กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 42 : บทที่ 41 I Love You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

41. I Love You

 

          เข้าเดือนพฤศจิกายนมาแล้วสามวัน ร้านมิโอโมเตะขายอาหารหมดแทบทุกอย่างก่อนร้านปิด โดยเฉพาะข้าวหน้าเกาลัดที่แม้แต่ลูกจ้างอย่างมาโมรุกับชินโงบ่นอุบว่าอยากจะชิมสักถ้วยก็ไม่เหลือ เกาลัดต้นฤดูเก็บมาจากภูเขา เห็ดชิเมจิ และเต้าหู้ทอดอย่างดีของเกียวโต อบรวมกันในหม้อโดยใช้ถ่านไม้ซึ่งควบคุมความร้อนอย่างพอเหมาะจนสุกได้ที่ ได้ข้าวอบเกาหลัดหอมมีกลิ่นธรรมชาติเหมือนว่าได้นั่งกินอยู่เชิงเขา เป็นสูตรลับของชิเงรุซึ่งต่างจากของมิชิโกะทำซึ่งใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า รสชาติที่ต่างกันจึงมีความพิเศษเฉพาะตัวที่เป็นของขวัญหนึ่งจากฤดูใบไม้ผลิ

          “ขอบคุณมากๆ ค่ะ ขอให้เดินทางกลับโดยปลอดภัยนะคะ”

          ชิมะส่งลูกค้าชุดสุดท้ายเรียบร้อยแล้วก็ผ่อนลมหายใจยาว เดินกลับเข้าในครัวเพื่อเอาทิปไปแบ่งให้ลูกจ้างแต่ละคน รอยยิ้มชื่นมื่นสมกับที่ทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยปรากฏขึ้น

          “อ้อ โคจิคุง เกือบลืม พรุ่งนี้คุณซามากิที่อยู่อิวาเตะบอกว่าจะเอาเกาลัดมาให้นะคะ”

          ชิมะบอกพ่อครัวหนุ่มแว่นซึ่งพยักหน้ารับ ดวงตาฉายแววดีใจที่จะได้ผลผลิตชั้นดีจากถิ่นเดิมเพราะหมายถึงคุณภาพของรสชาติก็ดีตามไปด้วย

          “โอ้ เกาลัดจากคุณซามากิ นึกว่าจะไม่ได้ซะแล้วปีนี้ เห็นปีที่แล้วไม่มีมา” ชินโจพูด ตากผ้าเช็ดมือไว้บนโต๊ะเตรียมอาหาร

          “นั่นสิ พรุ่งนี้ก็ทำข้าวอบเกาลัดได้อีกวัน” มิชิโกะปรบมือเบาๆ ให้ตัวเอง และการคุยกันเรื่องวัตถุดิบก็เปลี่ยนไปเป็นเป้าหมายงานเลี้ยงในคืนนี้

          “อ้าว คุณฮิเดโอะล่ะคะ” มาริถามและเมื่อจบเสียงทุกคนก็หันมองหาพร้อมกัน

          “ไม่เห็นเลย สงสัยจะกลับไปพักผ่อนแล้ว”

          “เอ๊ะ คุณฮานะก็ด้วยค่ะ” ซาโอริร้องขึ้น คราวนี้สายตาทุกคนมองกึ่งตำหนิกึ่งประหลาดใจ

          “คุณฮานะขอตัวกลับไปที่ห้องแล้ว งานเลี้ยงคืนนี้ขอผ่านไปก่อนจ้ะ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟเฉลย

          “คุณฮานะป่วยอีกแล้วเหรอคะ”

          “โอ๊ะ เปล่าหรอกจ้ะ” อีกฝ่ายรีบโบกมือกันความกังวลของลูกจ้างเพราะยังไม่มีการประกาศเรื่องยกเลิกงานแต่บรรยากาศอึมครึมเกาะกุมอยู่แล้ว

          “วันนี้ลูกค้าเยอะ เธออยากพักผ่อนมากกว่า เอาละ ไปกันเถอะ เดี๋ยวร้านดีๆ จะเต็มก่อน” ชิมะตัดบท แล้วบรรดาหนุ่มสาวจึงรีบพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

 

          ฮิเดโอะนั่งอยู่ที่ร้านนี้มาครบชั่วโมงแล้ว ร้านอิซากายะที่อยู่แถวโยชิดะขึ้นไปทางตอนเหนือ เขาเคยมาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ยากิโทริของที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติ เจ้าของร้านเป็นสามีภรรยาวัยเกือบเจ็ดสิบ แต่วันนี้เป็นชายหนุ่มวัยประมาณสี่สิบปี เขาไม่มีอารมณ์ถามถึงที่มา ไม่อยากรับรู้อะไร แม้กระทั่งตับย่างของโปรดกับเบียร์มาแตะลิ้นก็ไม่ปริ่มเปรมเหมือนเคย ในหัวมีแต่ภาพฮานะกล่าวคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีแต่สีหน้าเรียบนิ่งของบิดาที่บอกว่างานแต่งงานจะไม่เกิดขึ้นเหมือนเข็มกับมีดที่สลับกันทิ่มแทงกลางอก หัวใจของเขาชาในวันแรก แล้วตอนนี้มันกำลังเจ็บ

