กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 25 : บทที่ 24 นกที่เกิดจากกองขี้เถ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 เม.ย. 61


24. นกที่เกิดจากกองขี้เถ้า

 

          “เดือนพฤศจิกา...อย่างนั้นเหรอ...”

          มาเอดะคาดเดาอารมณ์ของคุณหนูที่เขาเห็นมาตั้งแต่อายุสิบห้าไม่ถูกหลังจากที่ได้รายงานข่าวลือที่ได้ยินมาจากแม่ค้าในย่านฮิงาชิยาม่าว่าในที่สุดว่าที่เจ้าสาวของลูกชายรูปหล่อของร้านมิโอโมเตะก็คือลูกสาวบุญธรรมนั่นเอง บางคนเพิ่งจะรู้ว่าทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องกัน แต่อีกหลายคนก็รู้เพราะนายใหญ่ชิเงรุเคยปฏิเสธการดูตัวของนักจับคู่ชื่อดัง อีกทั้งฮิเดโอะเองก็ไม่เคยออกเดทกับใครเลย ภาพที่คนแถบนั้นชินตาคือคู่พี่น้องที่น่ารักเดินตลาดด้วยกันและทักทายพวกตนอย่างยิ้มแย้มทุกครั้งที่เจอ

          จะว่าไปก็ไม่มีใครสู้ฮานะจังได้หรอก ลูกของมาสะซังพ่อครัวคนเดิม เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ช่วยงานที่ร้านมาตลอด ฮานะจังก็คงไม่กล้าปฏิเสธผู้มีพระคุณได้

          ภรรยาของร้านขายผลไม้เล่าอย่างออกรส มาเอดะได้ยินขณะที่เขาทำทีเลือกซื้อเชอรี่ ดูเหมือนว่าข่าวนี้เพิ่งจะแพร่กระจายได้ไม่นาน

          “ยังพอมีเวลานะครับคุณหนู”

          องครักษ์ส่วนตัวกล่าวขึ้น นอกจากคำกล่าวกึ่งรำพึง เขาเห็นเธอนั่งนิ่งมาตลอด เว้นเสียแต่มือที่กำแน่นบนหน้าตักซึ่งเกร็งจนมองเห็นเส้นเอ็นขึ้นบนหลังมือขาว

          “เวลาสำหรับอะไร”

          “สำหรับการเปลี่ยนแปลงไงครับ” ชายหนุ่มตอบ ขยับกายอย่างกระตือรือร้น อยากให้คุณหนูของเขาได้เห็นสายตาที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของเธอเพียงแค่เอ่ยมา

          “ครั้งก่อนคุณหนูคุยกับผม ผมไปบอกคุโบตะแล้ว”

          คราวนี้แววตาของลูกสาวคาจิวาระ ริวโซ ส่องประกาย เธอหันมา “เท่านั้นไม่พอ”

          “คุณหนูบอกมาเลยครับ จะให้ผมทำอะไร มาเอดะ ทาโมสึ คนนี้ยินดีทำตามที่คุณหนูต้องการ”

          โคโทริมององค์รักษ์ส่วนตัวที่เธอเคยรำคาญความเลือดร้อนของเขาในบางครั้ง แล้วนึกถึงกุหลาบขาวที่เปื้อนเลือดดอกนั้น

 

          เบื้องหน้าโคโทริเป็นผ้าพันคอลายใหม่ที่จะออกจำหน่วยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กับสามสาวเสิร์ฟ หนึ่งสาวใหญ่ และอีกหนึ่งชายหนุ่มรูปหล่อ

          “เชิญเลือกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ”

          สาวงามผู้กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารเต็มตัวค้อมศีรษะเล็กน้อย อธิบายเพิ่มว่าเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณที่ทางร้านมิโอโมเตะให้บริการด้วยดีเสมอมา โดยได้รับอนุญาตจากชิเงรุแล้ว

          วันนี้ผู้ติดตามหญิงสาวเป็นคุโบตะและมาเอดะ ซึ่งรออยู่ด้านนอกเหมือนเคย

          “สวยจังเลยค่ะ”

          ซาโอริชื่นชม เธอเลือกผ้าลายดอกไฮเดรนเยียสีชมพู คนอื่นๆ ต่างก็เลือกลายที่ชอบ ชิมะเป็นคนสุดท้ายที่หยิบผืนสีน้ำตาลลายเส้นรูปคลื่นแบบญี่ปุ่น บรรยากาศระหว่างลูกสาวยากุซ่าที่เป็นลูกค้ากับพนักงานของร้านเป็นไปอย่างพอเหมาะ กระทั่งผู้หญิงกลับออกไปกันหมดทุกคน

