กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 18 : บทที่ 17 ชายเลีี้ยงวัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

17. ชายเลี้ยงวัว

 

          ชินโงวางปลาไหลที่เสียบแท่งเหล็กลงบนเตาย่าง ใช้พัดพัดจากด้านบนตลอดเวลาสลับกับการพลิกเนื้อปลาไหลไม่ให้ไหม้เนื่องจากการย่างครั้งแรกใช้ไฟแรง เพื่อไล่ไขมันส่วนเกินก่อน มันจากตัวปลาโดนไฟจากถ่านไม้โอ๊คดังปุปะ เมื่อผ่านไปประมาณสิบนาที จึงจะนำไปจุ่มซอส และนำมาย่างอีกครั้ง คราวนี้ย่างบนไฟอ่อนซึ่งรุมไฟเตรียมไว้ในอีกเตา เมื่อซอสเริ่มแห้งก็นำไปจุ่มครั้งที่สาม ทำเช่นนี้อีกสามครั้ง น้ำซอสก็จะเข้าเนื้อได้ที่พอดี

          ฮานะตักขาวสวยที่หุงสุกใหม่ใส่ถ้วยเคลือบอย่างดี ราดด้วยน้ำซอสแบบเดียวกับที่ใช้จุ่มเนื้อปลาไหล ความพิเศษของน้ำซอสนี้ก็คือ เมื่อจุ่มเนื้อปลาไหลน้ำและไขมันจากปลาจะไปผสมอยู่ด้วย และจะถูกผสมใหม่ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการทิ้ง ซึ่งน้ำซอสซึ่งมีส่วนผสมของซอสถั่วเหลืองเข้มข้นกับมิรินนี้มีอายุเกือบสี่สิบปีแล้ว ซึ่งเคล็ดลับนี้ชิเงรุได้มาจากร้านพ่อค้าปลาไหลในโตเกียว

          เนื้อปลาไหลที่ชุ่มมัน ฉ่ำซอสแวววาว ส่งกลิ่นหอมที่เกิดจากการย่างด้วยถ่ายไม้ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั้งครัว ทั้งชินโงและมาโมรุต่างก็ย่างปลากันหน้ามัน จินคอยเติมถ่าน และลำเลียงของต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้พ่อครัวรุ่นพี่

          นอกจากข้าวหน้าปลาไหลจะเป็นเมนูขึ้นป้ายตลอดช่วงฤดูร้อนนี้แล้ว ยังมีปลาอะยุย่างเกลือที่เป็นเมนูประจำฤดูกาล และซาชิมิปลาอะจิสดๆ ซึ่งโคจิกับฮิเดโอะเป็นผู้รับผิดชอบเมนูนี้

          “ข้าวหน้าปลาไหลห้องบ๊วยได้แล้ว!

          ชินโงตะโกน มาริกับมิชิโกะรีบเข้ามาจัดเสิร์ฟแล้วยกออกไป วันนี้ที่ร้านยุ่งกว่าทุกวันเนื่องจากเป็นวันศุกร์ ลูกค้าเต็มทุกห้อง แถมยังมีออเดอร์พิเศษจากลูกค้าเก่าแก่อีกหลายกล่องซึ่งลูกค้าจะมารับเองก่อนร้านเปิด

          “ขอถั่วแระคลุกเกลือกับสลัดแตงกวาเพิ่มที่ห้องเบญจมาศค่ะ” ซาโอริบอกแล้วเข้ามา หยิบขวดเบียร์เย็นจัดวางในถาด ฮานะจัดตามที่สาวแก้วกลมบอก เธอผสมแตงกวาที่ฝานเป็นแผ่นบางๆ และเคล้าเกลือเพื่อลดความขมเตรียมไว้กับสาหร่ายวากาเมะ เคล้าน้ำสลัด และโรยงาคั่วเป็นอันเสร็จ

          ชิมะเข้ามาอีกคน “คุณฮานะคะ ลูกค้าห้องสุมิเระขอพบค่ะ”

          ฮานะที่ถือสลัดแตงกวากับถั่วแระคลุกเกลือชะงัก “งั้นเดี๋ยวป้าเอาไปเสิร์ฟให้เองค่ะ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟบอก หญิงสาวจึงส่งให้โดยไม่คิดอะไร เธอเดินคู่ไปกับชิมะ ตั้งใจว่าจะแวะที่ห้องทำงานเล็กๆ ของอีกฝ่ายเพื่อสำรวจตนเองในกระจกเสียหน่อยตามประสา หญิงกลางคนกระซิบ

          “ลูกค้าที่ห้องนั้นเป็นคนมาจากคุเรียวนะคะ”

