กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 นกกับไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

1. นกกับไฟ

 

เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1992 คาเมโอกะ เกียวโต

โรงฝึกของพรรคฮิโนโทริ ซึ่งเป็นทั้งห้องประชุม คลังสรรพาวุธและสถานที่ฝึกซ้อมที่ใช้งานมาแล้วอย่างโชกโชนดูได้จากหลักฐานคือรอยด่างบนพื้นไม้ที่เกิดจากหยดเลือดที่ขัดไม่ออก ตัวอักษรคำว่า ไฟ และภาพเขียนนกฟินิกซ์ติดหราอยู่บนกำแพงด้วยผ้าที่ขาดตรงชายบ่งบอกประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน

วันนี้สมาชิกประจำพรรคมากันพร้อมเพรียง เนื่องจากจะมีสมาชิกใหม่เข้าแก๊งจึงมี พิธี รับน้องกันตามธรรมเนียม สมาชิกระดับล่างยืนอยู่วงนอก ขณะที่ระดับรองหัวหน้ายืนอยู่ด้านหน้า

เมื่อ คาจิวาระ ริวโซ เดินเข้ามา ทุกคนยืนตรงและโค้งทำความเคารพอย่างพร้อมเรียง สายตาคมกริบของหัวหน้าแก๊งวัยใกล้หกสิบปรายไปยังเด็กหนุ่มที่ถูกยืนประกบอยู่โดยลูกน้องอีกสองคน

ที่ตามริวโซมาติดๆ เป็นหญิงสาวในชุดกิโมโนลายนกสีทองบนพื้นแดงแซมใบไม้สีเขียวเข้ม ดวงตาคมอยู่บนใบหน้าสงบและโหนกแก้มสูงแสดงถึงบุคลิกจริงจังจะไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากสีแดงโดดเด่นบนผิวขาวละเอียด เส้นผมสีดำยาวรวบไว้เบื้องหลัง เธอเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างบิดา โดยมีชายตัวสูงที่เดินตามมาไปยืนประกบอยู่เบื้องหลังเยื้องไปด้านข้างเล็กน้อย

“วันนี้คุณหนูโคโทริแต่งตัวสวยมากครับ”

ทาคามิเนะ รองหัวหน้าอันดับสามเอ่ยทักทายพร้อมผงกศีรษะเล็กน้อย หญิงสาวคนเดียวในโรงฝึกยกมุมปากรับคำชมจากชายนิสัยขี้ประจบ เธอกวาดตาไปยังกลุ่มรองหัวหน้า อิอิดะ รองอันดับหนึ่ง เปรียบเสมือนมือขวาของริวโซ ใส่สูทลายสีเทาดูน่าเกรงขามในวัยห้าสิบ

“คุโรซากิไม่มา บอกว่าจะไปกินบะหมี่”

อิอิดะกล่าวเหมือนจะรู้ว่าโคโทริจะถามอะไร คราวนี้หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อย นึกถึงชายเจ้าของชื่อกับเวลาบ่ายคล้อยซึ่งเป็นช่วงขณะที่ดูวัยรุ่นไปสักหน่อยสำหรับอาหารประเภทนี้ที่มักจะเป็นมื้อย่ำค่ำกับอากาศเย็นมากกว่า

ลูกสาวคนเดียวของริวโซไม่ได้กล่าวอะไร คราวนี้มองไปยังชายหนุ่มหน้าใหม่สำหรับพรรค แต่ไม่ใช่สำหรับเธอเพราะได้เคยเจอและเคืองหน้ากันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

เธอลดสายตาลงต่ำ แขนของชายผู้ที่จะได้รับการทดสอบเป็นสมาชิกใหม่ไม่มีผ้าพันแผลแล้ว แต่รอยกากบาทจากคมมีดที่บิดาของเธอฝากไว้ยังปรากฎ สายตากราดกร้าวเหมือนสัตว์ป่าพุ่งออกมาจนโคโทริหายใจสะดุดไปวูบหนึ่ง จึงเชิดหน้าหนี

          “ตามธรรมเนียมของฮิโนโทริ สมาชิกใหม่จะต้องรับได้การทดสอบถึงจะถือว่าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์” รองหัวหน้าอันดับสองพูด

          หางตาของ คางาวะ จิน เห็นใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังทาคามิเนะขยับตัว ชายผู้จะเข้ารับการทดสองมองไป เห็นชายที่มีใบหูซ้ายขาดครึ่ง เจ้าของหมัดแรกที่ประเคนจนมาบนหน้าเขาเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง ชายชื่อคุโบตะทำท่าแสดงความต้องการ

          “คุณอิอิดะ...”

