กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 26 : บทที่ 25 ปลายทางของฤดูร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

25. ปลายทางของฤดูร้อน

 

ชิเงรุออกไปส่งแขก ซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่มพ่อค้าในฮิงาชิยาม่าเพื่อเจรจาเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทะเลาะวิวาทของลูกจ้างจากร้านมิโอโมเตะเมื่อสามวันที่แล้ว เขาแสดงอาการนอบน้อมต่อนายใหญ่แห่งร้านอาหารเก่าแก่ และทำตามหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายมา

“พ่อครับ”

เมื่อชายชราเดินกลับเข้าร้านก็เจอกับฮิเดโอะที่ยืนอยู่ คนเป็นพ่อตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ชิมะในฐานะผู้อาวุโสกว่าแตะแขนชายหนุ่มเชิงเตือน เช่นเดียวกับสายตาที่ผ่านเลนส์แว่นของโคจิ

สามวันก่อน คางาวะ จินกลับมาที่ร้านในสภาพเละเทะ หน้าบวม ปากแตก ถึงจะเดินหลบเลี่ยงไปทางสวนแล้วแต่ก็ไม่พ้นสายตาซอกแซกของซาโอริ เพราะหลายคนก็นั่งพักผ่อนกันอยู่ที่ห้องโถงซึ่งจินต้องเดินผ่านนั่นเอง

ชิมะเป็นคนดูแลทำแผลให้เพราะเจ้าตัวไม่ยอมไปหาหมอ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เรื่องของเขาเป็นความลับ เด็กหนุ่มพาตัวเองกับรอยแผลไปทำงาน

หลังจากที่ชิเงรุนั่งจิบชาอยู่ในห้องตามลำพังชั่วครู่ใหญ่ ก็มีคำสั่งออกมาเรียกให้จินเข้าไปหา

 

จินนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าโอคาซากิ ชิเงรุ นายใหญ่แห่งมิโอโมเตะเหมือนครั้งที่เข้ามาที่นี่วันแรก แต่บรรยากาศที่ต่างออกไปทำให้คนเป็นลูกจ้างสังหรณ์ใจว่ามันจะเป็นวันสุดท้าย

“วันนี้มีตัวแทนมาจากร้านค้าย่านฮิงาชิยาม่ามาพบ โชคดีที่เราต่างก็เป็นคู่ค้ากัน เมื่อฉันบอกว่ายินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำของลูกจ้างที่ร้าน ทางนั้นจึงรับการชดเชยเพียงครึ่งเดียว”

จินกำมือที่วางบนหัวเข่าแน่น โค้งคำนับ หลังจากที่ทำมาแล้วหนหนึ่ง

“ผมขอโทษครับ”

          ชิเงรุกอดอกแน่น นั่งตัวตรง ใบหน้านิ่งขึง “เราเคยคุยกันแล้วเรื่องการทำงาน ฉันไม่สนใจที่มาของเธอ แต่เธอทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างนี้มิโอโมเตะจะเสียไปด้วย จำได้ไหมฉันกำชับเธอเรื่องชื่อเสียงของร้าน”

          “จำได้ครับ”

          หลังคำตอบ ความเงียบก็ครอบครองอยู่ชั่วอึดใจ ต่างฝ่ายจมอยู่ในความคิดตัวเอง การไม่ถามเรื่องส่วนตัวถือเป็นหลักประกันในตำแหน่งลูกจ้างของคางาวะ จิน มาเกือบหนึ่งปี อีกสองเดือนก็จะครบรอบวันที่เข้ามาปรากฏกายหน้าร้าน

          เริ่มต้นที่ฮิโนโทริ และกำลังจะจบลงที่คุเรียว มิโอโมเตะได้แรงงานของเขาอย่างเต็มกำลัง แต่สิ่งที่จินได้มีแค่ผักดองสีชมพู ชื่ออาซาโน่ และ...