          พายุร้ายได้พัดผ่านไป อีกไม่ถึงสองสัปดาห์เขาจะได้แต่งงาน รับเธอเป็นภรรยา เริ่มต้นชีวิตคู่และดูแลร้านไปด้วยกัน นั่นคือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต

          เขาชอบฮานะ ร้อนรนสับสนกับการเจริญเติบโตของเด็กผู้หญิงสู่วัยสาว จนแน่ใจเมื่อเธอเป็นผู้หญิงเต็มตัว เขาอยากปกป้องเด็กหญิงกำพร้าคนนี้ เธอเป็นเหมือนดอกไม้ที่สดใส บอบบางเหมือนซากุระแต่เข้มแข็งและพยายามจะออกดอกจากกิ่งไม้เหี่ยวแห้งจนสวยสะพรั่ง

          แต่ความฝันและฮานะเหมือนซากุระที่บานฟูฟ่องงดงามอยู่เพียงไม่กี่วันก่อนจะร่วงโรยไป ไม่มีใครได้ครอบครอง

          ทุกครั้งที่แอลกอฮอล์ไหลผ่านคอ ความร้อนยิ่งทวีคูณ ภาพอดีตยิ่งชัด

          พี่ฮิเดโอะ โมจังกินผักกาดได้ไหมคะ

          เด็กหญิงกระซิบถามด้วยแววตาตื่นเต้น โมจังคือกระต่ายสีขาวที่เธอไปเก็บมาจากภูเขาและแอบเอามาเลี้ยงไว้ในห้องเก็บของ

          ทั้งที่รู้ว่าบิดาไม่อนุญาตแต่สีหน้าอ้อนวอนของเธอทำให้ใจอ่อน ยอมช่วยเธอเลี้ยงอยู่ร่วมสัปดาห์จนความลับแตกเพราะขี้กระต่ายที่เธอทำร่วงตอนเก็บ โคจิไปเห็นจึงทำให้ชิเงรุรู้ ตอนนั้นฮิเดโอะโกรธโคจิมากจนถูกบิดาสั่งให้ขอโทษที่ทำกิริยาก้าวร้าวใส่ เรื่องนี้เขาจำคำพูดตัวเองไม่ได้ แต่ภาพฮานะร้องไห้ติดตา

          หนูเลี้ยงโมจังไม่ได้เหรอคะ หนูเลี้ยงได้ อย่าให้มันไปเลยนะคะ พี่ฮิเดโอะ

          เธอปาดน้ำตาสะอึกสะอื้น เมื่อเป็นคำสั่งของบิดาเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ชิมะต้องไปหาคนรู้จักที่ชอบและสะดวกเลี้ยง วันที่ต้องส่งกระต่ายน้อยไปฮานะน้ำตาไหลพราก เขากอดเธอไว้

          ภาพนั้นสลักแน่นในใจฮิเดโอะจนวันนี้ วินาทีนั้นเธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร สูญเสียพ่อแม่ โดดเดี่ยวอยู่ในโลกใบใหญ่

          ฉันไม่ได้รักพี่ค่ะ

          เบียร์สาดลงคอไปอีกแก้ว รสฝาดเฝื่อนบาดคอไม่เท่าคำปฏิเสธที่บาดใจ เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นผู้ชายเลยแม้แต่วินาทีเดียว ถึงไม่มีเหตุการณ์ร้ายก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะมีใจให้เขา

          ฮิเดโอะเคยคิดว่ามีแค่สิ่งเดียวในโลกที่ยังทำไม่สำเร็จคือการสอบใบอนุญาตแล่เนื้อปักเป้า แต่ตอนนี้เพิ่มเป็นสองสิ่ง นั่นคือฮานะ

          เที่ยงคืนกว่า ฮิเดโอะเดินออกจากร้าน ความรู้สึกเสียใจอบอวล อยากทำให้หายไป เขาเดินหาร้านต่อไป อากาศในฤดูใบไม้ผลิเริ่มเย็น ใบแปะก๊วยร่วงหล่นบนทางเดินพาเขาย้อนอดีตไป

 

          ปลายฤดูร้อนปี ค.ศ. 1988

          ฮานะโทร.มาขออนุญาตไปดูคอนเสิร์ตของ โอซากิ ยูทากะนักร้องคนโปรดของเธอถึงโตเกียว ที่น่าตกใจคือเธออยู่หน้าสถานีเกียวโตแล้ว หลังจากอ้อนวอนอยู่พักหนึ่งรวมทั้งขอร้องไม่ให้บอกพ่อ ฮิเดโอะก็ยอม มีข้อแม้ว่าเขาจะไปรับกลับเมื่อคอนเสิร์ตเลิก

