กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 21 : บทที่ 20 ความงามของความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 มี.ค. 61

20. ความงามของความตาย

 

          ในวันหนึ่งตอนที่ฮานะอยู่ชั้นมัธยมสอง ฮิเดโอะนัดกับเธอว่าเลิกเรียนแล้วจะไปเดินตลาดนิชิคิด้วยกัน แต่เขาแวะคุยกับครูแผนกแนะแนวจึงทำให้มาช้า พอเสร็จธุระก็วิ่งกระหืดกระหอบมา ใบหน้าน้องสาวงอง้ำเล็กน้อย พอเขาอธิบายเธอก็พยักหน้าแข็งๆ

          ฮานะโกรธพี่เหรอ

          เขาหลุดปากถามออกไป เพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำกิริยาแบบนี้มาก่อน ฮานะมักจะสดใสอยู่เสมอ และไม่ค่อยแสดงความโกรธเคืองใครออกมา เมื่อได้เห็นจึงรู้สึกไม่สบายใจ เธอตอบว่าเปล่าแล้วเดินออกไป เขาจึงเดินตาม แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นของเหลวสีแดงไหลหยดลงมาตามปลีน่องของเธอ

          ฮานะ!’

          ตอนนั้นเขาตกใจมาก ก่อนจะเขินที่สุดเมื่อรู้ว่าน้องสาวเป็นอะไร ยิ่งคุณครูพยาบาลหัวเราะเอิ้กอ๊ากชอบใจเขายิ่งเขิน ถึงจะไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้ว่าเลือดสีแดงคือประจำเดือน แต่ในชีวิตก็ไม่เคยมาเห็นต่อหน้าเช่นนี้ ฮานะเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อเธอออกมาจากห้องพยาบาล แก้มนวลสีแดงระเรื่อ

          เมื่อไม่ใช่เรื่องร้ายแรงก็น่าจะหมดปัญหา แต่ฮานะไม่ยอมซ้อนท้ายจักรยานของเขาต่อเหมือนปกติ ฮิเดโอะจึงจูงยานพาหนะสองล้อเดินตาม น้องสาวไม่ยอมพูดอะไร เขาก็ไม่กล้า มีความรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองต้นคอขาวที่โผล่เหนือคอเสื้อปกกะลาสีเรือ ผิวละเอียดของเธอทำให้เขาเคอะเขิน และวูบวาบในอก

          ความรู้สึกตอนนั้นก็คือ ฮานะสวยมาก

          เพราะที่บ้านไม่มีผู้หญิง ชิมะจึงเป็นเสมือนแม่นมไปโดยปริยาย ซึ่งก็เป็นมาตั้งแต่แม่ของเขาตายเสียอีก  ฮานะก็คงรู้สึกว่าตนเองไม่ใช่เด็กอีกแล้วจึงรักษาท่าทีเอาไว้ และเมื่อปรับตัวกับการเติบโตได้ กลายเป็นเขาเองที่ขวยเขินเมื่อเธอไปซื้อของใช้ส่วนตัว แม้จะยืนรออยู่ข้างนอกก็ยังใจเต้น จวบจนเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม

          แต่ที่ต่างออกไปคือ เขาไม่ได้มองเธอเป็นน้องสาวอีกแล้ว ก่อนหน้านั้นยังก่ำกึ่งในความผูกพัน แต่หลังจากวันนั้นเขาแน่ใจ ในโรงเรียนฮานะมีคนมาจีบเยอะมาก ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่ แต่เธอก็ไม่มีท่าทีสนใจใคร เขาจึงตั้งเป้าเหมือนคำขอในวัยเด็กที่ต้องการเธอมาเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ แต่คิดว่าฮานะจะต้องเข้าใจ

          พ่อกำหนดงานหมั้นของฮานะกับฮิเดโอะให้แล้วนะ

          เป็นจังหวะที่ดีว่าพ่อพูดในวันศุกร์ และวันเสาร์ลูกค้าเต็มร้าน จึงไม่มีเวลาให้ฮานะได้ว้าวุ่นใจ แม้ว่าตอนที่พ่อบุญธรรมพูด หัวใจเธอจะรู้สึกเหมือนหล่นวูบลงในเหวก็ตาม

          ค่ะ

          หลังจากนิ่งอยู่นานคำเดียวที่หลุดออกจากปากไปได้คือเท่านั้น อีกฝ่ายจึงบอกวันที่จัดงาน น่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ยี่สิบสาม นั่นคือรอให้ผ่านเทศกาลโอบ้ง1ไปก่อน แปลว่าอีกแค่เดือนเดียวต่อจากนี้ ฮานะกำลังมึนงงจึงได้แต่พยักหน้า และออกมาจากห้องชาด้วยความรู้สึกเหมือนดื่มเหล้าบ๊วยไปหลายขวด

