กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 24 : บทที่ 23 จดหมายจากนกพิราบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

23. จดหมายจากนกพิราบ

 

ฮานะตกใจตัวเอง นี่เธอร้องไห้

          เมื่อรู้ชัดว่าเป็นอะไร น้ำตายิ่งไหล เธอเดินตรงกลับห้อง หายใจถี่ๆ ราวกับคนเพิ่งขึ้นจากน้ำ ทำไมเจ็บในอกอย่างนี้ จินก็แค่พูดเรื่องจริง เขาก็ตอบถูก ทำไมเธอต้องเสียใจ

          ที่ผ่านมาแค่ท่าทางหมางเมินก็ปวดใจแล้ว บวกกับความหวังดีถูกปฏิเสธ แถมตอกย้ำด้วยคำพูดเสียดแทงหัวใจ เธอเคยสูญเสียคนที่รักไปหลายคน แต่ทำไมสะท้านสะเทือนกับแค่ประโยคธรรมดาของลูกจ้างอายุน้อยกว่าอย่างจิน

          ทำไมถึงได้สั่นไหวกับเด็กพัดเตามากขนาดนี้ เขาเป็นแค่เด็ก อายุไมถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ

 

          ที่เรือนญี่ปุ่นของตระกูลคาจิวาระ ที่เดิมซึ่งโคโทรินั่งจัดดอกไม้ วันนี้ไม่มีอาจารย์มาสอน แต่เธอก็ยังใช้เวลาว่างทำงานอดิเรกนี้เสมอ อากาศอบอ้าว มีเค้าว่าฝนจะตก เสียงจั๊กจั่นร้องเซ็งแซ่

หญิงสาวหยิบดอกกุหลาบขาว จังหวะที่ตัดก้านพลาดถูกหนามตำมือ

“อุ๊ย!

เธอยกนิ้วขึ้นดู เลือดผุดออกมา เมื่อนิ้วนั้นแตะที่กลีบดอก เลือดสีแดงก็เปื้อนบนสีขาวของกลีบกุหลาบ โคโทริชะงัก มองนิ่ง

ได้ยินจากพวกพ่อค้าพูดกันว่าโอคาซากิกำหนดวันหมั้นให้ลูกชายแล้วครับ

นั่นคือสาเหตุของการใจลอย โคโทริพยายามบอกตัวเองว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นข่าวลือ จึงเลือกมาจัดดอกไม้เพื่อสร้างสมาธิ แต่มันไม่ได้ผล โคโทริกระชากกลีบดอกนั้นทิ้งกระจาย ดอกไม้สีขาวดูอ่อนโยน แต่กลับถูกหนามของมันตำเข้าจนได้

          “คุณฮิเดโอะจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น!

          ในที่สุดเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากห้องจัดดอกไม้ คนรับใช้ที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ประหลาดใจ

          “อ้าว คุณหนูไม่ทำต่อแล้วเหรอคะ”

          “ไม่ละ เรียกมาเอดะให้ไปหาฉันที่ห้องชาด้านหลังด้วย” ก่อนจะเดินกิโมโนปลิว คนรับใช้มองตาม คุณหนูไม่เคยเสียสมาธิเลิกจัดดอกไม้กลางคันแบบนี้มาก่อน

 

          เจอกันที่ร้านชิมามูระราเมน ตอนเที่ยง วันที่สิบหก มีคำตอบเรื่องที่ตามหาอยู่

จินยืนอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษที่ชิมะเอามาส่งให้อีกครั้ง หัวหน้าสาวเสิร์ฟบอกว่ามันอยู่ในตู้รับจดหมายจ่าหน้าซองถึงเขา

          ไม่มีการลงชื่อ แต่ก็ทำให้จินนิ่งไปนาน ความพรั่นพรึงก่อตัวปนกับความสงสัย คำถามแรกคือใครกัน ต่อมาคือ ความหมายในเนื้อหา เรื่องที่ตามหาอยู่ จินรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นที่จับตา ยิ่งได้รับจดหมายแบบนี้ก็น่าตกใจ อันตรายอาจจะเข้ามาใกล้กว่าที่คิด แต่ก็รู้สึกถึงความตื่นตัวในกระแสเลือดแทนอารมณ์สับสนในหัวใจต่อเรื่องของฮานะได้บ้าง

