กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 40 : บทที่ 39 อาซาโน่กับผักดองสีชมพู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

39. อาซาโน่กับผักดองสีชมพู

 

          จินเงยหน้าดวงตาเบิกกว้าง ใจเต้นตึกตัก “อาซาโน่คือคนที่ฆ่าแม่นาย นายเข้าใจอย่างนั้นใช่ไหม”

          คนฟังกลืนน้ำลาย เอ่ยถึงแม่ทีไรลมหายใจตีบตัน กำมือที่วางบนต้นขา เรื่องถูกหยิบยกขึ้นมาไม่ทันตั้งตัว เขาต้องคิดให้เร็วในการสนทนาครั้งนี้

“มีหลักฐานบางอย่างบอกอย่างนั้น”

“อะไร”

“คุณเคยบอกว่าผมจะได้รู้เรื่องนี้ถ้าเข้าแก๊ง”

          คุโรซากิไหวไหล่ “ใช่”

          “ก็บอกเลย”

          ชายผมยาวเผยอยิ้ม “ไอ้หนู นั่นมันก่อนจะมีข้อตกลงเรื่องช่วยสึคิตะ ฮานะต่างหาก เรื่องการเข้าแก๊งก็ถูกแลกไปแล้ว”

          จินนิ่ง อากาศเย็นแต่มือของเขามือเหงื่อซึม จริงของชายคนนี้ เขาทิ้งโอกาสรู้เรื่องอาซาโน่ไปกับการช่วยฮานะ

          “เป็นอาซาโน่เพราะอะไร”

          ตอนนี้จินอยู่ในแก๊งเดียวกับคนที่ต้องสงสัยว่าฆ่าแม่ การจะพูดถึงหลักฐานที่ได้มาเท่ากับบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวมิใช่หรือ แล้วเขาจะเหลืออะไร

          “คราวนี้ผมต้องแลกด้วยอะไร”

          “จะให้ฉันขอเองแน่เหรอ คางาวะคุง”

          ยังไม่ทันตอบ พลัน คุโรซากิที่นั่งเอนกายธรรมดาก็พุ่งตัวมานั่งข้างจินอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มถึงกับกระเด้งผึงลุกหนีอย่างตกใจ

          “ผักดองสีชมพู!

          พร้อมกับกิริยาถอยอย่าง จินโพล่งคำนั้นออกไป ชายผมยาวเงยหน้ามอง ยกคิ้ว

          “ผักดองสีชมพู?

          คนพูดเพิ่งรู้ตัวว่าพลาดไป จึงเลือกสูดลมหายใจเข้าปอดสองที แล้วสบกับดวงที่พราวระยับของคู่สนทนา “เอาหลักฐานนี้แลกที่อยู่ของอาซาโน่”

          เขาบอกอย่างนั้น คนฟังค่อยๆ ขยับตัวไปอยู่ท่าเดิมคือนั่นเอนหลังพิงพนัก

          “มานั่งคุยกันดีๆ”

          คุโรซากิรินเหล้าใส่แก้วตัวเอง แล้วเลื่อนขวดเบียร์ไปตรงหน้าจิน ซึ่งกลับมานั่งที่เดิม เทเบียร์ใส่แก้ว คราวนี้ค่อยๆ ดื่ม

          “ที่อยู่ของอาซาโน่มีราคากว่านี้” เขาเขี่ยบุหรี่ “ก่อนอื่นขอถามสองข้อ ถ้าเจออาซาโน่จะทำอะไรกับเจ้านั่น”

          “ไม่จำเป็นต้องบอกคุณ”

          รองหัวหน้าแก๊งยากุซ่าพยักหน้า ไม่หัวร้อนกับการยอกย้อน “อีกข้อหนึ่ง นายรู้ได้ยังไงว่าอาซาโน่คือคนของฮิโนโทริ ในเมื่ออาซาโน่ยังไม่เคยเจอนายสักครั้ง”

          จินอึ้ง ทุกอย่างที่ชายคนนี้พูดเป็นข้อเท็จจริง นั่นจะย้อนไปสู่จุดที่เขาต้องการได้ ถ้าอย่างนั้นทำไมจึงคิดว่าอาซาโน่คือคนที่ฆ่ามารดา และถ้าสองข้อนี้ไม่เชื่อมกันแปลว่าที่อยู่ของอาซาโน่ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

