กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ย่างก้าวสีแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ต.ค. 60

5. ย่างก้าวสีแดง

 

ใบเมเปิ้ลสีส้มอมแดงร่วงลงมาบนถนนตามแรงลม คางาวะ จิน เงยหน้าขึ้นมอง ต้นของมันอยู่ในสวนของบ้านฝั่งตรงข้าม เช่นเดียวกันกับใบแปะก๊วย ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดในช่วงปลายเดือนนี้ หลังจากนั้นก็จะร่วงเหลือแต่กิ่งที่ตั้งรับการมาของหิมะและทุกอย่างจะถูกกลืนด้วยสีขาวโพลน

หน้าที่ของเขาหลังกวาดลานหน้าร้านเสร็จแล้ว ต่อไปคือล้างหม้อและเครื่องครัวทุกชิ้น เมื่อมาโมรุขนผักต่างๆ เข้ามาก็ทำการล้างและส่งต่อให้รุ่นพี่ไปปอก หั่น เตรียมไว้ประกอบอาหาร หลังจากนั้นก็ติดเตา กินมื้อเช้า ล้างจานชามอีกครั้ง ถูระเบียง ต่อด้วยการตรวจดูจำนวนฟืน และคอยเป็นลูกมือหยิบจับงานเบ็ดเตล็ดต่างๆ ตามที่จะถูกใช้

สิบวันพอดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ เริ่มปรับตัวได้ งานหนักทำให้นอนหลับสนิทได้โดยไม่ฝันร้าย กระนั้นจินก็ยังสะดุ้งตื่นมากลางดึกอยู่บ้างแล้วต้องย้ำว่าเรื่องที่ตนเองได้มีที่พักที่กินเป็นหลักแหล่งนั้นเป็นความจริง

ทุกครั้งเขาหยิบซองตะเกียบนั้นขึ้นมาดู กระดาษสีชมพูเกือบจะกลืนไปกับภาพในบ้านที่กลายเป็นนรกไปแล้วตอนที่เขากลับมาจากโรงเรียน

“คางาวะ เสร็จหรือยัง ทางนี้ยังมีงานอีกนะ” มาโมรุเรียก เขารีบเดินกลับเข้าไป

รุ่นพี่อายุมากกว่าสองปีให้เขาล้างผักจำพวก แครอท หัวไชเท้า และมะเขือม่วงที่เก็บมาสดๆ  ส่วนเผือกจะมีคนนำมาส่งซึ่งต้องใช้ผ้าขัดเอาเปลือกออกแทนการปอกด้วยมีด น้ำในยามเช้าตรู่จัดเย็น แต่จินก็ตั้งหน้าตั้งตาล้างไปเรื่อยๆ

มีรองเท้าอยู่ตรงหน้า เขาผงกศีรษะขึ้น ฮานะนั่นเอง

หญิงสาวสวมกางเกงฮากามะทับกิโมโน ในวันอาทิตย์ที่ได้หยุดครั้งแรกเขาแอบคิดว่าจะได้เห็นเธอในชุดกระโปรงเหมือนกับสาวเสิร์ฟคนอื่นที่แต่งตัวออกไปเที่ยว แต่ก็ไม่เห็น เพราะเธอออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า และกลับมาในชุดกิโมโนแบบที่คุ้นตา

เธอวางหัวไชเท้าอีกตระกร้าหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ที่ร้านมิโอโมเตะปลูกผักเองบางอย่าง ซึ่งคนที่ดูแลกระบวนการนี้ทั้งหมดคือฮานะ

“วันนี้เยอะหน่อย รบกวนด้วยนะ”

จินได้แต่พยักหน้า ฮานะถอยออกมายืนดู ชายผู้มีอายุน้อยกว่าเธอสามปีทำงานอย่างแข็งขันมาตลอดสิบวันที่ผ่านมา พูดน้อย เธออยากจะทักทายเขา แต่สีหน้ากึ่งเครียดที่ฉาบอยู่เสมอทำให้ไม่กล้า

ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากรีรอครู่หนึ่งเธอก็เดินออกมาจากบริเวณนั้น

เด็กหนุ่มหยุดมือที่กำลังถูดินออกจากหัวไชเท้ามาจับที่หน้าอกตัวเอง ทำไมยังตื่นเต้น

 

มื้อเช้าวันนี้เป็นเมนูง่ายๆ อย่างข้าวราดน้ำชาโรยหน้าด้วยกับสาหร่าย เสิร์ฟกับปลาย่าง ไข่ม้วนและผักดอง ก่อนหน้านี้จินได้กินข้าวราดน้ำชาที่ใช้ทูน่าหั่นเป็นเส้นคลุกโชยุเป็นเครื่องโรยหน้า จินไม่กล้าพูดว่าเขากินของดิบไม่ได้ ผลก็คือท้องเสียจนทำงานไม่ได้ไปหนึ่งวัน ต้องตามหมอมาดูอาการ และถูกโคจิตำหนิเสียยกใหญ่ โทษฐานไม่บอกกล่าวจะทำให้นายจ้างเดือดร้อน