คืนนั้น ตอนปฏิเสธความหวังดีของฮานะเขาไม่มองหน้าเธอ ไม่อยากเห็นสีหน้าผิดหวัง กลัวจะควบคุมตัวเองไม่อยู่และพุ่งเข้าไปกอดเธอจนเหมือนเป็นคนทำร้ายฮานะทางอ้อม ทางที่เธออยู่เหมาะสมแล้ว อย่างน้อยเขาก็ได้รับความรู้สึกดีมากๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต

          ฮานะไปเดทกับฮิเดโอะ เขารู้สึกน้อยใจวูบ ท้ายที่สุดก็เป็นแค่หมอก เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาก็จางหายไป เขาเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่ควรคาดหวังอะไรมากกว่านี้ได้อีก เริ่มคิดถึงการออกไปจากที่ร้าน ไม่อยากอยู่จนถึงวันนั้น

          จดหมายฉบับนี้เตือนให้กลับมาสู่ตำแหน่งของตัวเอง

วันสุดท้ายของเทศกาลเคารพบรรพบุรุษของคันไซจบไปเมื่อวานนี้ แต่อากาศยังร้อนอบอ้าว ตอนนี้จินยืนอยู่หน้าร้านชิมามูระ วันเวลาตามนัด เพียงเดินผ่านม่านเข้าไปก็จะได้รู้ว่าใครกันที่ส่งข้อความมา ถึงจะอันตราย แต่นั่นก็คือเขา

         

          ฮานะเหมือนเจอกับพายุฤดูร้อนที่พัดมาจากชายสองคน ฮิเดโอะจู่โจมสารภาพความในใจ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่คิดจะเป็นพี่ชายของเธอนับตั้งแต่บัดนี้ ส่วนจินยืนกรานจะเป็นแค่ลูกจ้าง ปฏิเสธแม้แต่น้ำใจที่เธอให้ และตอกย้ำฐานะที่เธอหลงลืมจนกลายเป็นความผิด

          แรกสุด เธอตั้งสมาธิกับเรื่องงาน ลูกค้ายังคงหลั่งไหลเข้ามา เมื่อจินทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากการป่วยก็ดีกับเธอที่ได้จดจ่อกับการแทนที่งานของมาโมรุ เช่นเดียวกับฮิเดโอะที่เงียบขรึมลงไป มองเผินๆ ก็เหมือนการทำงานในวันปกติ บางคนเท่านั้นที่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม

          พี่ชายบุญธรรมเองก็คงต้องการพื้นที่ส่วนตัว ฮานะเลือกทบทวนอยู่สองวัน จึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนากับเขาเอง ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้บรรยากาศในครัวผิดสังเกต

          “พี่ฮิเดโอะคะ วันนี้เมนูหลักมีอะไรบ้าง ฉันว่าจะเสิร์ฟเมลอนเป็นของหวาน พอจะเข้ากันได้ไหม”

          ฮิเดโอะทำหน้างงเสี้ยววินาที เมื่อเห็นสายตากับรอยยิ้มบางๆ ของน้องสาวเขาก็ยิ้ม ใจพองโต

          “ได้สิ วันนี้จะทำข้าวหน้าปลาอะจิคลุกน้ำส้มสายชู ถ้าได้เมลอนหอมๆ หวานมาปิดท้ายก็ดีเลย”

          ไม่ว่าอย่างไร ความผูกพันยาวนานก็ไม่อาจทำให้หมางใจจนต้องขุ่นเคืองกัน แล้วชายหนุ่มก็ต่อบทสนทนาด้วยท่าทางสดใสมากขึ้น หญิงสาวอุ่นใจ และมีกำลังใจกับการก้าวต่อไปข้างหน้า

         

“ปีนี้อากาศร้อนจริงๆ”

ประโยคนั้นจินได้ยินเมื่อเดินเข้าไปในร้านชิมามูระ เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว เขาถือพัดโบกไปมา จินเห็นแค่แผ่นหลัง ควบคุมความหวาดหวั่นที่พร้อมจะเล็ดลอดออกมา ในนี้คือร้านราเมน ใครบางคนที่นัดหมายเขาก็คงรู้ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับการปลิดชีวิตคน

