กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 19 : บทที่ 18 เจ้าหญิงทอผ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

18. เจ้าหญิงทอผ้า

 

          “แกทำให้ฉันเสียหน้ามากนะโคโทริ ครั้งนี้แกทำตัวไม่เหมาะสมกับทายาทคาจิวาระสักนิด”

          ริวโซกับโคโทรินั่งเผชิญหน้ากันด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดในห้องจัดดอกไม้ คนเป็นลูกสาวนิ่ง มือที่วางบนตักกำแน่น เธอออกคำสั่งกับลูกของของพ่อได้ แต่ไม่อาจทำได้กับบิดา บุคคลตรงหน้ายิ่งใหญ่ เหนือกว่าไม่ว่าจะในฐานะหัวหน้าแก๊งยากุซ่าหรือบุพการี

          ด้วยเหตุว่าเธอปฏิเสธการดูตัวจากคนที่ริวโซเลือกมาให้เป็นครั้งที่ห้า ซึ่งเป็นคนที่เขาคาดหวังมากที่สุด และอีกฝ่ายก็พอใจโคโทริมากที่สุดเช่นกัน แต่ลูกสาวกลับให้เหตุผลว่าอายุของเขากับเธอที่ห่างกันเจ็ดปีนั้นมากเกินไป

          “ฉันไม่บังคับ แถมให้โอกาสแกได้เลือกแล้วนะ แกลืมหน้าที่ของทายาทฮิโนโทริไปแล้วหรือไง”

ขอบตาโคโทริร้อนผ่าว ถ้าเธอเป็นชายคงไม่รีรอที่จะเดินทางสายนี้ หากด้วยความเป็นหญิง การเป็นผู้นำแก๊งมาเฟียเป็นเรื่องยาก ทางเดียวก็คือการได้คนที่คู่ควรมาครองคู่เพื่อจะสืบทอดเจตนารมย์แห่งวิธีที่เป็นมาต่อไป

“พูดออกมา” ริวโซสั่ง

“คุณพ่อบอกว่าถึงจะเป็นผู้หญิงแต่ควรเรียนรู้เรื่องธุรกิจ หนูอยากทำบริษัทให้ประสบความสำเร็จก่อน”

คนเป็นพ่อยกมุมปาก “จะช้าหรือเร็วแกก็ต้องแต่งงาน ทุกคนต้องแต่งงาน การมีครอบครัวมันคือหน้าที่”

หญิงสาวไม่ได้คิดไปเองว่าบิดาเน้นเสียงตรงคำว่าทุกคน หัวใจเธอเจ็บแปลบ ลมหายใจตีบตัน เพราะคำว่า ทุกคน เป็น ใครบางคน หมายความว่าเขาก็ต้องแต่งงานด้วยเช่นกัน และเขาก็มีคู่หมายแล้ว เพียงแค่ยังไม่ประกาศเป็นทางการ เวลา...คือความหวังเดียวของเธอ

ความเงียบงันที่กดดันครอบครัวอยู่ชั่วอึดใจ

“ฉันจะให้แกแต่งงานกับฮาเซกาว่า”

โคโทริเบิกตา “คุณพ่อ!

“ฉันจะไปบอกทางนั้น”

“แต่...”

“นี่คือคำสั่ง!

เสียงริวโซกราดกร้าว โคโทริตัวสั่น “คุณพ่อคะ หนูขอ...ขอเวลาหน่อยได้ไหมคะ” เมื่อเห็นสีหน้าดุดันของบิดาเธอก็ค้านไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาต่อรองแทน

“แกต้องการเวลาสักเท่าไหร่ ฉันให้ได้ไม่มากหรอกนะ”

ทายาทคนเดียวของคาจิวาระเม้มปาก พยายามสงบอารมณ์และใช้สติ ใต้ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อ

“อย่างน้อย...ขอให้ผ่านปีนี้ไปก่อน”

เธอตอบในที่สุด สีหน้าบิดายังเรียบนิ่ง สองพ่อลูกต่างรู้เท่าเทียมกัน นี่เป็นแค่การประวิงเวลาชั่วคราวเท่านั้น

“เอางั้นก็ได้” แสงไฟในดวงตาของหัวหน้าแก๊งยากุซ่าลดลง “แต่ระหว่างนี้ถ้าฉันสั่งให้ไปพบทางนั้น หรือเขาขอเจอ แกจะต้องไม่ปฏิเสธ”

พูดจบก็ลุกออกไป ทิ้งไว้แต่ซิการ์ที่ยังติดไฟและควันที่ลอยโชย

โคโทริสะกดกลั้นอารมณ์รวดร้าว ตำแหน่งนายหญิงน้อยแห่งคาจิวาระไม่ใช่ความฝันสูงสุดของเธอเลยสักนิด แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งจะต้องทำตามหน้าที่แต่หัวใจมันยังดิ้นรนตลอดมา

“คุณหนูครับ”