          คนอายุน้อยกว่านิ่งไป คุเรียว...ถ้าจำไม่ผิดนั่นคือ แก๊งยากุซ่าจากโอซาก้า

“แต่ว่าป้าบอกกับคุณชิเงรุและคุณฮิเดโอะไว้แล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง” ชิมะบอกอย่างเข้าใจ ยิ้มให้สาวรุ่นลูกแล้วเดินออกไป ฮานะหยุดคิดชั่วขณะ เธอจำหน้าตาลูกค้าสองคนนั้นไม่ได้แล้ว ก็ไม่ได้กลัวแค่แปลกใจกับการเรียกหา และคาดเดาว่าหัวข้อที่ยากุซ่าจะคุยกับเธอนั้นเป็นเรื่องอะไร

         

          แม้วันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่ด้วยการต่อเติมห้องครัวเพิ่มห้องนวดโซบะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ทำงาน สมาชิกทุกคนก็ตื่นแต่เช้าเหมือนวันทำงาน รวมทั้งโคจิที่พักข้างนอกก็ยังมาช่วยงานเช่นกัน

          “เป็นช่างใหญ่แต่มีลูกมือแค่คนเดียวนี่นะ” ชินโงบ่นพอได้ยินกันสองคนกับมาโมรุ ใบหน้าชายหนุ่มชุ่มเหงื่อ

          “แต่คามิมูระซังเก่งมากนะครับ ขนาดมีแค่สองคน ยังไม่ถึงครึ่งวันก็ขึ้นโครงได้เกือบหมดแล้ว”

          “นั่นก็เพราะว่าพวกเราช่วยยังไงล่ะ”

          “ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอครับ”

          “แต่เราเป็นพ่อครัวนะ มือเราควรจะจับ...”

          “เฮ้ย คุยอะไรกันอยู่ ส่งไม้ขึ้นมาต่อสิ ยังเหลืออีกตั้งหลายอันนะ!

          เสียงตะโกนจากนายช่างใหญ่ทำให้สองหนุ่มสะดุ้ง กุจีกุจอหยิบท่อนไม้ที่ยกมาพิงไว้รอก่อนหน้านี้ส่งขึ้นไป ชายร่างเล็กแกร็นหัวโล้นทว่าแข็งแรงนักสามารถเดินทรงตัวบนคานหลักและยกคานรองขึ้นไปได้ด้วยตัวคนเดียว

          เนื่องจากเป็นการต่อจากโครงสร้างเดิม และห้องนวดโซบะที่ออกแบบไว้ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก ตามกำหนดการก็คือต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว อย่างช้าที่สุดยังสามารถเก็บงานได้อีกครั้งวันวันจันทร์

“เอามาอีก!” เสียงของคามิมูระ ทำให้ชินโงต้องเบะปาก

“คุณโคจิกับคุณฮิเดโอะน่ะนั่นเข้าใจว่าต้องทำอาหาร แต่หมอนั่นสิ ทำไมมันถึงได้ไปทำงานตรงนั้น” เขาคำรามกึ่งกระซิบ หมายถึงจินที่เป็นสมาชิกคนครัวที่ไปนั่งเลื่อยไม้กับผู้ช่วยของคามิมูระที่ชื่อชิมิสึ

“คางาวะบอกว่าเคยทำงานพิเศษในงานก่อสร้างมาก่อน คามิมูระซังก็อนุญาตด้วย” หนุ่มทาคายาม่าตอบ เนื่องจากช่วงจังหวะนั้นชินโงออกไปซื้อของเพิ่มสำหรับงานครัวจึงไม่ทันเห็นเหตุการณ์ว่าตอนที่ช่วยชิมิสึยกไม้ขึ้นให้นายช่างใหญ่ จินเข้าใจหลักการของการเข้าเดือยไม้ได้เป็นอย่างดีและมีข้อแขนที่แข็งแรงพอจะใช้เครื่องมือได้ด้วย

“ตกลงไอ้หมอนั่นมันเป็นใครกันแน่นะมาโมรุ”

“รุ่นพี่ก็เคยถามแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็เคยแต่...”

“หนุ่มๆ พักกินข้าวกันเถอะค่า”

เสียงซาโอริดังแหลมแทรกเข้ามาก่อนที่บทสนทนาของชายสองคนที่มีต่อคนอื่นจะเลยเถิดไป ทั้งคู่ลุกพรวดวิ่งเข้าไปช่วยทันทีเมื่อเห็นว่าสาวแก้มกลมถือถาดมาด้วย และมีชิมะกับมาริเดินตามมา

ทั้งหมดนั่งรวมกันที่ลานตรงหน้าครัว มื้อกลางวันเป็นข้าวหน้าปลาไหล ฮานะเติมข้าวให้หนุ่มๆ เป็นพิเศษ คามิมูระพูดไม่หยุดเรื่องรสชาติ

“รู้ไหมที่ฉันมาต่อเติมครัวให้มิโอโมเตะก็เพราะรู้ว่าจะได้กินข้าวหน้าปลาไหลนี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า”

