กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 35 : บทที่ 34 ปีกแรกของนกฟีนิกซ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ย. 61

34. ปีกแรกของนกฟีนิกซ์

 

          จินขยับผ้าพันคอผืนที่ได้จากชิมะและหมวกที่ซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ส่วนแว่นที่ยืมมาจากมาม่าซังนั้นถอดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเกตไปแล้ว ไมรู้ว่าจะมีโอกาสได้เอาไปคืนหรือเปล่า แต่การออกมาจากบาร์หนนี้เขาเดิมพันหมดตัว ตรงหน้าเป็นรั้วของสถานที่แห่งหนึ่ง ประตูใหญ่โอ่โถง ถึงแม้จะไม่เคยมาเยือนแต่ไม่ผิดเป้าหมายแน่นอน บนประตูไม้มีรอยแกะสลักรูปนกที่มีเปลวไฟล้อมรอบ

          สัญลักษณ์ของฮิโนโทริ

          ชายสวมแว่นดำขยับทันทีเมื่อเห็นเขา จินสูดลมหายใจ

         

          ฮิเดโอะเดินเร็วๆ มาที่ห้องซึ่งเก็บรูปแม่ไว้ก่อนจะชะงักเมื่อเปิดประตูไปพบบิดา

          “คุณพ่อครับ”

          ชิเงรุเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนจะก้มศีรษะให้รูปภาพภรรยาแล้วค่อยๆ ขยับกายหันมาหาลูกชาย

          ล่วงเข้าวันที่เจ็ดแล้ว ความคืบหน้าเรื่องฮานะรู้แค่คนที่พาไปนั่นคือจินอดีตลูกจ้างของร้าน เขาพาเธอไปที่โอซาก้าแต่ยังไม่รู้เหตุการณ์ เจ้าตัวก็ไม่ติดต่อมา ล่าสุดตำรวจเจอเขาอยู่แถวย่านชินอิมามิยะ แต่การไล่ตามคลาดกันไป

          ทุกครั้งนายใหญ่แห่งมิโอโมเตจะรับฟังข่าวด้วยอาการสงบแต่ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นห่วงลูกสาวบุญธรรมไม่น้อยกว่าใคร ดวงตาลึกโหวง สีหน้าอิดโรยและร่างกายซูบผอมลงไปจนเห็นได้ชัดคือคำตอบ

          “ผมกำลังจะมาไหว้แม่ ไม่คิดว่าคุณพ่อมาก่อน”

          ฮิเดโอะบอกแล้วขยับลงนั่ง ภารกิจการเคารพคนตายทำอย่างเป็นประจำก่อนเริ่มทำงานอยู่แล้ว แต่บิดาจะเข้ามาหลังจากนั้น

          “รู้สึกอยากทำขึ้นมาน่ะ” บิดาตอบ

          “ผม...ฝันเห็นแม่ครับ แม่สวยมาก”

          ลูกชายเล่าเชิงเขิน เขาเองก็น้ำหนักลดลง ยังไม่รู้ชะตากรรมน้องสาวว่าที่ภรรยาก็ไม่น่าจะทำตัวมีความสุขได้

          “แปลกดี วันนี้ตื่นมาแล้วรู้สึกคิดถึงแม่แกเป็นพิเศษ”

          “บางที แม่อาจจะบอกอะไรเราสักอย่างก็ได้นะครับ เรื่องฮานะ”

          สายตาของชายหนุ่มเป็นประกาย ชิเงรุยังมีสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันก็ไม่รู้หรอก ทุกวันก็ได้แค่ภาวนาให้ฮานะปลอดภัย”

          ฮิเดโอะได้ยินความสั่นไหวที่หางเสียง เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น

          “ฮานะจะต้องปลอดภัย ผมขอให้คุณแม่คุ้มครองน้องด้วย”

          เขาพูดในที่สุดขณะสบตากับดวงหน้าสวยซึ้งของมารดา

 

