กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 28 : บทที่ 27 ตุลาวายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 พ.ค. 61

27. ตุลาวายุ

 

          ยี่สิบนาทีหลังจากมิโอโมเตะเปิดร้าน แต่ฮานะยังไม่กลับมา ในครัวเริ่มงานกันไปโดยไม่มีเธอ กระทั่งเวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง บัดนี้หกโมงครึ่งแล้ว ลูกสาวเจ้าของร้านก็ยังไม่กลับ ทุกคนเริ่มรู้ว่าผิดปกติ

          ชิมะวางสายด้วยสีหน้าเป็นกังวล

          “คุณทาดะบอกว่าคุณฮานะออกมาจากปั๊มตั้งแต่สามโมงครึ่งแล้วค่ะ”

          เธอรายงาน ตรงหน้ามีชิเงรุกับฮิเดโอะที่รอฟังอยู่ เขาทิ้งงานในครัวมาได้เกือบสิบนาทีแล้วหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าน้องสาวไม่ใช่แค่กลับผิดเวลา

          “ฮานะไม่ได้บอกใช่ไหมครับว่าจะไปแวะที่ไหน”

          “ไม่ค่ะ ปกติแล้วถ้าเธอกลับช้าจะโทร.มาบอกก่อนทุกครั้งค่ะ ยิ่งวันนี้ไม่ใช่วันหยุดยังไงเธอก็ต้องกลับมาก่อนเปิดร้านค่ะ ที่ผ่านมาเป็นแบบนั้น”

          ฮิเดโอะหันไปทางบิดา ประมุขบ้านโอคาซากิมีสีหน้าเคร่งเครียด

          “บางทีอาจจะมีอุบัติเหตุ หรือรถไฟมีปัญหาอะไรสักอย่างก็ได้ เดี๋ยวฉันจะลองไปถามที่สถานีตำรวจ อยู่ทางนี้คอยฟังข่าวไว้นะ สักชั่วโมงหนึ่งจะกลับมา”

          “ผมไปด้วย”

          ชิเงรุส่ายหน้า “ฮิเดโอะไปทำงานก่อน พ่อไปเอง แกต้องดูแลร้านให้ดี” เขาพูดตัดบทแล้วเดินไปสวมรองเท้า คนเป็นลูกชายจำยอม ตอนนี้เหลือเขาเท่านั้นที่เป็นคนของบ้านโอคาซากิ ควรต้องเป็นผู้ใหญ่ แม้ในใจจะร้อนจนจนไม่อาจจะอยู่เฉยได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

          “ระวังตัวด้วยนะครับพ่อ” ลูกชายบอก บิดาทำสีหน้ารับรู้

“ฝากด้วยนะคุณชิมะ”

          หัวหน้าสาวเสิร์ฟพยักหน้ารับหนักแน่น ในใจหวาดหวั่นเหลือเกินเมื่อประตูหน้าได้ปิดลง ลางสังหรณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่ฮานะจะออกจากบ้านไปคือสิ่งนี้เองหรือ เธอน่าจะคัดค้านและยืนยันที่จะไปส่งของเอง

          ขออย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับสาวน้อยน่ารักคนนั้นเลย

          ขอให้นายหญิงเมกุมิคุ้มครองเธอด้วย ชิมะได้แต่ภาวนา

                   

          มาเอดะหอบหายใจ เคยภูมิใจว่าตนเองแข็งแรงพอก็ต้องถึงกับเอามือยันเข่าพยุงกายเพื่อไม่ให้ล้มไปเหมือนคุโบตะซึ่งบัดนี้สภาพโชกเลือดไม่รู้เป็นตาย ส่วนคนอื่นก็ไม่ต่างกัน เป็นผลมาจากไอ้เด็กลูกจ้างร้านอาหารคนนี้นั่นเอง เขามองร่างเจ้าตัวปัญหานี่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไป คิดไม่ถึงว่าจะบ้าดีเดือดขนาดล้มยากุซ่าสี่คนได้ เขาเป็นคนที่ห้าที่ยังยืนได้อยู่

          ชายหนุ่มขบกราม จะว่าเลือกคนไม่มีฝีมือมาก็เปล่า สมาชิกแก๊งฮิโนโทริต่อให้ไม่ใช่สายบู๊ยังไงก็ไม่พลาดท่าเด็กมอปลายอายุยังไม่เต็มยี่สิบแน่ๆ