ถึงอย่างนั้นก็ไม่แน่ เขาเตรียมใจมาแล้ว

“ไงลุง แบบนี้เหมือนเกอิชาที่กิองเลยไหม”

“เหมือนจริงๆ ด้วยสิครับ” ชิมามูระทำตาโต ท่าทางพินอบพิเทา

“เห็นอย่างนี้ ผมเคยทำงานที่คาราบุกิโจมาก่อนนะ”

“ผมก็คิดนะว่าคุณนี่ไม่เหมือนยา...เอ้อ เหมือนศิลปินอะไรแบบนั้นมากกว่า”

ชายคนนั้นหัวเราะ จินรู้สึกคุ้นหู หรือจะเป็น...

“ไม่เหมือนยากุซ่าใช่ไหมละ ผมชินแล้ว” เขาตอบ แล้วค่อยๆ หันมาเมื่อเห็นสายตาของพ่อค้าศีรษะล้านมองข้ามไหล่ไป

“สวัสดี”

ยากุซ่าหนุ่มนามคุโรซากิเผยอยิ้ม วันนี้เขายังคงสวมชุดสีขาว ผมยาวรวบเรียบร้อย ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ถึงใบหน้าเป็นมิตรแต่ก็ยังมี ไออวล คนนอกกฎหมายและสายตานั้นก็ยังเต็มไปด้วยน้ำแข็งเช่นเดิม

รู้สึกโล่งอกเล็กน้อยที่เป็นคนที่คุ้นเคย เขาบอกกับมาโมรุว่ามาที่นี่ และคนที่มิโอโมเตะรู้จักคุโรซากิเป็นอย่างดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นชิมามูระหรือลูกค้าในร้านเป็นพยานได้

จินเดินเข้ามา นั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ชิมามูระเสิร์ฟผ้าเย็นกับชาเขียว เด็กหนุ่มดื่มชารวดเดียวครึ่งแก้ว

“ขอโทษที่มาช้า”

“นายมาตรงเวลาแล้ว” คุโรซากิกล่าว “ดีใจมากนะ ที่นายมาตามนัด คางาวะคุง”

เจ้าของชื่อคลี่ผ้าเย็นช้าๆ สายตาที่ทอดออกมาร้อนแรงแต่ก็ระแวดระวัง

         

          ฮานะสูดลมหายใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ ต่อหน้าบิดาบุญธรรม

          “หนูอยากเลื่อนงานหมั้นออกไปก่อนค่ะ”

          ด้วยน้ำเสียงที่คิดว่านุ่มนวล แต่ก็จริงจังแสดงถึงความตั้งใจแต่ไม่ก้าวร้าว ไม่ใช่การปฏิเสธเสียทีเดียว ชิเงรุนิ่ง ประหลาดใจอยู่ก่อนแล้วเมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาขอคุยด้วยท่าทีทางการ ต่างจากปกติที่เธอจะสดใสเสมอ

          เขายกชาขึ้นจิบ แล้วถือไว้ในมือ

          “เหตุผลล่ะ”

          คนฟังใจชื้น อย่างน้อยอีกฝ่ายก็รับฟัง “หนูยังไม่พร้อมค่ะ อาจจะฟังดูไม่เข้าท่าทั้งๆ ที่คุณพ่อเองก็พูดให้ทราบมานานแล้ว แต่ว่า...หนูรู้สึกอย่างนั้นค่ะ”

          หัวหน้าครอบครัวมองใบหน้าหญิงสาวในอุปการะ เขาเลือกไม่จดทะเบียนรับเธอเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายก็เพราะคาดหวังเธอให้เป็นสะใภ้ เมื่อเขาถ่ายทอดความคิดนี้สู่ฮิเดโอะ ลูกชายมีสีหน้าเป็นประกายและได้คำตอบว่าตนเองก็พร้อม เป็นอีกครั้งที่เขาอ่านใจลูกชายได้ถูกต้อง

          ส่วนหญิงสาวเองถึงจะมีแววตระหนกเล็กๆ ในดวงตา แต่ก็ไม่ต่อต้าน สีหน้ายอมรับซึ่งไม่ใช่การฝืนใจ ที่เหลือก็รอแค่เวลา เพิ่งจะมาสังเกตว่าท่าทีของเธอเปลี่ยนไปเมื่อครั้งที่หมายกำหนดงานหมั้นออกมานี่เอง

