบหน้าจะเรียบเฉย แต่แววตาของเขาก็มีความภาคภูมิใจ และในช่วงเวลานี้ฮิเดโอะแล่ปลาบุริไปเงียบๆ เด็กหนุ่มมารู้ทีหลังว่าลูกชายคนโตของเจ้าของร้านนั้นถึงจะเก่งเทียบเท่าพ่อครัวคนปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่สามารถแล่ปักเป้าออกเสิร์ฟได้

จินเดินออกไปหยิบฟืนมาเพิ่ม อากาศเย็นเยือกทำให้เด็กหนุ่มก้าวเร็วๆ กระทั่งมีไอเย็นมากระทบจมูกวาบ เขาเงยหน้าขึ้นมอง พบละอองสีขาวก้อนเล็กๆ ที่โปรยปรายลงมา

หิมะ...

วันเวลาพาชีวิตของเขาพบกับหิมะในอีกครั้ง ความหนาวที่แทรกซึมเข้าในกายบอกความหมายถึงการมีชีวิตอยู่ เขาเป่าลมหายใจที่กลายเป็นวันออกมาแล้วรีบเดินกลับเข้าในครัวอย่างรวดเร็ว

 

          คาจิวาระ โคโทริ มาถึงที่ร้านมิโอโมเตะเวลาบ่ายสองโมง เธอโทร.มาบอกฮิเดโอะล่วงหน้าแล้วว่าจะเอาของจากคาจิวาระมาให้บิดาของเขา สาวสวยปรากฏตัวพร้อมผู้ติดตามสองคนชิมะเชิญเธอให้เข้ามารอบริเวณห้องรับแขก

          นานครั้งจะได้มานั่งเบื้องหน้าโอคาซากิ ชิเงรุ โคโทริพบว่าบุคคลผู้นี้มีไออวลเหมือนพ่อ บุรุษที่ผ่านความยากลำบากและความเจ็บปวดล้ำลึกฝังอยู่ในดวงตา รอยย่นที่หน้าผาก ร่องแก้ม และริมฝีปากที่เม้มสนิท

          “ปีใหม่กำลังจะมาถึง คุณพ่อฝากของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาให้ค่ะ ท่านฝากขอโทษที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง”

          เธอกล่าว เบี่ยงหน้าส่งสัญญาณให้มาเอดะส่งของในห่อผ้าให้เจ้าบ้าน เมื่อชิเงรุแกะออกดู ก็พบแจกันสองใบ เป็นโถทรงสูงที่ปากกว้างและคอดตรงคอ อีกใบเป็นทรงปากแคบคอเรียวแต่ช่วงล่างกว้าง ทั้งสองใบมีสีครีมลายสีน้ำตาลเข้ม เขียนลวดลายเป็นสัตว์และต้นไม้รูปร่างแปลกตา

          ชิเงรุหยิบดู รักษากิริยาตื่นตะลึงเอาไว้ ด้วยประสบการณ์รู้ว่าของตรงหน้ามีมูลค่าสูงไม่น้อย

          “สวยมาก ไม่ใช่ของญี่ปุ่น ไม่ใช่ของจีนด้วย ลายนี่...เหมือนศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

          สาวงามยิ้ม “สมกับเป็นนายใหญ่แห่งมิโอโมเตะ คุณพ่อบอกว่า เป็นเครื่องเคลือบจากทางตอนเหนือของประเทศไทยค่ะ เป็นของที่มีเฉพาะที่นั่นเท่านั้น”

          ชายชราใช้นิ้วลูบไปบนพื้นผิวของเครื่องเคลือบ สีนวลครีมดูนุ่มนวล รับกับเส้นสีน้ำตาลเข้มทำให้ดูมีเสน่ห์ที่ลุ่มลึกต่างจากเครื่องเคลือบสีขาวเขียนลายสีฟ้าของจีนซึ่งให้ความรู้สึกสดใสกว่า

          “ฝากขอบคุณคุณริวโซด้วยนะ ขอให้คุณพ่อของหนูมีสุขภาพแข็งแรง” ชิเงรุกล่าวในที่สุด

โคโทริซ่อนรอยยิ้มสมหวังไว้ภายใต้ใบหน้าอ่อนหวาน ความจริงแล้วของฝากชิ้นนี้เป็นผลงานของ นกพิราบ ต่างหาก เธออยากได้ของขวัญเป็นให้เครื่องเคลือบดินเผาจากต่างประเทศ รองหัวหน้าอันดับสองก็จัดหามาให้ แต่หญิงสาวไม่ได้เก็บไว้เพื่อตนเอง