          อิอิดะมองทาคามิเนะด้วยสายตาเยียบเย็น แล้วเอ่ยขึ้น

          “มาเอดะ”

          เจ้าของชื่อยืดกายที่ยืนหลังโคโทริขึ้น ชายร่างสูงใหญ่ที่มีไรจอนและเคราล้อมใบหน้าเหลี่ยมที่มักจะเชิดสูงอยู่เสมอรับรู้การเรียกขานของหัวหน้า

“จะรับเจ้านี่ไหม”

          โคโทริก็คาดไม่ถึง แต่เธอก็ทำท่าแค่เลิกคิ้วสูงและเบี่ยงหน้ามองชายที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งปกติทำหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัว

          เมื่อเห็นสายตาคุณหนูที่มองมา มาเอดะผุดยิ้มขึ้น ครั้นแล้วก็ถอดเสื้อสูทออกเหลือแค่เสื้อยืดรัดรูปเผยให้เห็นแผงอกหนาล่ำ เป็นคำตอบว่าตกลงที่จะเป็นผู้ รับน้องสมาชิกใหม่คนนี้ คุโบตะบึนปากอย่างผิดหวัง

          โคโทริรู้สึกถึงความร้อนที่ปะทุขึ้นข้างใน แม้ว่าจะปักใจกับพ่อครัวรูปหล่อคนนั้นแล้ว แต่เธอเคยรู้สึกไหววูบกับสายตาร้อนแรงเหมือนสัตว์ป่าของชายคนนี้มาก่อน เมื่อแรกพบกันที่ร้านมิโอโมเตะปีที่แล้ว

“กติกาคือไม่มีกติกา ใครลุกไม่ขึ้นก่อนถือว่าการต่อสู้สิ้นสุด”

          มาเอดะงอข้อศอกแล้วเบี่ยงไปด้านหลังเป็นการยืดเส้น ก่อนจะกำหมัดหลวมๆ ไว้ข้างตัว ส่วนจินสูดลมหายใจลึก แล้วก้าวออกมา รู้สึกได้ถึงลมที่พัดผ่านรอยแผลที่แขนขวาแปลบปลาบ

          ตั้งแต่หัวหน้าพรรคฮิโนโทริจดปลายมีดลงผิวและเรียกเลือดออกมา หลังจากที่ฮานะกลับไปสู่อ้อมกอดของบิดา ชีวิตเดิมของคางาวะ จิน ในฐานะคนครัวในร้านมิโอโมเตะไม่มีอีกต่อไปแล้ว

          และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ก็จะมีแต่จินที่เป็นยากุซ่าในโลกสีดำเท่านั้น

          มาเอดะเดินวนเหมือนดูเชิง คู่ต่อสู้เป็นเด็กหนุ่มที่เขาเหม็นขี้หน้ามานานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับเลือกให้ได้ขจัดความขุ่นเคืองนี้ อีกฝ่ายไม่มีท่าทางจะสู้ นอกจากแววตาที่มีไฟลุกโชนจนเขารู้สึกกลัวไปชั่ววินาทีจนตกใจตัวเอง แต่ก็เรียกจิตวิญญาณยากุซ่าผู้เป็นรองหัวหน้าอันดับสี่และบอดี้การ์ดส่วนตัวลูกสาวหัวหน้าแก๊งกลับมาได้

          ก็แค่เด็กอายุสิบเจ็ด ที่แขนขวาของมันแผลยังไม่ตกสะเก็ดด้วยซ้ำ นั่นแหละ เป้าหมายชั้นดี

