กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 33 : บทที่ 32 ต้องมนต์จันทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

32. ต้องมนต์จันทรา

 

          จินลุกพรวดพราดเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังรัวๆ รีบเปิดและตกใจกับใบหน้าบวมปูดของคนขัดจังหวะการนอน

          “คนของคุเรียวมาเมื่อวานนี้ ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าที่นี่มีผู้ชายแปลกหน้ามาพักอยู่ แต่ฉันปฏิเสธไปแล้ว”

          เธอพูดโดยไม่เกริ่นนำ ลำคอจินตีบตันเมื่อเห็นรอยช้ำที่ตาและริมฝีปากแตกของผู้มีพระคุณ ไม่รู้ว่าเธอพูดอย่างไรทางนั้นถึงเชื่อไม่ขึ้นมาค้น แต่รอยแผลบนใบหน้าเป็นเรื่องยืนยันว่าอีกฝ่ายช่วยเขาไว้ได้

          “ผมขอโทษ”

          “เปลี่ยนคำนั้นเป็นการทำอะไรสักอย่างเถอะ เธออยู่ที่นี่ไม่ได้ คุณหนูคนนั้นด้วย”

          มาม่าซังพ่นควันบุหรี่ “เรื่องเจ็บน่ะช่างมันเถอะ ฉันทำเท่าที่ทำได้ นายต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะยูสึเกะ”

          น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน ถึงแม้จินจะตวัดสายตากับชื่อ แต่คนเรียกก็ไม่สนใจแล้วเดินออกไป เขาถอนใจ ปิดประตู เดินมานั่งที่เก้าอี้ กุมศีรษะครุ่นคิด ที่เตียงฮานะยังนอนหลับอยู่ ใช่ เขาต้องทำอะไรได้แล้ว จะออกไป เธอก็ต้องปลอดภัย

          ที่ไหนที่ฮานะจะปลอดภัย ตำรวจ? ในสถานที่แบบนี้จะต่อรองได้หรือเปล่า นอกจากคุเรียว ตำรวจก็ยังตามหาเขา ถ้าส่งฮานะให้ทางนั้นไปได้แล้วตัวเขาล่ะ

          แล้วคนที่ทำเรื่องขึ้นมาตั้งแต่ต้นอีกล่ะ คาจิวาระ โคโทริ เธอต้องรับผิดชอบด้วย

          ถึงจะเสี่ยงแต่โลกใบนี้ของจินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอยู่แล้ว เขาชาชิน

          จินสวมเสื้อ ในห้องมีข้าวปั้นเหลือหนึ่งห่อกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด จำเป็นต้องหาเสบียงเพิ่ม เหลือบมองร่างของหญิงสาวที่ยังนอนนิ่ง ผ้าม่านเปิดออกทำให้พอมีแสง เด็กหนุ่มเดินไปที่ข้างเตียง ถอดโคมไฟออกมา ถ้าเขากลับมาคงง่ายต่อการมองเห็นหน้า มาถึงวันนี้แล้ว...ขอปิดเป็นความลับต่อไปแล้วกัน

          เขาปิดประตู กดล็อกไว้เหมือนเดิม

 

          วันนี้พรรคฮิโนโทริประชุมเพื่อลงโทษสมาชิกที่ทำงานพลาด สำหรับมาเอดะกับคุโบตะต่างออกไป ทั้งคู่ไม่ได้ทำพลาด แต่กระทำโดยพลการ รวมทั้งลูกน้องของมาเอดะที่ร่วมทีมไปด้วย

          ริวโซกับอิอิดะไม่เข้าร่วม มีแค่คุโรซากิกับทาคามิเนะ และหัวหน้าเขตบางคน ไม่ต้องสอบสวนว่าการหายตัวไปของสิคิตะ ฮานะนั้นรองหัวหน้าอันดับสี่เกี่ยวข้องกันอย่างไร เมื่อคุโรซากิเห็นกับตาและรายงานเรื่องนี้ให้ริวโซรู้แล้ว อีกฝ่ายจึงมอบหมายให้เขาจัดการได้เลย

          “ผมยินดีรับโทษ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหนู ผมทำเอง กับกับคุโบตะเท่านั้น”

          หนุ่มมาดเข้มนั่งคุกเข่าก้มศีรษะพูดอย่างหนักแน่น หน้ากับแขนยังติดพลาสเตอร์ยา เขารู้ดีว่าการลงโทษของยากุซ่าคืออะไร โดยเฉพาะชายผมยาวผู้ซึ่งตอนนี้นั่งเล่นมีดพับไปมา ส่วนคุโบตะนั้นมาในฐานะลูกน้องได้แต่นั่งเงียบอยู่ข้างหลัง ร่างกายถูกพันผ้าไปเกือบสองในสาม