คุณหนูแน่ใจนะครับว่าอยากได้เครื่องเคลือบแบบนี้

ชายผมยาวมาดศิลปินถามขณะที่เธอชื่นชมกับของที่เขาหามาให้ ดวงตาคมกริบเชือดกลับรอยยิ้มที่เหมือนรู้ทัน

ฉันแน่ใจว่านายจะไม่ป่าวประกาศ ฉันคุยกับคุณพ่อแล้ว

คุยว่าจะเอาของไปกำนัลพ่อครัวน่ะเหรอครับ

อย่าคิดว่าเป็นรองหัวหน้าอันดับสองแล้วฉันจะไม่กล้านะ หญิงสาวคำราม ชายหนุ่มหัวเราะแผ่ว พ่นควันบุหรี่ก่อนจะเดินออกไปอย่างรื่นรมย์

ใช่ละ คุโรซากิอารมณ์ดีเสมอ ยิ่งยามได้รู้ความลับของเธอ

“คุณโคโทริ”

เสียงเรียกชื่อทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ และพบว่าชายหนุ่มที่เป็นเสมือนเจ้าของบ้านอีกคนเดินมาถึงห้องรับแขกแล้ว เห็นแสงในดวงตาของเขาแวบหนึ่ง เนื่องด้วยวันนี้เธอสวมเดรสลายสก๊อตสีน้ำเงินแดงแทนที่กิโมโน ทับด้วยโอโวอร์โค้ทสีเทาและผ้าพันคอสีกรมท่า ขณะที่เขาก็ลังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน สวมทับด้วยแจคเกตและผ้าพันคอไหมพรมสีน้ำเงิน

“ขอโทษที่มารบกวนกะทันหันค่ะ” เธอกล่าวอย่างออกตัว ฮิเดโอะตอบว่าไม่เป็นไร

“ข้างนอกคงหนาวมาก อุตสาห์มาถึงที่นี่ ขอบคุณมากๆ เลยครับ” สีหน้ายินดีต้อนรับฉายชัด

โคโทริยิ้มหวานตอบ หยิบกล่องขนมส่งให้

“ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ใช่จิเอโนะโมจิที่คุณฮิเดโอะชอบ เป็นแค่เซนเบ้ธรรมดา”

ชายหนุ่มหัวเราะเขิน ช่างเป็นผู้ชายที่ยิ้มได้จริงใจเสียจริง หญิงสาวคิดอยู่ในใจ “จำได้ด้วยเหรอครับ ไม่เป็นไรครับ เซนเบ้ก็อร่อยดี เป็นตัวขนมที่เรียบหรู เหมาะกับคุณโคโทรินะ”

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือชมตามมารยาท แต่โคโทริก็ร้อนไปทั้งตัว

 

ฮานะเดินเข้ามาในครัวที่ชิมะกำลังจัดหาอุปกรณ์อะไรง่วนอยู่

“ทำอะไรคะป้า มีอะไรให้ช่วยไหม”

“คุณฮานะ ไม่เป็นไรค่ะ พอดีคุณฮิเดโอะมีแขก คุณโคโทริน่ะค่ะ เลยอยากให้ไปชงชาให้หน่อย”

“คุณโคโทริมาเหรอคะ ถ้างั้นฉันช่วยค่ะ” หญิงสาวเสนอตัว จัดอุปกรณ์ลงในถาดไม้ใบใหญ่ “แล้วนี่ใช้ชาแบบไหนคะ” เธอหันไปถามหัวหน้าสาวเสิร์ฟที่วันหยุดก็ยังช่วยหยิบจับอะไรอยู่เสมอ ชิมะส่งถุงชาให้

ฮานะหยิบมาเปิดสูดกลิ่น หลับตาพริ้ม “อื้อ หอมจัง นี่...ฟูคามูชิฉะใช่ไหมคะ”

“สมกับเป็นคุณหนูแห่งมิโอโมเตะ แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าเป็นชาแบบไหน ค่ะ คุณฮิเดโอะบอกว่าเธอชอบ”

คนฟังพยักหน้า ช่วยหญิงกลางคนจัดอุปกรณ์ชงชา และยกไปที่ห้องรับแขก

 