          เมื่อถึงวันหยุด เธอจึงถือโอกาสพักผ่อนและซื้อของใช้ส่วนตัวด้วยจึงไม่ชวนใคร แม้ฮิเดโอะจะถามก็บอกตรงๆ สั้นๆ ก่อนจะเดินออกมาโดยไม่ให้เขาได้ถามหรือพูดอะไรต่อ

          สิบโมงครึ่งฮานะก้าวผ่านประตูใหญ่ออกมา แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่

          จินอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวครึ่งหน้าแข้ง สวมรองเท้าแตะ กำลังยืนแหงนหน้ามองอะไรบางอย่าง เมื่อฮานะก้าวไปถึงเขาก็หันมา แล้วก็หลุบตาลงอย่างที่ชอบทำเวลาเขิน แต่คราวนี้ยังหันมาสบตาเธอก่อนจะผงกศีรษะให้เป็นการทักทาย

          “จินคุง” ฮานะรู้สึกว่าเช้านี้เริ่มสดใส เธอหันตามทิศทางที่เขามอง อีกฝ่ายจึงบอกว่าเห็นเหมือนมีป้ายโฆษณาผูกติดไปกับขานก สงสัยว่ามันไปติดมาจากตรงไหน อยากจะช่วยดึงออกให้มัน

ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงเจตนาดีของเขา จึงปลอบใจว่ามันคงไม่เป็นอะไร คนอายุน้อยกว่าพยักหน้า

“จินคุงจะไปไหนเหรอ”

“ไปหาอะไรกินนิดหน่อย คุณฮานะล่ะครับ”

ไม่รู้ว่าทำไมฮานะจะต้องดีใจแค่เขาถามกลับ เธอตอบว่าจะไปซื้อของใช้ แล้วทั้งคู่ก็เดินไปด้วยกันเงียบๆ กระทั่งมาถึงทางแยกที่จะไปกิองเธอก็เหลือบมองเขา

“ฉันจะไปแถวสถานีน่ะ”

จินสบตาเธอ “ผม...ไปเป็นเพื่อน”

เธอเลิกคิ้ว ขณะที่หัวใจพองวาบ อยากลืมคำพูดของบิดาบุญธรรมไปก่อน “ไม่เป็นไรหรอก เกรงใจ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าง”

          ฮานะทำท่าคิดเล็กน้อย ในที่สุดก็พยักหน้า ก็ดีเหมือนกัน นับตั้งแต่วันที่ไปศาลเจ้ายาซากะ เธอกับเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันยาวๆ สักเท่าไหร่ นี่เป็นวันดีที่ปลอดสายตาคนอื่นทั้งที ถึงอากาศจะร้อนแต่ท้องฟ้าสดใส ให้ความรู้สึกถึงการออกไปปิกนิกที่ภูเขากับครอบครัว

          จินไม่คิดว่าจะได้เจอฮานะในเวลานี้ แต่โอกาสที่ได้ใกล้ชิดมีไม่บ่อยต้องคว้าไว้ กับคนที่นัดไว้ไปสายหน่อยก็คงไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไรร้านค้าก็ไม่หนีไปไหน วันนี้หญิงสาวสวมกระโปรงกับเสื้อคาดิแกน แถมปล่อยผมยาว ทำเอาเขาใจเต้นโครมคราม น้อยครั้งที่จะได้เห็นเธอในชุดไปรเวท เวลานี้จึงมีค่านัก

          เขาเดินตามหญิงสาวไปเรื่อยๆ และช่วยถือของ ส่วนใหญ่เธอจะซื้อเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย ดูเหมือนไม่นานแต่เวลาก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว

          “ขอบคุณนะจินคุง อุตส่าห์ช่วยถือ” เธอบอก จินพยักหน้า “หิวแล้วสิ ไปหาอะไรกินกันไหม จินคุงอยากกินอะไร”

          ถ้าฮานะไม่ถามจินก็ลืมไปแล้ว เขาหิวขึ้นมาทันที “ผมตั้งใจว่าจะกินราเมง”

          “จริงด้วยนะสิ จินคุงบอกว่าจะมาหาอะไรกินนี่นา มาเดินเป็นเพื่อนเสียนานเลย” เธอพูดยิ้มๆ มองไปรอบๆ “กินร้านไหนกันดี”

          กันดี ลมร้อนกลายเป็นลมเย็นๆ ที่ลูบผิวกาย จินเห็นเธอยังทำท่าคิด มองซ้ายทีขวาที จึงเป็นฝ่ายเสนอเอง