ท่ามกลางความกดดันหม่นหมอง มาเอดะเรียกขึ้นบาๆ ขณะที่โคโทริยังนั่งไม่ไหวติง ดวงตาเหม่อลอย บอดี้การ์ดส่วนตัวเดินเข้าไปดับซิการ์ แล้วนั่งคุกเข่า ค้อมศีรษะลง

“ให้ผมทำอะไรให้ไหมครับ”

เจ้านายสาวหันมา สีหน้าว่างเปล่าเติมด้วยความเยือกเย็นและดวงตาที่มีไฟลุกโชน

 

ฮิเดโอะเปิดอัลบั้มภาพในความทรงจำ ใบหนึ่งคือเด็กหญิงอายุประมาณหกขวบยืนอยู่ข้างบ่อปลาคาร์พ ใบต่อมาชี้มือและมองมวลหมู่ปลาคาร์พหลากสีที่ว่ายไปมา นั่นคือหนึ่งปีหลังจากที่สองพ่อลูกสึคิตะย้ายเข้ามาพักในร้าน มาสะโยชิผู้เป็นพ่อครัวมือหนึ่งในสมัยที่บิดาเป็นพ่อครัวใหญ่แยกกับภรรยาจึงเป็นฝ่ายรับเลี้ยงลูกสาวอายุห้าขวบเพียงลำพัง

เด็กหญิงสร้างความแปลกใจให้กับทุกๆ คน โดยเฉพาะมารดาของเขาที่อยากมีลูกสาวมานานแล้ว วันแรกๆ ฮานะร้องโยเยด้วยความคิดถึงแม่และไม่คุ้นสถานที่ พ่อก็ต้องทำงาน ตอนนั้นฮิเดโอะอายุเก้าขวบเพิ่งกลับจากโรงเรียนตัดสินใจเดินเข้าไปคุยด้วย

ฮานะจังหยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวพี่พาไปดูปลาคาร์พ

อาจะเป็นเพราะวัยเด็กเหมือนกัน ขนาดตัวที่ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทำให้เด็กหญิงหยุดสะอึกสะอื้นมามองหน้าเขา ยังเบะปากอยู่และน้ำตายังเปื้อนหน้า เธอตัดผมหน้าม้า ผมตรงยาวประบ่าดูรุงรังเพราะไม่มีแม่คอยดูแลให้

ปลาคาร์พ...เหรอ

ใช่ เคยเห็นไหม อยู่ในบ่อข้างหลัง เอาอาหารให้มันกินได้ด้วยนะ เดี๋ยวจะพาไปดู แต่ต้องหยุดร้องก่อนนะ

ตอนนั้นทั้งชิมะ ทั้งมาสะโยชิ และสาวเสิร์ฟคนอื่นๆ ต่างพากันลุ้นว่าเด็กประถมอย่างเขาจะสามารถทำให้เด็กหญิงหยุดร้องได้หรือไม่ ในที่สุดฮานะก็พยักหน้า

เดี๋ยวพี่เอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะ

เขาบอกแล้ววิ่งตื๋อเข้าห้องนอนไปแล้วรีบกลับออกมา จับมือป้อมๆ นั้นแล้วพาเดินจูงไปที่บ่อปลา ในชีวิตของฮิเดโอะซึ่งเป็นลูกคนเดียวมาเก้าปีรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็น ฮานะตื่นเต้นมาก ร้องกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นปลาคาร์พรุมฮุบอาหารกันจนน้ำกระเซ็น ลืมความเศร้าไปชั่วขณะ ยิงคำถามไร้เดียงสาต่อเนื่อง เขาก็ไม่เบื่อเลยที่จะตอบ

มารดาของเขาก็ตื่นเต้นกับฮานะเช่นกัน ขนเครื่องประดับผมต่างๆ รวมทั้งชุดกิโมโนน่ารักออกมาแต่งตัวหวีผมให้เด็กหญิงตัวน้อยอย่างมีความสุข จนมาสะโยชิเกรงใจ

คุณแม่พี่ฮิเดโอะใจดีจังเลย” ในคำชื่นชมมีความเศร้าเจือจาง ด้วยรู้ว่าคนเป็นแม่ของตัวเองไม่กลับมาแล้ว

ถ้าพี่ให้แม่กับฮานะจะเอาไหม

ฮานะทำตาโต แล้วก็ขมวดคิ้ว ถ้าพี่ฮิเดโอะให้หนู แล้วพี่จะเอาแม่ที่ไหนคะ

ฮิเดโอะหัวเราะก๊าก เห็นมารดาที่นั่งจัดดอกไม้อยู่ใกล้ๆ ยิ้มชอบใจ เขาเช็ดแก้มเธอที่เปื้อนน้ำแข็งไส ไม่มีใครรู้ว่าอีกแค่ไม่ถึงสองปี ฮานะก็ได้มาเป็นลูกสาวของบ้านโอคาซากิจริงๆ

เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นห่างกันแค่ครึ่งปี หลังจากมาสะโยชิเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มารดาของเขาก็อาการทรุดหนักลงและเสียชีวิตตามไป ร้านมิโอโมเตะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความเศร้า

ช่วงระยะเวลาหกเดือนก่อนที่มารดาเขาจะจากไป เธอมีโอกาสได้เป็นแม่ของลูกสาวเนื่องจากบิดาได้ตัดสินใจรับฮานะเป็นลูกบุญธรรมหลังงานศพพ่อครัวคนสำคัญ ด้วยลางบอกจากในดวงตาของคนเป็นแม่ว่าเธออาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน

ฮานะจ๊ะ เมื่อโตขึ้นไปหนูจะต้องเป็นแม่เหมือนกัน เพราะงั้นหนูจะต้องเข้มแข็งนะจ๊ะ

ฮิเดโอะได้ยินบทสนทนานี้ ซึ่งฮานะแปดขวบคงยังไม่เข้าใจนักแต่น้องสาวบุญธรรมก็ตั้งใจฟังอย่างดี

ในงานศพ เขาปล่อยโฮเพราะกลั้นความเสียใจไว้ไม่ไหว แต่ฮานะแค่น้ำตาคลอ เธอซึ่งผ่านความสูญเสียมาหนักกว่ายกมือแตะไหล่เขา...โดยไม่มีคำพูดใด ชายหนุ่มคิดว่านั่นเป็นคำสัญญาที่เธอจะอยู่ในครอบครัวโอคาซากิตลอดชีวิต

ฮานะเป็นความสดใส การเติบโตขึ้นในทุกวันของเธอเหมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ แย้มบาน รอยยิ้มที่มี น้ำใจที่ให้ทุกคน รวมทั้งความคิดอ่านในแง่ดีทำให้เป็นที่รัก กระทั่งบิดาของเขาที่เป็นคนทำงานบุคลิกออกกระด้างมาตลอดยังมองฮานะด้วยสีหน้าอ่อนโยนทุกครั้งยามที่เธอทักทายเมื่อกลับมาจากโรงเรียนในชุดกะลาสีเรือ

“พี่ฮิเดโอะ มาเขียนคำอธิษฐานสิคะ”

ฮานะในปัจจุบันโบกมือเรียกเขาขณะที่นั่งอยู่ที่ระเบียงทางเดินแล้วมองสาวๆ กำลังคุยกันจ้อกแจ้กเรื่องคำอธิฐาน กิ่งไผ่ถูกตัดออกมาปักในกระถางและตกแต่งด้วยกระดาษตัดแทนสัญลักษณ์วงแหวนดวงดาวและทางช้างเผือกต้อนรับคืนฉลองเทศกาลทานาบาตะ ชิมะฝนหมึกและให้ชิเงรุเขียนคนแรก

ฮิเดโอะตามเข้าไปสมทบ วันนี้ร้านปิดแล้ว ทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องโถงใหญ่สำหรับชมสวน ฟ้าโปร่งจนเห็นหมู่ดาวระยิบระยับ

“ขออะไรดีน้า” มาริทำท่านึก

“ฉันจะขอให้ได้แฟน โสดมาสองปีพอแล้ว” ซาโอริพูด กำมือที่ถือพู่กันแน่น

“ของฉันสามปีแล้ว” มิชิโกะทำหน้ามุ่ย

“อะไรกันพวกเธอ ขออะไรไร้สาระจริงๆ” ชินโงแทรกขึ้น

“คนที่โสดตลอดปีไม่มีสิทธิ์พูดหรอกนะ ชินโงซัง” มิชิโกะซึ่งเป็นรุ่นพี่ของอีกสองคนหรี่ตาเย้ย มาโมรุหัวเราะจนคนถูกแขวะคำรามใส่แก้เก้อ

ต่างคนต่างเขียนคำอธิบายลงในกระดาษทังซะคุ แล้วก็พากันอ่านคำอธิฐานของเพื่อนร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน ฮิเดโอะถือพู่กันแล้วเหลือบมองฮานะ หญิงสาวกำลังก้มหน้าเขียนคำอธิษฐานอย่างตั้งใจ เขามีความปรารถนาอยู่ในใจตลอดมาและไม่มีปีไหนอยากเขียนคำนั้นมากเพียงนี้

หลังจากลังเลอยู่นานก็ตัดสินใจเขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษจนได้ ฮานะยืนผูกป้ายอยู่

“พี่ฮิเดโฮะเขียนว่าอะไรคะ” เธอชะโงกหน้ามอง “ขอให้มีลูกค้ามากินที่ร้านเยอะๆ” เธออ่านทวนแล้วเงยหน้ามองเขาล้อๆ “ถ้ามาเยอะจริงคงเหนื่อยแย่นะคะ”

“ก็คงงั้น แต่ขอให้ลูกค้าได้กินอาหารอร่อยก็พอ” เขาตอบ จังหวะนั้นจินเอาป้ายของตัวเองมาผูกเหมือนกัน เจ้าของตำแหน่งต่ำสุดในครัวเหลือบมองฮิเดโอะแวบหนึ่งแล้วก็เดินออกไปโดยไม่ได้พูดอะไร