ชายหัวโล้นหัวเราะจนเม็ดข้าวกระเด็น แต่ไม่มีใครถือสา “รู้ไหมไอ้หนุ่ม ซอสย่างปลาไหลนี่อายุมากกว่าพวกนายเสียอีกนะ ฉันน่ะกินมาตั้งแต่พวกนายยังไม่เกิด” ถึงจะเป็นการโอ้อวดแต่ก็เปี่ยมไปด้วยคำชื่นชม เพราะเจ้าของสูตรก็นั่งร่วมอยู่ด้วย ส่วนคนอื่นๆ พอกินอิ่มก็เริ่มยืดแข็งยืดขาเอนหลังพักผ่อน

“วันนี้คุณพ่อลงมาย่างด้วยตัวเองเลยค่ะ เพราะรู้ว่าคามิมูระซังจะมา” ฮานะบอก รินชาให้บิดาบุญธรรมที่รับคำชมจากคนที่เสมือนเป็นเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้มนิ่งๆ

“ฉันก็ตั้งใจแบบนั้น คอยดูนะ ตอบแทนข้าวหน้าปลาไหลมื้อนี้จะทำครัวให้เยี่ยมเลย” คามิมูระยกนิ้วกับฮานะ

“วันนี้พอจะเสร็จไหม” ชิเงรุถามนายช่าง อีกฝ่ายจิบชา มองงานที่ทำแล้วประเมินว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้

“จริงๆ แล้วเร็วกว่าที่คิดด้วยนะ ได้เจ้าหนูคนนั้นมาช่วย เลื่อยไม้ก็ได้ ข้อแข็งเข้าเดือยไม้ก็ได้ เจ้าคนนั้น...อ้าว ไปไหนแล้วล่ะ คนตัวสูงๆ หน้าตาดีๆ หน่อยน่ะ”

นายช่างใหญเล่าแล้วก็มองซ้ายขวา พลอยให้คนที่นั่งอยู่มองตามอย่างฮานะ ช่วงเช้าเธอเดินเข้าออกครัวก็เห็นอยู่ว่าจินซึ่งสวมเสื้อคอกลมพับแขนขึ้นกำลังช่วยชิมิสึซังเลื่อยไม้ก็ยังแปลกใจ แต่ว่าตอนนี้หายสงสัยแล้ว

“คางาวะ” ชิเงรุตอบ อธิบายสั้นๆ ว่าเป็นเด็กฝึกงานในร้าน คนฟังจึงบอกตามที่เด็กหนุ่มพูดว่าเคยทำงานพิเศษในงานก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่งจึงได้เรียนรู้มา ชิเงรุก็ไม่ได้พูดอะไร

ฮานะก้มหน้ามองกล่องข้าว ยังบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร จินอยู่ที่ร้านมามากกว่าครึ่งปี แต่เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาทำงานไม้ได้ คนอื่นจะรู้หรือเปล่านะ เพื่อนร่วมงาน หรือกระทั่งชิมะ เด็กหนุ่มได้เล่าให้ฟังหรือเปล่า

“ฮานะ ไปเอาแตงโมมาสิ”

บิดาบุญธรรมบอก หญิงสาวรู้สึกตัวจึงลุกออกไป ชิมะกับมิชิโกะลุกตามมาด้วย ได้ยินเสียงคามิมูระคุยเรื่องงานเทศกาลกิองซึ่งจะเริ่มในวันที่หนึ่งเดือนหน้า

 

ชิมะกับมิชิโกะกำลังจะยกแตงโมที่ฝานออกเป็นเสี้ยวไปเสิร์ฟเป็นของหวานหลังมื้อหลัก เนื้อแตงโมสีแดงสดฉ่ำเหมาะสำหรับแก้กระหายร้อน ซาโอริก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องข้าวที่กินหมดแล้วพอดี ฮานะจะยกถาดแตงโม

“เดี๋ยวฉันทำเองค่ะคุณฮานะ” ซาโอริพูดแล้วก็ยกตามมิชิโกะออกไป

“คุณฮานะไปตามเจ้าจินมากินด้วยแล้วกันค่ะ” ชิมะบอกก่อนจะเดินออกไปเช่นกัน ฮานะยืนงงเล็กน้อย ให้ไปตาม แล้วที่ไหนล่ะ

 

ฮานะพอเดาได้จากวันที่ผ่านมาว่าหลังมื้อกลางวันจินจะหลบมาสูบบุหรี่ ที่ประจำของเขาคือห้องเก็บของหลังครัว แต่ตอนนี้รื้อออกเป็นสถานที่ต่อเติม เขาจะไปตรงไหน

