กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 27 : บทที่ 26 เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 พ.ค. 61

26. เมื่อใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี

 

          คุโรซากิเดินมานั่งที่โซฟา จุดบุหรี่ยี่ห้อแบลคสโตน พรรคฮิโนโทริตอนนี้มีแต่เขาที่เป็นสมาชิกระดับสูง นอกนั้นเป็นสมาชิกระดับล่าง ยากุซ่าหนุ่มเอนกายพิงพนัก ยกขาไขว่ห้าง พ่นควันไปในอากาศ

          ผมมีพยานยืนยันที่อยู่ คุณคุโรซากิก็รู้จักนี่ครับ เราเจอเขาด้วยกัน

          คุโรซากิมองเพดานสีขาว ได้ยินเสียงตัวเองตอบคู่สนทนา

          เพราะงั้น นายจึงต้อง ตาย ยังไงล่ะ

          คนฟังเบิกตากว้างก่อนจะหลุบลงคล้ายยอมรับ

          ชายผมยาวมองควันที่ลอยอ้อยอิ่งแล้วค่อยๆ จางหายไป ห้องรับแขกแบบตะวันตกติดเครื่องปรับอากาศทำให้ไม่ได้ยินเสียงร้องของจั๊กจั่น จึงรู้สึกเหมือนว่าฤดูร้อนได้สิ้นสุดลงแล้ว

          เด็กนั่นเป็นลูกของโนโซมิ คุเรียวไม่ปล่อยไว้แน่

          แล้วนายคิดว่าฉันจำเป็นต้องปกป้องเด็กนั่นหรือไง

          เอาลูกเสือมาไว้ใกล้ตัวดีกว่าปล่อยเข้าป่า ใช้สัญชาตญาณมันให้เป็นประโยชน์

          คุโรซากิคิดถึงแววตาที่ริวโซมองเด็กเร่ร่อนในปีที่แล้ว ก่อนจะเอ่ยต่อบทสนทนาใส่ใบหน้าช้ำเลือดซึ่งมองเห็นจากแสงเล็กน้อยที่ส่องลอดเข้าหน้าต่างมา

          นายทำตัวเอง อาซาโน่ นายสมควรตาย

          คุโรซากิที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกกำลังตัดสินใจว่าเขาควรจะ ยื่นมือ เข้าไปดีหรือไม่ หลังจากลองใช้วิธีกล่อมมาแล้วไม่ได้ผล มีสองชื่อให้เลือก ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็มีผลกระทบต่อพรรคอย่างไม่ต้องสงสัย หนุ่มผมยาวดับบุหรี่ กระตุกยิ้ม

          “ไอ้เด็กบ้า นายจะทำให้เรื่องมันยุ่งยาก”

 

          ตรงหน้าจินคือชายจรจัดคนเดิมที่ฟันหน้าหายไป

          เขากลับมานิชิเคียวอีกครั้ง คนไร้บ้านมองอย่างไม่ค่อยเชื่อนักในตอนแรก “เจ้าหนูนี่เอง ไม่เจอพักเดียว โตขึ้นเกือบจำไม่ได้”

          คำกล่าวมาพร้อมกลิ่นสาบ ยิ่งเป็นปลายฤดูร้อนที่กลางวันยังมีไอระอุ และสถานที่คือซอกตึกด้านหลังร้านอาหารทำให้ผู้มาเยือนอึดอัด น่าขันที่เขารู้สึกรังเกียจ ทั้งที่ก็เคยอยู่ในสภาพนี้เกือบสองเดือน ความรู้สึกคนทั่วไปมองเขาเป็นแบบนี้เองสินะ ยกเว้นแค่ผู้หญิงคนนั้น

          “มีอะไรหรือไง ฉันไม่เคยเจออาซาโน่หรอกนะ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