          “อยากจะเลื่อนออกไปเหรอ”

“ค่ะ แค่...ขอเลื่อน” ฮานะคิดทบทวนอยู่สองคืน แค่อยากยืดเวลาออกไปอีกสักหน่อยเท่านั้น อยากใช้เวลาเตรียมใจและซับซึมความทรงจำดีๆ กับเด็กหนุ่มคนนั้น อย่างน้อยในฐานะลูกจ้างก็ยังดี  รู้ว่านี่เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลที่สุดตั้งแต่มาเป็นลูกสาวบ้านนี้

ชิเงรุจิบชาอีกครั้ง วางมือบนหัวเข่า มองกระดิ่งลมที่ก่อเสียงกรุ๊งกริ๊งในยามบ่ายวันอาทิตย์ที่สงบสุขแล้วผ่อนลมหายใจ

          “ความจริงฮานะกับฮิเดโอะก็อยู่ในสถานะแบบนั้นอยู่แล้ว แค่ทำให้เป็นทางการแค่นั้นเอง... แต่เอาเถอะ เพิ่งจะผ่านวันเกิดมา พ่อพอจะเข้าใจ”

          บิดาบุญธรรมพูดช้าๆ น้ำเสียงเนิบนาบ ฮานะเกือบจะก้มหัวขอบคุณไปแล้วถ้าไม่มีประโยคถัดมา

          “ถ้าอย่างนั้น พอเดือนพฤศจิกาก็ทำพิธีแต่งเลยแล้วกัน”

          เหมือนสายฟ้าฟาดลงศีรษะ หญิงสาวนิ่งขึง ตัวชาไปกับประโยคบอกเล่าที่โทนเสียงคนพูดไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เกือบนาทีกว่าเธอจะเรียกคำพูดกลับคืนมา

          “แต่ง...หมายถึง...แต่งงานเหรอคะ”

          “ใช่” ชิเงรุรินชาถ้วยใหม่ เสียงดังจ้อกคล้ายมีดที่เสียบเข้าไปถึงในหัวใจ “พ่อคิดเอาไว้แล้วว่าเดือนนี้หมั้นไว้ก่อน แล้วไปจัดพิธีอย่างเป็นทางการตอนสิ้นปี เอ พ่อยังไม่ได้บอกฮานะเหรอ”

          ฮานะไม่แน่ใจว่าตนได้ส่ายหน้าหรือไม่ แต่ผู้มีบุญคุณก็กล่าวต่อ

          “คงเป็นเดือนพฤศจิกา เพราะสะดวกที่สุด ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องมีพิธีหมั้นก็ได้นะ ดีเหมือนกัน”

          พื้นที่ฮานะนั่งอยู่ไหวยวบ มือบนหน้าตักของเธอเย็นเฉียบ ได้แต่เงียบเพราะตื้อในอก

 

          โคโทริจิบชาและถอนใจยาว หลังจากการพยายามไม่แสดงออกเมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่เธอไปเดทด้วยวันนี้ คู่ดูตัวที่บิดาเลือกมาให้ หลังจากให้เวลากับเขาจวบจนสามโมงเย็นก็ขอตัวกลับ และให้มาเอดะขับรถมาที่มิโอโมเตะแทน

          สถานที่ซึ่งเธอจะพาเขามาเป็นที่สุดท้ายก็คือที่นี่ ดูเหมือนว่าเป็นโชคดีที่บิดายังไม่เอ่ยชื่อร้านให้เขาได้ยิน แต่ก็คงอีกไม่นาน วันนี้ไม่มีคุโรซากิอย่างเคย หญิงสาวจิบชาอีกครั้ง

          ประตูบานเลื่อนเปิดออก ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตาปรากฎ เรียกรอยยิ้มและความเย็นชื่นในหัวใจที่ร้อนรุ่มได้

          “คุณฮิเดโอะ”

          หญิงสาวผู้มาเยือนวางถ้วยชาและผงกศีรษะทักทาย วันนี้เธอสวมเดรสผ้าไหมสีขาวแขนสั้นกระโปรงเป็นผ้าชีฟองลายดอกลิลลี่สีม่วงเข้มดูสวยแปลกตา เป็นอีกครั้งที่ฮิเดโอะรู้สึกวูบวาบในวินาทีแรกที่เห็น