          คุโรซากิมองมาเอดะรวมทั้งลูกน้องอีกห้าคนที่ร่วมแผนการ

          “นายจะรับผิดชอบแทนลูกน้องทั้งหมดได้ไหมมาเอดะ”

          มาเอดะกลืนน้ำลาย เขาปฏิเสธตลอดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโคโทริ ถ้าหญิงสาวถูกพาดพิงว่าเป็นคนบงการจะต้องถูกลงโทษเช่นกัน ริวโซไม่ใช่คนใจอ่อนกับลูกสาว ทุกคนรู้ดี

          ตอนนี้เธอก็เก็บตัว หลังจากที่มีตำรวจมาถามเรื่องการพบเจอกับลูกชายร้านมิโอโมตะ เพราะเป็นหนึ่งในลูกค้าที่สนิทสนมและรู้จักเป็นการส่วนตัวกับสิคึตะ ฮานะ แม้ในที่สุดข่าวจะออกว่าคางาวะ จินเป็นคนทำ แต่ชายผมยาวผู้นี้ก็รู้อะไรมากกว่านั้น

ถ้าแลกความผิดกับหญิงสาวผู้นั้น เขายอม

“นิ้วหนึ่งข้อต่อหนึ่งความผิด ถ้ายอมรับแทนหมดแปลว่านายจะต้องโดนตัดไปทั้งหมดเจ็ดข้อ เท่ากับสองนิ้วกับอีกหนึ่งข้อ ฉันนับถูกไหม”

แผ่นหลังของมาเอดะสะท้าน ลำคอแห้งผาก เขาจะไม่มีนิ้วก้อย นิ้วนางและข้อบนของนิ้วกลาง ชีวิตที่เหลืออยู่จะถูกตราบาปนี้ประทับไปตลอดการว่าเป็นยากุซ่าที่ทำงานพลาด และอาจต้องจบสิ้นอายุชัยในแก๊งตลอดชีวิต ต่อให้ไม่มีฮิโนโทริ เขาก็ลบภาพนั้นไม่ได้ เหมือนที่ลบภาพโคโทริไม่ได้

“ถูกครับ”

“มาเอดะซัง”

เสียงลูกน้องเบื้องหลังดังค้านขึ้นมาแผ่วๆ มาเอดะไม่หันไป เขาส่งสายตาไปที่ชายผู้เตรียมการลงทัณฑ์ สีหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ส่วนทาคามิเนะยืนเคี้ยวหมากฝั่งอย่างรื่นรมย์ ชายคนนี้ชอบเห็นความเจ็บปวด แววตาของเขาเหมือนเด็กน้อยที่รอคอยการไปปิกนิกที่ภูเขา

คุโรซากิลุกขึ้น ใช้นิ้วแตะใบมีดทดสอบความคมก่อนจะก้าวมาตรงหน้าลูกน้องที่ก้มตัวอยู่

“รู้ใช่ไหมว่าต้องเจอกับอะไร เตรียมใจแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงนั้นเนิบนาบ

          มาเอดะหลับตา “ครับ ผมพร้อมแล้ว” เขาวางมือตรงหน้าเตรียมพร้อม มีดในมือคุโรซากิเองก็เช่นกับ เขาพยักหน้าให้ทาคามิเนะ

          “พวกนายถอยออกไปก่อน”

          คนทำความผิดที่เหลือทำตาม รู้ดีว่ายังไงตนเองก็ต้องโดนลงโทษเช่นกัน แต่ในฐานะหัวหน้าต้องรับสิ่งนั้นมากกว่า ลูกน้องของทาคามิเนะเดินเอาผ้ามาปูใต้ฝ่ามือมาเอดะแล้วก็เอาถุงพลาสติกมาครอบที่นิ้วเพื่อไม่ให้นิ้วที่ถูกตัดกระเด็นหายไป

          ชายผมยาวย่อตัวลงนั่ง ถือมีดไว้ในมือสบายๆ สายตามองฝ่ามือที่กางอยู่บนผืนผ้า นิ้วของคนทำผิดประกอบกับฝ่ามือใหญ่สมตัว ข้อนิ้วโป่ง มีไรขนบางๆ แต่เส้นเลือดเขียวเข้มชัด

          เขาใช้ปลายมีดเขี่ยถุงพลาสติกออกเล็กน้อย

          “นิ้วนายนี่ก็น่าตัดอยู่นะ”