ที่แปลงผักก็ไม่มีใครอยู่ จึงตัดสินใจเดินไปที่เรือนพัก ผ่านบ่อปลาคาร์พไปยังเหลืออีกห้าหกก้าวก่อนจะถึงเรือนไม้ก็ได้กลิ่นบุหรี่ลอยมา ฮานะจุดยิ้มแล้วก้าวเข้าไป เห็นการเคลื่อนไหวเมื่อจินลุกขึ้นพอดี และถอดเสื้อออก เธอชะงัก

จังหวะที่หยุดฝีเท้าสายตาก็จับจ้องโดยปริยาย ภาพตรงหน้าคือเด็กหนุ่มจากโอซาก้าบิดน้ำออกจากเสื้อยืดแล้ววางพาดไว้กับโคมไฟ ก่อนจะถอยมาหยิบบุหรี่ที่วางอยู่อัดควันเข้าปอดก่อนจะเป่าพรู

ผิวขาวมีเหงื่อเกาะพราว กล้ามหัวไหล่กระชับเกร็งส่งให้แผ่นอกผึ่งผายรับกัน เขายกมือเสยผม แดดยามบ่ายอาบไล้ร่างนั้น ฮานะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเหมือนกลองไทโกะ

เมื่อจินขยับทำท่าจะหันกลับมาฮานะก็รู้สึกตัว ดึงตัวเองกลับและหันขวับออกมาได้ทัน เธอไม่กล้ามองต่ำลงไปกว่านั้น ไม่กล้ารับรู้ว่าแผ่นท้องเครียดขึงของเด็กหนุ่มในความเข้าใจเดิมคือชายหนุ่มเต็มตัว

เคยเห็นผู้ชายถอดเสื้อก็เยอะตอนเรียนมัธยมปลายมีชมรมกีฬากลางแจ้ง แต่ทำไมใจเต้นกับคนอายุน้อยกว่าสามปีมากขนาดนี้ ใจยังเต็นรัวจนเกือบจะทะลุอก เธอก้าวยาวๆ พร้อมลมหายใจกระชั้นถี่ มุ่งตรงมาที่ครัวอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนกับฮิเดโอะที่เดินสวนมา

          “โอ๊ะ!

          “พี่ฮิเดโฮะ”

          “เจอพอดี ฮานะ พ่อให้มาตาม เอ๊ะ เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ไม่สบายเหรอ”

          ฮานะยังนึกคำพูดไม่ทัน แต่รู้สึกได้ว่าหน้าตนเองแดงหนักขึ้นแน่ๆ เพราะร้อนไปถึงใบหู ร้อนไปทั้งตัว

          “ไม่สบายหรือเปล่า อยู่กลางแดดเยอะไปไหม” ชายหนุ่มยกมือมาทำท่าจะแตะหน้าผาก เธอรู้สึกตัว

          “ปะ เปล่าค่ะ” ตอบแล้วรีบวิ่งเข้าครัวไป

          ฮิเดโอะยืนมองท่าทางน้องสาวงงๆ พอเดินผ่านชิมะ เห็นหัวหน้าสาวเสิร์ฟอมยิ้มก็ขมวดคิ้ว

 

          ห้องนวดโซบะเสร็จแล้ว แต่ชิเงรุเลือกจะใช้งานวันที่หนึ่งกรกฎาคมซึ่งเป็นวันเริ่มเทศกาลกิองซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ ฮานะเดินเข้าครัวแต่เช้าครู่ วันนี้เธอมีงานต้องทำหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่เป็นเวรทำอาหารเช้าและเตรียมเมนูของหวานซึ่งต้องตัดแต่งผลไม้ที่จะมาส่งที่ร้าน อีกเหตุผลก็คือ หวังลึกๆ ว่าจะเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นตื่นมาทำงานแต่เช้าอยู่คนเดียว และเมื่อก้าวเข้าไปในครัวเห็นภาพเขายืนขัดหม้ออยู่เธอก็ยิ้ม

          “อรุณสวัสดิ์ครับ” เขาเป็นฝ่ายทักทายก่อน

          “อรุณสวัสดิ์จ้ะ วันนี้อากาศสดใสจัง” เธอเอียงคอมองไปตรงประตูหลังครัว ไม่ทันเห็นว่าจินเหลือบมอง

          วันฮานะรวบผมสูงเปิดท้ายทอยอีกครั้ง สวมกิโมโนและกางเกงฮากามะแบบที่คุ้นตา แก้มขาวนวลสะอาดในเช้าวันเริ่มงาน เมื่อถึงกลางวันจะเรื่อด้วยไอร้อนนิดๆ เธอเปิดตู้เย็นเพื่อตรวจเช็ควัตถุดิบที่เหลืออยู่

          “ผมติดเตาหุงข้าวเลยนะครับ ข้าวแช่ไว้แล้ว” จินบอก

          “แล้วจินคุงไม่ต้องล้างผักเหรอ”

          “หัวไชเท้ากับแตงกวาผมล้างแล้วครับ เหลือโกโบ ถ้าคุณฮานะอยากได้อะไรอีกก็บอกมาได้เลยครับ”

