กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 20 : บทที่ 19 คำอธิษฐานบนทางช้างเผือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 61

19. คำอธิษฐานบนทางช้างเผือก

 

          “มาดูดอกไม้ไฟคนเดียวเหรอครับคุณฮานะ”

          ทั้งที่อากาศร้อน แต่คุโรซากิยังสวมสูทสีขาวทับเสื้อกล้ามข้างในซึ่งเผยแผ่นอกนิดๆ คอสวมสร้อย ผมยาวรวบไปด้านหลังอย่างเคย แต่วันนี้เพิ่มแว่นกรอบดำทำให้บุคลิกลึกลับเข้าไปอีก

ยากุซ่าหนุ่มยืนล้วงกระเป๋า ยิ้มพราวทั้งริมฝีปากและดวงตา ใต้ความสลัวของแสงไฟวอมแวมทำให้เห็นสีหน้าที่คาดเดาไม่ถูก เขาก้าวเข้ามา ฮานะเกือบชะงักเท้าถอยหลังแล้วแต่ดึงกลับได้ทันเพราะคิดได้ว่านั่นคือการเสียมารยาท

“คุณคุโรซากิ”

“ปีนี้อากาศร้อน แต่คนก็มางานเทศกาลเยอะมาก”

ฮานะได้แต่ยิ้มและผงกศีรษะแทนคำตอบ โคโทริพูดว่าพลัดหลงกับผู้ติดตาม เธอควรจะบอกเขาไหมนะ เธอคนนั้นจะพอใจหรือเปล่าที่มีคนไปหยุดเวลาที่ได้ใช้กับฮิเดโอะ

“พี่ชายไม่มาด้วยเหรอครับ”

“มาค่ะ แต่...เดินอยู่กับคุณโคโทริ ฉันปลีกตัวออกมา”

เมื่อคิดแล้วว่าไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องปิดบัง ก็ตอบไปตามจริง คนฟังเลิกคิ้ว “จริงสินะ คุณหนูมากับพวกคุโบตะ”

ฮานะเอียงคอ ประหลาดใจนิดหน่อยแต่ไม่ถาม

“ถ้างั้นวันนี้คุณฮานะคงต้องกลับคนเดียวแน่เลย ลำบากแย่ กลางคืนแบบนี้”

“ไม่หรอกค่ะ จากร้านมาที่นี่ฉันเดินเป็นประจำค่ะ”

“ถ้าคุณหนูจะกลับให้ผมไปส่งนะครับ”

อยู่ดีๆ ยากุซ่าหนุ่มก็เข้ามาใกล้ ฮานะไม่รู้ตัว เมื่อจบประโยคคำถามนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นไปเขาก็อยู่ห่างแค่ช่วงแขนเดียวแล้ว

“ไม่เป็นไร...”

“อย่าเพิ่งปฏิเสธสิครับ”

ฮานะอยากจะเดินหนีไปเลยถ้าไม่คำนึงมารยาท กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ทำให้รู้สึกอึดอัด เธอไม่เคยเผชิญหน้ากับเขาในบรรยากาศแบบนี้มาก่อน ชายคนนี้ต่างจากอาซาโน่

“คือ...”

“การมาดูดอกไม้ไฟคนเดียวมันเหงานะครับ” คุโรซากิสืบเท้าเข้ามาอีก

“คุณฮานะครับ”

ร่างของจินปรากฎขึ้น ทั้งคู่หันไปมอง เด็กหนุ่มโอซาก้าก็พาร่างสูงของตนเองเข้ามายังจุดของบทสนทนาที่กำลังลังเลใจอยู่อย่างรวดเร็ว แต่เงียบเชียบ

“คุณฮิเดโอะให้มาตาม จะกลับแล้วครับ”

ฮานะรู้สึกถึงความเย็นฉ่ำแต่อบอุ่นที่เห็นหน้าจิน เธอหันไปทางชายผมยาว โค้งนุ่มนวล

“ขอบคุณมากนะคะ ฉันขอตัวก่อน ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณคุโรซากิ”

แล้วหญิงสาวก็เดินออกมา จินรอจนฮานะเดินไปก่อน มองรองหัวหน้าของแก๊งฮิโนโทริแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวตามไป คุโรซากิมองตาม ยิ้ม แล้วหยิบบุหรี่มาจุด

 

“รีบไปหาคุณฮิเดโอะเถอะครับ”

ฮานะยังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณที่มาช่วยบรรรเทาความอึดอัดปนน่ากลัวจากคุโรซากิได้จินก็ชิงพูดขึ้นก่อน พอ