“เขียนว่าอะไรนะ จินคุง...อุนเมอิ โชคชะตางั้นเหรอ”

ฮานะหันไปมองทิศทางที่จินเดินไปแล้วพึมพัมถามตัวเองว่าหมายถึงอะไร สายตายังมองคนตัวสูงที่ใช้ปากกัดถุงพลาสติกที่ห่อดอกไม้ไฟไม่ละ ซึ่งตลอดเวลานั้นฮิเดโอะก็มองเธออยู่เช่นกัน

เขาจับมือน้องสาว “ไปเล่นดอกไม้ไฟกันเถอะ”

อีกฝ่ายกะพริบตาปริบ แต่ก็เดินไปตามการจับจูงของพี่ชายอย่างไม่คิดอะไร

ที่ป้ายของฮานะ เธอเขียนคำอธิษฐานว่า ขอให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข

 

จินเหลือบมองแวบเดียวก็เห็นแล้วว่าฮิเดโอะจับมือฮานะเดินมา พ่อครัวรูปหล่อหยิบธูปดอกไม้ไฟไปจุดแล้วก็ส่งให้เธอ ปากบอกให้ระวัง และคอยดูแลราวกับว่าหญิงสาวเป็นเด็กเล็กๆ จินตั้งใจจะถอยตัวเองออกไป แต่ชิมะก็คอยเรียกไว้เสมือนรู้ ชิเงรุนั่งอยู่ที่ทางเดินและคืนนั้นทุกคนก็อยู่รวมกัน ดื่มกัน พูดคุยหัวเราะกันสนุกสนานเฮฮา ถ้าเขาเดินออกไปคนเดียวคงไม่เหมาะ หัวหน้าสาวเสิร์ฟคงจะบอกเช่นนี้

หนุ่มโอซาก้าจึงได้แต่มองประกายไฟที่แตกกระเซ็นเป็นสาย และพยายามซึบซับความสุขซึ่งเขาไม่เคยได้รับมาก่อน บางครั้งการลับฝีปากระหว่างซาโอริกับชินโงก็ทำให้ยิ้มออกมา ชิมะเล่าเรื่องตลกสมัยที่โคจิยังเป็นเด็กฝึกงาน และความเด๋อด๋าของมาโมรุเมื่อครั้งมาทำงานวันแรก

“เจ้านี่เรียกป้าว่านายหญิง ตอนแนะนำตัวก็พูดเรื่องงานอดิเรกด้วย เหมือนเด็กหน้าชั้นเรียนไม่มีผิด”

เรียกเสียงหัวเราะได้ครืน แต่เจ้าของเรื่องโอดครวญอายหน้าแดง จินยืนกระดกเบียร์มองขึ้นไปบนฟ้า เจ้าหญิงทอฟ้าคือดาววีก้าในกลุ่มดาวพิณจะมาใกล้กับดาวอัลแตร์ในกลุ่มกล่าวนกอินทรีนั่นก็คือชายเลี้ยงวัว ทั้งคู่ถูกพลัดพรากให้ห่างกันเนื่องจากช่วงเวลาหนึ่งหลงใหลกันจนลืมหน้าที่ของตัว มีแค่วันนี้ที่จะได้พบกัน โอริฮิเมะลูกสาวเทพผู้งดงามมีฝีมือการทอผ้าเป็นที่เลื่องลือ

“พี่ฮิเดโอะแกล้งกันนี่นา...”

เมื่อเห็นสีหน้าเบิกบานของฮิเดโอะ จินรู้สึกว่าเบียร์ในมือมันชืดลง เขาโยนกระป๋องเปล่าลงถังแล้วเปิดใหม่ อยากให้คืนนี้จบลงเร็วๆ

“นี่ๆ ทุกคน มาถ่ายรูปกันเถอะค่ะ”

จู่ๆ ซาโอริก็โพล่งขึ้นมาพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือซึ่งไปหยิบมาตอนไหนก็ไม่มีใครรู้ และถ่ายรูปสมาชิกทุกๆ คน หนึ่งในนั้นเป็นภาพที่รวมบรรดาคนครัวซึ่งชิเงรุเป็นคนถ่ายให้ จินยืนอยู่ริมสุด

 

เทศกาลกิองจัดขึ้นในย่านการค้า ตั้งแต่คาราสึมะถึงคาวารามาจิ ไฮไลท์ของงานคือการแห่ขบวนพาเหรดของรถยามาโฮโกะ ลูกจ้างร้านมิโอโมเตะได้รับอนุญาตให้ไปดูได้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง แล้วต้องรีบกลับไปทำงาน ซึ่งมีคามาโมรุ จิน ซาโอริกับมาริเท่านั้นที่มาเนื่องจากคนอื่นๆ เคยเห็นกันหลายครั้งแล้ว

รถยามาโฮโกะถูกประกอบขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู ใช้แค่เชือกมัดไม้แต่ละท่อนเข้าด้วยกันจนเป็นรถลากที่มีความสูงถึงแปดเมตร ห่อหุ้มด้วยผ้าลวดลายต่างๆ ทั้งสี่ด้าน แถมยังตกแต่งอย่างสวยงามด้วยงานฝีมือทั้งจากในญี่ปุ่นและบางคันก็มีของตกแต่งมาไกลถึงยุโรปเลยทีเดียว ด้วยฝีมือช่างที่สร้างมาเพื่อประชันความสวยงามจึงสร้างความตื่นตาตื่นใจและความครึกครั้นให้กับเมืองเกียวโตเป็นอย่างมาก การแห่รถยามาโฮโกะหนึ่งคันต้องใช้คนเกือบห้าสิบคน จำนวนรถทั้งหมดสามสิบสามคัน ท่ามกลางอากาศร้อนแต่ไม่มีใครยอมแพ้ เพราะเป็นประเพณีที่สืบต่อกับมาถึงหนึ่งพันหนึ่งร้อยปี เป็นเทศกาลที่ชาวเกียวโตภาคภูมิใจ

จินเพิ่งได้มาเห็นเป็นครั้งแรก ใจเต้นไปกับความใหญ่โตของรถลากนี้ นอกจากนั้นในเมืองก็ยังถูกประดับตกแต่งไปด้วยภาพวาดของเทศกาลกิอง ห้างร้านมีของที่ระลึกวางขายเช่นผ้าเช็ดหน้าลวดลายเทศกาลและแบบจำลองรถยามาโฮโกะตั้งโชว์อยู่มากมาย

ซาโอริบอกว่า ตอนกลางคืนที่ศาลเจ้ายาซากะจะมีการประดับไฟและมีงานออกร้านที่สวนมารุยามะ ให้จินมาดูให้ได้เพราะว่าสวยมาก เด็กหนุ่มเองก็ตั้งใจอย่างนั้น แต่เขากลับไปนึกถึงฮานะใส่ชุดยูคาตะใต้แสงไฟแทน

 

ชิมะเอ่ยปากชวนไปงานเทศกาลที่ศาลเจ้ายาซากะ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือจินอยากเห็นฮานะใส่ชุดยูคาตะ จึงได้ยอมรออยู่ที่หน้าร้าน ทั้งที่รู้ว่าจะต้องถูกสายตาอุ่นๆ ของฮิเดโอะมองมาด้วยความเป็นเจ้าของในตัวน้องสาวบุญธรรมก็ตาม ขณะที่คนอื่นออกไปที่งานตั้งแต่แดดร่มแล้ว

ฮิเดโอะยืนกอดนิ่งๆ คนอายุน้อยกว่าสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีน ดูอย่างไรก็เป็นแค่เด็กหนุ่มฝึกงานก้นครัว ทำงานประเภทล้างผักและทำความสะอาดอยู่ทุกวัน สิ่งเดียวที่ดูเหนือเขาคือความสูงสี่เซนติเมตรที่เพิ่มพรวดขึ้นมาในรอบครึ่งปี

ฮิเดโอะรู้มานาน คางาวะ จิน เป็นที่สนใจ ขนาดเดินถือของพะรุงพะรังในตลาดยังมีแม่ค้าสาวๆ ถามถึงด้วยสายตาวามวาว บุคลิกเคร่งขรึม พูดน้อยน่ากลัวกลับน่าคนหามากกว่าคนสุภาพมนุษยสัมพันธ์ดีอย่างมาโมรุเสียอีก

พิสูจน์ได้จากคนใกล้ตัวเขาเอง ชายหนุ่มเหลือบมอง กะด้วยสายตาก็รู้ว่าหมอนั่นสูงขึ้นจริงๆ ภาพฮานะยืนวัดส่วนสูงให้ พูดคุยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทำให้เขาหงุดหงิดใจ

ฮานะสนใจเด็กใหม่คนนี้ตั้งแต่ยอมให้ไปทำงานที่แปลงผักสุดหวง ต่อมาก็ค่อยๆ พูดคุยทำความสนิทสนม จนกระทั่งตื่นมาแต่เช้าก่อนเวลาทำงานของตัวเองเพราะรู้ว่าจินจะมาก่อน สายตาของจินก็เช่นกัน ต่างจากการมองสาวเสิร์ฟคนอื่น ค่าที่เป็นชายเหมือนกัน มองปราดเดียวก็รู้

บางครั้งเขาอยากแสดงออกมากกว่านี้ ใช้ความเป็นหัวหน้าตำหนิเรื่องมารยาท แต่คำนึงแล้วคนที่เสียหายน่าจะเป็นฮานะมากกว่า รวมทั้งตัวเขาเอง คางาวะ จิน ทำงานได้ดีกว่ามาโมรุด้วยซ้ำ เหตุผลที่เขาใช้จะดูอ่อนลงไปทันที ที่สำคัญคนอย่างเขา โอคาซากิ ฮิเดโอะ จะต้องลดตัวไปเอาความกับเด็กอายุยังไม่ถึงยี่สิบทำไมกัน