          ที่พรรคฮิโนโทริอึงอลฮือฮาเมื่อผู้ที่อยู่ตรงหน้าประตูเข้ามารายงานว่ามีเด็กหนุ่มมาขอเจอริวโซ ตอนแรกทาคามิเนะถึงกับโวยว่าลูกน้องปลายแถวเล่นตลกไม่เข้าเรื่อง

          ผมไม่ได้โกหกครับ เจ้านั่นมาจริงๆ อยู่หน้าประตูใหญ่ คุณทาคามิเนะไปดูได้เลย

          ทาคามิเนะพบว่าเด็กหนุ่มที่เคยสกปรกอยู่แทบเท้าของคุโบตะอยู่ที่หน้าร้านมิโอโมเตะเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นเจ้านั่นอีก บัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้า สวมกางเกงยีนกับรองเท้าผ้าใบ สองมือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตที่มีฮู้ดคลุม แววตามากับสีหน้าเยือกเย็นไม่เหมือนคนที่มาอยู่หน้าแก๊งยากุซ่าเลยแม้แต่น้อย

          ทำไมทางนี้ต้องให้แกเจอหัวหน้า

          ไม่ใช่ธุระของนาย

          ทาคามิเนะหน้าร้อนทันที เกือบจะพุ่งเข้าไปสาวหมัดใส่แล้วโทษฐานอวดดี แต่รู้พิษสงจากคุโบตะและมาเอดะมาก่อนจึงยั้งตัวเองได้ทัน

          ฉันไม่ใช่คนที่จะให้คำตอบแกได้ เขาพูดแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน

 

          ตอนที่ทาคามิเนะเดินเข้ามาบอกว่าฮิโนโทริมีแขกไม่คาดฝันมาเยือน คุโรซากิกำลังดูใบโฆษณาท่องเที่ยวเมืองอาคิตะพอดี ที่นั่นมีสวนสาธารณะชื่อเซ็นวูโควเอ็น เป็นสถานที่ซึ่งสามารถไปชมความงามของแต่ละฤดูกาลได้สวยงามครบครัน เขาหยุดสายตาอยู่ที่ใบไม้ไม้เปลี่ยนสีกับซากปราสาทชื่อคุโบตะ

          ในเมื่อมันอยากจะพบหัวหน้าก็ให้มันเข้ามาสิ

          ตอบแล้วพับใบนำเที่ยวเก็บใส่กระเป๋สเสื้อสูทสีขาวแล้วหยิบบุหรี่มาจุด

          คุโรซากิซัง

          ฉันจะไปบอกหัวหน้ากับคุณอิอิดะเอง เจอกันที่ห้องประชุม

          พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปจา ทาคามิเนะยังเดาเจตนาของอีกฝ่ายไม่ออก ที่รู้แน่คือแววตานั้นไม่ได้ตกใจแต่เหมือนว่า รอคอย อยู่แล้ว

 

          ในห้องประชุมใหญ่ ด้านหลังโต๊ะที่ริวโซนั่งคือธงรูปนกฟินิกซ์สีทองปนแดงบนพื้นสีดำ สัญลักษณ์ประจำพรรค ข้างขวาริวโซคืออิอิดะ ฝั่งซ้ายคือคุโรซากิกับทาคามิเนะ ถัดมาก็เป็นสมาชิกระดับหัวหน้าเขตลดหลั่นตามลำดับความสำคัญ

          ทุกคนยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยแต่คงไว้ซึ่งแววตาอันน่าเกรงขาม บางคนถือดาบคาตานะ บางคนมีไม้เบสบอส ถึงจะไม่ใช่แก๊งใหญ่อย่างคุเรียวหรือมหาอำนาจแห่งโอซาก้าอย่างยามากุจิ แต่ในเกียวโตก็เป็นถิ่นของนกไฟนามว่าริวโซคนนี้

