กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 23 : บทที่ 22 ข้าวต้มกับน้ำตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 เม.ย. 61

22. ข้าวต้มกับน้ำตา

         

          “คุณฮานะครับ เอ่อ น้ำล้น...”

          “อุ้ย! ตายแล้ว” ฮานะสะดุ้ง ลนลานรีบปิดน้ำที่เอ่อจากหม้อทำให้เมล็ดถั่วแดงไหลออกไป เธอรีบเก็บมาล้างใหม่       “เดี๋ยวผมทำให้ครับ” มาโมรุบอก

“ขอโทษด้วยนะ มาโมรุคุง” หนุ่มทาคายาม่ายิ้มกว้างทำนองว่าไม่เป็นไร เธอจึงถอยให้

          “คุณฮานะไม่สบายหรือเปล่าครับ ดูสีหน้าไม่ค่อยดี” แม้แต่ลูกจ้างหนุ่มยังมองออก เธอรู้สึกละอายใจ

          “หน้าซีดจริงๆ ด้วย ไปพักก่อนเถอะ” ฮิเดโอะกล่าวอีกคน แต่เจ้าตัวปฏิเสธ

          “ไม่เป็นไรค่ะ ขอฉันนั่งพักสักเดี๋ยวก็พอ”

          “เดี๋ยวฉันชงชาให้ค่ะ” มิชิโกะเสนอตัว ฮานะพยักหน้าขอบคุณ

          “ถ้าอย่างนั้น เราพักกันสักครู่เถอะ” โคจิบอก ลูกจ้างคนอื่นทำตาโต เนื่องจากหัวหน้าพ่อครัวจากอาคิตะผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบ สีหน้าชายสวมแว่นอ่อนโยนลง “บางทีพักสักสิบนาทีก็ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของพวกนายดีขึ้น”

          “โธ่...” ชินโงทำท่าผิดหวัง เรียกเสียงหัวเราะได้ครื้นเครง

          ฮานะจิบชา อารมณ์ตึงเครียดผ่อนคลายลง

“เฮ้ คางาวะ มาดื่มชากันก่อนเถอะ” มาโมรุเรียกจินที่ก้มหน้าล้างจานให้มานั่งที่โต๊ะ คนตัวสูงเดินมาเงียบๆ กล่าวคำขอบคุณให้มิชิโกะที่รินชาให้แล้วยกขึ้นจิบ แล้วเลือกเป็นฝ่ายฟังอย่างเดียว

 

เช้าวันอาทิตย์ อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่งเป็นสีฟ้าจัด เมฆขาวลอยตัวฟูฟ่องอวดโฉมเป็นหย่อม ช่างผิดกับอารมณ์ของฮานะตอนนี้เหลือเกิน

“ไปกันเถอะ”

ฮิเดโอะพูด เขารอเธออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าลายทางทับเสื้อคอกลมสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีโปรดกับกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบ ได้กลิ่นโคโลญจ์หลังโกนหนวดเมื่อฮานะเข้าไปใกล้

วันนี้ฮานะเลือกสวมเดรสสั้นสีเหลืองผ้าชีฟอง กับกางเกงเข้ารูปห้าส่วน รวบผมต่ำเรียบร้อย หนุ่มหล่อกับสาวสวย ดูเหมาะสมกัน ซึ่งอยู่ในสายตาของบรรดาลูกจ้าง โดยเฉพาะสาวๆ ที่แอบมองตั้งแต่ฮานะเดินออกมาจากตัวบ้าน และตรงไปที่หน้าร้านแล้ว

“น่ารักจังเลยนะว่าไหม” ซาโอริพูดเมื่อเดินกลับมาที่เรือนพักลูกจ้าง ทำท่าเคลิ้มฝัน  มาริกับมิชิโกะต่างก็คุยกันเซ็งแซ่ไปจนถึงที่พัก มีมาโมรุกับชินโงนั่งดูทีวีด้วยกัน หัวข้อนี้ก็ยังถูกพูดต่อไปอีกพักใหญ่

 

เพราะเห็นว่าน้องสาวไม่สดใสเหมือนเคย เป็นห่วงตั้งแต่เห็นสีหน้าไม่ดี ด้วยสภาพอากาศร้อนจัด และเธอก็ทำงานต่อเนื่องตลอดมา ฮิเดโอะจึงชวนเธอมาเที่ยวในวันหยุด ที่จริงก็ไม่เชิงชวนเสียทีเดียว เพราะเขากึ่งหว่านล้อมด้วยการบอกขออนุญาตพ่อมาแล้ว

          อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เขาอยากกระชับระยะห่างระหว่างกันให้ใกล้มากขึ้นในฐานะว่าที่คู่หมั้น ก่อนที่ฮานะจะก่อกำแพงความรู้สึกขึ้นมาเพราะความสนใจที่มีให้เจ้าเด็กตัวสูงคนนั้นมากขึ้นทุกที

          ฮิเดโอะพยายามจะสลัดภาพฮานะที่ยืนกางร่มมองจินฝังศพแมว ซึ่งในมือของเธอมีร่มอีกคัน หรือไม่ก็พยายามคิดว่านั่นเป็นแค่น้ำใจเพราะอีกฝ่ายจะเปียกฝน ถ้าไม่ใช่เพราะฮานะที่ควรจะเข้าห้องไปแล้วกลับออกมาใหม่ ทำให้เห็นว่าเธอมีจิตใจผูกติดอยู่กับลูกจ้างคนนั้นมากเพียงไร

          เมื่อเธอตอบรับมาเที่ยวกับเขาในวันนี้ก็หย่อนความหนักใจลงได้ เห็นเธอสวมตุ้มหูที่เป็นของขวัญก็ดีใจ สีหน้าน้องสาวบุญธรรมผ่อนคลายและสดใสขึ้น อาจเพราะเป็นสถานที่ซึ่งเธอเลือกเองนั่นคืออาราชิยาม่า ความเงียบสงบของป่าไผ่ทำให้หลุดจากความวุ่นวายของชุมชมร้านค้าอย่างฮิงาชิยาม่าได้

          ทางเดินเกือบสามกิโลเมตรที่ปกคลุมไปด้วยป่าไผ่สองข้างทางที่แทงกอเสียดผ้า สีเขียวครึ้มงดงามมีลมโชยเอื่อยที่หอบกลิ่นไผ่มาอย่างน่าหลงใหล ฮานะกับฮิเดโอะเดินเคียงคู่กันไปเรื่อยๆ คุยกันเป็นระยะ

          “เกือบสองปีแล้วสินะที่ไม่ได้มาที่นี่”

          ฮิเดโอะพูดขณะพักกินข้าวที่ร้านอาหารตรงข้ามวัดเทนเรียวจิ ซึ่งเมนูส่วนใหญ่เป็นเต้าหู้ “จำได้ไหม ตอนนั้นฮานะเพิ่งจบมอปลาย พอเธอขอเป็นของขวัญ คุณพ่อก็ยอมปิดร้านวันหนึ่งเลย”

           ฮานะยิ้ม ฟังที่อีกฝ่ายเล่าแล้วรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถึงจะเป็นคนเกียวโต แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอาราชิยาม่า ได้ล่องเรือชมวิวในแม่น้ำโฮสึ

          “คุณพ่อใจดีกับฮานะมากนะ ขนาดตอนพี่เรียนจบยังเลี้ยงฉลองกันในร้านเท่านั้นเอง”

          เขายังเล่าเรื่องต่อไป คนฟังคิดย้อนไป แล้วก็นึกถึงวันที่บิดาบุญธรรมมอบมีดซันโตกุให้ ในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือการมอบตำแหน่งนายหญิงแห่งมิโอโมเตะนั่นเอง

          ความเมตตาที่ได้รับมานั้นยิ่งใหญ่ เกือบจะค้ำคอจนทำให้ฮานะจุกและพูดอะไรไม่ออกเมื่อวันหมั้นถูกกำหนดออกมา ขณะที่ชายหนุ่มตรงหน้าเล่าเรื่อง สมองเธอกลับไปคิดถึงชายอีกคน

แค่อยู่ใกล้ แค่แขนเสื้อเฉียดกันก็ใจสั่น รับรู้ได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่ส่งออกมา อายตัวเองที่ใจเต้น กลิ่นของจินไม่เหมือนคนอื่น เขาดูเป็นมิตรขึ้น ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี ทำไมท่าทีถึงเปลี่ยน เพราะงานหมั้นอย่างนั้นเหรอ

          “ฮานะ...”

          “อะ คะ?

          เป็นอีกครั้งที่เธอจมอยู่ในความคิดตนเองจนไม่ได้ยินคู่สนทนา รีบยิ้มหวานส่งให้ฮิเดโอะที่กำลังทำหน้าผิดหวัง “ขอโทษค่ะ พี่ฮิเดโอะว่าอะไรนะคะ”

          “บอกว่าเดี๋ยวกินเสร็จแล้วไปนั่งเรือกันนะ”

          ฮานะคำนวณเวลา ล่องเรือจนสุดทางใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ต้องเผื่อเวลากลับอีกห้าสิบนาที