          ชายคนนี้ต้องการอะไร และวิธีไหนถึงจะจับใจเขาได้ การโกหกไม่ช่วยอะไร

          “ผมอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มีแก๊งยากุซ่ามาตั้งแต่เด็ก แค่ได้กลิ่นก็รู้” เขากล่าวแล้วมองคู่สนทนา อีกฝ่ายยังสูงบุหรี่เรื่อยๆ ใกล้หมดมวน

          “แม่มีผู้ชายคนใหม่ เลิกอาชีพเดิม” ทุกครั้งที่พูดเหมือนมีดกรีดใจ “ถึงไม่เคยเห็นก็รู้”

          สายตาของจินเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย ในที่สุดก็ถึงบางอย่างออกจากด้านในเสื้อ ถุงเครื่องราง เขาเปิดและดึงบางอย่างออกมาวางบนโต๊ะ

“มันอยู่ในครัววันที่แม่ถูกฆ่าตาย”

คุโรซากิหยิบไปดู มันคือซองตะเกียบที่มีชื่อร้านมิโอโมเตะ เขาดึงบุหรี่ออกจากปาก “เพราะงั้นนายถึงไปที่นั่นวันนั้น”

จินไม่ตอบ คุโรซากิวางกลับที่เดิม “ยังไม่ถึงอาซาโน่อยู่ดี”

เจ้าของเก็บมันไว้ที่เดิม “ผมจะได้รู้ว่าอาซาโน่อยู่ที่ไหนใช่ไหมถ้าบอกสิ่งที่ไปถึงผู้ชายคนนั้น”

ถึงใบหน้าจะเคร่งขรึมแต่ในดวงตาเหมือนมีความอ่อนไหวเจือจาง

“อะไรที่สำคัญกับนายที่สุดล่ะ”

“ผมไม่อยากตายอีกครั้ง”

ยากุซ่าหนุ่มนิ่ง ครั้นแล้วก็ดับบุหรี่ เด็กหนุ่มเข้าใจว่าชีวิตตนตายไปแล้วครั้งหนึ่งวันที่ริวโซกรีดแขน ความจริงมันตรงกันข้าม แต่นั่นก็หมายความว่าการเกิดใหม่เป็นนกฟินิกซ์นี่ไม่อยากให้จบลงอีก

ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลสูงจริงๆ นั่นอาจจะเป็นรักแรกด้วยก็เป็นได้

“พูดชัดๆ อย่างนี้ก็ดี” ทางนั้นตอบ น้ำเสียงเป็นทางการ “ชีวิตนายที่ฮิโนโทริต้องไปแลกกับคุเรียวมาน่ะ หัวหน้าไม่ทิ้งขว้างง่ายๆ หรอกนะ ยกเว้นแต่นายจะหาเรื่องเอง นายยังมีอายุใช้งานอีกยาว” เขารินเหล้า กระดกดื่ม

“นายจะได้เจอกับอาซาโน่”

ยังไม่ทันได้ดีใจคำถามผุดขึ้นมาอีก “แล้วผักดองสีชมพูคืออะไร”

จินผ่อนลมหายใจ “มันค้างอยู่ในเบนโตะ ไม่ใช่ของที่อยู่ในเมนูของร้าน เพราะคุณฮานะทำกินกันเองระหว่างลูกจ้าง แต่ใส่ให้กับลูกค้าที่ชอบมันมาก นั่นคืออาซาโน่”

คุโรซากิประสานมือเข้าหากัน มองเด็กหนุ่มที่อายุพอจะเป็นลูกเขาได้อย่างนิ่งๆ

“เธอบอกผมเอง”

“นายเข้าไปที่ร้านเพื่อสืบเรื่องฆาตกร แต่ดันไปชอบ เอ้อ สนิทกับลูกสาวเจ้าของร้าน”

คนพูดยิ้มพราย แต่ดวงตาคนฟังที่มองกลับมาวาวโรจน์ เห็นได้ชัดว่าระงับอารมณ์

“แล้วไงต่อ”

“จบแล้ว”

น้ำเสียงตวัดเล็กน้อย คุโรซากิจุดบุหรี่มวนที่สอง เจ้านี่มีประสิทธิภาพกว่าที่คิด ทั้งเรื่องพาตัวเองเข้าไปสืบหาฆาตกรตามเบาะแสที่มี เอาตัวรอดจากการไล่ต้อนของอามาเทรุ ยังไม่นับความบ้าบิ่นและฝีมือการต่อสู้ที่เกือบจะล้มมาเอดะได้ ไม่สิ ล้มไปแล้วทั้งสองครั้งถ้าริวโซไม่รักษาหน้าเจ้าบ้าจอมคลั่งรักนั้นให้

“อาซาโน่ยังไม่ตาย”

จินหันควับ “อยู่ที่ไหน!