          มาเอดะยืดกายมองผ่านความมืดที่โรยตัว หมอนี่ไม่ธรรมดา ถึงจะเสียเวลาไปหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับล้มเหลว ชายหนุ่มหันไปมองร่างหญิงสาวเป้าหมาย เธอยังไม่ได้สติ ต้องจัดการก่อนให้พ้นไปจากตรงนี้ก่อนแล้วค่อยเรียกคนมาเพิ่มเพื่อให้ทำตามแผนต่อ แปลกใจตรงที่เจ้าลูกน้องอีกสองคนที่ให้รออยู่ที่รถทำไมไม่มาสมทบ ไม่รู้จักหน้าที่ มันน่าไล่ออก

          มาเอดะเดินโซเซไปเพื่อจะอุ้มฮานะ และทำตามคำสั่งจากคุณหนูของเขา ถึงจะวุ่นวายไปหน่อยแต่ท้ายที่สุดก็จบลงได้ เขาย่อตัวลง ฤทธิ์ยาสลบน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ต้องเร่งมือก่อนที่เรื่องจะยุ่งยากกว่านี้

          ชายหนุ่มได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหว พอจะหันไปมองก็ช้าไปแล้ว

          “เฮ้ย!

          ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาชนอย่างจัง มาเอดะล้มกลิ้งไปเพราะไม่ทันระวัง

          “อย่า...แตะ...ต้องคุณฮานะ...”

          เจ้าคนที่คิดว่าหมอบราบคาบไปแล้วนั่นเอง มาเอดะรีบยันตัวเองตั้งหลัก เจ็บแปลบจากแรงชนเมื่อครู่จนชะงักไป แทนที่จะได้สวนกลับ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้จู่โจมต่อเนื่อง

          ใบหน้าครึ่งหนึ่งนั้นอาบเลือด แววตาที่เป็นประกายต้องแสงไฟวาววามแข็งขวาง แม้จะยืนไม่ตรง ขาสั่นริกๆ จนเห็นได้แต่มือกำแน่นพร้อมสู้ต่อ

          “แก...”

          มาเอดะโมโหกึ่งประหลาดใจ การต่อสู้หนึ่งต่อห้าและล้มไปได้สี่คน ตัวเองก็โดนไม่ใช่น้อยแต่ยังมีแรงยืนขึ้นมาได้อีก ความโกรธพุ่งขึ้นอีกระลอก เขาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของโคโทริ คุณหนูเพียงคนเดียวแห่งคาจิวาระ  ซ้ำยังเป็นรองหัวหน้าอันดับสี่ของฮิโนโทริ จะมาเสียท่าให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนไม่ได้!

          คิดแล้วก็พุ่งเข้าไป แต่แล้วในเสี้ยววินาที บางอย่างก็ถูกสาดใสหน้าอย่างจัง

          “โอ๊ย!

          มันคือดินปนทรายเต็มกำมือ คนจู่โจมชะงักไปทันที

          “อะ อะไรวะเนี่ย! โอ้ย!

          ไม่ต้องรู้ว่าอีกฝายเอามาจากไหน เพราะเมื่อพยายามจะลืมตาเขาก็เจอกับกำปั้นที่ซัดเข้ามาทันที ด้วยสัญชาตญาณที่ต่อสู้มาหลายปี มาเอดะเบี่ยงหน้าหนีได้ทัน แรงปะทะจึงเกิดขึ้นแถวคอ หูได้ยินเสียงดังพลัก ร่างของเขาเซไป

          “อึก!

          จินเสียดายที่พลาดเป้า นั่นเป็นพลังเฮือกสุดท้ายของเขาแล้ว ถึงตอนนี้แรงจะยืนยังไม่มี แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่ยอมให้พวกนี้ได้ฮานะไปเป็นอันขาด เขารู้จุดประสงค์ของพวกมัน และคุณหนูผู้มีดวงตาเป็นไฟคนนั้นด้วย

ถ้าจัดการให้อับอาย ก็ไม่มีหน้าจะแต่งงานได้แล้ว

เรื่องที่ทำให้ผู้หญิงอับอายจนถึงขนาดไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้มีเพียงเรื่องเดียว สายตาหื่นกระหายทุกครั้งที่คุโบตะมองนายจ้างสาวของเขา และเมื่อไม่มีงานแต่งงานระหว่างลูกชายและลูกสาวบุญธรรมบ้านโอคาซากิ ศัตรูหัวใจก็ไม่มี โอกาสของคาจิวาระ โคโทริก็จะกลายเป็นหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์