          “อากาศเริ่มเย็นลงแล้วนะคะ ใกล้หมดฤดูร้อนแล้ว”

          วันนี้เธอสวมกระโปรงสีน้ำตาลแดงพิมพ์ลายจุดขาวเอ่ยขึ้นขณะจิบชาฟูคามูชิฉะ พลางมองใบแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในอีกสองหรือสามเดือนต่อจากนี้

          “นั่นสิครับ ผ้าพันคอของคุณโคโทริเข้ากับฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงดีนะครับ”

          หญิงสาวยิ้มบาง “ฉันก็หวังอย่างนั้นค่ะ แต่ว่าฉันยังเพิ่งเริ่มต้น กำลังพยายามทำให้ลูกค้าเชื่อใจอยู่ค่ะ”

          คนฟังพยักหน้าอย่างจริงใจ เขาชื่นชมในความมุ่งมั่นของเธอ ผู้หญิงที่จะเป็นผู้นำในการทำธุรกิจเป็นเรื่องยากในสังคมญี่ปุ่น และยังในฐานะที่มีบิดาหัวหน้าแก๊งยากุซ่าเช่นนี้อีก

          ฮิเดโอะให้เธอเป็นฝ่ายเลือกหัวข้อ ตัดสินใจว่าจะเก็บเรื่องแต่งงานไว้ก่อนจนกว่าบัตรเชิญจะเรียบร้อย

          “ปีหน้าฉันจะทำแบบของผู้ชายบ้างค่ะ คิดว่าจะออกให้เป็นวาเลนไทน์คอลเล็คชั่น น่าจะเป็นของขวัญได้”

          “ดีครับ ผมจะคอยดู พยายามเข้านะครับ”

          โคโทริเกือบจะพูดแล้วว่าเพื่อเขา เธอจะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อนึกถึงงานแต่งงาน ก็รู้สึกแปลบปลาบใจหัวใจ เธอจะมีโอกาสได้มานั่งคุยกับเขาในฐานะ ลูกค้าพิเศษ อย่างนี้อีกหรือไม่นะ

          ไม่มีทาง มันจะไม่เกิดขึ้น

          คนอย่างคาจิวาระ โคโทริ มุ่งหวังสิ่งใดแล้วไม่มีทางที่จะไม่ได้ ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไร ชายตรงหน้าเท่านั้นที่เธอจะไม่ยอมเสียไป

 

          ช่วงเวลาที่ฮิเดโอะต้อนรับโคโทริ ชิเงรุก็มีแขกเช่นกัน ชิมะเสิร์ฟชาให้ก่อนจะไปตามคำเชิญของโคโทริ ฮานะจึงมาเตรียมชาใหม่ไปเสิร์ฟอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแขกยังไม่กลับ เธออยู่ในครัวเมื่อบรรดาสาวเสิร์ฟกลับมาแล้ว ชิมะสรุปสั้นๆ ว่าลูกสาวคาจิวาระมาให้ของขวัญก่อนจะถืออุปกรณ์ชงชาออกมา ฮานะได้ยินซาโอริกระซิบกับมาริด้วยความสงสัยว่า โคโทริรู้เรื่องงานแต่งของฮิเดโอะหรือยังถึงได้มาเป็นลูกค้าพิเศษอย่างนี้ และถ้ารู้ จะมีอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่

ลูกสาวบุญธรรมบ้านโอคาซากิรู้สึกเหมือนกำลังกลืนข้าวต้มในยามป่วย ไม่รู้รส แต่ต้องกินเพื่อให้ร่างกายมีแรง พยายามประคองชาน้ำชาในมือ และมองออกไปที่สวน หญ้ารกเรื้อรอการเก็บกวาด จะต้องบอกจินคุงให้มาช่วยตัด

ชื่อจากสมองส่งความสั่นไหวไปที่มือ คำเย็นชาในวันที่ยกข้าวต้มไปให้ยังก้องอยู่ในหู ฮานะสลัดมันออกไป เธอกำลังทำงาน

แต่ก่อนที่จะถึงห้องชาก้าวเดียว ประตูก็เลื่อนออก

คนเดินออกมาคือ คางาวะ จิน

หัวใจฮานะแทบหยุดเต้น เด็กหนุ่มก็ชะงัก ชั่ววินาทีที่สายตาสานสบกัน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเดินผ่านไป กลิ่นตัวผสมกลิ่นเหงื่อแตะจมูก แต่ไปสร้างความวูบวาบบนผิวกาย เมื่อนึกถึงร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาอยู่ใต้ชุดพ่อครัว

“จินคุง”