          จินกำมือชื้นเหงื่อเข้าออกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ พยายามยืนนิ่งและควบคุมตัวเอง แต่ยอมรับว่าไหล่สองข้างสั่น เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในที่ทำงานพรรคยากุซ่า แถมยังเข้ามาด้วยตัวเอง เขาคงหนีสิ่งนี้ไปไม่พ้นจริงๆ

          ทาคามิเนะทำเสียงเฮ้ยแล้วชี้มือที่ศีรษะ จินดึงฮู้ดลง อากาศในนี้เหมือนจะเย็นกว่าข้างนอก โดยเฉพาะสายตาของคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวนั้น ถามตัวเองอีกเป็นครั้งสุดท้าย เขาตัดสินใจที่จะ แลก แล้วใช่ไหม ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ฮานะคือสิ่งที่เขาจะไม่ยอมให้มีแม้แต่รอยช่วน เธอจะต้องมีชีวิตที่ดีต่อไป

          “กล้าว่ะไอ้หนูที่มาถึงที่นี่ คิดว่าคงรู้ใช่ไหมว่าคนธรรมดาถ้าเข้ามาแล้วไม่ได้ออกไปในสภาพดี”

          ทาคามิเนะเคี้ยวหมากฝรั่ง จินเคยชินกับวาจาแบบนี้จึงไม่ได้ตระหนกหนัก

          “ผมชื่อ คางาวะ จิน”

          จินพูดพร้อมค้อมศีรษะ ส่งสายตาไปที่ริวโซซึ่งสูบซิการ์กลิ่นฉุนจัด “เป็นคนที่พาสึคิตะ ฮานะไป”

          “เรื่องนั้นเรารู้อยู่แล้ว รู้ด้วยว่านายทำพวกมาเอดะซะเละ” ทาคามิเนะต่อบทสนทนา ส่วนชายสามคนที่ถือตำแหน่งระดับสูงสุดยังเงียบ     

          “ก็เป็นผมหรือสิคิตะ ฮานะได้เหมือนกันที่เละ”

          จินตอบกลับ อีกฝ่ายหน้าตึง ทำท่าขยับตัว แต่ริวโซกระแอมออกมาเบาๆ เจ้าตัวหยุด

          “เด็กอายุเท่านายหลายคนที่ฉันเจอมักจะจบไม่สวยจากความอวดดีของตัวเอง”

          ริวโซเอ่ยแล้วพ่นควันซิการ์ “ไม่มีแก๊งยากุซ่าที่ไหนปล่อยให้เด็กมอปลายมาวิ่งเล่นตามอำเภอใจ นายหยามพวกฉัน ที่สำคัญ...นี่เป็นการกระทำที่โง่สิ้นดี”

          เพราะน้ำเสียงหรือเพราะความเป็นหัวหน้าจินก็ไม่อาจรู้ แต่การเอื้อนเอ่ยของริวโซทำให้ใจเขาเต้นวูบ ตอนผ่านเข้ามาก็โดนตรวจค้นทุกซอกทุกมุมจนแทบจะแก้ผ้า แม้แต่เหรียญร้อยเยนยังถูกยึดเอาไป เรียกว่าเขาตอนนี้มีแต่ตัวและเป็นการฆ่าตัวตายแบบที่เจ้าถิ่นว่าไม่ผิด

          “เอาเถอะ ถือว่านายใจกล้า ฉันก็ใจกว้างฟัง มีอะไรก็พูดไป” ริวโซเชี่ยเถ้าซิการ์ วางศอกบนที่เท้าแขนหุ้มนวมสีแดง

          ผู้มาเยือนสูดลมหายใจ “ผมต้องการให้ฮิโนโทริปล่อยสึคิตะ ฮานะ”

          ความเงียบในห้องประชุมใหญ่ครองตัวอยู่ราวห้าวินาที ก่อนเสียงหัวเราะของใครคนหนึ่งจะดังขึ้น