          ลูกน้องที่อยู่เบื้องหลังมองหน้ากันแล้วกลืนน้ำลาย เป็นอันรู้กันว่ารองหัวหน้าอันดับสองคนนี้พิศมัยการตัดนิ้ว แต่ไม่ใช่ทุกคน ถ้าไม่ใช่นิ้วที่สวยได้มาตรฐานที่กำหนดของตนเอง ยากุซ่าผมยาวก็ไม่ทำเสียอย่างนั้น เขาถูกลูกน้องนินทาลับหลังเสมอว่าเป็นเหมือน ศิลปินโรคจิต มากกว่ายากุซ่า

          สำหรับมาเอดะแล้วคงเข้าข่ายถูกใจ เพราะคุโรซากิยังมองไม่วางตา

          มีดแตะที่หลังมือ ในห้องเงียบกริบ ทุกคนแทบลืมหายใจ

          ปลายมีดกดลง กรีดช้าๆ เป็นแนวขวางจากปลายนิ้วก้อยไปที่โคนนิ้วหัวแม่มือ เลือกซีมออกมา คิ้วเข้มของมาเอดะขมวด ริมฝีปากเม้มนิดๆ

          แต่แล้วก็หยุด

          “ฉันจะไม่ตัดนิ้วนาย”

          ในห้องตะลึงงัน ทาคามิเนะที่ยืนผ่อนอารมณ์อยู่ยืดตัวคอแข็งขึ้นมาทันที

          “ฉันไม่ได้ใจดี แต่นิ้วที่ได้มาจากการบูชาความรักฉันไม่ต้องการ”

          คำนั้นดังก้อง พูดจบก็ลุกขึ้นยืน มาเอดะเงยหน้า แววตากึ่งตะลึงกึ่งคาดไม่ถึง โดยเฉพาะคำว่า ความรักชายคนนี้รู้ดี รู้ทั้งหมด

          “คุโรซากิซัง”

          คนถูกเรียกเดินออกไป ทาคามิเนะวิ่งตาม “ตัดผม กักบริเวณหนึ่งเดือน คนอื่นกักบริเวณสิบห้าวัน”

          “เดี๋ยวครับ คุโรซากิซัง”

          แต่คุโรซากิไม่สนใจ เดินดุ่มๆ ออกไป คนเรียกก็ได้แต่มองและยืนงง เมื่อหันมาทางคนทำผิด มาเอดะหน้าแดงจัด มือนั้นเปลี่ยนมากำแน่นและสั่นระริก

          ทาคามิเนะเพิ่งเข้าใจว่าจุดประสงค์ที่คุโรซากิทำ ตัดนิ้วเป็นเรื่องปกติของคนทำผิด แค่ทนความเจ็บปวดได้ไม่นานแผลก็หาย เหลือแค่คำบอกเล่าว่าทำงานพลาด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคนในแก๊งยากุซ่า แต่การยกเว้นโทษจากเหตุผลว่าการกระทำนั้นไม่คู่ควรการลงทัณฑ์ไร้สาระเกิดกว่าจะถือเอาความ ซ้ำยังประจานกลายๆ ว่าสมาชิกยากุซ่ากระทำการโง่ๆ เพียงเพื่อบูชาความรักน่าอับอายกว่าหลายเท่า

          ทาคามิเนะรู้ว่าคุโรซากิหมายถึงใคร

 

          คุโรซากินั่งคุกเข่าตรงทางเดิน ตรงหน้ากั้นด้วยบานประตู

          “จัดดอกไม้แล้วปิดประตูสนิทแบบนี้ จะไม่ได้แรงบันดาลใจดีๆ นะครับ”

          “ฉันไม่ได้จัดดอกไม้” เสียงตอบกลับมา

          “งั้นคุณหนูคงกักบริเวณตัวเอง ความผิดอะไรเหรอครับ” เขาพูดต่อพลางหยิบบุหรี่มาจุด พ่นควันพรู “หรือเพราะว่าถ้าทำอย่างนี้จะได้ไม่ต้องพบใคร”

หญิงสาวยังเงียบอยู่ “แต่ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ไปกินข้าวนอกบ้านด้วยนะครับ”

“หุบปากซะทีคุโรซากิ!

ยากุซ่าชุดขาวฉีกยิ้ม รู้อยู่แล้วว่าถ้าเอ่ยเรื่องพ่อครัวรูปหล่อคนนั้นจะทำให้โคโทริมีอารมณ์วูบไหวได้

“จะพูดอะไรก็พูดมา ฉันรำคาญ”

“ตำรวจไม่มาถามคุณหนูเพราะมีพยานชี้ตัวคางาวะ จินแล้ว”

“ไม่มีทางอยู่แล้ว”

“แต่การหายตัวไปของสึคิตะ ฮานะจะเป็นประโยชน์กับใครและใครคือคนแปลกหน้าที่เธอเพิ่งได้เจอในรอบสองปี เรื่องแค่นี้ตำรวจไม่โง่หรอกครับ”