เธออ้าปากจะถามว่าแล้วเขาละ ฮิเดโอะก็เรียกชื่อขึ้นจากข้างหลังพอดี สายตาของพี่ชายพุ่งใส่จินก่อนมองเธอเสียอีก หนำซ้ำสายตาของโคโทริก็จับจ้องมาที่เธออย่างขุ่นเคือง ฮานะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยพอใจ แต่เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเสียหน่อย

          “พี่ฮิเดโอะ”

          “หายไปไหนมา เดินหาตั้งนาน เขาจุดดอกไม้ไฟกันแล้ว”

          ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเธอจะไม่เคยไปที่ไหนคนเดียวน้ำเสียงของเขาดูโมโหเกินจริง จึงตอบไปง่ายๆ ว่าเธอก็ได้ดูดอกไม้ไฟแล้ว

          “เดี๋ยวเราจะกลับกันแล้ว” เขาบอก โคโทริเหลือบมอง “คุณโคโทริจะรอคนมารับไหมครับ เดี๋ยวผมรอเป็นเพื่อน”

          อารมณ์โมโหของที่ถูกขัดจังหวะของโคโทริลดลงวูบหนึ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอที่บอกถึงความใส่ใจ แต่เรื่องจริงคือตอนนี้คุโรซากิคงยืนมองจากตรงไหนสักแห่ง เธอก็เดาไม่ถูกว่าเขาจะมาตอนไหน ใจจริงก็อยากจะขออะไรที่มากกว่านั้น ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกทำลายจังหวะหวาน

          “ไม่เป็นไรค่ะคุณฮิเดโอะ ฉันคิดว่าพวกนั้นคงไปรอตรงทางออกแล้ว เดี๋ยวฉันไปหาเองค่ะ”

          เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ เช่นเดียวกับดวงตาที่เก็บความขุ่นหมองไว้ในใจ วันนี้เธอก็ได้ช่วงเวลาที่ดีกับเขามากแล้ว เพื่อที่จะคงความสัมพันธ์ไว้และเพิ่มระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

          “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ”

          เธอโค้งแล้วเดินออกไป ฮานะมองตาม สาวสวยมีเครื่องรางน่ารักผูกติดอยู่กับกระเป๋าผ้า คงได้มาช่วงที่เดินเที่ยวงานกับพี่ชายของเธอ และเมื่อเธอมองสีหน้าของเขาก็ดูสดใสแปลกไปจากทุกวัน

          “กลับกันเถอะ”

          ฮานะพยักหน้าและเดินตามไป แต่ใจยังติดอยู่ที่สีหน้าของจินตอนที่เดินไปตามเธอ ความยินดีในคืนฤดูร้อนกับดอกไม้ไฟเป็นความทรงจำที่มีเด็กหนุ่มโอซาก้าเป็นส่วนร่วมและประทับใจ

 

          โคโทรินั่งที่เบาะหลังโดยมีคุโรซากิเป็นคนขับ ความจริงวันนี้ผู้ติดตามของเธอมีเพียงคนเดียว เธอมองแสงไฟที่ประดับอยู่สองฟากถนนขณะที่รถเบ๊นซ์แล่นกลับคาเมโอกะ และคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ในงานกับฮิเดโอะ แม้จะเป็นตอนที่เล่นเกมตักไข่ เขายังแสดงความเป็นห่วงน้องสาวออกมาชัดเจน

          ถ้างั้น...เดี๋ยวฉันไปตามฮานะจังนะคะ

          ไม่เป็นไรครับ

          เมื่อเอ่ยประโยคคำถามนั้นออกไปและได้คำตอบแบบนี้ โคโทรินึกชื่นชมการตัดสินใจตนเองเป็นที่สุด เธอนึกเหตุผลมาสนับสนุนในกรณีที่เขาเห็นด้วยก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เพียงพอ หากได้ยินเช่นนี้ก็เหมือนว่าเขาได้ต่อเวลาแห่งความสุขให้ จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นี่คือของขวัญที่ล้ำค่ามาก

          เมื่อออกจากซุ้มเกมตักไข่ เธอเดินมาหยุดที่หน้าร้านขนมสายไหม และยืนมองนิ่งๆ จนเขาประหลาดใจ

          สมัยเด็กฉันไม่ค่อยมีโอกาสมาเดินเที่ยวลำพังแบบนี้ อยากได้อะไรก็มีคนจัดการให้หมด ครั้งหนึ่งฉันอยากกินสายไหมมากจนต้องแอบออกจากบ้านไปซื้อเอง สายไหมวันนั้นนั้นอร่อยมาก พอโตขึ้นมาได้เที่ยวไปหลายๆ ที่กลับรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเหมือนเคย แปลกดีนะคะเธอเว้นวรรค วันที่มาเที่ยวเกียวคนเดียวเป็นครั้งแรก คือวันที่เจอคุณฮิเดโอะเป็นครั้งแรกด้วย