คำเรียกไปเร็วกว่าใจคิด ฝีเท้าของคนตัวสูงหยุดกึก ฮานะอ้าปากจะถามว่าเขามาพบบิดาของเธอเรื่องอะไร

“ฮานะใช่ไหม มาแล้วก็เข้ามาสิ”

เสียงเรียกจากในห้องทำลายจังหวะ และเรียกสติของฮานะกลับมา กว่าจะได้พูดอะไร จินก็เดินหายไปเสียแล้ว

 

          ฮิเดโอะรับรู้เรื่องที่ผู้มาเยือนบอกว่าวันนี้จะขอรอเป็นลูกค้าเมื่อตอนร้านเปิด เขาจึงอยู่สนทนากับเธอสั้นๆ ก่อนจะขอตัวไปทำงาน และเตรียมเปิดร้านไปอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า

          โคโทริอยู่ในห้องรับแขก เธอขออนุญาตเจ้าของบ้านอย่างเป็นทางการแล้ว ให้เหตุผลว่าสวนของร้านทำให้มีไอเดียในการออกแบบ ระหว่างรอเวลาร้านเปิดสาวงามจึงทำงานไปพลางๆ

          ก่อนร้านเปิด จินถูกใช้ให้เอาขยะเปียกมาทิ้งที่หลังร้าน เด็กหนุ่มเองก็ตั้งใจว่าจะอัดบุหรี่สักมวนดับอารมณ์ เป็นวันที่ไม่ดีสำหรับเขา หลังจากถูกชิเงรุเรียกไปคุย ยิ่งทำให้เข้าใจความเป็นนายใหญ่แห่งมิโอโมเตะได้ชัดเจนขึ้นคำกล่าวที่ว่า บางเรื่องไม่มีการพูดถึงไม่ได้แปลว่าจะไม่มีอยู่จริงเป็นเช่นนี้เอง

ขณะจุดไฟจมูกได้กลิ่นควันที่ลอยมาก่อน กลิ่นนี้ ยี่ห้อมาร์โบโร่ ใครกัน

“ถ้าจัดการให้อับอาย ก็ไม่มีหน้าจะแต่งงานได้แล้ว”

คนยืนฟังขมวดคิ้ว เสียงนั้นคุ้นหูชอบกล

แต่งงาน? หมายถึงใครกัน และร้านนั้นที่นี่หรือที่ไหน สมองทำงานจนลืมที่จะจุดไฟแชค

“ดูเหมือนว่าลูกสาวบ้านโอคาซากิจะเป็นที่รู้จักในร้านค้าแถบนี้ แปลกว่า คงต้องออกมาซื้อหรือส่งของบ่อยๆ ต้องส่งคนมาจับตาดู”

ลูกสาวบ้านโอคาซากิ! หัวใจจินเต้นระทึก หมายถึงฮานะไม่ผิดแน่

ทว่า อีกประการหนึ่งก็คือ อีกเสียงที่เอ่ยขึ้นมานั้นคุ้นหูอีกคน จินถือบุหรี่ค้างไว้ ฝ่ามือมีเหงื่อซึม

“น่าเสียดายนะ คุณหนูคนนั้นหน้าตาน่ารักเป็นบ้า”

ลมหายใจคนฟังสะดุด เสียงหัวเราะต่ำๆ ผสมเสียงดูดริมฝีปากฉายอารมณ์หยาบโลก เด็กหนุ่มหายใจถี่ ลืมสิ้นว่าตั้งใจจะมาทำอะไร พวกนั้นเป็นใคร!

จินเก็บบุหรี่ เก็บสติที่หลุดไปจากการได้ยินชื่อฮานะ ขยับฝีเท้าออกไปเงียบกริบ มองหาต้นกำเนิดเสียง เมื่อพ้นมุมกำแพง เขาเห็นลำตัวครึ่งหนึ่งของผู้ชายคนหนึ่งที่โผล่พ้นเสาไฟในตรอกข้างร้าน

นั่นมันคนติดตามของคาจิวาระ โคโทริ

เขาจำใบหน้ากับไรจอนเข้มนั้นได้ ดวงตาดุดันที่แฝงไว้ด้วยความหวงแหนเจ้านายสาว ส่วนชายอีกคนที่ได้ยินแค่เสียงก็ต้องเป็นชายใบหูขาดครึ่งไม่ผิดแน่  จริงด้วยสิวันนี้ผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่ตั้งแต่ช่วงบ่าย

สองคนนั้นคิดจะทำอะไร มีฮานะอยู่ในบทสนทนา

อากาศที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งอ้าวระอุ

 