โคโทริปลาบปลื้มกับชาเช่นเคย ความจริงแล้วก็คือดีใจที่ชายหนุ่มจำได้ว่าเธอชอบชารสเข้ม ทั้งที่ทิ้งช่วงการมาที่ร้านไปถึงสองปี ส่วนสองครั้งล่าสุดที่มานั้นอยู่ในฐานะลูกค้าที่เธอไม่ได้เรียกร้องอะไร ราวกับอีกฝ่ายจะแยกได้ว่าเมื่อไหร่จะต้อนรับเธออย่างแขกที่มาเยือน

“พอดีฉันคิดว่าได้มีงานต้องทำอีก ขอโทษด้วยค่ะ”  ฮานะเอ่ยขอตัวเมื่อพี่ชายเรียกให้นั่งด้วยกันก่อน โคโทริคลายมือที่กำออก

“ขอตัวก่อนนะคะ คุณโคโทริ ตามสบายค่ะ”

เธอโค้งให้ แล้วลุกออกไปอย่างเรียบร้อย โคโทริยกชาขึ้นจิบปิดรอยยิ้มสมใจที่อาจจะเผลอแสดงออกไป ฮานะอายุน้อยกว่าเธอสองปี ครั้งแรกที่มาเห็นก็คือห้าปีก่อน ตอนนั้นลูกบุญธรรมของชิเงรุอายุสิบสามปี กำลังพ้นวัยเด็กและเข้าสู่วัยรุ่น ฮานะตัดผมยาวประบ่าและยังไว้หน้าม้า ทว่าใบหน้าหวานนั้นโดดเด่นนัก ดวงตากลมอ่อนโยนมีแววเศร้าลึกจางๆ ถึงตอนนี้ผมยาวของเธอไล่ระดับกันทำให้ดูสวยแบบผู้หญิงเต็มตัว

ทั้งยังมีความอ่อนแอเป็นส่วนผสมบางๆ จากการสูญเสียเป็นเสน่ห์ที่กระตุ้ผู้ชายให้มีความปรารถนาจะปกป้องได้อีก ในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน แค่มองปราดเดียวก็รู้สึกได้ถึงหัวใจ

และมองแวบเดียว ก็รู้ถึงความหมายในสายตาของฮิเดโอะ ว่าห่วงหาอาทรณ์น้องสาวคนละสายเลือดนี้เพียงไร

“พรุ่งนี้เหรอครับ เกรงว่าจะไม่ได้ พรุ่งนี้ร้านเปิดอีกวัน ตั้งใจว่าจะกินเลี้ยงกับที่ร้านน่ะครับ ขอโทษด้วยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็ลืมไป” โคโทริตอบอย่างออกตัว เมื่อเธอชวนเขาไปฉลองปีใหม่ที่บ้านคาจิวาระ

แท้จริงแล้วเธอก็รู้ แต่อยากหย่อนความลำบากใจไว้ในความทรงจำของเขา ครั้งต่อไปก็จะได้คำตอบที่งอกเงยผลอย่างงดงาม

ทั้งคู่คุยกันเรื่องไหว้พระช่วงปีใหม่ ไปจนถึงเรื่องวิชาออกแบบของโคโทริที่เธอตั้งใจว่าจะทำเป็นธุรกิจ แต่กำลังอยู่ในช่วงการวางแผน

“คุณโคโทริครับ”

“คะ?” เธอรีบดึงตัวเองกลับมา มือที่ถือถ้วยชากำเกร็งไม่รู้ตัว

“ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหมครับ ชมสวนสักครู่แล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่”

ดูเอาเถอะ น้องสาวลับตาไปไม่ถึงสองนาทีก็อยู่ไม่ได้แล้ว แต่เธอก็พยักหน้า

“ดีเหมือนกันค่ะ ที่จริงวันนี้ฉันเอากล้องมา จะได้ถ่ายรูปไว้เป็นไอเดียด้วย”

 

ฮานะเดินกลับมาที่ครัว สูดลมหายใจโล่งอก ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าโคโทริเธอจะอึดอัดเสมอ เพราะสายตาคมร้อนแรงที่ยามจะจับจ้องก็พุ่งตรง ยามที่ไม่แลก็เหมือนว่าเธอไม่มีตัวตน