          ได้ค่ะ พี่ฮิเดโอะมารอที่สถานีนะคะ

          เขายังจำน้ำเสียงดีใจของเธอได้ติดหูราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ชายหนุ่มบอกกับบิดาว่าฮานะไปติวหนังสือบ้านเพื่อน

          คอนเสิร์ตจบลง ทั้งคู่ขึ้นชินคันเซนกลับมาเกียวโต เธอคุยเรื่องคอนเสิร์ตไม่หยุดปาก ไม่เคยเห็นน้องสาวร่าเริงขนาดนี้มาก่อน ฮิเดโอะเพิ่งรู้ว่าฮานะชอบนักร้องหนุ่มคนนี้มากก็วันที่ได้เห็นแผ่นเพลงอยู่ในห้องของเธอทั้งที่แนวเพลงกับบุคลิกของเขาขัดกับนิสัยที่ค่อนข้างไปทางเรียบร้อยของเธอ และเมื่อโอซากิ ยูทากะ ตายเธอก็เศร้าซึมไปหลายวัน

          ฮิเดโอะวางเบียร์ที่ดื่มรวดเดียวหมดบนเคาทเตอร์ พนักงานเสิร์ฟมองด้วยสายตากังวลเล็กน้อยหลังจากเห็นลูกคนนั่งดื่มลำพังมาเกือบชั่วโมงแล้ว อยากชวนคุยอยู่เหมือนกันแต่แววตาไม่เปิดรับ

          ฉันไม่ได้รักพี่ฮิเดโอะ

          แล้วเธอรักใคร ฮานะ

          เธอจะมีมลทินอะไรไม่สำคัญ แค่เป็นฮานะเขารับได้ทุกอย่าง ถ้าคำปฏิเสธของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาจะพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่สนใจ แต่หัวใจเธอไม่ได้มีไว้เพื่อเขา

          หนึ่งในเพลงดังของโอซากิ ยูทากะ คือ I Love You ทุกวันจะได้ยินเพลงนี้จากทุกร้านเสมือนไว้อาลัย เขาไม่ใช่คนสนใจดนตรีนัก แต่รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้ดังมาก

          วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิก่อนการเสียชีวิต เขาได้ยินคางาวะ จิน ฮัมเพลงนี้ขณะถูร้าน

          นายร้องเพลง

          ลูกจ้างหนุ่มหยุด ที่จริงฮิเดโอะไม่ได้ตั้งใจตำหนิจึงพูดแก้เก้อออกไปว่าอีกฝ่ายก็ชอบเหมือนกัน

          ผมไม่รู้จักครับ

          เขางง ไม่รู้จักแต่ร้องได้ ได้ยินมาจากไหน

          วินาทีนั้นเขาเห็นจินสบตา ความหมายไม่ใช่การใส่ใจคู่สนทนา คลับคล้ายจะเป็นการหยั่งเขิง

          ได้ยินคุณฮานะร้อง ผมจำมา     

          แล้วอีกฝ่ายก็ถูพื้นร้านต่อไป ส่วนเขาเองชะงักไปตั้งแต่ได้ยินชื่อฮานะแล้ว

          คางาวะ จิน หมอนั่นคือสาเหตุ การมาของเจ้าเด็กนั่นไม่ต่างอะไรกับพายุ กรรโชกทีเดียวก็พังพลายทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง

          “ขออีก”

          เขาเจ็บใจที่ฮานะมองมันด้วยสายตาแบบนั้น หลงใหล ใส่ใจ ซึ่งเธอไม่เคยส่งให้ ปวดร้าวที่เธอปฏิเสธแค่การจุมพิตของว่าที่สามี

          ฮิเดโอะดึงเบียร์มาจากบาร์เทนเดอร์ รู้สึกถึงความหนักหน่วงในหัว ความร้อนในร่าง และความปั่นป่วนพลุ่งพล่านในหัวใจ อึดอัด ทรมาน ทำไมต้องอดทนรอเพื่อเห็นความหวังที่แตกสลาย เขาปฏิเสธผู้หญิงคนอื่นที่ยื่นไมตรี เรื่องนี้ถึงเป็นบิดาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้

          เขาอยากกอดฮานะเหมือนตอนเป็นเด็ก จะว่าไปตั้งแต่โตขึ้นมาเธอให้เขาแตะต้องแค่จับจูงมือและแตะหน้าผากวัดไข้แค่นั้น เขารักฮานะ

          ฮิเดโอะกระดกเบียร์ “เติมอีก”

          ได้ยินเสียงตัวเองพูดอย่างนั้น บาร์เทนเดอร์ตอบว่าอะไรฟังไม่ถนัด เขาฟุบหน้าลงกับบาร์ ศีรษะหนักอึ้งไปด้วยคำถามมากมาย แอลกอฮอล์เอาชนะได้ในที่สุด

