กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 41 : บทที่ 40 เปลือกเกาหลัดที่แตกออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 61

40. เปลือกเกาลัดที่แตกออก

 

          เลือดกินพื้นที่เต็มห้องน้ำ กลิ่นคาวคลุ้งไปทั้งห้องพัก ที่ถูกปักอยู่กลางอกคนตายเป็นมีดทำครัวที่หาซื้อได้ทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งคุโรซากิเคยเห็นอาซาโน่ใช้มันอยู่เวลาที่มาดื่มกัน เศษแก้วน้ำแตกกระจาย ข้าวของเครื่องใช้ร่วงระเนระนาดบอกถึงมีการต่อสู้

          ชายผมยาวมองนิ่ง ดวงตาหรี่ลงเมื่อเห็นแปรงสีฟันตกอยู่ข้างศพ บนแปรงมีคราบฟอง เช่นเดียวกับตรงริมฝีปากล่างของอดีตลูกน้อง ยากุซ่าหนุ่มเห็นการตายมานับไม่ถ้วน เขาถอยหลังออกมา ใช้ปลายเท้าเขี่ยเอาพรมหน้าห้องมาถูพื้นบริเวณที่รองเท้าเหยียบลงไปจากการมาเยือน ก่อนจะเปิดประตูเบาๆ แล้วเดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         

          สวนเล็กๆ หน้าอพาร์ตเม้นท์ โอกิตะยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งก้มหน้า คุโรซากิสืบเท้าเข้าไป อีกฝ่ายผงกศีรษะขึ้นมา รองหัวหน้าแห่งฮิโนโทริเห็นสีหน้าที่พยายามเก็บอารมณ์แต่ในดวงตาตื่นตระหนก

          “ทำไมไม่หาเครื่องดื่มให้รุ่นน้องหน่อยล่ะ อ๊กกี้”

          โอกิตะเลิกคิ้วทำนองว่าทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น “ไปเถอะน่ะ ฉันเองก็คอแห้ง” คนเป็นหัวหน้าสำทับโดยไม่มอง ลูกน้องไม่เข้าใจนักแต่ก็ต้องทำตาม

          “ที่อ้วกเพราะตกใจเรื่องอาซาโน่หรือเพิ่งเห็นคนตาย”

          พูดแล้วนั่งลงข้างจิน ดึงบุหรี่ออกมาจุดแล้วส่งให้ จินส่ายหน้า

          “จริงสิ นายชอบไมลด์เซเว่น”

          คนชอบหยิบมาจุดสูบบ้าง “ครั้งที่สอง” เขาตอบ คนฟังพ่นควันบุหรี่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร

          “ก็ยังเด็กละนะ” คุโรซากิพึมพำ จินพยายามจะงับอารมณ์ รู้ว่าตนเองถูกมองอย่างไร สมาชิกแก๊งยากุซ่าแค่เห็นศพก็อ้วกจนหน้าซีดเท่ากับยังอ่อนหัด เส้นทางนี้จะเคล้าอวลไปทั้งความตาย ดินปืน เลือด ความเจ็บปวด และคำสาปแช่ง

          “ผู้หญิงของอาซาโน่ ต่อมาก็อาซาโน่ ต่อไปจะเป็นใครนะ คนที่เกี่ยวข้องกับอาซาโน่” พูดเสียงเอื่อยๆ หน้าหันมามองจิน เด็กหนุ่มหลบตามองปลายเท้า

“ไม่สิ คนที่เกียวกับกับผู้หญิงคนนั้นต่างหาก”

          จินเงียบ

         

          วันนี้มื้อเช้าเป็นข้าวอบเกาลัดที่มีลูกค้าส่งมาให้ เป็นเมนูที่ทำง่ายๆ จากฝีมือมิชิโกะ โดยแบ่งมาหนึ่งส่วนจากที่ทำเป็นเมนูให้ลูกค้า โดยเธอตั้งใจจะทำเป็นขนมด้วย เกาลัดเป็นหนึ่งในเมนูพิเศษของฤดูใบไม้ร่วงซึ่งจะมีเสิร์ฟแค่สองวันเท่านั้นและมีจำนวนจำกัด