ตอนนี้บ่ายสามโมงแล้ว

          “ไปเถอะ จะได้ดูโชว์จับปลาด้วย กลับถึงฮิงาชิยาม่าก็ไม่เกินหนึ่งทุ่ม ฤดูร้อนอย่างนี้ไม่เป็นไรหรอก อ้อ คิดเงินด้วยครับ” เขาบอกและสรุปในทันทีโดยไม่รอคำตอบ ฮานะรู้สึกแปลกออกไปจากทุกที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

 

          “มาในฤดูร้อนก็สวยไปอีกแบบเนอะ น่าเสียดายที่มีเวลาไม่มาก วันหยุดประจำปีคราวหน้าชวนป้าชิมะกับสาวๆ แล้วก็พวกชินโง เอ...คุณโคจิจะมาด้วยหรือเปล่านะ”

          ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ฮิเดโอะยังพูดถึงความสนุกสนานในวันนี้ไม่หยุด เวลาตอนนี้หนึ่งทุ่มสิบนาที

          “แบบนี้ดีไหม”

          คราวนี้ฮานะไม่ได้เหม่อ เธอหันไปพยักหน้าให้ “ก็ดีค่ะ มาหลายๆ คนสนุกดี”

          หลังจากนั้นก็มีบทสนทนาประปราย ฮิเดโอะเป็นฝ่ายคุยเสียส่วนใหญ่ และอีกประมาณห้าสิบเมตรจะถึงหน้าร้าน จู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดเดิน หันหน้าเข้าหาฮานะ “ฮานะ วันนี้สนุกไหม”

          คนถูกถามทำตาปริบ นิ่งไปชั่วขณะก่อนตอบ “ค่ะ ก็สนุกดี”

          เขาทำหน้าพอใจกับคำตอบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะสืบเท้ามาใกล้

          “ที่พี่ชวนเธอมาเที่ยวเพราะเป็นห่วง อยากให้ฮานะร่าเริงเหมือนเดิม อย่างน้อยวันนี้ก็สบายใจว่าฮานะของพี่ยังแข็งแรงดี”

          ฮานะของพี่ เธอแน่ใจ ความแปลกของพี่ชายไม่ได้เกิดจากอากาศร้อน

          “เป็นเพราะพี่ฮิเดโอะ ฉันเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนมานานแล้ว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

          เธอกล่าวพร้อมยิ้มหวาน เป็นยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกของวัน ฮิเดโอะรู้สึกย่ามใจ

          “อีกอย่างหนึ่ง เรื่องหมั้น” มือของเขาเคลื่อนมากุมมือเธอ “พี่อยากให้เรา...ใกล้ชิดกันกว่านี้” ฮานะไม่ทันตั้งตัวใต้แสงไฟสีเหลืองนวล สายตาเขาแวววาว มองใบหน้าที่ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้

          เมื่อได้สติและรู้เจตนาของอีกฝ่าย หญิงสาวเบนหน้าหนีนิดเดียว ริมฝีปากของฮิเดโอะหยุดที่โหนกแก้มแทน เขาชะงักอย่างแปลกใจ

          “ฮานะ...”

          น้ำเสียงของชายหนุ่มผิดหวัง มองหน้าเธอนิ่ง ที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่ล่วงเกินกัน แต่สัมผัสอ่อนโยนจำพวกหอมแก้ม จูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ

          แต่ครั้งนี้ฮานะแสดงออกถึงการไม่ยินดี หรือเป็นเพราะเธอรู้ว่าเขาอยากได้กลีบปากนุ่มนวลนั่นจึงปฏิเสธก็เป็นได้

          “ดึกแล้ว เข้าบ้านกันเถอะค่ะ”

          เธอบอกเสียงใส ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปด้วยฝีเท้าที่ดูเหมือนรีบเร่งนิดๆ ฮิเดโอะรู้สึกเลือดในกายระอุกว่าปกติ

 

          ฮานะผ่อนลมหายใจยาวเมื่อกลับถึงห้อง ไปอาราชิยาม่าแค่วันเดียวแต่เหนื่อยเหมือนไปโตเกียวทั้งสัปดาห์ การไปเที่ยวในสภาวะที่จิตใจแบกรับความกังวลไม่ได้ทำให้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ ซ้ำยังหนักใจเพิ่มขึ้นอีก เธอคิดถึงภาพที่ฮิเดโอะทำท่าจะจูบขณะถอดตุ้มหูใส่กล่อง ปล่อยผมสยาย มองหน้าตัวเองในกระจกแวบหนึ่ง ถอนใจอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ เสียงเคาะประตูดังขึ้น

          เมื่อเดินไปเปิดก็เห็นฮิเดโอะยืนอยู่

          “พี่...มีเรื่องจะคุยด้วย ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”

