กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 38 : บทที่ 37 ความในใจที่ซ่อนเร้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

37.  ความในใจที่ซ่อนเร้น

 

          ยามานาชิกับยานากิดะมาที่มิโอโมเตะอีกครั้ง เขาอยากสอบปากคำฮานะเพิ่มเติมเพื่อหาหลักฐานมัดตัวคางาวะ จิน ที่ตอนนี้หายตัวไป หญิงสาวมีสีหน้าแจ่มใสขึ้นหลังจากกลับมาที่บ้านได้สองวัน นายตำรวจแปลกใจกับท่าทีของเจ้าบ้านที่ต้อนรับและเต็มใจโดยขอความสมัครใจของลูกสาวก่อน ซึ่งผิดไปจากครอบครัวอื่นที่เมื่อสมาชิกกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วมักจะไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับตำรวจอีก

          “คางาวะ จิน เหรอคะ”

          ฮานะทำหน้างงงัน ยามานาชิสังเกตเธอ “ฉันไม่เห็นคางาวะ จิน เลยค่ะ”

          “แต่ว่ามีพยานเห็นว่าเขาอุ้มคุณขึ้นรถตู้ครับ” ยานากิดะพูด การสอบถามครั้งนี้ฮิเดโอะกับชิเงรุก็นั่งฟังอยู่ด้วย หญิงสาวขมวดคิ้ว

          “ฉันไม่เห็นจริงๆ ค่ะ อย่างที่เล่าไป ฉันสลบไปตอนไปส่งชายแก่คนนั้น ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในห้องมืดนั่นแล้วค่ะ” เธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดกระทั่งมาถึงเรื่องราวในห้องนั้น สถานที่เป็นซ่องผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้พวกผู้หญิงในนั้นหายไปแล้ว เหลือแต่มาม่าซังกับบาร์ที่มีใบอนุญาตเปิดถูกต้อง

          “ฉัน...ถูกเขาปิดตาค่ะ ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร”

          “ตลอดเวลาเลยเหรอครับ”

          ฮานะก้มหน้า ขมวดคิ้วและเม้มปากแน่น กิริยาแสดงถีงความลำบากใจ ครั้นแล้วก็ผงกศีรษะตอบ

          “ตั้งเจ็ดวันเชียวนะครับ” ยามานาชิถามย้ำ ฮิเดโอะเริ่มขยับตัว

          “เวลาไม่ปิดก็มีค่ะ แต่ห้องมืดมากฉันไม่เห็นอะไรเลย” เธอบอก “เพราะงั้นก็เลยบอกไม่ได้ว่าใช่คางาวะ จินหรือเปล่าค่ะ”

          ยามานาชิรู้สึกว่าเวลาที่เอ่ยชื่อผู้ต้องสงสัยเสียงหญิงสาวแผ่วลง

          “ถ้าอย่างนั้น ตอนที่อยู่ห้องนั้นสังเกตเห็นอะไรบ้างครับ ไม่เกี่ยวกับคางาวะ จิน ก็ได้ อะไรก็ได้ ขอความกรุณาด้วยครับ”

          ฮานะเหลือบมองบิดากับพี่ชายแวบหนึ่ง เธอไม่สามารถเล่า ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นได้ สิ่งที่มีในหัวนอกจากรายละเอียดอันน้อยนิดแล้วก็มีแต่สัมผัสที่ได้จากกายของเขา ความวาบหวามที่หวานล้ำ และเจ็บปวดเมื่อยามแยกจาก

          “ฉันได้กลิ่นบุหรี่” หลังจากนิ่งอยู่พักหนึ่งก็เอ่ยออกมา “เป็นกลิ่นบุหรี่มาร์โบโร่”

          “ทำไมรู้ว่าเป็นมาร์โบโร่ล่ะครับ” ยานากิดะถามแทรก จึงถูกสายตาตำหนิจากรุ่นพี่เข้าให้ เขาหน้าเจื่อน