          “ฉันมีอะไรอยากตกลงกับแกหน่อย”

          จินหรี่ตาลง และปล่อยให้อีกฝ่ายพูดแทนการตอบ

          “ถ้าแกแพ้ แกจะต้องเรียกคุณโคโทริว่า คุณหนู อย่าเรียกชื่อเธอเฉยๆ ให้ฉันได้ยินอีก”

          แปลกใจในคำถาม แต่จินก็ยังเลือกนิ่ง นายคนนี้ติดใจแค่ในคำเรียกชื่อ ตั้งแต่ที่หญิงสาวไปที่ร้าน และอีกครั้งที่เผชิญหน้ากันในเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน

          “ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”

          จินมองชายที่สูงกว่าเขาที่จัดได้ว่าเป็นคนตัวสูง ไม่ตอบอะไร

          แต่แล้ว หมัดขวาตรงก็พุ่งเข้ามาประทะครึ่งปากครึ่งจมูกอย่างจัง!!

          เด็กหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ถึงกับเซแซดๆ ไป แต่ก็ยันตัวเองไว้ไม่ให้ล้มได้ แต่หมัดขวาที่สองก็ตามเข้าที่ท้องอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนร่างจะแตกสลาย แต่ก่อนที่หมัดที่สามหรืออะไรก็ตามที่จะถูกปล่อยออกมา เขายืดตัวใช้ศีรษะเป็นอาวุธตอบโต้กลับทันที

          ได้ยินเสียงดังพลั่ก ก่อนที่มาเอดะจะผงะไป จึงฉวยจังหวะนี้รีบถอยฉากออกมา

          ถ่มเลือดลงพื้นและสูดอากาศเข้าปอดลูกใหญ่ คู่ต่อสู้กุมคาง เมื่อปล่อยมือออกก็ขยับปากและศีรษะสองสามทีเรียกกำลังกลับคืน

มาเอดะคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน คิดว่าสองหมัดที่อัดให้ไปนั้นแรงพอจะทำให้เจ้าหนุ่มตัวบางนั้นล้มได้ แต่ก็รู้สึกตอนที่ปล่อยหมัดเข้าท้องว่ากล้ามเนื้อตรงนั้นแข็งแรงกว่าที่คิด

เขาเหยียดยิ้ม แต่ก็ได้แค่นั้น ยังมั่นใจในประสบการณ์ที่เหนือกว่าของตนเอง

บอดี้การ์ดของนายหญิงน้อยแห่งฮิโนโทริเป็นตำแหน่งที่ถูกลดลง แม้จะพ่วงตำแหน่งรองหัวหน้าอันดับสี่แต่ด้วยอายุและประสบการณ์เขาควรจะได้มากกว่านั้น แต่มาเอดะก็เต็มใจที่ได้ดูแลหญิงสาว ผู้เป็นดวงใจของริวโซ

          เขาอาศัยร่างกายที่สูงใหญ่กว่าชิงความได้เปรียบเป็นฝ่ายโจมตีติดๆ กัน อีกฝ่ายได้สวนแต่ก็ไม่เข้าเป้าพอจะหยุดได้ อีกครั้งหนึ่งที่ได้กระแทกหมัดตรงเข้าใส่ใบหน้าเด็กหนุ่มที่ใช้แขนตั้งการ์ดรับ แขนที่ยังคงรอยแผลนั่นแหละ เสียงดังปึ้กดังได้ยินกันทุกคน

          จินสะท้านเฮือก เจ็บร้าวจนส่งความสั่นไหวไปถึงหัวเข่า มาเอะดะไม่รอช้า ฮุกหมัดซ้ายเข้าที่ท้องทันที คราวนี้สมาชิกใหม่ทรุดลงพื้น คุโบตะที่ยืนดูเป่าหมากฝรั่งที่เคี้ยวอยู่ให้เป็นลูกโป่ง

          มาเอดะปราดเข้าไปจะซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลิ้งตัวหนีหลบออกมาได้ จึงรอดจากการถูกจับล็อคไปได้ซึ่งอาจหมายความถึงแพ้