จินพาร่างตัวเองไปที่ฮานะ หมายตารถตู้คันนั้นให้ช่วยเธอกับเขาออกไปจากตรงนี้เพราะไม่เห็นมีสมาชิกฮิโนโทริมาสมทบ และที่สำคัญตอนนี้เขาจะไม่ไหวแล้ว ต้องกะพริบตาปรับโฟกัสภาพที่พร่าเลือน

สัญชาตญาณเตือนให้รู้ว่ามีบางอย่างอยู่เบื้องหลัง จินรีบฉีกตัวออกห่าง เสียงลมปะทะดังหวีดที่ข้างหู เขากลิ้งหลบออกไป

คุโบตะยืนอยู่ ใบหน้าท่วมเลือดแสยะยิ้มน่ากลัว

“คิดว่า...จะชนะยากุซ่าได้ง่ายๆ หรือไงไอ้หนู แกทำฉันแสบมาก” พูดแล้วก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จินยังไม่ทันตั้งหลักก็โดนหมัดตรงจนกระเด็น ยากุซ่าจอมหยาบคายตามเข้ามาวาดเท้าเตะเต็มแรง

“นี่! นี่! เป็นไง! เก่งนักใช่ไหม หา! เก่งนักใช่ไหม ลุกขึ้นมาสิเว้ย ไอ้เด็กอวดดี ลุกขึ้นมา!

จินยังยกแขนกันหน้าไว้ พยายามกัดฟันประคองสติในขณะที่อีกฝ่ายแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง โทษตัวเองที่ไม่ซ้ำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ลุกขึ้นมาอีก ไม่มีส่วนไหนพ้นความเจ็บ รู้สึกเหมือนวิญญาณพร้อมจะหลุดออกจากร่างได้ทุกเมื่อ

“แกไม่มีทางขวางเราได้หรอกเว้ย! นังหนูนั่นมันต้องเป็นของฉัน! ฉันจะเล่นเธอให้หนำใจเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”

ได้ยินคำพูดที่หมายถึงฮานะร่างจินกระตุกเฮือก แล้วนิ่งไป

คุโบตะชะงัก “อะไรวะ ตายแล้วหรือไง” คำพูดพ่นออกมาพร้อมเลือด “ไม่นะเว้ย แกจะตายอะไรง่ายๆ ได้ไง ลุกขึ้นมาสิวะ! ลุกขึ้นมา! แกจะได้เห็นอะไรดีๆ มาเอดะ เฮ้ย! มาเอดะ นายก็ด้วย ลุกขึ้นมาไอ้กระจอก! แผนการของแกมันเละเทะอย่างนี้ไง เห็นไหมล่ะ”

ร่างที่ยังยืนอยู่เพียงหนึ่งเดียวตะโกนเหมือนคนเสียสติ ท่ามกลางความมืดและเสียงลมหวีดหวิว เหลือแต่แสงไฟที่เหมือนดวงวิญญาณที่หลงทาง

เมื่อเห็นจินแน่นิ่งไป คุโบตะเคลื่อนตัวไปที่ร้างฮานะ ยอบตัวลงนั่ง มือหยาบเปื้อนเลือดเอื้อมไปแตะที่เสื้อ ค่อยๆ เลื่อนไปที่ผิวเนียน หน้าอกขนาดพอดีกำลังจะอยู่ใต้ฝ่ามือ ลมหายใจกักขฬะกระชั้นถี่เมื่อนึกถึงความงดงามได้ร่มผ้าที่ตนกำลังจะได้เป็นผลตอบแทน จึงไม่ทันได้ใช้ความระแวดระวังในการมาอย่างเงียบเชียบเบื้องหลัง

“พลั่วะ!