          “ฉันจำได้ค่ะ ฉันแยกกลิ่นบุหรี่แต่ละยี่ห้อได้” ตำรวจคนอาวุโสกว่ายกคิ้ว “คุณตำรวจก็สูบมาร์โบโร่ค่ะ อีกท่านไม่ได้สูบ” น้ำเสียงไม่ได้อวดโอ่นั่นทำให้ยามานาชิทึ่งเหมือนกัน เขายิ้ม        

“ประสาทสัมผัสดีจังเลยครับ แล้วมีอะไรอีกครับที่คุณได้กลิ่นจากเขา”

          ฮานะมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งแล้วหลุบตา มีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับชายปริศนา เธอสามารถให้ได้ แต่ก็ไม่แน่ใจ

          “ได้กลิ่นโซบะค่ะ”

          “โซบะเหรอครับ”

          หญิงสาวนิ่วหน้า นั่นมันเป็นแค่ความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น ทำไมถึงตอบไปนะ สายตาของนายตำรวจมากประสบการณ์มีอำนาจเจาะใจ

          “คล้ายกับกลิ่นโซบะน่ะค่ะ” เธอเลือกใช้คำใหม่

          “แสดงว่าเขาต้องมาอยู่ใกล้ตัวคุณมากใช่ไหมครับ”

          ฮานะตัวเกร็งขึ้นมาทันที ใจเต้นโครมคราม แต่เธอพยายามสงบความตื่นเต้นไว้ ไม่ได้กลัวการคุกคามเท่ากับภาพทั้งหมดจะหวนกลับมาทำให้ใจสะท้านและควบคุมตัวเองไม่ได้

          “ทำนองนั้นค่ะ” ทั้งที่อากาศเย็น แต่เหงื่อผุดพรายพร้อมความรู้สึกกดดัน

          “แล้วคุณรู้จักใครที่มีกลิ่นโซบะแบบนี้หรือเปล่าครับ”

          หญิงสาวนิ่ง คนรู้จักที่นวดโซบะก็มีแค่บิดาบุญธรรม นอกจากนั้น

          “โซบะ ใครกัน คุณฟูจิอิเหรอ” ท่ามกลางความลังเล ฮิเอโดะพูดขึ้น

          ฮานะชะงัก นายตำรวจสองคนก็เปลี่ยนเป้าหมายไปมองคนพูดเช่นกัน

          “ใครกันเหรอครับ”

          ชิเงรุมองลูกชายเชิงตำหนิ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จากที่ขอมาฟังการสอบถามข้อมูลก็บอกได้แล้วว่าเขาอยากรู้เรื่องน้องสาวมากเพียงไร ถึงขนาดขอร้องทางตำรวจอย่างสุภาพว่าเป็นห่วงสุขภาพของฮานะ

          “ฟูจิอิเปิดร้านขายเส้นโซบะอยู่ที่ตลาดนิชิคิน่ะครับ”

          “เคยเจอกันบ่อยไหมครับ”

          “ที่ร้านจะสั่งแป้งโซบะตอนฤดูร้อนครับ”

          “หมายถึงเขาก็เคยเจอคุณฮานะใช่ไหมครับ” ยานากิดะหันไปทางหญิงสาว ฮิเดโอะหน้าม้านเล็กน้อย แล้วจึงเงียบ แต่ในใจร้อนรน ฟูจิอิ...หมอนั่นเหรอเป็นคนทำ แต่เขากับฮานะไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน

          “ไม่ใช่หรอกค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า “คุณฟูจิอิอายุห้าสิบกว่าแล้ว แถวตัวเล็ก เอ้อ...” พูดแล้วก็ชะงักไป นั่นเธอกำลังจะบอกว่าคนที่ลักพาเธอไปตัวสูง คางาวะ จินก็ตัวสูง

