กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 36 : บทที่ 35 นกบินคืนสู่รัง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ต.ค. 61

35. นกบินคืนสู่รัง

 

ยามานาชิวางเอกสารในมือแล้วรีบเดินออกมาที่ห้องต้องรับทันทีเมื่อมีลูกน้องมารายงานว่าพยานในคดีลักพาตัวสิคิตะ ฮานะ มาขอพบ ยานากิดะก้าวตามมาติดๆ

          ชายหนุ่มผิวขาวสะอาดสวมสูทตัดเย็บปราณีต ผมสั้นหวีแสกข้าง ถือกระเป๋าเอกสาร ดูเผินๆ ก็เหมือนพนักงานออฟฟิซระดับหัวหน้าแผนกคนหนึ่ง คนประเภทที่แต่งงานแล้ว มีลูกสองวัยประถม ซึ่งมีท่าทางเหน็ดเหนื่อยและไปดื่มในวันสุดสัปดาห์ก่อนจะนอนแผ่หลาให้ภรรยาเสิร์ฟเบียร์กับถั่วแระคลุกเกลือในวันหยุด

          เขาผงกศีรษะเมื่อเห็นยามานาชิ นายตำรวจเชิญให้นั่ง

          “ขอโทษที่มารบกวนเวลาครับ”

          “ไม่เป็นไรครับ ถ้าเป็น ความจริง ทางตำรวจยินดีเพื่อความสุขของประชาชนครับ” เขาเน้นคำว่าความจริง อีกฝ่ายขยับแว่น

          “ถ้าเป็นเรื่องสึคิตะ ฮานะ เป็นเรื่องจริงครับ แม้แต่เรื่องที่ผมจะบอกวันนี้” เขาตอบเรียบ ไม่มีท่าทางตกใจ ยามานาชิหยิบบุหรี่มองหน้าเชิงอนุญาต ผู้มาเยือนพยักหน้า ไม่ทันพูดอะไรตำรวจสาวที่ทำงานธุรการก็เสิร์ฟน้ำ

          “แล้วเรื่องของคุณล่ะครับ คุณยามาดะ ผมเรียกชื่อที่คุณบอกให้ก็แล้วกันนะครับ”

          นายตำรวจพูดยิ้มๆ อีกฝ่ายยังมีสีหน้าเฉยเมย

          “สึคิตะ ฮานะ อยู่ในบาร์ชื่อเรโกะ ตรงถนนที่เขตนิชินาริ”

          “เดี๋ยวครับ ผมยังไม่ได้ถามเลย”

          “เธออยู่ที่นั่น บาร์นั้นมีมาม่าซังอยู่คนหนึ่ง ถ้าเข้าไปในฐานะลูกค้า เธอจะพาไปหาสึคิตะ ฮานะ”

          ยานากิดะตกใจลนลานหยิบสมุดบันทึก มือที่ถือปากกาสั่นระริก พยายามจดรายละเอียด

          “บาร์อะไรนะครับ ทำไมต้อง”

          “พรุ่งนี้เช้าหกโมง...”

          “คุณยามาดะ!

          ยามานาชิกระแทกเสียง ยานากิดะสะดุ้ง เจ้าหน้าที่คนอื่นหันมา “ตามขั้นตอนปกติคุณต้องแจ้งชื่อนามสกุล ที่อยู่จริง แล้วถึงให้การที่เป็นประโยชน์นะครับ ไม่ใช่ออกคำสั่งตำรวจ”

          อีกฝ่ายผุดยิ้มก่อนจะเลิกคิ้วแล้วทำท่าตกใจอย่างเสแสร้ง

          “แต่ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์จะครับ ประชาชนญี่ปุ่นไม่ว่าจะทำอาชีพไหนก็ทำหน้าที่พลเมืองดีได้ใช่ไหมครับ ผมขอโทษครับที่มารบกวนเวลาที่ยุ่ง ผมได้ข้อมูลมาก็เลยรีบมาบอก ขอโทษจริงๆ ครับ”

          เขาก้มศีรษะปะหลกๆ กิริยาลนลาน คนอื่นหันมามองเพิ่มขึ้น ยามานาชิเริ่มรู้ตัวแถมยังโดนแดกดัน เขาข่มอารมณ์กดเสียงลง

          “แล้วทำไมพวกนายไม่ส่งสึคิตะ ฮานะ คืนมา”