ไม้เบสบอลฟาดเข้ากลางศีรษะอย่างจัง ทั้งไม้ทั้งคนลอยละลิ่วเหมือนใบไม้หลุดจากยขั้ว เลือดสาดกระเซ็นไปเปื้อนบนเสื้อของฮานะ

จินทรุดฮวบหัวเข่าแตะพื้น การล้มยากุซ่าห้าคนได้แลกมากับอาการบาดเจ็บไปทั้งร่าง โชคดีที่การโจมตีครั้งสุดท้ายเข้าเป้าอย่างถนัดถี่ กลิ่นคาวเลือดฟุ้งส่วนหนึ่งคือบนใบหน้าตัวเอง รู้สึกได้ว่าตาข้างหนึ่งบวม ข้อมือขวาปวดแปลบอยู่ตลอดเวลา

          แต่เหนืออื่นใด ถ้าฮานะปลอดภัยดี ต่อให้แลกชีวิตนี้ไปกระโจนลงไฟหรือตกนรกที่ไหนเขาก็ยอมทั้งนั้น

          จินถ่มเลือดในปากทิ้ง ปาดเลือดให้พ้นจากตาซ้ายที่ยังเปิดอยู่ให้พอมองเห็น ตอนนี้ยังแค่เจ็บ แต่ถึงคืนนี้เมื่อไหร่คงระบมจนแทบนอนไม่ได้แน่ เขาผ่านเรื่องแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

          ยังเห็นรถตู้คันนั้นจอดอยู่ เขาเดินไปที่ร่างแน่นิ่งของคุโบตะ ก้มลงไปแล้วพูดใส่ใบหน้าอาบเลือดที่ไม่รู้ว่ายังมีลมหายใจหรือไม่

          “ฉันมาเอาคืนที่นายเคยฝากไว้”

          จบคำก็รีบไปอุ้มฮานะที่ยังสลบขึ้นมา เจ็บกลางลำตัวแปล๊บแต่ก็กัดฟันฝืน หางตามองเห็นร่างที่นอนระเนระนาดอยู่เริ่มเคลื่อนไหว เด็กหนุ่มลืมความเจ็บปวดไปสิ้น รีบพาเธอไปที่รถตู้ ตกใจเกือบสิ้นสติเมื่อเห็นร่างหนึ่งนั่งพิงประตูรถ เกือบจะร้องโวยออกมาแต่ยั้งไว้ทัน

          แสงอาทิตย์ดับสนิทไปแล้ว ใกล้ภูเขาอย่างนี้ยิ่งมืดสลัว แต่ก็พอมองเห็นว่าร่างนั้นนั่งไม่ไหวติง จินใช้เท้าเขี่ย ร่างนั้นล้มตึง เกิดอะไรขึ้น

          จะอะไรก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ ต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด จินว่างร่างฮานะไว้ที่เบาะตามแนวยาว ไม่ดีแน่ถ้าจะให้เธอนั่งคู่คนขับในสภาพแบบนี้ แล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูคนขับ ต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเพราะเห็นอีกร่างหนึ่งนอนคว่ำนิ่ง

          “อะไรกันวะ”

          อดจะสบถออกมาไม่ได้ ความสงสัยพวยพุ่งกว่าเดิม เกิดอะไรขึ้น มีใครบางคนทำให้สองคนนี้ไม่ได้ไปสมทบในการต่อสู้ของเขา

          จินกะพริบตา ช่างมันก่อน เขาเปิดประตู เหวี่ยงตัวเองเข้าในบนรถ กุญแจคาอยู่บอกให้รู้ว่าเจ้าคนขับถูกโจมตีขณะนั่งรถเตรียมพร้อมจะออกรถแน่ๆ เป็นโชคดีของเขา

          สมัยอยู่โอซาก้าเขาเคยขับรถอยู่สองสามครั้ง ถึงจะเป็นรถตู้แต่ก็คงไม่ต่างกันมาก สิ่งต่อไปในหัวคือเป้าหมาย เขาจะพาฮานะไปที่ไหน

          “เฮ้ย!

          มีมือมาทุบที่กระจกฝั่งคนขับ เจ้าคนที่นอนสลบอยู่ข้างประตูนั่นเอง

          “เฮ้ยหยุดนะเว้ย!