“ขอโทษที่ทำให้รอค่ะ”

ฮิเดโอะหยุดความคิดแล่นพล่านไว้แค่นั้น เมื่อหันไปมองฮานะที่เดินออกมา พร้อมๆ กันจินที่ลุกขึ้นยืน แล้วผู้ชายสองคนก็ชะงักไป

ฮานะใส่ยูคาตะสีดำลายดอกโบตั๋นสีชมพูสลับขาว ผมยาวรวบมาข้างหน้าประดับดอกไม้ ผ้าโอบิสีแดงสดรับกับริมฝีปาก แก้มชมพูระเรื่อ คิ้วเขียนเข้ม ดวงตากรีดคมติดขนตาปลอมดูฉ่ำหวาน เย้ายวน

เธอปรายตามองเขาแค่แวบเดียว แต่หัวใจจินเต้นระรัวต่อเนื่องนาน

“อืม ทาปากสีนี้เข้มไปหน่อย แต่...ก็สวยดีนะ” ฮิเดโอะทัก

“ป้าชิมะแต่งให้ค่ะ อยากเปลี่ยนดูบ้าง” ฮานะเอ่ยแย้มยิ้ม ดูเหมือนสีสันบนใบหน้าและกิโมโนที่สีเข้มทำให้เธอเหมือนเป็นคนละคน ชายหนุ่มแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเธอเลือกชุดสีนี้ ปกติแล้วหญิงสาวจะชอบแต่งสีอ่อนๆ จำพวกขาว เหลือง หรือชมพูมากกว่า

“ถ้างั้นไปกันเถอะ”

ฮิเดโอะตัดบท และตัดสายตาของจินที่กำลังมองมาด้วย

ชิมะสวมเกี๊ยะ ใช้ข้อศอกสะกิดเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่พร้อมรอยยิ้มที่เหมือนได้รู้ความลับของจักรวาลก่อนใคร

 

ที่ศาลเจ้ายาซากะจะมีโคมไฟสีขาวนับร้อยแขวนไว้ เมื่อเปิดไฟจึงส่องแสงแพรวพราวเหมือนมวลหมู่ดาวที่เกลื่อนฟ้า คนมากมายมาเที่ยวชมงานมากกว่าครึ่งสวมชุดยูคาตะสร้างบรรยากาศ ซึ่งฮิเดโอะก็ร่วมไปกับเทศกาลด้วยยูคาตะสีเขียวเข้ม  ซึ่งกลุ่มนักเรียนหญิงมัธยมคนที่เดินสวนเหลือบมองแล้วหันไปคุยกัน

“สวยจังเลย”

ฮานะเอ่ยกึ่งรำพัน ฮิเดโอะชวนเธอไปสั่งระฆังขอพรก่อน หญิงสาวก็เช่นกัน มีชายหนุ่มเหลือบมอง แวบหนึ่งเขารู้สึกว่าน้องสาวเป็นคนอื่น เวลายิ้ม ท่าทางชายตาราวกับไม่ใช่ฮานะคนเดิม เป็นแค่การแต่งหน้าแบบใหม่เท่านั้นเองหรือ

“จะไปเดินดูอะไรก็ได้นะจิน ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเดินงานนี้ทุกปี เผื่อเธอจะได้ไปเดินดูสาวๆ ได้”

ชิมะเสนอขึ้นสีหน้ายิ้มกึ่งล้อ จินหลบตา “ผมเดินกับป้าก็ได้”

อดีตสาวที่ได้ชื่อว่าสวยขึ้นชื่อคนหนึ่งในวัยยี่สิบเลิกคิ้ว แล้วก็หรี่ตา “อะไรกัน ฉันก็ว่าจะไปเดินดูหนุ่มๆ เสียหน่อย มาเดินกับเธอก็เหมือนแม่กับลูกน่ะสิ”

จินทำหน้าเหวอชั่วขณะ ก่อนที่ชิมะจะหัวเราะออกมา “ล้อเล่นน่า ไปสิ เดินไปด้วยกันก่อนก็ได้ แต่ถ้าอยากไปไหนก็บอกแล้วกัน”

เด็กหนุ่มยังนิ่งอยู่ อีกฝ่ายเอียงตัวเข้าไปหา “หรือว่าจริงๆ แล้ว ไม่ได้อยากเดินกับป้า”

จินรีบส่ายหน้า เพราะน้ำเสียงนั้นพร้อมจะทะลุเข้าไปในห้องใจ

“ถ้าอย่างนั้นแยกกันไปดีกว่านะ ตามสบาย แล้วเจอกันที่บ้าน” เธอโบกมือแล้วก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วจนจินพูดไม่ทันการคิดเร็วทำเร็วของอีกฝ่าย