          คุโรซากิ

          คนเป็นหัวหน้ามอง ถ้าเป็นทาคามินะหรือคนอื่นไม่มีทางทำอย่างนั้นได้ ยากุซ่าหนุ่มผมยาวโค้ง

          “ขอโทษครับหัวหน้า เรื่องมันตลกผมเผลอตัวไปหน่อย”

          อิอิดะหรี่ตา เผลอตัวคุโรซากิไม่พูดอย่างนี้แน่ ดวงตานั้นวาวระยับ เขานึกถึงคำพูดในสองคืนที่ผ่านมา ไม่ต้องเสียแรงตามเจ้าเด็กนั่น

          บัดนี้ เจ้าเด็กที่ว่าก็มายืนอยู่ในฮิโนโทริจริงดังที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ

          เสียงหัวเราะของคุโรซากิคนปลาบเหมือนมีดที่โคจิแล่ซาซิมิ จินกำมือแน่น

          “อะไรนะ สึคิตะ”

          ประมุขพรรคเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนตัวเองไม่รู้เรื่องมาก่อน อิอิดะก้มตัวมากระซิบ จังหวะนั้นจินเห็นคุโรซากิขยิบตาให้ เขาเบือนหน้าหนีทันที

          “อ้อ เรื่องนั้น” ประโยคเหมือนล้อเล่น ท่าน้ำเสียงก็ยังเรียบสนิท

          “ผมเข้ามาขัดขวางทำให้งานของฮิโนโทริล้มเหลว ผมมาขอให้ปล่อยเธอไป”

          ริวโซมองหน้าจิน “ฉันจะไม่คิดว่าที่นายทำมันเป็นเรื่องที่ฮิโนโทริไม่น่าลดตัวมายุ่งก็แล้วกัน แต่ทำไมฉันต้องฟังคำพูดของเด็กที่แม่เป็นโสเภณีด้วยล่ะ”

          ความร้อนพุ่งขึ้นหน้าจินพรวดพรวด เขากัดฟันให้ความเจ็บเตือนสติว่าไม่ได้อยู่ในสถานที่จะโมโหอีกฝ่ายได้ จึงยืนตัวแข็งไปชั่วครู่แล้วสูดลมหายใจ

          “คุณฟังอยู่ตอนนี้”

          มุมปากริวโซยกเล็กน้อย ส่งซิการ์เข้าปาก สูดควัน พ่นออก แล้วส่งสายตาไปที่อิอิดะ รองหัวหน้าผู้ซึ่งเป็นมือขวาและเป็นคนที่ริวโซไว้ใจที่สุด ใบหน้าสีเหลี่ยมหวีผมเรียบใส่สูทปราณีต แผ่นอกหนาบึกบึนมีรอยแผลซึ่งทำให้คิ้วขวาหายไปครึ่งหนึ่ง ริมฝีปากเม้มสนิทเปิดออก

          “เรื่องสึคิตะ ฮานะ ความจริงแล้วไม่เกี่ยวอะไรกับฮิโนโทริ”

          “แต่ฮิโนโทริส่งคนไปที่ชินอิมามิยะแปลว่าต้องการเธอ”

          อิอิดะเหลือบมองคุโรซากิที่ตอนนี้ดีดมีดพับเล่น ท่าทางรื่นรมย์ของรองหัวหน้าลำดับถัดไปสร้างความหมั่นไส้ติดหมัด ทั้งที่ก็เห็นมากกว่ายี่สิบปี เขารู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

          “เก่งพอตัวนะไอ้หนู” เขาพูด “ก็ได้ ถ้าเราต้องการสึคิตะ ฮานะ นายจะให้เราหยุด มีอะไรพอ

ให้เราหยุดได้ไหมล่ะ”

          ไหล่สองข้างของจินผ่อนลง ในที่สุดก็ถึงจุดที่ต้องการเสียที เขาดึงมือออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเกต

          “แขนขวาของผม”

 

หลังจากหลับสนิทไปอีกครั้งและตื่นมาตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นสูง ดูได้จากเส้นแสงที่ลอดผ้าม่านเข้ามาน่าจะเป็นกลางวัน ฮานะเทน้ำร้อนจากกาต้มใส่ถ้วยซุปมิโซะสำเร็จรูป  

ไข้ลดลงจนเกือบปกติแล้ว ลิ้นรับรสซุปได้ ความร้อนแทนที่ความอึดอัดและทำให้สมองปลอดโปร่งลมหายใจไม่ติดขัด ซุปมิโซะทำให้มีแรง ฮานะเก็บกล่องใส่ถุงขยะวางไว้ที่มุมห้อง ลองบิดลูกบิดอย่างไม่มีเหตุผล พอเปิดไม่ออกก็คิดได้ว่าจะทำไปทำไม ห้องนี้ยังเหมือนเดิม กลิ่นอับคงเดิม เพิ่มเติมกลิ่นบุหรี่

เธอเดินมาที่หน้าต่าง ผ้าม่านถูกปิดกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งเธอก็เปิดไม่ได้แบบเดิม ท้ายสุดก็กลับมานั่งบนเตียง

ห้องสว่างขึ้นหรือก็เปล่า ทำไมในใจของเธอปลอดโปร่ง อาจะเพราะอาการฟื้นไข้ หญิงสาวนั่งกอดเข่ามองข้อเท้า ปลีน่อง และท้องแขน ล้วนแล้วแต่ถูกสัมผัส มีทั้งดุดัน อ่อนโยนละมุนละไม อาบน้ำให้เธอ เช็ดตัวให้ ดูแลเมื่อไม่สบาย ทำใจยากว่าเขาเป็นคนเลว แล้วเขาเป็นใครกัน

ถ้าจัดการเรื่องได้แล้ว จะกลับมาบอกคุณว่าผมเป็นใคร      

ความวูบไหวไหล่ผ่านกลางอก เธอเหมือนเด็กน้อยรอคอยซานตาครอส เขาจะบอกเธอ เธอจะได้รู้ แค่รอเวลาเท่านั้น ไม่รู้ว่าเขาจะไป จัดการ อะไร แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ประหลาดใจคือเธอ ภาวนา ให้เขากลับมาเหมือนทุกครั้ง

เธอถูกกักกัน คุกคาม ล่วงล้ำ แต่ก็ถูกทำให้เป็นสุข ในความสับสนและหวาดผวา เขาอ่อนโยน และกลับมา...เสมอ

หญิงสาวลูบแขนตัวเอง หากว่านี่คือหน้ากระดาษของสมุดบันทึก คงเต็มไปด้วยอักษรที่เขาเขียนไว้ เขาจะรู้ไหมว่าถึงตอนนี้ ทุกอักขระได้สลักลงไปในแขนของเธอหมดแล้ว

หลอมละลายเหมือนตัวตนของเขา

“ขอให้คุณกลับมา ไม่ว่าคุณจะเป็นใครฉันก็ยอมรับ”

 

เช้าวันหนึ่งหลังจากที่ตื่นขึ้นมา ยามนั้นนักเลงคุมบาร์ยังไม่ปรากฏตัว จินยืนสูบบุหรี่อยู่ในตรอกหลังบาร์ แสงแรกส่องสว่างอ่อนโยน เขายืนมองมือขวาตัวเอง สังเกตมาพักใหญ่แล้วว่ามือกร้านขึ้น แขนมีมัดกล้ามเพิ่มขึ้น มือนี้สร้างอนาคตให้ช่วงหนึ่งจนได้เงินก้อนเล็กๆ มา แต่ยังไม่มีโอกาสให้ใช้เต็มที่

นอกจากขวานตัดฟืน นอกจากล้างจาน ยกของ ติดเตา หรือกระทั่งชกหน้าคน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสสิ่งงดงามที่สุดที่เคยเจอ