จินบอกว่าไม่มีอะไรแพ้อีก และปิดด้วยคำขอโทษ ดังนั้น เมื่อเมนูนี้วนมาอีกครั้ง ส่วนของเขาก็จะเป็นของแห้ง ขณะที่คนอื่นทูน่าที่เหลือจากเสิร์ฟลูกค้าในวันก่อนหน้า

“ทุกคนมีของที่กินไม่ได้หรือไม่ชอบกันทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องคิดมากนะ คางาวะคุง”

คำพูดของฮานะทำให้ความอึดอัดนั้นก็เปลี่ยนเป็นความวูบไหว เด็กหนุ่มก้มหน้ากินข้าวไปโดยไม่พูดอะไรต่อจนอิ่ม เก็บล้างจานรวมของทุกคน แล้วก็ยกถังน้ำกับผ้าถูกพื้นไปที่ระเบียง ได้ยินเสียงชิมะคุยโทรศัพท์กับลูกค้า

“ได้ค่ะ ห้องบ๊วยเหมือนเดิม เอ๊ะ คราวนี้ไม่ใช่ห้องบ๊วยเหรอคะ”

เด็กหนุ่มบิดน้ำออกจากผ้า ไม่ได้สนใจนักแต่หูได้ยินอัตโนมัติ “อยากได้ห้องใหญ่ งั้นเป็นห้องสึบากิ...อ้อ ได้ค่ะ ทั้งหมดเป็นสิบห้าท่านนะคะ เดี๋ยวจัดการให้ ขอบคุณค่ะ”

เธอพูดเสร็จก็วางสาย และเดินออกมาจากห้องบัญชีเล็กๆ ทางเดียวกับที่จินกำลังถูกพื้นอยู่ ยิ้มให้

“อ๊ะ นายท่าน”

เสียงเรียกทำให้จินเงยหน้า แล้วก็ลุกขึ้นผงกศีรษะทักทาย ตั้งแต่เข้ามาทำงานได้เจอนายใหญ่แห่งมิโอโมเตะไม่บ่อยนัก บางวันก็ไม่ได้เห็น แต่บางวันชายชราก็เข้าไปในครัวเพื่อจะพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับทางร้านสักครั้ง

ทักทายแล้วก็ทำงานต่อ ชิเงรุคุยกับชิมะ “เตรียมห้องให้ทางฮิโนโทริใช่ไหม”

มือที่กำลังกดผ้าลงบนพื้นไม้ชะงัก ฮิโนโทริ... ชื่อนี้

“ค่ะ ทางนั้นเปลี่ยนเป็นห้องสึบากิ แต่ว่าจะขอเพิ่มเป็นสิบห้าคน ขอใช้ห้องสุมิเระที่อยู่ติดกันด้วย แล้วก็ขอให้ถอดฟูซุมะ1ด้วยน่ะค่ะ”

ชิเงรุฟังนิ่งๆ ครั้นแล้วก็พยักหน้า “ถ้างั้นก็ทำตามนั้น ดูแลให้ดี อ้อ เดี๋ยวตามฮิเดโอะให้ไปหาฉันที่ห้องชาด้วย”

“ได้ค่ะ”

ทั้งชิเงรุและชิมะต่างก็เดินแยกกันไป แต่จินยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ฮิโนโทริ ผู้ซึ่งสร้างแผลบนตัวเมื่อสิบวันก่อน ยากุซ่า...ชื่อของกลุ่มคนที่ทำลายความหวังในชีวิตจนพังพินาศตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว

เบาะแสกำลังจะมาที่นี่

 

ในครัว โคจิดูรูปในกระดาษที่ฮิเดโอะส่งให้ ดวงตาใต้แว่นใสครุ่นคิดเกี่ยวกับการตกแต่งในอาหารจานหนึ่ง ฮิเดโอะมักจะมีวิธีการทำอาหารที่แปลกใหม่มาเสนออยู่บ่อยๆ ชิเงรุกับเขาไม่ค่อยเห็นด้วย แต่บางอย่างก็ถูกปรับปรุงจนสามารถนำมาใช้ได้ และชายหนุ่มก็ยังพยายามอยู่เสมอ พ่อครัวอาวุโสแย้งว่าความคิดนี้ไม่ใช่แนวทางของมิโอโมเตะ แต่ลูกชายเจ้าของร้านก็ยืนยันความรับผิดชอบเอง

โคจินิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็พยักหน้ายอม และหันไปสนใจกับลูกพลับตากแห่งที่ทำให้เมื่อวันก่อน

 “ลองอะไรอยู่เหรอคะ” ฮานะเดินเข้า ตามมาด้วยชินโงกับมาโมรุที่ช่วยกันแบกถังไม้เข้ามา และสองสาว ซาโอริ กับ มิชิโกะ สองหนุ่มวางลงที่โต๊ะกลาง

 ฮิเดโอะหันไปอธิบายให้น้องสาวฟังอีกครั้ง ฟังจบหญิงสาวก็ยิ้มซุกซน

“ลองทำอะไรอีกแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อก็ดุเอาอีกหรอกค่ะ”

ชายหนุ่มทำหน้าปูเลี่ยน โคจิที่กำลังชิมลูกพลับตากแห้งมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากแวบหนึ่งก่อนจะหายไปเป็นความคิด ฮิเดโอะคือคนที่จะต้องรับช่วงสืบต่อร้านมิโอโมเตะเป็นรุ่นที่สี่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่บางครั้งเขาก็ไม่แน่ใจว่า ความคิด นอกกรอบของชายหนุ่มจะนำร้านไปได้ไกลหรือเปล่า ยกตัวอย่างการทำเพื่อ โชว์ ลูกค้าครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในวิถีทางที่บิดาของชายหนุ่มไม่ชอบใจนัก

“แล้วนี่อะไร อ๊ะ อย่าบอกนะว่า..นุคาสึเกะ2ใช่ไหม”

“ใช่แล้วค่ะ ครบกำหนดห้าเดือนวันนี้พอดีเลย” เธอบอกเสียงใส “มีแตงกวา แครอท มะเขือม่วง แล้วก็หัวไชเท้า”

“เยี่ยมไปเลย” ฮิเดโอะร้องแล้วก็มองฮานะตาใส “ชิมได้ไหม”

คนดองยิ้มหวาน “รอคำถามนี้อยู่เลย”

เธอเปิดฝาถัง ชินโงกับมาโมรุทำท่าสูดกลิ่นเข้าเต็มปอด ฮานะหยิบผักดองทั้งสามอย่างมาส่งให้มาโมรุเอาไปล้างเอารำข้าวคั่วออก และหั่นมาวางใส่จานส่งให้ทุกคนได้ชิมทั่วกัน ซึ่งมาริ กับ ชิมะก็ถูกเรียกมาชิมด้วย

“อื้ม! ผักดองคุณฮานะนี่อร่อยที่สุดเลย” ซาโอริร้อง

“เค็ม เปรี้ยว หอมรำข้าว และที่สำคัญ กรุบกรอบเป็นที่สุด”

“ใช่เลย เป็นการเคี้ยวผักดองที่มีความสุขจริงๆ ไม่เสียแรงที่รอมาหลายเดือน สมกับเป็นฝีมือคุณฮานะ” ชินโงยังทำท่าเคลิ้มฝัน

“อร่อยมากครับคุณฮานะ” โคจิเอ่ย หญิงสาวโค้งขอบคุณ

จินเดินเข้ามาทางประตูหลัง ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกคนมายืนรวมกัน “คางาวะ มานี่เร็ว มาชิมผักดองกัน”

มาโมรุเรียก เขาเพิ่งผ่าฟืนเสร็จ กำลังก้าวเข้าห้องครัวก็หยุดกึก แต่ไม่ใช่เพราะแขนขาที่ล้า แต่ด้วยชื่อที่อีกฝ่ายเอ่ยต่างหาก

ผักดอง...

ภาพของสีแดงที่เหลืออยู่ในเบนโตะ ในห้องที่ฉาบด้วยกลิ่นคาว...

“คางาวะ”

ได้ยินเสียงเรียกซ้ำ จินรีบดึงสติตนเองกลับมา หัวใจเต้นตึกตัก เตรียมใจรับกับสิ่งที่ต้องเจอ แต่ภาพตรงหน้าไม่มีสีแดง ไม่มีส่วนใหญ่ใกล้เคียงนอกจากสีส้มของแครอท

เขาหายใจโล่ง ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียดาย นั่นสินะ แค่ไม่กี่วันที่มาอยู่จะได้พบสิ่งที่ตามหาอยู่มันก็คงเป็นการเพ้อฝันไปหน่อย

“นุคาซึเกะ คุณฮานะดองเองเลยนะ”

พอได้ยินคำอธิบายว่าเป็นฝีมือของฮานะและเจ้าตัวก็กำลังยืนยิ้มหวานอยู่ตรงนั้นทำให้ประหม่าขึ้นทันควัน  เด็กหนุ่มก้มหน้าใช้ตะเกียบคีบแครอทเข้าปาก