          ฮานะทำท่าคิด “ไม่เป็นไร หุงเลยก็ได้ เดี๋ยวให้มาโมรุคุงมาขัดโกโบแทน ส่วนอย่างอื่นเดี๋ยวรอคุณโคจิมาเขียนเมนูก่อน วันนี้อาจจะไม่ต้องใช้แครอท”

          เมื่อได้รับอนุญาตจินก็ย่อตัวลงติดเตาจากฟืนที่เตรียมเอาไว้แล้ว เมื่อไฟติด ก็ครบเวลาที่แช่ข้าวพอดี ฮานะเป็นคนซาวและให้จินยกไปตั้งบนเตา และให้ไปเอาผักดองมากินเป็นเครื่องเคียงข้าวหน้าไก่ซึ่งจะเป็นเมนูมื้อเช้าวันนี้

          ฮานะต้มซุปมิโซะ ใส่เผือกที่เหลือจากเมื่อวาน เวลายังเหลือเธอจึงหยิบหัวโกโบ

          “เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับ” จินอาสา ฮานะจึงถอยออกมา มองอีกฝ่ายยืนใช้แปรงขัดดินจากพืชที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว ข้อแขนแข็งแรงที่สามารถใช้เลื่อยลันดาได้ต่างจากพ่อครัวคนอื่น รูปร่างสูงได้สัดส่วน ดูเหมือนเขาจะมีทรงผมที่เข้ากับหน้าตัวเองแล้ว

          “จินคุง สูงขึ้นอีกหรือเปล่า”

          จินทำตาปริบๆ

          “ฉันรู้สึกว่าจินคุงสูงขึ้นกว่าเดิม ครั้งก่อนที่วัดเมื่อไหร่นะ ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ใช่ไหม ลองวัดดูอีกทีไหม”

          เมื่อฮานะเป็นฝ่ายพูดเองเสร็จสรรพ จินจึงไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ เขาเห็นตัวเองมายืนตัวตรงแนบเสาไม้สนซึ่งนายจ้างสาวใช้เก้าอี้ตัวเตี้ยต่อขึ้นไปเพื่อวัดส่วนสูงให้เหมือนครั้งที่แล้ว

          “จินคุงสูงขึ้นจริงๆ ด้วย อุ๊ย! สูงกว่าพี่ฮิเดโอะด้วย” น้ำเสียงเธอตื่นเต้น จินพลอยใจเต้นแปลกๆ ทำไมต้องรู้สึกคล้ายมีชัยเหนือพี่ชายบุญธรรม ว่าที่ผู้สืบทอดร้านอาหารเก่าแก่ พ่อครัวหนุ่มหน้าตาดี ฝีมือเยี่ยมของที่นี่

          “ไหนๆ ดูสิ” หญิงสาวเอาไม้บรรทัดมาวัด จินถอยออกมายืนมอง มีรอยปากกาเมจิกบางๆ ที่เขียนเลขหนึ่งแปดสอง แต่ฮานะขีดเส้นใหม่เหนือเส้นนั้น

          “จินคุงสูงกว่าพี่ฮิเดโอะสองเซนติเมตร  แปลว่าสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสี่ โอ้โห สูงขึ้นตั้งสี่เซนติเมตรเลยนะนี่”

          คนตัวสูงทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะยิ้มหรือตอบอะไร จึงกลายเป็นความเก้กังอึกอักและได้แต่พยักหน้า

          “ถ้าจินคุงอยู่โรงเรียน รับรองว่าจะต้องถูกพวกรุ่นพี่ตื้อให้เข้าชมรมกีฬาแน่ๆ” เธอเก็บไม้บรรทัดไว้ในกล่องเครื่องเขียน “อ้อ แล้วจินคุงเคยอยู่ชมรมไหม”

          จินนิ่งไป เรื่องในโรงเรียนเหมือนความทรงจำอันไกลโพ้น ราวกับไม่ใช่ชีวิตของตัว เขาตอบพลางขัดหัวโกโบ

          “ไม่ครับ”

          คำตอบสั้นทำให้อารมณ์สดใสของฮานะลดลง นึกว่าจะได้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับชีวิตที่ผ่านมาของเขาบ้าง

          “ผมไม่ค่อยชอบกีฬา” เขาพูดต่อเมื่อเห็นแววตาลดแสงจากหญิงสาว “ชอบอ่านหนังสือในห้องสมุดมากกว่า”

          ฮานะยกคิ้ว ก่อนจะรู้ตัวว่าที่แสดงเสียมารยาท

          “ดูผิดจากที่คิดไปเหมือนกันนะเนี่ย”

          “แล้วคุณฮานะคิดว่าผมเป็นแบบไหนเหรอครับ”