          จินหยิบแบงก์หมื่นเยนออกมาทำท่านับ อีกฝ่ายเบิกตา เพียงแวบเดียวก็ทำท่ากลบเกลื่อน แต่ไม่รอดสายตาผู้มาเยือน เพราะเมื่อจินทำท่าเหมือนแบงก์จะหลุดมือ ชายสกปรกผวารับทันที แต่จินยังถือค้างไว้

          “รู้อะไรแล้วใช่ไหม”

          “มีข่าวลืมว่ายากุซ่าคนนั้นตายแล้ว”

          “จากไหน ใครพูด”

          “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”

          จินจุดบุหรี่แล้วยืนให้ อีกฝ่ายทำท่าจะรับแต่ถูกชักออกก่อน

          “อ้าปาก” คนจะให้สั่ง

          “หา...” ชายจรจัดทำหน้าเบ้ “นายจะทำอะไร”

          “สองหมื่นเยนกับบุหรี่อีกสองตัวถ้าตอบคำถามดีๆ กับทำตามที่บอก” จินตอบ ก่อนจะหยิบธนบัตรมาโบกไปมา คนไร้บ้านมองตาไม่กะพริบ ครั้นแล้วก็ค่อยๆ เปิดปากตามที่ถูกสั่ง

          พลัน จินยัดธนบัตรทั้งสองใบเข้าปากอีกฝ่ายอย่างรวดร็ว วินาทีถัดมาก็ขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตที่มีคราบเบียร์แล้วดันร่างคนใส่ไปติดผนัง

          “อ๊ะ!

          คนถูกจู่โจมทำท่าจะดิ้น แต่ช้าไปกว่าบุหรี่ที่พุ่งเข้ามาจ่อที่ตาห่างเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ประกายบนสีหน้าชายจรจัดตื่นตระหนก นัยน์ตาสะท้อนแสงไฟบนแท่งนิโคตินที่ถูกจุด

          “เริ่มได้แล้ว” จินพูด น้ำเสียงและแววตาแข็งแกร้าว

          คนถูกกดคอสะท้าน เขาเคยเจอพวกยากุซ่ามาเยอะ รู้ดีว่านี่เป็นสายตาเอาจริง

          “อะ...อี...คน...”

          “ก็หยิบของในปากออกมาก่อนจะพูดสิ!

          มือข้างหนึ่งของคนไร้บ้านค่อยๆ ทำตามคำสั่ง ไม่กล้าขยับตัวมากเพราะบุหรี่นั้นอยู่จ่ออยู่ใกล้ตา แถมอุ้งมือที่กุมคออยู่ก็แข็งปานคีมเหล็ก ไม่ใช่แค่รูปร่าง แต่พละกำลังเจ้าเด็กนี่ก็เพิ่มขึ้นด้วย

          “มีคนมาถามหายากุซ่าคนนั้นเหมือนกัน เป็นยากุซ่าอีกกลุ่ม แต่ฉันไม่รู้จัก แล้วก็ไม่ได้ถามกับฉันหรอกนะ”

          เขาตอบเร็วปรื๋อ ก่อนจะหยุด แล้วบุหรี่ก็ถูกจ่อเข้ามาจนถึงขนได้ แต่ยินทั้งเสียงและกลิ่นไหม้

          “บอกแล้วๆ!

          “พวกนั้นมาถามกับอาเบะจังน่ะ ฉันได้แต่แอบฟัง พออาเบะจังบอกไม่รู้มันก็ซ้อมเสียน่วม จับใจความได้ว่าพวกนั้นตามหาอาซาโน่เหมือนกัน แล้วมันก็พูดกันเอง”

          “พูดว่ายังไง” บุหรี่ขยับเข้าไปอีก ดวงตาของคนไร้บ้านเต้นระริก มีน้ำตาเอ่อออกมา

          “บางที...ฮิโนโทริคงฆ่าอาซาโน่เป็นการชำระโทษไปแล้ว พวกมันคุยกันแบบนี้”

           คนถามนิ่ง นั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดอยู่เหมือนกัน

          “ฉะ...ฉันรู้แค่นี้...อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” อีกฝ่ายอ้อนวอน