          “ผมรู้จักอยู่ร้านหนึ่ง”

 

          “เชิญครับ อ้าว เจ้าหนูนี่เอง”

          นั่นเป็นคำแรกที่จินได้ยินหลังจากเยี่ยมหน้าเข้าไปในร้านราเมนเล็กๆ ที่มีแค่เคาทเตอร์หน้าครัวหกที่นั่ง กับโต๊ะเล็กๆ ริมผนังอีกสองตัวเท่านั้น เจ้าของเป็นชายร่างผอมสูง มีผ้าขนหนูพันกันเหงื่อจากศีรษะโล้นเลี่ยน เขากำลังตักน้ำซุปใส่ชาม

          “นายมาสายไปเป็นชั่วโมงเลยนะ”

          ฮานะซึ่งเดินตามเข้ามาได้ยินประโยคนั้นพอดี เธอหันไปมองหน้าจินทำนองว่า ไหนบอกว่าว่าง ไม่รีบ เด็กหนุ่มไม่ตอบเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาทเตอร์

          “อ้าว นั่นฮานะจังไม่ใช่เหรอนั่น ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เขาหันมาทักทายฮานะเสียงดัง หญืงสาวโค้งตอบยิ้มแย้ม

          “ค่ะ ไม่ได้เจอกันนานจริงๆ คุณชิมามูระสบายดีนะคะ” เธอตอบแล้วเดินมานั่ง คราวนี้เป็นจินที่หันมามอง แต่ก็ไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ด้วยความที่หญิงสาวเป็นเจ้าถิ่น และที่ผ่านมาเธอก็มักจะไปตามบ้านลูกค้าอยู่แล้ว จะรู้จักร้านค้าแถวนี้ดีก็ไม่แปลกอะไร

          “สบายดี มาๆ กินอะไรกันดี ของฮานะจังยังเป็นเทมปุระผักราเมง ไข่ต้มยางมะตูมใส่ต้นหอมเยอะๆ อยู่หรือเปล่า” พ่อค้าถามพลางเสิร์ฟชากับผ้าเย็นให้ตรงหน้าทั้งสองคน

ลูกค้าสาวสวยหัวเราะชอบใจ “คุณชิมามูระเก่งจังเลยค่ะ ยังจำได้ ใช่ค่ะ เอาแบบนั้นเลย”

ชายเจ้าของร้านทำนิ้วโอเค ก่อนจะหันมาทางจิน พยักหน้าถามว่าจะเอาอะไร จินสั่งราเมนพิเศษเพิ่มชาชู ไข่ต้มสุก สาหร่ายสองแผ่น เมื่อชิมามูระรับเมนูแล้วก็หันไปทำอย่างแข็งขัน

“นึกว่าเป็นที่ไหน ร้านคุณชิมามูระนี่เอง” ฮานะพูดกับจิน “มากินบ่อยเหรอ”

“รู้จักจากคุณคุซาบุโร่ที่เป็นช่างตัดผมน่ะครับ” เขาตอบ ยกชาขึ้นดื่มและคลี่ผ้าเย็นมาซับเหงื่อ ฮานะพยักหน้า จำได้ว่าช่างตัดผมร่างเล็กนั้นรู้สนิทสนมกับพ่อค้าราเมนด้วย เธอคลี่ผ้าเย็นมาเช็ดมือเช่นกัน

“ของฮานะจัง” ชิมามูระเสิร์ฟให้เธอก่อน หญิงสาวยิ้มหวานหยิบตะเกียบมาฉีก

“น่ากินจังเลย กินแล้วนะคะ”

จินเหลือบมอง ท่วงทาของเธอในทุกๆ อิริยาบทดูน่ารักไปเสียหมด แม้กระทั่งตอนที่ดูดเส้นราเมงขึ้น ด้วยน้ำซุปร้อนๆ ทำให้แก้มเนียนออกสีแดงระเรื่อ

          ที่จริงก็เห็นบ่อยแล้วเวลากินอาหารร่วมกัน แต่วันนี้สะเทือนความตื่นเต้นของเขามากกว่าปกติ

          “เอ้า ของแก เจ้าหนูคางาวะ”

          ดีว่าพ่อค้าราเมนเสิร์ฟชามของเขาก่อน จึงไม่ทำให้ผู้ถูกจ้องมองรู้สึกตัว ราเมนน้ำข้นเพิ่มหมูชาชูเต็มชาม มีสาหร่าย ไข่ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยส่งกลิ่นและควันฉุย ดูน่ากิน ฮานะเบิกตาโตกับปริมาณ

          “ฮานะจัง ลุงเพิ่มชาชูให้ อ่ะ ลองชิมหน่อย”