          “ขอโทษที่มารบกวนนะคะ พอดีผ่านมาเลยแวะมาทักทายค่ะ” เธอพูดต่อ หยิบกล่องกระดาษสีทองส่งให้ “ของฝากเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ”

          ชายหนุ่มรับของฝากด้วยท่าทางเกรงใจ “รบกวนจังเลยครับ แค่มาทักทายกันก็ยินดีมากแล้ว”

          โคโทริยิ้มบาง เมื่อฮิเดโอะรินชาแสดงความหมายถึงการพูดคุยกับแขกตามมารยาท หัวข้อเป็นเรื่องการทำงานของเขาและเธอ หากเป็นเมื่อก่อนหญิงสาวจะพอใจเพียงเท่านี้ แต่วันนี้ไม่ใช่แบบนั้น

                                           

         “มีธุระอะไรกับผม”

         จินถามเรียบๆ คุโรซากิมองไปยังป้ายที่เขียนเมนู สั่งราเมนชาชูพิเศษแทนการตอบคำถาม คนอายุน้อยกว่านิ่ง

         “ฉันควรจะถามมากกว่าว่านายมีธุระอะไรกับฮิโนโทริ เอาเถอะ กินก่อนดีกว่านะ สั่งสิ ฉันเลี้ยงเอง”

         คนฟังกะพริบตา ด้วยอาการระวังตัวและพยายามตีความหมาย ในนาทีถัดมาจึงเข้าใจว่ายากุซ่าหนุ่มหมายถึงอะไร การที่เขาไปถึงนิชิเคียวเพื่อตามหาชายที่ชื่ออาซาโน่นั่นเอง

          ชิมามูระทำราเมนให้คุโรซากิ ปรายตามองจินเชิงถาม เด็กหนุ่มจึงสั่งเมนูประจำของเขา ราเมนทั้งสองชามจึงถูกเสิรืฟมาในเวลาไล่เรี่ยกัน

          “กินละนะครับ” ชายผมยาวกล่าวพร้อมการประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน เขาฉีกตะเกียบไม้ “อา หอมจริงๆ ถึงจะไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นแท้ แต่กินในญี่ปุ่นก็คืออาหารญี่ปุ่นละนะ”

          จินฉีกตะเกียบ คีบเส้นเข้าปาก ความกดดันที่ยังไม่รู้ว่าการพบเจอครั้งนี้จะออกหัวหรือก้อยไม่ได้ทำให้รสชาติน้ำซุปปร่าเฝื่อนไป ตรงกันข้ามกลับเร่งเร้าให้น้ำย่อยตอบสนองมากยิ่งขึ้น

          “รสชาติไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ นะ ฉันชอบราเมนของชิมามูระซังจริงๆ มาฮิงายาม่าทีไรต้องกินให้ได้”

          คุโรซากิพูดไปก็สูดเส้นไป คำชมมีให้ชายเจ้าของร้านก็จริง แต่เรื่องราวในประโยคคล้ายจะบอกับชายที่นั่งอยู่ข้างๆ มากกว่าว่าเขาได้มาเยือนเมืองนี้เป็นประจำ

          จินยกถ้วยขึ้นซดน้ำซุป ก่อนจะวางลง ดื่มชา

          “ผมอยากเจอผู้ชายที่ชื่ออาซาโน่”

          “มีธุระอะไรกับอาซาโน่” คุโรซากิตอบด้วยคำถามทันที ท่าทางเอามือลูบท้ายทอยและเอียงคอไปมามีจริตเหมือนหญิงสาว ทำเอาเด็กหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย

          “มีเรื่องอยากจะถามนิดหน่อย”

          “คดีฆ่าโสเภณีที่อพาร์ทเม้นท์ K ในนัมบะใช่ไหม”

          จินหันขวับ จ้องหน้าคนพูดอย่างลืมตัว แล้วดึงตัวเองกลับมา เตือนให้มีสติ ต่อหน้าบุคคลที่อวลไปด้วยกลิ่นอันตรายผู้นี้ การแสดงความรู้สึกตัวเองให้น้อยที่สุดเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด แม้ในใจจะพลุ่งพล่านปานภูเขาไฟระเบิด