          จินจ้องหน้า คนจรจัดมีทักษะการเอาตัวรอดสูง คล่องแคล่วว่องไวเป็นเลิศ เป็นโชคดีที่นายคนนี้เห็นเขาเป็นเด็กและเจอกันเป็นครั้งที่สอง และครั้งแรกก็ไม่มีข้อบาดหมางต่อกันจึงมีช่องว่างให้เขาใช้กำลังเล็กน้อย ซึ่งคงไม่มีหนที่สามอีก สถานที่ซึ่งเขาควรจะอยู่เป็นฮิงาชิยาม่าต่างหาก

          จินเปลี่ยนมาแล้วยัดบุหรี่ใส่ปากคู่กรณี ก่อนจะควักที่เหลืออีกครึ่งซองมาใส่กระเป๋าเสื้อให้อีก

          “ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ก็ไปจากตรงนี้ซะ หรือคิดว่าทนหมัดพวกนั้นได้ก็แล้วแต่นาย ฉันไม่บอกให้นายปิดเรื่องฉันเป็นความลับหรอก”

          ผู้มาเยือนพูดแล้วเดินจากไปเงียบกริบดังเช่นตอนมา ปล่อยคนเร่รอนผู้ไม่มีฟันหน้ายืนถือเงินที่เปื้อนน้ำลายตัวเองกับบุหรี่หนึ่งซอง ก่อนจะตั้งสติได้ว่า ควรจะดูดมวนนี้ให้ชื่นใจก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที

          ขณะนั้นก็คิดไปว่า เจ้าเด็กที่เจอกันสองหนคนนี้เป็นยากุซ่าพวกไหนกันแน่

 

          ฮานะบอกลาเจ้าของร้านเครื่องเขียน เธอแวะซื้อหมึกสำหรับเขียนเมนูให้โคจิ และดินสอไม้น่ารักที่จัดเป็นชุดลดราคา คิดว่าจะเอาไว้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าเด็กๆ ที่มากับพ่อแม่

          ภรรยาเจ้าของร้านเดินมาส่งที่หน้าร้าน “ฝากทักทายโอคาซากิซังด้วยนะ”

          “ค่ะ”

          หญิงสาวเดินออกไปโดยมีสายตาชายหนุ่มคนหนึ่งมองตาม จนภรรยาเจ้าของร้านกระแอม

“น่ารักใช่ไหมล่ะ”

เจ้าหนุ่มท่าทางเหมือนนักศึกษาขยับตัวเขินๆ เขากำลังเลือกสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาล

“เธอ...เป็นคนแถวนี้เหรอครับ”

“ลูกสาวร้านอาหารตรงถนนชิโจ ชื่อมิโอโมเตะไง”

คนฟังทวนคำ “พอดีผมเพิ่งย้ายมา”

“อ้อ” ภรรยาเข้าของร้านขยายความว่าหญิงสาวชื่อฮานะ คนหนุ่มร่างล่ำสันฟังอย่างสนอกสนใจ

“แสดงว่าคนแถวนี้ก็รู้จักกันหมดสินะครับ”

“ส่วนใหญ่น่ะนะ” หญิงกลางคนเล่าเพลงใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นตรงชั้นวางดินสอและปากกา “ฮานะจังกับฮิเดโอะมาซื้อของและมาส่งของขวัญให้ลูกค้าบ่อยๆ เห็นกันตั้งแต่เด็กๆ แล้วละ เธอเป็นเด็กดี น่ารัก”

ดวงตาหรี่เรียวมองลูกค้าที่กำลังทำเหมือนคิดอะไร

“อยากเจอก็ไปที่ร้านสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าถ้าจะจีบละก็...หมดสิทธิ์”