“นายจะบอกว่าฉันโง่ใช่ไหม”

คนอายุมากกว่าอัดควันเข้าปอดนิ่งๆ เป็นฝ่ายรอเวลา หญิงสาวในห้องรู้ตัวว่าเผลอไป จึงเงียบไปพักหนึ่ง

“ขอถามหนึ่งข้อ พยานที่ไหนบอกตำรวจ แน่ใจเหรอว่าจะไม่ถึงฮิโนโทริ”

“ฮิโนโทริไม่ได้เก่งเฉพาะเรื่องทำเงิน บางครั้งเราก็แสดงละครกันได้ด้วย” เขาตอบ อัดควันเข้าปอดครั้งสุดท้ายแล้วกดดับ “ระหว่างนี้คุณหนูก็จัดดอกไม้ไปก่อน ถ้าเบื่อก็รับนัดฮาเซกาว่าตามที่คุณพ่อบอกก็ได้”

พูดแล้วก็ลุกขึ้นยืน ประตูถูกเปิดออก โคโทริยืนประจันหน้ากับเขา เธอสวมเดรสสีม่วงกับถุงเท้าดำ ผมยาวปล่อยสยาย ดวงตาเป็นประกายวาว ชายหนุ่มรู้มาตลอดว่าความงดงามของเธอผสานอยู่ในความโกรธเกรี้ยว ต่างจากฮานะ ผู้หญิงคนนั้นล้ำค่าด้วยรอยยิ้ม

“นายจะต้องจัดการไอ้หมอนั่น”

คุโรซากิสบตาหญิงสาว ความต้องการแรงกล้าพุ่งออกมาบอกชัดว่าไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป เขายกมือทำท่าเหมือนจะแตะปอยผมเธอ แต่แล้วก็ดึงกลับ

“ผมจะเอามามันเป็นของขวัญให้ฮิโนโทริ”

 

นี่ก็วันที่สี่และเข้าสู่คืนที่ห้าแล้วที่ฮานะจากบ้านมา ฮิโนโทริกับตำรวจต่างก็ตามหาเธอ ส่วนตัวเองถูกล่าโดยคุเรียว จินไม่เข้าใจว่าทำไม แม่ถูกฆ่าตายโดยอาซาโน่แห่งฮิโนโทริ ถ้าจะปิดปากเขาก็ต้องเป็นแก๊งนกไฟมากกว่า ส่วนคุเรียวเจ้าถิ่นแห่งโอซาก้าน่าจะเป็นแค่เพราะความไม่ถูกกันมาแต่ก่อน

อีกเรื่องที่ไม่เข้าใจก็คือ อาซาโน่ฆ่าแม่ทำไม ทั้งที่เป็นฝ่ายแสดงความชอบและยินดีจะเลี้ยงดูแม่อย่างชัดแจ้งขนาดนั้น หรือแม่มีความลับอะไร หรือแม่หักหลังอาซาโน่ แล้วผู้ชายคนนั้นหายไปไหน ถ้าเขาเป็นฝ่ายสูญเสียทำไมต้องเก็บตัว แม้แต่คุเรียวก็ยังถามหา

จินคิดถึงคุโรซากิ ชายคนนั้นต้องรู้อะไรแน่ ถึงได้หว่านล้อมให้เขาเข้าแก๊ง แต่...ทำไมถึงมีฮานะอยู่ในเรื่องนี้ได้

หรือทั้งหมดเขาเข้าใจผิด ต้องมีอะไรสักอย่างที่ผิดไปแน่ๆ

เด็กหนุ่มนั่งอยูที่เก้าอี้ สูบมาร์โบโร่ที่เขาไม่ขอบรสชาติแต่จำเป็น ฮานะจมูกดีมาก แค่เปิดห่อข้าวปั้นก็รู้ว่าเป็นเมนไทโกะ เธอต้องปะติดปะต่อมาถึงตัวเขาได้แน่ถ้าได้กลิ่นไมลด์เซเว่น ขนาดถูกขัง ถูกปิดตา ยังมองเห็นความในใจที่แม้แต่ตัวเขายังไม่แน่ใจ แถมยังพูดให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มจนจะเชื่อตามเสียอีก

ในห้องไม่มีกระจกเงา แต่พอเห็นว่ารอยแผลจากการต่อยตีวันก่อนเริ่มบรรเทา แผลแตกแห้ง เหลือแค่อาการขัดยอก ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นรอยเล็บตรงหัวไหล่

คนที่ทำให้เกิดนั่งอยู่บนเตียงเงียบๆ จิบชาที่เขาซื้อมาให้

ถ้าฮานะรู้ว่าผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไปคืออดีตลูกจ้าง แค่เด็กก้นครัว จะตกใจแค่ไหน เขากล้าบอกความในใจเพราะเธอไม่เห็นตัวตน แต่แท้จริงคือขี้ขลาดเกินกว่าจะรับความเกลียดชัง