ชิมามูตักแผ่นหมูบางๆ ใส่จานเล็กแล้วก็คีบวางบนชามราเมงของฮานะ

“ขอบคุณค่ะ อุ๊ย ไม่ต้องเยอะค่ะ หนูกินไม่หมด” เธอบอกอย่างเกรงใจ

          “ชามนี้เป็นตามที่สัญญากันไว้นะ” ชิมามูระบอกเมื่อจินฉีกตะเกียบ ฮานะยกคิ้วแปลกใจ ชายชราจึงเล่าเอง “วันก่อนเจ้านี่มาเล่นหมากรุกกับลุง ปรากฎว่าลุงแพ้เลยต้องเลี้ยงราเมนมันน่ะสิ”

          “หมากรุกเหรอคะ”

“ใช่ เจ้านี่เล่นหมากรุกเก่งมากนะ ฉันไม่เคยแพ้เด็กอายุเท่านี้มาก่อน เจ็บใจชะมัด”

          ชายชราเล่าไปก็ทำหน้าเสียฟอร์มไป ส่วนเจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตากิน รู้ว่ากำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาใคร่รู้ จะไปว่าชิมามูระก็ไม่ได้ที่ได้พูดถึงคุณสมบัติอีกด้านหนึ่งของเขาออกมา และเธอก็รู้

          ส่วนฮานะนั้นประหลาดใจกับหนุ่มจากโอซาก้าจริงจัง นอกจากเล่นนกกระจอกเก่ง หมากรุกก็มีฝีมือ ยิงปืนก็ดูเชี่ยวชาญขนาดได้ตุ๊กตามาเป็นถุง ซ้ำยังทำงานไม้ได้ เมื่อรวมกับการสูบบุหรี่ด้วยท่าทางเหมือนเด็กเกเรนิดๆ แถมยังคอเข็ง กว่าคนอายุยี่สิบอย่างชินโง

ทั้งอายุเพิ่งจะสิบเจ็ด แต่มีรายละเอียดแบบนี้น่าแปลกใจ น่าค้นหา ถึงตอนนี้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้มาจากนัมบะ แต่ต้องมีช่วงหนึ่งที่เคยอยู่ในชินอิมามิยะ ย่านที่ไม่โสภานักในโอซาก้า

 

ในขณะที่ข้อมูลในหลายด้านดูเป็นสีเทา กลับแต้มสีขาวอย่างการมีน้ำใจ และรักสัตว์ ขนาดนกบินผ่านยังรู้สึกปรารถนาดี ไม่ได้แสดงถึงความก้าวร้าวต่อเพื่อนร่วมโลก เมื่อคิด จิตยิ่งตื่นเต้น มีอะไรซ่อนอยู่ในตัวคางาวะ จิน อีก

ชีวิตที่ผ่านมาของเขา เจอกับอะไรบ้างนะ

“จะว่าไป มาด้วยกันแบบนี้ เหมือนแฟนกันเลยนะ”

จินกำลังซดน้ำซุปสำลักราเมนพรวด ฮานะหน้าแปร๊ด ส่วนชิมามูระหัวเราะลั่น

“ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่า”

สองหนุ่มสาวหยิบน้ำชามาดื่มกลบอาการเกือบพร้อมๆ กัน และก็หน้าแดงเหมือนๆ กัน จังหวะนั้นมีลูกค้าเข้าร้านพอดี พ่อค้าตัวสูงจึงหันไปต้อนรับผู้มาใหม่ ทิ้งจังหวะให้ลูกค้าเดิมนั่งขัดเขินปนกระอักกระอ่วนใจไปชั่วขณะ

ฮานะคิด จริงสินะ เธอก็ลืมไปเลย ไม่ใช่แค่สายตาของชิมามูระ แต่ระหว่างที่เดินกันอยู่ที่สถานี พวกเธอคนดูคล้ายคู่รักกัน ฝ่ายชายเดินตามและถือถุงชอปปิ้งให้

ลูกสาวเจ้าของร้านชื่อดังร้อนวูบวาบที่แก้ม คิดอย่างนั้นได้ยังไงนะฮานะ อีกฝ่ายเป็นลูกจ้างนะ และที่สำคัญ เธอเพิ่งจะมีกำหนดงานหมั้นนี่นา

          พอมีคำว่าหมั้นเข้าสมอง จิตใจก็ห่อเหี่ยวลง ตั้งใจว่าวันนี้จะยังไม่นึกถึง ฮานะจิบชาอีกครั้ง