          มาเอดะกับคุโบตะดับบุหรี่ เดินกลับเข้ามาในร้านเมื่อเปิดบริการ วันนี้คุณหนูของพวกเขามาเป็นลูกค้า ในฐานะผู้ติดตามก็ได้รับอนุญาตให้ร่วมกินอาหารเย็นด้วย

          คูโบตะมองสวนสวยและเรือนญี่ปุ่นอายุเกือบสองร้อยปี

          “ถึงจะเป็นร้านเก่าแก่ ลูกชายมีฝีมือ ถึงอย่างไรก็ไม่เหมาะกับคุณหนูโคโทริอยู่ดีนั่นแหละ” ชายใบหูขาดรำพึงกึ่งเย้ย “ลูกสาวยากุซ่าหรือจะมาลงเอ่ยกับพ่อครัวร้านอาหาร นายคงคิดเหมือนกันสินะ”

          มาเอดะนิ่ง เขาเองก็ไม่หวังให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ความมุ่งมั่นในแววตาของผู้หญิงเป็นสิ่งน่ากลัว โดยเฉพาะคุณหนูของเขาเอง

          “ฉันก็น่าจะรู้อยู่แล้ว” น้ำเสียงคุโบตะน่าหมั่นไส้ “ฉันน่ะสนใจแค่...”

          ประโยคนั้นไม่จบเพราะคนพูดหยุดกลางคันเมื่อเห็นบุคคลหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าตนเอง คุโบตะเผยอริมฝีปากประดุจเด็กน้อยที่ได้เห็นหิมะครั้งแรก

          “นึกว่าใคร เจ้าหนูนี่เอง” เขาหันมาทางเพื่อนร่วมแก๊ง “เพื่อนเก่านายน่ะ มาเอดะ”

          คนถูกยัดตำแหน่งเพื่อนให้จ้องเขม็ง เขาไม่มีทางลืมเจ้าเด็กหนุ่มที่ทำท่าอวดดีต่อหน้าโคโทริแน่ๆ สายตาแข็งกร้าวของอีกฝ่ายบอกชัดว่าไม่กลัว

          “มีอะไร จะมาทักทายหรือว่า...จะพาเราไปที่ห้องใช่ไหม ไปสิเจ้าหนู ฉันขอเบียร์เย็นเจี๊ยบเลยนะ”

          คำตอบของจินคือการมองตอบนิ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปง่ายๆ คุโบตะหน้าชา

          “เฮ้ย อะไรของแก”

          คนอารมณ์ร้อนคว้าหัวไหล่จิน เขาเบี่ยงตัวตามสัญชาตญาณปัดมือออกพลัน เสียงดังพลัวะ

          “ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้อนรับ”

          คำตอบเย็นชาเรียกอารมณ์เดือดให้คุโบตะ ยากุซ่าเงื้อหมัด

          “ปากดีนักนะ!

          “เดี๋ยว คุโบตะ! มาเอดะขยับตัว ปล่อยให้คู่หูลงมือที่นี่ไม่ได้แน่

          “มีอะไรกัน”

          ประโยคคำถามที่มาพร้อมน้ำเสียงจริงจังดังขึ้น หยุดกิริยาของคนทั้งสามทันควัน คุโบตะรีบลดมือลง มาเอดะยืนตัวตรง ชายในชุดกิโมโนคือ โอคาซากิ ชิเงรุ นายใหญ่แห่งมิโอโมเตะ ถึงจะไม่ใช่นาย แต่ในฐานะเจ้าบ้านย่อมมีความน่าเกรงขามพอ อีกทั้งผู้มาเยือนก็เป็นเสมือนบุคคลนอกกฎหมายกลายๆ อยู่แล้ว

          “คุณโอคาซากิ” มาเอดะก้มศีรษะเล็กน้อย ส่งเป็นสัญญาณให้คุโบตะทำตาม

          “พนักงานของร้านเราทำอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า” ชิเงรุถามเรียบ สายตามองจินที่ยืนนิ่ง

          “ไม่หรอกครับ แค่เราเคยเจอกันข้างนอกมาก่อน ก็เลยทักทายกัน” คุโบตะตอบพร้อมฉีกยิ้มกว้าง

          ชายชราปรายตาไปข้างตัวราวกับไม่สนใจคำตอบนั้น “ร้านเปิดแล้ว ขอเชิญด้านใน คุณชิมะพาลูกค้าไปที่ห้องด้วย”

          “ค่ะ” ชิมะรับคำ ส่งยิ้มตามหน้าที่ให้ผู้ติดตามของลูกสาวยากุซ่า “เชิญทางนี้ค่ะ”

          มาเอดะก้าวออกไปก่อน คุโบตะจึงเดินตาม ไม่วางปรายตามาทางคู่อริอย่างคาใจ

          เมื่อพ้นร่างของชายทั้งสอง ชิเงรุเอ่ยกับจิน

          “เธอสัญญากับฉันแล้วนะ คางาวะ”