          กลิ่นหอมของเกาลัดผสมเห็ดหอมและเห็ดชิเมจิอบอวลเมื่อมิชิโกะเปิดหม้อพุ้ยข้าวและปิดไว้อีกครู่หนึ่ง ฮานะเตรียมผักดองซึ่งเป็นแบบเซนไมสึเกะ นั่นคือหัวผักกาดหั่นบางปรุงรสเปรี้ยวหวานเนื้อกรุบกรอบซึ่งเหมาะกับกับการกินกับอาหารจำพวกข้าว แต่ขณะที่ยืนหั่นใจกลับไปคิดถึงผักดองสีชมพูที่คุโรซากิกล่าวถึง

          ซากุระ สึเกะโมโนะ

          ชื่อนั้นจินตั้งให้ เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ถามหาอาซาโน่ ยากุซ่าหนุ่มที่ติดใจในรสชาติผักดองของเธอจนขอให้ใส่ลงในเบนโตะ เธอกำชับให้เป็นความลับแต่มีคนรู้เรื่องนี้ถึงสองคน คุโรซากิอาจไม่แปลกเพราะเป็นหัวหน้า แต่เด็กหนุ่มตัวสูงคนนั้นรู้ได้อย่างไร ทำไมถึงสนใจเรื่องนี้

          “อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ”

          เสียงมิชิโกะถึงสติหญิงสาวกลับมา เพิ่งรู้ตัวว่าใจลอยไปเกือบสิบห้านาที กระทั่งลูกจ้างตักข้าวใส่ถ้วยให้ครบทุกคน ฮานะจึงรีบจัดผักดอง มิชิโกะมาช่วย สมาชิกทยอยเดินเข้ามาในครัว

          ฮานะเลื่อนเก้าอี้ฝั่งซ้ายมือของบิดา แต่ฝั่งขวายังไม่ปรากฏร่างเจ้าของที่

          “ฮิเดโอะล่ะ”

          ชิเงรุหันมาถามฮานะ หญิงสาวหลบตาวูบ อึกอัก เธอไม่เห็นเขาตั้งแต่เช้าเหมือนกัน

          “เอ่อ...”

          “ขอโทษครับ ผมมาสาย”

          เสียงของชายผู้นั้นดังขึ้น เขาผงกศีรษะเชิงขอโทษทุกคนแล้วรีบเลื่อนเก้าอี้นั่ง ฮานะเห็นสายตาของชิมะร่วมทั้งคนอื่นๆ ที่ชะงักกันชั่ววินาที

          หนุ่มหล่อตาแดงเหมือนคนอดนอน สีหน้าไม่สดใส ทรงผมยุ่งเหยิงผิดวิสัยพ่อครัวผู้เรียบร้อย เขาต้องตื่นเช้ามาเตรียมมีด เช็ควัตถุดิบ เช้านี้โคจิจึงไปคนเดียว

          “เป็นอะไรไป วันนี้ตื่นสายมาก ไม่สบายหรือเปล่า” บิดาถาม

          “เปล่าครับ ขอโทษครับ”

          ลูกชายตอบไม่สบตา ชิเงรุมองนิ่งและเหลือบมาทางลูกสาวบุญธรรมก็เอาแต่จ้องตะเกียบก็พอเข้าใจเหตุการณ์ ทั้งคู่กำลังเจ็บปวดกับการตัดสินใจที่จะไม่มีงานแต่งงาน