          “ตำรวจควรทำหน้าที่ปกป้องประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่นะครับ” มนุษย์เงินเดือนหยียดยิ้ม “นี่เป็นโอกาสดีนะครับ”

          ยานากิดะเผลอกลืนน้ำลาย “ผมเป็นพยาน ก็แค่ให้ข้อมูล ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจครับ รบกวนด้วยครับ” เขาก้มหัวจดโต๊ะรับแขกและนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น จนยานากิดะทนไม่ไหว

          “คุณครับ”

          นายตำรวจมองรุ่นพี่ตัวเอง นี่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจจริงๆ ครั้งแรกที่รู้ว่าคนพาสึคิตะ ฮานะไปคือคางาวะ จิน ก็ได้มาจากชายคนนี้ ทั้งที่ในที่เกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เลย คราวนี้ก็มาไขความกระจ่างอีกครั้งว่าแท้จริงหญิงสาวอยู่ในบาร์แห่งนั้นนี่เอง

          สำหรับยามานาชิแล้ว ความเป็นตำรวจของเขาไม่ควรต้องมาพ่ายแพ้ให้กลุ่มคนสีเทา เขาชื่อมั่นว่าชายตรงหน้าใช่พวกนั้น เขาเหลือบมองคนอื่น ก่อนจะก้มต่ำ

          “บอกรายละเอียดมาอีกที”

 

          ตั้งแต่คืนแรกที่ถูกพามาที่ต้องอยู่ลำพังก็เป็นคืนนี้อีกครั้ง แต่ความรู้สึกแตกต่าง ความหวาดกลัวตื่นตระหนกหายไป แทนที่ด้วยความหวังและรอคอยอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น

ฮานะนอนอยู่บนเตียงอย่างอิสระ ห้องสว่างเพียงพอ มือก็ไม่ถูกมัด เธอยกขึ้นมา ลูบท่อนแขน เวลานี้สามทุ่ม เขาควรจะกลับมาตั้งแต่หกโมง หรือว่าธุระนั้นไม่เสร็จเรียบร้อย หรือเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาต้องกลับมาตามคำสัญญานะ เพราะเขารับปากแล้ว

ขอบตาร้อนผะผ่าว เป็นอะไรไปฮานะ เธอไม่ควรคิดถึงเขาอย่างนี้ น่าละลายใจเหลือเกิน

หญิงสาวพลิกตัว สะกัดกลั้นความอ่อนไหวและฟุ้งซ่าน เธอจะออกจากที่นี่ยังไง เสียงกรีดร้องที่ดังเป็นระยะนี้ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จะทำยังไงดี

ฮานะเป็นเด็กน้อยที่รอคอยการมาของพ่อที่จะรับกลับบ้าน แล้วมองเพื่อนคนอื่นกลับไปทีละคนด้วยอาการหวาดหวั่น เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ หางตามองเห็นบางอย่างสอดเข้าใต้บานประตู เธอหันไปมอง รีบยันตัวขึ้นนั่งและพุ่งไปหยิบมา

กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนข้อความซึ่งทำให้หัวใจปวดร้าว

คุณต้องกลับมา เธอคิดได้เท่านี้

 

ฟ้าสว่างเป็นสัญญาณวันใหม่ ชายสามคนมายืนที่ตรอกแล้วมองขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นสองที่เปิดอยู่ เหยียวซ้ายแลขวาระแวดระวังก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเริ่มปีนป่าย

เสียงฝีเท้าดังตึกตักและเจ้าของร่างโผล่ตัวออกมาจากปากตรอกเมื่อชายคนนั้นขึ้นไปได้แค่หนึ่งเมตร

“เฮ้ย!

ชายสองคนที่ยืนประจำการอยู่ยกมือสองข้าง “อย่าเข้ามานะ!” เขาตะโกน “ไม่ต้องสนใจ รีบขึ้นไป!