          พอหลุดปากถามออกไปจึงได้รู้สึกตัว จินชะงัก ฮานะก็นิ่ง เมื่อสายตาสบสานกันในจังหวะที่คำถามละลายลงในใจ เหมือนสีหน้านั้นจะฉายความหวานขี้เล่นออกมาวูบหนึ่ง เด็กหนุ่มรู้สึกตัวรีบหันกลับไป หญิงสาวก็ร้อนวูบวาบเหมือนมีกระแสไฟวิ่งพล่าน ยิ่งภาพตอนที่เขาถอดเสื้อยืนสูบบุหรี่แวบเข้ามายิ่งร้อน

          คางาวะ จิน ดูลึกลับน่ากลัว กร้าวแกร่งดิบเถื่อนเหมือนสัตว์บาดเจ็บ หมาป่าเดียวดายที่หยิ่งทะนงไม่ลงให้ราชสีห์หัวหน้าแก๊งยากุซ่า อีกมุมหนึ่งก็ตื่นเต้นเป็นเด็กๆ เพียงแค่ได้เห็นดักแด้กลายเป็นผีเสื้อ

          ฮานะห้ามตัวเองไม่ให้เลิกคิดเรื่องเขาไม่ไหว

          “อรุณสวัสดิ์ เอ๊ะ อ้าว คุณฮานะ”

          มาโมรุเดินเข้าครัวมา ฮานะจึงหันไปหยิบเนื้อไก่และกล่าวตอบลูกจ้างหนุ่ม “อรุณสวัสดิ์จ้ะมาโมรุคุง”

          “นายตื่นเช้าจังคางาวะ มา ฉันทำเอง” หนุ่มทาคายาม่าหยิบอุปกรณ์และฝักโกโบมาจากมือหนุ่มโอซาก้า เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายทำงานก่อนตนไปมากแล้ว

          จังหวะนั้นคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามา โดยมีฮิเดโอะเป็นคนสุดท้าย เมื่อโคจิขอปรึกษาเมนูวันนี้ด้วย ลูกชายเจ้าของร้านก็คุยด้วยท่าทางขรึมๆ สรุปว่าต้องใช้แครอทเพิ่มอีกนิดหน่อย จินจึงเดินออกจากครัวไปเอาที่แปลงเอง แล้วงานก็ดำเนินต่อไปเหมือนทุกวัน

 

          ปลาอะจิที่ประกายครีบยังวิบวับ หางยังกระดิก ตายังใส และเหงือกยังพองเข้าออกเหมือนเพิ่งถูกจับขึ้นจากทะเล ขณะที่เนื้อของมันถูกแล่ออกเป็นชิ้นแล้วบอกถึงความสดของซาชิมิได้เป็นอย่างดี

          ถึงจะอยู่มาจนอายุป่านนี้โซโนดะก็แทบจะไม่เห็นอะไรแบบนี้บ่อยนัก จึงรู้สึกตื่นเต้น ส่วนอามาเทรุพูดคำขออนุญาตก่อนกินแล้วก็ใช้ตะเกียบคีบมาโดยไม่สนใจอะไร โซโนดะมองคนรุ่นลูกก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อมาบ้าง

          “แต่อาหารที่นี่อร่อยจริงๆ นะ รสชาตินนุ่มละมุนลิ้นมาก”

          “ขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มค่ะ” ประตูเลื่อนเปิดออก ฮานะเป็นคนยกมาให้เอง โซโนดะเห็นก็ยิ้มระบาย

          “โอ้ คุณหนูยกมาเองเลย”

          หญิงสาวยิ้ม “ดีใจที่เห็นคุณมาอีกครั้ง อาหารเป็นยังไงบ้างคะวันนี้” เธอถามพลางเปิดขวดเบียร์ส่งให้

          “เยี่ยมเลย ซาซิมิปลาอะจิเป็นๆ แบบนี้น่าทึ่งจริงๆ พ่อครัวคนนี้เก่งมาก อันนี้...ฝากไปให้เขาด้วยนะ สำหรับฝีมือการแล่ซาซิมิ”

          ยากุซ่าแห่งโอซาก้ายื่นซองกระดาษให้ ฮานะผงกศีรษะและรับมาด้วยสองมือ แล้วโซโนดะก็คุยว่าอาหารของเกียวโตกับโอซาก้ารสชาติต่างกันเล็กน้อยแม้จะเป็นภูมิภาคคันไซเหมือนกัน แต่ก็ไม่ต่างกันเท่าที่โตเกียว

          “คุณหนูเคยไปโอซาก้าไหม เคยลองชิมอาหารที่นั่นบ้างหรือเปล่า”

          ลูกค้าชวนคุยเป็นเรื่องปกติ สาวเสิร์ฟสามารถสนทนาได้สั้นๆ และตัดบทเมื่อเห็นสมควรซึ่งต้องให้สุภาพที่สุด

          “เคยไปนัมบะกับชินอิมามิยะค่ะ”