          “งั้นแปลว่าเป็นผู้ชายแข็งแรง อยู่ในวัยหนุ่มใช่ไหมครับ” ยามานาชิรีบขยายความ

ฮานะเม้มปาก ทำไมเธอคิดถึงผู้ชายตัวสูงตาเศร้าคนนั้น คนที่ให้ของขวัญด้วยการให้ดูผีเสื้อเกิดใหม่ แล้วทำไมเธอต้องกังวลถ้าตำรวจจะรู้ว่าเป็นใคร เมื่อเธอเองก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่านั่นใช่เขาหรือไม่

“ฉันรู้สึกอย่างนั้นค่ะ”

เธอตอบแล้วปล่อยลมหายใจยาว พยายามกำมือที่ชุ่มเหงื่อเข้าออก ทำไมการให้ปากคำธรรมดาถึงเหน็ดเหนื่อย ไม่ได้ป่วยแล้วสักหน่อย ห้องนี้ก็ไม่ได้ร้อน

“ดูน้องผมหน้าซีดมากเลย คุณตำรวจพอก่อนได้ไหมครับ”

พี่ชายเข้ามามาแทรกบทสนทนาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คนเป็นน้องรู้สึกใจชื้น นายตำรวจสองคนจึงหยุด กล่าวขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ขอตัวและทิ้งท้ายว่าอาจจะต้องมารบกวนอีกครั้ง

“ฮานะไปพักผ่อนเถอะ”

เขามาประคองเธอให้ลุง แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็นอะไร ฮิเดโอะย่นคิ้ว ไม่ใช่คิดไปเองแน่ๆ เธอไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัว

“ฮานะ ถ้าอึดอัดใจก็บอกนะ พ่อจะไม่ให้ตำรวจมาถามอีก” ชิเงรุพูดบ้างเพื่อฮานะลุกขึ้นยืน ลูกสาวยิ้มบางออกมา

“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ หนูไม่เป็นไร ทำตามขั้นตอนเถอะค่ะ”

“ถ้างั้นก็ได้”

“หนูขอไปทำงานก่อนนะคะ” เธอบอก บิดาบุญธรรมเอียงคอ

“ไหวเหรอ เพิ่งหายป่วยนะ”

“จริงด้วย ฮานะพักก่อนเถอะ” ฮิเดโอะสำทับ

“หนูหายแล้วค่ะ ให้หนูหยิบจับอะไรในครัวดีกว่า ถ้านอนเฉยจะป่วยมากขึ้นไปอีก” สายตาอ่อนโยนและเข้มแข็งของเธอเผยออกมา ถึงแม้ชิเงรุจะเดาได้ว่าลูกสาวบุญธรรมเจออะไรมา เขายังไม่ถาม

“ตามใจ ถ้าไม่ไหวก็หยุดได้นะ” เขากล่าวในที่สุด

“ขอบคุณค่ะ”

“ฮานะ” ฮิเดโอะเรียกชื่อเธอ แสดงความห่วงใยชัดเจน

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไปทำงานกันเถอะค่ะ ทุกคนคงยุ่งมากแล้วตอนนี้” เธอตอบแล้วเดินออกไป ชายหนุ่มมองตาม ยังรู้สึกงงงัน มีอะไรบางอย่างเปิดช่องว่างระหว่างเขากับเธอ ฮิเดโอะพยายามคิดว่าเป็นเพราะเธอเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมา สภาพจิตใจคงยังไม่ปกติ

 

          ชิเงรุคอยสังเกต ฮานะยังทำงานได้ปกติแต่เวลาว่างเธอจะเงียบ บางทีก็เหม่อมองปลาคาร์พหรือไม่ก็อยู่ที่แปลงผักเป็นเวลานาน รอยยิ้มสดใสของเธอเจือความหมองหม่นบางอย่าง

