กลางวงกตดอกไม้ (October Storm) - (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 กำเนิดผีเสื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.พ. 61

16. กำเนิดผีเสื้อ

 

          เปลือกดักแด้ค่อยๆ ปริออกด้วยขาเล็กๆ ก่อนที่ผีเสื้อจะโผล่ออกมา ปีกของมันยับยู่ยี่ และห้อยหัวลงก่อนจะนิ่งอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางสายตาสองคู่ โดยเฉพาะของเด็กหนุ่มที่จับจ้องและเพิ่มความตื่นเต้นในสีหน้า

          เมื่อเดือนที่แล้วจินเป็นคนเห็นดักแด้ที่ต้นสึบากินี้ เขายืนมองอยู่ครู่หนึ่งกระทั่งฮานะเดินมาที่แปลงผักจึงตอบว่าเป็นดักแด้ผีเสื้อ ซึ่งเธอเคยเห็นอยู่บ้าง จึงไม่แปลกใจกับการเห็นมันเปลี่ยนกระบวนการ แต่ก็บอกกับเขาไว้ว่า เมื่อไหร่ที่มันจะเป็นผีเสื้อให้บอกเธอด้วย

          “ทำไมมันนิ่งไปแบบนั้น” จินถาม

          “มันรอให้ปีกมันแข็งพอจะบินได้ก่อนน่ะ ประมาณชั่วโมงหนึ่ง รู้สึกจะเรียกว่าการปั๊มของเหลวเข้าไปในเส้นปีก แต่ฉันจำชื่อมันไม่ได้แล้ว” ฮานะตอบยิ้มๆ แล้วก็มองอีกฝ่ายที่เอียงคอมองสัตว์ตัวจ้อย คิดถึงภาพเมื่อครั้งที่เขาเอานมไปให้ลูกแมวตัวน้อย มองและยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยน

          “จินคุงยังไม่เคยเห็นผีเสื้อเกิดใช่ไหม”

          จินหันมา เบิกตาเล็กน้อยก่อนจะหลบไปมองต่ำ กะพริบตาปริบๆ ท่าทางอึกอัก ฮานะอดยิ้มไม่ได้ ชอบจริงๆ เวลาที่เขาทำท่าเขินอายแบบนี้

          “ปีกของมันสีส้ม” เขาพูด ฮานะมองตาม ขณะนี้ปีกของมันยังห่อตัวอยู่เล็กน้อย เหมือนดอกไม้ที่เพิ่งเริ่มแย้ม

          “เป็นปีกที่สวยดีนะ” เธอบอก สองมือกอดเข่า “คนญี่ปุ่นเราเชื่อว่าผีเสื้อเป็นตัวแทนความรัก ความรู้สึก หรือวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว”

          จินหันมา  “วิญญาณ...ผีเสื้อนี่น่ะเหรอครับ?

          “ใช่ บางคนก็ว่าเป็นผู้นำสารสู่ความตาย หมายถึงว่าเมื่อเห็นผีเสื้อโบยบินเมื่อไหร่ หมายถึงการมารับวิญญาณ บางคนก็บอกว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายอย่างไม่ยุติธรรมในอดีตมาทวงแค้น”

          ฮานะ รู้แต่ว่ามีความเงียบอยู่นาน ไร้แม้กระทั่งกระทั่งการเคลื่อนไหว เมื่อหันไปจึงเห็นว่าใบหน้าของจินซีดเผือด สายตาที่มองมามีความตื่นตระหนกและหวาดผวาจนเธอผงะ

          “จินคุง”

ฮานะรู้สึกความเย็นที่สัมผัสผิวกายจนสะท้าน ใบหน้าของคนที่เธอสนทนาด้วยฉาบด้วยอวลไอที่น่ากลัว จนต้องเรียกเขาอีกครั้ง

          เด็กหนุ่มรู้สึกตัว รีบกะพริบตา “ขอโทษครับ” เขาตอบแล้วขยับกายกลบเกลื่อน

 ภาพที่ฮานะเห็นหายไปแล้ว หัวใจก็กลับมาเต้นเป็นปกติ เธอสูดลมหายใจ มองผีเสื้อตรงหน้าเหมือนเดิม

จินลังเลว่าจะต้องกลับไปทำงานหรือจะอยู่ดูการเกิดใหม่ของผีเสื้อตัวนี้ คราแรกเขาเหมาว่ามันคือตัวเขาที่ได้มาสัมผัสโลกใหม่ที่ร้านแห่งนี้ เมื่อเทียบกับชีวิตที่เคยเป็นมาช่างแตกต่าง แต่เมื่อได้ยินความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ทำให้ตะลึงไป

แม่...