ที่ผ่านมาเรือนร่างของฮานะถูกซ่อนอยู่ใต้กิโมโนจนแบนราบ ไม่คิดว่าสิ่งที่ปรากฏจะสวยงามขนาดนั้น ทรวงอกของเธอไม่ล้นหลามแต่เต็มมือ ทุกครั้งไม่ว่าจะจับแตะแผ่วเบาหรือคลึงเคล้าโลมเล้า เธอจะส่งเสียงและตอบรับด้วยการกดจิกเล็บลงที่แผ่นหลังของเขา

ต่อจากนี้คงไม่มีอีกแล้ว...

“แขนขวาของผม”

จบคำนั้นของจิน ห้องประชุมมีเสียงอื้ออึง สายตาทุกคู่จ้องตรงมาที่เขา หลากหลายความไม่คาดคิด สำหรับยากุซ่าตัดหนึ่งข้อนิ้วก็เป็นรอยด่างไปตลอดชีวิตแล้ว แต่เด็กหนุ่มอายุไม่เต็มยี่สิบเสนอทั้งแขนของตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย

จินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขามองแต่ริวโซ ซึ่งอีกฝ่ายยังสูบซิการ์นิ่ง อิอิดะยกคิ้ว คุโรซากิแลบลิ้น ทาคามิเนะห่อปากทำหน้าเหวอ พอได้สติก็คำราม

“มันกล้าต่อรอง เด็กเมื่อวานซืน”

ประมุขของพรรคพ่นควันซิการ์ก่อนจะกดดับแล้วส่งคืน

“ไร้สาระ ฉันจะเอาแขนขวานายไปทำอะไร”

เมื่อถูกถามกลับจินนิ่งไปพักใหญ่

“คิดว่าตัวเองมีค่ามากขนาดนั้นเลยหรือไง” ปลายเสียงเย้ยเยาะ เด็กหนุ่มยังนิ่ง “ถ้าฉันบอกว่าไม่ต้องการล่ะ”

          จินเผลอกลืนน้ำลาย ตัดสินใจออกมาจากโอซาก้าตั้งแต่เช้า สวมแว่นพรางหน้า เลือกช่วงเวลาเร่งด่วนเบียดฝูงชนขึ้นรถไฟเพื่อหนีการติดตามของตำรวจ ต่อรถไฟมาจนถึงนิชิเคียวเพื่อทำสิ่งที่ตั้งใจ พ้นทั้งคุเรียวและตำรวจ ไม่ต้องการที่จะล้มเหลว

          “ผมคิดว่าคุณไม่ควรปฏิเสธ”

          “ไอ้นี่!

          ทั้งทาคามิเนะ อิอิดะ และสมาชิกระดับหัวหน้ายืดตัวคอแข็งทันที ก็ยังยกเว้นคุโรซากิ รวมทั้งริวโซ

          “หัวหน้าครับ” ทาคามิเนะทำท่าจะทนไม่ไหว ริวโซยกมือ สายตายังจับจ้องที่เด็กหนุ่ม ก่อนเอ่ยถาม

          “ทำไมล่ะ”

          “เพราะคุเรียวจะเป็นคนได้ผมไปแทน” จินตอบ

          คราวนี้สายตาริวโซทอประกาย เปลือกตากะพริบ

          “นิชินาริเป็นถิ่นของคุเรียว แค่เดินออกไปก็เจอกับสมาชิกแก๊งไม่ยาก เรื่องนี้...ถ้าไม่จริง พวกนั้นคงไม่ตามผมไปถึงฮิงาชิยาม่า”

          หางตาจินเห็นคุโรซากิยกมือกอดอกเงยหน้าขึ้นช้าๆ แต่เดาความหมายไม่ถูก

          ความเงียบครอบคลุมอยู่นาน จนเหมือนชั่วกัปกัลป์ ริวโซเบนหน้าไปที่ลูกน้องผมยาว อีกฝ่ายหลบตาเหยียดริมฝีปากยิ้ม ประมุขพรรคจึงยกมือไปยังลูกน้องมือขวา