“ฉันจะพานายไปเอง เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีก”

 

          ถึงจะเป็นวันอาทิตย์แต่ฮานะยังคงทำงาน เธอดองพักในช่วงเช้า ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ตอนบ่ายก็พักผ่อนทำกิจกรรมส่วนตัว ที่ผ่านมาจะนั่งพังเพลงชองโอซากิ ยูทากะ เขียนสูตรอาหาร บางครั้งก็ไปซื้อของใช้บ้าง หลังจากเกิดเรื่องเวลาหมดไปกับการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ สลับกับการเหม่อมองใบไม้ร่วง

          ต้นแปะก๊วยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ใบเมเปิ้ลกำลังจะสีแดงเต็มต้น วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เธอกำลังตื่นเต้นกับการมีลูกจ้างคนใหม่

          วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คางาวะ จิน ออกจากร้านไปแล้ว เป็นตายอย่างไรไม่อาจรู้ แม้แต่โอซากิ ยูทากะก็เสียชีวิตไปแล้ว ช่วงเวลาที่จะฟังเพลงของเขาอย่างมีความสุขจบลง รายการทีวียังคงเปิดเพลง I love You เป็นการไว้อาลัย บางครั้งเธอต้องเดินหนีเพราะเกรงว่าน้ำตาจะรินไหลออกมา

          ไม่รู้จะรวบรวมความรู้สึกที่กระจัดกระจายนี้ได้อย่างไร ทุกข์สุข เศร้ากังวล สับสนเสียใจ และคิดถึง

          ฮานะนั่งอยู่ที่ริมบ่อปลาคาร์พซึ่งกลายเป็นที่ประจำนับแต่กลับมา หลังจากดองผักแล้วก็ไม่มีงานทำอีก ทุกคนรับเอาหน้าที่ส่งของไปหมด การเป็นสมาชิกของโอคาซากิเริ่มต้นที่จุดนี้ ฮิเดโอะพามาดูปลาคาร์พ เธอซึ่งกำลังคิดถึงแม่ตื่นเต้นกับปลาสีสวยตัวโต เธอจำรอยยิ้มของพี่ชายได้

          “คุณฮานะคะ มีแขกมาพบค่ะ”

          ฮานะเอ่ยรับรู้ กำลังจะลุกออกไปชิมะทำท่ารีรอ “เอ่อ...คนที่มากับคุณโคโทริน่ะค่ะ ผู้ชายผมยาว”

          “คุณคุโรซากิเหรอคะ”

          ชิมะพยักหน้า แววตากังวล “คุณโคโทริก็มาด้วยค่ะ คุยกับคุณฮิเดโอะอยู่”

          ฮานะนิ่งไป ชื่อโคโทริคล้ายลมร้อนที่แตะผิวกาย กระนั้นก็พยักหน้าและเตรียมตัวจะไปพบแขกที่ว่า

 

          คุโรซากิยืนมองใบแปะก๊วยอยู่ในสวน ฮานะหยุดฝีเท้าทำให้เขาหันมามอง ชิมะกระซิบว่าจะทำงานอยู่ใกล้ๆ หากมีอะไรก็เรียกได้เลย หญิงสาวกล่าวขอบคุณ

          “สวัสดีครับ ขอโทษที่มารบกวนครับ”

          ชายหนุ่มมาในชุดสูทสีขาวรวมผมเรียบร้อย โค้งอย่างอ่อนน้อม ฮานะได้กลิ่นน้ำหอมจางขณะโค้งตอบ

          “สวัสดีค่ะคุณคุโรซากิ”

          “สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างครับ” เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยดูห่วงใยอย่างจริงใจ

          “ฉันเป็นปกติแล้วค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ”

          อีกฝ่ายเผยยิ้ม เหลือบมองต้นแปะก๊วยที่สีเขียวกำลังถูกกลืนกินจากสีเหลือง “ฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะครับ เวลาแบบนี้ลูกค้าคงเยอะน่าดู”

          “ค่ะ” เธอตอบแล้วถามต่อ “คุณคุโรซากิมีธุระอะไรกับฉันหรอคะ”