         

          “ทำไมต้องเป็นอาซาโน่”

จินนิ่ง คนๆ นี้รู้จักเขาดี “โอกาสที่นายจะได้คุยกับฉันแบบนี้อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ไม่มีใครเลือกเก็บเด็กอายุสิบเจ็ดไว้ให้วุ่นวายหรอกนะ”

ความเย็นจากคำพูดของคุโรซากิลูบต้นคอ

“ฉันรู้ว่านายข้องใจคนที่ฆ่าผู้หญิงคนนั้น ฉันก็สงสัยเหมือนกัน แต่อาซาโน่เป็นลูกน้องของฉัน”

“ผมอยากเจอ”

ยากุซ่าหนุ่มจุดบุหรี่ ควันบุหรี่ลอยม้วนปนกับควันน้ำซุปจากหม้อราเมน “ทำไมตอนที่อยู่ด้วยกันถึงไม่คุยกันล่ะ”

จินหันมอง ส่งความสงสัยออกไป “อะไรกัน ไม่รู้หรือไงว่าอาซาโน่คบหากับแม่ตัวเองอยู่ อืม รู้แต่ให้ฉันยืนยันสินะ”

คุโรซากิพูดเรียบเรื่อย พร้อมกระตุกยิ้ม ดวงตาวาววับเหมือนปลายมีดที่สะท้อนคม

“นายนี่ไม่เบานะ สมแล้วที่หัวหน้าพูดถึง”

คงหมายถึงคาจิวาระ ริวโซ จินไม่ดีใจในคำชมจากบุคคลที่มือเปื้อนคราบน้ำตา เด็กหนุ่มนิ่ง กำมือแน่น

“ผมต้องการเจออาซาโน่”

คุโรซากิยังนิ่ง มีแค่เสียงการเคลื่อนไหวของพ่อค้าราเมน “อาซาโน่ไปเป็นผู้ต้องสงสัยในเรื่องฆ่าแม่นายตรงไหน ในเมื่อหมอนั่นเพ้อถึงผู้หญิงที่ชื่อโนโซมิอยู่ตลอด”

ได้ยินชื่อแม่เกือบทำให้จินลุกจากเก้าอี้ คอแข็งเกร็ง มือกำขอบโต๊ะไว้แน่น สูดลมหายใจลึกก่อนตอบ

“นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ มีหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ชวนให้สงสัยว่าอาซาโน่อยู่ในบ้านวันที่...ในวันนั้น”

คุโรซากิอัดควันเข้าปอด เขี่ยเถ้าบุหรี่ นิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วขยับตัวมาทางคู่สนทนา “เอาอย่างนี้ดีไหม ฉันจะพานายไปเจออาซาโน่ แต่ไม่ใช่ในฐานะเด็กฝึกงานในครัวมิโอโมเตะ”

จินสบตากลับ “แต่เป็นลูกน้องของฉัน สมาชิกของโนโทริ”

ใช้เวลาเกือบสิบวินาทีกว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร สิ่งที่จะฉุดคร่าจินออกจากโลกชนปกติสู่เส้นทางสีเทาเหมือนที่เคยเป็นมา หัวใจเด็กหนุ่มโอซาก้าถูกบีบจนเต้นตุบๆ

“ไม่”

คำตอบตรง ห้วน ชิมามูระหันมามองแวบหนึ่งแล้วลวกเส้นต่อไป

“อยากให้นายลองคิดดูดีๆ นายจะได้คำตอบจากการเจออาซาโน่”

“ไม่มีทาง” เสียงของจินกร้าวขึ้น

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายถูกถามใช่ไหม ไม่คิดเหรอว่ามีใครเห็นอะไรในตัวนายจนเลือกทางที่เหมาะสมให้”

                   “ไม่ว่าจะพูดอีกครั้ง ก็ไม่มีวันตกลง”

          คุโรซากิขมวดคิ้ว สีหน้าเหมือนคุณครูชั้นประถมที่เห็นคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน

“จะมีอะไรเกิดขึ้นกับผม”

“ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก” ยากุซ่าหนุ่มพ่นควันอีกครั้ง “ความจริงแล้ว ต่อให้นายเจออาซาโน่ นายก็ไม่ได้คำตอบ”