          เรื่องนี้ยังไม่ถูกประกาศออกไป ชิเงรุยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้รู้สึกผิดหวังและหนักหน่วงเหมือนแบกฟืนเดินขึ้นภูเขาจนต้องไปปรึกษากับนักสืบหนุ่มและนักจิตวิทยาสาวคนนั้นอีกครั้ง หญิงสาวสรุปว่าฮานะไม่ถึงกับชี้ตัวได้ว่าใครลักพาตัวเธอไป แต่มีอาการปกป้องคนร้ายเบาบางคล้ายภาวะสต๊อกโฮมซินโดรม1 โดยเฉพาะการปฏิเสธงานแต่งก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเธอไว้ใจคนร้าย

          แต่ผมมองว่าเธอรู้สึกต่ำต้อยไม่คู่ควรมากกว่า เป็นความรู้สึกที่ผู้หญิงถูกกระทำเพราะตีราคาตนเองต่ำลง เป็นความรู้สึกไม่สะอาด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดกับผู้หญิงที่อุปนิสัยเรียบร้อยและมีชีวิตประจำวันที่อยู่ในระเบียบ

          ประโยคนี้เป็นของนักสืบหนุ่ม นักจิตวิทยาสาวถามเรื่องทั่วๆ ไป เขาตอบว่าลูกสาวบุญธรรมดูซึมๆ ลงไป ไม่ร่าเริงเหมือนเคย แต่ก็ยังทำงานได้ปกติ ซึ่งเขาไม่รู้สึกสบายใจ

          ดิฉันคิดว่าต้องให้เวลากับสึคิตะซังสักหน่อยค่ะ เพศหญิงจะอ่อนไหวกับร่างกายตนเองมากกว่าเพศชายอยู่แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจของเธอรุนแรง เธอสับสนและอ่อนไหว ประจวบเหมาะกับงานแต่งกระชั้นเข้ามาคงยังเตรียมใจไม่ได้จึงเกิดภาวะต่อต้าน ต้องให้เธอกลับสู่วงจรชีวิตปกติทีละน้อยจนหายสนิทก่อนค่ะ บางทีความคิดเธอจะเปลี่ยนไป

          คุริฮาระอธิบายอย่างใจเย็น ถึงแม้ชิเงรุจะมีลางสังหรณ์ว่าฮานะจะไม่มีวันเปลี่ยนใจแต่ถ้อยคำของเธอทำให้เขาคาดหวัง เหนือสิ่งอื่นใด เหตุผลตรงคำว่าวิถีชีวิตปกติทำให้ชายสูงวัยเห็นด้วยว่านี่คือทางออกที่ดี เขาไม่อยากให้เธอต้องไปอยู่ที่อื่น เธอ...เป็นลูกสาวของเขา

          ผมพอจะมีคนรู้จักในกรมตำรวจอยู่บ้าง ตอนนี้คดีไม่ได้สรุปว่าคางาวะ จินเป็นผู้ต้องหา ยังไม่ได้สรุปว่าใครทำเลยครับ

          อ้าว แล้วที่บอกว่ามีพยานเห็นคางาวะ จิน ขึ้นรถไปล่ะ”

          คารามาสะมองซ้ายขวาย่อศีรษะต่ำลงแสดงให้เห็นว่าเป็นความลับ มีคนของยากุซ่าเข้าไปบอกเบาะแสที่อยู่ที่สิคิตะซังอยู่ลักพาตัวไปน่ะครับ

          คำว่ายากุซ่าทำให้หัวใจพ่อครัวใหญ่เต้นรัว เขาทำร้านอาหารก็ไม่เคยเลือกลูกค้า ยากุซ่าก็เป็นกลุ่มคนหนึ่งที่ได้รับการต้อนรับเสมอ คาจิวาระ ริวโซมากินอาหารฝีมือเขาตั้งแต่สมัยก่อตั้งแก๊งใหม่ๆ และยังเป็นลูกค้ามายาวนาน กระทั่งการมาของลูกสาว หนึ่งในลูกค้าแปลกหน้าที่ฮานะเจอในรอบสองปี

          คุณฮานะเป็นคนนิสัยดีน่ารัก ไม่น่าจะมีศัตรูหรือไม่มีใครไม่ชอบเธอลูกจ้างคนหนึ่งพูดไว้