          ชายหนุ่มทำท่านึกชั่ววินาทีแล้วก็ยิ่มระบายว่าจำได้ สีหน้าเขินๆ ของเขาเหมือนครั้งนั้น

          วันนั้นฉันลองซื้อขนมสายไหมในงานเทศกาล แต่ก็...ยังรู้สึกไม่อร่อยอยู่ดี

          เขาหัวเราะเบาๆ บางทีความอร่อยไม่ได้อยู่ที่สายไหมอย่างเดียว แต่เป็นบรรยากาศ วันนั้นคุณโคโทริขออนุญาตคุณพ่อมาแล้วใช่ไหมครับ

          ค่ะ เธอตอบ เหมือนกับว่า พอเป็นของที่ได้มาง่าย เราจะไม่ซาบซึ้งคุณค่าของมัน เมื่อพูดประโยคนี้เธอก็เหลือบมองเขา คุณฮิเดโอะก็เป็นของหายากเหมือนกันนะคะ

          โคโทริเกือบจะตบปากตัวเองเพราะความเผลอไผล ด้วยแสงไฟกับบรรยากาศที่เป็นใจ เสี้ยววินาทีนั้น กลัวเหลือเกินว่าการตอบรับจะเป็นภาพที่ไม่น่าจดใจ แต่เขาหลุบตามองพื้น

          ผมว่าคุณโคโทริก็...

          เสียงดอกไม้ไฟแตกดังสนั่นพร้อมแสงวาบไปทั่วบริเวณ ทำให้เธอไม่ได้ยินเขาพูดจนจบประโยค แต่เมื่อสายตาทั้งสองคู่ได้จับจ้องท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยพลุที่แตกเป็นดอกไม้ต่างๆ อยู่เนิ่นนาน โคโทริรู้สึกว่าคำอธิษฐานของเธอเป็นจริง

          ของในวัยเด็กบางอย่างก็ไม่มีคุณค่าเท่าการได้เป็นเจ้าของในวัยผู้ใหญ่เหมือนกันนะคะ

          สายตาที่ชายหนุ่มมองตอบกลับมานั้นเจือความหวานเรืองๆ

          ครับ

          แค่คำตอบสั้นๆ กับเสียงทุ้มๆ นั้นเพียงพอทำให้ลูกสาวยากุซ่าตัดสินใจว่านี่จะเป็นหนึ่งในความทรงจำแห่งฤดูร้อนที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลย

          เธอหยิบกระเป๋าผ้าขึ้นมาดู มีเครื่องรางเล็กๆ ที่ได้มาจากน้ำใจที่พ่อครัวหนุ่มซื้อให้ คิดถึงรอยยิ้มขอองเขา

          “วันนี้...”

          จู่ๆ คุโรซากิก็เอ่ยขึ้นมา โคโทริลดมือวางลงบนตัก เห็นจากกระจกมองหลังว่าดวงตาหรี่เรียวของเขาฉายประกายวิบวับ เธอปั้นหน้านิ่งรอฟังอีกฝ่ายพูด

          “วันนี้คุณหนูคนนั้นสวยมากนะครับ”

          ใบหน้าแช่มชื่นและอารมณ์แจ่มใสของสาวสวยหายพลัน ใบหน้างดงามง้ำงอ     

          “มิน่าเล่า พี่ชายถึงได้หวงนัก ต้องให้เด็กที่ชื่อคางาวะมาตาม”

“ฉันถามตั้งแต่เมื่อไหร่”

“น่าเสียดายจริงๆ โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ซะด้วย”

          “หยุดพูดเลยนะคุโรซากิ!” นายหญิงน้อยตวาดเมื่อเห็นว่ายากุซ่ามาดศิลปินจงใจจะปั่นป่วนอารมณ์เธอ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก “ชอบนักก็ไปเป็นลูกจ้างร้านนั้นเลยสิ จะได้ใกล้เธอ”

          “ผมไม่ชอบกลิ่นคาวปลา ไม่ชอบนั่งเสื่อทาทามิ” เขาตอบและหมุนพวงมาลัย ความจริงวันนี้ไม่มีทั้งมาเอดะและคุโบตะ มีแต่เธอกับคุโรซากิ เธอตั้งใจให้เขาเดินไปประกบฮานะเอง

          “และถ้าไปจริง เกรงว่าจะมีคนแถวนี้ร้องไห้น่ะสิครับ”

          “บอกว่าให้หยุด! นายกำลังทำให้ฉันอารมณ์เสียนะ!