หญิงสาวส่ายหน้า เลิกสนใจดีกว่า เธอเดินไปที่ห้องเก็บของแห้งและเครื่องปรุงต่างๆ ทำการตรวจเชคสตอกของแห้งทั้งหลาย ข้าวสาร น้ำตาล เกลือ ดูเหมือนว่าน้ำตาลในครัวจะหมดแล้ว จะยกกระสอบใหม่ไปใส่ถังที่ใช้ประจำก็หนักเกินไป สงสัยต้องเดินหลายเที่ยวหน่อย เธอคิด และเดินกลับมาที่ครัว ก็เจอเกือบจะชนกับร่างหนึ่งที่เดินผ่านมาเช่นกัน

“อ้าว จินคุง”

จินเกือบจะสะดุ้ง คิดว่าวันอาทิตย์อย่างนี้จะไม่มีใครมาแถวหลังห้องเก็บของแล้ว ยังจะเจอกับฮานะ ไม่ว่าตอนไหนเขาก็เห็นเธอทำงานอยู่ตลอด

ฮานะมองไปยังทิศทางที่เด็กหนุ่มเดินมาแวบหนึ่ง กะพริบตาสองที ครั้นแล้วก็ยิ้ม

“มาพอดีเลย ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม”

จินยกถังไม้ที่ใส่น้ำตาลจนเต็มเข้าไปในครัว วางไว้ยังตำแหน่งเดิม ฮานะวางส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยบนกระสอบเกลือ แปะกระดาษซึ่งลงวันที่วันนี้ไว้เพื่อจะได้จำแนกการใช้ได้ถูก

“ขอบใจจ้ะ” เธอบอก “หลังปีใหม่มีของต้องซื้อหลายอย่างเลย รำข้าวก็หมดแล้ว” หญิงสาวจดลงสมุด

เด็กหนุ่มยืนรอ “มีอะไรให้ช่วยอีกไหมครับ”

ฮานะหันมา กำลังจะเอ่ยว่าไม่มีก็นิ่งไป เอียงคอมองดูอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งๆ

“จินคุงนี่สูงเหมือนกันเนอะ สูงเท่าไรน่ะ”

คนถูกถามกะพริบตาปริบๆ งุนงงในเนื้อหาชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่รู้ครับ ไม่เคยวัด”

“ถ้างั้น วัดไหมล่ะ” ฮานะทำเสียงใส วางสมุดกับดินสอแล้วก็ดึงแขนเสื้อจินมาโดยไม่รอให้เจ้าตัวตอบ

ที่ห้องรับประทานอาหาร มีเสาสูงอยู่ตรงประตูที่เชื่อมกับทางเดิน เป็นไม้สนสีอ่อนที่เรียบลื่น

“จินคุงยืนตรงนี้นะ เอาตัวไปชิดเสาเลย นั่นละๆ”

ท่าทางเธอกระตือรือร้นเหมือนเด็ก จินทำตามอย่างว่าง่าย แล้วฮานะก็ขึ้นไปยืนตรงทางเดินซึ่งเป็นพื้นต่างระดับที่สูงกว่าประมาณยี่สิบเซ็นติเมตร วางไม้บรรทัดทาบบนศีรษะคนตัวสูงแล้วก็ใช้ปากกาเมจิกลากเป็นเส้นตรงสั้นๆ ต่อมาก็หยิบเก้าอี้ตัวเตี้ยมาวาง ขึ้นไปเหยียบแล้วก็วัดระยะ จินเพิ่งเห็นว่ามีเส้นตรงขีดไว้อยู่ก่อนแล้ว แต่รอยจางกว่า

“สูงน้อยกว่าพี่ฮิเดโอะสองเซนติเมตร แปลว่าจินคุงสูงร้อยแปดสิบสินะ”

ชื่อฮิเดโอะเหมือนเป็นรสขมในช็อคโกแลตหวาน ฮานะเก็บเครื่องเขียนไว้ในกล่อง พอหันมาเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งๆ ก็นึกได้ว่าทำตามใจตัวเองไปหน่อย

“อุ๊ย ขอโทษนะที่ดึงมา แค่อยากรู้น่ะ”

จินส่ายหน้า คิดว่าต้องพูดอะไรบ้าง “คุณฮานะมีอะไรให้ผมช่วยอีกไหม”

ฮานะแตะปาก “แล้วจินคุงไม่ทำอะไรเหรอ”