สัมผัสแรกคือความกรอบ สัมผัสที่สองคือรสเปรี้ยวเค็มแผ่กระจายไปทั่วลิ้น สัมผัสที่สามคือกลิ่นหอมแอลกอฮอล์

“กลิ่นอะไรครับ”

“เบียร์” ฮิเดโอะเป็นคนตอบ “ของที่นี่จะใส่เบียร์กับเปลือกแอปเปิ้ลลงไปด้วย เป็นสูตรเฉพาะของเราเอง”

จินพยักหน้า พูดสั้นๆ ว่าอร่อย ไม่อยากเอ่ยออกไปมากว่าในชีวิตของเขาไม่ค่อยได้กินอาหารที่มีรสชาติลึกซึ้งมากนัก ส่วนใหญ่ฝากท้องกับข้าวปั้น ข้าวหน้าต่างๆ ราเมน มิโซะซุปก็เป็นแบบใส่เต้าหู้ธรรมดา

แต่ตอนนี้ เขาอยากกินและอยากเห็นผักดองสีแดงผลกลมเกลี้ยงแบบนั้น

“เอาล่ะ แยกย้ายกันเถอะ ยังมีงานอีกมาก เดี๋ยวจะไม่ทัน”

โคจิ ผู้เข้มงวดเอ่ยขึ้นในที่สุด

 

เมื่อถอดประตูที่กั้นห้องสึบากิกับห้องสุมิเระออกไป จึงกลายเป็นห้องใหญ่ที่รองรับลูกค้าได้มากถึงยี่สิบคน แต่ทางผู้จองแจ้งมาสิบห้าคน จึงสามารถนั่งกันได้อย่างสบายๆ ก่อนหน้านี้ชิเงรุให้จินกับมาโมรุมาจัดโต๊ะยาวและวางเบาะนั่งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อสมาชิกฮิโนโทริมาถึง ชิมะต้องให้มิชิโกะกับซาโอริมาเสิร์ฟประจำที่แขกกลุ่มนี้ไว้ก่อน ส่วนตนเอง มาริและฮานะนั้นช่วยเสิร์ฟลูกค้าห้องอื่น

เครี่องดื่มและอาหารเรียกน้ำย่อยถูกทยอยเสิร์ฟเรื่อยๆ ซาชิมิวันนี้ มีเอ็นงาวะ3 ที่ได้จากปลาฮิราเมะ ชิ้นส่วนรูปร่างยาววางมาบนจานดินเผาเนื้อดิบสีน้ำตาลเข้มยิ่งส่งให้เนื้อสีขาวนวลโดดเด่น สัมผัสกรุบกรอบและสดใหม่เรียกเสียงฮือฮาให้บรรดาสมาชิกได้ไม่แพ้โอโทโร่สีชมพูอ่อนเลย

“อื้อหืม ทั้งรสชาติ ทั้งสีสัน จานชามที่จัดวาง สมคำร่ำลือจริงๆ ในฐานะหัวหน้าสาขา  A ขอขอบคุณหัวหน้าคาจิวาระสำหรับงานเลี้ยงครั้งนี้ และขออวยพรให้คุณหนูโคโทริด้วยครับ”

ชายผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งกล่าว เขาคำนับคนเป็นเจ้านายและลูกสาวเจ้านายอย่างจริงใจ

“ผมก็เช่นกันครับ ขอให้คุณหนูมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป คันซากิจากสาขา K ครับ”

โคโทริผงกศีรษะรับ วันนี้เธอยังคงสวมกิโมโนแบบฟุริโซเดะ แต่เป็นผ้าไหมสีแดง ลวดลายเส้นสลับดอกบ๊วยสีทองแวววาว หญิงสาวรวบผมขึ้นตกแต่งด้วยเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ที่มีพู่ห้อยสีขาวดูอ่อนหวาน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอแย้มยิ้มอย่างเป็นสุขในฐานะเจ้าของวันคล้ายวันเกิด

มัตสึทาเกะเสิร์ฟมากับเนื้อโกเบ และปูซูไว ขาปูสีแดงส้มโดดเด่น เนื้อหลุดร่อนจากเปลือกสัมผัสลิ้น ขนาดทาคามิเนะผู้โปรดปราดเห็ดสนมากมายก็ยังถึงกับออกปากว่าไม่อยากจะกลืน เขาซดเบียร์อึกใหญ่

ลำดับการเสิร์ฟอาหารมาถึงผักดองซึ่งจัดวางมาได้อย่างลงตัวทั้งแครอท มะเขือม่วง แตงกวาดอง และหัวไชเท้า