          ใบหน้าของฮานะแทรกเข้ามาในห้วงคำนึง

          “ฉันต้องรับผิดชอบในฐานะนายจ้าง เมื่ออดีตของเธอไม่เหมาะกับที่ร้าน เราใช้แค่แรงงานของเธออย่างเดียวไม่ได้ และในฐานะนายจ้าง ฉันคิดว่าได้ให้โอกาสเธอเพียงพอแล้ว”

ชิเงรุเว้นวรรคก่อนเอ่ย “ฉันคงต้องให้เธอออกไป”

          สิ่งที่จินมองเห็นมีเพียงรอยสานของเสื่อทาทามิ ไม่อาจเดาได้ว่าสีหน้าองชิเงรุจะบิดเบี้ยวเพื่อระงับความโกรธ หรือเย็นชาจนเป็นหน้ากากละครโน แต่ไออวลความผิดหวังนั้นแผ่ออกมา คำพิพากษาที่พอเดาได้อยู่แล้ว เมื่อได้ฟังอีกครั้งยังรู้สึกใจหาย คำนั้นหมายถึงการบอกเลิกจ้าง

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ก้มหัวจดพื้น

          “ขอบคุณที่ดูแลและมีน้ำใจกับผมมาตลอด”

          เขานิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะดึงตัวขึ้นแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับมา ไม่มีคำขอร้องทำให้นายใหญ่มิโอโมเตะคาดไม่ถึงเหมือนกัน จิตใจของเด็กหนุ่มโตเกินตัว ประสบการณ์ชีวิตมากกว่าอ่างล้างจานในครัว มากกว่าประสบการณ์ของมาโมรุและชินโงรวมกัน อาจจะมากกว่าฮิเดโอะด้วยซ้ำไป

          เมื่อจินเลื่อนประตูปิด กำลังจะเดินกลับไปพี่พักเพื่อเก็บของ เห็นชายกิโมโนจากมุมระเบียง เท่านั้นใจก็แทบขาด ยังไม่ต้องมองถึงสายตาที่ทอดมองมาจะทำให้เขาทำเรื่องผิดซ้ำซ้อน

          จินผงกศีรษะเร็วๆ แล้วรีบเดินออกไป

         

          ข่าวการถูกไล่ออกของจินเป็นที่อื้ออึงในครัว ทุกคนล้วนแล้วแต่ตกใจ

          “ฉันบอกแล้วว่าเจ้าเด็กนั้นมีอะไรแปลกๆ กินเหล้าเก่ง เล่นไพ่นกกระจอกขั้นเซียน ไหนจะยิงปืนเก่งอีก มันเกิดเด็กมอปลายธรรมดาไปแล้ว คนปกติที่ไหนจะไปยุ่งกับยากุซ่าล่ะ”

          ชินโงพูดโอ่ๆ ในเมื่อยามนี้ทั้งโคจิ ฮิเดโอะ และชิมะต่างก็ไม่อยู่ สามสาวเสิร์ฟมองหน้ากันอย่างเหม่อๆ สีหน้ากึ่งวิตกและผิดหวัง ส่วนมาโมรุนั้นเอาแต่ขัดหม้ออย่างเอาเป็นเอาตาย

          “คางาวะคุงไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนนี่นา” ซาโอริพูดขึ้น ในแววตาของเธอแสดงความผิดหวังต่อคำตัดสิน

          “เพราะเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของร้าน ถ้าคางาวะเกี่ยวข้องกับพวกนั้น วันใดวันหนึ่งอาจจะมีปัญหาตามมาอีกนะคะ” มาริแย้ง

          “แต่ก็ควรให้โอกาสเขานี่นา ถึงกับไล่ออกเลยมันก็...”

          “ฉันคิดว่า...”

          “พอได้แล้ว” มิชิโกะผู้อาวุโสที่สุดในสามสาวหยุดการต่อปากของสาวแก้มกลมกับสาวผมสั้น “เราไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณชิเงรุคุยอะไรกับคางาวะบ้าง หยุดคิดเอาเองกันเสียที” เธอเช็ดขวดสาเกแล้ววางใส่กล่อง ถอนใจ

          “สิ่งที่เราควรจะรู้มาตั้งนานแล้วก็คือ คางาวะ จิน เป็นใครมาจากไหน แล้วช่วยกันระวัง ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น”