“ผมว่า จะไปดูแปลงผัก”

หญิงสาวเบิกตาโต “ดีเลย ฉันกำลังจะไปเหมือนกัน ว่าแต่...ฉันไม่รบกวนเธอเกินไปนะ วันนี้วันหยุดนี่”

“ถ้าคุณฮานะให้ช่วย ผมก็จะช่วยครับ”

สาวสวยยิ้มกว้าง จินพยายามจะลืมว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านนี้ พยายามจะลืมว่าเขามาทำอะไรที่นี่ สิ่งที่คิดได้ในขณะนี้ก็คือ ข้อความในหนังสือวิทยาศาตร์ซึ่งเขียนไว้ว่า โลกใบนี้กำเนิดขึ้นเมื่อสี่พันหกร้อยล้านปีก่อน

แต่โลกของเขาเกิดขึ้น ณ วันที่ได้พบเธอ

 

โคโทริถ่ายรูปในสวน ฮิเดโอะเดินอยู่ข้างๆ เล่าว่า นักจัดสวนชื่อโทคิวะยังมาตกแต่งให้อีกครั้งเมื่อปีก่อน หลังจากที่เธอเคยเห็น โคมไฟไม้ฉลุรูปกระต่ายเป็นของขวัญจากเขา มองดูตอนกลางวันน่ารักแบบเรียบๆ แต่เสน่ห์เย้ายวนจะปรากฎเมื่อฉายแสงไฟ

          “ร้านหยุดวันที่สามสิบเอ็ดถึงวันที่ห้าครับ แต่ว่าคุณโคจิออกเดินทางไปอาคิตะวันนี้แล้ว แกไม่เคยหยุดเลยทั้งปี คุณพ่อเลยอนุญาตให้เป็นพิเศษ”

          คนฟังพยักหน้า นึกถึงพ่อครัวตัวสูงสวมแว่นท่าทางจริงจังคนนั้น “พรุ่งนี้คุณฮิเดโอะคงยุ่งมาก ยังไงก็พยายามเข้านะคะ”

          “ขอบคุณครับ คุณโคโทริก็เหมือนกัน”

          เป็นช่วงเวลาที่ดีเหลือเกิน ถ้าโคโทริกับเขาไม่เดินลงมาถึงแปลงผักแล้วเห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังทำสวน ฝ่ายชายเทดินลงในแปลง หญิงสาวขมวดคิ้ว ฝ่ายหนึ่งคือฮานะแน่นอน แต่อีกคน เด็กหนุ่มคนนั้น มันคือเจ้าคนที่โดนทาคามิเนะกับคุโบตะอัดที่หน้าร้านเมื่อสองเดือนก่อนมิใช่หรือ

“นั่นคางาวะ ลูกจ้างคนใหม่ เพิ่งมาทำงานสักสองเดือนได้แล้วละครับ”

ข้อเท็จจริงทำให้โคโทรินิ่ง เพราะเธอไม่รู้ว่าฮิเดโอะรู้เรื่องของเด็กหนุ่มคนนี้มากเพียงไร อีกฝ่ายฟ้องรึเปล่าว่าโดนคนของพ่อเธอรุมต่อย แล้วทำไมถึงมาโผล่เป็นลูกจ้างมิโอโมเตะเสียอย่างนั้น ความบังเอิญนี้แปลกจริง เธอรู้สึกได้ตามสัญชาตญาณของลูกสาวยากุซ่า

เมื่อเหลือบมองไปคนข้างตัวก็พบความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์ เพราะเขาจับจ้องคนคู่นั้นอยู่เช่นกัน

สายตาห่วงหาแบบนี้อีกแล้ว เกลียดนัก

 

1.  1   เป็นชาชนิดเดียวกับชา เซนฉะ แต่จะนำไปอบนานเป็นสองเท่าของชาเซนฉะ ต้มแล้วจะมีสีเข้มหม่น และรสชาติเข้มข้นและหวานกว่า



อึํ



 รูปประกอบ อิเคบานะ

Cr. จากกูเกิ้ล



อุุธิยา

7.11.17

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #11 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:22
    ชอบที่แทรกศิลปะไทยเข้ามาด้วยคะ รู้สึกเหมือนต่างชาติได้เรียนรู้ศิลปะไทย ทั้งที่เราก็อ่านเอง ก็อินไป หุๆ
    #11
    0