“อุ๊ย มันขยับแล้ว” ฮานะร้องขึ้นอย่างดีใจ จินรีบขยับไปดู

ปีสีส้มที่มีเส้นสีดำพาดอยู่ค่อยๆ กระดิกออกจากการห่อตัวทีละน้อย กระทั่งกางเป็นแผ่นทีละนิด จินจ้องมองจนเกือบลืมหายใจ ได้ยินเสียงฮานะพูดว่าพยายามเข้า อีกนิดเดียว กลิ่นหอมจากเรือนผมของเธอแตะจมูกจนจินไม่รู้ว่าที่หัวใจเต้นอยู่เกิดจากการได้เห็นภาพการกำเนิดหรือสัมผัสที่จมูกได้รับจากหญิงสาวข้างๆ

อีกสักพักต่อมา ปีกสองข้างก็กางเต็มที่ และเริ่มกระพือพร้อมจะบิน

“ยินดีต้อนรับสู่โลกนะ เจ้าผีเสื้อ”

          “สุขสันต์วันเกิดครับคุณฮานะ”

          ฮานะงง ครู่หนึ่งจึงหันไปมอง เจ้าผีเสื้อขยับบินออกไปทันที ภาพที่เห็นจึงกลายเป็นใบหน้าของจินที่หลุบตามองต่ำ “สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับ ขอโทษที่ผมไม่มีของขวัญให้ ก็เลย...ให้มาดูผีเสื้อ” รอยยิ้มแต้มที่สีหน้าของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึม ยามนี้เขาไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด

จินลุกยืน “ผมไปทำงานต่อนะครับ”

          กว่าฮานะจะพูดอะไร เด็กหนุ่มตัวสูงนั้นก็ไปถึงห้องครัวแล้ว

ที่แท้ผีเสื้อตัวนั้นมาบินอยู่ในท้องแล้วนั่นเอง

หญิงสาวหยุดความร้อนแรงในอกด้วยการลุกขึ้นและผ่อนลมหายใจ เมื่อครู่นี้ระหว่างที่จ้องผีเสื้ออยู่ จินขยับเข้ามาใกล้ จมูกของฮานะได้กลิ่นจากตัวของเขา เป็นกลิ่นหอมเหมือนผิวเด็กกับเกสรดอกไม้ ผสมกลิ่นควันไฟจางๆ และถ้าเป็นช่วงบ่ายแบบนี้จะมีกลิ่นบุหรี่แทรกอยู่ด้วย

ฮานะรู้ว่าจินสูบไมลด์เซเว่น เพราะเธอรู้ว่าแต่ละยี่ห้อมีกลิ่นต่างกัน ขณะที่ชิมะสูบชอตโฮป บางทีแค่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินผ่านมุมทางเดินมาเธอก็รู้

และตอนนี้ ฮานะก็ได้รู้อีกอย่างเมื่อได้เห็นคนตัวสูงเดินไปที่ครัว เธอแน่ใจ

แผ่นหลังที่คุ้นตานั้น เคยปรากฏที่โอซาก้าแน่นอน หากไม่ใช่นัมบะ

แต่เป็น ชินอิมามิยะ

         

          “เจ้าเด็กนั่นมันใช้ชื่อ คางาวะ จิน ดูเหมือนว่ามันจะไปที่นิชิเคียวเพื่อตามหาอาซาโน่ โยอิจิ”

          โซโนดะคุยโทรศัพท์ในท่าเดิม วันนี้ที่โซฟาไม่มีใครนอนอยู่ ยากุซ่าวัยสี่สิบปลายจึงรู้สึกว่าสามารถพูดกับปลายสายได้อย่างสบายใจ ที่จริงเขาก็ไม่ได้กลัวอะไรกับหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ หากเพราะการเอาแน่นอนทางอารมณ์ไม่ได้ของเขาทำให้เกรงอยู่บ้าง บวกกับการไม่กลิ่นไอความเป็นมิตรเลยแม้ว่าจะคนกลุ่มเดียวกัน

          “จะฆ่าตอนนี้หรือตอนไหนก็ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ประโยชน์มันได้แค่ไหน มันไม่ได้เป็นอันตรายแค่จะการเจอตัวอาซาโน่ แต่สิ่งที่มันมีอยู่อันตรายยิ่งกว่า” เขาพูดพลางเคาะบุหรี่ออกจากซอง

          “ฉันยังคิดอยากได้มันอยู่นะ...”