          “ดาบ”

          เขาพูดสั้น แต่เยือกเย็นดุจเส้นทางน้ำแข็งอันยาวไกลและหนาวเหน็บ ปลายทางนั้นคือหัวใจของจิน

          อิอิดะสบตาอยู่คุโรซากิก่อนจะทำตาม ดาบคาตานะถูกถอดออกจากฝัก ตัวดาบสะท้อนแสงแวววาวบอกความคมและฉายภาพแววตาของยากุซ่าวัยหกสิบได้ชัดเจน เขามองมันอย่างชื่นชมขณะที่จินไม่อาจบังคับใจให้หยุดเต้นได้ เสียงถอนหายใจของสมาชิกดังฮึมฮำ

          ริวโซลุกจากเก้าอี้ ค่อยๆ ก้าวมา จินมองการเคลื่อนไหวนั้น อำนาจแผ่ออกมาเป็นอวลไอเหมือนมังกรที่ผงาดลายและกำลังจ้องจดหมาป่าที่บาดเจ็บสะบักสะบอม

“ฉันเกลียดยากุซ่า ไม่มีวันรับของจากยากุซ่า”  มังกรกล่าว “จำได้ไหม แกพูดกับฉัน ไอ้หนู”

ไอ้หนูไม่ตอบ หนึ่งปีที่แล้วการเผชิญหน้ากันนั้นล้นไปด้วยความหยิ่งทะนงของเขา

ริวโซยื่นดาบออกมาข้างหน้า แตะลงที่ไหล่จินเป็นความหมายให้นั่งลง

“รับข้อเสนอของผมใช่ไหม” เด็กหนุ่มถาม แววตาที่จ้องตอบเขม็งวาวโรจน์

“ฉันบอกให้นั่งลง” อีกฝ่ายเอ่ยเยือกเย็น

ผู้มาเยือนทำตาม ย่อตัวนั่งคุกเข่า สมาชิกคนหนึ่งมาถอดเสื้อแจ็กเกตของเขาออกไป ประมุขใหญ่ใช้ปลายดาบเขี่ยแขนจินให้ยื่นออกมาข้างหน้า เด็กหนุ่มพยายามไม่คิดถึงความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น

“ผู้หญิงที่ชื่อฮานะกับแขนขวาของนายมันไม่คุ้มหรอกสำหรับฮิโนโทริ”

ดั่งหิมะร่วงบนผิวกายที่เปลือยเปล่า “ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งก็ต้องแลกด้วยหนึ่งชีวิตของผู้ชายคนที่ขอ ถึงจะเท่าเทียมกัน ดีไหม”

สติของจินหลุดวูบไปชั่วขณะ ถึงเตรียมใจไว้บ้างแล้วว่าจะลงเอยแบบนี้แต่ก็อดใจหายไม่ได้ ความจริงแล้วตั้งแต่ออกจากบาร์เรโกะ ตั้งแต่มายืนหน้าฮิโนโทริ เขาก็รู้แล้วว่าจะไม่ได้หายใจอีกต่อไปแล้ว

แต่ฮานะมีค่าพอ เขาจะรับผิดชอบทุกอย่างที่ได้ทำลงไป ปีศาจมาจากนรก ท้ายสุดก็ต้องกลับสู่นรก จินเงยหน้า

“ฮานะอยู่บนชั้นสองของบาร์ชื่อเรโกะ เธอต้องได้กลับบ้าน ยืนยันกับผมได้ไหม”

เขาสบกับสายตาของริวโซ หัวหน้าแก๊งยากุซ่าที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโต ความตั้งใจแรงกล้าไปทะลุกำแพงน้ำแข็งที่ทรงพลัง สีหน้าของคนผู้ซึ่งเดินทางสายสีเทา ทว่าก็ยิ่งใหญ่ในเส้นทางของตน