          “พี่รักเธอ ฮานะ”

          ฮิเดโอะรู้สึกว่าใจแตกสลายเหมือนรอยแยกของเปลือกเกาลัด

          “คุณลูกค้าครับ คุณลูกค้า”

 

โคโทริมองภาพนั้นจากหน้าต่างรถเบ๊นซ์ นาฬิกาที่ข้อมือบอกว่าสี่สิบนาทีพอดีที่ชายหนุ่มนั่งดื่มจนฟุบไป แต่เธอเห็นเขาตั้งแต่ที่นั่งดื่มในร้านแรก เปลี่ยนร้านก็ตามมากระทั่งคืนนี้จบลง

ตอนนี้เกือบตีสอง หญิงสาวเปิดประตูรถออกมา ลมเย็นฤดูใบไม้ผลิปะทะหน้าแต่ไม่ได้เปลี่ยนความตั้งใจ เพราะในตัวมีความร้อนระอุบางอย่างอยู่

          คุโรซากิซึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่หันมา เขารับหน้าที่ขับรถให้โคโทริในคืนนี้ หญิงสาวบอกความต้องการไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่คางาวะ จินเข้าแก๊งมาและฮานะกลับสู่บ้าน เธอต้องการรู้ทุกความเคลื่อนไหวของฮิเดโฮะ จนวันนี้ลูกน้องของคุโรซากิโทร.กลับมาบอกว่า พ่อครัวหนุ่มออกจากมิโอโมเตะเพียงลำพัง เธอจึงเรียกเขามา

          “คุณหนู”

          โคโทริทำเพียงแค่สบตาเขาแล้วก้าวต่อไปในร้าน คุโรซากินิ่ง ดับบุหรี่แล้วเดินตามหญิงสาวไป

 

          เสียงเพลง I love you ของ Ozaki Yutaka ดังอยู่ในห้องที่เจ้าของยังไม่หลับแม้ว่าเวลาจะเลยเที่ยงคืนมาสองชั่วโมงแล้วก็ตาม แสงไฟในห้องหรี่ลง แสงจันทร์นอกหน้าต่างส่องเข้ามาผสมผสานเป็นความเร้นลับที่ละมุนละไม

          เสียงร้องแว่วหวานของนักร้องหนุ่มผู้ล่วงลับพร่ำเพ้อในความรักที่สูญเสียไปต่อหญิงสาวคนรัก ว่าน้ำตาลูกผู้ชายไม่หยุดไหลและไม่อาจจะฉุดรั้งไม่ให้เธอเดินจากไปเช่นเดียวกับชีวิตของเขา

          โอซากิ ยูทากะถูกพบในสภาพเปลือยที่กองขยะข้างบาร์ หมอวินิจฉัยว่าเขาเสียชีวิตเพราะอาการปอดชื้น ทิ้งลูกกับภรรยาเอาท่ามกลางข่าวลือมากมายว่าเขาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา แฟนเพลงต่างโศกเศร้า

          ฮานะก็เช่นกัน เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียชีวิตวัยรุ่นส่วนหนึ่งไป เขาไม่ได้จากไปในวันที่ชีวิตและชื่อเสียงโรยรา แต่หน้าที่การงานยังรุ่งโรจน์

          คนเราล้วนสูญเสียเสี้ยวหนึ่งของหัวไปกันกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะซ่อมแซมได้ดีกว่ากัน

          แสงไฟวอมแวมในเมืองหลวงอายุเกินกว่าพันปีของญี่ปุ่นยังไม่ดับสนิท เหมือนอารมณ์ของหญิงสาว ฮานะเองก็เสียส่วนหนึ่งไปแล้ว จนกว่าจะแก่ชราอาจจะเหลือเพียงครึ่งที่แข็งแรงอยู่

          ในอ้อมกอดเธอมีตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ที่ชิมะเจออยู่ที่ห้องของจิน หัวหน้าสาวเสิร์ฟนำมาให้เธอโดยไม่พูดอะไร ราวกับรู้ว่าใครควรเป็นเจ้าของ ฮานะเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คำลาที่เขาฝากไว้กรีดแทงหัวใจ

          พี่รักเธอฮานะ

          คำสารภาพของฮิเดโอะไม่เหมือนของโอซากิ ยูทากะ

          ‘I love you’

          รวมทั้งของผู้ชายในเงามืดคนนั้นด้วย

          ผมรักคุณ

 

          บนไหล่ซ้ายของโคโทริมีศีรษะหนึ่งนอนซบอยู่ ไม่ใช่คนในครอบครัวหรือสมาชิกแก๊งคนใด แต่เป็นคนที่เธออยากให้เป็นมานาน

          ฮิเดโอะดื่มหนักจนฟุบหลับที่บาร์ โคโทริจึงเข้าไปหาพร้อมคุโรซากิช่วยพาขึ้นรถ พ่อครัวหนุ่มเมามายไม่ได้สติ