          ประตูห้องเปิดออก ชายที่ชื่ออามาเทรุเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะที่โซโนดะนั่งอยู่

          “เปลี่ยนเป้าหมายใหม่”

          เขาพูดสั้นๆ แล้วถอยไปนั่งที่โซฟา ดวงตาใต้แว่นสีชาส่องแสงประกายจนคนอายุมากกว่าต้องวางสาย เพื่อจะเป็นฝ่ายฟังบ้าง

          “คนที่จะทำให้เราเป็นอันตรายไม่ใช่ คางาวะ จิน”

 

จินคุงยังไม่เคยเห็นผีเสื้อเกิดใช่ไหม

คำตอบคือใช่ เพราะสถานที่ในวัยเด็กของจินไม่ใช่แหล่งที่จะได้เห็นต้นไม้ดอกไม้เสียเท่าไร่ เขาโตมาในย่านชินอิมามิยะ ของโอซาก้า เขตที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโคมแดงของเมือง นักเที่ยวจะรู้ดีว่าในเวลากลางวันย่านนี้จะเงียบ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ แต่เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสง สี เสียง จะผุดพรายขึ้นพร้อมดวงวิญญาณของกิเลศตัณหา โดยมียมทูตนำทางที่เรียกว่า ยากุซ่า

เขาเกลียดคำนี้ เกลียดตัวตนและบุคคลประเภทนี้ แต่ชีวิตเขาผูกพันอยู่กับคนเหล่านี้

มาทำงานกับเราเถอะน่า ไหนๆ แม่แกก็เป็นหนี้เราอยู่แล้วนี่ อย่างแกนี่นะ ไม่ถึงสองปีเป็นหัวหน้าเขตได้เลย

          คำหว่านล้อมเริ่มขึ้นตอนเขาอยู่มัธยมสาม จนขึ้นมัธยมปลายก็ยังไม่เลิก ไม่รู้ว่าความคิดนี้มาจากใคร แต่จำได้ว่าผู้ชายที่ชื่อโซโนดะมักจะยืนอยู่ในเฟรมรับภาพของเขาเสมอ

          ถ้าแกมาทำงานกับฉัน ฉันจะคุยกับหัวหน้าเรื่องงานของแม่แก

          จินหูผึ่งกับข้อเสนอนี้ และยอมรับว่ามันทำให้เขาหวั่นไหวไม่น้อย

เพราะงานของแม่ต่ำต้อยและสูญสิ้นศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิง เพื่อใช้หนี้ให้กับคนกลุ่มนี้ หนี้ที่เป็นผลพวงจากผู้ชายคนหนึ่งที่ให้กำเนิดเขามาแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลานึกถึงแม้แต่วินาทีว่าจะเป็นหรือตาย แต่ว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่คือแม่ ซึ่งแบกรับโชคชะตากรรมอันหนักหน่วงเพื่อรองรับอารมณ์ใคร่ของมนุษย์เพศชายจนเกือบจะสูญสียจิตวิญญาณของมนุษย์ไปอยู่ร่อมร่อ

และเขาซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาระ

อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน ทำหน้าที่ของแกไป

แม่พูดขึ้นตอนที่เขาไปเช็ดอาเจียนที่เลอะบนเสื่อทาทามิ พอเขานิ่งเพราะไม่แน่ใจว่าคำนั้นเกิดจากอาการมึนเมาหรือไม่ มือของแม่ก็กระชากคอเสื้อเขาไปหา ตะโกนใส่หน้า

อย่ามายุ่งเรื่องนี้ เข้าใจไหม!’

เป็นครั้งแรกที่เห็นแม่กราดเกรี้ยว แม้ว่าที่ผ่านมาจะโวยวายวีนเหวี่ยง แต่ก็ไม่เคยรุนแรง สายตาของแม่จริงจังจนจินรู้สึกเจ็บ ก่อนที่แม่จะกลิ้งตัวลงไปเกลือกกลั้วกับพื้นจนเกือบจะโดนของเสียที่ตนเองทำไว้ จินต้องรีบอุ้มไปนอน จัดการเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เมื่ออีกฝ่ายหลับสนิทแล้ว เชาก็เดินออกมาที่ระเบียง หยิบบุหรี่มาจุด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้สติสงบได้

          เมื่อบังเอิญได้พบเจอโซโนดะและสมาชิกแก๊งคุเรียวเมื่อไหร่ คำพูดจะเปลี่ยนเป็นกำปั้นได้อย่างง่ายดาย หลายครั้งที่เขาลงทรุดก่อน และอีกหลายครั้งที่เขาอัดลูกน้องของโซโนดะลงไปกอง

          แกน่าจะทำหน้าที่ลูกที่ดีนะ แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะรอดูว่าคนอย่างแกจะไปได้ไกลแค่ไหน

          ยากุซ่าผู้ชอบใส่กางเกงลายทางทิ้งคำปรามาส

          ถึงวันนี้เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองมา ไกล เพียงพอ หรือว่าเส้นทางชีวิตได้ถูกตัดลงแล้วกันแน่