“รสชาติเยี่ยม เป็นผักดองที่หอมละมุนมาก” อิอิดะกล่าว

“คุณฮานะดองเอง ผักทั้งหมดนี่เธอก็ปลูกเองค่ะ” ชิมะเอ่ยชมนายสาว วางสาเกอุ่นร้อนใหม่ๆ ให้รองหัวหน้าและหัวหน้าแก๊ง

โคโทริชะงักมือที่กำลังคีบมะเขือม่วง คิดว่าจะเปลี่ยนใจไม่กินดีไหม ทว่าสายตาของพ่อที่เหลือบแลมา และด้วยมารยาทบนโต๊ะทำให้เธอคีบเนื้อแครอทนั้นมากิน และต้องยอมรับรสชาติอร่อยสมกับที่รองหัวหน้าชื่นชม

จะมาอคติเรื่องแค่นี้ก็ไม่สมกับเป็นเธอ ก็แค่คนทำอาหารคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เวลาแห่งการดื่มกินผ่านไป พร้อมกับการพูดคุยเรื่องราวต่างๆ อาหารคาวหมดแล้ว

“ขอรบกวนด้วยค่ะ”

เสียงซาโอริที่หน้าประตู และบานเลื่อนก็เปิดออก สาวเสิร์ฟสองคนรวมหัวหน้าก็เข้ามา โคโทริผ่อนลมหายใจ เนื่องจากเธอกำลังรอให้เมนูนี้เสร็จสิ้นลง จะได้ขอปลีกตัวไปเดินเล่นในสวนได้เสียที

“ผลไม้ค่ะ”

สาวแก้วกลมพูด เธอวางจานใบเล็กจำนวนห้าใบตรงหน้าลูกค้า ซึ่งก็คือผลไม้ตามฤดูกาลอันประกอบไปด้วยแอบเปิ้ล องุ่นและลูกแพร์ ซึ่งจัดแต่งมาอย่างลงตัว มิชิโกะกับชิมะก็ทำเช่นกัน ทุกคนได้ครบ ยกเว้นของโคโทริ

“ของคุณโคโทริ สักครู่นะคะ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟกลางคนเอ่ยอย่างนอบน้อม

หญิงสาวกำลังขุ่นใจเล็กๆ ว่าแม้อาหารจะอร่อยแต่ไม่เห็นพ่อครัวมาทักทายกันบ้าง เมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่คล้ายกับจะเป็นความผิดพลาดที่จานส่วนของเธอยังไม่ครบจึงเพิ่มความหงุดหงิดขึ้นมา แต่เมื่อมองไปที่ประตู

ชายหนุ่มในชุดขาวทำให้ความรู้สึกนั้นหายพลัน

ความวูบไหวผุดขึ้นเป็นระลอกคลื่น เมื่อฮิเดโอะผงกศีรษะทักทาย แล้วขยับให้หญิงสาวในชุดกิโมโนที่ถือถาดอีกคนได้เดินเข้ามา คุกเข่าวางจานใบใหญ่ที่มีฝาครอบลงบนโต๊ะหน้าโคโทริ

“ขออภัยที่ทำให้รอครับ เนื่องในโอกาสนี้เป็นวันเกิดของคุณโคโทริ ผมได้ทำสิ่งนี้ขึ้นเป็นพิเศษ”

พูดจบก็พยักหน้าให้ ฮานะกล่าวคำขออภัยเบาๆ แล้วยื่นมือไปเปิดฝาออก

เสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งห้อง เพราะของที่อยู่บนจานใบใหญ่นั้นไม่ใช่ผลไม้ตามฤดูกาลธรรมดา

นกฟินิกซ์สีขาวกำลังแช่ตัวอยู่กลางกอดอกไม้สีแดงที่ทำมาจากแอปเปิ้ล ตัวนกใช้หัวไชเท้าแกะสลักเป็นขนตั้งแต่ช่วงคอลงไปถึงปีกได้ละเอียดละออ หางยาวที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวก็ตัดเป็นเส้นๆ อย่างบรรจงโดยใช้สีส้มของแครอทแซมลงไปเพื่อความสมจริง ส่วนหัวก็เหลาเรียบกลมกลึง ส่วนเปลวไฟบนหัวก็ตัดแต่งได้อย่างพริ้วไหวราวกับกำลังลุกโชนอยู่จริงๆ

ตรงกอดอกไม้คือแอปเปิ้ลสีแดงสดถูกกรีดเป็นกรีบอย่างคมกริบ ตัดกับสีเขียวสดของใบชิโสะ นอกจากนั้นแอปเปิ้ลยังกลายเป็นนกตัวเล็กที่รายล้อมฟินิกซ์อีกทีเหมือนบริวาร