          เธอตะคอกหน้าเครียด ขมวดคิ้วหลบสายตาแพรวพราวอย่างคนรู้ทันที่มองมาแล้วก็เงียบไปพักหนึ่งเป็นการสงบอารมณ์ เจ็บใจอยู่เหมือนกันที่พลาดให้นายคนนี้รู้ทัน

หากแท้จริงแล้ว เธอก็ไม่เคยปิดบังอะไรคุโรซากิได้แม้แต่เรื่องเดียว

ลูกสาวยากุซ่านิ่งและมองแสงไฟ ทบทวนเหตุการณ์และรายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ คู่พี่น้องที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด อาการห่วงหามากกว่าพี่ชายกับน้องสาว รวมถึงเด็กหนุ่มที่ชื่อ คางาวะ จิน ที่อยู่ในฉากดูดอกไม้ไฟในคืนนี้

“คุโรซากิ” โคโทริเรียก ชายหนุ่มยาวมองตอบในกระจกมองหลัง

          “นายว่าเด็กนั่นตามหาอาซาโน่ใช่ไหม”

 

          “แสดงว่าท่าทางขรึมๆ นั่นก็เป็นแค่บุคลิกเฉพาะตัวสินะ ไม่ใช่นิสัยแย่ๆ เสียหน่อย”

          “ว่าแต่ ทำไมเขาถึงได้ยิงปืนเก่งนะ เล่นไพ่นกกระจอกก็เก่ง แถมยังทำงานไม้ได้อีก เพิ่งจะอายุสิบหกสิบเจ็ดเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ ที่บ้านเขาทำอะไร ใครรู้บ้าง ซาโอริ”

          เสียงมิชิโกะกับมาริคุยกันอย่างออกรสขณะทำความสะอาดห้องรับรองลูกค้าทำให้ฮานะซึ่งกำลังจะเดินมาหาชิมะได้ยินโดยบังเอิญ สมองประมวลผลทันทีว่าบุคคลในบทสนทนาคือใคร

          “ก็รู้เท่านั้นเอง แค่จะคุยกันยังไม่ค่อยมีเวลาเลย” น้ำเสียงสาวแก้มกลมตวัดนิดๆ สองสาวแรกมองหน้ากันอย่างเข้าใจ

          “ก็น่ารักดีนะ อุตส่าห์เอามาฝาก เป็นเด็กที่มีน้ำใจดี อุ๊ย คุณฮานะ” มิชิโกะในฐานะที่อายุมากที่สุดในสามสาวชื่นชม คำสุดท้ายเปลี่ยนมาทักเมื่อเห็นเจ้านายสาวยืนอยู่

          “คุยอะไรอยู่เหรอคะ”

          คำถามกึ่งไปทางชวนคุยเสียมากกว่า แต่ว่าซาโอริก็ยิ้มระบายและเล่าว่า ทั้งสามคุยกันเรื่องคางาวะ จิน เอาตุ๊กตาที่ได้จากการยิงปืนมาแจก

          “ยิงปืน?” ฮานะรู้สึกว่าใจเต้นรัวขึ้นมากะทันหัน

          “ค่ะ จินไปยิงปืนที่งานเทศกาลที่ศาลเจ้าได้ตุ๊กตามาเยอะแยะก็เลยมาแบ่งให้เราคนละครัว”

          ฮานะทำตาปริบๆ ซาโอริก็พูดต่อในว่าใครได้ตุ๊กตารูปอะไร แถมยังแจงรายละเอียดสีหน้าท่าทางตอนที่จินให้ของพวกเธออีกต่างหาก

          “คุณฮานะได้ตัวอะไรคะ”

          คนถูกถามรู้สึกจุก ยิ้มบาง “เปล่านี่ ไม่ได้อะไร”

          “อ้าว” สาวแก้มกลมยกเสียงสูง “ทำไมกัน ป้าชิมะยังได้เลยค่ะ เอ๊ะ...หรือว่าคางาวะคุงไม่กล้าให้”

          มิชิโกะส่งสายตาให้มาริ สาวผมสั้นขยับเข้ามาใกล้เพื่อนร่วมงาน ใช้ตัวเบียดกึ่งเตือนทำนองว่าเจ้าตัวกำลังพูดมากไป แล้วถามนายจ้าง

          “คุณฮานะมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ”

          ซาโอริรู้จังหวะจึงถอยออกไปตั้งหน้าตั้งตาเช็ดโต๊ะ ฮานะถามถึงชิมะ

          “ป้าชิมะคุงกับคุณชิเงรุอยู่ในห้องชาน่ะค่ะ”