คางาวะ นายมีความฝันอะไร

ไม่มี

คำถามของมาโมรุกับฮานะเหมือนกัน แต่พอคิดใบหน้าหน้าหญิงสาวก็ลอยเข้ามาทำให้สับสน คำว่าความฝันกับคำว่าฮานะกำลังจะกลายเป็นคำเดียวกัน พอกลับสู่ความเป็นจริงเห็นฮานะย่อตัวดูไฟในเตา เมื่อเธอรวบผมสูงจากมุมนี้จึงเห็นท้ายทอยขาวที่มีไรผมชื้นเหงื่อจากอากาศที่เริ่มอบอ้าว ท่อนแขนขาวๆ ที่รั้งขึ้นด้วยผ้ามัดขายแขนเสื้อกิโมโน ในตัวจินมีไฟแล่นวูบวาบ

“คางาวะ จะเอาแครอทไปไหน นายล้างแล้วไม่ใช่เหรอ”

เสียงชินโงดัง จินเห็นตัวเองถือตะกร้าแครอท เขาทำตาปริบๆ แบกกลับมาวาง ใจสั่น ก้าวพรวดพรวดไปหยิบถังน้ำกับผ้าถูพื้น กำลังจะเดินออกไปก็สวนกับชิมะ

“หืม เจ้าจิน เพิ่งถูไปเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอ” หัวหน้าสาวเสิร์ฟเลิกคิ้วพลางมองอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือเด็กหนุ่ม เขาชะงัก  มองซ้ายขวา พึมพำว่าจะไปฝ่าฟืน

“ฟืนยังไม่หมด” ชิมะตอบเรียบๆ ยกมือกอดอก

จินขมวดคิ้ว หายใจถี่ ในที่สุดก็เดินจ้ำออกไป ท่าทางราวกับหัวเสียนิดๆ แต่ชิมะมองตามแล้วอมยิ้ม

         

          จินยกลังกาแฟกระป๋องไปวางข้างตู้แช่เป็นกล่องสุดท้าย ยกมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาข้างขมับ สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากฤดูกาลที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง

          “ขอบใจนะเจ้าหนู” มิกิเจ้าของร้านขายของชำวัยห้าสิบกล่าวพลางยิ้มแป้น แล้วยื่นข้าวปั้นกับน้ำอัดลมกระป๋องเย็นเจี๊ยบให้ “อ่ะ เอาไปกินนะ”

คนช่วยทำท่าจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกคะยั้นคะยอ “เอาไปเถอะน่า มีเธอมาช่วย เบาแรงไปเยอะเลย เอาอะไรอีกไหมล่ะ” เธอพูดแล้วก็ยัดของใส่มือจินแล้วเดินไปจัดของอื่นโดยไม่รอการส่งคืนอีก

          “ขอบคุณครับ” จินกล่าว และในที่สุดเขาก็ได้กาแฟมาอีกสองกระป๋องจึงตั้งใจว่าจะเอาไปฝากคุซาบุโร่ต่อไป เพื่อแลกกับเรื่องต่างๆ ที่ชายชราจะเล่าให้ฟังตามที่เขาชวนคุย

 

          จากลูกแมวกลายเป็นแมววัยรุ่น ส่วนหนึ่งมาจากอาหารสำเร็จรูปจากจิน แม้จะไม่ได้มีโอกาสมาให้บ่อยๆ แต่แมวน้อยก็ดูแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ก็เช่นกัน มันขย้ำเนื้อปลาอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กหนุ่มสังเกตว่ามันมีรอยแผลที่จมูกและตรงขาหลังซึ่งลงน้ำหนักกับพื้นไม่ได้เต็มที่  พอเอามือไปแตะมันก็ขยับหนี

          “ขอโทษนะที่ไม่ด้เอาอาหารมาให้ แกคงไปแย่งกับตัวอื่นมาสินะ”

          “มันโดนกัดเหรอ”

          จินสะดุ้ง หันไปเห็นฮานะยืนยิ้มอยู่ สีหน้าเธอสดใสแสดงความอยากรู้ชัดเจน ทำเอาคนที่มาก่อนอึ้งไป คิดไม่ทันว่าจะพูดอะไร

          หญิงสาวย่อตัวมานั่งใกล้ๆ จินเขยิบออก เขารู้สึกร้อน ซึ่งไม่ใช่จากอากาศ

          “โดนกัดจริงด้วย” น้ำเสียงเธอตกใจ “ทำไงดี เอายามาใส่ให้มันไหม เดี๋ยวฉันไปเอา...เอ๊ะ ถ้าเป็นยาที่ใช้กับคนได้หรือเปล่า”    

          “ไม่ต้องหรอกครับคุณฮานะ”

          จินเรียกไว้ทำให้ฮานะที่กำลังจะลุกชะงัก พอได้เห็นท่าทีลนลานของเธอ สติกลายกลับมาอยู่ที่เขาอีกครั้ง

          “ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันเถอะครับ มันควรจะอยู่ได้”

          ฮานะทำตาปริบ ค่อยๆ ยอบตัวลงนั่งเหมือนเดิม คลับคล้ายว่าประโยคนั้นไม่ได้หมายถึงสัตว์สี่เท้าที่กำลังกินอาหารอยู่ตรงหน้า จินเอื้อมมือไปลูบหลังมันเบาๆ

“มันมีชื่อไหม” เธอถาม จินส่ายหน้า “อืม...ถ้าฉันขออนุญาตตั้งชื่อให้มันได้ไหม”

“ขออนุญาต?