 

          หลังออกมาจากร้านของคุซาบุโร่ จินแวะซื้อบุหรี่ จุดสูบหนึ่งมวนที่หน้าร้าน กวาดสายตาไปทั่วบริเวณนั้น มองควันจากการเผาไหม้ที่ม้วนขึ้นไปตามลม รั้วบ้านฝั่งตรงข้ามมีหญ้าขึ้นสูง หมดฤดูร้อนเมื่อไหร่คงเป็นงานใหญ่ของเจ้าของบ้าน

          หมดฤดูร้อน... เขาก็คงถูกจำกัดไปเหมือนต้นหญ้า ความกรุณาของชิเงรุทดแทนความพ่ายแพ้ไม่ได้

          ค่าเรียนต่อมหาวิทยาลัย

          จินตัดสินใจจำทำให้ความตั้งใจนี้ไม่เสียประโยชน์ ถึงแม้จะใช้เงินจำนวนนี้ไม่ได้ แต่มันคืออิฐปูถนนสำหรับการเดินทางต่อ

          เด็กหนุ่มดับบุหรี่ ก้าวออกจากร้านของชำ อาทิตย์ที่สองที่เลือกออกมาเตร่นอกบริเวณร้าน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเสื่อทาทามิ กลิ่นครัว แปลงผัก กลายเป็นสถานที่ไม่น่าพิศมัย เพื่อจะให้ถึงเวลาห้าโมงเย็น เขาหยุดเดินเมื่ออีกแค่หนึ่งร้อยเมตรจะถึงร้าน แล้วหันกลับไป

          ชายสองคนในเครื่องแต่งกายกับกลิ่นที่บอกสถานะชัดเจน ความจริงก็สักพักมาแล้วที่เขารู้ว่ามีการติดตาม พยายามไม่สนใจเพราะอีกฝ่ายก็ไม่เข้ามาคุกคาม เมื่อเดินมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงมิโอโมเตะก็ไม่มีทีท่าจะหยุด จินจึงหยุดเอง

          เหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ฝ่ายนั้นต้องการ เพราะเมื่อเด็กหนุ่มหันไปก็ไม่หลบหลีก ตรงข้ามเดินเข้ามาเป็นฝ่ายทักทายด้วยซ้ำ

          “คางาวะ จิน ไปกับเรา”

          จินมองอีกฝ่ายหัวจรดเท้า ถ้ามีใครสักคนอยากจะออกแบบแฟชั่นสไตล์ยากุซ่าเขาอยากให้คนตรงหน้าเข้าประกวด เพราะทุกอย่างที่อยู่บนตัว เสื้อผ้าเสื้อสูทลายฉูดฉาด รอยเท้าหนังเงาวับพอจะส่องแทนกระจกได้ เครื่องประดับสร้อย นาฬิกาทอง ผมใส่เจลหวีเรียบแปล้ รอยแผลหลุมสิวบนหน้า และแผลเป็นที่คางซึ่งมีเคราหรอมแหรมเหมือนแพะ

          “ใครคือ เรา

          “คุเรียว”

          คนตอบเดินออกมาจากตรอกด้านข้าง ชายหนุ่มที่มีเครื่องแต่งกายจากคนอื่น คือเสื้อยืดกับกางเกงยีน ใต้แว่นสีชานั้นคือใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ

          จินรู้จักเขาในฐานะคนติดตามโซโนดะ แต่น้อยครั้งจะได้เห็นเต็มตา อีกฝ่ายสูงและผอมกว่าที่คิด แต่ภายใต้รูปลักษณ์เช่นนั้นการเป็นสมาชิกแก๊งคุเรียวย่อมไม่ธรรมดา

          “ถ้าจะให้ไปด้วยกัน ไม่เห็นต้องเสียเวลาเดินตาม”

           อามาเทรุแยกเขี้ยว “ฉันอยากเดินเล่นในฮิงาชิยาม่า”

          จินแปลได้ว่าอยากเล่นสงครามประสาท รอบตัวของเขามีชายอีกสามคน

“นายควรไปกับเรา ไม่ต้องถามว่าที่ไหน เพราะนายรู้อยู่แล้ว” รอยยิ้มนั้นเหมือนพนักงานที่แจกสินค้าตัวอย่าง

“แล้วทำไมนายต้องพูดในสิ่งที่รู้คำตอบอยู่แล้วเหมือนกันล่ะ”