 ฮานะเลิกคิ้วแปลกใจ แต่ก็เบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายเข้ามา เมื่อครู่หลังจากกลับมาถึงบ้าน เดินผ่านห้องบิดา ทักทายเรียบร้อย จึงเดินแยกขึ้นห้อง ไม่ได้สังเกตว่าฮิเดโอะเข้าห้องตัวเองไปหรือยัง

“พี่ฮิเดโอะมีอะไรเหรอคะ” ถามพลางมองนาฬิกา ผ่านสองทุ่มมาสามนาที

ชายหนุ่มเดินเข้ามา “พี่อยากพูดต่อเรื่องหมั้น”

พอรู้หัวข้อ ฮานะเลือกยิ้มตอบ “เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว”

“พี่อยากคุยตอนนี้” พร้อมกันนั้นก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ฮานะกำลังจะขยับถอยเขาก็จับมือเธอ รู้สึกถึงแรงบีบเบาๆ และการเต้นถี่ของหัวใจตนเอง

“ถ้างั้น ไปคุยกันข้างนอก...” ฮานะพูดไม่จบเพราะเขาก้าวมาประชิดมากขึ้น หญิงสาวเริ่มพรั่นพรึง แต่คงสติไว้ “พี่ฮิเดโอะ มีอะไรก็คุยมาเถอะค่ะ”

ฮิเดโอะหยุดเพื่อคิด แต่ไม่หยุดเคลื่อนไหว “เธอเป็นอะไร ทำไมช่วงนี้ทำตัวแปลกๆ”

ฮานะสืบเท้าถอยหลัง “ฉันไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ”

“แต่เธอปฏิเสธพี่”

คนเป็นน้องหลบสายตา “ฉัน...”

“รังเกียจพี่เหรอไง” เท้าชายหนุ่มก้าวเข้ามาอีกครั้ง

“ฉันไม่เคยรังเกียจพี่ฮิเดโอะ” ฮานะตอบเสียงแข็ง

“แล้วรู้สึกยังไง” ฮิเดโอะเข้ามาเรื่อยๆ ฮานะก็ถอย

“คือ...”

“ถามว่ารู้สึกยังไง” คำถามของเขาต้องการคำตอบ ขณะที่ฮานะถูกบีบจนหายใจไม่ออก แม้จะมีช่องว่าง แต่ก็ยังรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงของเขาผ่านการเกาะกุมที่แข็งกระด้าง ท่าทางยังมุ่งมั่นเหมือนคนเดิมพันครั้งสุดท้าย

“เราเป็นคู่หมั้นกันใช่ไหม”

“พี่...อุ๊ย!

เพราะความหวาดหวั่นปนลนลาน ฮานะถอยหนีจนไปชนกับเตียง ทั้งคู่ล้มลงไปด้วยกัน แผ่นหลังฮานะสัมผัสฟูกนอน แต่ฮิเดโอะใช้ข้อศอกยันกายไว้ได้ ตัวของเขาจึงไม่ทันได้ทาบทับร่างของเธอ แต่หัวใจเกือบจะหยุดเต้น

 “พี่ฮิเดโอะ!

เสียงฮานะสั่นเครือ สับสนว่าจะผลักเขาออกหรือควรจะหลับตารับสัมผัสที่จะเกิดขึ้น แต่เมื่อเขาขยับกายกดลงมา เธอก็ออกแรงดันยกเขาอัตโนมัติ ชายหนุ่มซุกหน้าที่ซอกคอ หญิงสาวผวา สัญชาตญาณเตือนว่าถ้าไม่ขัดขืน เท่ากับการยอมรับ เหลือแค่จังหวะที่จะครอบครองเธอได้ตามอารมณ์แล้วเท่านั้น

“พี่ต้องการแบบนี้จริงเหรอคะ”

คำพูดนั้นหยุดออกมาในเสี้ยววินาทีเดียวที่ฮิเดโอะได้สัมผัสริมฝีปากของฮานะ เขาชะงัก สีเลือดหายไปจากใบหน้า ดึงร่างตัวเองออกมา สายตาฉายประกายแวบราวกับเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองอยู่ที่ไหน

ฮิเดโอะเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของน้องสาว เหมือนมีธนูพุ่งมาปักที่ใจดังฉึก เขาทำอะไรลงไป ตั้งใจอยากจะมาคุย แต่เมื่อเห็นแก้มนวล เห็นตาใสของเธอ เลือดในกายมันเดือดจนเลยมาเป็นอย่างนี้

ชายหนุ่มดึงตัวเองออก แล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ฮานะนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ทบทวนสิ่งที่เกิดอยู่ครู่ใหญ่ จนความตกใจหายไปก็ค่อยๆ ลุกมาเปิดประตูห้อง ถอนใจเมื่อกลับไปนั่งบนเตียงอีกครั้ง หดขาขึ้นมากอดเข่า รู้สึกถึงความสับสนห้อมล้อม