หนุ่มสวมแว่นทำตาปริบๆ ภรรยาเจ้าของร้านเหลือบมองสามีที่กำลังคิดเงินอยู่ที่โต๊ะก่อนตอบ นอกจากความรู้จักคุ้นเคย เรื่องชีวิตความเป็นไปก็เป็นหัวข้อการสนทนาเช่นกัน

“เดือนหน้าเธอจะแต่งงานแล้ว”

 

ชายหนุ่มมาดนักศึกษาถอดแว่นสายตา เขาใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะต่อสายติดต่อใครบางคน

“เราต้องรอจนกว่าเธอจะออกมาส่งของขวัญอีก”

เขาเว้นจังหวะพลางมองไปรอบๆ เห็นร่างหนึ่งเดินลับตาไป ซึ่งจะได้ว่าตอนแรกร่างนี้เดินตามเขามาตั้งแต่ร้านเครื่องเขียนแล้ว

“ดูเหมือนเธอจะเนื้อหอมไม่เบาเลย”

เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์พร้อมเค่นยิ้ม หลังพูดจบก็ยกแขนยืดกายไล่ความเมื่อย เสื้อแขนยาวที่ร่นขึ้นมาทำให้เห็นรอยสักแบบยากุซ่าพร้อยเต็มข้อมือ

 

วันที่ยี่สิบแปดตุลาคม

“ไปนะคะ”

เป็นคำบอกกล่าวที่ชิมะคุ้นชินเวลาที่ฮานะจะออกไปส่งของขวัญ แต่วันนี้เธอรู้สึกประหลาดใจที่ตนเองเดินมาส่งหญิงสาวรุ่นลูก แทนที่จะนั่งอยู่ในห้องรับโทรศัพท์เล็กๆ เหมือนเคย

“ความจริงคุณฮานะน่าจะให้มาโมรุทำนะคะ ไปถึงโอซาก้าอย่างนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มาโมรุเองก็งานล้นมือแล้ว” เธอกล่าวขณะสวมรองเท้าคัทชู เนื่องากตั้งแต่จินออกจากร้านไปทางมิโอโมเตะไม่ได้ประกาศรับลูกจ้างใหม่ ชิเงรุสรุปว่าจะให้ทำงานกันแค่นี้ ซึ่งเขาเองก็มาลงมือช่วยในฐานะพ่อครัวมือหนึ่งด้วยเช่นกัน ทำให้บรรยากาศการทำงานจริงจังและทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มาโมรุถึงกับเอ่ยปากทึ่งทั้งที่ปกติแล้วเขาจะสงวนคำพูด โดยเฉพาะเมื่อจินออกจากร้านไป

ส่วนชินโงนั้นบ่นอุบเมื่อถึงวันหยุด และใช้เวลาวันอาทิตย์นอนทั้งวันชดเชยความเหนื่อยล้า รวมทั้งอากาศที่ยังระอุอ้าวทำให้กิจกรรมไพ่นกกระจกช่วงนี้จึงเว้นว่างไป ส่วนสาวๆ นั้นใช้เวลาหมดไปกับการเตรียมตัวเพื่อร่วมงานแต่งงานของนายจ้างที่จะมาถึงในเดือนหน้า

“ถ้าอย่างนั้น ไปดีมาดีนะคะ”

หัวหน้าสาวเสิร์ฟกล่าว ฮานะโค้งและยิ้มอ่อนหวาน “ขอบคุณค่ะ”

ประตูบานเลื่อนปิดลง แต่ชิมะยังยืนนิ่งอยู่ เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เห็นอีกฝ่ายยิ้มได้ ชวนให้คิดว่าเมื่อเธอเป็นเจ้าสาวแล้วรอยยิ้มสดใสนั้นจะยังอยู่อีกหรือไม่

 

          ทาดะเจ้าของปั๊มน้ำมันเขินจนหน้าแดงตอนรับของขวัญจากฮานะ ทั้งเขาและภรรยาพร่ำบอกของคุณไม่หยุดปาก นอกจากน้ำใจยังรวมไปถึงความน่ารักมีเสน่ห์ในกระโปรงสีโอลด์โรสดูเจิดจ้าในบ่ายวันที่ใบไม้โปรยปราย