“ก็มันเป็นแมวจินคุงนี่นา อย่างน้อยจินคุงก็เป็นคนเลี้ยงมัน” เธอตอบแล้วยกมือเช็ดเหงื่อที่ริมขมับ อากาศอบอ้าวขึ้นทุกที

จินนิ่ง “แล้วแต่คุณฮานะสิครับ”

ฮานะมองแมวน้อยที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหาร “คุโระ”

เธอพูดแล้วก็ยิ้ม “มันมีสีดำ เรียกว่าคุโระก็แล้วกันเนอะ ง่ายดี”

          คนเลี้ยงจำเป็นพยักหน้า เขาไม่กล้าสบตาเธอที่ผิวแก้มแดงเรื่อ ได้แต่จับต้องสัตว์ตัวน้อย สักวันหนึ่งหากมีเหตุให้มันระหกระเหินจากที่นี่ไป มีใครสักคนเก็บไปเลี้ยงดูต่อ มันก็คงได้ชื่อใหม่อีก แล้วสถานที่ใหม่จะลบตัวตนในอดีตให้มันได้

          แต่สำหรับเขา อดีตยังเป็นภาพที่อยู่ในใจ ไม่มีใครทำให้หายไป มีแต่จะรื้อออกมาตีแผ่เท่านั้น

ทั้งสองนั่งมองดูคุโระกินอาหารจนหมด เลียมือและทำความสะอาดหน้าตา  มันมองจินแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไป เขาจึงลุกขึ้น

“ผมไปทำงานต่อนะครับ”

“เดี๋ยวจินคุง” คราวนี้ฮานะเรียกไว้ก่อนที่เด็กหนุ่มจะลับสายตาไป “จินคุงเคยไปที่ชินอิมามิยะหรือเปล่า”

จินชะงักกึก คำนี้ทำให้ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นฉับพลัน โชคดีประการหนึ่งคือตอนนี้ใบหน้าของเขาไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับเธอ มีเวลาเสี้ยววินาทีให้ได้กดอารมณ์ตื่นตระหนกลงจมลงไป

เขาปล่อยลมหายใจพรู หันไปยิ้มบางๆ

“ไม่ครับ ทำไมเหรอครับ”

         

          คฤหาสน์คาจิวาระ ริวโซพ่นควันซิการ์ขณะฟังอิอิดะรายงานข้อมูลที่ได้มาจากคุโรซากิจนจบโดยไม่พูดอะไรอยู่นาน แต่มือขวาก็รู้ว่าเจ้านายกำลังประมวลความคิดด้วยความละเอียด

          “ตอนนี้เรารู้จุดประสงค์ของทั้งสองฝ่ายแล้ว เด็กนั่นตามหาอาซาโน่ ส่วนคุเรียวก็ต้องการตัวเด็กนั่น แสดงว่าโสเภณีคนนั้นไม่ได้เป็นแค่ลูกหนี้”

          ผู้นำฮิโนโทริเคาะเถ้าซิการ์ลงที่เขี่ยช้าๆ แสดงอาการรับฟัง สักพักจึงเอ่ยขึ้น

          “คราวหลังบอกให้คุโรซากิมารายงานฉันด้วยตัวเองนะ”

          อิอิดะหน้าชา เม้มปากแน่น หากก็ไม่มีปฏิกิริยา เขาโค้งต่ำ “ครับ”

          “เท่านี้ล่ะ ไปตามโคโทริให้ฉันด้วย”

          รองหัวหน้าอันดับหนึ่งหยุดเท้าที่ก้าว ลังเล “เอ่อ คุณโคโทริมีแขกอยู่ครับ”

          “ใคร”

          “ลูกชายร้านมิโอโมเตะ โอคาซากิ ฮิเดโอะ ครับ”

          คราวนี้สีหน้าของริวโซเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด

 

          “นี่คุณโคโทริออกแบบเองทั้งหมดเลยเหรอครับ”        

ฮิเดโอะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ เมื่อเห็นภาพถ่ายตัวอย่างสินค้าซึ่งตอนนี้มีผ้าพันคอกับผ้าเทนงูกุยเป็นสองอย่างแรก เธอยิ้มกับคำชมและเล่าว่ากำลังจะเพิ่มผ้าม่านและผ้าที่ใช้ในงานครัว