          เวลาแห่งการต่อสู้ดำเนินไป มาเอดะเป็นฝ่ายโจมตีได้มากกว่า เรียกเลือดจากคู่ต่อสู้ได้มากกว่า

          ขณะที่ความเจ็บเริ่มลามกินไปทั่วตัวจิน เห็นได้จากอาการหอบ เปลือกตาขวาที่บวมปิดลงมา กับรอยแตกที่ปากและทั่วใบหน้า ไม่นับเลือดที่ซึมจากแผลที่แขนอีก

          จินเงื้อหมัดและพุ่งเข้ามา แต่มาเอดะที่รออยู่แล้วมีหรือจะพลาด เขาแค่เบี่ยงตัวหลบนิดเดียวก็สวนหมัดเสยเข้าปลายคางจนหน้าสะบัด เลือดกระเซ็น ร่างที่พุ่งเข้ามากระเด็นกลับลงไปกอง

          ทาคามิเนะแสยะยิ้ม ริวโซกับอิอิดะยังนิ่ง เช่นเดียวกับสีหน้าโคโทรที่ยังเรียบเฉย ไม่ได้ไหวหวั่นกับเลือดหรือความรุนแรงตรงหน้า ในฐานะลูกสาวยากุช่า สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ

          “ใจเย็นมาเอดะ หมอนั่นยังเด็กอยู่นะ” คุโบตะตะโกนออกมา น้ำเสียงกึ่งเย้ยกึ่งขัน มาเอดะซึ่งมีแค่รอยช้ำที่โหนกแก้มกับมุมปาก รู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่างในคำว่าเด็กที่เพื่อนร่วมแก๊งเอ่ย

นั่นแปลว่า จะชนะหรือแพ้ เขาก็คงไม่ได้การยอมรับ

แล้วอิอิดะเรียกเขาทำไม

มาเอดะรู้สึกโกรธรองหัวหน้ารุ่นพี่อยู่นิดๆ แต่ยังไม่มีเวลาให้คิด เพราะคู่ต่อสู้ที่คาดว่าจะสลบเหมือดไปแล้วค่อยๆ ผงกศีรษะและยันกายขึ้นมา ใบหน้าแดงก่ำทั้งจากรอยช้ำและรอยเลือด

จินถ่มเลือดลงกับพื้นอีกครั้ง เลียริมฝีปาก แล้วปล่อยลมหายใจ

มาเอดะขมวดคิ้ว เจ้าหมอนี่มันทนทายาท  เขากำหมัดและตั้งการ์ดอีกครั้ง

คราวนี้เป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่บ้าง ให้มันรู้ไป!

ก่อนที่หมัดขวาจะปล่อยปะทะหน้าจิน เด็กหนุ่มหลบได้เสี้ยววินาที มาเอดะเบิกตา ไม่ทันได้สงสัย หมัดขวาตรงก็พุ่งเข้าโหนกแก้มอย่างจัง

มาเอดะเชื่อในความไวและหนักหน่วงของตัวเอง แต่เมื่ออีกฝ่ายที่อายุน้อยกว่าย่อมหมายถึงประสบการณ์ต่อสู้น้อยกว่าสามารถหลบหมัดที่พุ่งเข้าให้ได้จึงเกิดความคาดไม่ถึง

ผลั่วะ!

ร่างสูงของบอดี้การ์ดลูกสาวริวโซถลาเหมือนนกปีกหัก ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคู่ต่อสู้ถึงได้เบี่ยงตัวหนีได้เสี้ยววินาที หมัดซ้ายก็เสยเข้าปลายคางอย่างรวดเร็ว มาเอดะกระเด็นไปตามแรง

อิอิดะเลิกคิ้ว ริวโซยังนิ่ง แต่สายตาส่องประกาย ส่วนโคโทริหรี่ตาลงเล็กน้อย

แต่สมาชิกแก๊งฮิโนโทริก็ไม่ยอมให้เสียชื่อ เขารีบยันตัวเองขึ้นมา แต่ทว่า ร่างของเด็กหนุ่มโอโซก้าก็เข้ามาประชิดแล้ว เขาเจ็บที่ท้องทันใด เจ้าหนุ่มนั่นโจมตีคืนที่เดียวกัน แต่เพิ่มสองหมัด ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยหมัดกึ่งปากกึ่งจมูกอีกที ด้วยความเร็วราวกับว่าไม่ใช่คนที่หน้าแตกยับจากการโดนโจมตีจนทรุดมาก่อน