          “ฝากขอบคุณคุณโอคาซากิด้วยนะครับ แล้วผมจะไปอุดหนุนอีก”

          “ได้ค่ะ”

          ฮานะออกจาก ทาดะออยด์สเตขั่น เมื่อเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง แดดอ่อนแสงเป็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเต็มตัว ปั๊มแห่งนี้อยู่ในเคียวบาชิ ไม่ใช่ย่านชุมชนหนาแน่นหรือเป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานีรถไฟห่างออกไปสิบห้านาที หญิงสาวดูนาฬิกา รวมเวลาเดินทาง เธอคงถึงเกียวโตประมาณห้าโมงเย็น คิดดังนั้นก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีกหน่อย

          อีกสองบล็อกจะถึงถนนสายหลักที่ตรงไปยังสถานี บริเวณนี้เป็นสวนสาธารณะ อีกฝั่งเป็นเนินเล็กๆ ที่เดินขึ้นไปแล้วมีศาลเจ้า มีโทริอิสีแดงอยู่ใต้ร่มไม้ ลมพัดมาเบาๆ ฮานะเห็นร่างหนึ่งกำลังเดินสวนมา ครั้นแล้วก็ทรุดลง ไม้เท้ากระเด็นออกไป

          ฮานะตกใจ รีบเดินเข้าไปหา พบว่าเป็นชายชราร่างเล็ก ผมสีขาวไปครึ่งศีรษะ อายุไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบปี

          “คุณตาคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

          ฝ่ายนั้นเงยหน้าขึ้นมา เธอเห็นดวงตาเรียวเล็กมีฝ้าขาว บริเวณตาดำเป็นสีเทา

          “พอดี...เอ้อ หน้ามืด ไม้เท้า ไม้เท้าฉัน...”

          ฮานะเอื้อมไปหยิบมาให้ “ขะ...ขอบใจ”

          เมื่อได้มาชายชราก็ใช้มันค้ำยันยืนขึ้นมาได้ แวบหนึ่งที่ฮานะเห็นรอยยิ้มบนหน้าเหี่ยวย่น คงดีใจสินะ หญิงสาวได้ยินเสียงฝีเท้าบนถนน

“นานๆ จะเดินทางสักที ไม่ไหวเลย...”

          กำลังจะหันไปดูคนตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนระโหย “อยู่ดีๆ ก็เป็นลมซะได้ จะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว”

          “คุณตากำลังจะกลับบ้านเหรอคะ”

          “ใช่ ขอบใจนะหนู”

          เขาบอก ทำท่าจะก้าวออกไปต่อ แต่ฮานะเห็นว่ามือที่ถือไม้เท้าสั่นระริก

          “บ้านคุณตาอยู่ตรงไหนคะ เดี๋ยวหนูเดินไปส่ง”

          “โอ้ ดีจังเลย ขอบใจนะ ถ้าหนูไม่ผ่านมา ฉันคงต้องนั่งพักอีกนานกว่าจะเดินต่อได้”

          หญิงสาวยิ้มตอบ ประคองร่างนั้นและค่อยๆ เดินไปตามทางที่ชายชราบอก จากคำอธิบายอยู่ห่างจากตรงนี้ไปห้านาทีเท่านั้น ยังพอมีเวลา ขากลับถ้าเร่งฝีเท้าหน่อยก็อาจจะทันรถไฟเที่ยวสี่โมง ถ้าพลาดไปจริงๆ ก็คงต้องโทร.บอกที่ร้านว่าจะถึงหลังร้านเปิดสักหน่อย แต่ก็จะรีบไป คงไม่เป็นไร

          ระหว่างเดินไป ชายชราก็เล่าเรื่องตัวเองตามประสา ฮานะสังเกตว่าเส้นทางนั้นไม่มีบ้านคนขึ้นเรื่อยๆ และเวลาก็เกือบสิบห้านาทีแล้ว ขณะที่ข้างหน้าเป็นภูเขา และสองข้างทางเป็นป่าละเมาะดูไม่น่าจะมีบ้านคน กำลังจะเอ่ยปากถาม สายตาก็เห็นรถตู้คันหนึ่งจอดอยู่

          “คุณตาคะ...”