“ลายต่างๆ ได้แรงบันดาลใจมาจากร้านมิโอโมเตะน่ะค่ะ จากในสวนบ้าง ตัวบ้านบ้าง อย่างอันนี้คือลายต้นสนแคระค่ะ” เธอชี้ให้เขาดู

ฮิเดโอะรู้สึกว่าเมื่อโคโทริได้พูดถึงงานที่ตนเองทำน้ำเสียงจะสดใสและไม่เกร็งเหมือนปกติ ดูเธอมีความสุขกับการออกแบบ สีหน้าก็พลอยเบิกบานเป็นธรรมชาติ แม้จะสำรวมอยู่บ้างแต่ก็รู้สึกได้

วันนี้เขามาที่นี่เนื่องจากว่าติดค้างคำเชิญมาดื่มชากับเธออยู่ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ แต่ด้วยงานครัวที่ยุ่งตลอด กว่าจะมีเวลาว่างก็เมื่อย่างเข้าฤดูร้อนไปแล้ว ซึ่งเมื่อโคโทริเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเขาจึงรีบตอบรับทันที

ลูกสาวยากุซ่าแห่งเมืองเกียวโตใช้ห้องในเรือนญี่ปุ่นเป็นการต้อนรับ ตรงโทโคโนมะประดับดอกไม้ที่จัดแบบอิเคบานะซึ่งเขารู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ

“ส่วนอันนี้” เธอหยิบกล่องไม้ที่แกะสลักลายไว้อย่างสวยงามขึ้นมา แล้วเปิดออกให้ฮิเดโอะได้เห็นของข้างใน ซึ่งคือผ้าสีเขียวเข้มมีลวดลายสีทอง

“สำหรับคุณฮิเดโอะค่ะ”

ใบหน้าโคโทริฉายแววเขินอายเล็กน้อย ชายหนุ่มมองของกำนัลอย่างเคอะเขินเช่นกัน ด้วยเมื่อเขาหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาตามสายตามุ่งมั่นของเธอแล้วเห็นชัดๆ

ลายกราฟฟิครูปพระอาทิตย์แทรกอยู่ในกลุ่มเมฆสีขาวถูกเพ้นท์ลงในผ้าพันคอ แซมด้วยเส้นตรงบางๆ พาดไปมาเพิ่มความเข้มแข็ง ฮิเดโอะมองกลับไปที่คนให้

“เอ่อ เนื่องในโอกาสอะไรเหรอครับ”

“เป็นการขอบคุณเรื่องที่ให้ฉันไปถ่ายรูปที่ร้าน จนทำให้ได้ไอเดียมาออกแบบค่ะ” เธอตอบ สีหน้าชื่นชมจริงใจฉายชัดจนอีกฝ่ายรู้สึกว่าในห้องร้อนระอุทั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ

“รับไว้ได้ไหมคะ”

โหนกแก้มสีระเรื่อของหญิงสาวทำให้ฮิเดโอะพยักหน้าและยิ้มตอบไปโดยปริยาย ก่อนที่โคโทริจะเติมชาให้และทั้งสองก็คุยกันต่อ ในมุมมองของชายหนุ่มก็ไม่รู้เรื่องงานออกแบบนัก แต่เท่าที่ดูการทำงานของเธอที่เปิดบริษัท และลงไปดูในทุกขั้นตอนด้วยตัวเองก็นึกชื่นชมไม่น้อย

“คุณโคโทริเก่งมากครับ ผ้าสวยมาก ลายก็สวย ฮานะเองก็ชอบมาก”

ไม่รู้ว่าตาฝาดหรือเปล่า เพราะเห็นประกายไฟลุกขึ้นวาบในแววตาของหญิงสาววูบหนึ่ง แต่มันก็หายไปรวดเร็วจากรอยยิ้มหวานเอียงอาย

“ฉัน...ยังต้องพยายามอีกเยอะค่ะ” เธอตอบ ช้อนสายตามองคู่สนทนาที่อยากจะให้อะไรมากกว่าผ้าพันคอ “คุณฮิเดโอะเองก็เหมือนกันนะคะ หุ้นส่วนของฉันหลายคนก็ชื่นชมร้านมิโอโมเตะกันทั้งนั้น”

ฮิเดโอะปิดฝากล่องไม้ “ที่ร้านมีพ่อครัวหลายคนครับ เราช่วยกัน”

“ทั้งคุณฮิเดโอะและฉันต่างก็มีหน้าที่ต้องทำ ถ้าอย่างนั้น เรามาพยายามด้วยกันนะคะ”

ชายหนุ่มหันไป เห็นรอยยิ้มหญิงสาวเจือจาง แต่ดวงตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก เหมือนดั่งเช่นวันแรกที่เจอกัน ลมเย็นพัดมาวูบหนึ่งแผ่นเบา