ประโยคที่สองสั่งคนที่กำลังปีน ฝ่ายนั้นลังเลชั่วอึดใจก่อนจะรีบเหวี่ยงตัวเข้าไป เขากระชากเปิดหน้าต่างได้ง่ายดายแล้วพุ่งตัวเข้าไป

ฝ่ายเจ้าถิ่นชุดดำมีคนวิ่งตามมาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเห็นว่ามีคนเข้าไปข้างในได้ก็ตะโกน

“พวกแกไปกันประตูหน้าไว้!” แล้วก็หันมาทางผู้มาเยือนสืบเท้าเข้ามา

“พวกแกเป็นใคร มายุ่งวุ่นวายอะไรแถวนี้”

ยามานาชิซึ่งได้ขออนุญาตหัวหน้าดำเนินการนี้โดยมีตำรวจโอซาก้าเตรียมพร้อมสนับสนุนและส่งเจ้าหน้าที่มาเสริมให้อีกสามคน ซึ่งอยู่กับเขาหนึ่งคน และทางด้านหน้าอีกสองป่านนี้คงเห็นการปรากฏตัวของเจ้าถิ่นแล้วเช่นกัน เขากำชับทีมว่าต้องไม่ให้เห็นตัวจนกว่าจะจำเป็น

นายตำรวจได้รับเรื่องจากพยานปลอมที่ชื่อยามาดะถึงขั้นตอนและสถานที่อย่างละเอียด จึงคาดการณ์ว่าภารกิจรับตัวสึคิตะ ฮานะ จะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและจะมีผลต่อสถานที่แห่งนี้น้อยที่สุด แต่ดูจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเจ้าถิ่นก็คาดเดาได้เช่นกัน

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบาร์เรโกะ คุณจะต้องเตรียมรับมือเพราะทางนั้นไม่รู้หรอกว่าตำรวจไปทำอะไร ยามาดะบอก

เจรจาได้ไหมครับ ยานากิดะถาม

ไม่รับประกันผลครับ แต่ไม่ควรดีกว่า

ก็แค่ขอตัวผู้หญิงคนหนึ่งมาแค่นั้นเองนี่ครับเขาแย้ง หรือเพราะที่นั่นเป็นที่อย่างว่า

ไม่ได้ครับ ยามาดะพูด แล้วก็ชะงัก

เพราะอะไรจะให้ทางนั้นรู้เรื่องสึคิตะ ฮานะไม่ได้

พยานจำเป็นเงียบครู่หนึ่ง ผมทำเกินหน้าที่มากแล้ว ขอให้คุณตำรวจช่วยสึคิตะ ฮานะ ให้ได้ครับ รบกวนด้วย

นั่นเป็นบทสนทนาที่เขาคุยกับยามาดะซึ่งเป็นใครก็ยังไม่แน่ใจ แต่การเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพลเรือนมาให้ ทางตำรวจจะวางเฉยไม่ได้ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการหนนี้

“เราต้องการแค่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่เกี่ยวกับพวกนาย ต่างคนต่างไม่สนใจกันเถอะ”

ยามานาชิตัดสินใจเจรจา อย่างน้อยก็ประวิงเวลาให้ยานากิดะ

“พูดบ้าอะไร นี่มันที่ของเรา นายต่างหากที่ต้องออกไป” ทางนั้นตอบมา ผู้นำกลุ่มเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่หวีผมเรียบไปด้านหลัง ตาเรียวดุดัน

“ฉันรู้ ขอแค่ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น เธอไม่เกี่ยวกับพวกนายหรอก”

“ผู้หญิงคนไหน อะไรไม่รู้ ที่รู้คือพวกนายต้องออกไปจากตรงนี้”

ยามานาชิเหลือบมองกองหนุนจากสถานีโอซาก้าเชิงขอความเห็น ในใจก็คิดถึงยานากิดะที่เข้าไปข้างในแล้ว ถ้าถอยออกไปจะส่งสัญญาณให้รุ่นน้องรู้ได้ยังไง จะปะทะเลยก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ภารกิจมีแค่ช่วยสึคิตะ ฮานะ บาร์แห่งนี้จะประกอบกิจการอะไรเป็นเรื่องของตำรวจท้องที่

“เราได้รับรายงานว่าที่นี่เป็นสถานบริการที่ผิดกฎหมาย” เขาตัดสินใจ ยกเรื่องนี้มาเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ให้นานที่สุด ถ้ายานากิดะไปทางประตูหน้าไม่ได้ก็ต้องกลับมาทางนี้แน่ ถึงตอนนี้ก็ค่อยวัดดวงกันอีกที

“ผิดกฎหมายอะไรวะ นี่เป็นบาร์ธรรมดา” ยิ่งพูดยิ่งเดินเข้ามาใกล้แถมตีไม้เบสบอสในมือดังปับๆ เป็นการขู่ “ถ้าคิดว่าผิดจะเข้าไปค้นสิ ถ้าเข้าไปได้ละก็นะ”

