กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 37 : บทที่ 36 นกบินคืนสู่รัง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ต.ค. 61

36. นกบินคืนสู่รัง (2)

 

          “คุณพ่อคะ”

          น้ำตาฮานะไหลพรากทันทีที่โผเข้าหาชิเงรุ ซึ่งก็กลั้นไม่อยู่เช่นกัน นอกจากบิดาบุญธรรม ลูกจ้างทุกคนของมิโอโมเตะก็พากันมายืนรอที่หน้าร้านโดยพร้อมเพรียง

          “ฮานะ...ลูก”

          ชายผู้ผ่านโลกมาเกือบหกสิบปี ผู้ซึ่งแข็งแกร่งจากการสูญเสียภรรยาและเลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพัง แม้จะไม่ใช่เลือดเนื้อแต่ก็รักและเมตตา เขากอดเธอแน่น ชิมะกับสาวเสิร์ฟเช็ดน้ำตา

          “ฮานะ โชคดีจริงๆ ที่ปลอดภัย”

          ฮิเดโอะจับไหล่น้องสาวมือสั่นเทา ตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจแจ้งว่าเจอตัวฮานะแล้วกำลังพาเธอกลับมาเขาก็แทบไม่เป็นอันทำอะไร

          “ฮานะ”

          ชิเงรุลูบหลังลูบศีรษะปลอบโยน แล้วจู่ๆ ฮานะก็ล้มพับลง ทุกคนตกใจ

          “พาฮานะเข้าไปข้างในก่อน เธอคงเหนื่อยมาก”

          “ผมเองครับ” ฮิเดโอะบอก เขาหันไปโค้งขอบคุณยานากิดะที่ยืนซาบซึ้งอยู่

“ขอบคุณจริงๆ ครับ แล้วอีกคน...”

“รุ่นพี่อยู่ที่สถานีโอซาก้าน่ะครับ ให้ผมมาแทนก่อน ต้องประชุมสรุปเรื่องกับทางนั้น”

          “ผมฝากขอบคุณด้วยนะครับ แล้วก็ขอโทษที่ทำกิริยาไม่ดีในครั้งก่อน เดี๋ยวผมจะไปหาด้วยตัวเองอีกครั้ง”

หนุ่มรูปหล่อพูดอย่างสุภาพและหนักแน่น แล้วข้อนร่างหญิงสาวขึ้น อุ้มเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าที่โค้งศีรษะให้อย่างงนอบน้อมนั้นแสดงถึงการอบรมที่ดี ครั้งก่อนที่หุนหันไปเพราะความเป็นห่วงน้องสาวว่าที่ภรรยาเท่านั้นเอง

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

ชิเงรุและคนอื่นๆ จึงโค้งขอบคุณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อีกครั้ง

 

“ทางตำรวจโอซาก้ารายงานว่าได้ช่วยสึคิตะ ฮานะได้อย่างปลอดภัย ส่วนคางาวะจินนั้น ยังไม่พบตัวและจะทำการสืบสวนเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป  ขณะเดียวกันก็มีรายงานการปะทะกันระหว่างสองแก๊งยากุซ่า ...

ชิมะมองดูภาพข่าวที่รายงานสั้นๆ อย่างสุขใจ วันนี้เธอรับสายจองห้องจากลูกค้าได้รื่นเริง หลายคนที่รู้ข่าวก็แสดงความยินดี แต่ที่ติดใจคือเรื่องของคนที่ถูกเอ่ยในตอนท้าย

ไม่พบตัว คางาวะ จิน หมอนั่นหายไปไหนนะ

 

ฮานะกำลังข้ามลำธาร เธอเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่ยืนอยู่ เขานั่นเอง ถ้าเธอเดินไปก็จะได้เห็นหน้าเขาแล้ว น้ำในลำธารระดับแค่ข้อเท้า

เมื่อก้าวลงไป อยู่ดีๆ น้ำก็ไหลบ่าเข้ามาท่วม ฮานะไม่ทันตั้งตัวถูกแรงน้ำผลักให้ล้มลง เธอหายใจไม่ออก พยายามส่งเสียงและว่ายน้ำ แต่กระแสน้ำเชี่ยวกรากทำให้อ่อนแรง น้ำเข้าปาก หู และตาจนร้อนผ่าวผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว

          “ไม่นะ อย่า อย่าไป”

          เธอสะดุ้งเฮือก หายใจถี่ เหงื่อเต็มร่าง และทันในนั้นประตูก็เลื่อนออก เธอเห็นผู้ชายคนนั้น

          “ฮานะ” เขาผวาเข้ามานั่งข้างๆ เธอซึ่งนอนอยู่บนฟูก “เป็นอะไรไป”

          “พี่...ฮิเดโอะ”

          “พี่เอง นี่ที่บ้านนะ เธอปลอดภัยแล้ว”

          ฮานะกะพริบตา สูดลมหายใจเข้าออก จมูกรับกลิ่นเสื่อทาทามิ กลิ่นกระดาษสา รวมทั้งกลิ่นกายของชายหนุ่มข้างๆ หูได้ยินเสียงนกร้องแว่ว สมองบอกว่านี่เป็นกลิ่นของที่บ้านจริงๆ

          ห้องนี้คือญี่ปุ่นที่กว้างที่สุดซึ่งอยู่ถัดจากครัวเข้ามา จึงได้ยินเสียงพูดคุยแว่ว ปกติแล้วจะใช้รับแขกแต่เธอมานอนอยู่ตรงนี้ หญิงสาวค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ฮิเดโอะรีบเข้ามาประคอง เธอชะงักเล็กน้อย แต่ด้วยเรี่ยวแรงยังไม่เต็มร้อยจึงให้เขาพยุงขึ้นนั่ง

          “คุณฮานะ ตื่นแล้วเหรอคะ”

          ชิมะซึ่งเดินเข้ามาร้องอย่างดีใจ เธอลดตัวนั่งคุกเข่าข้างหญิงสาว ตารื้นแดง

          “ป้าชิมะ”

          “ป้าดีใจจังเลยค่ะที่คุณฮานะปลอดภัย คุณฮานะไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ รู้สึกยังไงบ้างคะ” หญิงกลางคนจับมือคนรุ่นลูก ลูบไล้อย่างรักใคร่ ฮานะพูดเสียงแหบว่าเธอก็ดีใจ

          “เดี๋ยวป้าไปชงชามาให้นะคะ”

          “ขอบคุณค่ะ”

          หลังจากกล่าวคำนั้น ฮานะยืนยันกับตัวเองว่าได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วจริงๆ ไม่ใช่ฝัน เธอมองไปยังพี่ชายซึ่งสีหน้าเบิกบานใจและอบอุ่น แล้วหลุบตามองมือตัวเอง

          “เป็นอะไรหรือเปล่า ยังมีไข้อยู่ไหม”

          ฮิเดโอะยกมือแตะแก้มฮานะ เธอผละทันที ชายหนุ่มชะงัก

          “เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะพี่ฮิเดโอะ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”

          มีกลิ่นอะไรแปลกๆ ลอยมา หรือเป็นกลิ่นอาหาร ฮิเดโอะดึงมือกลับ

          “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวดื่มชาก่อนจะได้รู้สึกสบายขึ้น ถ้าหิวก็บอกนะ พี่จะทำข้าวต้มให้”

          น้ำเสียงของเขายังเหมือนเดิม ใบหน้านั้นก็หล่อเหลาเหมือนเดิม อาจจะซูบไปสักหน่อยแต่คงความสดใส นั่นเพราะเธอกลับมาสินะ

          เธอถามเวลา เขาบอกว่าบ่ายสองโมงกว่า นั่นแปลว่าเธอหลับไปเกือบห้าชั่วโมงเลยนับตั้งแต่กลับมาถึง ไม่รู้ว่าเขาเดินเทียวไปเที่ยวมากี่หนเพื่อมาดูเธอ ทั้งยังใช้ห้องรับแขกแทนเพื่อให้อยู่ในสายตาอีก

          “ฉัน...ขอโทษค่ะ ที่ทำให้พี่วุ่นวาย”

          “พูดอะไรอย่างนั้น นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอนะ”

          ท่าทางเขาตกใจ “เธอคงสับสน ไม่เป็นแล้วนะฮานะ เธอกลับถึงบ้านแล้ว ปลอดภัยทุกอย่าง สบายใจได้ ถ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนก็บอกได้เลย พี่ ป้าชิมะ ทุกคนดีใจที่เธอกลับมา”