ยังไม่ทันได้ตอบอะไร สายตาฮิเดโอะก็เปลี่ยนโฟกัสไป หญิงสาวมองตาม ตรงทางเดินมาเอดะคุกเข่าอย่างอึดอัดใจ กำลังจะต่อว่าริวโซก็เดินตามเข้ามาพอดี

ฮิเดโอะลุกขึ้นโค้งทำความเคารพพร้อมกล่าวทักทายทันที แต่ริวโซมองตอบนิ่งๆ

“ขอโทษค่ะคุณพ่อที่ไม่ได้พาคุณฮิเดโอะไปทักทาย หนูเห็นคุณพ่อมีแขกอยู่”

โคโทริกล่าวออกตัวแม้จะไม่ผิดเนื่องจากเขากำลังต้อนรับเจ้าของธุกริจรายหนึ่งที่มีลูกชายซึ่งมีคุณสมบัติที่เขาต้องการ ริวโซจึงรู้ว่าลูกสาวก็ไม่ได้สำนึกผิดจากใจ ตรงกันข้ามดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะได้มีเวลากับพ่อครัวรูปหล่อตามลำพัง

“ตามสบายเถอะ” เขาตอบชายรุ่นลูกและทรุดตัวลงนั่งบนเบาะที่โคโทริไปหยิบมาให้ “สบายดีนะ ที่ร้านเป็นยังไงบ้างล่ะ”

คนเป็นลูกสาวเห็นบิดาเปิดบทสนทนากับแขกของตนก็ใจชื้น รีบชงชาเพิ่ม

“สบายดีครับ ช่วงที่ผ่านมายุ่งนิดหน่อย เลยเพิ่งมีโอกาสมาเยี่ยมคุณโคโทริครับ”

หญิงสาวซ่อนรอยยิ้มไว้ในกิริยาที่กำลังตักผงชาอย่างมิดชิด

“นี่ก็เข้าหน้าร้อน นักท่องเที่ยวต่างชาติคงน้อยลง” ริวโซยกมือกอดอก “พูดถึงฤดูร้อนก็ต้องข้าวหน้าปลาไหลสินะ อ้อ ปลาอะจิด้วย ฉันยังนึกถึงซาชิมิปลาอะจิอยู่เลย มีมือเธอน่าทึ่งมากนะที่แล่เนื้อปลาแล้วจัดเสิร์ฟได้ทั้งที่ปลายังกระดิกหางอยู่อย่างนั้น”

ฮิเดโอะผงกศีรษะรับคำชม แต่กล่าวถ่อมตัว “ไม่หรอกครับ พ่อครัวเก่งๆ ทำแบบนี้ได้มากมาย”

โคโทริส่งถ้วยชาที่ชงเสร็จแล้วให้ บิดาเหลือบมองแวบหนึ่ง “แต่พ่อครัวอายุน้อยที่ทำได้แบบเธอน่ะมีไม่มากหรอกนะ” เขาจิบชา “เห็นเธอทำได้แบบนี้ พ่อของเธอคงตายตาหลับ”

“ครับ” ฮิเดโอะพยักหน้า ไม่มีเหตุผลจะค้านอะไร อย่างไรเสียผู้สืบทอดร้านมิโอโมเตะรุ่นต่อไปก็เป็นเขาอยู่แล้ว เรื่องนี้เขารู้และเตรียมตัวมาตั้งแต่เด็ก

“ของคุณฮิเดโอะค่ะ” โคโทริชงชาถ้วยใหม่ให้เขา

“โลกเปลี่ยนไปทุกวัน สมัยของพ่อกับสมัยของเธอต่างก็ต่างกัน คนรุ่นใหม่บางคนไม่ค่อยจะเข้าใจรสชาติของอาหารเกียวโตดั้งเดิมกันแล้ว เธอว่างั้นไหม”

หัวข้อสนทนาระหว่างฮิเดโอะกับหัวหน้าแก๊งยากุซ่าจริงจังเกินคาดคิด แต่ชายหนุ่มโตมาในโลกการทำอาหารมีหรือจะไม่รู้

“ผมเข้าใจครับ ทุกวันนี้ก็พยายามฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ เพราะบทเรียนเรื่องอาหารมีไม่จำกัด”

มือที่ถือถ้วยชาของริวโซชะงักงันในเสี้ยววินาที ก่อนจะจดขอบแก้วกับริมฝีปาก โคโทริทันได้เห็นรอยยิ้มที่ปรากฎวูบและแววตาที่ฉายแสง เธอรู้สึกถึงลางไม่ดีบางอย่าง