มาเอดะกำหมัดเหวี่ยงออกไป ปะทะได้แค่ท่อนแขน ก่อนจะโดนสวนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เต็มปลายคาง ความเจ็บลามรวดเร็วจนหัวเข่าที่ตั้งหลักสั่นระริกแล้วทรุดลงไปเพราะทานไม่ไหว

สายตาของสมาชิกที่ดูอยู่ส่องความหมายใกล้กันคือคาดไม่ถึง

จินไม่รอให้เสียเวลา เขาปราดเข้าไป

“พอแค่นั้นละ!

คาจิวาระ ริวโซ เอ่ยเสียงดัง จินชะงัก เงื้อหมัดค้าง

อิอิดะกับทาคามิเนะมองหัวหน้าใหญ่ซึ่งเป็นชายวัยห้าสิบแปด ผู้เป็นที่รู้จักในคาเมโอกะและแถบตอนใต้ของเกียวโต ใบหน้าสี่เหลี่ยมและโหนกแก้มสูงกระด้างเหมือนไม้แกะสลัก ผมสั้นหวีเรียบบบริเวณขมับแซมสีเทา ขณะที่หนวดและเคราเป็นสีดำ ทั้งหมดดูเยียบเย็นแต่แกร่งกร้าว

ริวโซยังเงียบ สายตายังคงจับจ้องที่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด ดวงตานั้นยังเต็มไปด้วยไฟกระหายที่จะมีชีวิตเหมือนหนึ่งปีที่แล้ว ครั้นแล้วก็หันไปทางอิอิดะ ผู้ช่วยมือขวาเข้าใจทันที

          “รู้ผลแล้ว คางาวะชนะ เป็นสมาชิกของฮิโนโทริตั้งแต่วันนี้”

“นายท่าน”

          ทาคามิเนะออกเสียงและขยับตัว แต่ก็หยุดเมื่อเจอกับสายตาของรองหัวหน้าอันดับสอง เขาไม่เข้าใจความหมายของการสั่งให้หยุดกะทันหัน

“หึหึ”

เสียงหัวเราแผ่วดังขึ้นข้างๆ ทำให้โคโทริหันไปมอง เห็นผู้ชายวัยสี่สิบในสูทสีขาวยืนอยู่ ผมยาวรวบเรียบร้อยเปิด ใบหน้าหล่อเหลาเจือความสวยคล้ายสตรีจากดวงตาเรียวและริมฝีปากบางซึ่งขณะนี้คาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดด้วยสีหน้าสบายอารมณ์

“คุโรซากิ”

เจ้าของชื่อผงกศีรษะให้คุณหนูเป็นการทักทายตอบ

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่” หญิงสาวหมายความถึงการที่อีกฝ่ายมายืนข้างเธอโดยไม่รู้ตัว

“คงเป็นเพราะการต่อสู้น่าสนใจ หรือไม่ก็เพราะคนที่ต่อสู้น่าสนใจ คุณหนูเลยไม่ทันสังเกตผม”

ดวงตาโคโทริทอแสงวาบ ก่อนจะเบนหน้ากลับมา ยอมรับว่าภาพที่เห็นเกือบจะทำให้ลืมหายใจ แต่นั่นเพราะเมื่อคนหนึ่งเป็นบอดี้การ์ดตนเองต่างหาก เธอตอบตัวเองเช่นนั้น

“ตอบไม่ตรงคำถาม”  เธอกล่าวตอบเขา

“กิโมโนสวยดีนะครับ” เขาเอ่ยพลางจุดบุหรี่

ไม่มีรอยยิ้มจากหญิงสาวที่ได้รับคำชม แต่ดวงตายังฉายความยินดีแวบ

“แค่กิโมโนเท่านั้นน่ะเหรอ”  โคโทริถามกลับโดยที่ยังมองไปยังลานต่อสู้ตรงหน้า

ควันสีเทาอ่อนพ่นพรู “ผมไม่อยากได้ชื่อว่าช่างประจบเหมือนคุโบตะ”