          โซโนดะพยักหน้า รินเบียร์ใส่แก้ว แล้วก็รินให้อามาเทรุที่เอาแต่กินโดยไม่สนใจด้วย

          “ที่นั่นตอนกลางคืนคึกคักกว่าที่นี่สินะ”

          ฮานะพยักหน้า และเมื่อลูกค้าหันไปยกเบียร์ขึ้นดื่มเธอก็กล่าวขอตัว จังหวะนั้นอามาเทรุวางตะเกียบ

          “ชักชอบอาหารที่นี่ซะแล้วสินะ” โซโนดะถาม อีกฝ่ายยกมุมปากยิ้ม

 

          ฮานะเดินผ่านห้องเล็กที่ชิมะใช้ทำงาน หัวหน้าสาวเสิร์ฟกำลังคัดจดหมายสลับกับดูทีวีซึ่งกำลังรายงานข่าวการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมของวงเอ็กซ์ ซึ่งเป็นวงญี่ปุ่นวงแรกที่ได้แสดงถึงสามวันติดต่อกัน ยอดคนดูทั้งหมดกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการเพลงของวงร็อคและวงการเพลงญี่ปุ่นเลยทีเดียว

          “วงนี้สุดยอดจริงๆ เลย”

          ชิมะรำพึงขณะที่จ้องมองอย่างทึ่งๆ ภาพคนดูมหาศาล เสียงกรีดร้อง แสงสีเสียง รวมทั้งนักดนตรีที่กำลังบรรเลงดนตรีอย่างสุดฝีมือ โดยเฉพาะโยชิกิที่กระหน่ำตีกลองราวกับว่าเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ซึ่งตอนที่ภาพเขาปรากฏบนจอหญิงกลางคนถึงกับกรี๊ดออกมาเบาๆ

          ฮานะอดยิ้มไม่ได้ ถึงแม้จะอยู่ในวัยปลายสี่สิบและทำงานในร้านอาหารเก่าแก่ แต่ชิมะชอบเพลงร็อค ลูกสาวเจ้าของร้านเดินผ่านไปโดยไม่ทักทาย ก็ไม่อยากจะขัดความสุขนี่นา

 

          “อยู่นี่จริงๆ ด้วย”

          จินสะดุ้ง ลุกพรวดขึ้นยืนตรงและดึงบุหรี่ออกจากปากอย่างเงอะงะ ฮานะก็ตกใจกับกิริยาฉับพลันของเขา เจ้าคุโระถึงกับกระโดดหนีไป

          “อุ๊ย คุโระ”

“คุณฮานะ”

          เพราะรู้ว่าหลังมื้อกลางวันเด็กหนุ่มจะหลบไปหลังห้องเก็บของ แต่วันนี้ไม่เจอ และด้วยเป็นวันทำงานเขาคงไม่กลับไปที่เรือนพัก ก็มีอีกที่เดียวคือนอกร้าน และฮานะก็เดาถูก

          จินทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบดับ สมัยอยู่โรงเรียนเขาเคยถูกคุณครูเรียกไปเตือนด้วยซ้ำ ก็ไม่รู้ทำไมต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ถึงได้ควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่เสียที

          “พอดีฉัน...ซื้ออาหารแมวมาให้คุโระน่ะ เลยเอามาให้จินคุง”

          เธอบอก ยื่นถุงอาหารแมวให้ จินยังทำท่างงอยู่กระทั่งเธอเอียงศีรษะ ถึงได้รู้สึกตัวรับมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ ท่อนแขนขาวของฮานะที่โผล่พ้นกิโมโนที่รั้งขึ้นด้วยสายรัดนั้นเหมือนจะก่อกวนทะเลในอกเขา

          “ให้มันกินเลยได้ไหม วันนี้มันกินอะไรหรือยัง”

          จินตอบว่ามันเพิ่งกินนมไป เพราะเขายังไม่มีเวลาไปหาซื้ออาหารมาให้ พูดแล้วก็ฉีกปากถุง เทอาหารใส่กล่องนมที่ตัดฝาออก ฮานะย่อตัวนั่งตาม เจ้าแมวน้อยได้กลิ่นอาหารจึงเดินเข้ามา ดมกลิ่นเล็กน้อยแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาขย้ำกินอย่างหิวโหย หญิงสาวเอียงคอ

          “มันมีแผลมาอีกแล้ว แล้วก็ดูไม่ค่อยโตขึ้นเท่าไหร่เลยเนอะ แสดงว่าได้กินไม่เต็มอิ่มแน่ๆ เลย”

           จินไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่มองดูสัตว์ตัวน้อยกินอาหาร ยิ่งดูยิ่งคิดว่าเจ้าคุโระไม่ต่างอะไรกับเขาเลย ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด

          “จินคุง” คนถูกเรียกหันมา เห็นแววตาสดใส “เมื่อไหร่เธอจะทำโซบะอีกล่ะ”