“นกฟินิกซ์คือนกไฟ ก็คือฮิโนโทริ ส่วนคุณโคโทริก็เหมือนนกสีแดงที่สดใสและแข็งแรงเหมือนแอปเปิ้ลแห่งฤดูใบไม้ร่วง ขอมอบสิ่งนี้เป็นของขวัญจากใจชาวมิโอโมเตะทุกคน สุขสันต์วันเกิดนายหญิงน้อยแห่งฮิโนโทริครับ”

โคโทริแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไร นอกจากหัวใจตัวเอง  เธอจ้องนกฟินิกซ์และบริวารในถาดนั้นอย่างตะลึงตะลาน กระทั่งเขาเอ่ยถึงจึงได้เผลอตัวไปสบตาชายหนุ่มผู้ส่งยิ้มยินดีมาให้ วินาทีนั้นความปลื้มปริ่มท่วมท้นจนเกือบจะล้นออกมา หญิงสาวยกสองมือปิดปากตนเองกะพริบตาไล่ของเหลวแห่งความตื้นต้นที่มาจ่อ และเพื่อสำรวมกิริยา

เสียงปรบมือครั้งแรกดังนั้น แล้วก็ดังต่อๆ มา พร้อมเสียงอวยพรสลับกับคำชื่นชมในฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์ของพ่อครัวหนุ่ม

“ขอบคุณมากๆ ค่ะ คุณฮิเดโอะ”

ฮิเดโอะสบตาตอบ ดวงตาเฉี่ยวของสาวงามหนึ่งเดียวของคาจิวาระส่องประกายยินดี เขาโค้งให้ แล้วกล่าวขอตัวในที่สุด

 

          หลังจากที่หัวหน้าสาขาให้ของขวัญกันจนครบ พ่อกับลูกน้องเริ่มดื่มเฮฮา โคโทริขอตัวออกมาเดินเล่น สวนของร้านมิโอโมเตะท่ามกลางแสงไฟสีส้ม เธอเดินไปเห็นโคมไฟทำจากไม้ฉลุเป็นรูปกระต่าย จึงฉายเงาเป็นรูปสัตว์น่ารักนั้นลงพื้น เธออมยิ้มให้กับความน่ารักในรสนิยมของคนแต่ง ซึ่งครั้งแรกที่เคยมาเยือนสวยงามอย่างไร ครั้งนี้ยิ่งน่าชมเป็นเท่าตัว

คุณโคโทริก็เหมือนนกสีแดงที่สดใสและแข็งแรงเหมือนแอปเปิ้ลแห่งฤดูใบไม้ร่วง

ยังได้ยินเสียงของเขาดังอยู่ในโสตประสาท ยังจำแววตาเขินๆ ของเขาได้เมื่อครั้งที่เธอมาแสดงความขอบคุณเขาถึงที่ร้านเมื่อห้าปีก่อน รอยยิ้มของเขากระชากหัวใจเธอไปตั้งแต่ตอนนั้น

โคโทริเห็นการเคลื่อนไหวตรงทางเข้าร้าน เธอเงยหน้ามอง เห็นฮิเดโอะมาส่งลูกค้าชายหญิงคู่หนึ่ง ร่างสูงในชุดสีขาวจับมือกับฝ่ายชายที่สวมสูทสีเทา ส่วนฝ่ายหญิงสวมชุดกระโปรงลายตารางสีขาวเทาน้ำเงิน

สักพักทั้งสองคนก็เดินออกไป แต่คนที่เฝ้ามองยังยืนดูอยู่ กระทั่งชายหนุ่มหันมาเห็น

“ร้านนี้พ่อครัวต้องมาส่งลูกค้าด้วยตัวเองเลยนะคะ”

ฮิเดโอะลูบท้ายทอย “พอดีเพื่อนสมัยมอปลายน่ะครับ จะแต่งงานเลยเอาบัตรเชิญมาให้”

“อ้อ” หญิงสาวพยักหน้า ยั้งอาการอยากถามว่าแล้วเมื่อไหร่เพื่อนคนนี้จะแต่งบ้าง หรือว่ามองใครไว้แล้วหรือยัง แต่ก็เสไปพูดเรื่องอื่นอย่างจำเป็น “เหนื่อยหน่อยนะคะ วันนี้คุณพ่อพาแขกมาเยอะเลย”

“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ผมต่างหากไม่มีโอกาสได้ดูแลทางคุณโคโทริได้เต็มที่ หวังว่าป้าชิมะจะดูแลได้ไม่บกพร่อง”

“ไม่เลยค่ะ” ลูกสาวหัวหน้าแก๊งฮิโนโทริส่ายหน้าพรืด “แค่นก...ที่ทำมาให้ก็ดีมากแล้วค่ะ สวยมากๆ เลย”