หญิงสาวซูบลงไป สภาพแวดล้อมแบบนี้ยิ่งแย่ถ้าเธอรู้ว่ามันคืออะไร แต่ขณะเดียวกับเขาก็ตื่นตัวทุกครั้งที่เห็นผมยาวกับข้อเท้าขาวของเธอ

จินดับบุหรี่ สูบลมหายใจลึก เมื่อเช้าเขาถามเธอเรื่องอาซาโน่ น้ำเสียงฮานะประหลาดใจแต่ก็ตอบทุกคำถามที่เขาเขียนบนมือ

ฉันไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนค่ะ ไม่ได้มาเป็นลูกค้านานแล้ว คุณอาซาโน่เป็นคนดี”

คิดว่ายากุซ่าเป็นคนดีเหรอ” เขาถาม เธอเอียงคอ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นดวงตา

สำหรับฉัน เขาสุภาพค่ะ ไม่น่ากลัวเท่าอีกคน เอ่อ...

อีกคน...หมายถึงคุโรซากิแน่ๆ อย่าว่าแต่ฮานะ เขาซึ่งแม้จะถูกมีดมาจ่อตรงหน้าก็ไม่เกร็งเท่าหมอนั่นยืนมองนิ่งๆ

อาซาโน่ ชอบเธอ

อ๊ะ ไม่หรอกค่ะ ฮานะยกมือโบกปฏิเสธ เธอแตะริมฝีปากตนเองแล้วนึก คุณอาซาโน่เคยมากับผู้หญิงค่ะ ไม่ใช่คุณโคโทริด้วย

จินร้อนวาบ นี่เป็นเรื่องใหม่ที่เขาเพิ่งรู้ ใจเต้นโครม หมายถึงฮานะอาจจะเคยเห็นแม่ของเขาก็ได้ และไม่แปลกใจว่าคุโรซากิจะรู้ว่าเขาเป็นใคร

คุณถามถึงคุณอาซาโน่ทำไมเหรอคะ”

น้ำเสียงเจือความระแวง จินมองฮานะแล้วไม่ตอบ เขากำลังสวมบทไหนอยู่ อยากรู้ว่าทำไมแม่ถูกฆ่า คนที่รู้จักชายคนนั้นนอกจากผู้ชายผมยาวก็ต้องเป็นฮานะ

          ความจริง เคยมีมีคนถามถึงคุณอาซาโน่กับฉันมาก่อนด้วยค่ะ

          จินนั่งคอแข็ง ฉันไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกัน แต่ว่าเขาถามถึงคุณอาซาโน่ เรื่องผัก...อุ๊บ!’

          เขารีบปิดปากฮานะ กิริยาเผลอตัวในชั่ววินาทีเกือบทำให้ทุกอย่างพัง รีบเปลี่ยนมาเขียนที่แขนเหมือนเดิม ไม่ได้ถาม อย่าพูดนอกเรื่อง

          ก่อนจะกลับมานั่งยังตำแหน่งเดิมและครุ่นคิดถึงตอนนี้

 

          “ฉัน...รบกวนนิดหนึ่งได้ไหมคะ”

          ไม่มีคำตอบแต่ก็ไม่มีการปฏิเสธ เธอจึงพูดต่อ “ฉันอยากสระผมค่ะ”

          ฮานะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากตอนที่ชายปริศนาค่อยๆ ใช้มือนวดที่ศีรษะ นานแล้วที่ไม่ได้เข้าร้านตัดผมจนจำความรู้สึกไม่ได้ เธอนั่งอยู่ในอ่าง หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง คนๆ นั้นนั่งบนขอบอ่าง ยังถูกปิดตาเหมือนเดิม คราวนี้เขาใช้ที่ปิดตากันแสงเวลานอน

          เหมือนว่าจะสามารถปล่อยตัวปล่อยใจได้ กลิ่นแชมพูเหมือนกระตุ้นให้คืนชีวิต ถ้าไม่มีผ้าปิดตาที่เป็นเครื่องยึดเหนียวสู่ความจริงไว้ เขาใช้ฟองน้ำถูหลังให้เบาๆ สัมผัสยังแผ่วเบาละมุนละไมเช่นเดิม กระทั่งอาบเสร็จเขาเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมให้

          ไม่รู้ว่าจินคิดไปเองหรือเปล่า กลิ่นอายความกลัวและต่อต้านจากฮานะหายไปแล้ว เขาแตะแก้มเธอ ที่แห่งนี้ เธอเป็นของเขาคนเดียว