          “ความจริงก็ไม่มีหรอกครับ ผมแค่มาทักทาย” ระหว่างที่พูดคุโรซากิไขว้มือไว้ข้างหลัง ฮานะเคยอ่านเจอจากที่ไหนสักแห่งว่านั่นเป็นภาษากายที่แสดงอำนาจเหนือกว่า ยากเกินเข้าถึงและไม่สมควรใกล้ ยังจำภาพที่เขาเดินเข้าหาในคืนไปดูดอกไม้ไฟได้

          “ขอบคุณค่ะ”

          “ฤดูใบไม้ร่วงอย่างนี้ทำให้เจริญอาหาร ผมชอบปลาซันมะต้นฤดูที่สุดเลย”

          หญิงสาวแปลกใจที่เขาชวนคุยเรื่องนี้ เธอกำลังสนทนากับยากุซ่าเรื่องอาหารการกิน ใช่คนเดิมกับคนที่เคยมองเธอด้วยสายตาโลมเลียมลึกลับคนนั้นแน่หรือ

          “แต่ว่าผมไม่ชอบนั่งกับเสื่อทาทามิ โอกาสที่จะได้ลิ้มรสอาหารของมิโอโมเตะคงยาก”

          เรื่องนี้ลูกจ้างก็คุยกันบ่อยๆ ชื่อคุโรซากิปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่นะ รู้สึกจะเป็นวันที่โคโทริกลับจากโตเกียว

          วันนั้น วันแรกที่เจอจิน

          ฮานะเผลอยกมือกุมอก รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกกรีดแทง ทุกอย่างที่เป็นเรื่องของเขาคนนั้นล้วนแล้วแต่เปราะบาง

          “คุณฮานะ”

          หญิงสาวรู้สึกตัว ลดมือมาวางไขว้กันไว้ตรงหน้า เธอยังอยู่ในการจับจ้องของชายคนนี้

          “ความจริงที่ร้านมีเบนโตะ คุณคุโรซากิสั่งได้นะคะ”

          “จริงด้วยสิครับ” เขาทำท่าราวกับนึกขึ้นได้ แต่ชายหนุ่มเห็นกิริยาอ่อนไหวของเธอ คงคิดอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องเจ้าเด็กคนนั้นสักอย่าง ถึงไม่ถามเรื่องการไม่นั่งบนเสื่อทาทามิของเขาเลย

          “ถ้าอย่างนั้น ผมขอสั่งเมนูขึ้นป้ายของพรุ่งนี้เลยนะครับ”

          “ได้ค่ะ” เธอตอบกลับ ผ่อนคลายขึ้น

          “ผมได้ยินว่าคุณฮานะชอบทำผักดอง”

          “เอ๋...”

          “ทาคามิเนะเล่าให้ฟังว่าผักดองของที่นี่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น เป็นฝีมือของลูกสาวบ้านนี้”

แก้มนวลนั้นแตะสีแดง “ไม่หรอกค่ะ ฉันยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ มีแค่ไม่กี่อย่างที่คุณพ่ออนุญาตให้เอาไปเสิร์ฟ”

“คุณอิอิดะยังพูดถึงเลย คุณอิอิดะน่ะปกติไม่ชมใครง่ายๆ”

ฮานะนึกถึงชายหน้าเหลี่ยมท่าทางเคร่งครัดคนนั้น “ถ้าอย่างนั้น ช่วยแถมผักดองให้ผมเยอะๆ ด้วยนะครับ”

คนทำผักดองยิ้มเล็กน้อย “ได้ค่ะ”

“ขอผักดองสีชมพูด้วยนะครับ”

“เอ๊ะ ผักดองสีชมพูดอะไรเหรอคะ”

สีหน้าฮานะฉงน คุโรซากิกะพริบตา เอียงศีรษะแล้วทำท่าคิด “ลูกน้องผมคนหนึ่งบอกว่าเคยสั่งเบนโตะของที่ร้านไปแล้วได้ผักดองสีชมพูที่อร่อยมาก ผมอยากลองชิมบ้างน่ะครับ”

“ลูกน้อง”

“ไม่ทราบว่าคุณฮานะพอจะจำได้หรือเปล่า”

ฮานะยกมือแตะริมฝีปาก “หรือว่าหมายถึงคุณอาซาโน่เหรอคะ”

“อ๊ะ ใช่ครับ อาซาโน่”

วินาทีนั้นปฏิกิริยาของจินที่ได้ยินชื่ออาซาโน่กับคำว่าผักดองสีชมพูผุดขึ้นมา เธอลดมือมากุมเข้ามาหากัน “จะว่าไปก็ไม่ได้เจอคุณอาซาโน่นานแล้วค่ะ”