ตลอดเวลาเขาคือพี่ชายที่แสนดี แม้จะรู้ลึกๆ ว่าเขาเป็นคนที่จะต้องกลายมาเป็นสามีแต่ก็ยังไม่รู้สึกหวั่นใจอะไร มีสัมผัสกันบ้างเล็กน้อย กระทั่งตอนนี้ เธอกลัวสายตากับน้ำเสียงอย่างนั้น เหมือนไม่ใช่ฮิเดโอะคนเดิม

อดคิดไปถึงชายอีกคนไม่ได้ ตอนที่จินมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ก็รู้สึกว่าเขาเป็นอีกคน ใครบางคนบอกไว้ ผู้ชายมักจะมีตัวตนที่เราไม่รู้จักเสมอ

พ่อจะให้ฮานะ แต่งงานกับฮิเดโอะ

พ่อพูดเรื่องนี้ ตอนมอสาม ฮานะตอนนั้นนิ่งไปครู่ใหญ่ ได้ยินพ่อถามอีกคำ

ฮานะไม่ได้รังเกียจฮิเดโอะใช่ไหมล่ะ”

เธอรู้สึกว่าตัวเองพยักหน้า เพราะนั่นคือคำตอบจริง ไม่ได้เกลียดหรือต่อต้าน แต่ก็ไม่ได้คิดเชิงชู้สาว ความจริงฮานะไม่เคยคิดเรื่องความรักด้วยซ้ำ ที่โรงเรียนมีคนมาสารภาพรักมากมาย ทั้งเพื่อนร่วมชั้นปีและพี่รุ่นดาวเด่น แต่ก็ได้รับการปฏิเสธหมด ความฝันของฮานะก็แค่การทำอาหารและได้อยู่กับพ่อและพี่ชายบุญธรรมอย่างนี้ตลอดไป

การจับคู่จะไม่ใช่การสมัครใจ ถึงอย่างนั้นฮานะก็คิดว่าจะรักฮิเดโอะได้ แต่...

ฮิเดโอะสัมผัสริมฝีปากเธอ มากกว่านั้นเขาก็ทำได้ แต่ไม่ทำให้ฮานะรู้สึกเคลิบเคลิ้มหรือโอนอ่อนตามได้เลย เทียบกับเด็กหนุ่มคนนั้น เพียงแค่เดินอยู่ข้างๆ แค่ได้กลิ่นบุหรี่จากลมหายใจ แค่เอาเกี๊ยะมาวางให้ ปัดฝุ่นที่ชายกิโมโน ไม่มีส่วนไหนแตะต้องตัว แต่เธอสั่นไหวและวาบหวาม ใจเต้นโครมครามตลอดเวลา

หากเกลียดกันก็ควรเดินหนีไปเลย ตลอดเวลาเขาเผยความอ่อนไหวมากกว่าอยู่กับคนอื่น หรือเพราะความเป็นลูกจ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เรื่องต่างๆ ขัดแย้งพันกันไปมาจนยุ่งเหยิง

ฮานะยังนั่งอยู่ในท่านั้นเนิ่นนาน กอดตัวเอง อึดอัดใจเหลือเกิน

 

          ชินโงกับมาโมรุเดินเข้ามาในครัวพร้อมกัน หาว และทำท่าประหลาดใจพร้อมกันเมื่อเห็นครัวสะอาดเอี่ยม หม้อทุกใบ ภาชนะทุกชิ้นถูกล้างคว่ำเรียบร้อย โต๊ะกลางที่ใช้เตรียมอาหารถูกขัดเป็นมัน ผักต่างๆ ที่ใช้ก็ถูกล้างเตรียมไว้ในตระกร้าจนครบ ทั้งแครอท หัวไชเท้า โกโบ เผือก ต้นหอม แตงกวา และกะหล่ำปลี

          “สะอาด...จัง” มาโมรุเอ่ย เดินเข้ามาดู ก้นหม้อแวววาวเมื่อกระทบแสงอาทิตย์ หนุ่มทาคายาม่าทำตาโตเมื่อเห็นใบหน้าตัวเองสะท้อนออกมา

          “มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่” ชินโงพูด ยืดแขนทำท่าเตรียมพร้อมทำงาน หยิบมีด ตรวจดูความคม แล้วหยิบหัวไชเท้ามาปอกเปลือก เห็นรุ่นน้องยังยืนนิ่งก็เรียก