          จินกินราเมนหมดชาม เติมชา0อีกแก้ว เมื่อครู่นี้ก่อนได้ยินคำว่าแฟน หัวใจเขากระทุ้งอกแรงมาก จนคิดว่ามันจะทะลุออกมาเต้นอยู่ข้างนอกเสียแล้ว ภาพของเธอเหมือนความฝันกลางฤดูร้อน ระยิบระยับ สดใส และหวามไหว

          เมื่อได้เวลากลับ ฮานะเปิดกระเป๋าสตางค์เตรียมจะจ่ายเงิน

          “ลุงชิมามูระ เรื่องเลี้ยงราเมนฟรียกสิทธิ์นั้นให้คุณฮานะแล้วกัน ของผมขอจ่ายเอง”

          หญิงสาวชะงัก เงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ส่วนพ่อค้านั้นเลิกคิ้วนิดหนึ่ง แต่ก็ยิ้มและไม่พูดอะไร

          “จินคุง ไม่ต้องหรอก มันเป็นสิทธิ์ของเธอนะ”

          “ไม่เป็นไรครับ อ่ะ นี่ส่วนของผม” จินรีบจ่ายเงินเพื่อยืนยันความต้องการตนเอง เมื่อพ่อค้ารับเงินแล้ว ฮานะจึงกล่าวขอบคุณ

          และทั้งคู่ก็ออกจากร้านราเมน เพื่อจะกลับมิโอโมเตะเนื่องจากบ่ายคล้อยแล้ว ระหว่างทาง ก็มีพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งฮานะมักจะเป็นฝ่ายถามมากกว่า อย่างเรื่องที่เขาเลี้ยงราเมน จินก็ตอบและหลุบตามองพื้นว่า แค่อยากเลี้ยงเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะมารยาทหรือด้วยเหตุผลใด สิ่งที่ฮานะได้คือความเต็มตื้น และชัดเจนในใจว่าท่าทางเหมือนเด็กเกเรของเขาเป็นแค่ภาพภายนอกเท่านั้น เธอเคยถามบิดาบุญธรรมว่าเพราะอะไรถึงรับจินเข้าทำงาน อีกฝ่ายตอบว่าเป็นแค่ความรู้สึกต่อดวงตาของจินที่มองกลับมา ทั้งแกร่งกร้าว พร้อมสู้กับใครก็ได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีมุมของความเป็นเด็กที่ต้องการการเติบโต

ทุกคนต้องมีโอกาสในชีวิต พ่อแค่ให้คางาวะในส่วนนั้น ที่เหลืออยู่ที่เจ้าตัวว่าจะทำได้แค่ไหน

เขาพูดขณะจิบชา ซึ่งระยะเวลากว่าครึ่งปีเด็กหนุ่มก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ทั้งโคจิกับชิมะที่ได้รับมอบหมายให้คอยดูพฤติกรรมก็เห็นตรงกันว่าในเรื่องการทำงาน จินไม่มีที่ติ และปรับตัวเขากับคนอื่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

แต่สิ่งที่ทุกคนพูดเหมือนกันและบัดนี้ยังไม่ได้รับคำตอบก็คือ ทำไมเขาถึงออกจากบ้านมา และครอบครัวอยู่ที่ไหน

          เมื่อถึงหน้าร้าน ฮานะก็รับของที่ฝากไว้กับจินมาถือเอง

“ขอบใจนะจินคุงสำหรับราเมน” เธอพูดอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปข้างในก่อนด้วยใบหน้าที่แต้มความสุข

          จินยังยืนอยู่อย่างนั้น สูดกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอที่ยังค้างอยู่ในสายลม เลื่อนมือมาจับที่หน้าอกตัวเอง ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เจอขึ้นตอนนี้ เขาจะจดจำไว้ว่าเป็นฤดูร้อนที่ดีที่สุดในชีวิต

          เด็กหนุ่มยังไม่เข้าร้าน เขาเดินไปข้างร้าน บริเวณที่เคยให้อาหารคุโระเพราะวันนี้ก็มีของมาฝากมันด้วย แต่ยืนร้องเรียกสักพักไม่เห็นมาจึงเดินกลับด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

 

          วันนี้มียากุซ่าหนุ่มสองคนจากคุเรียวมาเป็นลูกค้าอีกครั้ง ในห้วงความคิดของจินเหมือนมีฟ้าคะนองอยู่เป็นระยะ แน่นอนว่าไม่หลุดพ้นการวิพากษ์อย่างออกรสของชินโงตามเคย

          ไม่ธรรมดาซะแล้วสิที่แก๊งคุเรียวมาที่นี่บ่อยๆ สังหรณ์ใจว่าอาจจะมีการประจันหน้ากับสักวันกับฮิโนโทริสักวัน