          อามาเทรุยกคิ้ว เอียงศีรษะไปทางซ้าย แล้วก็เอียงไปทางขวา ก่อนจะมองลอดแว่นสีชา

          “ความจริงฉันไม่คิดจะมาคุย แต่คิดว่าการที่นายไปทำงานในครัวจะพูดง่ายขึ้น ฉันคิดผิดสินะ"

          การสนทนาของพวกเขาอยู่กลางย่านร้านค้า ท่ามกลางคนที่เดินผ่านไปมา ยากุซ่าทั้งสี่ก็ยังยืนล้วงกระเป๋าอยู่กลางถนนไม่รู้ร้อนหนาวใดๆ พ่อค้าแม่ค้ามองอย่างตำหนิปนสงสัย

          “ยิ่งเห็นว่านายเดินท่อมๆ ไปทั่วอย่างสบายอารมณ์มันขวางตาน่ะ”

          “นายก็ไม่ควรมายุ่งกับฉัน”

ชายสวมแว่นขมวดคิ้ว ห่อปากทำเสียงจึกจักเสมือนครู่ที่ดุเด็กน้อย ก่อนที่แววตาเยือกเย็นจะส่งผ่านออกมา

“คำนั้นไม่ควรพูดกับฉัน เจ้าหนู” 

จบคำ คนที่จินขนานนามในใจว่าเป็น ตัวอย่างยากุซ่า ก็พุ่งเข้ามา ฟาดกำปั้นลงที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง จินไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปชนแผงผลไม้ เชอรี่กับส้มร่วงกระจัดกระจาย

“กรี๊ด!!

สติถูกเรียกใช้มาโดยเร็ว จินดีดตัวขึ้น เอี้ยวตัวหลบหมัดที่สองของยากุซ่าคนนั้น ก่อนจะสวนกลับไป เฉี่ยวปลายคาง พบว่าอีกฝ่ายร่างกายแข็งแรงกว่าที่คิด

เหมือนว่าอีกฝ่ายรอจังหวะอยู่แล้ว เมื่อจินตอบโต้ก็สวนหมัดกลับมาทันที เด็กหนุ่มพบว่าความไวนั้นเกินกว่าระดับปกติที่เจอ รู้สึกถึงเลือดที่ไหลพรูในช่องปากซึ่งเกิดจากพันกระทบกระพุ้งแก้ม อาการปวดหนึบบังเกิด ยากุซ่าตัวอย่างไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งตัว เขากระชากคอเสื้อจินขึ้นแล้ว แล้วปล่อยหมัดออกมาต่อเนื่องกัน

“เกิดอะไรขึ้น ว้าย”

“เฮ้ย อะไรกัน”

เสียงโหวกเหวกดังอยู่รอบเหตุการณ์วุ่นวาย แต่ความเป็นยากุซ่าทำให้ชาวบ้านไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยความกลัว ตามปกติแล้วยากุซ่าจะไม่ยุ่งกับคนทั่วไปถ้าไม่จำเป็น พวกเขามีโลกสีดำส่วนตัว

“นี่เหรอเด็กที่โซโนดะซังสนใจนักหนา ไม่เห็นมีอะไร...โอ๊ย!

เจ้ายากุซ่าคนนั้นพูดพลางใช้เท้าเขี่ยจินที่นอนลงกับพื้น แต่ไม่ทันจบคำร่างหนาล่ำของเขาก็ล้มครืนเพราะคนที่คิดว่าหมอบไปแล้วกวาดเท้าเตะตัดขาคนอื่นอย่างรวดเร็ว

จินถอยไปเพื่อจะยืนตั้งหลัก แต่ถูกไม้ฟาดจากด้านหลังจนล้มไปอีก ได้ยินเสียงใครสักคนพูดเรื่องตามตำรวจ เขากัดฟันกรอด เป็นเพราะไม่มีโอกาสเลี่ยงจากสถานที่กลางชุมชนได้ทันทำให้เขาไม่สามารถตอบโต้คู่ต่อสู้ได้ดั่งใจคิดจนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

ขณะที่เจ็บร้าวไปทั้งร่าง สมองก็พยายามคิดว่าทำไมคุเรียวถึงเลือกลงมือกลางในที่สาธารณะอย่างนี้ อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงร้าน ทำไมถึงเลือกหันไปเผชิญหน้าด้วย หรือคาดเดาผิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ลงมือกลางชุมชน

จินถ่มเลือดลงพื้น จะยันตัวขึ้นแล้วก็โดนฝ่าเท้ากระแทกลงกลางหลังมาอีก

“ขอฉันบ้าง”