          “แต่ฉันคิดว่าคุณชิเงรุรู้อยู่แล้วว่าหมอนั่นเป็นใคร” เสียงชินโงแทรกขึ้นพร้อมคมมีดที่กระทบเขียง ทุกคนหันมามอง “ไม่งั้นคำตัดสินจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ คิดว่าอย่างเจ้าของร้านมิโอโมเตะจะให้ใครมาทำงานโดยไม่สอบประวัติได้เหรอ ฉันว่านี่ถูกต้องแล้ว”

          จบคำของพ่อครัวมือรองผู้เชี่ยวชาญด้านการหมักและย่างก็เหลือแค่เสียงขัดหม้อของมาโมรุ

          “มาโมรุ ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ นายสนิทกับคางาวะที่สุดเลยนะ”

          หนุ่มทาคายาม่าปล่อยลมหายใจยาว “ผมอยากรู้เรื่องจากเจ้าตัวเองก่อนที่จะคิดไปเองครับ”

          คนอื่นพากันเงียบ ในที่สุดชินโงก็พูดขึ้น

          “มันสายไปแล้ว”

 

          “คุณพ่อคะ หนูอยากให้คุณพ่อให้โอกาสจินคุงแก้ตัวอีกครั้งได้ไหมคะ นะคะคุณพ่อ”

          ฮานะคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบิดาบุญธรรม วางมือตรงหน้าและค้อมตัวขอความเห็นใจ หลังจากที่นายใหญ่แห่งมิโอโมเตะได้แจ้งคำตัดสินออกไปให้กับโคจิและชิมะได้รู้แล้ว แต่ฮานะก็เข้ามาแจ้งจุดประสงค์ ทำให้ฮิเดโอะซึ่งฟังอยู่ด้วยเรียกชื่อน้องสาวเชิงปราม

“หนูรู้ค่ะว่าไม่ใช่หน้าที่ของหนู แต่ว่าหนูขอแค่เสนอความเห็น คุณพ่อให้โอกาสจินคุงอีกครั้งเถอะค่ะ”   

          “ฮานะ ไม่เอาน่า”

          ยิ่งน้องสาวได้แสดงกิริยาอันที่ไม่เคยมาก่อนเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ฮิเดโอะขุ่นเคืองเพราะรู้ว่าเจ้าเด็กคนนั้นมีความหมายกับเธอเพียงไร สายตาแห่งความอาทรร้อนใจ แก้มแดงเรื่อเหงื่อชื้นไรผมบ่งบอกความตื่นตระหนก

          “จินคุงไม่เคยทำผิดอะไรเลย เขาทำงานดีมาตลอด คุณโคจิกับป้าชิมะเองก็ยืนยัน นะคะคุณพ่อ”

          “ฮานะ คุณพ่อตัดสินไปแล้ว”

          “แต่ว่า...”

          “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอนะ” ฮิเดโอะเน้นเสียง หญิงสาวชะงักเล็กน้อย

          “แต่ว่า...ฉันเองด้วยผิดด้วยนะคะ เพราะว่าเป็นคนขอร้องให้คุณพ่อรับจินคุงเข้ามาเอง”

          ฮิเดโอะเบิกตา “ฮานะ นี่เธอ...”

          “พอได้แล้ว ทั้งคู่นั่นแหละ” ชิเงรุเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ หยุดบทสนทนาที่ค่อนไปทางโต้คารมของทั้งคู่โดยทันที ชายชราผ่อนมือจากที่กอดอกอยู่มาวางบนตัก

          “มันเป็นไปตามข้อตกลง คางาวะสัญญาแล้ว”

          “สัญญา?

          ชิเงรุมองไปที่สวน “หลายเดือนก่อนมีลูกค้ามาเล่าว่าคางาวะปีนเข้าไปในบ้านเขา ถึงจะเป็นแค่ครู่เดียวแต่เขาก็จำได้ว่าเป็นลูกจ้างร้านเรา”

          ฮิเดโอะพลอยนิ่งฟังไปด้วย เรื่องนี้เขาไม่รู้มาก่อน

          “พ่อคุยกับคางาวะแล้วว่าจะต้องไม่มีเรื่องแบบนี้อีก เจ้านั่นก็รับปาก เพราะงั้นเรื่องวันนี้ สรุปแบบนี้ถูกต้องแล้ว”

          นายใหญ่แห่งมิโอโมเตะทิ้งน้ำเสียงลงท้ายประโยคลงอย่างจริงจัง ในขณะที่ฮานะได้แต่นั่งนิ่ง และกำมือแน่น