          การมีสึคิตะซังทำให้ใครบางคนไม่พอใจจนต้องลักพาตัว หรือพูดให้ถูกก็คือ ไม่มีใครดีไปหมดในสายตาทุกคน การที่สึคิตะซังหายไปจะเป็นประโยชน์กับใคร นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ

          หนูจะไม่แต่งงานกับพี่ฮิเดโอะค่ะ

          ชิเงรุใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่ผุดพรายทั้งที่อากาศในร้านกาแฟเย็นสบาย เพราะเขาคิดถึงดวงตาร้อนแรงบนใบหน้างดงามของลูกสาวริวโซ คาจิวาระ โคโทริ

          สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ฮานะ แต่เป็นฮิเดโอะ เขารู้จากลูกสาวบุญธรรมว่าได้ปฏิเสธชายหนุ่มไปแล้ว หญิงสาวมีอาการซึมหนัก เขาสงสารเธอจับใจ

          กระนั้น มื้อเช้านี้ชิเงรุก็ยังกินต่อไปอย่างเงียบเชียบ

 

          “ข้าวอบเกาลัดห้องเบญจมาศสองที่ค่ะ”

          มาริร้องบอกเมื่อเดินเข้ามาในครัว มาโมรุเป็นคนตักเสิร์ฟ

          “ซาซิมิรวมห้องไอริสได้หรือยังคะ” มิชิโกะเข้ามาบ้าง

          “คุณฮิเดโอะครับ” โคจิเอ่ยชื่อลูกชายเจ้านาย ชายหนุ่มมองหน้ารุ่นพี่

“มีเมนูนี้ด้วยเหรอครับ”

          ดวงตาใต้แว่นกะพริบปริบ “เมื่อสักครู่ผมบอกคุณฮิเดโอะไปแล้ว คุณฮิเดโอะก็รับทราบแล้วนี่ครับ”

          พ่อครัวรูปหล่อนิ่ง ก่อนจะนึกได้รีบผงกศีรษะ “ขอโทษครับ จะทำให้เดี๋ยวนี้ครับ”

          ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็อาวุโสกว่า โคจิมองรุ่นน้องเก็บคำอาสาเอาไว้เนื่องจากการทำเช่นนั้นจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ไปอีก เรื่องที่ฮิเดโอะดูผิดปกติทุกคนเห็นตั้งแต่เช้า ส่วนสาเหตุนั้นตัวโคจิได้รู้ตอนบ่ายพร้อมกับชิมะ

          จะไม่มีงานแต่งงานของฮานะกับฮิเดโอะอีกแล้ว อย่างน้อยก็ตามกำหนดเดิม ขอให้ทั้งสองคนรับรู้ไว้ก่อนเดี๋ยวอีกสองวันจะบอกทุกคนอีกครั้ง ชิเงรุกล่าว

          ทั้งเขากับหัวหน้าสาวเสิร์ฟต่างตกใจ นายใหญ่ไม่ให้เหตุผลอะไร แต่หญิงกลางคนรำพึงว่าคุณฮานะคงไม่พร้อม โคจิคิดว่าบางทีเธออาจจะรู้อะไรในเบื้องลึก

          ขอให้ระหว่างนี้ทุกคนทำงานเต็มที่ ช่วงนี้ไปจนถึงฤดูหนาวคงเหนื่อยกันหน่อย ฝากด้วยนะ โคจิ ชิมะ

          คงไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่หมายรวมถึงความรู้สึกของเด็กสองคนนั้น โคจิคิด ชิมะเองก็เช่นกัน เขาโค้งให้นายใหญ่ผู้มีพระคุณ เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อใครหลายคน หากไม่มีงานแต่งจะมีการส่งมอบตำแหน่งผู้สืบทอดมิโอโมเตะหรือไม่ แต่ก่อนอื่นชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวคงใม่ได้ใช้ ร่วมทั้งกิโมโนของบรรดาลูกจ้างที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย

          ชิเงรุจะหาว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ให้ลูกชายหรือเปล่า หรือจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวแทนเพราะฮานะเองก็ยังมีลูกชายนักธุรกิจมาจีบอยู่พักหนึ่ง

          โคจิสงสัยเหมือนชิเงรุ ใครพักพาตัวเธอ ไม่เรียกค่าไถ่ ไม่เรียกร้องอะไรแล้วก็หนีหายไป หากเป็นเจ้าเด็กตาแข็งคนนั้นจริงก็ยิ่งไม่เข้าใจ

          ไม่เข้าใจฮานะด้วย เธอเห็นอะไรในตัวคางาวะ จิน แค่เด็กเร่รอนถึงกลับต้องไปขอร้องให้บิดารับเข้าทำงาน แค่สงสารเท่านั้นหรือ ถ้าวันนั้นเธอรู้ว่าคนที่เธอช่วยไว้จะตอบแทนบุญคุณเช่นนี้จะยังยืนยันความคิดเดิมหรือไม่

          ทุกอย่างเป็นดังพายุที่พัดเข้ามาในฤดูใบไม้ร่วง กวาดต้อนดอกไม้พันธุ์ไม้ที่กำลังงอกงามให้ล้มพังระเนระนาด

 

          งานศพของอาซาโน่จัดที่บ้านเกิดของชายหนุ่มที่จังหวัดวาคายาม่า คุโรซากิ โอกิตะ ไปร่วมงานในในฐานะหัวหน้า ยากุซ่ามาดศิลปินหอบจินไปด้วย ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไม หลังจากเคารพศพเรียบร้อยก็ขอตัวกลับมา บิดามารดาของอาซาโน่แก่มากแล้ว ทั้งคู่ทำเกษตรกรรม มีพี่สาวกับพี่ชายอย่างละคน และน้องสาวอีกหนึ่งคนซึ่งก็ทำงานในจังหวัด มีหลานซึ่งเป็นลูกของพี่ชายสองคน เป็นครอบครัวคนต่างจังหวัดทั่วๆ ไป เมื่อจินดูสภาพที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางก็คิดว่าคนผู้นั้นคงส่งเงินที่ได้จากการเป็นยากุซ่าให้ที่บ้านไม่น้อยแม้ตัวจะไม่กลับมา

          ทั้งสามกลับมาเกียวโต จินเก็บความสงสัยเรื่องการตายของอาซาโน่ไว้ในใจ เขาเห็นการตายเป็นครั้งที่สอง ความระทึกขวัญยังค้างอยู่ เลือดสีแดงกระเซ็นสาดส่งกลิ่นคาวคุ้ง คุโรซากิพูดว่าอาซาโน่ตายก่อนหน้าที่พวกเขาจะไปไม่นาน เต็มที่ก็ครึ่งวันเพราะดูจากแปรงสีฟันที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวยังเพิ่งจะทำภารกิจตอนเช้า นอกจากนี้จินยังสงสัยอีกว่าทำไมเขาถึงสามารถเดินดุ่มๆ ในเกียวโตได้โดยไม่มีตำรวจมาตามจับถึงฮานะจะกลับบ้านปลอดภัยแล้วแต่คดียังไม่จบ

          หลังจากมาถึงที่ทำงานพรรคฮิโนโทริตอนห้าโมงเย็น

          “อ๊กกี้ไปรายงานกับหัวหน้าด้วย”

          เจ้าตัวทำหน้าสงสัยชั่วแวบ แต่ก็ไม่ถามต่อ ผงกศีรษะเร็วๆ ก่อนจะเดินไป จากสายตาลูกพี่ก็พอรู้ว่าต้องการอะไร

          จินขยับตัวบ้าง

          “ยังไม่ได้บอกให้ไป”

          “ผมต้องไปร้านปาจิงโกะ”