          รายงานจากตำรวจสองนายบอกว่าเธอถูกพาตัวไปที่ซ่องโสเภณีซึ่งเปิดเป็นบาร์เหล้าบังหน้า เท่านั้นชายชราก็ใจหายวูบแล้ว ความจริงที่เลวร้ายที่สุดคือ ที่กลับมาไม่ใช่ฮานะคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

          ตำรวจมาอีกครั้ง แต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรใหม่กว่าเดิมมากนัก แต่บอกว่าวันเกิดเหตุฟูจิอิร้านโซบะมีที่อยู่อ้างอิง รวมทั้งลูกชายของเขาด้วย จึงไม่ใช่คนต้องสงสัยคนนั้น แล้วฮานะเอาเรื่องกลิ่นโซบะมาจากไหน

          อีกเรื่องที่เขาแคลงใจ ตำรวจถามถึงลูกค้าใหม่หรือคนแปลกหน้าในรอบสองปี เนื่องจากก่อนหน้านี้ฮานะออกไปส่งของอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยถูกปองร้ายมาก่อน รวมถึงเรื่องงานแต่งงาน ใครจะเสียประโยชน์กับการมีฮานะอยู่

          คนชุดดำ รถตู้ กลุ่มคนที่จะทำอย่างนี้ได้มีไม่มาก และอาจเป็นแค่คนเดียว

 

          ที่พรรคฮิโนโทริ

          พิธีรับน้องฮิโนโทริจบลงแล้ว ผลการต่อสู้ระหว่างจินกับมาเอดะต่อหน้าริวโซและรองหัวหน้าทุกคนออกมาว่าคางาวะ จิน เป็นสมาชิกอย่างเต็มตัว แม้ว่าจะคลางแคลงใจกันอยู่เล็กน้อยทั้งจินและมาเอดะเนื่องจากริวโซประกาศหยุดและตัดสินผลทันทีในขณะที่จินกำลังจะเข้าไปซ้ำ      

          คุโรซากิยืนอยู่ข้างโคโทริที่วันนี้สวมกิโมโนงดงามในฐานะนายหญิง มองดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบ เธออดทึ่งไม่ได้ในความแข็งแกร่งของผู้ชายที่อายุน้อยกว่าคนนั้น ตอนแรกคุโรซากิบอกว่าจินล้มทั้งมาเอดะ คุโบตะ รวมทั้งลูกน้องอีกห้าคนเธอยังไม่เชื่อ กระทั่งมาเห็นด้วยตนตนเอง

          ครึ่งหนึ่งชิงชังความโอหัง อีกครึ่งกับหวั่นไหวในดวงตาร้อนแรง เขามีสิ่งที่ฮิเดโอะไม่มี สิ่งที่เธอกระหาย

          “คงเป็นเพราะการต่อสู้น่าสนใจ หรือไม่ก็เพราะคนที่ต่อสู้น่าสนใจ คุณหนูเลยไม่ทันสังเกตผม”

          คุโรซากิเป็นอีกหนึ่งคนที่เธอเกลียดชัง สายตาที่อ่านเธอทะลุปรุโปร่ง ทว่าเขาเป็นคนเดียวที่ เข้าใจ หัวใจของเธอ

          “ตอบไม่ตรงคำถาม” เธอแขวะเขาเรื่องการมาดูพิธีรับน้องใหม่ช้าแต่พูดไปเรื่องอื่น แล้วหันไปมองบทสรุป มาเอดะดูยังไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวลุกขึ้นและเดินออกไป เธอหันมาก่อนจะพ้นประตู เห็นบิดายื่นซองสีขาวให้จิน

          “ค่าจ้างงวดแรกของนาย คางาวะ จิน”

          โคโทริผุดยิ้ม ฉันอยากตอบแทนให้นายเหมือนกัน คางาวะ จิน ที่ทำให้ดอกไม้นั้นแปดเปื้อน

 

          เงาทาบทับลงมาขณะที่จินนั่งกินข้าวปั้น ยังไม่เงยหน้าขึ้นไปแต่ดูจากรูปร่างก็พอรู้ว่าเป็นใคร