          ฮานะมองไปรอบห้อง ก่อนจะพยักหน้า “ถ้างั้นเธอพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน จะได้บอกคุณพ่อด้วย”

          ตอนนั้นชิมะถือถาดชาเข้ามาพอดี ฮิเดโอะจึงขอตัวออกไป ส่งสายตาให้ลูกจ้างเก่าแก่ดูแลน้องสาวตนเองด้วยความขอบคุณ

          ชิมะวางถาดชา “ป้าเตรียมชากับน้ำขิงมาให้ คุณฮานะยังมีไข้อ่อนๆ ดื่มน้ำขิงไหมคะ”

          คนไม่สบายพยักหน้า อีกฝ่ายรินน้ำขิงใส่ถ้วยส่งให้ หญิงสาวประคองด้วยสองมือ ความร้อน กลิ่นไอของขิงเข้าสู่สมอง

          “ป้าคะ...ฉันไม่ได้ฝันใช่ไหมคะ”

          หญิงกลางคนตกใจ ก่อนจะจับมือหญิงสาวที่รักเสมือนลูก “คุณฮานะไม่ได้ฝันหรอกค่ะ นี่เป็นบ้านโอคาซากิจริงๆ ดื่มน้ำขิงสิคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น”

          ฮานะสูดกลิ่นสมุนไพรซึ่งมีคุณสมบัติลดไข้ รักษาหวัด เธอเคยใช้มันต้มลงในข้าวเพื่อให้ใครคนหนึ่ง เมื่อจิบของเหลวอุ่นไหลลงสู่กระเพาะ กลิ่นหอมทำให้จมูกกับสมองปลอดโปร่ง

          เสียงฝีเท้าดังและมาหยุดลง คราวนี้เป็นชิเงรุ

          “ฮานะ”

          “คุณพ่อ”

          ชิมะขยับถอยออกไปเพื่อให้นายใหญ่ได้ใกล้ชิดลูกสาว “รู้สึกยังไงบ้าง”

          “หนู...ดีใจจัง”

          น้ำตาหยดเผาะลงมา ชิเงรุลูบศีรษะเธอ ทั้งสองต่างเผชิญความวิปโยคทางจิตใจในรอบหลายวันที่ผ่านมา แค่เห็นเธอซูบผอมไปก็สงสารจับใจ แต่ทว่าก็ดีใจที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี เธอกลับคืนสู่อ้อมกอด

“ไม่เป็นไรแล้วนะ พักผ่อนมากๆ ถ้ามีอะไรหรือไม่สบายตรงไหนก็บอกพ่อนะ”

          เธอพยักหน้า “ดื่มน้ำขิงให้หมด จะได้หาย น้ำขิงของชิมะนี่รักษาหวัดได้ผลชะงัดจริงๆ นะ”

          เขาบอก บรรยากาศดีขึ้น ลูกสาวยิ้มบาง ถ้ามีแรงเพิ่มอีกสักนิดเธอจะเดินไปที่ครัวแล้วเจอกับทุกคน ไม่สิ อยากเจอทุกคนตอนนี้จังเลย

          ชิเงรุออกไปแล้ว ฮานะส่งถ้วยน้ำขิงคืน

          “ป้าคะ ฉันอยากเจอคนอื่นๆ จังเลยค่ะ”

          ชิมะเลิก เห็นฮานะกำลังขยับทำท่าเหมือนจะลุก “คุณฮานะอย่าเพิ่งลุกค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าเรียกทุกคนมาหานะคะ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟบอกอย่างกระตือรือร้น รีบเก็บถ้วยชาแล้วเดินออกไปด้วยอาการปลื้มใจ

          ฮานะผ่อนลมหายใจ มองฝ่ามือตัวเอง กำเข้าออกเรียกประสาทสัมผัส รสน้ำขิงของจริง เธอไม่ได้ฝัน ที่นี่คือบ้านจริงๆ แต่ว่ากระดาษแผ่นนั้น...เธอใส่ไว้ในกางเกงวอร์มที่สวมกลับมา มันคงหายไปแล้ว

          ผมรักคุณ

          นั่นเป็นความจริงหรือเปล่า

 

          “แค่เด็กคนเดียว ฮิโนโทริกล้าเปิดศึกขนาดนี้!