          ฮานะไอออกมา จินดึงตัวเองกลับ จับมือเธอให้เดินออกจากห้องน้ำ แต่งตัวให้ แล้วใช้ผ้าขนหนูซับเรือนผมอย่างช้าๆ  หญิงสาวผ่อนไหล่ลงพิงพนัก ร่างกายไม่ตรึงแข็งอย่างเคย

          ชายปริศนายืนยันความรู้สึกของตนผ่านการกระทำที่ทะนุถนอม ฮานะเชื่อว่าตนเองคิดไม่ผิด

“ขอบคุณค่ะ”

เธอรู้สึกได้ว่ามือที่กำลังเช็ดผมชะงัก ต่อมาก็ยื่นผ้าขนหนูให้ทำนองว่าทำเอง ฮานะได้ยินเสียงกุกกัก ก่อนที่มือจะถูกจับให้แตะบางอย่าง ความรู้สึกแรกคือร้อน ต่อมาก็เป็นกลิ่นชาเชียว เธอค่อยๆ ยกขึ้นจิบ ร่างกายอบอุ่นขึ้นแต่รู้สึกหนักศีรษะนิดหน่อย

หญิงสาวจิบชาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งคืนให้เขา ความเงียบงันเหมือนละอองเบาบาง ไม่หนักหน่วงเท่าวันแรก เธอเริ่มทำใจกับการได้กลับบ้าน บางทีชีวิตอาจจะถูกกำหนดมาเป็นแบบนี้ ร่ำร้องไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ยังไงร่างกายนี้ก็ไม่อาจกลับไปเป็นเจ้าสาวได้อีกแล้ว สิ่งที่แย่ที่สุดที่กลัวได้กำเนิดขึ้นในใจ

“เอ่อ...ฉัน”

หลังจากตัดสินใจอยู่พักใหญ่ ฮานะก็คิดว่าจะก้าวต่อไป “ฉันอยากออกไปจากที่นี่ค่ะ ฉันยอมไปกับคุณก็ได้ค่ะ แค่ขอให้ออกไปจากที่นี่ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่” เธอพยายามบังคับตัวเองไม่ให้สะอื้น “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ฉันยอมรับได้ค่ะ ฉัน...จะไม่ติดต่อที่บ้านอีก”

          ฮานะกำมือที่วางบนตักแน่นรอการตอบกลับของเขา ฟูมฟายไปก็เสียแรงเปล่า คุณค่าของชีวิตยังเหลืออยู่และต้องเดินต่อไป

“คุณคงไม่คิดจะอยู่แบบนี้ตลอดไปใช่ไหมคะ ฉันอยากออกไปข้างนอก เราไปอยู่ข้างนอกได้นะคะ ไปค้าขายหรือทำอะไรก็ได้ ฉันทำอาหารเป็น ขอแค่...พาออกไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากอยู่แบบนี้ ฉันจะไม่บอกใครจริงๆ ฉันสัญญา นะคะ ได้โปรดเถอะ”

          เสียงฮานะสั่นเครือในประโยคสุดท้าย ข้อเสนอที่เธอพร่ำบอกกับเขามาก่อนหน้านี้หลายครั้ง แต่คำตอบยังเป็นความเงียบ ชายหนุ่มก็ไม่ยอมให้เห็นตัวตน อย่างน้อยเขาก็ปฏิบัติต่อดีขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยคที่สุด  

          นี่คืนที่ห้าแล้ว ความอดทนของเธอใกล้จะขาดเต็มที่ ถึงจะรู้ว่าเจตนาของคนผู้นี้ไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอ แค่ครอบครองร่างกายของเธอ แต่การอาศัยในห้องปิดตายเช่นนี้ไม่ใช่ชีวิต และที่แย่ไปกว่านั้นคือความรู้สึกดื่มด่ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกจังหวะที่เขาล่วงล้ำเข้ามา จำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมให้เขาเปิดเผยตัวตน และพาเธอกลับสู่โลกปกติ ก่อนที่จิตใจตนเองจะมืดดำจนกู่ไม่กลับ

          “คุณคะ ได้ยินฉันไหม ออกไปจากที่นี่เถอะ”

         

          จินรู้ว่าเวลาแบบนี้ย่อมมาถึง แม้จะอยากยืดออกไปเพียงไร มาม่าซังจะเดือดร้อน ฮานะจะไม่ปลอดภัย

          ผมไม่ได้คิดทำร้ายคุณเขาลากอักษรบนท่อนแขนขาว มีรอยยิ้มแต้มริมฝีปาก

          “เรื่องนั้นฉันรู้ค่ะ”

          ผมขอโทษ

          “เอ๋”

          ที่ทำแบบนั้น เขาเขียนที่ละคำ ระงับอาการมือสั่น เห็นฮานะก้มหน้าลง

          ถ้าคุณชอบฉัน บอกได้ไหมคะว่าคุณเป็นใคร

          จินสงสัยว่าทำไมคราวนี้ปีศาจถึงขี้ขลาดขึ้นมา กระทำการล่วงเกินเธอมากมาย แต่สารภาพไม่ได้

          ผมไม่ใช่...