ก้าวเข้ามาอีก

ยามานาชิตัดสินใจ

 

ยานากิดะเตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องตามข้อมูลที่ได้รับมา มาม่าซังจะเปิดทางให้เขาไปสู่สึคิตะ ฮานะ แต่ที่เขาเจอคือความว่างเปล่า

ห้องเรียบร้อย สะอาด แต่ไม่ปรากฏเจ้าของ แต่นายตำรวจก็ไม่มีเวลาสงสัย ความเร็วที่กำหนดไว้คือไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น แต่ปัญหาคือ อะไรจะนำทางไปสู่สึคิตะ ฮานะ ล่ะ

เขาเคลื่อนตัวไปที่ประตู เพื่อจะออกไปยังห้องที่อยู่ของเป้าหมาย มีบางอย่างแขวนที่ลูกปิดมีอักษรเขียนว่ากุญแจ เขาคว้าหมับ รีบล้วงออกมาแล้ว เปิดประตูห้องนี้แล้วไปพุ่งออกไป ได้ยินเสียงตะโกนต่อปากกันเบื้องหลัง พยายามตั้งสมาธิกับงานตรงหน้า

ห้องตรงหน้า เขาคิด รีบไขกุญแจ เปิดประตูเข้าไป...

หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงสะดุ้งโหยง ยานากิดะรีบยกนิ้วแตะปากพร้อมโชว์ตราตำรวจ เขาเห็นแววตาตื่นตระหนกหวาดกลัวบนใบหน้างดงามที่เหมือนกับรูปถ่ายที่บิดาบุญธรรมของเธอให้มา เพียงแต่ตัวจริงซูบลงไปเล็กน้อย เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับกางเกงวอร์ม เมื่อเห็นการแสดงตัวของเขาก็ผ่อนคลายเล็กน้อยน้อยแต่แววตายังสับสนอยู่

“คุณสึคิตะ ฮานะใช่ไหมครับ ผมมาพาคุณออกไปจากที่นี่ครับ”

“เอ่อ...”

“รีบไปเถอะครับ” เขาก้าวเข้ามาจับมือหญิงสาว ฮานะยังงงอยู่

“เดี๋ยวค่ะ คนนั้นล่ะคะ”

“คนไหนครับ” ยานากิดะถามแต่ดึงมือหญิงสาวมาด้วย ฮานะใจเต้นโครมคราม มืออีกข้างของเธอกำกระดาษแผ่นนั้นไว้

“เฮ้ย หยุดนะ!

คนกลุ่มหนึ่งกรูกันขึ้นมาที่ชั้นสอง ยานากิดะชะงัก เข้าใจสถานการณ์รวดเร็ว รีบดึงมือเธอให้กลับเข้าไปในห้องเดิมที่เพิ่งขึ้นมา เสียงอึกทึกทำให้ผู้หญิงหลายคนโผล่หน้าออกมา แต่ถูกคนคุมดันให้หลบเข้าไป

“เข้าไป! อย่ามายุ่ง!

บางคนไม่ฟังก็มีเสียงตบตีสลับกับเสียงกรีดร้อง ฮานะตกใจ รู้แล้วว่านี่คืออะไร

“รีบไปที่หน้าต่างเร็ว!

ไม่ต้องรอให้ย้ำ ฮานะพาตัวเองที่ยังสั่นวิ่งไปสุดแรงเกิด ยานากิดะวิ่งตามมา หยุดกึกเมื่อเห็นสถานการณ์ข้างล่าง คนกลุ่มนั้นก็มาถึง นายตำรวจดันให้หญิงสาวไปอยู่ข้างหลัง ที่ประตูคือคนสามคน ส่วนข้างล่างก็มีเพื่อนร่วมงานที่กำลังถูกล้อมอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบคน

“จะเอาผู้หญิงไปไหน!

“ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกันนะครับ”

“ตอบมา! พวกนาย ตำรวจใช่ไหม มาวุ่นวายอะไรที่นี่”

ยานากิดะเหลือบมองฮานะ “เราแค่มารับผู้หญิงคนนี้กลับ ผมคิดว่าเธอไม่เกี่ยวกับที่นี่”

“พูดอะไรวะ นี่เป็นบาร์ของเรา พวกนายไม่มีสิทธิ์เข้ามาโดยพลการและเอาอะไรออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว”

ทางนั้นพูดแล้วก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง หนุ่มสาวไม่มีที่จะถอยแล้ว แต่ข้างล่างก็มองเห็นพวกเขาเช่นกัน สถานการณ์ตอนนี้กดดันสุดขีด

 

ยามานาชิใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่เป็นหมายมาเกาะหน้าต่างตามด้วยยานากิดะ และรู้ด้วยว่าเจ้าถิ่นได้ขึ้นไปกดดันสำเร็จแล้ว เขายกมือโบกทำสัญญาณให้ลูกน้องลงมาแม้ว่าตนเองจะกับเจ้าหน้าที่อีกคนจะถูกล้อมก็ตาม

ยานากิดะเองก็รู้เขาคุยกับรุ่นพี่และทีมตำรวจโอซาก้าแล้วว่าเนื่องจากมีกลุ่มยากุซ่ามาเกี่ยวข้องจึงอยากให้เรื่องนี้กระทบต่อคนท้องถิ่นน้อยที่สุด เขาบอกกับฮานะให้ปีนลงไป หญิงสาวอึ้ง แต่ก็ไม่ค้าน เธอไม่มีทางเลือก

“แล้วคุณ...”

“ลงไปก่อนครับ!

เสียงกลุ่มเจ้าถิ่นกรูเข้ามา ฮานะรีบดันตัวเองก้าวข้ามหน้าต่าง ได้ยินเสียงนายตำรวจร้องเพราะถูกกระชากเสื้อ

“ลงไป!

ยานากิดะตะโกน แล้วหันไปปล่อยหมัดใส่เจ้าคนกระชากเสื้อแล้วรีบเหวี่ยงตัวเองออกมา คนข้างล่างรีบวิ่งเข้าไปเมื่อเห็นหญิงสาวเกาะอยู่ตรงหลังคา มือสั่นขาสั่น

“คุณสึคิตะกระโดดลงมา!

ยามานาชิสั่ง ฮานะเห็นยานากิดะกำลังเหวี่ยงตัวหลบจากตีของคนพวกนั้น เพียงเสี้ยววินาทีที่กลุ่มนักเลงกำลังจะคว้าตัวเธอ

หญิงสาวกระโดด

ยามานาชิเกร็งร่างรออยู่แล้ว แต่แรงกระแทกทำให้เขาล้มลง ยานากิดะกระโดดตามลงมา ตำรวจหนุ่มร้องโอ้ย แล้วร่างของผู้ชายสามคน กับหญิงสาวอีกหนึ่งคนก็อยู่ในวงล้อม

“ถึงยังไงพวกนายก็ไม่รอดหรอก คืนผู้หญิงมาซะดีๆ”

ทั้งหมดตีวงล้อมเข้ามา โดยเฉพาะวงล้อมฝั่งตรอกด้านในซึ่งมีทางออก ยามานาชิดันตัวเองขึ้น เจ็บแผ่นหลังเล็กน้อย “ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” เขาถามฮานะ หญิงสาวส่ายหน้า แสงจ้าทำให้เธอตาพร่าชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวราวกลอง ตกใจกับกลุ่มคน ตกใจกับสถานการณ์และสถานที่จนแทบจะยืนไม่ไหว เธอกำแขนเสื้อนอกยามานาชิแน่น

“คืนผู้หญิงมานะเว้ย!

“ยานากิดะ นายพาคุณสึคิตะออกไปก่อน”

“รุ่นพี่!

“เร็ว!

โดนกำชับหนักยานากิดะต้องทำตาม เขาจับมือฮานะเพื่อจะพาออกไปอีกทาง พอขยับวิ่ง ชายสองคนก็พุ่งเข้ามาขวางทันที

“จะไปไหน”

ตำรวจหนุ่มลังเล เขาเจ็บหัวเข่าเล็กน้อยจะมีแรงปะทะหรือเปล่า ยังไม่ทันคิดร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากซอยข้างๆ แล้วเขวี้ยงหมัดใส่คนที่ยืนอยู่ทันที เสียงพลักดังสนั่น

“โอ้ย!

ฮานะตกใจ ก่อนได้คำตอบก็มีคนที่สองสามล้มลง

“อะไรวะ!