          โซโนดะคำราม ปาหนังสือพิมพ์ลงพื้นด้วยความโมโห เขาเพิ่งกลับจากประชุมใหญ่ และโดนตำหนิรุนแรงเรื่องการปะทะกันระหว่างยากุซ่าแก๊งคุเรียวกับกลุ่มคนสวมหน้ากาก

          แม้จะไม่ปรากฏชื่อและวิธีการแบบสุนัขลอบกัดที่ไม่มียากุซ่าที่ไหนทำกัน แต่เขาก็เชื่อว่าเป็นฮิโนโทริจากเกียวโตเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มชื่อ คางาวะ จิน

          “สองคน”

          อามาเทรุที่วันนี้ไม่ได้นอนเอกเขนกพูดขึ้น เขานั่งประสานมือกันสีหน้าเคร่งขรึม แว่นสีชาที่สวมประจำห้อยไว้ที่กระเป๋าเสื้อ แสดงให้เห็นแววตาขุ่นเคืองปนกระวนกระวายอย่างไม่เคยเป็น ยากุซ่าหนุ่มมาดพังก์ร็อกมักจะเยือกเย็นและเป็นฝ่ายยั่วโทสะมากกว่าจะถูกปั่นป่วนอารมณ์

          โซโนดะจุดบุหรี่ พิจารณาเหตุการณ์นั้น คนสวมหน้ากากแค่มาสกัดให้ตำรวจช่วยสึคิตะ ฮานะออกไป อามาเทรุเองก็คาดไม่ถึงและไล่ตามไปไม่ทันเพราะถูกกั้นจากพวกสวมหน้ากากเช่นกันแล้วทั้งหมดก็สลายตัว

          เขาเจ็บใจ ถ้าเป็นฮิโนโทริ ต้องเป็นแผนของชายผมยาวคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย จริงดังคำร่ำลือ ความน่ากลัวของคุโรซากิคือการไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร จะทำอะไร และเมื่อการปะทะนี้สิ้นสุดลงในเวลาไม่ถึงถห้านาทีก็ไม่มีหลักฐานไปกล่าวหาแก๊งนกไฟได้ ในกลุ่มสมาชิกยากุซ่าแถบคันไซมักจะพูดว่า ถ้าคุโรซากิเป็นตะปูที่เกินออกมาของฮิโนโทริ ฝั่งคุเรียวก็มีอามาเทรุ ซึ่งทั้งสองคนนั้นแทบไม่มีความเป็นยากุซ่า ทุกอย่างที่ยากุซ่าเป็นไม่มีอยู่ตัวทั้งคู่

          “ไอ้เด็กนั่นล่ะ”

โซโนดะถาม อามาเทรุนิ่งกับท่าทางเข้มเครียดกว่าปกติของเจ้านายอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ

          “ฮิโนโทริได้มันไปแล้ว”

          “พูดเป็นเล่น”

          “นี่คือสิ่งที่ฮิโนโทริทำให้มันและกับผู้หญิงชื่อสึคิตะ ไม่มีการยืนยันแต่เราไม่มีทางได้มันอีก” ชายมาดพังก์ร็อกกล่าวเรียว แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งแววตาและมือของเขาสั่นอย่างเคืองแค้น

          โซโนดะกัดฟันกรอด มาม่าซังที่บาร์ก็ไม่รู้เรื่อง เธอกลับมาจากบ้านลูกค้าในตอนที่กำลังวุ่นวายพอดี เขาไม่อยากจะเชื่อแต่ลูกค้าคนนั้นก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของคุเรียวด้วย แถมเป็นระดับหัวหน้าเขต จึงซักไซ้อีกไม่ได้

          เขาอัดควันเข้าปอดติดๆ กัน เขาพลาดไปหลายครั้ง ย่ามใจตั้งแต่การส่งคนไปจัดการเจ้าเด็กนั่นแล้วคนที่ส่งไปถูกฆ่าตัดนิ้วยังคิดว่าไม่เป็นอะไร ไม่คิดว่าฮิโนโทริจะออกตัวกับเด็กคนเดียวขนาดนี้ ดูเหมือนทางนั้นก็รู้อะไรไม่น้อยเช่นกัน