คราวนี้สาวงามผู้ที่มีชื่อแปลว่านกน้อยยกยิ้มขัน คุโรซากิเป็นรองหัวหน้าอันดับสอง เป็นคนเดียวที่หยอกเย้าเธออย่างตรงไปตรงมา และเธอก็รู้สึกพอใจกับการได้พูดคุยกับเขามากกว่าใครในบรรดาลูกน้องของพ่อ

โคโทริหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อเห็นมาเอดะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากการผลการตัดสินออกมา

“จบการรับสมาชิกใหม่แค่นี้” อิอิดะกล่าวให้รุ่นน้องที่สติเพิ่งกลับมาให้ได้ยิน ชายหนุ่มเบิกตา

“นายท่าน...เดี๋ยว...”

อิอิดะส่งสายตา มาเอดะจึงยอม เขายกหลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากเร็วๆ แสดงอาการหัวเสีย แล้วเดินออกไปจากโรงฝึกโดยไม่สนใจใคร

ริวโซหันมาทางจิน บาดแผลที่ได้รับนั้นมากกว่ามาเอดะ แต่กลายเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่ได้

หัวหน้าฮิโนโทริลุกจากเก้าอี้ ตามมาด้วยโคโทริ ทั้งคู่เดินผ่านจินที่ยืนหายใจอยู่ด้วยหัวเข่าที่สั่นระริก ก่อนที่อิอิดะจะตามมา ยื่นซองสีขาวไปตรงหน้าแล้วปล่อยลง เด็กหนุ่มเกือบจะยื่นมือมารับไม่ทัน

เขามองของในมืองงๆ สัมผัสแรกรู้ได้ว่านั่นคือปึกกระดาษ

“ค่าจ้างงวดแรกของนาย คางาวะ จิน”

ริวโซเอ่ยโดยไม่หันมา ก่อนจะเดินออกไป ตามด้วยสมาชิกคนอื่นๆ ท้ายที่สุดคือชายผมยาวนามคุโรซากิ เขาปรายตามองจิน แต้มยิ้มบางที่ตีความหมายไม่ออกก่อนจะเดินจากไป จนในที่สุดก็เหลือแต่จินคนเดียว

เด็กหนุ่มที่พบกับความพลิกผันของชีวิตมากมายในหนึ่งปีที่ผ่านมามองของในมือ  เงินปึกใหญ่... มากกว่าค่าแรงที่ร้านมิโอโมเตะสามเดือน นั่นแปลว่า เขาเดินทางในเส้นทางสายนี้เต็มตัวแล้วสินะ

ยิ่งหนีเท่าไหร่ ก็หนีไม่พ้น

แผลจากการต่อสู้เจ็บ...แต่ไม่เท่าที่หัวใจ

 


          “ตายแล้วงั้นเหรอ”

อิอิดะ ริวโซ และ คุโรซากินั่งคุยกับในห้องรับประชุมในคฤหาสน์ของคาจิวาระ ส่วนโคโทรินั้นแยกตัวไปที่เรือนญี่ปุ่นเพื่อจัดดอกไม้อันเป็นกิจกรรมหนึ่งในการพักผ่อนของเธอ

“ใช่ครับ ผมเห็นกับตา”

คุโรซากิพูดถึงความตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยประหนึ่งเอ่ยว่าอากาศร้อน แต่จุดบุหรี่มวนใหม่แสดงให้เห็นว่าใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เจอเพราะคนตายเป็นลูกน้องในบังคับบัญชาของเขาเอง

สีหน้าคนฟังทั้งสองเปลี่ยนไปเป็นเครียดขึง ริวโซหยิบซิการ์ อิอิดะจุดไฟให้อย่างรู้งาน

“สภาพเป็นไง”

“ถูกแทงในห้องพัก สภาพเละเทะเหมือนมีการต่อสู้กัน”