คุโรซากิมองเธอนิ่งๆ ฮานะรู้สึกราวกับถูกสำรวจ เขาต้องการอะไรกันแน่นอน เอาเถอะ รีบตอบแล้วรีบขอตัวออกไปดีกว่า

“คุณอาซาโน่ชอบผักดองสีชมพู บังเอิญเคยมาเห็นตอนที่ฉันกำลังทำอยู่ที่ครัว ฉันเลยให้เขาลองชิม ไม่คิดว่าเขาจะชอบมาก” เธอเว้นวรรค เหลือบมองคู่สนทนา “ทำไมเหรอคะ”

ชายผมยาวโคลงศีรษะ “แค่ถามดูครับ ท่าทางเจ้านั่นชอบจริงๆ ผมก็เลยอยากลองชิมว่าอร่อยแค่ไหน”

คำตอบไม่กระจ่างนัก คุโรซากิปล่อยมือที่ไขว้หลังมาไว้ข้างตัวแล้วมองไปด้านหน้าร้าน ทำท่าคล้ายจะตัดบท

“ผมรบกวนคุณฮานะมามากแล้ว คงต้องไปเตรียมตัวก่อน ขอบคุณมากนะครับที่มาคุยด้วยวันนี้ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ”

“ค่ะ คุณคุโรซากิด้วย” เธอโค้งรับการโค้งลาของเขา แต่เมื่อผู้มาเยือนกำลังจะเดินออกไปก็นึกขึ้นได้

“คุณคุโรซากิคะ”

เขาหันมา “เรื่องผักดองสีชมพูที่คุณอาซาโน่ชอบ ช่วยเก็บเป็นความลับได้ไหมคะ”

“ความลับ?” คุโรซากิยกคิ้ว

“หมายถึงสั่งกับที่ร้านไม่ได้น่ะค่ะ” ฮานะสบตา “ความจริงผักดองสีชมพูไม่ใช่เมนูประจำของร้าน เป็นของที่เราทำกินเอง ฉันแอบให้คุณอาซาโน่เป็นกรณีพิเศษน่ะค่ะ”

 

ที่ห้องรับแขกบ้านโอคาซากิต้อนรับคาจิวาระ โคโทริ

          “ขอโทษที่ไม่ได้แวะมาเยี่ยมซะนานนะคะ ทราบข่าวแล้ว ดีใจด้วยค่ะที่ฮานะจังปลอดภัย”

          วันนี้สาวสวยสวมกิโมโนลายผีเสื้อขาว ฮิเดโอะสังเกตมานานแล้วว่าเธอไม่ค่อยสวมกิโมโนลายดอกไม้

          “ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมเรียกฮานะให้มาขอบคุณนะครับ”

          “ไม่เป็นไรค่ะ ให้ฮานะจังทำงานเถอะค่ะ อย่ารบกวนเธอเลย” เธอกล่าวพร้อมยิ้มหวาน ซึ่งไม่ค่อยได้เห็น จู่ๆ ชายหนุ่มก็คิดขึ้นมาได้ ฮานะยังไม่ยิ้มแบบนี้ให้เขาเลยตั้งแต่กลับมา

          “ถ้าอย่างนั้น ขอบคุณแทนฮานะด้วยครับ”

          หนุ่มหล่อโค้งรับของฝากที่หญิงสาวให้มา โคโทริใจเต้น ความจริงก็ไม่ได้สนใจเรื่องฮานะอย่างที่ปากพูด แต่เพราะทนเสียงเรียกร้องจากหัวใจไม่ไหว ถึงกับต้อง เจรจา ดีๆ กับคุโรซากิ เพราะมาเอดะกับคุโบตะก็ถูกกักบริเวณไปแล้ว ชายผมยาวเป็นคนเดียวที่ช่วยได้ จึงเตรียมใจให้เขาถากถาง แต่เขากลับยอมพามาแต่โดยดี

          ผมก็รอว่าคุณหนูจะเอ่ยปากเมื่อไหร่ ดีเหมือนกันครับ แต่ไม่ควรเป็นลูกค้าที่ร้านนะครับ

          ทำไม

          เพราะการไปหาผู้ชายที่กำลังเป็นห่วงน้องสาวทำให้เขาอึดอัดครับ อีกอย่าง เพราะฮาเซกาว่าจะมากินมื้อเย็นกับนายท่านน่ะสิครับ”