          ใบหน้าเรียบเฉยขึ้นสีแดงจัดทันที “คุณ...ฮานะ”

ฮานะยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเอง “ป้าชิมะบอกน่ะ รับรองว่าฉันไม่บอกใครหรอก วันนั้นจินคุงทำได้ไม่เลวเลยนะ สำหรับคนที่ทำครั้งแรก”

คนแอบทำโซบะกะพริบตาปริบๆ ขมวดคิ้วแล้วก็จับจมูกสีหน้าเครียด ถ้าฮานะไม่เห็นว่าหูเขามีสีแดงเรื่อคงคิดว่าอีกฝ่ายโกรธ เธอกอดเข่าตัวเอง ทำไมเขินได้น่ารักแบบนี้นะ

“ผม...แค่อยากลองดู” เขาพูดไปคนละเรื่อง

“แสดงว่าเธอมีพรสวรรค์ทางด้านทำอาหารเหมือนกันนะ ป้าชิมะบอกว่าเธอมีแขนแข็งแรง ทำให้นวดแป้งได้ดี”

สายตาจินยังจับจ้องคุโระที่กินอาหารราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเขาไม่กล้าหันมาสบตากับฮานะ

“ฉันอยากกินอีก ทำอีกได้ไหม”

ภาพหญิงสาวทาปากสีแดง และกิโมโนที่ไม่เรียบร้อยฉายแวบเข้ามา จินต้องสะบัดหน้าแรงๆ อยากจะไปให้พ้นจากตรงนี้ ที่ซึ่งมันร้อนเมื่อกลิ่นกายของฮานะลอยอวลในอากาศ

มีเสียงดังแซก สองหนุ่มสาวมองตาม เห็นว่ากิ่งไผ่ที่อยู่อีกฝั่งของรั้วบ้านที่อยู่ห่างออกไปสองหลังถูกโค่นลง

“บ้านคุณมิอุระ ตัดต้นไผ่เอาไปแขวนป้ายอธิษฐานแน่ๆ จริงสินะ ที่ร้านก็ต้องทำเหมือนกัน เกือบลืมไปเลย” ฮานะพูดแล้วลุกขึ้นยืน จินจึงยืนตาม

“ที่ร้านจะเขียนคำอธิษฐานกันวันที่เจ็ดหลังปิดร้าน”

เธอพูดขณะที่เดินกลับมา จินเดินตาม วันที่เจ็ดเดือนเจ็ดคือวันทานาบาตะ เป็นเทศกาลฉลองดวงดาว ตามตำนานทางช้างเผือกซึ่งเป็นเรื่องความรักของเจ้าหญิงทอผ้ากับเจ้าชายเลี้ยงวัว

“วันนั้นโอริฮิเมะกับฮิโกโบชิจะได้มาพบกันสินะ การได้พบกับคนที่รักแค่วันเดียวในหนึ่งปีเนี่ย เป็นความรู้สึกแบบไหนก็ไม่รู้เนอะ รอตั้งนาน”

ฮานะพูดไปโดยไม่ได้หวังว่าจะได้คำตอบ แต่เมื่อเหลือบมองคนที่เดินอยู่ข้างๆ เห็นหัวไหล่ของเขา เห็นช่วงตัวแข็งแรง และแนวคางที่เป็นส่วนประกอบของเสี้ยวหน้าคมคาย ก็คิดถึงภาพตอนที่เขาถอดเสื้อ

ฮิโกโบชิเป็นชายเลี้ยงวัว ตามตำนานเล่าว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรงงดงาม แค่เพียงแรกเห็นโอริฮิเมะก็หลงรักในทันที

 

          


อุธิยา

21.2.18




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #14 fsn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:23
    ร้านนี้ดีจังคะ ช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อกันดี ไม่อยากให้มรสุมเข้ามาเลย

    อยากให้อัพเรื่องนี้ต่อจังคะ
    #14
    2
    • #14-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 18)
      10 มีนาคม 2561 / 08:25
      มาอัพให้ต่อแล้วค่ะ ขออภัยที่ช้าค่ะ แฮะ แฮะ
      เรื่องนี้ลงไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราะค่อนข้างยาวเลย ^^
      #14-1
    • #14-2 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 18)
      10 มีนาคม 2561 / 08:30
      ขอบคุณมากๆ นะคะ สำหรับการติดตาม
      นานๆ จะมีความเห็นเข้ามาคุยกัน
      ต่อไปนี้จะอัพให้เร็วขึ้นค่ะ ^ ^
      #14-2
  2. #7 white_space (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:53
    ตอนนี้เขินแทนฮานะไปแล้วค่ะ 😳
    #7
    1
    • #7-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 18)
      10 มีนาคม 2561 / 08:27
      คนเขียนก็เขินค่ะ 555
      #7-1