          “คนอย่างคาจิวาระ ริวโซ ไม่เคยผิดคำพูด ฉันเจอโลกมาสามเท่าของชีวิตนาย อย่าประมาทยากุซ่า รู้ไว้ด้วย”

          ท้ายประโยคเจือความขุ่นเคืองเล็กน้อย จินเม้มปาก แต้มรอยยิ้มมั่นใจลงในใจ แล้วหันไปสบตากับยากุซ่าผมยาวคนนั้นซึ่งยิ้มละไมที่ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง แต่จินเชื่อว่าริวโซเข้าใจ

          ริวโซขยับดาบในมือ จินไม่รู้ว่าชายคนนั้นจะเอา ชีวิตของตนไปด้วยวิธีใด แต่เขาก็รักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ คิดถึงแม่กับการกอดครั้งสุดท้ายตอนหกขวบ น้ำแข็งไสที่แม่พาไปกินครั้งเดียวในชีวิต ครั้งสุดท้ายที่เห็นแม่พูดถึงจังหวัดอาคิตะที่ไม่มีโอกาสได้ไป

          คิดถึงฮานะ คิดถึงความมีน้ำใจของเธอ ทุกความทรงจำ ใบหน้าของเธอจะติดตามเขาไป

          ความเจ็บแปลบเกิดขึ้นที่แขนขวา จินกัดฟัน ปลายดาบกรีดเป็นทางยาวมองเห็นเลือดไหลออกมาแล้วปลายดาบก็ถูกดึงออกไป หัวใจเขาเต้นแรง

          ครั้นแล้วมันก็ถูกกดลงมาอีก คราวนี้ส่วนทางกับครั้งแรก เป็นการกรีดทับเป็นกากบาท ของเหลวสีแดงไหลโกรกลงพื้น เหงื่อข้างขมับซึมออกมา ลมหายใจเริ่มกระชั้น เด็กหนุ่มกำมือแน่น ความเจ็บลุกลาม ริวโซดึงดาบกลับไปแล้วก้าวถอยหลัง สีหน้าพึงพอใจ อิอิดะมารับดาบไปเช็ดเลือดแล้วเก็บเข้าฝัก

          “นายตายแล้ว คางาวะ จิน”

          คนตายกะพริบตา เผลอเงยหน้ามองคนพูด

          “ชีวิตนายเป็นของฉัน เป็นของฮิโนโทริ”

          หัวหน้าใหญ่แห่งฮิโนโทริพูดก่อนจะเดินออกไป ลูกน้องโค้งเคารพ อิอิดะเดินตามไป ทาคามิเนะดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้มแล้วก็ตามออกไป ลูกน้องคนอื่นๆ เช่นกัน ทิ้งให้จินตกตะลึงกับคำตอบที่คาดไม่ถึง

          ชีวิตที่ริวโซหมายถึงไม่ใช่ความตาย แต่คือความเป็นที่เหลืออยู่ ทั้งเวลาต่อจากนี้หมายความว่า...

          ก่อนคำตอบจะมาก้อนเนื้อกลางอกกระทุ้งแรง เลือดที่แขนยิ่งไหล ขณะที่สงสัยก็มองเห็นขาคู่หนึ่งก้าวมาตรงหน้า ชายที่ชื่อคุโรซากิ

          “ไปทำแผล จะได้คุยกันเรื่องสึคิตะ ฮานะ”

          จินยังงเมื่ออีกฝ่ายเคลื่อนไหว กระทั่งเขาแตะมือที่ไหล่ เด็กหนุ่มผงะ

          “คืออะไร”

          คุโรซากิกระตุกยิ้ม

          “นายเกิดใหม่ในฐานะนกฟีนิกซ์ คางาวะคุง”

 

 


อุธิยา

27.9.18



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น