          กระจกฝั่งข้างคนขับก็มี บ้าชะมัด สงสัยการไปเขี่ยทำให้มันตื่นขึ้นมา จินคิดแล้วรีบกระแทกเท้าที่คันเร่ง พารถเคลื่อนออกไปอย่างเร็ว เห็นเจ้าสองคนนั้นตะโกนโหวกเหวก แล้วก็วิ่งไปยังเพื่อนร่วมแก๊งที่นอนหมดสภาพกันอยู่

          เสียงรถหายไปในความมืด ที่ว่างเชิงเขาเหลือแต่ความเงียบอีกครั้ง

 

          ในป่าข้างทางที่ห่างออกไปเล็กน้อย ชายคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์อย่างเงียบเชียบ เขาเหลือบมองไปทางซ้ายมือของตัวเองก่อนจะผุดยิ้ม

“ไม่ไหวเลย แค่เด็กคนเดียวยังเอาชนะไม่ได้”

พูดแล้วโยนบุหรี่ลงบนพื้น เหยียบดับก่อนจะเดินออกไป

          ถัดออกไปจากมุมที่ชายสูบบุหรี่ยืน มีชายสองคนยืนมองการต่อสู้นั้นอยู่เช่นกัน พวกเขาเห็นตั้งแต่แรกจนจบ

          คนหนึ่งพูดขึ้น “ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแบบนี้ได้ ต้องเปลี่ยนแผน ตามไปก็ไม่ได้ด้วยสิ”

          คนฟังซึ่งสวมแว่นสีชาเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์

          “โมโหอะไรน่ะ”

          คนถามใส่สูทลายทางหยิบบุหรี่มาสูบ “รู้แล้วใช่ไหม ทำไมถึงยังฆ่าเด็กนั่นไม่ได้”

          อีกฝ่ายมองกลับมา แม้ถูกอำพรางแต่ก็ยังรู้ว่านัยน์ตาแข็งกร้าว กระนั้นเขาก็ไม่ตอบอะไร คนพูดพ่นคว้นแล้วมองไปทางขวามือของตนเอง

          “มีคู่แข่ง...อย่างนี้เองสินะ”

 

          สองทุ่มสิบนาที ในครัวร้านมิโอโมเตะยังชุลมุนกับการทำงาน แม้ตอนนี้จะขาดแรงไปถึงสองคน นั่นคือฮานะกับฮิเดโอะ แต่เมนูอาหารก็ยังถูกลำเลียง เห็ดมัตสึตาเกะกับปลาซันมะย่างเกลือ สุดยอดอาหารในฤดูใบไม้ผลิเป็นเมนูขึ้นป้ายเหมือนปีก่อนๆ

          หลังจากมีข่าวไม่ดีของฮานะ และชิเงรุกลับจากการไปสอบถามที่ป้อมตำรวจแล้วไม่มีคำตอบ ฮิเดโอะก็ไม่มีสมาธิแม้จะหั่นปลาดิบ เขาขอร้องให้บิดาปิดร้านทันที แต่เพราะลูกค้าได้จองล่วงหน้ามาแล้วจะยกเลิกเลยไม่ได้ ดังนั้นประมุขบ้านโอคาซากิจึงตัดสินใจบอกปัดลูกค้าใหม่เพื่อจะได้ปิดร้านให้เร็วขึ้น ตอนนี้จึงเหลือลูกค้าแค่สี่ห้อง

          แล้วชายหนุ่มก็เลือกออกไปตามหาด้วยตัวเอง ไปในทุกร้านที่คิดว่าฮานะจะไป รวมทั้งให้ชิมะโทร.สอบถามไปตามโรงพยาบาลในกรณีหากเกิดอุบัติเหตุด้วย

          แม้การทำงานจะยังดำเนินไป แต่บรรยากาศปกคลุมด้วยความหวั่นวิตก ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน ลูกสาวบ้านโอคาซากิ คุณหนูผู้น่ารักและเป็นที่รักของทุกคนหายตัวไป พนักงานเสิร์ฟพลอยไม่มีกะจิตกะใจทำงาน

          ขนาดซาโอริผู้ร่าเริงช่างเจรจายังเงียบกริบ ตาแดงไหวระริก มิชิโกะผู้มีประสบการณ์สูงยังทำเบียร์หก จนชิเงรุต้องเรียกทุกคนมารวมกัน

          ฮิเดโอะแจ้งความไว้แล้ว ทุกคนต้องใจเย็นๆ และเตรียมพร้อมเผื่อมีอะไรเกิดขึ้น

          เขาทำให้บรรยากาศที่กำลังจะวุ่นวายกลับสู่ความปกติได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง มาโมรุพูดกับชินโงเบาๆ