          เขาส่ายหน้า หัวใจเต้นแรง เหงื่อตก

          “ไม่ใช่อะไรคะ” น้ำเสียงฮานะเร่งเร้า “คุณไม่ใช่คนของฮิโนโทริใช่ไหมคะ”

          โชคดีแค่ไหนที่เขาปิดตาเธอไว้ ฮานะเป็นคนเรียบร้อยมีรอยยิ้มสดใสและมีน้ำใจ ซ้ำยังฉลาด

          “เพราะงั้น ฉันคิดว่า...เรา เอ่อ คุณอยากพาฉันออกไปจากที่นี่ คุณทำได้ใช่ไหมคะ แต่ว่าคุณ ยังทำไม่ได้ตอนนี้”

          จินปิดหน้าตัวเอง ลุกเดินไปที่หน้าต่างระงับอารมณ์ รู้สึกหายใจไม่ออก

          “ฉันรับปากว่าจะหายตัวไปกับคุณเงียบๆ ร่วมชีวิตกับคุณก็ได้” ฮานะเหลือไพ่ใบเดียวแล้วตอนนี้ เธอจะชนะหรือแพ้ก็วัดกันไปเลย

          ทุกอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง

          “คุณคะ”

มือสากก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ

          ความร้อนราวกับฮีทเทอร์ส่งผ่านเข้ามาในตัวฮานะจนร้อนพล่าน เหมือนทุกครั้งที่เขาจะ พา เธอไปเป็นคนอื่น ปลายนิ้วลากบนท่อนแขนเพื่อจะสื่อสารเหมือนกับที่ใช้ตลอดมา

          พระจันทร์

          ฮานะใจเต้นแรงตอนที่เขาเขียนอักษรตัวแรก นึกว่าชายปริศนาเรียกชื่อตนเอง แต่แล้วก็หยุด

          “พระจันทร์ ทำไมเหรอคะ”

          แทนคำตอบ ชายในเงามืดก็รั้งแขนเธอให้ลุก และจับจูงไปตามที่เขาต้องการ อากาศที่หนาวเย็นทำให้ฮานะห่อตัวด้วยผ้าห่ม ความรู้สึกแค่ห่างจากเตียงมาไม่เท่าไหร่ ได้ยินเสียงเปิดผ้าม่านดังครืด

          มือใหญ่ปลดผ้าที่ผูกตาออก หัวใจลูกสาวร้านมิโอโมเตะเต้นรัว เขาจะทำอะไร

          ผ้าหลุดลง เธอค่อยๆ เปิดตาขึ้น หวาดหวั่นเหมือนกันว่าจะได้เห็นอะไรที่น่ากลัว แต่ไม่ใช่

          ที่นอกหน้าต่าง ดวงจันทร์สีเหลืองกลมโตสุกสว่างอยู่กลางท้องฟ้าสีดำมืด แสงเจิดจ้าสาดกระทบต้นไม้และเนินเขาเป็นขอบสีทองราวกับภาพวาด ค่ำคืนนี้เงียบสงัดราวกับทุกชีวิตล้วนต้องมนต์จันทรา เธอก็เช่นกัน

          “พระจันทร์เต็มดวง...สวยจัง”

ร่างของชายปริศนาโอบมาจากด้านหลัง ท่อนแขนแข็งแรงของเขากอดแน่นรอบสองไหล่ของเธอ และวางคางบนซอกคอ เสียงลมหายใจของเขาเป่ารินรดหู เป็นอีกครั้งที่ฮานะได้กลิ่นเหมือนแป้งโซบะ

          ความงดงามของดาวบริวารของโลกที่ทอแสงอร่ามทำให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้ม จนเกือบลืมไปว่าตนเองได้ถูกกักกันอยู่ จมูกกับริมฝีปากของเขาได้จดลงที่ผิวเนื้อของเธอ พร้อมกันนั้นก็กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นราวกับกลัวเธอจะอันตรธานไปกับดวงจันทร์

          พลัน ฮานะคิดได้ มุมมองเป็นอิสระ เธอเห็นดวงจันทร์ แปลว่าจะต้องเห็น เขาด้วย

          หัวใจรัวจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง เธอยืนตัวเกร็ง ไม่ใช่เพราะสัมผัสที่ส่งความปรารถนาออกมา แต่เพราะเธอมีโอกาสจะได้ เห็น ความจริงที่สงสัยมาตลอด อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า ผู้ชายที่ได้ความบริสุทธิ์เธอไปคือใคร