บุคคลกลุ่มที่สามสร้างความงุนงง เจ้าถิ่นคาดไม่ถึง กลุ่มยามานาชิงก็งง เพราะส่วนใหญ่ผู้มาใหม่ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากปีศาจ ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นล้อมเจ้าถิ่นอีกที

หนึ่งในนั้นโบกมือให้ยานากิดะ นายตำรวจหนุ่มรีบดึงมือฮานะออกไป หญิงสาวรู้สึกเหมือนจะเป็นลมแต่ฝืนใจกลั้นความกลัวแล้ววิ่งตามเขาไป

“เฮ้ย ผู้หญิงนั่น! โอ้ย!

เจ้าถิ่นกำลังจะโผตามแต่ถูกสกัดกั้นไว้โดนกลุ่มคนสวมหน้ากาก และการตะลุมบอนก็เริ่มขึ้น

“คุณยามานาชิครับ”

“ออกไปซะ!

หนึ่งในชายสวมหน้ากากบอกกับยามานาชิ เขามองหน้าลูกทีมแล้วตัดสินใจทันที เนื่องจากภารกิจรับตัวสึติตะฮานะสำเร็จแล้ว ไม่ว่าคนที่มาใหม่จะเป็นใคร มีเจตนายังไงก็ต้องปล่อยไปก่อน เขากับลูกน้องรีบแทรกตัวออกมา ทิ้งการตะลุมบอนไว้เบื้องหลัง

 

“ผมจะพาคุณไปส่งที่บ้านนะครับ”

ยานากิดะบอกกับฮานะเมื่อเรียกแท็กซี่แล้วขึ้นมานั่งด้วย หญิงสาวแทบไม่เหลือแรงจะพูด ใจยังเต้นระรัว หลังจากควบคุมสติได้ก็เอ่ยถาม

“พวกนั้น...เกิดอะไรขึ้นคะ”

“ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันครับ” เขาตอบ ตามแผนที่ตกลงไว้ก็คือเมื่อช่วยสึคิตะ ฮานะได้ จะติดต่อตำรวจท้องที่แล้วขอกำลังรถตำรวจเพื่อพาเธอไปส่งที่บ้าน แต่ท้ายสุดนายตำรวจหนุ่มคิดว่าจะให้แท็กซี่ไปส่งเธอที่เกียวโตเลย

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

เพราะหญิงสาวหน้าซีดเผือด ฮานะส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากกลับบ้าน”

“ครับ”

เขาเปลี่ยนใจอีกครั้งบอกแท็กซี่ไปส่งที่สถานีตำรวจแทน

 

ยานากิดะอธิบายให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีฟังและมีข่าวดีจากยามานาชิด้วยว่าทั้งหมดปลอดภัยและกำลังเดินทางกลับมา

“ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกคุณยามานาชิด้วยนะครับ” เขาบอกเจ้าหน้าที่เรื่องจะพาฮานะไปส่งที่ร้านมิโอโมเตะก่อน ถึงแม้จะอยากพาเธอไปโรงพยาบาลเพราะดูอ่อนเพลียมาก แต่หญิงสาวยืนกรานจะกลับบ้าน นายตำรวจหนุ่มเข้าใจดี

สิ่งที่ยังงงอยู่คือกลุ่มคนสวมหน้ากากพวกนั้น ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับพยานที่ชื่อยามาดะหรือไม่อย่างไร เจตนานั้นเพื่อช่วยให้งานครั้งนี้สำเร็จแต่เขาไม่เข้าใจเรื่องคนนอกกฎหมายกลุ่มนี้สักเท่าไหร่

ฮานะยังแทบไม่เชื่อว่าตนเองถูกพามาที่นั่นได้ เข้าใจแล้วว่าเสียงร้องนั้นคืออะไร มันคือซ่อง

แล้วชายคนนั้นหายไปไหน คิดถึงตอนนี้ก็ใจหาย

ถ้าผมเสร็จธุระเมื่อไหร่ผมจะมาบอกว่าเป็นใคร

ในที่สุดเขาก็ไม่กลับมา...

ชั่วเวลาพริบตาทุกอย่างเปลี่ยนไปเหมือนฝัน เธอค่อยๆ ดึงเอากระดาษที่ซุกอยู่ในกางเกงวอร์มออกมา สภาพมันยับยู่ยี่แต่ก็ยังอ่านได้เป็นคำ

สิ่งที่เขาแสดงออกมา สิ่งที่หัวใจเธอรู้ได้

ผมรักคุณ





อุธิยา

3.10.18



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น