          “ข้าวปั้น? ได้เงินแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เลือกของแพงกว่านี้ล่ะ ซาซิมิหรือปลาซัมมะย่างดีๆ”

          จินไม่ตอบ กลืนข้าวก้อนสุดท้ายลงคอแล้วดี่มชาตาม อีกฝ่ายก็ไม่เร่งเร้า

          “เป็นเพราะว่าคิดถึงข้าวปั้นบ๊วยสามก้อนนั้นสินะ”

          จินลุกพรวด จ้องคนพูดเขม็ง แต่เมื่อเจอกับดวงตาเยือกเย็นกว่าอากาศตอนนี้ ทำให้เขาสะท้านเฮือก ก่อนจะออกมาจากพรรคคุโรซากิเอ่ยขึ้น

          ต่อไปนี้นายเป็นคนของฉัน

          รู้สึกว่าคนพูดรื่นรมย์อย่างเห็นได้ชัด จินจึงบอกสั้นๆ เขาว่าจะไปหาอะไรกินแถวนี้ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตามมา เด็กหนุ่มโอซาก้าผู้มาจากถิ่นของยากุซ่าแก๊งคุเรียว ซึ่งกลายมาเป็นสมาชิกแก๊งยากุซ่าในเกียวโตชื่อฮิโนโทริหมาดๆ กำมือ

          “มีอะไรกับผม”

          “เวลานายพูดง่ายแบบนี้ก็น่ารักนะ แต่ฉันชอบเวลานายโกรธมากกว่า”

          มีสองคนที่ทำให้จินรู้สึกครั่นคร้าน หนึ่งนั้นคือริวโซ กับขายคนตรงหน้า

          “ตามฉันมา”

          คุโรซากิบอกสั้นแล้วเดินนำออกไป จินเดินตาม เขาก้าวไปข้างหน้าได้เท่านั้น

          คุณฮานะ ขอให้คุณโชคดี

 

          “อิ่มแล้วค่ะ”

          ฮานะวางด้วยชามรวมกันบนถาดและยกไปที่อ่างเตรียมล้าง แต่มาโมรุมาถึงก่อนพร้อมอาสา แต่เธอปฏิเสธ

          “แต่”

          “วันนี้เวรฉันล้างจานนี่นา ลืมแล้วเหรอ”

          ชายหนุ่มเลิกคิ้ว จริงดั่งเธอพูด เมื่อคิดได้เขาจึงถอยออกไป อดชื่นชมไม่ได้ว่าแม้จะเพิ่งเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรงมาแต่เจ้านายสาวยังจดจำความรับผิดชอบของตนเองได้แม่นยำ เขานั่งคุยเรื่องนี้กับลูกจ้างด้วยกัน ชินโงโมโหกว่าใคร บ่นไปจนถึงก่นด่าคางาวะ จิน จนสาวๆ ไม่กล้าคุยด้วย

          แต่ว่าคุณฮานะบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า ไม่รู้ว่าใช่คางาวะคุงหรือเปล่า ซาโอริแย้ง แล้วก็ต้องหดคอเมื่อหนุ่มร่างเตี้ยเสียงดังใส่

          ยังจะเรียกมันว่าคางาวะคุงอีกเหรอ หมอนั่นมันอาชญากรนะ

          จนชิมะเดินเข้ามานั่นละ พ่อครัวมือย่างจึงสงบลง เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว นี่เป็นคำสั่งจากคุณชิเงรุ

          มาโมรุเองก็ดีใจ เพราะเขาก็ต้องทำเป็นหลับทุกครั้งเมื่อรุ่นพี่เริ่มร่ายคำบ่นในตอนกลางคืน พักกลางวันมีเวลาเหลือ เขาเดินออกไปเพื่อหามุมพักผ่อน เมื่อหันกลับมาที่ครัว เห็นฮานะยืนมองเสาตรงบานประตู ที่ซึ่งมีตัวเลขส่วนสูงเขียนไว้