“คนหนุ่มสาวควรจะหมั่นเรียนรู้อย่างนี้ละ โคโทริก็เหมือนกัน ถึงจะป็นผู้หญิงฉันก็อยากให้รู้เรื่องธุรกิจ คนที่จะมาสืบทอดจะต้องเข้าใจวิถีแห่งเราและโลกสมัยใหม่ นั่นละฮิโนโทริ”

ไม่รู้ว่าพ่อครัวอย่างฮิเดโอะคิดยังไงที่จู่ๆ บิดาก็มาร่ายปรัชญาของแก๊งให้ฟัง แต่โคโทริรู้สึกอึดอัดในช่องท้อง เธอมองต่ำ เห็นแต่อุปกรณ์ชงชาตรงหน้าและท่าทีของผู้ชายสองวัย คำพูดของบิดาเหมือนน้ำแข็งที่เย็นเยือกกลางอากาศร้อนจัดและเสียงร้องจั๊กจั่นซึ่งดังเซ็งแซ่

คนที่สืบทอด สำหรับฮิโนโทริและมิโอโมเตะดูเหมือนว่าจะเป็นคนละความหมายกัน

 

ไมลด์เซเว่นมวนหนึ่งถูกเคาะออกจากซอง และจุดด้วยไฟ ท่ามกลางเสียงจั๊กจั่นร้อง จินนั่งอยู่ริมระเบียงทางเดินแล้วมองท้องฟ้า ดาวมากมายลอยเกลื่อนในเวลาเกือบตีสอง มันต่างพากันฉายแสงให้เปล่งประกายที่สุดในช่วงที่พระจันทร์ยังไม่อวดโฉมตนเอง

อากาศร้อนทำให้นอนหลับยากเป็นทุนเดิม หากภาพฮานะในความฝันทำให้อากาศยิ่งร้อนหนักเข้าไปอีก หญิงสาวที่เขารู้จักอ่อนโยนสดใสต่างจากความฝันที่ทาปากแดง ปล่อยผมยาว และสวมกิโมโนลายดอกบ๊วยที่ไม่เรียบร้อยจนเห็นเนินไหล่ขาวละออ เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมหัวใจที่เต้นระส่ำ

นอกจากคำว่าอนาคตที่มักจะซ้อนทับกับชื่อของฮานะ ภาพของเธอก็มักจะซ้อนกับแม่ในอาชีพผู้หญิงให้บริการ รวมทั้งสาวๆ ในซ่องด้วย จนจินรู้สึกผิดทั้งที่เป็นเพียงความฝัน ราวกับว่าสะท้อนความคิดในห้วงสำนึกด้านมืดของตน

เหมือนดาวที่แอบฉายแสงยามพระจันทร์ถูกเงามืดบดบัง

หลังจากคำขู่กร้าวในคราวนั้น จินเริ่มเข้าใจโลกของแม่ ไม่มีคำหวานหรือปลอบโยนใด จนวันหนึ่งแม่บอกว่าอาชีพที่ทำมาสิบปีได้จบสิ้นลงแล้ว ในฐานะลูกชายเขารู้สึกดีใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา

แม่เริ่มมีของฝากเป็นของกินดีๆ ที่ยามปกติแทบไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อน

หากเมื่อวันที่ได้เห็นว่ามีรถเบ๊นซ์สีดำมาจอดรับแม่ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ สีดำของมันไหลห่อหัวใจเด็กหนุ่มเหมือนน้ำมันที่กินผิวน้ำทะเล ทำไมชีวิตของเขาถึงหนีคำว่ายากุซ่าไม่ได้เสียที

ถึงตอนนี้ ยากุซ่าคนที่ตามหามีเบาะแสอยู่ใต้จมูก แต่ตนเองก็ถูกตามเจอจากยากุซ่าคู่ปรับเก่าเช่นกัน

ผีเสื้อกลางคืนตัวหนึ่งบินมาเกาะตรงต้นสึบากิ จินหยุดมือที่กำลังจะส่งมวนบุหรี่เข้าปาก

          วิญญาณของที่คนตายอย่างไม่ยุติธรรมในอดีตจะมาแก้แค้น

 



อุธิยา

10.2.18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #6 white_space (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:21
    เป็นอีกตอนที่ชอบมากๆ เหมือนปมเรื่องกำลังจะเริ่มระเบิดเลยค่ะ เอาใจช่วยเจ้าจิน
    #6
    1
    • #6-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 17)
      21 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:59
      ขอบคุณมากๆ ค่ะ เรื่องนี้เป็นดราม่าที่ค่อยๆ เล่าเรื่องค่ะ
      เน้นที่ชีวิตของจิน เพราะงั้นก็จะมีชีวิตและคนที่เกี่ยวข้องเยอะหน่อย
      จะเห็นความคิด และพัฒนาการของจินไปเรื่อยๆ
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^ ^
      #6-1