          “อีกนิดเดียว ตรงหน้านั่นแหละ”

          ฮานะก็ไม่คิดว่าชายชราจะจำผิด แต่ทางตรงหน้าไปอีกนิดก็เป็นภูเขา ด้วยบรรยากาศเริ่มโพล้เพล้ชวนวังเวง เธอหันมาจะถามความแน่ใจอีกครั้ง ชายชราก็ทรุดฮวบลงไป

          “คุณตาคะ!

          หญิงสาวผวาตาม ชายชรากุมเข่าเหมือนมีอาการเจ็บ มือสั่นระริก เธอร้องเรียกด้วยความเป็นตกใจปนเป็นห่วงจึงไม่ทันได้ยินว่ามีฝีเท้าข้างหลัง กระทั่งเห็นเงาที่ทาบลงมา เธอหันไป

          ผู้ชายใส่ชุดสีดำตัวใหญ่ยืนอยู่ จากการมองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ประสงค์ดี กลิ่นอายผิดกฎหมายอวลออกมาตรงกับสัญชาตญาณของฮานะที่เห็นคนมามากมาย ยากุซ่าเป็นหนึ่งในนั้น

          “อุ๊บ!

          ยังไม่ทันได้ขยับ แค่คิดก็มีผ้ามาโปะจมูกจากทางด้านหลัง ฮานะตกใจสุดขีด กลิ่นฉุนจัดเข้าสู่ทางเดินหายใจอย่างรวดเร็ว เธอพยายามดิ้นเต็มที่ กว่าจะรู้ว่าการให้น้ำใจตอบแทนมาด้วยอันตรายถึงชีวิต สติก็ค่อยๆ ดับวูบลงไป 

 

          ชายผู้มาใหม่ยืนมองชายชราซึ่งบัดนี้กลายเป็นคนแข็งแรงขึ้นมากำลังประคองร่างของฮานะที่สลบไสล สายตาของเขาวามวาวเมื่อเสื้อคาร์ดิแกนผ้าฝ้ายเปิดออกให้เห็นหัวไหล่ขาว

“เฮ้ย มองอะไรอยู่ มาอุ้มไปสิ หน้าที่นายนี่”

ชายแก่ปลอมตะคอก คนตัวใหญ่ได้สติ ย่อตัวจะรับร่างของหญิงสาวมา งานขั้นแรกเสร็จแล้ว อีกไม่กี่อึดใจก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่สำคัญ ถึงเวลานั้นเขาก็จะไม่ได้แค่มองอย่างแน่นอน

จมูกได้กลิ่นหอมจากร่างบอบบาง กำลังคิดอย่างกระหยิ่มใจ จู่ๆ มีกำปั้นปริศนาพุ่งเข้าปะทะที่หน้าอย่างแรง

“พลั่วะ!

มันกระเด็นไปอีกทาง ส่วนคนแก่ปลอมก็ผงะหงายท้อง ร่างฮานะร่วงผลอยลงกับพื้นโดยที่หัวไม่ฟาด

“อะไรวะ!   

ไม่มีคำตอบให้คำถาม แต่ด้วยสัญชาตญาณสมาชิกแก๊งคนนอกกฎหมายรีบหันหาที่มา แต่ก็ไม่ทันเพราะหมัดที่สองพุ่งเข้าหน้าคนแก่ไปแล้ว ส่วนเจ้าคนตัวโตรีบเรียกสติกลับมา สะบัดหน้าเร็วๆ เพื่อมองหาที่มาของการจู่โจมนี้

เด็กหนุ่มตัวสูงยืนจังก้า

“อะไรวะไอ้หนู!