น้ำเสียงนั้นเย็นชา แต่ความร้อนอยู่ในตัวจิน “แล้วยื่นข้อเสนอให้ผมทำไม”

อีกฝ่ายไม่ตอบ ยกชาขึ้นจิบ

“ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทำอาชีพอย่างนั้นก็โชคร้ายพอแล้ว ยังจะมาถูกฆ่าตายโดยเปล่าประโยชน์อีก คิดว่ามันยุติธรรมหรือไง”

คุโรซากิกระแทกถ้วยชาบนโต๊ะไม้ดังกึก ไออำมหิตไหลบ่าเข้ามา “โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม ชีวิตที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยากุซ่ากับเท่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง จำไว้ด้วย เจ้าหนูจิน”

เจ้าหนู นิ่งงงันเหมือนต้องมนต์ ถ้อยคำที่ตนเองก็เข้าใจความหมาย เมื่อโดนผู้มีอำนาจเหนือกว่าพูดใส่ก็ถึงกับหน้าชา

“ถ้าฉันจะฆ่านาย ฉันจะไม่เลือกทำในบ้านของนายหรอกนะ อาซาโน่ก็เหมือนกัน” ในที่สุดหนุ่มผมยาวก็ดับบุหรี่ “คิดซะว่าวันนี้เราไม่ได้เจอกัน”

เขาลุกขึ้น วางเงินเป็นค่าราเมนสองชาม ทำท่าจะเดินออกจากร้านแล้วหันมา “อ้อ อีกอย่างหนึ่ง คนอายุเท่านาย สนใจเรื่องวัยรุ่นจะดีกว่า สาวน้อยคนนั้นน่ะเนื้อหอมนะ”

“คุโรซากิ!

จินลุกพรวดพราด แต่ที่ประตูไม่มีร่างของยากุซ่าหนุ่มมาดศิลปินแล้ว เหลือแค่กลิ่นน้ำหอมเจือจางเหมือนนกพิราบที่สลัดขนทิ้งไว้ กับหัวใจของเขาเองที่เต้นระรัว

 

จินเดินผ่านกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่นั่งเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่ ชินโงเอ่ยเรียกชื่อได้ไม่ทันจบคำด้วย อาการสาวเท้าเหมือนลมกรรโชกสร้างความฉงนงงให้ทุกคน

“หมอนั่นเป็นอะไรของมันมาหลายวันแล้ว”

หนุ่มโอซาก้าบ่น ชิมะเรียงไพ่ สูบบุหรี่เงียบๆ

 

ที่ครัวของมิโอโมเตะ มื้อเช้าวันนี้มีชิเงรุมาร่วมด้วย คนอื่นๆ กระตือรือร้นที่ได้กินมื้อเช้าร่วมกับนายใหญ่ของร้าน ขณะที่จินรู้สึกได้ว่าฤดูร้อนได้จบสิ้นลงแล้ว

“วันนี้มีข่าวมาแจ้งทุกคนเรื่องหนึ่ง” ชิเงรุเอ่ยขึ้นหลังจากทุกคนอิ่มกันหมดแล้ว

“งานหมั้นของฮานะกับฮิเดโอะจะเลื่อนออกไปก่อน ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ จะไม่มีงานหมั้นแล้ว”

จบคำ คนฟังมีสีหน้าตกใจ ต่างกันไปมองคู่หนุ่มสาวเป็นตาเดียว ฮิเดโอะมียิ้มบางแต้มในดวงตา ฮานะสีหน้าสงบนิ่งจนอ่านไม่ออก ขณะที่สายตาชิเงรุส่องประกาย

“แต่ว่า จะจัดเป็นงานแต่งไปเลยทีเดียว”

คราวนี้ลูกจ้างตาโต ส่งเสียงฮือฮาตื่นเต้นโดยเฉพาะสามสาว

“จัดเมื่อไหร่คะ” ชิมะถาม เธอเพิ่งรู้วันนี้ คิดว่าโคจิเองก็เช่นกันเพราะสายตาพ่อครัวใต้กรอบแว่นฉายแววประหลาดใจ

“คิดว่าเป็นเดือนพฤศจิกานะ ส่วนวันที่เดี๋ยวจะดูวันที่สะดวกอีกที”