          เจ้านายสาวผู้น่ารักพนักหน้ารับรู้ แล้วเดินออกไปเงียบๆ

 

          ได้มาหลายตัวเลย ป้าชิมะก็ได้ค่ะ

          ฮานะลืมไม่ได้ซะที ที่แท้จินเป็นคนที่เจ้าของร้านพูดถึง คิดแล้วใจเต้นตึกตัก พยายามนึกภาพยามที่คนตัวสูงยกปืนประทับบ่าแล้วยิง ฮิโกโบชิไม่ได้เลี้ยงวัวเป็นอย่างเดียว ยิงปืนชิงตุ๊กตาก็ได้ เก่งด้วย

          แต่...ในบรรดา หลายตัวกลับไม่มีเธอเป็นเจ้าของเลยสักตัว

          ฮานะคิดหลายๆ เหตุผลเป็นต้นว่าจินอาจจะให้เฉพาะเพื่อนร่วมงาน เขามองเธอเป็นเจ้านาย แต่อีกบางเหตุผลก็เห็นกันว่าของที่ระลึกมีค่าความเป็นผู้หญิงอยู่ในนั้น เนื่องจากสาวๆ ในร้านได้กันทุกคน แต่ผู้ชายไม่ได้

          แล้วทำไมไม่มีเธอ

          หญิงสาว       ขมวดคิ้วให้ตัวเอง ขณะโรยรำข้าวลงในแตงกวาเพื่อทำการดอง ทำไมเธอต้องคิดว่าเขาต้องให้เธอ หรือเพราะความอยากได้ตุ๊กตาจากซุ้มเกมมานานแล้วไม่ได้รับการตอบสนองทำให้ไปหวังจากคางาวะ จินจนรู้สึกหงุดหงิดอยู่อย่างนี้

          ยิ่งคิดวนไปเท่าไหร่ก็พาลนอกไม่หลับ สีหน้าตอนที่เขาเดินมาเรียกเธอให้หลุดไปจากการรุกล้ำของคุโรซากิยิ่งติดแน่น ความแข็งกร้าว พุ่งตรง และหวงแหนลูบไว้ไปตามผิวกายจนอยากจะลุกไปอาบน้ำ อะไรกัน

         

จินนอนหงายเหยียดยาวในห้องสามเสื่อ ในมือถือตุ๊กตากระต่าย เป็นตัวที่ใหญ่ที่สุดในบรรดารางวัลความแม่นยำที่ได้มา วินาทีที่เหนียวไกนึกถึงแต่ใบหน้าดีใจของฮานะยามเมื่อได้รับ ทว่าตอนนี้มันก็ยังสงบนิ่งอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของเด็กฝึกงาน

คิดถึงภาพตอนที่มองฮานะที่ยืนดูดอกไม้ไฟ หากเพียงขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกสักหน่อยเขาก็จะได้ยืนเคียงคู่กับเธอในท้องฟ้าที่พร่างไปด้วยแสงไฟและขอคำอธิษฐานได้ แต่เขาก็ไม่กล้าพอ

คราแรกก็ขอบคุณคาจิวาระ โคโทริที่มาดึงฮิเดโอะออกไป แต่ยากุซ่าผมยาวคนนั้นก็มาทำให้เสียจังหวะ

เด็กหนุ่มขยับตัวมานอนตะแคง วางตุ๊กตาตัวใหญ่นั้นไว้ข้างๆ เขาซื้อถุงผ้ามาใส่ตุ๊กตาไว้ คิดสะระตะว่าจะให้ฮานะยังไง จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ และต้องมาเห็นสีหน้าคลางแคลงปนน้อยใจนิดๆ ผ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้นแทน

จินถอนใจ หญิงสาวกับข้าวปั้นสามก้อนทำให้เขามีชีวิตต่อจนถึงวันนี้ ต่อเนื่องด้วยน้ำใจที่อุตส่าห์เอาแซลมอนไปคั่วเค็มหวานเพื่อให้เขาซึ่งไม่สามารถกินปลาดิบได้มีเนื้อสัตว์กับกินกับข้าวราดน้ำชา รวมถึงชอคโกแลตวันวาเลนไทน์ นอกจากการทำงานอย่างซื่อสัตย์และขันแข็ง เขาก็ควรมีอะไรตอบแทนเธอบ้างมิใช่หรือ