          คุโรซากิผู้เป็นรองหัวหน้าอันดับสองทำตามคำสั่งของลูกสาวเจ้านายด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาขับรถกลับคฤหาสน์คาจิวาระ ห้องโดยสารเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น

          หลายปีที่โคโทริเฝ้ามองหัวใจตนเองไล่ตามชายหนุ่มคนนี้ เธอผู้เป็นลูกสาวยากุซ่าที่ชีวิตแวดล้อมด้วยกฏแห่งความรุนแรง ศักดิ์ศรีและเลือดเนื้อสัมผัสความอ่อนโยนเป็นครั้งแรกคือสายตาที่เขามองในวันที่ปล่อยเด็กหัวขโมยคนนั้นไป

          เคยคิดว่าถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นใครจะเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ ฮิเดโอะยังคงสุภาพเหมือนเดิม วางตัวในฐานะพ่อครัวแต่ก็ยอมรับเธอเป็นแขกคนสำคัญ ครั้งหนึ่งที่ตอบรับคำเชิญมากินข้าวที่คฤหาสน์คาจิวาระ โคโทริยกให้เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดในรอบสิบเจ็ดปี เขาเป็นสีขาวท่ามกลางสีเทาหม่นรอบตัวเธอ

          ตั้งแต่รู้ว่าโอคาซากิ ชิเงรุวางตัวให้ สึคิตะ ฮานะ เป็นคู่หมั้น โคโทริก็รอโอกาสนี้มาตลอด ถึงสิ่งที่สร้างมาจะผิดเป้าหมายไปแต่ก็ผลได้เหมือนกัน เสียงนินทาอึงอลไปทั่วฮิงาชิยาม่าว่าลูกสาวบุญธรรมของร้านมิโอโมตะถูกลักพาตัวไป  คนงามจะกลับมาพร้อมกับคำวิพากษ์ มีสองอย่างคืองานแต่งจะเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อสยบข่าวลือ กับสอง จะไม่มีงานเกิดขึ้นเพราะตำแหน่งนั้นไม่คู่ควร

          แต่การเห็นคางาวะ จินในฮิโนโทริเป็นความรู้สึกลักลั่น ทั้งสาแก่ใจแต่ก็ชังน้ำหน้า เด็กยะโสต้องมาเป็นเบ้เดินตามรับใช้คุโรซากิต้อยๆ เกลียดความจองหองทั้งที่บาดเจ็บเจียนตาย อีกนัยก็รู้สึกขอบคุณในการสร้างรอยแปดเปื้อนให้ฮานะ

          คุโรซากิไม่ได้บอก แต่เธอเชื่ออย่างนั้น

          โกรธพ่อยังเข้าข้างลูกน้องและลงโทษเธอกลายๆ ด้วยการ สั่งให้ไปเยี่ยมคู่ดูตัวอยู่หลายครั้งจนเธอต้องให้คนของคุโรซากิสืบความเคลื่อนไหวของมิโอโมเตะแทน จนรู้ว่าวันนี้พ่อครัวหนุ่มออกมาดื่มตามลำพัง เวลาของเธอมาถึงแล้ว

          คนเราจะเลือกมาดื่มคนเดียวกันสักกี่เหตุผล หนึ่งในนั้นคือความผิดหวัง โคโทริรู้ดี เวลาดีใจอยากกู่ร้องให้ก้องโลก แต่เสียใจคราใดไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา

          ลมหายใจของชายหนุ่มมีกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นน้ำยาล้างจานเจือจาง เป็นกลิ่นแบบที่คนทำงานครัวมักจะมี แต่ก็มีกลิ่นหอมของโคโลญจ์อ่อนๆ แทรกอยู่ในจังหวะการขยับกาย เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ ดังที่สุดคือเสียงหัวใจเธอเอง โคโทริกลัวว่าเขาจะได้ยินจนตื่นมาก่อนถึงจุดหมาย

          ในภาพที่เขาเป็นอยู่ทำให้ขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ชายผู้สุภาพ ฉลาด เก่งกาจงานครัว เมามายจนครองสติไม่ได้เพราะความผิดหวัง แปลว่าเขามีความผูกพันลึกซึ้งเพียงไรกับผู้หญิงคนนั้น นั่นคือสิ่งที่ลูกสาวยากุซ่ายอมไม่ได้

          คุโรซากิแบกร่างของฮิเดโอะเข้าไปในห้องรับแขกด้านใน สีหน้าชายหนุ่มนิ่งขรึมมาตลอดทาง โคโทริถูกถามตั้งแต่สั่งให้พาพ่อครัวหนุ่มกลับบ้านแล้ว