          โคโทริขบฟัน เธอต้องเก็บอาการไม่พอใจไว้ ตอนนี้คางาวะ จินอยู่ในความดูแลของเขา เท่ากับว่าคุโรซากิมีอำนาจต่อรองมากขึ้นไปอีก แต่ไม่ดีสำหรับเธอที่หมอนั่นยังมีชีวิตอยู่ให้ขวางตา

          คุณหนูควรดีใจนะครับที่เจ้านั่นมาอยู่ที่นี่พอเขาพูดอย่างนั้นเธอจึงเข้าใจ เด็กนั้นพิษสงเยอะกว่าที่คาด ไม่คิดว่าจะจัดการมาเอดะได้ แถมยังกล้าเดินเข้ามาต่อรองกับพ่อของเธออีก การที่หมอนั่นเข้าไปทำแผนการเธอพังกลับกลายเป็นประโยชน์ แต่เมื่อเธอถามคุโรซากิเรื่องฮานะ หนุ่มผมยาวได้แต่อมยิ้ม แต่โคโทริเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะถูกทำลายความบริสุทธิ์ไปแล้ว

          “ถ้าอย่างนั้น ฉันไม่รบกวนคุณฮิเดโอะแล้วค่ะ”

          “จะกลับแล้วเหรอครับ”

          หัวใจคนฟังพองโตและเต้นระรัว นี่สินะสิ่งที่คุโรซากิหมายถึง “วันนี้ฉันมีงานต้องทำน่ะค่ะ  ขอโทษด้วยนะคะ”

          “อย่างนั้นเอง ไม่เป็นไรครับ”

          “เดี๋ยวฉันจะหาเวลามาเป็นลูกค้าให้ได้ค่ะ” เธอตอบและกล่าวลาในที่สุด อย่างน้อยได้เจอหน้าและสนทนากันก็ยังดี ได้แสดงน้ำใจให้เขาเห็นแล้ว รอดูสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้

          โคโทริรู้สึกว่าฮิงาชิยาม่าเริ่มรี่นรมย์แล้ว

 

บ่ายสี่โมง

ฮิเดโอะชวนฮานะไปดื่มชา เขาซื้อเค้กสตรอเบอรี่ของโปรดเธอมาให้ตั้งแต่เช้า นัดกันล่วงหน้าว่าจะกินหลังเสร็จงาน ความจริงเป็นชายหนุ่มเองที่พูดคนเดียว แต่โคโทริมาเยี่ยมเสียก่อนจึงเลยเวลามาจนถึงป่านนี้ กระนั้นฮานะก็ยังมา

ตอนแรกอยากกินที่ห้องครัวหรือไม่ก็เรือนลูกจ้าง แต่ฮิเดโอะบอกว่าอยากคุยกันเองสองคน สีหน้าเขาจริงจัง

ขนมเค้กของโปรดยังอร่อยเหมือนเดิม ขั่วขณะหนึ่งฮานะก็ดีใจที่มีโอกาสกลับมาได้ลิ้มรส

“วันนี้วันที่สามแล้ว อีกไม่ถึงยี่สิบวันแล้วสินะ”

หัวใจฮานะเร่งจังหวะ รู้ว่าเขาจะพูดอะไร นั่นแปลว่าเขายังไม่ได้คุยกับบิดา

“ว่าวันนี้จะชวนฮานะมาเขียนบัตรเชิญ พอดีเมื่อวานนี้ทางคุณอิจิฮาระโทร.มาบอกว่าชุดที่เลือกไว้แก้เสร็จแล้ว จะให้เอามาลองให้อีกสองสามวันนี้เพราะกลัวจะไม่ทัน”

ชายหนุ่มพูดเรียบๆ แต่หญิงสาวเอาแต่จ้องถ้วยชา รสชาติของเค้กปร่าลิ้นไปแล้ว “อ้อ แล้วจะมาปรึกษาฮานะเรื่องเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟด้วย คุณพ่อบอกว่าให้เราจัดการได้เองเลย เราเป็นร้านอาหารก็น่าจะเสิร์ฟเองนะ แต่ก็อยากให้ลูกจ้างได้ร่วมงานด้วย ฮานะว่าเราจ้างร้านอาหารดีไหม”

ฮิเดโอะไม่ได้สังเกตฮานะว่าแทบไม่ได้ฟัง กระทั่งมีแต่ความเงียบจึงรู้สึกตัว

“ฮานะเป็นอะไรหรือเปล่า”