นานวันเข้าเด็กหนุ่มผู้โดดเดี่ยวรู้สึกมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนว่าภาพความตายนั้นเป็นแค่อดีตอันไกลโพ้น ความจริงยังไม่ครบปี และวัตถุประสงค์ที่ตามหาดูก็เลือนลางลง เขายังหาอาซาโน่ไม่เจอ แต่กลับแช่มชื่นกับที่พัก อาหาร การล้างผัก ขัดหม้อ ถูพื้น และมองหน้าเจ้านายสาวผู้มากน้ำใจถึงขั้นเก็บไปฝันถึง ความรู้สึกบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นจากเบาบาง บัดนี้มันปรากฎเป็นรูปร่างที่ชัดขึ้นจนเขาแน่ใจ

จินดูเวลา วางตุ๊กตาแล้วดับไฟ แต่อยู่ในความมืดอยู่นานก็ไม่อาจจมลงในนิทรา อากาศที่ร้อนอบอ้าวกับใบหน้าของฮานะลอยแวบหลอกหลอนหัวใจ ในที่สุดก็ลุกออกจากห้องไปพร้อมซองบุหรี่

           

          สองวันต่อจากนั้น ไม่มีการพูดคุยกันเป็นพิเศษระหว่างฮานะกับจิน ฮานะรู้ว่าเขายังไปรดน้ำและกำจัดวัชพืชให้ที่แปลงผัก แต่ไม่เจอตัว แค่ทักทายกันในครัวตามธรรมเนียมเท่านั้น หญิงสาวรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย

          ฮานะทำงานไปจนลืมเวลามื้อกลางวัน เมื่อก้าวเข้าครัวมาได้กลิ่นน้ำซุปและที่ชิมะกำลังทำอยู่คือการลวกเส้นโซบะ มิชิโกะยกเต้าหู้ที่ทอดแล้วกับต้นหอมมาวางบนโต๊ะ

          เธอผู้เข้ามาใหม่ยืนนิ่งไป ชิมะยิ้มบาง “วันนี้เป็นโซบะค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อนะคะคุณฮานะ”

          คนถูกกล่าวถึงรู้สึกตัว พยักหน้ารับรู้แล้วเดินมาช่วย พ่อครัวคนอื่นๆ ก็ช่วยกันและเตรียมพร้อมกินมื้อกลางวัน จินเข้ามานั่งเป็นคนสุดท้าย ก้มหน้าขณะเลื่อนเก้าอี้นั่ง กล่าวคำขอกินแล้วใช้ตะเกียบคีบเส้นขึ้นมาส่งเข้าปาก

          “อร่อยจังเลย” ซาโอริทำหน้าเคลิ้ม

          “โซบะของคุณยามาดะเยี่ยมอยู่แล้ว มาเจอกับน้ำซุปชั้นเลิศและฝีมือการทอดเต้าหู้จากป้าชิมะเข้าไปอีก อร่อยที่สุดในเกียวโตเลย”

          “แหม ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมาโมรุ โชคดีที่ป้าได้วัตถุดิบดีต่างหาก น้ำซุปนี่ก็เพราะได้ปลาแห้งดีๆ ของที่ร้านมาช่วย ต้องขอบคุณคุณชิเงรุที่อนุญาตให้ใช้ได้ต่างหาก”

          บทสนทนาดำเนินไปอย่างออกรส พร้อมๆ กับเสียงของการกินที่บอกถึงความสุข ฮานะคีบเส้นขึ้นมา มีความใหญ่เล็กที่ไม่เท่ากัน ถ้ามองปกติก็อาจจะไม่เห็น แต่เธอตั้งใจ ซึ่งความจริงก็ดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว

          เธอปรายตามองคนที่ท้ายท้ายโต๊ะแวบหนึ่ง เขาก้มหน้าก้มตากิน เคี้ยวเต้าหู้ตุ้ยๆ โดยไม่สนใจ หญิงสาวยิ้มกับตัวเอง

หลังมื้อกลางวันยังเหลือเวลาพัก ฮานะตั้งใจว่าจะไปหาจินเดินหาตามจุดที่คิดว่าเขาจะไปสูบบุหรี่ ในที่สุดก็เจอ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้ทำในสิ่งที่คาดไว้ บนพื้นหญ้านุ่มใต้ร่มไม้ จินนอนหนุนแขนตัวเองหลับ

ฮานะต้องยกมือปิดปากไม่ให้เอ่ยเสียงอะไรออกไป แต่เธอก็ยังกลัวว่าเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ตอนนี้จะทำเขาตื่น จินนอนตะแคงข้าง เปลือกตาปิดพริ้ม อมยิ้มบางแต้มสุขเหมือนเด็กชายที่เพิ่งอิ่มนม จากคนเร่รอนกระเซอะกระเซิงตัดผมสั้นเรียบร้อย แก้มที่เคยตอบก็ดูมีเนื้อหนัง รวมไปทั้งแผ่นอกและกล้ามแขนแข็งแรงนั่นอีก