          “ฉันสั่ง ผู้จัดการต้องฟัง”

          คุโรซากิกล่าว น้ำเสียงหนักของเขาทำให้จินชะงัก ตั้งแต่งานศพนอกจากคำแนะนำตัวและการกล่าวแสดงความเสียใจ ชายผมยาวก็ไม่ได้พูดอะไรจนถึงบัดนี้

          จินรู้สึกถึงความโกรธขึ้งบางอย่างไหลเวียนใต้สีหน้าเรียบเฉยเยือกเย็น อาซาโน่คงไม่ใช่ แค่ ลูกน้องทั่วไป

          “อาซาโน่ถูกฆ่าตายเพราะแม่ของนาย”

          ร่างของจินกระตุก ความร้อนแล่นวูบขึ้นหน้า

          “และแม่ของนายตายก็เพราะนาย”

          “นาย!

          จินตะโกน กำหมัดแน่นพร้อมจะปล่อยใส่ใบหน้าขาวนั้นตอนนี้ร่างก็พุ่งออกไปแล้ว แต่อีกฝ่ายยังยืนนิ่ง ไม่มีแม้แต่กิริยาผงะ

          “นายก็อาจจะตายไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนวาเลนไทน์”

          คุโรซากิพูดเรื่อยๆ ขณะที่จินร้อนไปทั้งตัว แต่ก็มาสะดุดกับประโยคหลังสุด “วาเลนไทน์ หมายความว่ายังไง”

          “ก็วันที่นายออกจากที่ร้านไปตามหาอาซาโน่ที่นิชิเคียว” ชายผมยาวจุดยิ้ม “ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตัวเองน่ะเนื้อหอม พ่อหนุ่ม”

          พร้อมกับคำพูดคุโรซากิใช้ปลายนิ้วเขี่ยปลายจมูกจิน เด็กหนุ่มผงะ ดีดตัวถอยหลังออกห่างหันที ความตื่นตระหนกฉายแวบในดวงตา คุโรซากิหัวเราะหึหึ

          “ความคิดที่จะเอาประกาศปลอมไปติดก็ไม่เลวนักหรอกนะ แต่คุเรียวไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

          จินนึกได้ เขาต้องการให้อาซาโน่ออกมาแต่มีคนสะกดรอยตาม เพิ่งมารู้เมื่อตอนเป็นศพว่าเป็นแก๊งยากุซ่า ที่แท้ก็เป็นคุเรียวและเมื่อรวมกับที่อีกฝ่ายพูดถึงความตาย

          “นี่...”

          “ไม่ต้องขอบใจหรอก”

          คุโรซากิยิ้มกริ่ม ท่าทางรื่นรมย์เป็นคนละคนกับชายผู้เพิ่งเสียลูกน้องไปเมื่อชั่วโมงก่อนสิ้นเชิง พลัน ความคิดหนึ่งก็แทรกเข้ามา ถ้าเขาเป็นคนฆ่าคนของคุเรียวเพื่อให้เขายังคงใช้ชีวิตต่อก็แปลว่า...

          “นาย...คุณรู้จักผมก่อนที่จะเจอผม”

          อดีตเด็กเร่ร่อนพูดเหมือนรำพึง เพราะงั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายจึงตื้อให้เข้าแก๊ง

          อาซาโน่เป็นลูกน้อง แม่ของเขาเป็นผู้หญิงของลูกน้องคนสนิทที่ยอมเล่าเรื่องให้ฟัง เรื่องของเขาก็น่าจะถูกบรรจุอยู่ในนั้นด้วย อย่างน้อยหนึ่งครั้งต้องมี

          “ทีนี้นายต้องบอกฉันแล้วละว่าอะไรทำให้นายเนื้อหอมจากคุเรียวขนาดนี้ ถึงกับต้องแลกด้วยความตายของคนสองคน”