คำกล่าวนั้นเป็นของอามาเทรุ เขาย่อตัวลง จินพยายามจะขยับตัว เจ้าของเท้ากดย้ำลงมาพร้อมเสียงคำราม เด็กหนุ่มเห็นสายตาผ่านกระจกสีชาเย็นเยือกเหมือนน้ำแข็ง พอจะขยับมีดที่มาจ่ออยูที่หน้าแล้ว

“อย่าดีกว่า”

มือเรียวเหมือนผู้หญิงกดบีบที่กราม ในสภาพที่เลือดเปื้อนหน้า ทรงผมอันเดอร์คัทเสย ใส่แจคเก็ตหนัง แววตาเย็นชาที่ขอบตาเขียนอายไลเนอร์สีดำ จินเพิ่งนึกได้ว่าชายคนนี้เหมือนใคร

“ฉันอยากคุยกับนายดีๆ โซโนดะบอกว่าอยากได้ตัวนาย แต่ฉันไม่ค่อยเห็นประโยชน์ที่จะเก็บนายไว้เลย นายมันน่าเกะกะ”

ใบมีดกดลงที่ผิวหน้าจนจนรู้สึกถึงคมมีดที่ผ่านผิวเนื้อ มีเสียงวี้ดว้ายแว่ว

“จะมีนายอยู่หรือไม่มีก็ไม่ต่างกันหรอก”

จินอยากขยับแต่ด้วยความเจ็บและถูกกดด้วยแรงที่เหนือกว่า หัวเข่าของเขาถูกกระแทกจากตรงข้อพับ ทำให้เจ็บจนยันไม่ขึ้น หนีรอดมาได้ตั้งนาน ทำไมเพลี้ยงพล้ำง่ายดายเช่นนี้

“ตรงนี้มันประเจิดประเจ้อไปหรือเปล่า”
          คมมีดของอามาเทรุหยุดกินเลือดเหยื่อของมันกลางคัน เจ้าของใช้เวลาสามวินาทีก่อนจะละสายตาจากหน้าบวมเละของหนุ่มโอซาก้ามายังคนเอ่ย และค่อยๆ ยืดตัวขึ้น

ผู้มาใหม่ยืนด้วยท่วงท่าราวกับกำลังชมซากุระ มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ยี่ห้อแบลคสโตน หลังจากการหลบกันเข้าไปในร้านของพ่อค้าแม่ค้าและ การปรากฏตัวของชายผมยาวในชุดขาวจึงโดดเด่น

“คุโรซากิ”

“ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ เรจิ”

ดวงตาของยากุซ่าหนุ่มพังก์หน้าสวยลุกวาว ในแวดวงยากุซ่าไม่มีใครไม่รู้จักเขา คนที่ลงมือตามคำสั่งของอามาเทรุมองกันอย่างหยั่งเชิง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของรองหัวหน้าอันดับสองของฮิโนโทริคือไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้

“ฉันไม่เคยอนุญาตให้นายเรียกชื่อฉัน”

“นายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มาก่อความวุ่นวายที่นี่เหมือนกัน”

“ไม่ใช่เรื่องของนายนะ!

ชายหนึ่งในสองเอ่ยขึ้น คุโรซากิเหลือบมอง เช่นเดียวกับอามาเทรุที่ประเมินสมาชิกแก๊งคู่อริ โซโนดะมีความตั้งใจที่จะลากเจ้าเด็กโอซาก้าคนนี้ไปเข้าแก๊งให้ได้ แต่เขาไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะเอาเจ้าหมาบ้าคนนี้เข้าแก๊งให้วุ่นวาย ต่อให้มันเป็นลูกของโสเภณีที่ถูกฆ่าตายคนนั้นก็ตาม แค่จัดการไปให้เหมือนแมลงตัวหนึ่งก็จบแล้ว

เขาจะทำได้สำเร็จ ถ้าไม่มีชายตรงหน้าคนนี้

“นาย...อยากจะทำอะไรล่ะ” ในที่สุดอามาเทรุก็ถามกลับ แลบลิ้นเลียใบมีดที่เปื้อนเลือด

“ไม่ทำอะไร”

คุโรซากิตอบแล้วพ่นควันพรู อามาเทรุหรี่ตา การปรากฏตัวของนกพิราบในฉากนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็น ถึงอีกฝ่ายจะไม่แสดงการปกป้องเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าการมาเยือนไม่มีความหมาย

ถ้าคุเรียวไม่แตะต้อง คางาวะ จิน คุโรซากิแห่งฮิโนโทริก็เช่นกัน แต่ถ้าลูกจ้างหนุ่มแห่งร้านมิโอโมเตะหายไป คู่อริย่อมไม่ยอม อย่างน้อยในฐานะเจ้าถิ่นในเกียวโต