จินไม่ตอบเพราะสายตาเขามองไปที่ฮานะ ร่างของเธอนอนราบไปกับถนน พอเจ้าคนที่ปลอมเป็นคนแก่ตั้งหลักได้ทำท่าจะไปจัดการเป้าหมายต่อจินก็กระโดดไปถีบซ้ำทันที แถมเตะท้องไปอีกเต็มแรง

“อย่าแตะต้องเธอ!

คนตัวใหญ่พุ่งเข้ามาทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่จินหันไป ถึงจะระวังอยู่แล้วแต่ก็ยังโดนหมัดเฉี่ยวๆ ไปที่ปลายคางจนเซแต่ก็ไม่ล้ม เขารีบปล่อยหมัดสวนออกไปอย่างเร็ว พอโดนเป้าหมายหนึ่งทีก็รีบไปซ้ำเจ้าคนแก่ปลอมซึ่งตัวเล็กกว่า นั่นทำให้เจ้าคนตัวใหญ่ซึ่งไม่สะเทือนกับน้ำหนักหมัดของหนุ่มโอซาก้าพุ่งเข้ามารวบตัวไปจนล้มกลิ้ง

ตอนนี้ไม่เป็นอันต้องถามไถ่ให้มากความ จินที่อยู่ใต้นอนคว่ำไว้ไม่พลิกตัวหงายขึ้นเพราะถ้าทำอย่างนั้นจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเข้าทางหมัดของคู่ต่อสู้ทันที เขาเลือกห่อตัวก้มคุดคู้เก็บคอ และในจังหวะที่คู่ต่อสู้จับที่บ่าเพื่อจะกระชากตัวให้เขาหันกลับไป จินดันศีรษะตัวเองไปด้านหลังทันที

เสียงกระแทกดังปึ้ก!

ถึงจะไม่รุนแรงพอจะล้มได้ แต่ก็ทำให้เขาดีดตัวออกจากการถูกคร่อมและรัวหมัดใส่ได้ มันส่งเสียงร้องและคำรามอย่างเคียดแค้น จินเห็นริมฝีปากมันแตก

เสียงเอะอะดังแว่วๆคนที่รถตู้ซึ่งรออยู่เห็นเหตุการณ์จึงวิ่งมาสมทบ จินเห็นจากหางตาแล้ว แต่จะต้องเอาสองคนตรงหน้าลงก่อนให้ได้ จังหวะที่เหลือบมองไม่ถึงวินาทีเป็นโอกาสให้หมัดขวาพุ่งเข้าหาจนหน้าสะบัด ได้กลิ่นเลือดจากแนวฟันกระทบกระพุ้งแก้ม จินเซไป

พริบตาที่อีกฝ่ายคิดว่าได้เปรียบแล้วพุ่งเข้ามาซ้ำ หนุ่มโอซาก้าดึงบางอย่างออกมาจากหลังเสื้อแล้วหวดเต็มแรง

"พลั๊วะ!"

เสียงเหมือนแตงโมแตกเมื่อไม้เบสบอลฟาดเข้ากึ่งโหนกแก้มกึ่งขมับอย่างจัง สิ่งที่กระเซ็นออกมาไม่ใช่เนื้อ แต่เป็นเลือดสดๆ คราวนี้เจ้าคนตัวโตล้มลงจนได้ ส่วนเจ้าคนแก่ปลอมด้วยความตัวเล็กกว่า และได้รับมอบหมายให้เล่นละคร กว่าจะยันตัวขึ้นมาได้เห็นว่าคู่หูเลือดสาดก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะโดนโจมตีซ้ำ สมาชิกอีกสามคนก็วิ่งมาถึงพอดี

          “เฮ้ย อะไรกัน อ้าว ไอ้หนูนี่เอง”