          จินก็พยายามนึกอย่างมีเหตุผลว่าทำไมทางคุเรียวถึงต้องการเขาและเอาชีวิตแม่ไป ส่วนฮิโนโทริก็มุ่งหวังคำตอบนั้นมาเพื่ออธิบายการตายของสมาชิก

          “ผมไม่รู้”

          “อาซาโน่ใช้หนี้แทนให้แม่ของนายและเริ่มอยู่กินกัน เรื่องมันน่าจะจบแค่นั้น นายก็คิดอย่างนี้ใช่ไหม”

          จินไม่ปฏิเสธ “แม่นายคงใช้หนี้คุเรียวไม่หมด หรือไม่ก็หยิบอะไรของพวกมันติดมือมา”

          จู่ๆ เขาก็ไม่รู้สึกอึดอัดกับการสนทนาของชายบุคลิกประหลาดคนนี้ ร่วมทั้งไม่แปลบปลาบเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงแม่ แล้วถามกลับ

          “เรื่องนี้เกี่ยวกับการที่อาซาโน่ถูกฆ่าตายด้วยใช่ไหม”

          “แน่อยู่แล้ว” คุโรซากิหยิบบุหรี่ แต่ยังไม่จุด “แปลว่านายรู้”

          จินผ่อนลมหายใจ ส่ายหน้า “ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุเรียว ขนาดหน้าตาของอาซาโน่ยังไม่เคยเห็น”

          “นายจะยอมให้แม่นายตายเปล่าหรือไง อุตส่าห์ก้มหัวขอร้องคุณหนูคนนั้น อดทนล้างจานถูพื้นอยู่เป็นปีกว่าจะรู้ว่าคนกินผักดองสีชมพูคืออาซาโน่”

          จินหันขวับ ฉุนที่อีกฝ่ายหวานล้อม แต่ไม่เท่าการเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น ผู้ซึ่งทำให้หัวเขาเต้นกระตุกด้วยความทรมาน หลายคืนที่นอนไม่หลับเพราะโหยหากลิ่นกายและผิวเนียนนุ่มนั่น

          “คุณอธิบายเรื่องผักดองสีชมพูที่อาซาโน่ชอบกินไปอยู่ในกล่องเบนโตะวันที่แม่ตายก่อนสิ ทั้งที่ไม่ใช่เมนูที่มีขายทั่วไป”

          คุโรซากิจุดบุหรี่ “จะให้อธิบายอะไร ฉันไม่ใช่อาซาโน่” ควันสีเทาถูกพ่นพรู “อาซาโน่ก็ตายไปแล้ว จะให้ไปถามใคร”

          ท่าทีแบมืออกข้างหน้านั่นแสดงออกมาน้อยนิด แต่ยียวนมหาศาล จินกำมือ เจ็บใจในความจริง ทั้งที่อุตส่าห์ได้เข้ามาในแก๊งเพื่อช่วยฮานะแลกข้อมูลที่มีเพื่อเจออาซาโน่ คนที่หลักฐานชี้ตัวไปหา สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบอะไร

          แต่สถานภาพที่เป็นสมาชิกแก๊งยากุซ่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกแล้ว

          “คุณคุโรซากิ มีโทรศัพท์ครับ”

          มีการเรียกขัดจังหวะอย่างกริ่งเกรงจากลูกน้องคนหนึ่ง เป็นการตัดบทสนทนาที่กำลังเข้มข้นไปโดยปริยาย คุโรซากิสบตาจินแล้วเดินออกไป จินปล่อยลมหายใจและเดินออกไปเช่นกัน

          เรื่องอะไรกันแน่ที่เขาควรจะรู้และถึงกับแลกมาด้วยความตายของแม่กับอาซาโน่



อุธิยา

3.11.18



จะลงให้อ่านถึงตอน 41 นะคะ (ตอนหน้าอีก 1 ตอน)

สามารถติดตามกลางวงกตดอกไม้ฉบับรวมเล่มได้ตามแผงหนังสือ

รวมทั้งอีบุ้กที่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiODI4MjgiO30









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น