 

          จินเก็บของใช้หมดในเวลาไม่นาน แค่เสื้อผ้าสิบชุดกับของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย ฟูกนอนถูกพับเรียบร้อย เหลือแต่ผ้าพันคอที่ยังถือไว้ในมือ น้ำใจจากชิมะที่กลายมาเป็นเพื่อนต่างวัยร่วมสูบบุหรี่

          กลิ่นไอจากเจ้าของเดิมหมดไปแล้ว เด็กหนุ่มลังเลว่าจะคืนให้ดีหรือเปล่า

          ในที่สุดก็สรุปกับตัวเองว่าจะขอรับไว้เป็นที่ระลึก เขาสะพายเป้ เลื่อนบานประตูปิดเบามือ ช่วงเวลานี้ทุกคนกำลังงานยุ่งอยู่ในครัว ค่าจ้างงวดสุดท้ายได้ครบแล้ว ตอนนี้จินมีเงินก้อนหนึ่งพอที่จะใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องทำงานไปได้เกือบครึ่งปี คิดว่าน่าจะเป็นการดีกว่าที่จะจากไปเงียบๆ

          ฤดูร้อนอันแสนทรมานผ่านไป ลมเย็นเริ่มพัดมา เวลาหมุนเวียนกำลังจะบรรจบ อีกไม่นานใบไม้จะเปลี่ยนสี อาหาร ประเพณี และวิถีชีวิตสำหรับฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

          ภารกิจที่มิโอโมเตะในฐานะลูกจ้างจบแล้ว แต่งานตามหาคนฆ่าแม่ยังอยู่ ชั่วขณะหนึ่งเมื่อเดินไปยังประตูหลัง ก็คิดว่าควรทำในสิ่งนี้ต่อไปดีหรือไม่ ควรจบแค่นี้แล้วหนีออกไปไกลๆ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำตามความฝันเดิมคือการเรียนต่อมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นความฝันเดียวกับที่เขียนในสมุดบัญชีของแม่เล่มนั้น

          เขาเดินผ่านแปลงผัก หัวใจเต้นไหว

          ผักดองสีชมพู ซองตะเกียบ ขื่ออาซาโน่ไหลรวมกันเข้ามา  แล้วก็ถูกผลักให้หายไปด้วยใบหน้าของฮานะ

ความทรงที่มีเธอ คงจะอยู่ในใจของเขาไปจนตาย

          เท้าของจินพาไปถึงประตู

          “ใจคอจะไม่ลากันหน่อยเหรอ เจ้าหนูจิน”

          เสียงนั้นทำให้หัวใจที่แห้งผากถูกน้ำรินรด รอยยิ้มแต้มบนใบหน้า ถ้าจะมีใครสักคนที่รู้เท่าทันความคิดอ่านของเขาได้ก็คงเป็นป้าสูงวัยผู้มีชื่อเหมือนอดีตดาราผู้นี้

          “ผมตั้งใจจะไม่คืนผ้า...”

          จินหันไปตอบแต่พูดไม่จบประโยค เพราะหญิงสาวทื่ยืนอยู่เบื้องหลัง

          “คุณฮานะ”

          เผลอเรียกชื่อเธอไม่รู้ตัว จินก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง

          “ความจริงฉันก็แค่จะมาบอกว่า ผ้าผืนนี้ฉันยกให้ เท่านั้นแหละ”

          หัวหน้าสาวเสิร์ฟพูด มีความเงียบผุดขึ้นมาชั่วขณะ ราวกับต่างฝ่ายต่างระวังที่จะไม่พูดคำซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เขาต้องถูกไล่ออกออกมา เมื่อเรื่องจบลงแล้ว ก็ควรยุติเพียงเท่านั้น

          “จินคุง...รักษาสุขภาพด้วยนะ”

          ในความจริงที่จะทำให้การลาจากเป็นเรื่องที่สวยงามทำได้ยาก ทว่าฮานะก็พยายามปั้นยิ้ม ทั้งที่ดวงตาปริ่มน้ำไหวระริก คำถามมากมายอัดแน่นอยู่ในอก รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา เธอน่าจะถามเรื่องของเขามากกว่านี้