เขามองไปรอบๆ งานเทศกาลฤดูร้อนเป็นความรื่นเริงของหนุ่มสาวและครอบครัวที่มักจะพาเด็กเล็กๆ มาเที่ยวเล่น  ข้างศาลเจ้ายาซากะคือสวนมารุยามะที่ซึ่งมีการออกร้านขายของทั้งของกิน ของเล่น เกมชิงรางวัล คนมากมายเดินเข้าออก ชิมะไปบอกกับฮานะว่าจะเดินแยกไป เธอรับรู้และเหลือบมามองเขา แต่คงไม่เห็นเพราะจินหลบในกลุ่มคนแล้ว

หากแต่ในที่สุดเมื่อทั้งคู่เดินเข้าสวนมารุยามะบ้าง จินก็เดินตามไปและอยู่ในระยะที่พอมองเห็นกัน

 

ฮิเดโอะชวนฮานะมาตักปลาทอง สักพักก็ไปตักไข่ แล้วหยุดที่ร้านทาโกะยากิ พอจะใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดซอสที่เปื้อนข้างแก้มหญิงสาว ฮานะหยิบผ้าจากมือของเขามาเช็ดเองพร้อมกล่าวคำขอบคุณ ของที่ได้มาจากการเล่นเกมตักไข่ของฮานะเป็นพวงกุญแจตัวการ์ตูนเล็กๆ เธอห้อยไว้กับกระเป๋าใส่เหรียญ มองว่าจะเดินไปทางไหนต่อเพราะกว่าจะถึงเวลาจุดดอกไม้ไฟก็อีกนาน

“ปีนี้พี่ฮิเดโอะไปยิงปืนชิงตุ๊กตาไหมคะ”

ฮิเดโอะนิ่วหน้านิดหนึ่ง เขาไม่ถนัดเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร ไม่ชอบเสียงดัง แต่เหมือนเธอจะอยากได้เอามากๆ

“ชวนอีกแล้ว บอกว่าจะซื้อให้ก็ไม่ยอม” ชายหนุ่มบ่น ฮานะทำปากยื่นบ่นงึมงำว่ามันไม่เหมือนกัน “ไม่เหมือนตรงไหน ก็แบบเดียวกันกัน”

“คุณฮิเดโอะ”

เสียงเรียกชื่อขัดจังหวะสองพี่น้อง ฮิเดโอะหันไป

“คุณโคโทริ”

ลูกสาวยากุซ่ายิ้มน้อยๆ โค้งศีรษะเป็นการทักทาย ดวงตาแช่มชื่น

ฮิเดโอะกะพริบตา โคโทริก็สวมยูคาตะเช่นเดียวกัน แต่ของเธอสีชมพูอ่อนลายผีเสื้อ ผ้าโอบิสีชมพูเข้มมีดอกกุหลาบสีดำประดับพร้อมกับสร้อยมุกดูหรูหรากว่ายูคาตะทั่วไป ความอ่อนหวานที่ฉายออกมาในโทนการแต่งหน้าสีอ่อนทำให้ฮิเดโอะวูบวาบในช่องท้องจนชะงักไปเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

“พอดีฉันหลงกับพวกมาเอดะน่ะค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าจะเดินยังไง โชคดีที่เจอคุณฮิเอโดะ ฮานะจังด้วย”

ชายหนุ่มดึงสติกลับมาได้แล้ว พยักหน้า

“ขอเดินด้วยได้ไหมคะ จะเป็นการรบกวนเกินไปหรือเปล่า”

วันนี้ผู้หญิงสองคนดูจะสลับสไตล์กัน ขณะที่ฮิเดโอะกำลังรู้สึกสับสน ฮานะก็เป็นคนตอบเสียเอง

“ไม่เลยค่ะ ฉันกับพี่ฮิเดโอะเพิ่งมายังเดินดูไม่ครบเลย ใช่ไหมคะพี่”

“ครับ เชิญครับ” เมื่อฮานะดึงเข้าบทสนทนาชายหนุ่มก็รู้สึกตัว โคโทริโค้งขอบคุณอีกครั้ง

 

จินอยู่ที่ซุ้มยิงตุ๊กตา ตรงหน้าของเขามีตุ๊กตาตัวสามตัวซึ่งเป็นผลมาจากการยิงเข้าเป้าตามกติกา เมื่อล่าตัวที่หนึ่งได้ ตัวที่สองสามก็ตามมา ตลอดเวลาเขาเหนี่ยวไกปืนเหมือนคนบ้าคลั่ง เรียกกระสุนมาบรรจุต่อเนื่อง ใช้เสียงปืนกลบพายุที่ปั่นป่วนอยู่ในอกตั้งแต่เห็นฮานะไปช้อนปลาทองกับฮิเดโอะ