“วิธีแบบพวกแก๊ง” อิอิดะกล่าว คุโรซากิพยักหน้าขรึมๆ

“มีอะไรอีกไหม”

หนุ่มยากุซ่ามาดศิลปินพ่นควันพรู “ผมเข้าไปก่อนที่ตำรวจจะมา เจ้าตัวตายตรงหน้าห้องน้ำ ข้างตัวมีแปรงสีฟันตกอยู่”

รองหัวหน้าอันดับสองขมวดคิ้ว “ไม่มีใครแปรงฟันไปด้วยสู้ไปด้วย”

ริวโซพ่นควันซิการ์ “คนฆ่าเป็นคนที่เขารู้จัก”

“และเราอาจจะรู้จัก” คุโรซากิเสริม เอนกายพิงพนักเหมือนสบายใจว่าข่าวได้ถูกแจ้งแล้ว

“คงไม่ได้เพิ่งเจอใช่ไหม”

ชายผมยาวยิ้มพราย “ผมมาบอกหัวหน้าทันทีก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร การได้กินบะหมี่ตอนอากาศเย็นๆ แบบนี้มันสุดยอดจะตายไป”

อิอิดะส่ายหน้า มองไปยังเจ้านายตนเองเชิงขอความเห็น

“ยังไม่ต้องเคลื่อนไหว ถ้ามีหนอนอยู่ในแก๊งเราจริง สักวันมันก็ต้องลอกคราบจนได้นั่นแหละ” นายใหญ่ของฮิโนโทริกล่าว

บทสนทนาเงียบไปครู่หนึ่ง คุโรซากิเขี่ยเถ้าบุหรี่และกล่าวขึ้น

“เพราะนายท่านเพิ่งได้ลูกเสือตัวใหม่มา นั่นเป็นเหตุผลใช่ไหมครับ”

ริวโซหัวเราะหึหึ รู้ว่าลูกน้องหมายถึงใคร “นายเห็นมันเป็นลูกเสือเหรอ”

“ไม่อย่างนั้นคงไม่สั่งหยุด”

ดวงตาของหัวหน้าโชนแสง อิอิดะจุดบุหรี่ยิ้มๆ ถ้าจะมีใครสักคนกล้าต่อปากกับหัวหน้าแก๊งได้ยียวนเช่นนี้ก็คงมีแต่ชายอารมณ์ศิลปินผู้นี้คนเดียว

“ไม่อยากให้มาเอดะเสียหน้าไปมากกว่านี้น่ะสิ” อิอิดะเป็นคนตอบแทน

“นายท่านคิดว่าเด็กนั่นจะชนะมาเอดะเหรอครับ”

“นายเลิกกวนฉันซะทีคุโรซากิ นายก็รู้ว่าเด็กนั่นมันเป็นสัตว์บาดเจ็บ พร้อมสู้โดยไม่กลัวหรอกว่าตัวเองจะตาย” คราวนี้ริวโซพูดยาวยืดอย่างมีอารมณ์นิดๆ ครั้นแล้วก็กระตุกริมฝีปากและกล่าวอีกประโยค

“ฉันคิดว่าจะไม่พูดตรงๆ แล้วนะว่านายก็ถูกใจเด็กนั่น”

คุโรซากิยิ้ม ดับบุหรี่ “ขออย่างเดียวครับนายท่าน อย่าพูดประโยคนี้ให้คุณหนูโคโทริได้ยิน”

ริวโซส่งซิการ์เข้าปาก สีหน้าขุ่นเคือง

“โคโทริไม่สนใจใครหรอก นอกจากไอ้พ่อครัวคนนั้น”

 

จินโยนยาแก้ปวดเข้าปากและกระดกขวดน้ำเปล่าที่ซื้อมา เขาเดินออกมานั่งที่สวนสาธารณะ ผู้หญิงสองคนลักษณะเหมือนแม่บ้านที่มาจ่ายกับข้าวมื้อเย็นมองแล้วก็หันไปซุบซิบกัน เด็กหนุ่มหลุบตาลงต่ำ รู้อยู่หรอกว่าหน้าตาของเขาตอนนี้มันไม่ชวนมองเอาซะเลย ตาบวมจนปิดไปข้างหนึ่ง โหนกแก้มและปากแตกยับ ไม่นับรอยเขียวช้ำที่ท้องอีก แค่หายใจเข้ายังเจ็บแปลบ