“ขอบคุณครับ”

“เป็นการแกะสลักที่ยอดเยี่ยมมากเลย โดยเฉพาะตรงขนนก เหมือนจริงๆ ค่ะ”

“เป็นวิธีที่ผมเรียนมาจากช่างแกะสลักคนหนึ่งตั้งแต่สมัยเรียนน่ะครับ เป็นคนไทยทำงานอยู่ในร้านอาหารแถวโยชิดะ” หนุ่มหล่ออธิบาย

“งานแกะสลักฝีมือคนไทย ฉันเคยเห็นในหนังสือศิลปะในห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยค่ะ น่าทึ่งมาก”

“ครับ เขาใช้มีดเล่มเล็กงอๆ แต่คมกริบ แกะเอาเนื้อแตงโมออกเป็นกลีบดอกไม้เป็นชั้นๆ ได้สวยมาก ฟักทองก็เหมือนกัน สามารถทำให้เนื้อแข็งๆ กลายเป็นกุหลาบได้โดยที่กลีบทั้งบางและพริ้วเหมือนของจริง ฝีมือผมไม่ได้ครึ่งเขาหรอกครับ”

โคโทริพยักหน้าอย่างสนใจ “น่าสนใจจัง แล้วตอนนี้เขายังอยู่แถวโยชิดะไหมคะ”

“ไม่แล้วครับ วันหนึ่งผมไปเรียนตามปกติ แต่เจ้าของร้านบอกว่าเขาลาออกกลับประเทศไปแล้วน่ะครับ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“น่าเสียดายนะคะ ถ้ายังอยู่คุณฮิเดโอะคงจะทำกุหลาบจากฟักทองได้แน่ๆ เลยค่ะ”

ฮิเดโอะยิ้ม “ผมก็คิดว่าจะพยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดครับ เผื่อจะเอามาใช้ในร้านได้ โอ๊ะ ขอโทษด้วยครับ คุยแต่เรื่องงาน คุณโคโทริคงเบื่อ”

“ไม่เลยค่ะ” เธอส่ายหน้า พู่ที่แต่งผมส่ายไปมา “เป็นธรรมดาที่คนเราจะมีความสุขกับการได้คุยเรื่องที่ชอบ”

ชายหนุ่มมองหน้าเธอ ริมฝีปากสีแดงกับแก้มสีระเรื่อ รวมทั้งกิโมโนสีแดงอมทอง ทำให้หญิงสาวดูเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยพลังแห่งชีวิตท่ามกลางสวนสีเขียวขจีและโดดเด่นเหนือแสงไฟวอมแวม

“แล้วคุณโคโทริชอบเรื่องอะไรครับ”

เธอหันมา เลิกคิ้วนิดๆ หลุบตามองมือตนเองแวบหนึ่ง ก่อนจะปรายยิ้ม

“ฉันชอบ...”

“โอ๊ะ!

เสียงของเขาพลอยทำเธอตกใจ ก่อนจะเฉลยให้ “ที่ติดผมของคุณโคโทริมันจะหลุดน่ะครับ”

โคโทริยกมือจับ แต่ดูไม่ถนัดนัก

“เดี๋ยวผมทำให้”

มือของเธอที่ยกไว้ลดลงมาเกาะกุมกัน ก่อนจะยืนตัวเกร็งเมื่อชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ ได้กลิ่นควันไฟผสมกลิ่นอะไรบางอย่างที่คล้ายกับชา ถึงจะไม่ได้หอมกรุ่น แต่หัวใจของโคโทริก็เต้นรัว รู้ว่ามือของเขาจับเส้นผมเธอก็สะท้านไปทั้งตัว

“เรียบร้อยแล้วครับ”

อากาศในฤดูใบไม้ร่วงเย็นเฉียบ แต่หญิงสาวร้อนไปทั้งหน้า “ขะ...ขอบคุณค่ะ”

ฮิเดโอะไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าความเคยชินเพราะตนเองเป็นพี่ชายที่มีน้องสาวให้ดูแล การกระทำกึ่งเผลอตัวลงไป พอเห็นหน้าแดงของหญิงสาวก็คิดขึ้นได้ว่าได้ล่วงเกินอีกฝ่ายไป รีบค้อมศีรษะ

“ขอโทษครับ ผมเสียมารยาท”

ลูกสาวยากุซ่าหน้าแดงเข้าไปอีก ส่ายศีรษะแรงๆ “ไม่เป็นไรค่ะ”

เมื่อเงยหน้าขึ้นเจอรอยยิ้มเขินแต้มบางบนใบหน้าหล่อเหลา ลูกสาวหัวหน้าแก๊งใหญ่จากคาเมโอกะเหมือนจะคุมตัวเองไม่อยู่