          “คุณฮานะก็เช่นกันครับ รักษาสุขภาพด้วย”

          เขาโค้งให้ ทำความเคารพชิมะไปพร้อมกัน “ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอด”

          พูดจบก็ยืนนิ่ง ชั่วอึดใจที่สายตาสองคู่ประสานกัน ฮานะคิดว่าเพิ่งได้ย่างก้าวไปในจักรวาลของจินไม่นาน แต่หนทางก็ต้องสิ้นสุดเพียงเท่านั้น กับบางสิ่งที่เริ่มก่อตัวขึ้นก็ต้องหยุดลง

          จินหมุนกายจะก้าวออกไป

          “จินคุง...”

          เสียงร้อนรนปนสั่นเครือของฮานะเรียกขึ้น ลมหายใจจินเกือบหยุด พยายามรั้งสติตัวเองไว้ให้อยู่กับตัวอย่างที่สุดหากว่าหันกลับไปแล้วเจอกับใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา

          เขาเห็นรอยยิ้มเฉกเช่นวันแรกที่เจอกัน ใบหน้างดงามเปี่ยมความปรารถนาดี ดวงตาของนางฟ้า

          “แวะมาบ้างนะ ถ้ามีโอกาส”

          ชายกิโมโนปลิวไสวเมื่อเจ้าตัวหันหลังและก้าวออกไปก่อนที่จินจะผงกศีรษะรับได้ทัน

 

ชิมะเขียนชื่อลูกค้าลงไปในปฏิทินที่โต๊ะต้อนรับหลังจากดูจากบันทึกว่าในเดือนตุลาคมมีวันเกิดของใครบ้าง เพื่อจะได้เตรียมของขวัญและคนรับหน้าที่นำไปให้คือฮานะนั่นเอง

สามเดือนสุดท้ายของปีเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ลูกค้าจะเต็มร้านในเกือบทุกสัปดาห์ นอกจากของขวัญวันเกิดยังต้องเตรียมของวันคริสมาสต์ ปีใหม่ การ์ดอวยพร และอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วงที่หลากหลาย กับฤดูหนาวอันเย็นเยือก หัวหน้าสาวเสิร์ฟจะจบการบันทึกและไปแจ้งให้กับฮานะได้เตรียมของขวัญ สายตาเหลือบไปเห็นอีกกำหนดการหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนวันที่ยี่สิบสอง

งานแต่งงานของฮิเดโอะกับฮานะ

หลังจากที่จินออกจากร้านไปและแก้ปัญหาร้านค้าผู้เสียหายได้ ชิเงรุก็ประกาศวันแต่งงานอย่างเป็นทางการ เห็นได้ชัดว่าฮิเดโอะมีสีหน้าดีใจ ส่วนฮานะมีแสงบางๆ เส้นหนึ่งแล่นผ่านไปในดวงตา

ท่ามกลางเสียงยินดีและตื่นเต้นของลูกจ้าง ว่าที่เจ้าสาวมีแค่รอยยิ้มบางที่อ่านความหมายไม่ออก

วันนี้ฮิเดโอะไปทำธุระเรื่องบัตรเชิญ เอาแบบจากที่ร้านกลับมาให้ฮานะเลือก และตอนบ่ายก็จะมีเจ้าของร้านกิโมโนเก่าแก่เอาแบบชุดแต่งงานมาให้เลือกอีก วันเวลาแห่งชีวิตกำลังดำเนินไปอีกบทหนึ่ง

 

“ดิฉันเป็นลูกค้าของร้านมิโอโมเตะมาตั้งแต่สมัยนายหญิงเมกุมิยังอยู่ เห็นหนูฮานะมาตั้งแต่เด็กๆ ดีใจจังเลยค่ะที่มีโอกาสได้เตรียมกิโมโนเจ้าสาวให้คุณหนู”

เจ้าของร้านกิโมโนเก่าแก่ในเกียวโตแสดงความยินดีไม่หยุดขณะช่วยเลือก น้ำเสียงเครือตารื้นด้วยความปลาบปลื้ม ชิมะเข้ามาช่วยฮานะกับฮิเดโอะเลือกชุดแต่งงาน