          “เฮ้ย ทำงานสิมาโมรุ ครัวสะอาดก็ดีแล้วไง” เขาหั่นผักสีขาวในมือออกเป็นสองท่อน

          อีกฝ่ายเดินมาหยิบมีดและแครอท จินเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มีด งานที่เด็กใหม่ทำคือ การล้าง ล้าง และล้าง เขาผ่านมาก่อนจึงรู้ดี ในหนทางฝึกฝนตัวเองมีความเหนื่อยยาก แต่สำหรับหมอนั่นดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อเป้าหมายเดียวกับคนทั่วไป

          “ต้องล้างทั้งหมดนี่ ต้องใช้เวลามาก เจ้านั่น ตื่นกี่โมงกันนะ”

          รุ่นพี่เหลือบมอง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกว่าครัวสะอาดเรียบร้อยกว่าเดิมกับความอาทรณ์ของรุ่นน้อง แต่ชินโงยังหมั่นไส้ท่าทางยะโสของเด็กหนุ่มตัวสูงอยู่ครามครัน

“เป็นเรื่องปกติน่ะ ตั้งใจทำงานเถอะ” เขากล่าวตัดบท และหันไปทักทายโคจิที่เดินเข้ามา

หลังมื้อกลางวัน ทุกคนเตรียมทำงานภาคบ่าย ฮิเดโอะเข้ามาในครัว ครึ่งวันแล้วที่เขาทำงานโดยไม่ได้พูดจากับฮานะ ได้แค่เหลือบมองน้องสาวที่ทำงานไปเหมือนปกติ แต่ก็รู้สึกว่าเธอพูดน้อยกว่าปกติ

ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าได้ทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น เพราะความอึดอัดจากกิริยาของฮานะเป็นทุนเดิม ความหวาดหวั่นในความหวัง อยากพูดคุยให้กระจ่างว่าเธอคิดยังไงกับสถานะคู่หมั้น อยากให้เธอตอบว่าเต็มใจ อยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิม

เป็นโชคดีที่ยังเรียกตัวตนกลับมาได้ แต่เธอคงมองเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทั้งที่ว่ากันตามจริง ถ้าเป็นคำกำหนดจากบิดา เธอเองก็ต้องเข้าใจอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพิ่งคุยกัน

เมื่อทบทวนดูแล้ว ฮิเดโอะรู้สึกเสียความเป็นตัวเอง เพราะเจ้าเด็กนั่นแท้ๆ ทำให้เขาหวั่นไหว

พอคิดสายตาก็มองหา แต่ไม่เห็นเจ้าตัวในที่นี้ ทั้งที่เลยเวลาพักมาแล้วเกือบสี่สิบนาที

“คางาวะล่ะ”

คนครัวหยุดมือที่กำลังทำงาน มองไปรอบๆ และมองหน้ากัน ทำท่าเพิ่งคิดได้ว่าไม่เห็นสมาชิกอีกคน ยังไม่มีใครพูดอะไรเสียงซอยฝีเท้าถี่ก็ดังขึ้น

“ขอโทษครับ!

จินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พอเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าก็โค้ง

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ ไม่รู้จักเวลา” คนตำหนิคือโคจิ

“ขอโทษครับ” คนมาสายพูดอีกครั้ง แต่พอจะยกตัวขึ้นมารู้สึกหน้ามืดไปวูบหนึ่งจนตัวเซ แต่ก็พยุงร่างขึ้นมาได้ พับแขนเสื้อขึ้น แล้วเดินไปที่อ่างล้างจานซึ่งมาโมรุกำลังแกะเปลือกกุ้งอยู่ อีกฝ่ายถอยให้ มองรุ่นน้อง กระซิบ

“คางาวะ สีหน้านายดูไม่ดีนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า” เขาตอบสั้น แกะเปลือกกุ้ง แยกหัวและตัวออก ขณะที่ในหัวตนเองเหมือนมีระเบิดเวลา ตอนล้างมือรู้สึกถึงความเย็นจัดที่ไหลผ่านผิวกาย

เขานอนไม่หลับมาหลายคืน เมื่อเช้าก็เช่นกัน ตื่นมาตอนตีสามครึ่ง แล้วก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้อีก จึงลุกมาที่ครัว ปัดกวาดเช็ดถู ล้างภาชนะต่างๆ จนเกลี้ยง เก็บผักมาล้าง แล้วก็ไปผ่าฟืน จบอย่างหนึ่งก็ไปทำอย่างหนึ่ง จนพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เพื่อจะได้ลืมภาพที่ฮิเดโอะกับฮานะเดินออกไปพร้อมกันเมื่อวาน

จินไอติดๆ กันสองสามที ทำให้ห้องครัวมีเสียงแปลกปลอมแทรกเสียงการทำงาน เจ้าตัวผงกศีรษะ พึมพำขอโทษ แล้วก็ทำงานต่อ

เวลาผ่านไปจนถึงบ่ายสามโมงกว่า จินก็ไออีก เขาพยายามควบคุมตัวเอง แต่ขณะที่เดินไปยกหม้อที่รองน้ำมาใส่ใส่หม้อซุปอีกทีโลกก็มืดวูบ

“ว้าย!