          “เราได้แก้ตัวอีกครั้ง เรื่องผู้หญิงชื่อสึคิตะ” เขาดับบุหรี่ “ความจริงแล้วนี่เป็นงานที่เรายังไม่ได้เริ่มต้น เพราะฉะนั้น...จะพลาดอีกไม่ได้แล้ว”

          อามาเทรุแลบลิ้นเลียปาก “ถ้าเจ้าเด็กนั่นอยู่กับฮิโนโทริยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่”

          โซโนดะเลิกคิ้ว ฉงนชั่วแวบก่อนจะแสยะยิ้ม จริงสิ เขายังมีไพ่ตายเหลืออีกใบ

          “คราวนี้นายต้องได้เจอเจ้าเด็กนั่นสมใจแน่ๆ”

 

          ลูกค้าที่ร้านมิโอโมเตะแน่นเหมือนเคย ยิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่พ้นจากความร้อนอันยาวนานอาหารการกินแสนอร่อยหวนกลับมาออกดอกผลอีกครั้งหนึ่ง เมนูขึ้นป้ายวันนี้คือเห็ดมัตสึทาเกะกับปลาซันมะย่างเกลือ ส่วนอาหารอื่นๆ ก็ยังมีเสิร์ฟพร้อมเพรียงทั้งข้าว ซาซิมิ เต้าหู้ และผักดอง เมื่อที่ร้านมีข่าวดีเรื่องฮานะ ทุกคนก็กระฉับกระเฉงขึ้น ใบหน้าแต้มรอยยิ้มสดใสรับคำแสดงความยินดีจากลูกค้า

ทาดะจากโอซาก้าก็มา เขามาเยี่ยมหญิงสาวและโทษตัวเองเรื่องไม่ดูและเธอให้ดี

          “ผมน่าจะมาส่งให้ถึงสถานี ขอโทษจริงๆ ครับ”

          “ไม่เป็นไรค่ะคุณทาดะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว” เธอยิ้มรับกล่องขนมที่ชายเจ้าของปั๊มเอามาฝาก”

          “โอโดชิเหรอคะ”

          โอโดชิคือข้าวอบกรอบกับน้ำตาล เป็นขนมดั้งเดิมของโอซาก้า ซึ่งมีมานับร้อยปีแล้ว

          “ผมไม่รู้ว่าคุณฮานะจะชอบไหม ขอให้ต่อจากนี้คุณฮานะมีแต่ความสุขนะครับ”

          “ขอบค่ะ ชอบมากเลย”

          โอโดชิหมายถึงการพัฒนาก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ไปด้วยดี ถึงเป็นเจ้าของปั๊มและอยู่กับงานช่าง แต่ชายหนุ่มผู้นี้ละเอียดอ่อนทีเดียว เขาอวยพรให้เธอหายไวๆ แล้วก็ขอตัวกลับ

วันนี้มีคนมาเยี่ยมเธอตั้งแต่เช้า ล้วนแล้วแต่เป็นพ่อค้าแม่ค้าย่านนี้ ทุกคนต่างมาพร้อมกับของฝาก ถึงฮิเดโอะจะเตือนไม่ให้ฝืนเกินกำลัง แต่เธอรู้ว่าการได้ลุกขึ้นมาพูดคุยกับคนรู้จักทำให้ยืนยันได้ว่าตนเองกลับมาสู่โลกใบเดิม

          ฮานะรู้สึกเมื่อยจึงลุกออกมาที่สวน ชิมะซึ่งไปส่งแขกกลับเข้ามาเห็นจึงทักด้วยความเป็นห่วง

          “ไม่เป็นไรค่ะป้า ฉันหายดีแล้ว” เธอตอบเรียบๆ แล้วเดินมาที่ครัวซึ่งลูกจ้างกำลังทำงานอยู่

          “คุณฮานะ หายดีแล้วเหรอครับ” โคจิทัก

          “ค่ะ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”

          “ฮานะไหวหรือเปล่า” ฮิเดโอะรีบวางมีดแล้วเดินมาหาน้องสาว ใบหน้ามีสีเลือดขึ้นแล้ว แต่ดวงตายังโรยแรงอยู่