“ดีใจด้วยนะคะคุณฮิเดโอะ” เธอกล่าวกับชายหนุ่มบ้าง ว่าที่เจ้าบ่าวพยักหน้ารับพร้อมคำขอบคุณ ฮานะมียิ้มบางแต้มอยู่บนหน้า ทว่าดวงตาที่เหลือบแลสิ่งต่างๆ นั้นว่างเปล่า

ชุดเจ้าบ่าวเป็นกิโมโนสีดำแบบเรียบๆ ติดตราประจำตระกูล ส่วนฮานะเลือกกิโมโนผ้าไหมสีขาว ปักดิ้นเงินลายดอกเบญจมาศ ซึ่งจะบานในฤดูใบไม้ร่วงตรงกับช่วงเวลาจัดพิธี ตอนแรกหญิงสาวบอกว่าใช้กิโมโนเดิมของเมกุมิก็ได้ แต่ชิเงรุเสนอให้เธอได้เลือกตัวใหม่เป็นของตนเอง

พ่อให้เป็นของขวัญ ฮานะจะได้ส่งต่อให้ลูกสาวที่จะเกิดมา

หญิงสาวรับรู้ถึงความกดดันที่เกิดอีกระลอก นอกจากหน้าที่ภรรยา ดูแลร้าน หน้าที่ของแม่ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทชีวิตที่จะต้องรับอย่างไม่มีทางเลือก นึกถึงนายหญิงผู้ใจดี การเป็นแม่คือคำสอนที่เธอจำได้ขึ้นใจ

เมื่อนายหญิงร้านกิโมโนกลับออกไป ก็เข้าสู่เวลาทำงานต่อ ชิมะบอกวันเกิดของลูกค้าในเดือนนี้ ฮานะจึงรีบไปเตรียมของขวัญ หัวหน้าสาวเสิร์ฟจึงถือโอกาสไปจัดดอกไม้พร้อมกัน

 

ใบแปะก๊วยแรกเปลี่ยนสีแล้ว นับได้สองสัปดาห์พอดีที่จินออกจากร้านไป งานที่ทำยังเหมือนเดิม แต่ฮานะรู้ว่าหลายอย่างไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะหัวใจตัวเอง

หญิงสาวใช้เชือกฟั่นเกลียวสองสีผูกเป็นโบว์ที่กล่องของขวัญ ใช้กิ่งลาเวนเดอร์อบแห้งสอดไว้อย่างบรรจง สีม่วงของดอกตัดกับกระดาษห่อสีครีมดูโดดเด่นในความเรียบหรู เสร็จแล้วก็จดบันทึกลงสมุด

“อันนี้ของคุณอามาโนะที่ชิชิโจใช่ไหม”

ชิมะที่จัดดอกไม้อยู่ด้วยกันถาม ฮานะยกคิ้ว “ป้าจำได้ว่าเธอชอบดอกลาเวนเดอร์”

ฮานะทำเสียงรับรู้ พยักหน้ายิ้มๆ “ค่ะ เธอชอบสีม่วงด้วย”

          “เธอเกิดวันที่ยี่สิบสองใช่ไหมคะ”

          “ค่ะ เดือนตุลาคมเหลือวันเกิดลูกค้าอีกแค่สองคนค่ะ”

          “อ้อ คุณทาดะอีกคน” ชิมะพยักหน้า ตัดกิ่งเบญจมาศ

          คนอายุน้อยกว่าหยิบของขวัญชิ้นต่อไป รายละเอียดลูกค้าประจำรายนี้คือเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันอยู่แถวเคียวบาชิในโอซาก้า เพิ่งมาเป็นลูกค้าเมื่อปีที่แล้ว เพราะมาลูกน้องมาเลี้ยงในวันเกิด ตอนกลับไปเอาร้านไปโฆษณาในโอซาก้าจนได้ลูกค้ามาเพิ่มอีกมามาย

          ฮานะหยิบกระดาษห่อของขวัญสีเหลือง และใช้กระดาษกระสอบซ้อนซับบางส่วนพื่อตัดความฉูดฉาด ทาดะเป็นช่างต้องใช้ถุงมือ ซึ่งกลายมาเป็นของขวัญพร้อมด้วยชาเขียวอย่างดีจากอุจิ

          ผู้หญิงสองคนทำงานไปเงียบๆ กระทั่งคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