ขณะที่ล้างจานหลังจบมื้อโซบะ ชิมะมากระซิบว่าจินแอบตื่นมานวดแป้งตั้งแต่ตีสาม แล้วก็ทำความสะอาดเรียบร้อยเหมือนว่าไม่มีการใช้มาก่อน เพื่อจะเก็บเป็นความลับจากคนอื่น เป็นผลให้มาแอบงีบชดเชย

ถึงจะไม่ได้ตุ๊กตา แต่ก็จำคำขอของเธอได้ เท่านี้หัวใจฮานะก็เย็นฉ่ำ ความรู้สึกยินดีเอ่อล้น

          “ขอบคุณนะจินคุง”

 

          จินรู้ว่าความสุขของตนเองทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อได้กินมื้อเช้าเป็นข้าวราดน้ำชาที่ในส่วนของเขามีแซลมอนคั่วเค็มโรยหน้าให้โดยเฉพาะ บทสนทนาบนโต๊ะก็ยังคงเป็นเรื่องทั่วๆ ไป เหมือนปกติในทุกวัน ชิเงรุมานวดโซบะอีกครั้ง ส่วนกำหนดการที่เหลืออีกสองครั้งจะให้โคจิกับฮิเดโอะจัดการ ชิมะเล่าเรื่องลูกค้าขาประจำคนหนึ่งที่กลับมาจองหลังจากย้ายบ้านไป ทุกอย่างดำเนินไป

          คงจะมีแต่จินเท่านั้นที่ยิ้มให้กับข้าวในถ้วย และกินได้อย่างมีความสุข เมื่อเขาถอยออกมาจากการติดเตาและสบตากับฮานะที่กำลังถือตระกร้าแตงกวาเข้ามา รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นผีเสื้อที่กำลังโบยบิน

           เมื่อฮานะไปที่แปลงผักในเข้าวันต่อมา วันนี้จินนั่งอยู่ เขาเหลือบมองเธอ แล้วก็ก้มหน้ารดน้ำไปเรื่อยๆ

          “วันนี้ใช้แตงกวาเยอะหน่อยนะ” เธอบอก อีกฝ่ายพยักหน้า และเมื่อเขาเก็บแตงกวามาจนได้ปริมาณที่เธอต้องการแล้วก็เอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้า

          “ขอบคุณครับสำหรับแซลมอน”

          ฮานะยิ้มโดยที่ไม่ได้สานสบตาเขาเช่นกัน มองแต่แตงกวาและเลือกผลสวยๆ  “โซบะของเธอก็อร่อยมาก ตัดเส้นได้ตรงขึ้นนะ”

          จินพยักหน้า รู้สึกได้ถึงความสดใของแสงตะวันที่ลอยอวลอยู่ในห้องครัวเล็กๆ

 

          “ทำไมไม่เอาตุ๊กตาให้คุณฮานะล่ะ”

          “มัน...ผมได้มาแค่นั้น” จินตอบพลางก้มหน้าทำเป็นเกลี่ยดินกลบเถ้าบุหรี่ เมื่อชิมะถาม หัวหน้าสาวเสิร์ฟผู้พิศมัยบุหรี่รสจัดอย่างโฮปพ่นควันพรู

          “อะไรกัน ตอนกลับมาฉันเห็นนะ เธอมีถุงผ้าใบใหญ่มาด้วยตั้งสองใบ ตอบมาดีๆ เถอะน่า พวกสาวๆ น่ะดีใจกันใหญ่ ทำไมไม่ให้คุณฮานะด้วย” คนถามยังรุกหนัก ใช้ศอกสะกิด คนอายุน้อยกว่าขมวดคิ้ว

          “ก็มีแค่นั้น...” เขายังยืนยัน อัดควันเข้าปอดรัวๆ จนชิมะยิ้มขัน และหยุดการซักไซ้

          ชั่วขณะหนึ่งที่ทั้งสองกำลังละเลียดนิโคตินไปอย่างเงียบๆ

“จิน”

          “ครับ”

          “แกยังเวอร์จิ้นสินะ”

          เด็กหนุ่มถึงกับสำลักควันบุหรี่ คนถามยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก แม้ไม่ต้องได้คำตอบแต่เห็นใบหน้าแดงก่ำนั้นก็ยืนยันได้แล้ว เป็นการฉวยโอกาสเล่นทีเผลออย่างได้ผล