เด็กหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงหม้อกระทบพื้น น้ำหกกระจาย เสียงร้องนั่นเป็นของมาริ คนอื่นๆ ก็ตกใจกันใหญ่ ฮานะละมือจากการเลือกผัก เธอขยับอย่างลืมตัวก่อนจะชะงักได้ทัน

“เอ่อ ขอโทษครับ” เขายันหัวเข่าเพื่อยกตัวเองขึ้น เอื้อมมือไปหยิบหม้อ แต่ถูกโคจิหยิบขึ้นไปก่อน จินเงยหน้าสายตาที่มองผ่านกรอบแว่นจริงจัง วันนี้เขาทั้งมาสาย เพราะอดนอนทำให้นอนกลางวันยาวไปจนเกินเวลาพัก ร่างกายก็ดูไม่พร้อม แถมยังมาทำของเสียหายอีก

“พอได้แล้ว ไปพักซะ”

คนถูกสั่งค่อยๆ ลุกขึ้นมา สูดลมหายใจลึก พยายามจะรับผิดชอบเรื่องบกพร่องต่อหน้าที่ “ไม่เป็นไรครับ”

“บอกให้ไปพักไง เราไม่ต้องการคนป่วยทำงาน มาโมรุมาทำต่อ” พ่อครัวหนุ่มกล่าว ส่งหม้อให้อีกคน

“แต่ผม...”

“ไปพักเดี๋ยวนี้ ยิ่งนายอยู่ครัวจะวุ่นวาย”

เสียงห้วนสั้นเด็ดขาดจากฮิเดโอะทำให้ครัวเงียบกริบไปชั่วอึดใจ นานทีลูกชายโอคาซากิจะออกคำสั่ง ฮานะสบตาพี่ชาย แต่เขาก็มองกลับทำนองว่าไม่ต้องพูดอะไร

ในที่สุดจินก็โค้งให้ แล้วค่อยๆ เดินออกไป เขาเห็นกิโมโนสีเหลือง และกลิ่นหอม รู้ว่าเป็นของใคร แต่ก็ไม่ทำแม้แต่ชายตาแล

 

หลังจากเก็บร้าน และคนอื่นกลับไปหมดแล้ว ฮานะกลับเข้าครัวอีกครั้ง เปิดเตา ตั้งหม้อทำน้ำซุปจากปลาโอแห้งกับสาหร่ายคอมบุ หั่นหัวไชเท้าเป็นชิ้นเล็กๆ พอน้ำเดือดก็ใส่ไปต้มพร้อมกันข้าวสวย ปรุงด้วยเกลือกับโชยุเล็กน้อย

เธอซอยขิงซึ่งมีคุณสมบัติแก้หวัดได้ดีเตรียมไว้กับต้นหอม รอเดือดอีกครั้ง น่าจะมีอะไรเพิ่มพลังอีกสักหน่อย คิดแล้วก็เปิดอีกเตา ใช้น้ำซุปปลาแห้งเหมือนเดิมแต่ทำเป็นซุปใส ใส่สาหร่ายวากาเมะ ตอกไข่สองใบลงในถ้วย ตีให้เข้ากัน ปรุงรสเล็กน้อย พอน้ำเดือดก็เทผ่านกระชอนให้ไข่เป็นเส้นเมื่อหยดลงหม้อข้าวต้ม คนเบาๆ และปล่อยเดือดอีกครั้ง

ฮานะรินน้ำชาใส่กระบอกเก็บความร้อน แล้วตักข้าวต้มกับซุปใส่ถ้วยปิดฝา วางลงในตระกร้าสานแบบที่ใช้เสิร์ฟอาหาร ถือยาแก้ไข้ไปด้วย สูดลมหายใจ

 

จินรู้สึกตัวอีกครั้งตอนสี่ทุ่มครึ่ง ได้นอนพักยาวเกือบแปดชั่วโมงทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น แต่ยังหนักหัวอยู่บ้าง ยังขยับไม่คล่องตัวนัก และรู้สึกหิวนิดหน่อย

ดูเหมือนร้านจะปิดแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวในบ้าน คงจะออกไปดื่มต่อกันข้างนอก เด็กหนุ่มจัดการตัวเอง เปลี่ยนเสื้อผ้า การเช็ดตัวไล่ความร้อนช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นอีกนิด