          “ไม่เป็นค่ะพี่ฮิเดโอะ ฉันแค่อยากได้กลิ่นครัว” เธอตอบแล้วผละออกไป ฮิเดโอะรู้สึกประหลาดใจ เมื่อเขาจะแตะหน้าผากเธอเพื่อวัดไว้ แต่อีกฝ่ายจะคอยถอยออกเสมอ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อวาน

          ฮานะมองเตาถ่าน เห็นเงาร่างของใครบางคน เธอนิ่ง ครั้นแล้วก็เดินไปที่ห้องเก็บของ ลูบถังดองผักที่วางเรียงราย สัมผัสของข้าวคั่วและกลิ่นน้ำส้มชูหมัก ความกรอบของผัก พึมพำคำว่าคิดถึงกับจุลินทรีย์

          เรียกว่าผักดองสีชมพูก็ได้นะครับ

          เสียงนั้นทำให้เธอเดินต่อมาตรงกองฟืน เสียงต่อมาคือขวานกระทบเนื้อไม้ดังโป้กที่คุ้นเคย หญิงสาวทรุดนั่งตรงที่ว่าง ครั้นแล้วทุกอย่างที่เป็นความทรงจำที่หลั่งไหล

          ข้าวมื้อแรกในฐานะลูกจ้าง เขาจำได้หรือเปล่านะ

          วันที่เพิ่งสวมชุดทำครัว จินตัดผมมาใหม่

          ฮานะรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดี ความจริงเธออาจจะชอบเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว

          แต่...ทุกอย่างไม่มีวันหวนคืน หญิงสาวกอดตัวเอง เธอเป็นแค่ผู้หญิงที่เปื้อนมลทิน ไม่สามารถเป็นภรรยาใครได้อีกแล้ว...

 

          จินมองผ้าพันแผลที่แขนขวา หมอที่รักษาไม่ถามสักคำว่าโดนอะไรมา เมื่อเห็นชายที่พาเขาไปก็เริ่มทำความสะอาดและเย็บให้เรียบร้อย ซึ่งตอนนี้เขาต้องเผชิญกับอาการปวดระบมจากการอักเสบ

          เขานั่งอยูที่สวนข้างโรงฝึกซึ่งเป็นที่ที่สมาชิกมานั่งหย่อนใจและรอเวลาเรียกใช้ นอกจากเขาแล้วทุกคนนั่งเป็นกลุ่ม หลังจากได้นอนหลับเต็มตาอยู่สองวันก็ถูกปลุกและลากตัวมาที่นี่

          คฤหาสน์คาจิวาระ

          เขาปล่อยความคิดแล่นไป คิดถึงมาม่าซังที่ช่วยเหลือ หวังว่าเธอจะเอาตัวรอดจากเรื่องนี้ได้ สักวันถ้าเขามีโอกาสจะกลับไปตอบแทนบุญคุณ

          หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งโยนลงมาตรงหน้า

          จินมองไป ชายผมยาวคนเดิม เขาเลือกสนใจกับหนังสือ หยิบขึ้นมาอ่าน มันถูกเปิดหน้าที่ต้องการให้รู้อยู่แล้ว

          ตำรวจได้พาคุณสึคิตะ ฮานะ กลับบ้านอย่างปลอดภัย ความคืบหน้าเรื่องอื่นจะดำเนินการสืบสวนต่อไป

          “จบนะเรื่องนี้”

          คุโรซากิพูดเรียบ จินไม่ตอบอะไรแต่หัวเขาใจชุ่มชื่น โล่งอกไปที ฮานะได้กลับบ้าน เขาทำหน้าที่สำเร็จแล้ว

          “ทีนี้มาว่าเรื่องของเราต่อ”

 



อุธิยา

8.10.18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #31 DowdenDenjung (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 18:03
    ไม่ออกอีบุ้คเหรอคะไรท์
    #31
    2
    • #31-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 37)
      11 ตุลาคม 2561 / 17:43
      อีบุ้ควางขายแล้วนะคะ ตามลิงก์ไปเลยค่

      https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiODI4MjgiO30
      #31-1
    • #31-2 DowdenDenjung(จากตอนที่ 37)
      14 ตุลาคม 2561 / 19:09
      สอยเลยจ้า
      #31-2