          “จริงเหรอเนี่ย” เธอยกเสียง “ตายละ ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เธอมาจากโอซาก้า”

          “มะ ไม่เห็นเกี่ยว ป้ามายุ่งอะไรเนี่ย” เขาอัดบุหรี่ยาวแล้วดับทิ้ง ขมวดคิ้วยุ่ง หน้าแดง หูแดงจัด ลนลาน

          “คาดไม่ถึงจริงๆ นะเนี่ย จะเก็บไว้ให้คนที่เธอรักหรือไงจ๊ะจินจัง”

          เสียงหวานย้อยทำเด็กหนุ่มร้อนไปทั้งตัว ลุกพรวดเหยียบบุหรี่แล้วแล้วเดินปึงปังออกไป ชิมะมองตามยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ถึงจะทำตัวมืดมนอย่างที่ซาโอริกับมาริชอบนินทา แต่แท้จริงแล้วเจ้าเด็กนี่ไร้เดียงสาจะตายไป

          จินเดินก้มหน้างุดๆ กลับมา หยิบขวานกับท่อนไม้มาฝ่าฟืน ฟาดลงไปเร็วๆ ต่อเนื่องท่อนต่อท่อนจนหอบถึงได้ลืมความร้อนรุ่มที่เกิดจากคำแซวของชิมะ

บุคลิกรู้ทัน สีหน้ากรุ้มกริ่มแพรวพราวของหัวหน้าสาวเสิร์ฟทำให้เขาคิดถึงมาม่าซังที่ซ่อง

 

          ฮิเดโอะคิดถึงอดีต ตอนที่ถามฮานะว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เขามองหน้าเด็กหญิงน่ารักซึ่งมีเค้าว่าจะสวยเมื่อโตเป็นสาว

          เป็นเจ้าสาวพี่ได้ไหม

          ฮานะในวัยหกขวบเอียงคอ ดวงตาใสแป๋วไร้เดียงสา เจ้าสาวแปลว่าอะไรคะ

          เด็กชายยิ้มแหย ก่อนจะคิดคำใหม่ ถ้างั้น ให้พี่เป็นเจ้าบ่าวฮานะได้ไหม เจ้าบ่าวหมายถึงเป็นคนดูแลและปกป้องฮานะได้

          คราวนี้เธอทำตาปริบๆ เหมือนคิด แล้วก็ยิ้มแฉ่ง ถ้าโตขึ้นฮานะให้พี่เป็นฮิเดโอะเป็นเจ้าบ่าวก็ได้ค่ะ พูดจบเธอก็วิ่งไปเล่นต่อ ทิ้งฮิเดโอะไว้พร้อมรอยยิ้มเพ้อฝันตามประสาเด็ก

          ชายหนุ่มนั่งอยู่ในห้องนอน บนโต๊ะเขียนหนังสือมีต้นไผ่จำลอง ในคืนวันที่เจ็ดหลังงานเลี้ยงที่ร้านเขากลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะนอนได้เขียนคำอธิษฐานอีกครั้ง

          แม้รู้ว่าจะไม่ใช่วิสัยปกติที่จะทำ แต่เขาก็ไม่อาจต้านความปรารถนาในหัวใจได้ บนป้ายกระดาษสีแดงซึ่งหมายถึงคำขอที่เกี่ยวข้องกับความรักปรากฎประโยคสั้น

          ขอให้ได้แต่งงานกับฮานะ

          สายตาที่คางาวะ จิน ที่มองฮานะจะได้หยุดลงเสียที

 

          ในห้องชา ตรงข้ามฮานะคือบิดาบุญธรรม ซึ่งได้พูดคำที่ทำให้เธอนิ่งอึ้ง

          “พ่อคิดว่าจะกำหนดงานหมั้นของฮานะกับฮิเดโอะให้แล้วนะ”

 

 

         

อุธิยา

14.3.18

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #17 fsn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 13:31
    ฮิเดโอะ เนี้ย ชอบใครแน่นะ
    #17
    1
    • #17-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 20)
      19 มีนาคม 2561 / 16:21
      เดี๋ยวจะมีคำตอบให้ค่ะ แม้แต่ฮิเดโอะก็ไม่รู้ตัวเอง 555
      #17-1
  2. #15 white_space (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 00:36
    กำลังอินกับความน่ารักของจินคุง แต่จบแบบนี้เลยเหรอคะ ฮานะจะทำยังไงเนี่ย
    #15
    1
    • #15-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 20)
      19 มีนาคม 2561 / 16:21
      ติดตามต่อนะคะ จะสมชื่อเรื่องกลางวงกตดอกไม้เลยค่ะ
      #15-1