การพบปะกันระหว่างสองคนนี้ที่ร้านราเมนหมายถึงการได้แลกเปลี่ยนบทสนทนาแล้ว งานจะยุ่งยากขึ้นไปอีกถ้าคุโรซากิเช้ามาเต็มตัว เพราะเขาไม่ใช่ลูกน้องปลายแถวในแก๊ง

อามาเทรุนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มไปมา ก่อนจะเก็บมีดใส่ปลอก มองหน้าชายผมยาวอีกครั้งแล้วก็เดินออกไป ทำเอาชายสองคนงงงัน มองการกระทำของชายที่ได้รับคำสั่งจากโซโนดะอย่างไม่เข้าใจ แต่จะดำเนินการต่อไปเองเลยก็กลัวละเมิดคำสั่ง เมื่อเห็นชายผมยาวคู่อริยืนอยู่ ชั่งน้ำหนักแล้ว ในที่สุดก็ต้องเดินตามอามาเทรุออกไป ไม่วายวาดเท้าเตะเข้าชายโครงของจินและถุยน้ำลายใส่อีกครั้งก่อนจะเดินออกไปพร้อมอาการฉุนเฉียว

นานครู่ใหญ่กว่าจินจะค่อยๆ ยันกายขึ้น หัวเข่าปวดแปล๊บทำให้เสียหลักลงไปนั่ง สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือกางเกงสีขาว ร่างนั้นยืนนิ่งๆ คนนั่งสูดลมหายใจแล้วก็ตัวงอเพราะเจ็บท้อง

“รู้จักนกที่เกิดจากขี้เถ้าใช่ไหม มันคือฮิโนโทริ*”

คุโรซากิเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้จินได้ตอบหรือทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น เมื่อจบคำเขาก็หมุนกายเดินจากไปทันที กว่าที่จะเข้าใจก็คือวันที่เขาเป็นนกที่เกิดจากเถ้าถ่านนั่นเอง

เสียงความเคลื่อนไหวระคนความไม่พอใจกับความเสียดายดังระงม

“บ้าที่สุดเลย!

“ยากุซ่าพวกนี้ไม่เคยมาก่อความวุ่นวายมาก่อน ทำไมวันนี้ถึงได้มาถึงในนี้ เสียหายหมดเลย” อีกคนพูด

“เอ๊ะ นี่มัน เจ้าเด็กที่ร้านมิโอโมเตะนี่นา” แม่ค้าร่างอ้วนคนหนึ่งพูด ก้มมองหน้าเขาอย่างไม่สนใจมารยาท “ใช่จริงๆ ด้วย ต๊าย มีเรื่องกับยากุซ่าด้วย ไม่อยากจะเชื่อ”

เสียงนั้นเรียกคนอื่นๆ เข้ามา พยักเพยิดกันยกใหญ่ “จริงด้วยสิ เอ๊ะ ถ้าเป็นลูกจ้างร้านนั้น เราไปเรียกร้องค่าเสียหายจากโอคาซากิซังได้ไหม”

“นั่นสิ ถือว่าเจ้านี่มีส่วนทำให้เราเสียหาย”

“ใช่ๆ ทำเลยๆ”

จินจำต้องลากลังขารตัวเองออกมาโดยไม่สนใจคำฝากของผู้เสียหายเหล่านั้น สภาพเละเทะของเขาทำให้พ่อค้าแม่ค้าได้แต่ใช้คำพูดทิ่มแทง บอกให้รู้ว่าไม่อยู่ในสภาพพร้อมด้วยประการทั้งปวง

         




อุธิยา

30.4.18


ติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ได้ที่

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&exact_keyword=1&page_no=1&type=author&search=%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #22 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 10:39

    ผู้หญิงที่คิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันด้วยวิธีนี้ เลวร้ายมากคะ แล้วก็สังคมน่าหดหู่นะคะ ไม่กล้าช่วยก็พอเข้าใจ แต่นี้จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากคนที่โดนกระทำซะอีก ปลาใหญ่กินปลาเล็กกันทั้งนั้น ไม่คิดถึงว่าถ้าเป็นตัวเองโดนบ้างจะเป็นไง แค่ฉันรอดก็พอ

    #22
    1
    • #22-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 25)
      13 พฤษภาคม 2561 / 13:08
      ถ้าติดตามข่าวของประเทศญี่ปุ่นจะเรื่องทำนองนี้เยอะเหมือนกันค่ะ น่าหดหู่มาก
      #22-1
  2. #21 white_space (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 02:44
    สงสารจินค่ะ
    #21
    1
    • #21-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 25)
      13 พฤษภาคม 2561 / 13:07
      เอาใจช่วยจินกันค่ะ
      #21-1