          “สิบห้าวันแล้ว”

          ชิมะเงยหน้าขึ้น ฮานะหลุบตาลง “ตั้งแต่จินออกจากร้านไป ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างนะคะ”

          คนอายุมากกว่าเลือกใบไม้ที่จะเอามาแต่ง สีหน้าสงบนิ่ง ตั้งแต่เกิดเรื่อง ฮานะเพิ่งจะเปิดปากคุยเรื่องจิน จนชิมะคิดว่าหญิงสาวเสียใจจนแกล้งทำเป็นเหมือนว่าไม่มีคนชื่อคางาวะ จินเข้ามาก่อนเสียอีก

          ความปวดร้าวในดวงตา และรอยยิ้มที่หายไปคือหลักฐาน    

“ป้าคิดว่า หมอนั่นเอาตัวรอดได้ แล้วจะไม่เป็นไร”

ฮานะใจชื้นที่หญิงกลางคนไม่ตำหนิ แต่ยังระงับอาการ “เขาเหมือนคนที่เผชิญความสูญเสียที่สาหัสมา และกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าเขาได้เจอหรือเปล่า ฉันเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักเขามากกว่านี้”

ใบหน้างดงามรู้แสดงความรู้สึกผิดหวังตัวเอง เสียงเครือแทนความในใจที่ชิมะเองก็พลอยเจ็บปวดไปด้วย

“คุณฮานะทำดีแล้วนะคะ” เธอปลอบหญิงสาวรุ่นลูกอ่อนโยน ก่อนจะดึงน้ำเสียงจริงจังกลับมา “คุณชิเงรุเองก็ทำถูกแล้ว ร้านมิโอโมเตะเป็นแค่ร้านอาหาร ไม่ใช่เรื่องดีนะคะถ้าจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก”

ฮานะนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบในที่สุด

“ฉันเป็นห่วงในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของเขาน่ะค่ะ”

แล้วบทสนทนาก็จบลง เหลือแต่เสียงจั๊กจั่นกรีดร้องราวกับสั่งลาความร้อนในปีนี้

ทำให้หญิงสาวคิดถึงบ่ายวันหนึ่งที่เสียงร้องของแมลงดังเซ็งแซ่

 

ที่ทำการสาขาแก๊งคุเรียว โซโนดะกำลังกินมื้อกลางวัน

“พาเจ้าเด็กนั่นมาไม่ได้ แต่ก็ทำให้มันออกจากกระดองที่คุ้มหัวอยู่ได้ มีอะไรไม่พอใจอีกอามาเทรุ”

เจ้าของชื่อสะบัดมีดพับไปมา แววตาใต้แว่นสีชาเรียบนิ่ง แต่อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังกักเก็บความกรุ่นโกรธอยู่ภายในด้วยสาเหตุว่าการปฏิบัติงานถูกขัดจังหวะจากรองหัวหน้าอันดับสองของฮิโนโทริ

“ฉันอยากฆ่ามันต่างหาก”

ยากุซ่าผู้ชอบสวมสูทลายทางคีบผักดองเข้าปาก “นั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลัก นายบอกเองนี่” เขาตอบแล้ววางตะเกียบบนโต๊ะ “ผักดองอาหารกล่องนี่รสชาติแย่ชะมัด สู้ที่ร้านมิโอโมเตะไม่ได้เลย”

เขากระดกชา จุดบุหรี่ มองคนอายุน้อยกว่าผ่านกลุ่มควันที่ลอยผ่านหน้า

“นายอยากไปกินอีกสักครั้งก่อนไหม”

ใบมีดหยุดสะบัด “แค่ผักดอง ไม่ได้อร่อยอยู่ที่เดียวในญี่ปุ่นซะหน่อย”

ความเงียบครอบคลุมอยู่ชั่วอึดใจ

“เจ้าเด็กนั่นก็เหมือนกัน”

ยากุซ่าหนุ่มมาดพังก์ร็อคกล่าว ก่อนจะลุกเดินออกไปด้วยท่าทางเหมือนจะหัวเสียเล็กน้อย

 