          “คุณชิเงรุเหมือนไม่ห่วงคุณฮานะเลย”

          คำตอบคือมือฟาดเพี้ยะลงที่ศีรษะ รุ่นน้องสะดุ้ง “พูดอย่างนั้นได้ยังไงวะ ถึงจะนิ่งอย่างนั้นแต่ข้างในคุณชิเงรุน่ะร้อนใจที่สุดเลยนะ ลูกสาวทั้งคน ใครจะมากระวนกระวายเหมือนนาย คุณชิเงรุเป็นนายใหญ่นะ เป็นหัวหน้าครอบครัว”

          หนุ่มทาคายาม่าคลำศีรษะป้อย น้ำตารื้น “รุ่นพี่ก็บอกดีๆ ก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องตบเลย”

          “ไม่ต้องพูดมาก เติมถ่านมาเร็วๆ”

          ชินโงคำรามแล้วรีบกลับไปย่างปลาซันมะต่อ อีกฝ่ายถอนใจ บ่นพึมพำว่ารุ่นพี่ทำรุนแรงเกิดเหตุ แต่ก็จริงดังว่า ทันที่ที่รู้ว่าฮานะหายตัวไปและไม่มีการติดต่อ เขาก็เบลอไปก่อนใคร หยิบจับอะไรไม่ได้จนโคจิตะคอกเรียกสติ

          ตอนนี้ทุกคนคงกังวลไม่แพ้กัน แต่ก็พยายามมีสมาธิเพื่อหน้าที่ต่อให้เสร็จ แล้วค่อยคิดแก้ปัญหา

          มาโมรุคีบถ่านใส่เตาเล็ก ภาวนา ขอให้คุณฮานะปลอดภัยด้วยเถิด

 

          ทันทีที่รู้สึกตัว ฮานะรีบยันกายลุกขึ้น แต่อาการปวดจี๊ดเล่นงานทันที เธอกุมศีรษะ

          สัมผัสรอบตัวคือพื้นปูนเย็นและเข็งกับความมืดมิด ฮานะใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะปรับตัวกับสถานที่ และเมื่อรับรู้สถานการณ์หัวใจก็เต้นระรัว เธอถูกจับตัวมา โดยกลุ่มยากุซ่า!

          ที่นี่ที่ไหน!

          ความหวาดกลัวโจมตีรุนแรง หญิงสาวที่พยายามจะลุกยืน ตัวสั่นสะท้าน คำถามมากมายอยู่ในสมองพร้อมความสับสน อะไร ทำไม จะเป็นอย่างไร จะทำยังไงต่อจากนี้

ร่วมสิบนาทีถึงจะควบคุมตนเองได้ สูดลมหายใจลึก ไม่ว่าจะเป็นอะไรต้องมีสติก่อน พยายามมองหาหวังว่าจะมีแสงสักเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่มี ฮานะยันกายขึ้นแล้ว ยกมือคลำแปะปะ ความรู้สึกเย็นบอกให้รู้ว่าห้องนี้ไม่มีฮีทเตอร์ และเวลาคงจะล่วงเข้ากลางคืนแล้ว

          มือของเธอแตะโดนความแข็ง กำแพงนั่นเอง อย่างน้อยก็รู้ว่านี่เป็นห้อง

          ได้ยินเสียงร้องแว่วมา ฮานะสะดุ้ง รีบหดตัวลงนั่ง ใจเต้นตึกตัก ที่นี่ที่ไหนกันนะ

          เสียงเงียบลงไปแล้ว แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้า เธอยังไม่กล้าขยับตัว รอสักพักก็ค่อยๆ ลุกขึ้นอีกครั้ง มือคลำทางขณะที่ความกลัวยังจู่โจมอยู่ บอกตัวเองว่าพยายามมีสติ นึกถึงประสบการณ์หลงป่าในฤดูร้อนตอนอายุสิบสอง ถึงตอนนั้นจะเป็นกลางวัน แต่ด้วยวัยเด็กก็เสียขวัญมิใช่น้อย รู้ดีว่าวันนี้อันตรายกว่าหลายเท่า แต่ต้องไม่แตกตื่นเกินไป

          ระหว่างที่เดินหากึ่งสำรวจสมองก็ครุ่นคิด ใครกันทำแบบนี้ จับเธอมาต้องการอะไร ค่าไถ่งั้นหรือ