หลังจากที่จินเลี้ยงข้าวด้วยเงินที่ชนะไพ่นกกระจอกมาได้ให้ชินโง หนุ่มคนนี้ก็มีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น ทำให้เขารู้ว่า เนื้อแท้อีกฝ่ายไม่ใข่คนไม่ดี แค่ปากไว ชอบแซว และช่างสังเกตเท่านั้น ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์มาก

เขาคุยมาโมรุตอนที่ล้างหม้อ “แปลกดี ร้านอาหารดั้งเดิมแบบนี้มีลูกค้าประจำเป็นยากุซ่า”      

          “ยากุซ่าก็เป็นอาชีพดั้งเดิมของญี่ปุ่นนะ เหมือนเกอิชานั่นละ มีมานานคู่ประเทศนี้ไปแล้ว”

          คำตอบนั้นทำให้จินมองรุ่นพี่อย่างคาดไม่ถึง

          “เห็นอย่างนี้ ฉันจบมอปลายนะ” เขาโอ่ “ถ้าไม่ติดเรื่องสืบทอดร้านก็คงเรียนต่อมหาลัยไปแล้ว”

          พอได้ยินคำว่ามหาวิทยาลัย ลำคอจินตีบตัน ก้มหน้าขัดหม้อโดยไม่ถามต่อ กลัวว่าความเจ็บปวดจะส่งผ่านดวงตาออกไป

          มาโมรุเอียงศีรษะ “ฉันพอรู้แล้วว่าทำไมรุ่นพี่ชินโงไม่ค่อยชอบหน้านาย”

          “เฮ้ย อย่ามัวแต่คุยกัน ยังมีหม้ออีกหลายใบนะ!

          เสียงชินโงแหลมเข้ามาพร้อมกองภาชนะปรุงอาหารที่ใช้ไว้แล้วไว้ก่อนจะเดินออกไป หนุ่มทาคายาม่าบ่นงึมงำว่าพูดถึงไม่ได้เลย

         

          เป็นอีกคืนที่จินนอนไม่หลับ เมื่อฝันเห็นห้องครัวที่เต็มไปด้วยเลือด คราวนี้เป็นฝันร้ายกลางดึก หลังจากการทำงานในครัวที่แสนวุ่นวายจบลงโดยมีช่วงเวลาที่ประทับใจระหว่างเขากับฮานะ แม้ไม่ได้พูดกัน แต่เพียงแค่เธอเข้ามาในครัวก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของของอ่อนหวาน

          ได้กลิ่นที่จมูก แต่สะท้านไปถึงหัวใจ

          ขณะที่กำลังเข้าสู่นิทราที่แสนหวาน อยู่ดีๆ ภาพของฮานะก็อันตรธานไป เป็นภาพของผู้หญิงที่เขาคุ้นตา เธอ...แม่อยู่ในชุดกิโมโนสีขาวลายดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า กางร่มกันแดดฤดูร้อน กำลังมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มหวาน ริมฝีปากที่เคยแต้มสีแดงเข้มเสมอเหลือเพียงสีชมพูอ่อนเช่นเดียวกับที่พวงแก้ม

          เธอเรียกให้เขากินน้ำแข็งไส

          เมื่อจินเดินเข้าไปพบว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายอายุห้าขวบ กำลังยื่นมือไปรับถ้วยน้ำแข็งไสราดน้ำสตรอเบอรี่...

          แต่แล้วคมมีดก็กรีดเข้าที่กลางลำคอของเธอ

          สีแดงสาดกระเซ็นเหมือนจิตรกรวาดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ ใต้ลำแสงอาทิตย์ที่ส่องลอดต้นคามิลเลียลงมา หยดเลือดย้อมกิโมโนสีขาวแดงฉาน และแผ่กระจายออก ร่างของแม่ค่อยๆ ทรุดลงไปบนทะเลสีขุ่นค้นนั้นเหมือนกับคนที่ทิ้งร่างบนเตียง เสียงเพลง The Season in the sun ของ Tube ดังแว่วมาจากไหนสักแห่ง ทำให้รู้สึกราวกับว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นแค่ภาพวาดของศิลปินนอกกระแส

          จินยืนมองถ้วยน้ำแข็งไสที่หกกระจาย ลมพัดมา และเสียงจักจั่นก็เริ่มกรีดร้อง

          ตอนนั้นเองที่เขาสะดุ้งตื่น เหงื่อเต็มร่าง น้ำตาคลอ

          ความฝันเหมือนเป็นปีศาจที่มาฉุดเขาออกจากโลกสีชมพู มาเตือนสติว่าตนเป็นใคร และกำลังทำอะไร หัวใจที่ลอยละล่องเหมือนผีเสื้อบินล้อเหนือดอกไม้กลับกลายเป็นป่าไผ่ที่น่ากลัว