          คุณหนูคิดดีแล้วเหรอครับ

          น้ำเสียงนั้นไม่ยียวน ดวงตาก็ไม่แพรวพราวล้อเลียนเหมือนเคย แสงไฟจากป้ายชื่อบาร์สะท้อนออกมาพร้อมความห่วงใย หญิงสาวคิดถึงวันที่หนีออกจากบ้าน เขาเป็นคนปลอบปะโลมหัวใจที่ว้าเหว่ของเธอ เขานอนกอดกล่อมเธอเหมือนเด็กน้อย แบบที่บิดาไม่เคยทำ

          คุโรซากิเป็นคนที่รู้ทุกซอกมุมในหัวใจ แต่ไม่เคยย่างกายเข้ามา

          “มีอะไรให้ช่วยอีกไหมครับ”

          คำถามปลุกเธอจากภวังค์ ภาพตรงหน้าทำให้โคโทริร้อนวูบในหน้า ยากุซ่าหนุ่มปูฟูกนอกแล้วจัดการให้หนุ่มหล่อนอนอยู่บนนั้นเรียบร้อยแล้ว เขาเป็นคนที่จัดการอะไรได้รวดเร็วและเงียบเชียบเสมอ การเข้ามาในคฤกาสนี้โดยมีคนไม่ได้รับเชิญในเวลาแบบนี้ก็ด้วย

          “ไม่มีแล้ว” เธอตอบเสียงแข็ง ดึงตนเองให้กลับมา อีกฝ่ายมองเธอนิ่งชั่วขณะ ก่อนจะโค้งให้และเคลื่อนกายออกไปปิดบานประตูลงอย่างเงียบกริบจนเสมือนว่าได้ตัดอาณาเขตนี้ออกจากโลกภายนอกโดนเลยเชิง โคโทริไม่ได้กล่าวคำขอบคุณเพราะรู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

          เธอผ่อนลมหายใจ มองร่างที่ยังหลับใหลอยู่ เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ได้เห็นใบหน้าชองชายคนนี้ตอนหลับ เธอจะจดจำ ไม่สิ เธอตั้งใจแล้วว่าจะทำให้ตัวเองได้มองเขามุมนี้ตลอดไปให้ได้

 

          คุโรซากิยืนสูบบุหรี่จนหมดมวล คืนนี้พระจันทร์สวยจนน่าขันที่คนอย่างเขามายืนลำพังแล้วเฝ้ามองเหมือนกวีหนุ่มผู้ยากจนสมัยเอโดะ

          ฤดูใบไม้ร่วงมักจะมีลมพัด และพัดดวงชะตาของหลายชีวิตบิดเบี้ยวไป ชายหนุ่มดับบุหรี่ ใช้เท้าขยี้ดับแล้วเดินหายเขาไปในความมืด

          คืนนี้ก็คงเช่นกัน เขาคิดดีแล้วกับการทำตามความปรารถนาอันแรงกล้าของเธอ

 

          โคโทริใช้ผ้าขุนหนูบิดน้ำหมาดบรรจงซับใบหน้าของฮิเดโอะ ชายหนุ่มมีเครื่องหน้าได้สัดส่วน ตาคมหวาน จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปพอดี จัดว่ารูปหล่อ พิสูจน์ได้ว่ามีแม่สื่อพยายามเสนอตัวจับคู่ให้ แต่ชิเงรุปฏิเสธไป นอกจากเสียงชื่นชมจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในย่านฮิยาชิยาม่าพ่อครัวหนุ่มเป็นที่พูดถึงไม่น้อยในหมู่คนทำอาหาร

          ถ้าเพียงเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อน้องสาวบุญธรรมคนนั้นมาที่เธอสักนิด

          ไม่ เธอไม่ต้องการแค่นั้น คนอย่างคาจิวาระ โคโทริ ต้องได้สิ่งที่ต้องการ

          คุณโคโทริพยายามเข้านะครับ

          ถ้าวันนั้นเด็กคนนั้นไม่มาวิ่งราวกระเป๋า หรือถ้าวันนั้นเธอไม่ตัดสินใจโดดเรียนไปกับเพื่อน หัวใจคงไม่แบกรับความทรมานแสนหวานขมนี้มาตลอดหลายปี

          เธอแตะผ้าขนที่ใบหน้าเขาอีกครั้ง เปลือกตาชายหนุ่มเปิดปรือ

          “ฮานะ...”

          มือของเขาจับที่มือเธอ โคโทริสะดุ้งนิดหนึ่ง แต่ยังทำทีนิ่ง

          “ฮานะ...อ๊ะ” ชายหนุ่มกะพริบตาแล้วเบิกกว้าง “คุณโคโทริ”

          ฮิเดโอะลนลานยันตัวขึ้นนั่ง มองซ้ายขวาด้วยความตกใจ หญิงสาวกลั้นยิ้ม เอ็นดูในท่าทางและตื่นเต้นกับสถานการณ์อยู่เหมือนกัน

          “ทำไมผมมาอยู่ที่นี่ได้”