 

          วันนี้มีนักสืบมาที่บ้านโอคาซากิ เขาเป็นลูกค้าที่ร้านมิโอโมเตะ เป็นความต้องการของชิเงรุที่อยากรู้ความจริงเรื่องการลักพาตัว ถึงแม้ว่าตำรวจจะหมดหน้าที่ไปแล้ว

          พ่ออยากรู้ว่าใครทำกับฮานะแบบนี้ สองคนนี้ไม่ใช่ตำรวจ เขาแค่จะมาช่วยสอบถามข้อมูลบางอย่างเท่านั้น พ่ออยากให้ฮานะสบายใจขึ้น

          ฮานะไม่กล้าขัดความหวังดีของบิดา และคิดว่าอย่างน้อยก็ทำให้ผู้มีพระคุณของเธอสบายใจดีกว่า เธอควบคุมตัวเองได้ดีระดับหนึ่งแล้ว

          “ฉันรู้ว่าคุณสึคิตะพูดไปแล้ว แต่อยากให้เล่าให้ฉันฟังอีกทีได้ไหมคะ”

          ผู้ช่วยของนักสืบเป็นผู้หญิงชื่อคุริฮาระ เธอขอคุยกับฮานะตามลำพัง ส่วนบิดาบุญธรรมกับนักสืบคนนั้นคุยกันที่ห้องชงชา หลังจากแนะนำตัวและพูดคุยทักทายกันเล็กน้อยจนผ่อนคลายก็เริ่มคำถาม

          สาวสวยกะพริบตาทำท่านึก ค่อยๆ บรรยายลักษณะของห้อง การจัดวางเตียง โต๊ะ ตู้ ห้องน้ำ เท่าที่ทำได้

          “ได้รายละเอียดเยอะเลยค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ เห็นสีหน้าเจ้าของบ้านผ่อนคลายเมื่อได้ยินคำสั้น “คุณสึคิตะคิดว่าห้องนั้นเป็นยังไงคะ หมายถึงความรู้สึกระหว่างที่อยู่น่ะค่ะ”

          “เหมือนห้องเก่าๆ ที่ไม่ค่อยเปิดใช้ แต่มีความสะดวกอยู่ประมาณหนึ่งค่ะ”

          “แสดงว่าคนที่พาไปคำนึงถึงความเป็นอยู่ของคุณสึคิตะนะคะ”

          “เอ๊ะ”

          “ในห้องมีห้องน้ำ เตียง แสดงว่าคนลักพาตัวไปไม่ได้คิดให้คุณลำบากค่ะ แต่หาสถานที่ที่จะหาได้ในเวลานั้น และเป็นที่ที่เขาสามารถอยู่ได้อย่างอุ่นใจด้วย”

          “อุ่นใจเหรอคะ”

          หัวใจฮานะเต้บตุบตับ คิดถึงคำพูดตนเองกับบทสนทนา เขาไม่เต็มใจ ถูกบีบให้ต้องทำ

          “ส่วนใหญ่คนร้ายลักพาตัวเรียกค่าไถ่จะทำอย่างนั้นค่ะ เลือกสถานที่ซึ่งตนเองควบคุมสถานการณ์ได้” หญิงสาวที่สวมสูทสีเทาอธิบายด้วยน้ำเสียงละมุนละไม แม้จะไม่ยิ้มเพื่อไม่ให้ผู้ตกเป็นเหยื่อรู้สึกว่าถูกเย้ยหยันจากความเห็น สังเกตว่าสึคิตะ ฮานะ มีสีหน้าสับสนเล็กน้อยแต่สายตาเปิดรับมากขึ้น

          “มีอะไรเกี่ยวกับเขาที่นึกออกอีกไหมคะ”

          ความเป็นผู้หญิงก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สามารถทำให้ผู้เคราะห์ร้ายเปิดใจได้ หากเป็นเพศเดียวกัน