เขาจุดบุหรี่อีกมวน ในมือมีซองตะเกียบที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุ กับข้อมูลผักดองสีชมพูที่เหลืออยู่ซึ่งตอนนี้รู้แค่คนชื่ออาซาโน่ที่ชอบกิน แต่ยากุซ่าหนุ่มที่เป็นผู้ชายที่เลี้ยงดูแม่คนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

แม่เป็นหนี้ยากุซ่า เลิกอาชีพโสเภณีแล้วก็ยังมาเป็นผู้หญิงของยากุซ่าอีก ท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายด้วยฝีมือยากุซ่า เขาเติบโตมาในโอซาก้า เมืองที่มียากุซ่าแก๊งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น วันที่มาถึงร้านมิโอโมเตะก็ยังเจอกับยากุซ่าอีก

          ข้างตัวของจินมีสมุดบัญชี เขาซุกหน้าลงในฝ่ามืออย่างร้าวราน หยิบมันออกมาจากบ้าน แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดมันอีกครั้ง

 

          ความประทับใจในวันกินราเมนยังค้างอยู่ เรื่องราวของจินยังวนเวียนในหัว ฮานะเก็บความสังสัยไว้เพื่อรอโอกาสดีๆ และเมื่อมาถึง ในวันที่เธอกำลังห่อของขวัญให้ลูกค้า ชิมะก็มาจัดดอกไม้แต่งร้านในห้องเดียวกัน เมื่อบทสนทนาสามารถจะพาไปสู่เรื่องที่ต้องการได้เธอก็ถาม

          “คุณชิมะคะ จินคุงนี่เขามาจากเมืองไหนของโอซาก้าเหรอคะ”

          ชิมะทำท่าคิดเล็กน้อย “รู้สึกจะเป็นนัมบะนะ”

          ฮานะหยิบกระดาษสา “ทำไมเขาต้องออกจากบ้านมาก็ไม่รู้นะคะ”

          อีกฝ่ายหันมา “ทำไมคุณฮานะคิดว่าเขาออกจากบ้านล่ะคะ ถามเขามาเหรอ”

          คนอายุน้อยกว่าวัดขนาดกระดาษสา “เปล่าค่ะ แค่สงสัยเพราะอายุขนาดนี้น่าจะอยู่มอปลาย” หยิบเชือกฟั่นเกลียวมาวางคู่เชิงเทียบสี “เห็นป้าคุยกับเขาบ่อยๆ คิดว่าเขาอาจจะเล่าบ้าง”

          หัวหน้าสาวเสิร์ฟเลิกคิ้ว เหลือบมองสาวรุ่นลูกที่เธอได้มีส่วนดูแลมาตั้งแต่เด็ก แค่ใบหน้าด้านข้างก็เหมือนจะมีจุดประสงค์ของคำถามเขียนไว้

          “เจ้านั่นไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองหรอกค่ะ ถ้าให้เดา ก็คงมีปัญหาอะไรสักอย่าง” เธอตัดก้านดอกคาลล่าลิลลี่ “มาอยู่ตั้งครึ่งปี ถ้าพร้อมเล่าคงเล่าแล้วละค่ะ

          “ถ้าลองถามเขาดู คิดว่าจะน่าเกลียดเกินไปไหมคะ”

          ชิมะหยุดตัดก้านดอกไม้ เงยหน้ามองหญิงสาวที่เธอเห็นมาตั้งแต่ห้าขวบ บัดนี้อายุยี่สิบปีแล้ว เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว มีหรือว่าสายตาคนวัยเกือบห้าสิบจะไม่รู้

          “คุณฮานะจะถามเขาในฐานะอะไรคะ”

ฮานะชะงัก เพ่งมองสีกระดาษสาอยู่ชั่วขณะ

          “ถ้าจะบอกว่าอยู่ในฐานะนายจ้าง ควรเป็นหน้าที่ของคุณชิเงรุหรือคุณฮิเดโอะมากกว่า คุณฮานะเป็นนายจ้างของจินก็จริง แต่เป็นผู้หญิงนะคะ”

          ขอบตาร้อนฮานะผ่าวร้อนวูบ ก้มหน้ากับคำตำหนิกลายๆ ของผู้มีบุญคุณ คำว่าผู้หญิงรวมความถึงกิริยามารยาท เธอยกมือปาดหางตา ยิ้มและพยักหน้า เอียงศีรษะเปลี่ยนอิริยาบทไม่ให้น้ำตารินไหล

          “นั่นสิคะ ฉันก็ลืมไป...”