แต่เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบ้าน ทำงานหนักเท่าๆ ลูกจ้างด้วยซ้ำ ชีวิตอยู่แค่ฮิงาชิยาม่า กิอง น้อยครั้งจะได้ออกไปเที่ยวอย่างคนอื่น

ฮานะจับเจอมุมห้อง ไล่มือต่อไป โดยปกติสวิตช์ไฟจะอยู่ตรงทางเข้า เธอต้องหาประตูให้เจอก่อน  ในที่สุดก็เจอ เธอร้องอุทานขึ้นมาด้วยความดีใจ รีบกด

แต่ไฟไม่ติด

หญิงสาวกดเปิดปิดซ้ำๆ แต่ไม่เป็นผล ความล้มเหลวทำให้ขวัญที่กลับมากำลังจะหายอีกรอบ

“ทำไมล่ะ”

ฮานะทรุดลงนั่ง กลั้นน้ำตาไม่ไหว ตัวสั่น และเมื่อมีหยดแรก ความอดทนก็พลังทลาย เธอสะอื้นฮัก ยิ่งคิดถึงคนที่ลักพาตัวมายิ่งกลัวจนสะท้าน

เธอจบมอปลายแล้วก็ช่วยที่บ้านทำงานมาตลอด สังคมมหาวิทยาลัยก็ไม่มี โลกใบนี้มีแค่ผักดอง ครัว ของขวัญของลูกค้า นานทีจะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง ครั้งสุดท้ายที่ดูคอนเสิร์ตก็ตั้งแต่สมัยอยู่ปีหนึ่งโน่น

ครู่หนึ่งที่ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ค่อยๆ ยันกายขึ้นยืนอีกครั้ง อย่าเพิ่งยอมแพ้ ฮานะบอกกับตัวเอง คิดกลับกันใครบอกคนที่จับเธอจะต้องรู้ว่าห้องนี้ใช้งานได้ ไม่งั้นเขาจะเห็นเธอได้ยังไง

หญิงสาวเปลี่ยนทิศทาง หันหลังกลับก่อนจะค่อยๆ เดิน ในเมื่อเป็นห้อง ก็น่าจะมีเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง ก้าวเท้าไปก็คิดอีก ใครทำอย่างนี้ เธอทำอะไรให้ใคร

ภาพของคาจิวาระ โคโทริแวบเข้ามา

พร้อมๆ กับที่ขาฮานะสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ขวางหนา ร่างของเธอถลาออกไป

“ว้าย!

มือไขว่คว้าอากาศก่อนจะล้มลง สัมผัสแรกคือความนุ่มกว่าที่คิด หน้าที่ทิ่มลงไปทำให้รู้ว่าคือที่นอน

รีบยันตัวขึ้นนั่ง จับจมูกป้อย เจ็บเล็กน้อยแต่ก็มีกำลังใจขึ้น ในห้องมีที่นอน เธอสัมผัสจนรู้ว่าตรงไหนเป็นหัวเตียง และเมื่อมีหัวเตียง บางทีก็อาจจะมีโคมไฟ

          มือจับเจอสายไฟ เธอดึงขึ้นมาจนเจอสวิตช์แล้วกดทันที

          ไฟสว่าง

          หญิงสาวร้องออกมาเป่าลมหายใจพรู รู้สึเหมือนเหนื่อยแสนสาหัส แต่ก็โล่งในในคราวเดียว แสงสว่างทำให้พอรู้ชะตากรรม แม้จะแค่สลัวแต่ก็ดีกว่าเดิม

          ในห้องมีเตียงกับตู้เล็กๆ ตรงมุมห้อง ประตูสองบาน บานแรกอยู่ฝั่งซ้าย ส่วนอีกบานอยู่ใกล้ๆ ตู้ มีเก้าอี้หนึ่งตัว ทุกอย่างดูเก่า ผนังมีรอยแตกและหยากไย่เกาะตรงมุมเพดาน แม้แต่เตียงที่นั่งอยู่ก็มีกลิ่นอับเล็กน้อย ในห้องไม่มีนาฬิการวมทั้งกระเป๋าของเธอ หญิงสาวถลาไปที่ประตู เปิดออกโดยแรง