          “ตอนกลางวัน เขาไม่อยู่บ้างบางวัน” ฮานะพูดไปคิดไป “อาหารที่เขาซื้อมาบางครั้งก็ไม่มีบอกว่ามาจากไหนค่ะ”

          “ไม่มีที่มาเหรอคะ”

          “ปกติเราซื้อของอย่างข้าวปั้น หรือขวดขา ก็จะมีป้ายร้านสะดวกซื้อใช่ไหมคะ ฉันสังเกตว่าบางครั้งไม่มีค่ะ” สาวสวยบอก คุริฮานะพยักหน้า ชื่นชมในใจว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นคนช่างสังเกตมาก

          “อาหารที่เขาซื้อมาให้คุณมีอะไรบ้างคะ”

          “ก็พวกข้างปั้น ชา เบนโตะทั่วๆ ไป”

          “มีอะไรแปลกไปไหมคะ”

          “มีครั้งหนึ่งตอนไม่สบาย เขามีซุปร้อนให้ฉัน ฉันเห็นมีกาต้มน้ำร้อนในห้องค่ะ ในวันแรกไม่มี”

          คุริฮาระจดลงสมุด “เขามีที่หรือคนที่พึ่งพาได้ แต่อาจจะไม่ใช่ลักษณะการร่วมมือ” นักจิตวิทยาสาวพูดช้าๆ “คนๆ นี้เป็นที่ใส่ใจคนที่ตัวเองพามาเป็นอย่างมาก ฟังจากที่คุณเล่า ทั้งสถานที่ อาหาร ทั้งเมนไทโกะที่เป็นของโปรดของคุณ เป็นไปได้ไหมคะว่าเป็นคนรู้จักของคุณ”

          ฮานะทำท่าตกใจเล็กนอ้ย สีหน้าลำบากใจขึ้นมาอีก “แต่...ฉันนึกไม่ออกค่ะ”

          คุริฮาระเหลือบมอง แต่ทำเป็นพยักหน้าแกนๆ เหมือนไม่สำคัญ “คุณเล่าว่าที่นั่นมีห้องน้ำ แสดงว่าได้อาบน้ำใช่ไหมคะ”

          คราวนี้ฮานะหลุบตาลง แล้วใช้การพยักหน้าแทนการตอบด้วยคำ คนถามเห็นใบหน้าเธอแต้มสีแดง มือกำเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง

          “แสดงว่าคุณสึคิตะอาบตอนที่ผู้ชายคนนั้นไม่อยู่ใช่ไหมคะ”

          “เอ๊ะ”

          ฮานะสะดุ้งและร้องออกมาสั้นๆ ทำเอาอีกฝ่ายพลอยตกใจตามก่อนที่เธอจะก้มหน้า เม้มปากสนิทคล้ายระงับกิริยาที่เผลอไผลไป

          “ขอโทษค่ะ” เธอตอบ “ค่ะ แต่...บางทีเขา เอ่อ...คนนั้นก็อยู่ด้วยค่ะ”

          คนฟังพยักหน้า ก้มลงทำทีเขียนข้อมูลลงในสมุดครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “นอกจากกลิ่นบุหรี่ กลิ่นโซบะแล้วคุณสึคิตะได้กลิ่นอะไรอีกไหมคะ”

          “ฉันไม่ได้กลิ่นโซบะหรอกค่ะ”

          “เอ๊ะ แต่ตอนแรก...”