          “คุณฮิเดโอะ เอ่อ เมาอยู่ที่บาร์ เจ้าของบอกว่าเรียกยังไงก็ไม่ตื่น พอดีคุโรซากิไปเจอก็เลย...รับมาที่นี่น่ะค่ะ” เพราะเก้อเขินและเป็นเรื่องโกหกทำให้เธอเล่าอย่างไม่มั่นใจโดยปริยาย

          ฮิเดโอะนิ่วหน้าเมื่อรำลึกได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ “เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย น่าอายจัง” เขาลูบท้ายทอย “ขอโทษด้วยครับ ผมทำให้คุณโคโทริกับคุณคุโรซากิวุ่นวาย”

          ชายหนุ่มผงกศีรษะ หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองต่างหากต้องขอโทษที่ทำลงไปโดยพลการ” เธอโค้งบ้าง

          ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปพักหนึ่งด้วยความขัดเขิน กระอักกระอ่วนที่ได้ก้าวไปแตะชีวิตส่วนตัวอีกฝ่ายต่างไม่ตั้งใจ

          “ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวกลับก่อนแล้วกันครับ ขอบคุณคุณโคโทริมากๆ ครับ”

          ฮิเดโอะกล่าวขึ้นก่อนแล้วทำท่าจะยันกายขึ้น แต่ความที่ยังมึนศีรษะอยู่ อาการปวดแล่นพล่านทำให้เขาชะงักและร้องออกมาสั้นๆ

          “คุณฮิเดโอะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” โคโทริผวาเข้ามาจะประคอง เมื่อมือของเธอสัมผัสเสื้อผ้าของเขาก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้า หญิงสาวดึงมือกลับ

          “ขอโทษค่ะ”

          เธอหลุบตาลง รู้สึกตื่นเต้นจนวางมือไม่ถูก ทั้งที่พยายามระวังอาการแล้วแต่ใจก็ยังสั่น ฮิเดโอะค่อยๆ กลับสู่ท่าเดิมเพื่อให้อาการปวดตุบๆ ทุเลาลง เขามองโคโทริที่ตอนนี้ท่าทางของเธอแปลกตาออกไป ภาพคุณหนูที่ถูกอบรมกิริยามารยาทรวมทั้งเป็นที่ยกย่องจากลูกน้องบิดามานั่งแต่เด็กจึงมีท่าทีถือตัวอยู่เป็นนิจนั้น บัดนี้เหลือแค่บุคลิกของสาวน้อยไร้เดียงสา

          ความร้อนที่วูบวาบอยู่ในกายของเขาตอนนี้เกิดจากแอลกอฮอล์หรืออะไรฮิเดโอะก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ คือ เขาได้กลิ่นน้ำหอมจากเธอ เป็นกลิ่นส้มไซตรัสเหมือนเคย ทำไมครั้งนี้มันหอมติดใจ

          “คุณฮิเดโอะพักให้รู้สึกดีก่อนค่อยกลับก็ได้ค่ะ ฉัน...ชงชาให้นะคะ”

          ความผิดหวังต่อฮานะทิ่มแทงใจรุนแรงจนเซ รวมกับแอลกอฮอล์ทำให้อ่อนล้า รู้สึกหมดเรี่ยวแรง

          “คุณฮิเดโอะคะ”

          เขาพยักหน้า “ครับ รบกวนด้วยครับ”

          โคโทริพยายามอย่างมากที่บังคับมือไม่ให้สั่น เธอเพิ่งเข้าใจว่าเรียนชงชา จัดดอกไม้และงานฝีมือมาเพื่อการนี้ ไม่นานชาเขียวหอมกรุ่นก็ส่งให้ตรงหน้าฮิเดโอะ

          “เชิญค่ะ”

          “ขอบคุณครับ”

          ฮิเดโฮะยกถ้วยชา สูดกลิ่นหอมครั้งหนึ่งก่อนจิบ ระหว่างนั้นเขามองกิริยาของเธอ เคยเห็นหญิงสาวชงชามาแล้วตอนมาตามคำเชิญ เพียงแต่วันนี้ความงดงามต่างออกไป วินาทีนี้ได้แฝงความเย้ายวนกระทั่งเขาต้องจิบชาเพื่อให้ความรู้สึกสับสนนั้นหยุดลงก่อน

          “ชาอร่อยมากครับ”

          คนชงผุดยิ้มบางรับคำชม “ฉันยังต้องพัฒนาอีกค่ะ เซนเซย์บอกว่าบางครั้งยังไม่มีสมาธิพอ”

          “ทั้งที่คุณโคโทริชงได้ดีขนาดนี้นะเหรอครับ”

          หัวใจโคโทริพองโต “เรื่องจัดดอกไม้ก็เหมือนกันค่ะ อาจเป็นเพราะฉันยังตั้งใจไม่มากพอ”

          ผู้มาเยือนจิบชาอีกครั้ง ทำไมความปั่นป่วนไม่หายไปทั้งในสมองและในกาย ยิ่งเห็นภาพหญิงสาวตรงหน้าปล่อยผมยาวใต้แสงไฟในห้องญี่ปุ่น อาการยิ่งทวีคูณ