          ข้างในเป็นห้องเล็กๆ เธอพอมองเห็นสวิตช์ไฟจึงกดเปิด ห้องน้ำนั่นเอง ข้างในมีอ่าง มีเก้าอี้พลาสติก ไม่มีกระจก ตรงผนังเหนืออ่างอาบน้ำขึ้นไปมีหน้าต่าง ฮานะก้าวขึ้นไปเหยียบบนของอ่าง แต่หน้าต่างนั้นสูงเกินไป เธอเขย่งจนสุดแล้วมองเห็นแค่ความมืดเท่านั้นเอง และเป็นหน้าต่างแบบกระจกฝังจึงไม่สามารถเปิดออกได้

          ล้มเลิกความพยายามแล้วเดินกลับมาในห้อง เมื่อประตูนี้คือห้องน้ำ อีกประตูหนึ่งก็ต้องเป็นทางออก

          เธอเคลื่อนกายเข้าใจ หมุนลูกบิด แน่นอนว่าถูกมันล็อก

          แม้จะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วแต่อดใจหายกับการถูกริดรอนอิสรภาพไม่ได้ ทุกอย่างที่เคยเห็นในข่าวคือเรื่องจริง ฮานะแนบหูกับประตูไม้

          “กรี๊ด!

          หญิงสาวผงะ รีบถอยหลังกลับ ลนลานไปนั่งที่เตียงด้วยความตระหนก เสียงนั้นชัดเจนเหมือนอยู่ตรงหน้า ส่งให้สมองรับรู้ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ หัวใจเต้นระรัวอีกระรอก

          เธอนั่งหดขาเข้ามา กอดเข่าระงับความกลัวที่โลมเลียมผิวหนัง ควบคุมการหายใจ และพยายามไม่คิดถึงอะไรข้างหน้า สายตาทอดไปอย่างไร้จุดหมาย ขั่วขณะ...พอเห็นเท้าเปล่าเปลือยก็นึกขึ้นได้

          ฮานะกะพริบตา คำตอบมาทันที รองเท้าคู่ที่ใส่มาถูกวางไว้ข้างประตู

          เธอก้าวจากเตียง เท้าสัมผัสพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แวบหนึ่งมีความรู้สึกประหลาด ใครบางคนที่ลักพาเธอมามีแก่ใจถอดรองเท้าให้อย่างเรียบร้อย แต่ไม่ได้วางเธอนอนบนเตียง จะว่าร้ายก็ถูก พิลึกก็ใช่

          เหมือนมีความ รู้จักอยู่ในพฤติกรรม ไม่สิ! ฮานะสั่นหัว ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะเป็นที่ไม่ชอบใจถึงได้ถูกทำแบบนี้

          ยากุซ่า ฮิโนโทริ โคโทริ ผู้หญิงคนนั้นหรือ

          ลูกสาวบุญธรรมบ้านโอคาซากิหมดเรี่ยวแรง กี่โมงแล้วก็ไม่รู้ ที่นี่เป็นที่ไหนก็ไม่รู้ คนที่พามาเป็นใคร จะมาตอนไหนยังไงก็ไม่รู้ จะถูกทำอะไรก็ไม่รู้ ความหวาดผวายังวนเวียนในจิตใจไม่หายไป คิดถึงบ้านจับใจ ป่านนี้ทุกคนคงรู้เรื่องการหายไปของเธอแล้ว ที่ร้านจะหยุดหรือเปล่า จะวุ่นวายขนาดไหน

          ป้าชิมะเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกัน เพราะเธอยืนยันจะมาส่งของให้ลูกค้าเอง ถ้าเธอเชื่อชิมะ บางทีตอนนี้ก็คงจะช่วยงานอยู่ที่ร้าน และทุกคนก็ไม่เดือดร้อน เพราะเธอเอง

          ฮานะรู้สึกหนาวจับใจ

นร็น 

 


อุธิยา

31.5.18



สามารถติดตามผลงานอื่นๆ ของอุธิยาได้ที่

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&exact_keyword=1&page_no=1&type=author&search=%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name=&bundle_type=&bundle_type_name=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #26 fsn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 00:15

    อยากให้มีสายรุ้งบ้างจังคะ

    #26
    1
    • #26-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 28)
      17 มิถุนายน 2561 / 19:19
      เป็นความหวานอมขมแบบชอคโกแลตพอได้ไหมคะ ^ ^
      #26-1