น้องสาวส่ายหน้า วางถ้วยชาลง “พี่ฮิเดโอะคะ ความจริงฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่เหมือนกันค่ะ”

ฮิเดโอะกะพริบตาปริบ แทนที่จะดีใจกลับงงงันในทีท่าที่ออกออกไปทางนิ่ง ที่ผ่านมาเธออาจจะไม่มีท่าทางตื่นเต้นกับตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวแต่ก็ไม่เฉยชาเท่านี้ ไออวลรอบตัวหม่นมัวจนรู้สึกได้

“มีอะไรเหรอ หรือว่าเธอไม่สบายตรงไหนอีก”

“เปล่าค่ะ ฉันสบายดี” เธอเม้มปากก่อนสูดลมหายใจ “พี่ฮิเดโอะคะ ฉันจะไม่แต่งงานกับพี่ค่ะ”

ฮิเดโอะตะลึง วินาทีถัดตาก็เบิกตาโต

“อะไรนะฮานะ!

ฮานะก้มหน้า ไม่กล้าสบกับสายตาตกใจของอีกฝ่าย ทันทีที่เธอบอกความในใจกับเขาไป ปฏิกิริยาที่ได้รับก็ไม่ผิดจากที่คิด

“เธอ...พูดว่าอะไรนะ”

หญิงสาวเม้มปาก เจ็บเหมือนจะขาดใจ การพูดโกหกอาจจะยาก แต่คำพูดจากใจจริงยากกว่า “ฉัน...จะไม่แต่งงานกับพี่ค่ะ”

ฉับพลัน ฮิเดโอะก็ทะลึ่งตัวเข้ามาหาแล้วจับหัวไหล่เธอแน่น

“เธอพูดอะไรฮานะ”

ฮานะสะดุ้ง สีหน้าของเขาตกตะลึงเหมือนยักษ์ที่กำลังโมโหกราดเกรี้ยว “เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า”

เสียงเขาดังขึ้น บีบให้ฮานะต้องพูด “ฉัน...แต่งงานกับพี่ไม่ได้ค่ะ ฉัน...ฉันไม่เหมาะแล้ว” เธอเบือนหน้าปวดร้าวหนีการจับจ้อง แก้มแดงจัด

ฮิเดโอะใจเต้นโครมคราม เขาเคยห้ามตัวเองไม่ให้คิดในแง่ร้าย แต่ทำไม่ได้ ลางสังหรณ์นั้นเป็นจริง ยืนยันจากเธอเอง

“ไม่...ฮานะ เธอไม่เป็นอะไรนะ”

ฮานะส่ายหน้า ตัวเริ่มสั่น กำสองมือแน่น ฮิเดโอะลดมือที่จับหัวไหล่เธอลง 

“ฉันบอกคุณพ่อไปแล้ว ขอโทษค่ะพี่ฮิเดโอะ”

ไม่ใช่แค่ความสูญเสีย แต่ความอับอายในร่างกายต่างหาก สำหรับผู้หญิงแล้วอะไรก็ทดแทนไม่ได้ ความเจ็บปวดที่แสดงออกมาไม่ใช่การล้อเล่น ฮิเดโอะเรียบเรียงเรื่องราว ควบคุมสติตนเอง

“พี่รักเธอนะฮานะ”

และเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็โผเข้ากอดเธอ หญิงสาวหันมาตาเบิกกว้าง ตัวแข็งทื่อ ตะลึงขึงไขจนทำอะไรไม่ถูก

“พี่รักเธอ พี่ไม่สนใจว่าเธอจะเป็นยังไง พี่รักฮานะ อยากแต่งงานกับฮานะ อยากดูแลไปตลอดชีวิต เธอไม่ต้องคิดอะไร แต่งงานกับพี่นะ”

เขากอดเธอแน่น ฮานะตั้งสติได้ พยายามผลักออกแต่ไม่สำเร็จ ทำได้แค่เรียกชื่อพี่ชายต่างสายเลือด

“เราจะแต่งงานกันนะฮานะ เรื่องที่เกิดขึ้นให้มันผ่านไป ลืมมันซะ”

“พี่ฮิเดโอะ”

ได้ยินเสียงและสัมผัสได้ถึงความต้องการแรงกล้าของเขา ฮานะอยากปล่อยความอัดอั้นนี้ต่างหาก ไม่ใช่แค่เธอแปดเปื้อนหรือไม่ต้องการเขา

“พี่ฮิเดโอะปล่อย...”