ในคืนที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ฮานะเดินเข้ามาในห้องครัว เธอหยุดอยู่ตรงประตู เปิดไฟแล้วกวาดสายตาไปเรื่อยเปื่อย ที่หน้าอ่างล้างจาน เห็นภาพของใครคนหนึ่งซ้อนขึ้นมาลางๆ

ในวันที่ต้องทำงานกลางอากาศร้อนสุดขีด ช่วงบ่ายทางร้านจะหยุดพักเหนื่อยกันครู่หนึ่ง ลูกจ้างจะนั่งรวมกันกินน้ำแข็งไส แตงโม บางทีก็เป็นวุ้นเส้นโทโคโระเต็นราดน้ำเชื่อมน้ำส้มสายชูดำ

ฮานะก้าวลงบนพื้นต่างระดับไปยังจุดเตรียมอาหาร วันนั้นจินยกถ้วยขนมหวานของทุกคนมาล้าง เธอเดินตามเข้ามา หยุดยืนเมื่อเห็นแผ่นหลังที่ยังแบกความอ้างว้างไว้ ถ้าผ่านปีนี้ไป คางาวะ จิน ก็คงไม่ใช่เด็กหนุ่มอีก

หญิงสาวสะดุดความคิดตัวเอง ความจริงเขาก็เป็นชายหนุ่มเต็มตัวแล้วไม่ใช่หรือ ตั้งแต่วันที่ต่อเติมห้องเก็บของวันนั้น เธอได้เห็นแผ่นท้องเครียดขึง ท่อนแขนกับหัวไหล่ที่บึกบึน

คุณฮานะ...

เพราะมัวแต่เหม่อมองเพลิน เธอสะดุ้งเมื่อเขาหันมา ต้องขยับตัวเดินกลบเกลื่อน

มีอะไรให้ช่วยไหม

ไม่เป็นไรครับ ใกล้จะเสร็จแล้วเขาตอบ ฮานะเดินเตร่ไปที่ชั้นวางของ เปิดตู้หาชา แต่ห่อที่ต้องการอยู่ชั้นบน คนตัวสูงจึงเดินมาหยิบให้โดยไม่เอ่ยคำ เธอกล่าวคำขอบคุณ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นจินจะเดินไป

จินคุง สูงขึ้นอีกหรือเปล่า

คนถูกทักหันมาทำตาปริบ ฮานะเองก็ยกมือแตะปากตนเอง ขัดเขินอีกครั้งที่เผลอตัว เขาตอบว่าไม่แน่ใจ คิดว่าไม่น่าจะสูงอีกเพราะเวลาหลังจากที่วัดครั้งแรกเพิ่งจะผ่านมาไม่กี่เดือน

ท่าทางของจินที่มองไปยังเสาต้นเดิมทำให้ฮานะผ่อนคลาย งั้นลองวัดดูเถอะ

ผลก็คือ เขาสูงขึ้นอีกสี่เซนติเมตร เป็นร้อยแปดสิบสี่เซนติเมตร ทำให้สูงกว่าฮิเดโอะสองเซนติเมตร

ไม่น่าเชื่อเลย ตอนวัดครั้งแรกจินคุงยังสูงน้อยว่าพี่ฮิเดโอะอยู่เลย ตอนนี้สูงกว่าซะแล้ว

ฮานะรู้สึกตื่นเต้น เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นส่องประกายก็พลอยใจเต้นขึ้นอีก รู้ว่าหนุ่มผู้มาจากโอซาก้าอาจจะรู้สึกว่าเหนือว่าพี่ชายของเธอ เพราะเห็นสายตาแห่งชัยชนะปรากฏแวบบนดวงตาที่เคยมืดหม่นเป็นครั้งแรกขณะที่หันไปมองตัวเลขหนึ่งแปดสี่บนเสา ก่อนที่จะขอตัวเดินออกไป

นอกจากส่วนสูง ความรู้สึกอ่อนไหวที่มีต่อจินก็ฝังอยู่ในใจเธอมากกว่าฮิเดโอะมอบใช้ทั้งชีวิต

 

 

 

 

 13.5.18


สามารถติดตามผลงานอื่นๆ ของอุธิยาได้ที่

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&exact_keyword=1&page_no=1&type=author&search=%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name=&bundle_type=&bundle_type_name=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #23 fsn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:20

    ตามเอาใจช่วย ทั้งคู่เลยคะ

    #23
    0