          “ฉันสับสนค่ะ จำไม่ได้ น่าจะเป็นเรื่องคิดไปเองมากกว่า” เธอตอบแล้วสูดลมหายใจ คุริฮาระกำลังจะถามต่อ แต่ชะงักกับการพูดที่เร็วกว่าเดิม นึกขึ้นได้ว่าเมื่อไหร่ที่ผู้เคราะห์ร้ายแสดงอาการผิดปกติแสดงว่าเกิดความอึดอัดสะสม ถ้าถามต่อไปจะเปลี่ยนอาการต่อต้าน และที่สำคัญเธอเห็นว่าฮานะเริ่มหดมือที่วางบนหน้าตักไปเกาะกุมที่ท้องแทน

          สัญญาณการป้องกันตัวเอง

 

          “รู้สึกว่าสึคิตะอาจจะรู้จักกับคนร้ายค่ะ”

          คุริฮาระพูดต่อหน้าชิเงรุและนักสืบที่เป็นนายจ้างเธอ ในตอนที่เปิดร้าน แม้จะเป็นลูกค้าแล้วแต่ก็ยังพูดกันเรื่องของฮานะ

          “เธอเล่าเหตุการณ์ที่ถูกจับไปได้ละเอียด รวมทั้งสถานที่ แต่พอเป็นเรื่องคนที่ถูกจับตัวไปเธอจะอึกอักค่ะ”

“เป็นธรรมดาที่เธอ...เอ่อ ไม่อยากแจ้งเรื่อง ขอโทษด้วยนะครับคุณโอคาซากิ เรื่องที่ไม่ดีในช่วงนั้น” นักสืบหนุ่มแสดงความเห็น ผงกศีรษะให้บิดาบุญธรรมของหญิงสาว อีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจ

          “นั่นก็ส่วนหนึ่งค่ะ ที่ฉันเคยคุยกับผู้หญิงที่ประสบการณ์เลวร้ายมาก่อน ทุกคนจะตื่นเกร็งถ้าต้องให้เอ่ยถึงจนไปถึงต่อต้าน แต่สึคิตะซังทำการบ่ายเบี่ยงซึ่งแตกต่างออกไป

          “บ่ายเบี่ยง”

          “ในตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจค่ะ เธอให้ความร่วมมือดีนะคะ เธออธิบายถึงคนๆ นั้นได้ แต่ทุกครั้งที่เธอปฏิเสธว่าไม่รู้จักคนนั้นเธอจะหลบตาลงต่ำ เป็นภาษากายที่บอกถึงการการปิดบังอะไรบางอย่าง ต่างจากความประหม่าแบบไม่มั่นใจหรือโกหกที่จะเหลือบมองขึ้นบนค่ะ”

          นักจิตวิทยาสาวอธิบาย “อีกข้อหนึ่งคือ เรื่องกลิ่น สึคิตะซังมีประสาทสัมผัสรับกลิ่นที่ดีมาก ทางคุณโอคาซากิก็ยืนยัน ทำไมจู่ๆ ถึงได้บอกว่ากลิ่นโซบะคือเรื่องที่คิดไปเองล่ะคะ”

          วงสนทนาเงียบไป “เรื่องกลิ่นโซบะกับคนที่ฮานะน่าจะรู้จักตำรวจไปสืบแล้วเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” ชิเงรุขยายความ คราวนี้คุริฮาระพยักหน้า นายใหญ่แห่งมิโอโมเตะเบิกตา

          “เพราะว่า...”

          “ค่ะ เธอไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธซ้ำสอง นอกเสียจากว่า เธอรู้ว่าการพูดแบบนี้จะสื่อความหมายไปถึงใคร”

 

น็

 



อุธิยา

14.10.18



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #32 DowdenDenjung (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 16:15
    ไรท์คะจะมีเล่ม2ใช่มั้ยคะพอดีอ่านจบมันยังค้างๆๆคาๆๆอยู่
    #32
    2
    • #32-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 38)
      16 ตุลาคม 2561 / 06:59
      มีค่า เป็นเล่มจบ
      ขอบคุณมากๆ นะคะ ^ ^
      #32-1
    • #32-2 DowdenDenjung(จากตอนที่ 38)
      19 ตุลาคม 2561 / 22:02
      รอนะคะออกมาเร็วๆน้า
      #32-2