ฮิเดโอะรู้สึกว่าร่างบอบบางสั่นสะท้าน รีบปล่อยอ้อมแขนเพราะคิดว่าเธอร้องไห้ แต่เป็นแค่ดวงตาแดงเรื่อกับสีหน้าทรมานใจ

“ฮานะ”

เขายกมือไปเพื่อจะแตะใบหน้าเธอ แต่หญิงสาวถอยหนี สั่นศีรษะ เสียงเครือ

“ฉันแต่งงานกับพี่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”

“ฮานะ เธอ...”

“ไม่ใช่แค่ตัวฉัน แต่ฉันไม่ได้รักพี่ค่ะ”

เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ ชายหนุ่มผู้มีรักนิ่งขึง หญิงสาวที่หลบตามาตลอดๆ ค่อยๆ ช้อนสายตามาสานสบกับเขา ในนั้นไม่มีความหวั่นไหวที่เขาอยากเห็น

“ไม่รัก...”

เธออึดอัดใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า เขาตอบตัวเอง

“ฉันไม่ได้รักพี่ค่ะ ไม่เคยคิดอย่างอื่นนอกจากพี่ชาย ฉันดีใจที่พี่ฮิเดโอะดูแลฉันมาตลอด แต่ฉันไม่สามารถเป็นภรรยาพี่ได้จริงๆ ฉันขอโทษค่ะ”

หูเขากำลังได้ยินอะไร ฮิเดโอะถามตัวเอง ที่เคยคิด ที่เคยเห็น ไม่จริงไม่เคยเกิดขึ้น เธอซึ่งเขาหลงรัก ผูกพัน หวังว่าจะร่วมชีวิตได้พูดอออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่เคยรัก และไม่คิดว่าเขาเป็นผู้ชาย เป็นแค่พี่ชาย

เขาได้รับการยอมรับจากเธอแค่พี่ชาย ขณะที่สำหรับเขา เธอเป็นหญิงสาวผู้งดงามทั้งกายและใจ ถึงกายจะด่างพร้อมไปก็ไม่สำคัญ แต่ใจที่ปรารถนาแธอก็ไม่มี

“เธอ...ไม่ได้รักพี่”

“ขอโทษค่ะ”

ฮานะก้มศีรษะกล่าวเป็นครั้งสุดท้ายแล้วลุกเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฮิเดโอะนั่งนิ่งเหมือนถูกสาป จนจมอยู่ในทะเลความผิดหวังจนหมดเรี่ยวแรง

 

อพาร์ตเม้นต์ของอาซาโน่อยู่ทางตะวันตกของเกียวโต แต่ไม่ถึงคาเมโอกะ

จินไปรอคุโรซากิที่หน้าพรรคฮิโนโทริตั้งแต่เช้า มีโอกิตะมาด้วย ซึ่งมองเขาอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ถาม ไม่มีใครพูดอะไรเลย เจ้าของสูทสีขาวบอกแค่ให้มารอแล้วจะได้เจออาซาโน่ และเมื่อผ่านมาสี่สิบนาที ทั้งสามคนก็มาอยู่ในลิฟท์ที่กำลังพาขึ้นไปที่ชั้นแปด บรรยากาศอึดอัด

ทั้งสามออกจากลิฟท์มายืนหน้าห้องชายผู้เป็นเป้าหมาย โอกิตะเป็นคนกดกริ่ง ไม่มีการตอบรับ เขากดอีกครั้ง ครั้งที่สาม และสี่ จึงหันมามองหัวหน้าตน

“หรือว่าอาซาโน่ซังไม่อยู่”

“มันบอกว่าจะอยู่” คุโรซากิตอบเรียบ มองกุญแจที่ล็อกอยู่ โอกิตะเข้ามา มองซ้ายขวา ชายผมยาวหมุนกายหันมาทำนองยืนรอ

“อ๊ะ ประตูไม่ได้ล็อกนี่ครับ”

ชายหนุ่มบอกแล้วค่อยๆ เปิดเข้าไป กิริยาระวังตัว กลิ่นความร้อนลอยปะหน้า คุโรซากิเองก็รู้สึกได้ จินเกือบกลั้นหายใจ และเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง สิ่งที่เห็นคือขาสองข้างที่โผล่ออกมาจากห้องน้ำ โอกิตะค่อยๆ ก้าวเข้าไป จินมองตามแล้วผงะ

ร่างนั้นนอนจมกองเลือด

 




อุธิยา

30.10.18


ภาพ : ผักดองแบบต่างๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น