          ชิมะขยับเข้ามา กุมมือฮานะ “ป้าเข้าใจคุณฮานะนะคะ เพราะรู้จักมาตั้งแต่เด็ก อย่าโกรธป้าเลยนะคะ ถ้าจะพูดตรงๆ ว่าตอนนี้สิ่งที่คุณฮานะคิดไม่เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะมีงานหมั้นค่ะ”

          ฮานะเงยหน้ามองหญิงกลางคนอย่างตกใจ “ป้ารู้...”

          คนอายุมากกว่ายิ้มอ่อนโยน “คุณชิเงรุบอกป้ากับโคจิคุงไว้ค่ะ อีกสักพักคงประกาศเป็นทางการ”

          หญิงสาวหันกลับไป เม้มปากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วผ่อนลมหายใจยาว เป็นอีกครั้งที่ชิมะเห็นใบหน้าด้านข้างของผู้หญิงที่ดูแลมา เป็นใบหน้าของความรัก

          ด้วยวัยที่มากกว่า แค่เห็นแววตาก็รู้ว่าฮานะสนใจจินมากกว่าลูกจ้างธรรดา ตั้งแต่ดูแลกันมาก็เพิ่งเคยเห็นหญิงสาวมีใบหน้าผุดผ่องแพรวพราวเช่นนี้ ขณะที่สายตาซึ่งมองฮิเดโอะผู้ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นคู่หมายตั้งแต่เด็กเป็นแค่ความผูกพันที่อบอุ่นเท่านั้นเอง

          เมื่อพบความหมายของหัวใจ กลับไม่อาจได้ใช้ สาวน้อยเอ้ย...

          ฮานะก้มหน้าห่อของขวัญ ชิมะรู้สึกเอ็นดูและสงสาร

          “เจ้านั่นคงมีปัญหาอะไรสักอย่างทำให้ต้องมาใช้ชีวิตลำพัง และคงเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร ถึงได้เก็บไว้กับตัวเองคนเดียวไม่ยอมให้ใครรู้”

          คนอ่อนวัยกว่าหันมา กะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินหัวข้อที่ผู้ใหญ่ที่เธอเคารพเอ่ย

          “แค่พูดกับป้า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ชิมะบอกยิ้มๆ อีกฝ่ายจึงมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น เธอหยิบกรรไกรมาตัดเชือกฟั่นเกลียวที่วัดได้ขนาดแล้ว และกล่าวขึ้นบ้าง

          “ฉันรู้สึกว่าเขาแบกความเจ็บปวดที่ลึกล้ำอยู่จากชีวิตที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี ป้าว่าฉันมองโลกในแง่ดีเกินไปไหมคะ”

          หัวหน้าสาวเสิร์ฟปักก้านดอกคาลล่าลิลลี่ลงในแจกันอีกใบ คิดถึงคิ้วขมวดกับแก้มสีแดงตอนที่เธอแซวเรื่องความบริสุทธิ์ก่อนตอบ

          “เจ้านั่นยังเด็กอยู่เลย”

 

          ในขณะที่ในห้องมีบทสนทนาที่ไหลเรื่อยเชื่อยเย็นสบายเหมือนน้ำตก นอกประตูบานเลื่อนหน้าห้อง ซาโอริยืนนิ่ง ทำตาโต

          “งานหมั้น ของคุณฮิเดโอะกับคุณฮานะ...”

         

         

 

 

1.     โอบ้ง  : ช่วงเวลาที่เชื่อกันว่าบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วจะกลับมาจากนรกภูมิ  จะมีการจุดไฟต้อนรับที่หน้าบ้าน และจุดไฟ โอคุริบิ (Okuribi) เป็นการส่งกลับวิญญาณบรรพบุรุษ ตรงกับวันที่ 13 - 15 สิงหาคมของทุกปี (เขตคันโตเป็น 13 - 16 กรกฎาคม)

2.     ชาชู : หมูตุ๋นชิ้นใหญ่ สไลด์เป็นแผ่นบางๆ โป๊ะบนหน้าราเมน รสชาติเค็มหวาน




อุธิยา

19.3.18





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #18 fsn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 16:18
    บุคลิกของจิน ดึงดูดคนให้อยากค้นหาได้ง่ายๆ เลยนะคะ

    เอาใจช่วยจังอยากให้เรื่องนี้จบแบบไม่ดราม่าตามชื่อหมวดคะ
    #18
    1
    • #18-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 21)
      25 มีนาคม 2561 / 21:10
      บุคลิกจินเรียกได้ว่าเป็นตัวหลักในการคุมเรื่องทั้งเรื่องเลยค่ะ
      ขอบคุณมากค่ะ มาช่วยลุ้นกันไปเรื่อยๆ นะคะ
      #18-1