ผลพวงจากการต่อสู้ ทำให้แผลที่แขนเปิดขึ้นมาอีกจนต้องไปหาหมอ ตอนนี้ตัวเขาเต็มไปด้วยพลาสเตอร์และผ้าพันแผลจนสภาพเหมือนมัมมี่

เพราะการสั่งหยุดของริวโซจึงเหมือนไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง อุตส่าห์ลงทุนตั้งรับหมัดของมาเอดะอยู่จนจับเคล็ดการโจมตีของนายหน้าเข้มคนนี้ได้ นั่นคือจะเปิดส้นเท้าขวาหากจะต่อยเข้าหน้า และเปิดส้นซ้ายถ้าจะต่อยเข้าท้อง ดังนั้นจินจึงหลบได้แม้ในระยะประชิด ทำให้มาเอดะชะงักไปและเขากลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ

จินจึงอดเสียดายไม่ได้ ถ้าไม่มีคำสั่งหยุดเขาก็อาจจะเผด็จศึกไปแล้ว แต่ก็เชื่อว่าอีกฝ่ายคงคาใจอยู่เหมือนกัน และมีลางสังหรณ์ว่าอาจจะได้ไขข้อข้องใจกันอีกครั้งก็ได้

ลมหนาวพัดมา เด็กหนุ่มห่อตัว เขาสวมแจ็คเกตหนังสีดำกับผ้าพันคอสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ติดตัวมาจากชีวิตเด็กก้นครัว หนึ่งได้มาจากน้ำพักน้ำแรง อีกหนึ่งจากน้ำใจของผู้ใหญ่คนหนึ่ง

เด็กหนุ่มผุดยิ้มเจ็บปวด กลิ่นไอความหอมนั้นเจือจางไปแล้ว แต่ความผูกพันยังคงอยู่ ผ้าพันคอนี้ทำให้เขายังพึงระลึกถึงอดีตที่แสนสุขนั้น ส่วนอีกหนึ่งก็คือ...

จินหยิบข้าวปั้นบ๊วยออกมาจากถุง ในร้านมีอาหารหลากหลาย แต่ในมือคือรสชาติที่โหยหา เขาแกะพลาสติกที่ห่อหุ้มออก กัดเนื้อข้าวที่ปรุงรสมาเรียบร้อยพลางนึกถึงข้าวปั้นจากหญิงสาวผู้หนึ่งเมื่อปีที่แล้ว มือบางของเธอที่บรรจงปั้นและความตั้งใจแต็มเปี่ยมจะให้คนแปลกหน้าได้หายหิว

ขอโทษด้วยจริงๆ นะ ที่มีแค่บ๊วย วันนี้อาหารขายหมดทุกอย่างเลย อย่าไปพูดว่าที่มิโอโมเตะเสิร์ฟได้แค่ข้าวปั้นล่ะ’’

สำหรับเด็กเร่ร่อนอย่างเขา ข้าวปั้นก็เทียบเท่าอาหารทิพย์ที่ต่อชีวิตจนถึงทุกวันนี้

เธอให้โดยไม่ถามชื่อเลยด้วยซ้ำ

ขอบตาจินร้อนผะผ่าว เขาคงไม่มีวันกินข้าวปั้นบ๊วยได้อร่อยอีกแล้ว

 

 

 

 

อุธิยา
11.9.17
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #35 วนัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 16:45

    ขข้าวปั้นญี่ปุ่น

    #35
    0
  2. #34 Somying2525 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:33

    อ่านแค่ตอนนี้ก็ร้องไห้แล้ว
    #34
    0
  3. #3 หมี่เกี้ยว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
    ตามมาอ่านแล้วตามสัญญา และแค่ บทนำหนูก็ชอบมากอะพี่ ชอบอะกลิ่นความดาร์ก 
    #3
    0