          สายตาฮานะยังจ้องดวงจันทร์ แต่หัวใจไม่สนใจความงามของดาวเคราะห์นี้อีกแล้ว เพราะความใกล้ชิดเพียงแค่นี้ แค่หันไปก็จะได้เห็นหน้าเขาแล้ว แค่หันไป แวบเดียวเท่านั้น

          อยู่ดีๆ เขาก็ผละอ้อมกอดออกไป ดึงผ้าที่ห่มตัวหญิงสาวลง ฮานะสะดุ้งนิดๆ กำมือตนเองแน่น แผ่นหลังเปลือยเปล่านั้นคงอยู่ต่อหน้าเขา

          นิ้วลากลงบนผิวช้าๆ ปรากฎเป็นข้อความ

          อย่าหันมา ไม่งั้นผมจะฆ่าคุณ

          ฮานะนิ่งขึง เกือบหยุดหายใจ ตลอดห้าวันแม้มืดดำน่ากลัว ขมขื่นใจและไร้อนาคต แต่ไม่มีการข่มขู่เหมือนครั้งนี้ เขารู้!

          น้ำตาเอ่อ ความลังเลเกาะกุมจนสั่นไหว แค่คำขู่หรือเขาจะทำจริง ชีวิตเธอจะจบเพียงแค่หันมองหน้าเท่านั้นหรือ

          แต่...หากว่าอยู่เช่นนี้ต่อไป จะต่างอะไรกับตาย

มือที่จับสองบ่าอยู่ก็คลายลงข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งทิ้งลำแขนมาข้างหน้าทำท่าเหมือนจะโอบกอดอีกครั้ง หญิงสาวเม้มปากแน่น เลือกหนทางให้ตนเอง

ถ้าจะตาย ขอตายแบบไม่ค้างคาใจ!!

ฮานะคิดแล้วหันทันที!

สิ่งแรกที่เห็นคือฝ่ามือใหญ่ที่ปะทะเข้ามาและความดำมืดก็ครอบคลุมอีกครั้ง หญิงสาวสะดุ้ง ร่างของเธอก็ถูกยันไปติดผนัง พร้อมๆ กันนั้นริมฝีปากของเขาก็ประทับลงมาอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที

ดูเหมือนว่าเขาจะเดาได้ล่วงหน้าก่อนอยู่แล้วว่าเธอจะหันไป เมื่อได้จังหวะก็ปิดตาเธอได้ทันควัน และเมื่อเป็นเช่นนั้น อยู่ในสภาพที่กลับกลายเป็นถูกตรึงไว้ทั้งตัว ฮานะก็ได้แต่ตะลึงงัน

จูบทำให้หยุด แต่รสชาติทำให้อ่อนระทวย สติกระเจิง ได้ยินเสียงผ้าม่านถูกเลื่อนอีกครั้งก็รู้ว่านั่นคือการจบลง ทั้งหน้าต่างและโอกาสการได้เห็นหน้าเขาของเธอ

ร่างของฮานะถูกช้อนขึ้น รู้สึกว่าเป็นตัวเองครั้งสุดท้ายตอนที่แผ่นหลังแตะที่นอน

ฮานะไม่ได้แค่ก้าวผ่านแม่น้ำสวรรค์ แต่เธอเดินทางข้ามหมู่ดาวแสนล้านดวง ร่างกายเป็นของเธอแต่ควบคุมไม่ได้ ทุกอย่างโลดร่ายไปตามการบรรเลงของเขา ความร้อนละลายทุกสิ่ง ได้ยินเสียงร้องที่ไม่เชื่อว่านั่นคือเสียงตนเอง

แต่ฮานะคงไม่รู้ว่าทุกจังหวะที่เธอตอบสนองการสัมผัสจากเขาด้วยการจิกหลังด้วยความรัญจวนใจถึงขีดสุด จินก็บินข้ามจักรวาลไปพร้อมกัน

ถึงแม้จะผิด ถึงจะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็พร้อมจะเดินไป หลอมเธอลงในอ้อมกอด พาเธอไปถึงดวงจันทร์ ฮิโกโบชิกับโอริฮิเมะมาพบกันหนึ่งวันก่อนจะแยกห่างกันไปหนึ่งปี ทั้งคู่มีความหวังจะได้เจอกัน แต่เขาไม่รู้ว่าจะได้เจอกับฮานะอีกหรือไม่ ขอใช้เวลานี้อยู่กับหัวใจนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ให้พระจันทร์เต็มดวงเป็นพยาน

 

 

อุธิยา

15.9.18



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น