นอกจากเสียงหัวเราะสนุกสนาน เห็นได้ชัดว่าพ่อค้าหนุ่มนั้นใจดีกับหญิงสาวอย่างออกนอกหน้า คนเป็นพี่ชายก็ดูเหมือนจะรู้ เขาแตะมือเธออยู่บ่อยๆ และใช้ผ้าเช็ดหน้าให้เมื่อน้ำกระเด็นมาโดน เด็กหนุ่มจากโอซาก้ารู้สึกตัวเองเป็นชายโรคจิตที่เฝ้ามองดูคนรักกำลังหวานชื่นกัน ในที่สุดก็ทนไม่ได้จนต้องหนีมายิงปืนชิงตุ๊กตา

ตอนอยู่โอซาก้าเขาเดินเที่ยวงานเทศกาลอยู่บ่อยๆ กลายเป็นความคุ้นชินและจับทริกในการยิงปืนแบบนี้ได้โดยไม่ต้องมีใครมาสอน ตอนนี้ก็เช่นกัน เจ้าของร้านมองเขาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยเมื่อเขาสามารถพิชิตตุ๊กตาตัวที่สี่ได้และต้องการกระสุนชุดใหม่

“เก่งนะไอ้น้อง แต่จะยิงปืนอย่างเดียวเหรอ อย่างอื่นก็มีให้เล่นนะ”

จินมองตาพ่อค้า พูดสั้นๆ ว่ากระสุน อีกฝ่ายอึ้งไปนิด แล้วก็หันไปหยิบมาให้แต่โดยดี เด็กหนุ่มประทับปืนบนไหล่ เขาเล็งไปยังตุ๊กตารูปกระต่ายตัวใหญ่ คิดถึงใบหน้าฮานะที่จะดีใจยิ่งกว่าได้พวงกุญแจเล็กๆ นั่น

 

          โคโทริอยากจะไปตักปลาทอง ฮานะซึ่งอยากแก้มืออีกรอบก็เห็นด้วย แต่กลิ่นแชมพูของโคโทริทำให้ฮิเดโอะตักปลาทองไม่ได้ รู้สึกว่ามือสั่น จนในที่สุดก็ละจากปลาทองไปตักไข่อีกครั้ง ฮานะเพิ่งเคยเห็นลูกสาวคาจิวาระ ริวโซหัวเราะเต็มเสียงเป็นครั้งแรก ดูเธอสดใสต่างจากตัวตนยามเป็นลูกค้าที่ร้าน

          “พี่ฮิเดโอะคะ ฉันไปทางนั้นนะคะ”

          เธอพูดแล้วก็ก้าวออกไปโดยไม่รอคำตอบจากพี่ชาย  แต่ทิศทางที่ไปคือซุ้มยิงตุ๊กตาฮิเดโอะก็พอเข้าใจ เธอเองก็มางานนี้ทุกปี ต่อให้แยกกันเดินก็ออกไปรอกันตรงทางออกได้

          “คุณฮิเดโอะคะ”

          โคโทริเรียก ทำให้เขาหันกลับไป แสงไฟสีส้มจับใบหน้านวลของเธอ ทำไมเขาเพิ่งเห็นว่าเธอมีสีผิวที่สวยขนาดนี้

 

          ฮานะเดินมาตรงซุ้มยิงปืน ได้ยินเจ้าของร้านพูดกับลูกค้าว่าเมื่อครู่นี้มีลูกค้าคนหนึ่งมายิงจนได้ตุ๊กตาไปเกือบสิบตัว เธอนึกตลกในใจ ถ้าได้เจอคนๆ นั้นจะขอสักตัว ทำไมพี่ชายหรือไม่ชอบยิงตุ๊กตากันนะ มันก็ดูไม่ยากเท่าไหร่นี่นา

          เธอเดินดูร้านขายของ และขณะที่กำลังเดินหลบคนมาตรงชายป่า ดอกไม้ไฟก็ถูกจุดขึ้น ไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เป็นรูปดอกเบญจมาศบ้างดอกบ๊วยบ้าง ทุกครั้งที่เสียงดอกไม้ไฟดัง ก็จะมีเสียงร้องและปรบมือตามมา

          “มาดูดอกไม้ไฟคนเดียวเหรอครับคุณหนู”

          ฮานะสะดุ้ง หันไป ยากุซ่าหนุ่มนามคุโรซากิยืนอยู่

 



อุธิยา         

 9.3.18



ขบวนรถยามาโฮโกะ


โคมไฟที่ศาลเจ้ายาซากะ


งานออกร้านที่ศาลเจ้ายาซากะ


ขอบคุณรูปจาก Internet เพื่อประกอบการอ่านนิยายเท่านี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #16 fsn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 13:31
    น่าไปจังเลย ลุ้นให้เรื่องรักจบด้วยดี อย่าได้เศร้ามีโศกนาฎกรรมเลย
    #16
    1
    • #16-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 19)
      19 มีนาคม 2561 / 16:20
      มาลุ้นกันค่ะ อยากใบ้เชิญชวนให้อ่านแต่ก็กลัวสปอย 555
      ยังไงติดตามต่อนะคะ
      #16-1