“พี่ฮิเดโอะคะ” เสียงหวานดังขึ้นหยุดจังหวะของคนทั้งสองที่กำลังเชื่อมต่อกัน ฮานะยืนอยู่ น้ำเสียงเธอเชิงขออภัยที่ต้องมาขัดจังหวะ “เชิญในครัวหน่อยค่ะ”

“จะไปเดี๋ยวนี้ละ” พ่อครัวหนุ่มก็เพิ่งนึกได้ว่าตนเองยังมีงานต้องทำต่อ เขาหันมาทางหญิงสาวที่คุยอยู่ “ขอตัวก่อนนะครับคุณโคโทริ”

เขาโค้งให้แล้วเดินจากไปอย่างรีบเร่ง โคโทริเข้าใจและไม่ติดใจ ถ้าไม่เห็นเสียงหัวเราะที่เขามีให้หญิงสาวที่เดินมาตาม รวมทั้งมือที่บีบจมูกเธอคนนั้นอย่างสนิทสนมบอกความใกล้ชิด

ดวงตาหญิงสาวสะท้อนแสงไฟ

 

จินถือแอปเปิ้ลที่ได้รับมาจากโคจิ เนื่องจากทางร้านได้คำชื่นชมอย่างท่วมท้น และเป็นวันที่ได้ทิปจากแก๊งฮิโนโทริกันถึงคนละหมื่นเยน ชิเงรุจึงอนุญาตให้แจกจ่ายผลไม้สีแดงนี้เป็นรางวัล

เด็กหนุ่มดึงธนบัตรออกจากซองใส่ทิป ตั้งใจว่าวันหยุดจะไปแลกเงินปลีกเพื่อใช้คืนโคจิ

เงินก้อนแรกจากการทำงานถึงจะเป็นเงินพิเศษแต่ก็ต้องเก็บออมไว้ก่อน เพราะการใช้ชีวิตเพื่อค้นหาความจริงไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก เขาจะไม่ใจร้อน เด็กหนุ่มเอาซองตะเกียบที่ถูกพับจนเล็กใส่ลงไป แล้วใส่ไว้ในช่องเล็กๆ ในเป้ใบเดิม

หันกลับมามองที่แอปเปิ้ล เมื่อสามเดือนก่อนแม่ถือตระกร้าบรรจุผลไม้สีแดง เข้ามาในบ้านพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส ปากก็ร้องเรียกให้เขากิน ถึงแม่จะไม่มีเวลามาปอกเปลือกใส่จานให้สวยๆ เพราะต้องไปกับคนที่ให้มา แต่รสชาติหวานฉ่ำนั้นก็ติดตรึงใจเขา

จินกัดผลแอปเปิ้ล รสชาติของความอร่อยนั้นไม่ต่างกัน แต่รสชาติในชีวิตผิดเบี้ยวไปแล้ว เพราะสีแดงเงาวับของเปลือกแอปเปิ้ลชวนให้คิดถึงสีแดงแบบเดียวที่อยู่ในความทรงจำที่เลวร้ายของเขา

ในครัวที่เขาเคยนั่งกินแอปเปิ้ลกับแม่ ไม่มีสีงอื่นใดนอกจากสีแดง

แต่เป็นสีแดงของเลือด

         

 

1.       เป็นประตูเลื่อนที่ทำด้วยไม้และกระดาษเหมือนกับประตูห้อง แต่ใช้กระดาษหนาและแสงสว่างไม่สามารถที่จะผ่านได้ ใช้เป็นประตูระหว่างห้อง มีการวาดภาพลงไป สามารถถอดออกเพื่อเพิ่มหรือลดขนาดของห้องได้

2.       Nukazuke การดองผักแบบหนึ่งโดยใช้จมูกข้าวคั่ว เกลือ สาหร่ายคอมบุ และส่วนผสมอื่นๆ เช่น ไวน์ เบียร์ เปลือกแอ็ปเปิ้ล (ซึ่งส่วนนี้จะต่างกันออกไปแล้วแต่สูตร) มาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วพักไว้หลายๆ เดือน มีรสชาติเปรี้ยวเค็ม กรอบ การดองแบบนี้มีจุลินทรีย์ในการช่วยเราย่อยอาหาร

3.       คำที่ใช้เรียกส่วนครีบด้านบนและล่างของปลาซีกเดียว (Flatfish)  เช่น ปลาฮิราเมะ ปลาคะเรย์ คนไทยเรียกรวมๆ ว่าปลาลิ้นหมา


อุธิยา

16.10.17




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #9 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:22
    บรรยายซะอยากไปหาทานอะคะ
    #9
    1