กำลังคิดว่าจะออกไปหาราเมงหรือข้าวปั้นที่ร้านสะดวกซื้อกินสักหน่อยดีไหม มีเสียงเดินมาที่หน้าห้อง

“จินคุง”

จินคิดว่าตัวเองหูฝาดเพราะพิษไข้ เขานิ่ง เมื่อเสียงเรียกดังอีกครั้งจึงเชื่อว่าได้ยินจริงๆ

“จินคุง ฉันเองนะ หลับอยู่หรือเปล่า เปิดประตูหน่อยได้ไหม”

แสงไฟในห้องสะท้อนผ่านประตูบานเลื่อนทำให้พอเห็นเงาคน ฮานะจึงถามไปอย่างนั้น ระหว่างรอคำตอบแทบกลั้นหายใจ ในที่สุดประตูก็เปิดออก จินยืนอยู่ เขาอยู่ในชุดลำลอง

“ฉันเห็นเธอไม่ได้ไปกินข้าวเย็น คิดว่ายังไม่ได้กินอะไร ก็เลย...ทำข้าวต้มมาให้”

คนป่วยเหลือบมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี เหมือนกับครั้งแรกที่เจอกัน แต่ต่างออกไปคือตอนนี้ต่างไม่ใช่คนแปลกหน้า หากมีความทรงจำในหัวใจร่วมกันแล้ว

“ข้าวต้มใส่ขิงไล่หวัดดีนะ แล้วก็...มีซุปไข่ด้วย ฉันชงชามาให้ด้วย”

ณ ตอนนี้ ฮานะอยู่ด้านนอก ถือถาดที่มีถ้วยสองใบปิดฝา และกระบอกชาวางอยู่ในแนวนอนที่เธอถือประคองมาจากร้านจนถึงเรือนพักนี้ ส่วนจินอยู่ข้างในห้อง เป็นโชคดีที่คนอื่นๆ ออกไปดื่มกันหมด

จินมองถาดอาหาร เห็นกิโมโนสีเหลือง ชุดเดิมกับตอนกลางวัน แสดงว่าเธอยังไม่ได้กลับเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เด็กหนุ่มต่อสู้กับความต้องการภายใน

ฮานะจังน่ะ ถูกจองไว้ให้ฮิเดโอะแล้ว

จะมีใครเหมาะสมเป็นนายหญิงคนต่อไปเท่าเธออีก

งานหมั้นจะจัดหลังวันโอบ้ง...

เด็กหนุ่มกำมือแน่น ขบกรามเป็นสัน ทั้งหมดเป็นความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาจะต้องไม่ทำผิดไป เมื่อคิดแล้วหลังจากความเงียบเนิ่นนาน ก็กล่าวเบาๆ

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมกำลังจะออกไปหาอะไรกินอยู่แล้ว”

ฮานะนิ่ง กะพริบตาปริบว่าตนเองได้ยินอะไรและตีความหมายมันได้ถูกต้องหรือเปล่า แปลว่าเขาปฏิเสธ...

“แต่ว่า...ข้าวต้มนี่ฉันเพิ่งทำ...”

“คุณฮานะกลับไปเถอะครับ” เขายืนกราน น้ำเสียงเย็นชา

หญิงสาวรู้สึกยะเยือกกับสีหน้าที่เหมือนหน้ากากแห่งความตายของเขา พยายามตั้งสติ

“แต่...”

“สถานะคุณตอนนี้...ไม่ควรมาที่นี่ในเวลานี้ ใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี” เขากล่าวแทรก สายตามองกำแพง ฮานะนิ่งขึง ได้ยินเสียงคล้ายอะไรขาดอยู่ในช่องหู มือที่ถือถาดสั่นระริก

          พักหนึ่งถึงเรียกตัวเองกลับมาได้ด้วยการสูดลมหายใจลึก พยักหน้า ค่อยๆ วางถาดอาหารลง

          “ถ้างั้น...ฉันวางข้าวต้มไว้ตรงนี้นะ อย่าลืมกินยาด้วยล่ะ”

          เธอกล่าวแล้วหมุนกายเดินไป และเมื่ออออกห่างได้เพียงสองก้าวเท่านั้น น้ำตาก็ไหลออกมา

         

 


อุธิยา

7.4.18


ติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ของอุธิยาฉบับ ebook ได้ที่

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&exact_keyword=1&page_no=1&type=author&search=%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #20 fsn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:14

    งานนี้ได้แต่หวังว่า หมอกแห่งความทุกข์จะหายไปเร็วๆ นะ

    #20
    1
    • #20-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 23)
      21 เมษายน 2561 / 20:26
      มาเอาใจช่วยจินกับฮานะกันนะคะ
      #20-1