          คุโบตะเป็นหนึ่งในนั้น เขาแยกเขี้ยว มีแววตาทั้งสมใจอยู่ในรอยยิ้มกระหายเลือด มาเอดะก็ด้วย ส่วนอีกคนนั้นจินไม่รู้จัก

          ชายสองคนที่ทำหน้าที่ติดตามโคโทริกวาดสายตาแล้วเข้าใจสถานการณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที

          “เหมือนนายจะเป็นนักแสดงที่ไม่ได้รับเชิญสินะ”

          ยากุซ่าที่มีหูขาดครึ่งแสยะยิ้ม มองไม้เบสบอลที่จินถืออยู่ เขาได้รับคำสั่งมาให้ลักพาตัวฮานะ ตั้งใจว่าจะอาศัยจังหวะดีๆ โปะยาสลบ แต่มาเอดะให้รอจนกระทั่งปลอดคนแล้วถึงจะส่งคนไปเล่นบทชายชราที่กำลังจะเป็นลม เพราะเชื่อว่าคนมีน้ำใจอย่างหญิงสาวต้องไม่ละเลยที่จะช่วยเหลือแน่นอน ทำให้ต้องเสียเวลารอและมีบุคคลภายนอกแต่คุ้นเคยเข้าร่วมแสดงด้วย

          “ฉันคิดว่านายจะกำกับไม่ให้นอกบทได้นะ มาเอดะ”

          ดูเหมือนว่าคนพูดจะรื่นรมย์เกินเหตุแม้ภารกิจจะเจออุปสรรค มาเอดะรู้ว่าอีกฝ่ายเยาะเย้ยเพราะแผนการอาจจะพังได้

          จินประเมินสถานการณ์ สองคนแรกหมอบไปแล้วหนึ่ง อีกคนกำลังยักแย่ยักยัน ตรงหน้ามีอีกสาม เขากระชับไม้เบสบอลในมือ ในว่ายังไงก็ต้องไม่ปล่อยให้ฮานะไปเป็นของพวกมันแน่ แม้ตายก็ยอม

          “ทำท่าอย่างนั้น คิดว่าจะสู้พวกฉันได้หรือไง ไอ้หนู คราวก่อนไม่เข็ดใช่ไหม”

          คุโบตะพูดพลางใช้หางตามองมาเอดะ ทางนั้นเคลื่อนไหวออกด้านข้าง อีกคนก็เช่นกัน ทั้งสามตั้งวงล้อมจิน

          คนที่จินไม่รู้จักชื่อพุ่งเข้ามา เด็กหนุ่มวาดไม้ออกไป ทางนั้นตั้งการ์ดกัน แล้วก็เป็นมาเอดะที่ฉวยใช้ที่คนจู่โจมมีช่องว่างโจมดี ก่อนที่จินจะหันมาเห็นกำปั้นก็พุ่งเข้าอย่างจัง เป้าหมายคือท้อง ความเจ็บร้าวแผ่กระจาย

          “อะไรวะมาเอดะ!” คุโบตะโวยที่โดนชิงลงมือก่อน ขณะที่ตัวเองได้แค่ขยับ

          “นายมัวแต่พูดมาก!

          จินกระเด็นไป จุกสะท้านไปทั้งร่าง กำลังจะยันตัวขึ้นมา หมัดของคุโบะตะก็พุ่งมาซ้ำทันที!



อุธิยา

22.5.18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #25 fsn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 15:32

    เป็นตอนที่รีบสแกนผ่านเลย แหะๆ ขอให้จบด้วยดี และผ่านไปเร็วๆ นะคะ

    #25
    1
    • #25-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 27)
      31 พฤษภาคม 2561 / 19:14
      ตรงนี้จุดสำคัญเลยนะค้าาา
      #25-1
  2. #24 white_space (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 17:02
    โอย ลุ้นมากๆ ค่ะ
    #24
    1
    • #24-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 27)
      31 พฤษภาคม 2561 / 19:13
      มาลุ้นกันต่อค่ะ
      #24-1