          ฮิเดโอะมองถ้วยชาในมือ “ผมไม่เคยเป็นแบนนี้มาก่อน ผมคงตั้งใจไม่มากพอเหมือนกัน”

          เพราะความหวังที่พังทลายเหมือนกองทรายที่ถูกน้ำซัดจนแหลกลานและความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดสัปดาห์ทำให้เขาพูดอออกไป

          “มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ”

          ฮิเดโอะไม่ตอบ ภาพฮานะปฏิเสธยังติดตา เขามองถ้วยชา โคโทริรีบพูด “ขอโทษนะคะถ้าฉันถามละลาบละล้วง”

          พ่อครัวหนุ่มคิดว่าเขาควรจะขอตัวกลับ แต่ทำไมยังนั่งอยู่ ความจริงคือเขาต้องการใครสักคนรับฟังหรือเปล่า เขาไม่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ทั้งชีวิตตกหลุมรักเพียงครั้งเดียวกับฮานะ หรือแท้จริงแล้วเขาไม่เคยตกหลุมรักเธอ

          “เอ่อ ชาเย็นแล้ว เดี๋ยวฉันเติมให้ใหม่นะคะ” โคโทริเปลี่ยนเรื่องแล้วขยับตัวไปหยิบถ้วย แต่มือของเขาคว้าไว้

          “อ๊ะ”

          “ไม่ต้องครับ”

          เธอมองหน้าเขา ต่างฝ่ายต่างสบตากัน สายตาฮิเดโอะที่ฉายออกมาร้อนแรง โคโทริใจเต้นโครมคราม ทั้งห้องเงียบสงัดจนเหมือนได้ยินเสียงลมหายใจ

          “คุณฮิเดโอะ”

          เพราะน้ำหอมกลิ่นส้มที่ผสมกลิ่นกายธรรมชาติของหญิงสาว หรือเพราะความเหงาลึกที่ถูกทอดทิ้ง เพราะความปรารถนาอัดแน่นที่ไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะความเจ็บปวด เป็นเชื้อเพลิงที่จุดด้วยแอลกอฮอล์จนปะทุ เพราะน้ำเสียงห่วงใจ เพราะใบหน้างดงามที่เผยความเหงาออกมาเป็นครั้งแรกจากเธอ หรือเพราะแท้จริงเขาแค่ต้องการใครสักคน

          “ผม...อยากให้คุณโคโทริอยู่เป็นเพื่อน”

          น้ำเสียงของเขาไม่เหมือนเดิม ลมหายใจโคโทริสะดุดเธอจับมือเขาและพยายามแกะออกด้วยมืออีกข้าง แต่เขาก็ยื้อไว้ และกำแน่นกว่าเดิม

          ในที่สุดก็ถูกดึงเข้าไป

          หญิงสาวตัวแข็งทื่อเมื่อริมฝีปากของเขาประกบลงมา ตกตะลึงกับสัมผัส ร่างกายร้อนวูบเหมือนถูกไฟชอต นี่ไม่ใช่จูบแรกแต่ความรู้สึกเล็กแหลมพุ่งเข้าในส่วนลึกสุดของหังใจ และทุกอณูของร่างกาย

          “คุณฮิเดโอะ”

          โคโทริได้ยินเสียงตนเองเหมือนคนละเมอมากกว่าการเรียกชื่อ และเพียงเท่านั้นเพราะจุมพิตที่สองก็เกิดขึ้นอีก ล้ำลึกกว่า ดื่มด่ำกว่า และในครั้งที่สามก็ร้อนแรงบอกความปรารถนาที่แท้จริง หญิงสาวตัวร้อนผะผ่าวเหมือนคนเป็นไข้

          “คุณฮิเดโอะ...”

          เธอทำได้แค่นั้น ลมหายใจร้อนแรงของเขาริดรดทำให้ลมหายใจเธอแทบขาดห้วง ทุกครั้งที่เขาถอนริมฝีปากครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ทำให้คนอย่างคาจิวาระ โคโทริลูกสาวยากุซ่าอันดับหนึ่งในเกียวโตพ่ายแพ้





......................


ขออนุญาตลงตัวอย่างเพื่ออ่านไว้เพียงเท่านี้นะคะ

สามารถติดตามฉบับเต็มเรื่องได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ็ค

หรือดาวน์โหลดฉบับอีบุ็คได้ที่ Meb ค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกๆ ยอดวิว ทุกๆ กำลังใจ และทุกๆ คห.ที่มาพูดคุยกัน

สามารถร่วมสนุกเล่นเกมชิงหนังสือฟรีได้ที่เพจ อุธิยา

แล้วพบกันในบทสรุปชีวิตของจินกับฮานะ ได้ใน ปลายแม่น้ำสองสี (April Snow)

เร็วๆ นี้นะคะ



อุธิยา

7.11.18






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น