ลูกจ้างยิ้มสดใสและกล่าวคำยินดีกันเซ็งแซj

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไดเอททัน” ซาโอริพูด มาริจึงพูดบ้าง

“น่าตื่นเต้นจัง นี่ต้องเป็นงานใหญ่แน่ๆ เลย”

“ต้องเตรียมกิโมโนตั้งแต่ตอนนี้ ฉันต้องไปจองผ้าร้านคุณอิจิฮาระซะแล้วสิ” คราวนี้เป็นทีของมิชิโกะ แม้แต่สาวเสิร์ฟที่เป็นพี่ใหญ่สุดยังออกอาการตื่นเต้นเรียกเสียงหัวเราะสดใสเกรียวกราว

“ยินดีด้วยครับคุณฮานะ” ชินโงกับมาโมรุเอ่ยขึ้นต่อกัน ก่อนที่ความเงียบจะเว้นวรรค

“ยินดีด้วยครับ”

คำกล่าวสั้นๆ จากคนที่ตั้งอยู่ริมสุดเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมผงกศีรษะ เหมือนคำสั่งประหารที่ฮานะได้ยิน เธอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อจะพบสายตาเจ็บปวดซึ่งกลบเกลื่อนให้หายไปในห้วงจักรวาลด้วยการลุกขึ้นเก็บชามไปล้าง

วินาทีนั้น ฤดูร้อนของฮานะก็เหมือนจะสิ้นสุดลงเช่นกัน

บรรยากาศเป็นหลุมดำเพียงเสี้ยววินาที แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามครรลองของเวลาที่ไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกแล้ว

 

หัวใจที่อยู่ในอกจินแห้งผากเหมือนขอนไม้ตายซากที่อยู่กลางทะเลทราย แสงอาทิตย์ได้ผลาญความชุ่มชื้นไปหมดสิ้น อีกไม่นานเขาก็จะหมดแรง ทิ้งร่างให้กลายเป็นเหยื่อของนกแร้งได้ทึ้งเนื้อหนังจนเหลือแต่กระดูก

เขาคงไม่มีวันได้ครอบครองความหวานล้ำนั้น ไม่มีวันถูกมองด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนน้ำค้างยามเช้าอีก จะอยู่รอจนถึงวันที่เขาสองคนเคียงคู่กันเหรอ คางาวะ จิน ไม่มีทาง

ได้เอ่ยคำนั้นออกไปก็แทบจะขาดใจ เขารักษามารยาทไว้ได้อย่างดี และเพื่อเส้นทางชีวิตของทั้งสองคนจะได้จบลงอย่างผาสุก จินทำงานได้จนหมดวัน เพื่อจะมาทิ้งตัวนอนอย่างหมดแรงในห้องขนาดสามเสื่อ

นายจะได้เจออาซาโน่ ในฐานะลูกน้องของฉัน คนของฮิโนโทริ

ได้เจอแล้วมีประโยชน์อะไร เขาจะแลกชื่อฆาตกรที่ฆ่าแม่กับการเอาชีวิตไปพาดไว้บนเส้นทางสีดำตลอดกาล หากการจะอยู่ในร้านมิโอโมเตะต่อไปก็ไม่ต่างกับการเหยียบย่างบนก้อนถ่านที่ไฟลุกโชน

ชีวิตที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยากุซ่า กับเท่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง...

          จินหยิบสมุดบัญชีเล่มนั้นขึ้นมา ที่คลางแคลงใจจนหงุดหงิดว่าทำไมแม่ถึงยอมคบหากับยากุซ่าต่อ ขณะที่เขาดิ้นรนแทบตาบเพื่อจะครอบครองเส้นทางที่เท้าจะเหยียบย่ำได้

มีหน้าที่เรียนก็ทำไปซะ อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน

คำพูดเสือกไสไล่ส่งมีเหตุผลซึ่งอยู่กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เขียนติดไว้ในหน้าแรกที่มีชื่อบัญชี

ค่าเรียนต่อมหาวิทยาลัย

จะไม่มีงานหมั้นแล้ว แต่เป็นงานแต่งเลย

จินรู้สึกว่าน้ำตาไหลท่วมโลกจนมืดมิด

 

 

         

อุธิยา

21.4.18

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น